แชร์

ฉันตายในวันเมษาหน้าโง่
ฉันตายในวันเมษาหน้าโง่
ผู้แต่ง: หรูฝ่า

บทที่ 1

ผู้เขียน: หรูฝ่า
น้องสาวบุญธรรมชอบเล่นแผลง ๆ และคนที่เจ็บตัวก็มีแค่ฉันคนเดียว

ปีที่แล้วเธอร่วมมือกับพี่ชายขังฉันไว้ในห้องเย็น จนฉันกลายเป็นโรคหอบหืดขั้นรุนแรง

พี่ชายตั้งใจมาขอโทษฉัน โดยบอกว่าปีนี้จะพาฉันไปดำน้ำลึกในถ้ำเพื่อเป็นการชดเชย

น้องสาวบุญธรรมก็มาด้วย เธอจ้องมองฉันด้วยสายตาที่แฝงความประสงค์ร้าย

ฉันใจคอไม่ดี รีบดำลงน้ำเพื่อหนีให้ห่าง แต่เมื่อดำไปถึงระดับความลึกยี่สิบเมตร ความรู้สึกตีบตันราวกับขาดอากาศหายใจก็จู่โจมเข้ามาอย่างกะทันหัน

วาล์วออกซิเจนของฉันถูกน้องสาวแอบปิดไปเสียแล้ว

เสียงหัวเราะเยาะอย่างได้ใจของน้องสาวดังผ่านเครื่องมือสื่อสารใต้น้ำ "พี่คะดูสิ หนูบอกแล้วไงว่าพี่สาวต้องหลงกลแน่!"

น้ำเสียงของเผยจิ่นจือมีแต่ความตามใจ "เธอนี่ฉลาดจริง ๆ คิดวิธีแกล้งพี่สาวแบบนี้ออกได้ยังไงกันนะ ยัยตัวแสบ"

ฉันกลั้นหายใจจนหน้าเขียว ดิ้นรนอย่างสุดชีวิตเพื่อพยายามเปิดวาล์วสำรอง แต่กลับถูกน้องสาวที่ว่ายเข้ามาใกล้ปัดมือทิ้ง

เธอออดอ้อนผ่านเครื่องสื่อสาร "พี่คะ ดูสิว่าพี่สาวแสดงเก่งขนาดไหน แค่ไม่กี่วินาทีก็ทนไม่ไหวซะแล้ว"

เสียงอันเย็นชาของพี่ชายดังก้องอยู่ในหูฟัง "ทนอีกหน่อยสิ ดูสิว่าเธอถูกเลี้ยงมาแบบตามใจจนเคยตัวขนาดไหน แค่นี้ก็ทนไม่ไหวแล้ว"

"น่าขายหน้าจริง ๆ เทียบกับเหมยเหมยไม่ได้สักครึ่งด้วยซ้ำ!"

ใบหน้าของฉันกลายเป็นสีม่วงคล้ำ ฉันมองเขาด้วยความสิ้นหวัง

พี่คะ พี่ลืมไปแล้วเหรอ?

เป็นเพราะการเล่นแผลง ๆ ของทั้งสองคนในครั้งก่อน ปอดของฉันถึงได้รับความเสียหายอย่างถาวร

ฉันหายใจลำบากขึ้นเรื่อย ๆ จนในที่สุดก็หน้ามืดจมดิ่งลงสู่ก้นทะเลอันมืดมิด

พี่คะ การหยอกล้อครั้งนี้มันไม่ตลกเลยสักนิด

ฉันกำลังจะตายจริง ๆ แล้วนะ

...

น้ำทะเลหนาวเหน็บ

ความหนาวเหน็บนี้แทรกซึมผ่านผิวหนังลึกเข้าไปถึงกระดูก เจ็บปวดยิ่งกว่าตอนที่ถูกขังในห้องเย็นเมื่อปีที่แล้วเสียอีก

วิญญาณของฉันล่องลอยอยู่ใต้ทะเล

ได้แต่จ้องมองร่างไร้วิญญาณที่กลายเป็นสีเขียวคล้ำของตัวเอง ซึ่งกำลังนอนแน่นิ่งอย่างไร้เรี่ยวแรงอยู่บนพื้นทรายก้นถ้ำ

เผยเหมยเหมยว่ายเข้ามาหา

จังหวะที่เธอสะบัดตีนกบ ก็ทำให้ตะกอนทรายฟุ้งขึ้นมาปกคลุมใบหน้าของฉัน

เธอยื่นเท้าออกมา แล้วเตะเข้าที่ชุดดำน้ำของฉันอย่างแรง

"พี่คะ รีบมาดูสิ คราวนี้พี่สาวแสดงได้เหมือนจริงมากเลย ไม่กระดิกตัวสักนิด"

เสียงหัวเราะคิกคักอย่างได้ใจของเธอดังแว่วมาจากเครื่องสื่อสาร

เสียงของเผยจิ่นจือดังตามมาติด ๆ บอกถึงความเย็นชาและรำคาญใจ

"เผยเนี่ยน พอได้แล้ว"

"ลูกไม้ตื้น ๆ แบบนี้เล่นครั้งเดียวก็พอ ไม่เห็นต้องแกล้งทำเป็นเนียนขนาดนี้ก็ได้"

"รีบลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้ อย่าทำให้คนอื่นเขาเสียเวลา"

ฉันมองไปที่เผยจิ่นจือ

พี่ชายแท้ ๆ ของฉัน ในเวลานี้กำลังกุมมือเผยเหมยเหมยไว้อย่างเอาใจใส่ ราวกับกลัวว่าเธอจะถูกกระแสน้ำพัดหายไป

เขาไม่แม้แต่จะปรายตามองฉันสักนิด

เขาคิดว่าฉันกำลังงอนเพราะเรื่องที่โดนปิดวาล์วออกซิเจน

อาเฉียงผู้เป็นครูฝึกดำน้ำก็ว่ายเข้ามาเช่นกัน

เขาใช้ไฟฉายแรงสูงในมือส่องตรงเข้ามาที่ดวงตาของฉัน

"คุณหนูเผยครับ เลิกแกล้งได้แล้ว"

"สัญญาณเครื่องวัดอัตราการเต้นหัวใจของคุณขาดหายไปเมื่อกี้ คุณถอดเซนเซอร์ออกเองใช่ไหมครับ?"

"ทักษะการแสดงดีเยี่ยมขนาดนี้ ทำไมไม่ไปคว้าตำแหน่งนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมเลยล่ะครับ?"

เผยเหมยเหมยยิ่งหัวเราะเยาะด้วยความเบิกบานใจมากขึ้น

"เธอก็แค่อยากให้พี่ชายสงสารนั่นแหละ ใครใช้ให้เธออ้อนไม่เก่งเท่าฉันล่ะ"

ฉันล่องลอยอยู่เหนือศีรษะของทุกคน

ฉันอยากจะตะโกนบอกพวกเขาดัง ๆ ว่า ฉันไม่ได้แสดง

ฉันตายแล้วจริง ๆ

ปอดของฉันมีแผลเก่าอยู่แล้ว

วันเมษาหน้าโง่เมื่อปีที่แล้ว เผยเหมยเหมยขังฉันไว้ในห้องเย็น โดยอ้างว่าแค่ตั้งใจจะหยอกฉันเล่นเฉย ๆ

ตอนนั้นเผยจิ่นจือยืนดูนาฬิกาอยู่หน้าประตู

เขาพูดว่า "เนี่ยนเนี่ยน ถ้าเธอทนได้สิบนาที พี่จะซื้อสร้อยคอเส้นที่เธออยากได้ให้"

ฉันร้องขอความช่วยเหลือและทุบประตูอยู่ข้างใน

ตอนที่อาการหอบหืดกำเริบ ฉันรู้สึกเหมือนปอดกำลังถูกมีดกรีด

สุดท้าย ฉันก็ล้มพับลงไปบนพื้นอันเย็นเฉียบ พวกเขาถึงค่อย ๆ เปิดประตูอย่างเชื่องช้า

หลังเหตุการณ์ครั้งนั้น หมอก็บอกว่าระบบทางเดินหายใจของฉันได้รับความเสียหายไม่สามารถกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อีก

ตอนนั้นเผยจิ่นจือพูดว่าเขาผิดไปแล้ว

เขาบอกว่าที่พาฉันมาดำน้ำลึกในถ้ำปีนี้ ก็เพื่อเป็นการฝึกทำกายภาพบำบัดให้ฉัน และถือเป็นการชดเชยไปในตัว

ฉันหลงเชื่อเขา

ฉันสวมชุดดำน้ำด้วยความดีใจ

แต่แล้วเมื่อดำลงไปถึงความลึกยี่สิบเมตร ฉันกลับต้องเผชิญหน้ากับความตายอีกครั้ง

"เผยเนี่ยน พี่จะพูดเป็นครั้งสุดท้าย ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้"

เผยจิ่นจือเห็นฉันยังไม่ตอบสนอง ก็เริ่มหงุดหงิดขึ้นมาชัดเจน

เขาปล่อยมือเผยเหมยเหมย ก่อนพุ่งเข้ามาที่ศพของฉันอย่างรวดเร็ว

มือคู่นั้นที่แต่เดิมควรปกป้องฉัน กลับบีบท่อออกซิเจนของฉันไว้อย่างแรง

จากนั้น

เขาก็ง้างมือขึ้น แล้วฟาดฝ่ามือลงบนใบหน้าของศพฉัน

เมื่อกระแทกผ่านแว่นตาดำน้ำและมวลน้ำทะเล ฝ่ามือนั้นก็ทำให้เกิดเสียงดังทึบหนัก

ศีรษะของฉันถูกตบจนหันไปอีกทาง

แว่นตาดำน้ำเบี้ยวไปด้านหนึ่ง

น้ำทะเลอันเย็นเฉียบทะลักเข้าสู่โพรงจมูกและปากของฉันทันที

แต่ฉันไม่สามารถสัมผัสได้ถึงความทรมานจากการสำลักน้ำอีกต่อไป

ร่างกายฉันเหมือนถุงผ้าเก่าขาดที่มีลมรั่ว โยกเยกไปมาตามแรงมือของเขา ก่อนจะล้มฟุบกลับลงไปในกองทรายอีกครั้ง

"พี่คะ พี่สาวดูเหมือนจะโกรธจริง ๆ แล้วนะ"

เผยเหมยเหมยแสร้งทำเป็นดึงแขนเผยจิ่นจือไว้

"เอาเป็นว่าพวกเราไปกันก่อนดีไหมคะ ปล่อยให้พี่สาวสงบสติอารมณ์อยู่คนเดียวที่นี่แหละ"

"เธอคงกำลังพยายามใช้วิธีนี้บังคับให้พี่ซื้อกระเป๋ารุ่นลิมิเต็ดที่เพิ่งออกใหม่ให้แน่ ๆ เลย"

เผยจิ่นจือแค่นเสียงเย็นชา

แววตาของเขาเต็มไปด้วยความขยะแขยง

"แผนเรียกร้องความสงสารแบบนี้ ต่อให้เธอใช้ไม่เบื่อ แต่พี่ก็ดูจนเบื่อแล้ว"

"ตั้งแต่เล็กจนโต ขอแค่มีอะไรไม่ได้ดั่งใจ เธอก็จะแกล้งตาย แกล้งป่วยตลอด"

"เหมยเหมย เธอนี่น่ารักที่สุด เวลาแบบนี้ยังอุตส่าห์พูดเข้าข้างคนแบบนั้นอีก"

เขาลูบหัวเผยเหมยเหมยเบา ๆ

แววตาอ่อนโยนเหลือเกิน

นั่นคือความอบอุ่นที่เขาไม่เคยหยิบยื่นให้ฉัน

หลังจากนั้น

เขาก็ชักมีดดำน้ำอันแหลมคมออกมาจากข้างเอว

หัวใจของฉันสั่นสะท้าน แม้ว่าฉันจะไม่มีจังหวะการเต้นของหัวใจอีกแล้วก็ตาม

เขาคิดจะทำอะไร?

เขาหันไปหาเชือกนำทางที่เชื่อมต่อตัวฉันกับทีมหลัก ก่อนใช้มีดตัดมัน

เสียงเชือกไนลอนขาดสะบั้นดังก้องเป็นพิเศษในถ้ำอันมืดมิด

"ในเมื่อเธออยากอยู่ที่นี่นัก ก็อยู่ให้พอใจไปเลย"

"คิดตกเมื่อไหร่ ค่อยว่ายขึ้นไปเองแล้วกัน"

เขาประกาศผ่านเครื่องสื่อสารให้ทุกคนในทีมทราบ

"เผยเนี่ยนแยกตัวไปสำนึกผิด ทุกคนตามฉันมา มุ่งหน้าดำลงไปในร่องลึกก้นสมุทรต่อ"

เขาจับมือเผยเหมยเหมย แล้วดำลงไปสู่จุดที่ลึกยิ่งขึ้นโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง

ฉันก้มมองศพตัวเอง

เมื่อไม่มีเชือกนำทาง ฉันก็กลายเป็นเครื่องสังเวยเพียงหนึ่งเดียวในถ้ำใต้ทะเลลึกอันมืดมิดแห่งนี้

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ฉันตายในวันเมษาหน้าโง่   บทที่ 10

    เสียงค้อนของผู้พิพากษาที่ทุบลงมานั้นดังก้อง หนักแน่นน่าเกรงขาม"จำเลยเผยเหมยเหมยกระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ด้วยวิธีการที่โหดเหี้ยมและมีพฤติการณ์เลวร้ายอย่างยิ่ง ศาลขอพิพากษาประหารชีวิต และตัดสิทธิ์ทางการเมืองตลอดชีวิต"วินาทีที่เผยเหมยเหมยได้ยินคำว่า "ประหารชีวิต" ตัวคนก็แข็งทื่อราวกับถูกฟ้าผ่าร่างกายเธอกระตุกเกร็งอย่างรุนแรง ก่อนจะมีรอยน้ำสีเข้มวงใหญ่ผุดซึมขึ้นมาบนกางเกงเธอทรุดฮวบลงกับเก้าอี้ ขณะส่งเสียงร้องโหยหวนราวกับหมูถูกเชือด"ฉันไม่อยากตาย! พี่คะ ช่วยหนูด้วย! พี่ช่วยหนูด้วยสิคะ!""หนูคือเหมยเหมยที่พี่รักที่สุดไง! พี่บอกว่ารักหนูที่สุดไม่ใช่เหรอ!""พี่คะ! พี่!!"เผยจิ่นจือผู้อยู่ในคอกจำเลยทางด้านข้างนั่งนิ่งไม่ขยับเขาไม่แม้แต่จะหันหน้ามองเธอด้วยซ้ำ"จำเลยเผยจิ่นจือกระทำความผิดฐานกระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ประกอบกับมีพฤติการณ์ละเว้นการช่วยเหลืออย่างร้ายแรง ศาลขอพิพากษาจำคุกสิบห้าปี""จำเลยอาเฉียง กระทำความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและให้ความช่วยเหลือซ่อนเร้นผู้กระทำผิด ศาลขอพิพากษาจำคุกเจ็ดปี เพิกถอนใบอนุ

  • ฉันตายในวันเมษาหน้าโง่   บทที่ 9

    เสียงสับกุญแจมือดังกังวานชัดเจนกริ๊ก กริ๊ก กริ๊กกุญแจมือสามคู่ กับคนสามคนเผยจิ่นจือ เผยเหมยเหมย และอาเฉียงถูกควบคุมตัวตามกฎหมาย ในข้อหาต้องสงสัยว่าเจตนาฆ่าและละเว้นการช่วยเหลือเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายไฟในห้องสอบสวนสว่างจ้าสว่างเสียจนลืมตาแทบไม่ขึ้นเผยจิ่นจือนั่งอยู่บนเก้าอี้เหล็ก กุญแจมือถูกคล้องติดกับห่วงเหล็กบนโต๊ะ ทำให้เขาขยับไปไหนไม่ได้เจ้าหน้าที่สืบสวนเลื่อนรูปถ่ายใบหนึ่งไปตรงหน้าเขานั่นคือรูปถ่ายครอบครัวแบบพร้อมหน้าพร้อมตาสี่คนของเราถ่ายไว้ก่อนที่พ่อกับแม่จะเสียชีวิตในรูปนั้น ฉันยืนอยู่ข้างเผยจิ่นจือ ยิ้มตาหยี สองมือกอดแขนเขาแน่นตอนนั้นเผยเหมยเหมยยังไม่ได้เข้ามาอยู่ในบ้านของเราตอนนั้นเขายังลูบหัวฉันแล้วบอกว่า "เนี่ยนเนี่ยนไม่ต้องกลัวนะ มีพี่อยู่ทั้งคน"เผยจิ่นจือจ้องมองรูปถ่ายใบนั้น แล้วน้ำตาเม็ดโตก็หยดลงบนโต๊ะเขาเริ่มตบหน้าตัวเองฉาดที่หนึ่ง ฉาดที่สอง ฉาดที่สามตบซ้ายเสร็จก็หันมาตบขวาในที่สุด มุมปากก็บวมเป่ง มีเลือดไหลหยดลงมาตามปลายคาง"ผมเป็นคนฆ่าเธอเอง"เสียงของเขาแหบพร่าแทบฟังไม่รู้เรื่อง"ผมเป็นคนฆ่าน้องสาวตัวเอง"เจ้าหน้าที่สืบสวนถา

  • ฉันตายในวันเมษาหน้าโง่   บทที่ 8

    เผยจิ่นจือแผดเสียงคำรามจนไม่คล้ายเสียงมนุษย์เขาพุ่งเข้าใส่เผยเหมยเหมย สองมือบีบคอเธอแน่น"ทำไมกัน!""ทำไมแกถึงปิดวาล์วออกซิเจนของเธอ!""ทำไมแกถึงขโมยถังออกซิเจนสำรองของเธอไป!"เผยเหมยเหมยถูกบีบคอจนตาเหลือก สองเท้าลอยขึ้นเหนือพื้น พยายามเตะถีบดิ้นรนเล็บของเธอข่วนใบหน้าเผยจิ่นจือจนเกิดบาดแผลมีเลือดไหลซึมออกมาเป็นสาย"พี่นั่นแหละ... พี่เป็นคนตกลงเอง..."เธอหน้าแดงหายใจไม่ออก พยายามเค้นเสียงพูดอย่างยากลำบาก"วันเมษาหน้าโง่... พี่บอกว่าทำได้... พี่บอกให้แกล้งพี่สาวหน่อย... จะได้หลาบจำไง..."มือของเผยจิ่นจือคลายออกชั่วขณะใช่แล้วคืนก่อนวันเดินทาง เผยเหมยเหมยวิ่งเข้ามาออดอ้อนเขาเธอบอกว่า พี่คะ พรุ่งนี้เป็นวันเมษาหน้าโง่ พวกเรามาแกล้งพี่สาวกันอีกรอบเถอะเธอบอกว่า แค่ปิดวาล์วออกซิเจน ปิดแค่ไม่กี่วินาที เอาให้ตกใจเล่นก็พอตอนนั้นเขากำลังอ่านเอกสาร ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองด้วยซ้ำ"ตามสบาย แต่อย่าเล่นให้มันเลยเถิดนักแล้วกัน"เขาเป็นคนพูดประโยคนี้พูดออกมาจากปากเขาเองอาเฉียงเห็นว่าเรื่องราวบานปลายจนปิดไม่ได้แล้ว จึงรีบกระโดดออกมาทันที"ผมขอสารภาพ! ผมขอสารภาพความจริงครับ!"เขาช

  • ฉันตายในวันเมษาหน้าโง่   บทที่ 7

    ตำรวจสายสืบโยนชุดอุปกรณ์ดำน้ำลงบนโต๊ะสเตนเลสอย่างแรงเสียงโลหะกระทบกันดังก้องไปทั่วห้องดับจิต บาดแก้วหูจนชวนให้เสียวฟัน"เผยจิ่นจือ ดูนี่สิ"ตำรวจสายสืบชี้ไปที่วาล์วออกซิเจนหลักของฉันวาล์วถูกหมุนปิดสนิทแน่น"พวกเราตรวจสอบทางเทคนิคแล้ว มีใครบางคนจงใจปิดวาล์วตัวนี้""บนลูกบิดเปิดปิดวาล์ว เราเก็บรอยนิ้วมือที่สมบูรณ์ออกมาได้หนึ่งชุด"เขาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนกวาดสายตามองไปทางเผยเหมยเหมยผู้กำลังซุกตัวอยู่ตรงมุมห้อง"ผลการเปรียบเทียบรอยนิ้วมือ ตรงกับนิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้ข้างขวาของเผยเหมยเหมยทุกประการ"ในหัวของเผยจิ่นจือราวกับมีระเบิดลูกใหญ่ระเบิดตู้มเขาหันขวับไปทันที จ้องมองเผยเหมยเหมยไม่วางตาร่างกายของเผยเหมยเหมยเริ่มสั่นสะท้านอย่างรุนแรง"ไม่ใช่หนูนะ... พี่คะ พี่ฟังหนูอธิบายก่อน...""หนูก็แค่คิดจะล้อพี่สาวเล่น... หนูไม่รู้ว่ามันจะ...""ยังมีอีก"ตำรวจสายสืบพูดแทรกขึ้นมา"ถังออกซิเจนสำรองฉุกเฉินที่ผู้ตายพกติดตัว ไม่พบในที่เกิดเหตุตอนกู้ภัย""ตามกฎการดำน้ำ ถังสำรองควรยึดติดอยู่ตรงเอวด้านขวาของนักดำน้ำ""แต่ตัวยึดตรงเอวด้านขวาของผู้ตายกลับว่างเปล่า ตัวล็อกไม่มีร่องรอยควา

  • ฉันตายในวันเมษาหน้าโง่   บทที่ 6

    สถานเก็บศพตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของตัวเมืองเผยจิ่นจือขับรถไปถึงที่นั่นได้อย่างไร แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่รู้เขาฝ่าไฟแดงไปสี่รอบ และเกือบชนเข้ากับรถเมล์คันหนึ่งเผยเหมยเหมยนั่งอยู่เบาะหลัง ตลอดทางไม่พูดอะไรสักคำเธอกำลังกัดเล็บห้องเก็บศพใต้ดินของสถานเก็บศพ หนาวเหน็บถึงกระดูกหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ส่งเสียงกระแสไฟฟ้าดังหึ่ง ๆ สาดส่องจนใบหน้าของทุกคนดูซีดขาวเผยจิ่นจือใช้มือยันกำแพงเดินเข้าไปขาของเขาสั่นเทา แต่ละก้าวช่างยากลำบากเหลือเกินกลางโต๊ะวางศพ มีถุงเก็บศพสีดำวางอยู่ใบหนึ่งแพทย์นิติเวชยืนอยู่ด้านข้าง ใบหน้าไร้ความรู้สึก"ญาติผู้เสียชีวิตมาแล้วใช่ไหมครับ?"เผยจิ่นจือพยักหน้าริมฝีปากของเขาไม่มีสีเลือดหลงเหลืออยู่อีกแล้วแพทย์นิติเวชยื่นมือออกไป รูดซิปเปิดถุงเก็บศพออกฉันมองเห็นใบหน้าของตัวเองหลังแช่น้ำทะเลมานานหลายชั่วโมง ใบหน้าก็บวมเป่งจนผิดรูปผิวหนังเต็มไปด้วยรอยแผลที่ถูกหินโสโครกบาด เนื้อบางส่วนถูกปลาแทะกินไปแล้ว เผยให้เห็นกระดูกสีขาวโพลนด้านในริมฝีปากกลายเป็นสีม่วงคล้ำดวงตาลืมขึ้นมาครึ่งหนึ่ง รูม่านตาขยายกว้างสูญเสียการตอบสนองเผยจิ่นจือส่งเสียงร้องในแบบ

  • ฉันตายในวันเมษาหน้าโง่   บทที่ 5

    เผยจิ่นจือค้นหาทุกซอกทุกมุมบนเรือยอชต์ราวคนบ้าทั้งห้องครัว ห้องเครื่อง ห้องเก็บของ แม้กระทั่งใต้ฐานเรือชูชีพก็ถูกเขารื้อค้นกระจุยกระจายไม่มีไม่มีวี่แววของฉันอยู่ที่ไหนเลยเส้นเลือดดำบนหน้าผากของเขาปูดโปนขึ้นมาทีละเส้น หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง"เป็นไปไม่ได้... เป็นไปไม่ได้..."เขาพึมพำประโยคนี้ซ้ำไปซ้ำมา คล้ายกำลังสะกดจิตตัวเองเผยเหมยเหมยยืนพิงกรอบประตูเคบิน สองมือกอดอก สีหน้าเยือกเย็นจนน่ากลัว"พี่คะ ใจเย็นก่อนเถอะ""พี่สาวคงจ่ายเงินจ้างเรือสปีดโบ๊ทที่ขับผ่านมาให้ไปส่งที่ฝั่งก่อนแล้วแน่ ๆ""พี่ลองคิดดูสิ คนแบบนั้นมีเรื่องไหนบ้างที่ทำไม่ได้?""คราวที่แล้วตอนทะเลาะกับพี่ เธอยังแอบเรียกเฮลิคอปเตอร์มารับกลับบ้านเลยไม่ใช่เหรอ?"เผยจิ่นจือชะงักมือที่กำลังรื้อค้นเขายืนอยู่กลางดาดฟ้าเรือ ปล่อยให้หยาดฝนไหลรินลงมาตามใบหน้าเขากำลังคิดเขากำลังพยายามอย่างหนักเพื่อโน้มน้าวใจตัวเองใช่ เผยเนี่ยนก็เป็นคนแบบนั้นแหละเอาแต่ใจ เสแสร้ง และไม่เคยสนผลลัพธ์ที่จะตามมาเธอต้องฉวยโอกาสตอนที่พวกเราไม่ทันระวัง แอบเรียกเรือหนีไปแล้วแน่ ๆเธอก็แค่อยากให้ฉันร้อนใจ อยากให้ฉันเสียใจ แ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status