Share

บทที่ 7

Author: มู่เหลียนชิง
ทั่วทั้งโรงพยาบาลวุ่นวายเพราะฟู่สุยสุย แต่หนิงหนานเสว่กลับรู้สึกสมองว่างเปล่า ราวกับเหลือเพียงแค่เสียงฝีเท้าและเสียงร้องเรียกเท่านั้น เธอไม่เห็นและไม่ได้ยินอะไรเลย

“คุณหนิง คุณไม่เป็นไรใช่ไหมครับ?”

หมอโบกมือไปมาตรงหน้าหนิงหนานเสว่

หนิงหนานเสว่ถึงตื่นจากภวังค์ เมื่อเธอเห็นหมอ ทันใดนั้น ราวกับว่าสติทั้งหมดได้หวนกลับคืนมา “ลูกสาวฉันเป็นยังไงบ้างคะ?”

“ตอนนี้อาการทรงตัวแล้วครับ แต่อาการก็ทรุดลงอย่างรวดเร็ว ตอนนี้อาการแย่มาก ต้องเข้าห้อง ICU ก่อนครับ รอให้สัญญาณชีพคงที่แล้วค่อยพิจารณาว่าจะผ่าตัดได้ไหม”

“คุณหนิง อาการของเด็กคนนี้ตอนนี้ ถ้าผ่าตัด...”

หมอไม่ได้พูดต่อ แต่หนิงหนานเสว่รู้ดีว่าการผ่าตัดไม่มีความหมายมากนัก มันเป็นเพียงการทรมานลูกเปล่า ๆ เท่านั้น

แต่เธอตัดใจไม่ได้ ตัดใจไม่ได้ที่จะปล่อยให้ลูกสาวสุดที่รักจากเธอไปแบบนี้ เธอรับผลลัพธ์แบบนี้ไม่ได้ แม้ว่าจะมีความหวังเพียงริบหรี่ เธอก็ไม่อยากยอมแพ้

“ฉันเข้าใจแล้วค่ะ ขอบคุณค่ะหมอ”

ทันทีที่หันหลังกลับ น้ำตาก็ไหลรินออกมาโดยไม่ทันตั้งตัว หนิงหนานเสว่รีบเอื้อมมือไปเช็ดน้ำตา แต่ยิ่งเช็ดก็ยิ่งไหลมากขึ้นเรื่อย ๆ เธอทรุดตัวลงนั่งคุดคู้กอดตัวเอง ในเวลานี้ เธอเข้าใจจริง ๆ แล้วว่าความสิ้นหวังคืออะไร ความเจ็บปวดที่บาดลึกถึงหัวใจคืออะไร

หนิงหนานเสว่สวมชุดปลอดเชื้อหนาเตอะ นั่งอยู่ข้าง ๆ ลูกสาว ใบหน้าเล็ก ๆ ของสุยสุยซีดเผือด ไร้ชีวิตชีวา แม้ว่าทั่วทั้งตัวจะเต็มไปด้วยสายจากเครื่องมือต่าง ๆ แต่หนิงหนานเสว่ก็ยังสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าชีวิตของสุยสุยกำลังจะจากไป

“สุยสุย แม่ขอโทษนะ แม่ไม่ดีเอง ถ้าแม่ไม่รักเขาจะดีมากแค่ไหน?”

หนิงหนานเสว่เริ่มย้อนคิดถึงอดีต หัวใจเต็มไปด้วยความเสียใจ ถ้าเธอไม่ได้รักฟู่เฉิน สุยสุยจะเกิดมาภายใต้ความคาดหวังของพ่อไหม?

เด็กที่น่ารักขนาดนี้ จะต้องได้รับความรักจากพ่ออย่างดีแน่นอน

เป็นเพราะเธอรักคนผิด ทำให้สุยสุยต้องทนทุกข์ทรมานตลอดหลายปีที่น้อยนิดในโลกใบนี้

หนิงหนานเสว่จับมือเล็ก ๆ ของสุยสุยเบา ๆ รู้สึกว่าเด็กคนนี้อาจจะจากไปได้ทุกเมื่อ หัวใจของเธอปั่นป่วนอย่างรุนแรง เจ็บปวดจนไม่อยากมีชีวิตอยู่

และในขณะนั้นเอง โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าก็สั่นขึ้น เธอเหลือบมองแล้วลุกขึ้นเดินออกจากห้อง ICU อย่างอาลัยอาวรณ์

เมื่อเห็นผู้ชายที่สวมชุดสูทและรองเท้าหนังที่อยู่ตรงหน้า สีหน้าของหนิงหนานเสว่ก็หมองหม่นเล็กน้อย เธอรู้จักคน ๆ นี้ เขาเป็นทนายความที่เก่งที่สุดของบริษัทของฟู่เฉิน

“ทนายฟาง มีอะไรหรือเปล่าคะ?”

หนิงหนานเสว่พยายามทำให้เสียงของเธอไม่ดูสิ้นหวังมากนัก

“ท่านประธานฟู่ให้ผมมาคุยเรื่องเงื่อนไขการหย่าครับ ข้อตกลงไร้สาระที่คุณเคยเสนอไปนั้นไม่ถูกกฎหมาย จึงใช้ไม่ได้ ถึงเวลาที่จะยกเลิกมันแล้วครับ”

ทนายฟางทำหน้าที่ของเขาอย่างเต็มที่ หยิบข้อตกลงการหย่าที่เขาเตรียมไว้แล้วออกมาทันที

“ท่านประธานฟู่หมายความว่า เงื่อนไขการหย่ายังสามารถพูดคุยกันต่อได้ เพียงหวังว่าคุณหนิงจะไม่ดื้อดึงไม่ยอมรับผิด”

ดื้อดึงไม่ยอมรับผิด?

เมื่อหนิงหนานเสว่ได้ยินคำนั้นก็หัวเราะออกมาทันที ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ก็เพราะเธอดื้อดึงไม่ยอมรับผิดไม่ใช่เหรอ?

เพราะถ้าไม่ดื้อดึงถึงเพียงนี้ เรื่องก็คงไม่กลายเป็นแบบนี้ การที่ตกหลุมรักฟู่เฉิน บางทีอาจจะเป็นความผิดพลาดตั้งแต่แรก เป็นหายนะตั้งแต่แรก

“กลับไปบอกเขาว่า นอกจากเรื่องนี้ ฉันไม่ต้องการอะไรทั้งนั้น”

“ถ้าเขาทำไม่ได้ เราก็จะยืดเวลาออกไปเรื่อย ๆ ฉันไม่มีทางเห็นด้วยเด็ดขาด”

หนิงหนานเสว่เก็บอารมณ์ทั้งหมดไว้ มองทนายความคนนั้นอย่างเย็นชา ด้วยท่าทางมุ่งมั่นมาก

“คุณหนิง การทำแบบนี้ไม่มีความหมายอะไรเลยนะครับ จากมุมมองคนที่เป็นมืออาชีพมาก เงื่อนไขการหย่าที่ท่านประธานฟู่ให้คุณนั้นถือว่าดีมากแล้ว การแต่งงานที่ไม่มีความรักไม่มีความหมายเลยครับ”

ทนายฟางขมวดคิ้ว พยายามเตือนด้วยความหวังดี

ถูกต้อง ในสายตาของทุกคน หนิงหนานเสว่ควรรับผลกรรมที่ตัวเองก่อขึ้นเอง ฟู่เฉินไม่รักเธอ ดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่ทุกคนรู้ดี

แต่ตอนนี้เธอไม่สนใจแล้วว่าฟู่เฉินจะรักเธอหรือไม่ เธอแค่อยากให้ฟู่เฉินมอบความรักของพ่อให้สุยสุยสักเล็กน้อย ในช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต แม้จะเป็นการแสดงเธอก็ยอม

แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้ คำขอเพียงเล็กน้อยนี้อาจจะไม่ได้รับการตอบสนองเลย

“ท่าทีของฉันชัดเจนแล้ว”

“ขอโทษค่ะ ฉันยุ่งอยู่ ขอตัวก่อนค่ะ”

หนิงหนานเสว่ทิ้งคำพูดเหล่านี้ไว้แล้วหันหลังกลับเข้าไปในห้อง ICU

ตอนนี้สุยสุยกำลังต่อสู้กับความเป็นความตาย แต่พ่อของเธอกลับอยากหย่าให้เร็วที่สุดเพื่ออิสรภาพ ในใจของเขามีเพียงสวีจือหรูเท่านั้น เธอและลูกรวมกันยังเทียบกับสวีจือหรูของเขาไม่ได้

การรับรู้เช่นนี้ยิ่งทำให้หนิงหนานเสว่เจ็บปวดราวกับถูกมีดกรีด เธอเฝ้ามองลูกของเธอ น้ำตาไหลรินเป็นหยด ๆ

อีกด้าน ทนายฟางรีบรายงานสถานการณ์จริงให้ฟู่เฉินทราบทันที

“รู้อยู่แล้วว่าเธอจะไม่อยู่นิ่ง ๆ หรอก”

ฟู่เฉินหัวเราะเยาะ สายตาที่เต็มไปด้วยความรังเกียจไม่อาจเก็บซ่อนได้

ในขณะนั้นเอง เลขาจางก็เดินเข้ามา “ท่านประธานฟู่ หนิงไห่เทาปรากฏตัวอีกแล้วครับ สงสัยจะมาขอเงินจากคุณหนิงอีก”

“เงิน? ฝันไปเถอะ!”

“รีบสั่งระงับบัตรธนาคารทั้งหมดของหนิงหนานเสว่ทันที ฉันอยากจะดูว่าเธอไม่มีเงินแล้วจะมาวุ่นวายกับฉันยังไง”

สีหน้าของฟู่เฉินเป็นปกติ ผ่อนคลายราวกับกำลังสั่งอาหารเย็นอย่างไงอย่างงั้น

ยังไงซะเธอก็เป็นแค่ผู้หญิงที่หยิ่งทรนงคนหนึ่ง เมื่อไม่มีเงินอยู่ในมือแล้วก็จะยอมหย่าเอง

ฟู่เฉินไม่มีความเห็นอกเห็นใจผู้หญิงแบบนี้เลยแม้แต่น้อย

อีกด้าน อาการของสุยสุยยังไม่คงที่ หมอหมายความว่าถ้าไม่ผ่าตัด คงจะอยู่ไม่พ้นคืนนี้

“เราผ่าตัดค่ะ!”

หนิงหนานเสว่ตัดสินใจแทบจะทันที แม้ว่าเธอจะไม่รู้ว่าผ่าตัดแล้วสุยสุยจะอยู่ได้นานแค่ไหน แต่ในฐานะแม่ เธอทนเห็นลูกสาวของเธอตายไม่ได้จริง ๆ!

แต่เมื่อรูดบัตร หนิงหนานเสว่ก็พบว่าบัตรธนาคารทั้งหมดของเธอถูกระงับ เงินไม่พอสำหรับค่าผ่าตัดเลย เธอเหลือเงินสดในกระเป๋าเพียงหนึ่งแสนบาทเท่านั้น ซึ่งเธอเก็บไว้ใช้ในยามจำเป็น

แต่ไม่คิดว่าจะต้องใช้ในเวลานี้

เธอรู้ดีว่านี่คือการแสดงออกถึงความไม่พอใจของฟู่เฉิน เพื่อลงโทษที่เธอไม่ยอมหย่า แต่ตอนนี้สุยสุยกำลังนอนรอเงินช่วยชีวิตอยู่บนเตียงผ่าตัด เธอไม่มีเวลามาสนใจอะไรมาก จึงโทรหาฟู่เฉินทันที เธอต้องช่วยลูกให้ได้

อีกด้าน พลุสว่างไสวไปทั่วท้องฟ้า งดงามอย่างหาที่เปรียบไม่ได้

ฟู่เฉินกอดสวีจือหรู แววตาและสีหน้าเต็มไปด้วยความอ่อนโยนและอ่อนหวาน

“อาเฉิน พลุสวยมากเลย ขอบคุณนะ ฉันชอบมาก”

สวีจือหรูซบอกเขาอย่างมีความสุข เผยให้เห็นใบหน้าด้านข้างที่งดงาม รอยยิ้มแห่งความสุขเปล่งประกายท่ามกลางแสงพลุ งดงามอย่างมาก ราวกับเกสรดอกไม้

“สุขสันต์วันครบรอบนะ”

ฟู่เฉินจูบหน้าผากของเธออย่างอ่อนโยน ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความอ่อนโยนและความรักที่ไม่อาจละลายได้

โทรศัพท์สั่นสะเทือน ฟู่เฉินเหลือบมองชื่อผู้โทรเข้าแล้วกดวางสายด้วยสายตารังเกียจ สุดท้ายก็ปิดเครื่อง

“ขออภัย หมายเลขที่คุณเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้”

เสียงที่ทำให้คนสิ้นหวังดังมาจากปลายสาย

หนิงหนานเสว่นั่งร้องไห้น้ำตาไหลเป็นทางอยู่ข้างเตียงของสุยสุย มองดูเลือดที่ลูกสาวของเธอกระอักออกมาครั้งแล้วครั้งเล่า แต่เธอกลับทำอะไรไม่ได้เลย

“คุณแม่... ไม่ร้องไห้นะคะ”

“คุณแม่... เราไม่ต้องการคุณพ่อแล้ว คุณแม่ต้องมีความสุขนะคะ”

มือเล็ก ๆ ของฟู่สุยสุยออกแรงดึงหน้ากากออกซิเจนออก อยากจะพูดกับแม่เป็นครั้งสุดท้าย แต่โชคร้ายที่เมื่อมือเล็ก ๆ ยื่นออกไปกลางอากาศ ทันใดนั้นมันก็ตกลงมาอย่างไร้เรี่ยวแรง เครื่องมือทุกชิ้นต่างส่งเสียงกระหึ่มขึ้นมาในทันที
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ฉันถือเถ้ากระดูกบุกไปอาละวาดงานวันเกิดรักแรกของผู้ชายเลว   บทที่ 420

    ภายนอกของเธอให้อภัยฟู่เฉินแล้ว ทว่าในใจกลับเต็มไปด้วยความขุ่นเคืองที่มีต่อฟู่เฉิน เธอเกลียดที่ฟู่เฉินสงสัย เกลียดฟู่เฉินที่ไร้น้ำใจอาการป่วยของแม่ฟู่แย่ลงอีกครั้ง เธอโวยวายอยากเจอฟู่เฉินทั้งวัน ฟู่เฉินจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการดูแลแม่มากขึ้นมีเพียงแกล้งป่วยเท่านั้น ถึงจะสามารถล็อกบุตรชายของตนเองเอาไว้ข้างกายได้ และอยู่ห่างจากนังจิ้งจอกหนิงหนานเสว่วันหนึ่งฟู่เฉินมองเห็นหนิงหนานเสว่อยู่ที่โรงพยาบาล เขามองเห็นใบหน้าที่เย็นชาของหนิงหนานเสว่ ในใจเต็มไปด้วยความโกรธและไม่ยินยอม “หนิงหนานเสว่ เธอมาทำอะไรที่นี่? เธอมาดูเรื่องตลกของฉันเหรอไง?” ฟู่เฉินแผดเสียง เสียงของเขาเต็มไปด้วยความเกลียดชัง หนิงหนานเสว่มองฟู่เฉินด้วยสายตาเย็นชา เธอไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่ยิ้มจาง ๆ เท่านั้น“หนิงหนานเสว่ เธอมันผู้หญิงร้ายกาจ เธอทำลายครอบครัวของฉันจนพัง เธอต้องไม่ตายดีแน่!” ฟู่เฉินแผดเสียงต่อไป เสียงของเขาเต็มไปด้วยความแค้นเคืองหนิงหนานเสว่ยังคงไม่พูดอะไร เธอเพียงแค่มองฟู่เฉินอย่างเย็นชา ราวกับว่ากำลังมองตัวตลกที่น่าชิงชังเท่านั้น“ฟู่เฉิน คุณคิดว่าตอนนี้คุณน่าสงสารมากหรือเปล่า? ทุกสิ่งทุกอย่างที่

  • ฉันถือเถ้ากระดูกบุกไปอาละวาดงานวันเกิดรักแรกของผู้ชายเลว   บทที่ 419

    ฟู่เฉินมองสวีจือหรู แววตาซับซ้อน เขาไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่หยิบแก้วน้ำที่อยู่บนโต๊ะขึ้นมาเท่านั้น แล้วดื่มเข้าไปอึกใหญ่ตอนนี้สภาพจิตใจของเขาย่ำแย่มาก เขาต้องการระบายอารมณ์ แต่เขากลับไม่คิดที่จะแสดงความอ่อนแอของตนเองต่อหน้าสวีจือหรู“อาเฉิน คุณอย่าเป็นแบบนี้เลยนะคะ มีเรื่องอะไรก็พูดกับฉัน ฉันจะช่วยคุณคิดหาวิธีด้วยกัน” สวีจือหรูเดินไปที่ข้างกายของฟู่เฉิน แล้วโอบกอดเขาอย่างแผ่วเบา น้ำเสียงของเธออ่อนโยน ราวกับสามารถเยียวยาความเจ็บปวดทั้งหมดของขาได้“จือหรู คุณว่า คนที่อยู่ข้างกายของผม จริงใจกับผมทุกคนหรือเปล่า?” อยู่ ๆ ฟู่เฉินก็เอ่ยปาก น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำ แฝงไปด้วยความสงสัยที่อยากจะสังเกตร่างกายของจือหรูชะงักเล็กน้อย ทว่าไม่นานเธอก็ฟื้นคืนความสงบอย่างรวดเร็ว เธอเงยหน้าขึ้น มองไปที่ฟู่เฉิน แววตาจริงใจ “อาเฉิน คุณกำลังพูดอะไรอยู่คะ? แน่นอนว่าต้องจริงใจต่อคุณอยู่แล้ว คุณเป็นถึงประธานของฟู่ซื่อกรุ๊ป ใครจะกล้าไม่จริงใจกับคุณล่ะ?”ฟู่เฉินไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่กอดสวีจือหรูเอาไว้แน่นเท่านั้น เขาต้องการการปลอบโยนของเธอ ต้องการการสนับสนุนของเธอ ทว่าความกังขาภายในใจของเขากลับไม่สามารถขจัดออกไ

  • ฉันถือเถ้ากระดูกบุกไปอาละวาดงานวันเกิดรักแรกของผู้ชายเลว   บทที่ 418

    เขานัดพบกับหนิงหนานเสว่ที่ร้านอาหารหรูหราแห่งหนึ่ง เขานั่งอยู่ตรงนั้น มองหนิงหนานเสว่ค่อย ๆ เดินเข้ามา ในใจเต็มไปด้วยความขุ่นเคืองและไม่ยินยอมหนิงหนานเสว่สวมชุดราตรีสีแดง แลดูสง่างามและสูงส่ง ใบหน้าของเธอประดับไปด้วยรอยยิ้มจาง ๆ ราวกับว่าทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ภายใต้การควบคุมของเธอ“ประธานฟู่ ไม่เจอกันนานนะคะ” หนิงหนานเสว่นั่งลงตรงข้ามกับฟู่เฉิน น้ำเสียงแฝงไปด้วยความประชดประชัน “ดูท่าช่วงนี้ประธานฟู่จะไม่ค่อยสบายเท่าไรนะคะ”“หนิงหนานเสว่ เธออย่าได้ใจเกินไปนัก!” น้ำเสียงของฟู่เฉินแฝงไปด้วยความขุ่นเคือง “เธอคิดว่าชนะแล้วงั้นเหรอ? ฉันจะบอกเธอให้นะ ฉันจะไม่ให้เธอทำสำเร็จอย่างแน่นอน!”“ประธานฟู่ ฉันไม่ได้พูดเลยนะคะว่าฉันชนะ ฉันแค่บอกว่ากำลังทำการค้าเท่านั้นเอง” น้ำเสียงของหนิงหนานเสว่แฝงไปด้วยความขี้เล่น “แต่ท่าทางย่ำแย่ของประธานฟู่ในตอนนี้ ทำให้คนอื่นรู้สึกสงสารจริง ๆ”“เธอ...” ฟู่เฉินถูกคำพูดของหนิงหนานเสว่ทำให้โมโหจนพูดไม่ออก เขากำหมัดแน่น แทบอยากจะฉีกหนิงหนานเสว่ออกเป็นชิ้น ๆ“ประธานฟู่ คุณอย่าโกรธสิคะ ฉันเพียงแค่ล้อเล่นเท่านั้นเอง” หนิงหนานเสว่พูดด้วยรอยยิ้ม แววตาของเธอเต็มไปด้วยการ

  • ฉันถือเถ้ากระดูกบุกไปอาละวาดงานวันเกิดรักแรกของผู้ชายเลว   บทที่ 417

    อีกด้านหนึ่ง สวีจ้าวเริ่มเร่งรัดสวีจือหรูให้รีบควบคุมฟู่เฉินเอาไว้ให้อยู่หมัด เพื่อที่จะได้ยึดกุมทรัพย์สินของฟู่ซื่อกรุ๊ปได้อย่างสะดวก ภายนอกเธอรับปากสวีจ้าว แต่ในใจกลับมีแผนของตนเองสิ่งที่เธอต้องการไม่ใช่แค่เพียงทรัพย์สินของฟู่ซื่อกรุ๊ป เธอยังต้องการฟู่เฉินด้วย เธอต้องการให้ฟู่เฉินไปจากเธอไม่ได้ราคาหุ้นของฟู่ซื่อกรุ๊ปราวกับว่าวที่สายขาด ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง บรรยากาศภายในห้องทำงานอึดอัดจนทำให้หายใจไม่ออกฟู่เฉินจ้องมองดูตัวเลขที่น่าสะเทือนใจบนหน้าจอคอมพิวเตอร์อย่างไม่ละสายตา คิ้วขมวดมุ่น ขมับเต้นตุบ ๆ เขารู้สึกไร้พลังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน อาณาจักรธุรกิจที่เคยภาคภูมิใจ ตอนนี้กลับสั่นคลอนจนเกือบจะล้ม ราวกับสามารถพังทลายได้ตลอดเวลา ฟู่เฉินกุมมือของสวีจือหรูเอาไว้แน่น รู้สึกถึงความอบอุ่นของฝ่ามือเธอ เขาสูดหายใจลึก พยายามทำให้ตนเองสงบลง “จือหรู ผมรู้ว่าคุณสนับสนุนผมมาตลอด ผมรู้สึกขอบคุณคุณมากจริง ๆ ”สวีจือหรูอิงแอบอยู่ในวงแขนของฟู่เฉิน รอยยิ้มอย่างมีความสุขปรากฏอยู่บนใบหน้า เธอพูดอย่างแผ่วเบาที่ข้างหูของฟู่เฉิน “อาเฉิน คุณเป็นคนที่ฉันรักที่สุดตลอดไป ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ฉันก็จ

  • ฉันถือเถ้ากระดูกบุกไปอาละวาดงานวันเกิดรักแรกของผู้ชายเลว   บทที่ 416

    “เสี่ยวหลี่ ตรวจสอบช่องโหว่ทางการเงินของฟู่ซื่อกรุ๊ปอย่างชัดเจน และตอนนี้พวกเขาก็หมดสภาพเรียบร้อยแล้ว”หนิงหนานเสว่กำลังนั่งอยู่ในห้องทำงาน พลางมองไปยังรายงานที่อยู่ในมือ ใบหน้าปรากฏรอยยิ้มที่มั่นใจในตนเอง“หนิงหนานเสว่ เธอคิดจะทำยังไง?” ซ่งซือหลี่นั่งอยู่ตรงข้ามกับหนิงหนานเสว่ หมุนปากกาในมือไปพลาง ถามเธอไปพลาง“ฉันต้องการให้ฟู่เฉินได้ลิ้มรสชาติของความสิ้นหวัง” หนิงหนานเสว่กล่าวอย่างเย็นชา สายตาของเธอฉายแววเย็นเยียบ“ดูเหมือนว่าครั้งนี้เธอคิดจะเอาจริงแล้วสินะ” ซ่งซือหลี่กล่าวด้วยรอยยิ้ม “งั้นฉันจะตั้งหน้าตั้งตารอแล้วกัน”ในงานเลี้ยงการกุศล หนิงหนานเสว่ได้พบกับฟู่เฉินอีกครั้งเธอสวมชุดราตรีสีแดง แลดูสง่างามและสูงส่ง เมื่อเทียบกับฟู่เฉินที่อยู่ในชุดสูทรองเท้าหนังทว่าท่าทางเหนื่อยล้ากลับแตกต่างอย่างสิ้นเชิง“ประธานฟู่ ไม่เจอกันนานนะคะ” หนิงหนานเสว่เดินเข้ามาหา ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มจาง ๆ นำเสียงสงบ ฟู่เฉินมองดูรอยยิ้มที่เชื่อมั่นในตนเองของหนิงหนานเสว่ รู้สึกไม่พอใจอยู่บ้าง เขากล่าวอย่างเย็นชาว่า “ประธานหนิง ดูเหมือนว่าช่วงนี้เธอจะสุขสบายดีสินะ”“ต้องขอบคุณประธานฟู่ ฉันสุขสบายดี

  • ฉันถือเถ้ากระดูกบุกไปอาละวาดงานวันเกิดรักแรกของผู้ชายเลว   บทที่ 415

    หนิงหนานเสว่กลับมาถึงบ้าน เจียงเหยียนเชินเตรียมอาหารเย็นมากมายไว้ให้เธอเรียบร้อยแล้วทั้งสองคนอยู่ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่น หารือแผนการในขั้นต่อไปการยื่นขอสินเชื่อธนาคารของฟู่ซื่อกรุ๊ปถูกปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย เหตุผลก็คือสถานการณ์ทางการเงินของฟู่ซื่อกรุ๊ปน่าเป็นห่วง มีความเสี่ยงสูงเกินไปภายในห้องทำงานท่านประธาน ฟู่เฉินโยนเอกสารลงบนโต๊ะอย่างหงุดหงิด เกิดเสียงทึบออกมาเขานวดหว่างคิ้ว พยายามคลายความเหนื่อยล้าหลายวันมานี้ แต่กลับพบว่าทุกอย่างไร้ประโยชน์สวีจือหรูยกนมร้อนเดินเข้ามา แธอสวมชุดนอนสีชมพูอ่อน ดูอ่อนโยนและเป็นกันเอง“อาเฉิน อย่าเหนื่อยเกินไปเลยค่ะ ดื่มนมแล้วพักผ่อนสักหน่อยเถอะ” เสียงของเธออ่อนโยน แฝงไปด้วยความเจ็บปวดใจฟู่เฉินรับนมมา แล้วดื่มไปอึกหนึ่ง ความอุ่นของนมเหมือนจะคลายความหงุดหงิดภายในใจของเขาได้เล็กน้อย“จือหรู ตอนนี้สถานการณ์ของบริษัทย่ำแย่มาก ผมไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงดี” เขาถอนหายใจ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความไร้กำลังสวีจือหรูเดินไปที่ด้านหลังของฟู่เฉิน แล้วนวดไหล่ให้เขาอย่างแผ่วเบา การเคลื่อนไหวของเธอนุ่มนวลและเอาใจใส่“อาเฉิน ไม่ต้องห่วงนะคะ ทุกอย่างจะต้องดีขึ้

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status