Share

ตอนที่9 คัพเค้ก

             เช้าวันรุ่งขึ้น หลังจากการประชุมครอบครัวฉบับจิ๋วเมื่อวานเรียบร้อย เชฟใหญ่ปลากริมก็เริ่มต้นปฏิบัติการทันที แผนการของเธอคือการใช้ กล้วยที่เป็นทรัพยากรหลักที่ได้มาฟรี ๆ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดอีกวันหนึ่ง และในวันนี้เธอตั้งใจจะสร้างสรรค์เมนูใหม่เพื่อดึงดูดลูกค้าให้เข้าถึงได้ทุกกลุ่ม

            "เอาละ...แผนขนมหวานของเราวันนี้นะจ๊ะ" ปลากริมประกาศเสียงใส ขณะที่ทุกคนในครอบครัวล้อมวงกันอยู่หน้าเครือกล้วยน้ำว้าขนาดใหญ่ซึ่งปั้นขลิบก็ได้แต่ทำตาปริบ ๆ พลางกินกล้วยสุกในมือเคี้ยวจนแก้มตุ่ย

            "อย่างแรกเลย...เราจะทำกล้วยบวชชี เนื่องจากเมื่อวานนี้ลูกค้าบ่นว่ามีน้อยเกินไป แต่วันนี้หนูจะทำให้มันแตกต่างจากเมื่อวานเล็กน้อยจ้ะ" การเริ่มต้นของเธอทำให้พ่อกับแม่รู้สึกสนใจเป็นอย่างมาก

            "นอกจากที่เราจะใช้พิมพ์วิเศษของคุณยายกดเป็นรูปดอกไม้สวย ๆ แล้ว เคล็ดลับที่จะทำให้หอมอร่อยกว่าเจ้าอื่น คือตอนที่เราเคี่ยวกะทิให้เราเอาใบเตยสด ๆ มัดเป็นปมใส่ลงไปด้วย พอน้ำกะทิหอมได้ที่ ก่อนจะยกลงให้เราหยอดหัวกะทิข้น ๆ ที่ผสมเกลือเล็กน้อยตามลงไปอีกนิดหน่อย ซึ่งจะทำให้รสชาติของน้ำกะทิจะกลมกล่อม ไม่หวานเลี่ยน"

            บัวฟังอย่างตั้งใจระคนทึ่งในเคล็ดลับเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เธอไม่เคยรู้มาก่อน

            โดยที่เสียงใส ๆ ของปลากริมยังคงดังอย่างต่อเนื่อง "ต่อไป...กล้วยที่สุกงอมมาก ๆ แบบนี้ เราจะเอามาทำ" ทุกคนในบ้านเงียบเสียงลงตั้งใจฟังว่าแม่ครัวใหญ่ที่เรียกตัวเองว่าเชฟ ประจำบ้านจะเสนอรายการอะไรต่อ

            พ่อกับแม่ต่างคาดว่าคงจะเป็นขนมกล้วยแบบที่เคยทำ แต่ปลากริมกลับยกยิ้มมุมปากขึ้นสูง

            "เราจะทำคัพเค้กกล้วยหอมนึ่งหน้าคาราเมลมะพร้าวอ่อนกันจ้ะ"

            "คัพ...เค้ก...?" สองสามีภรรยามองหน้ากันอย่างงุนงง  คำที่ไม่คุ้นหูนี้ทำให้พวกเขาตามไม่ทัน

            คล้ายเด็กหญิงตัวน้อยจะเข้าใจ เจ้าตัวจึงได้อธิบายลักษณะขนมออกมาอย่างคร่าว ๆ "มันก็คล้าย ๆ ขนมกล้วยของเรานี่แหละจ้ะแม่ แต่เป็นสูตรที่คุณยายกระถินท่านดัดแปลงมา อีกที ท่านบอกว่ามันเป็นขนมของพวกฝรั่งมักกินกัน แต่ว่าเราจะทำให้เนื้อขนมเบาฟูเหมือนปุยเมฆเลย แล้วก็ทำเป็นถ้วยเล็ก ๆ น่ารัก ๆ กินง่าย ไม่ต้องห่อใบตองจ้ะ" ว่าแล้วเด็กหญิงก็ใช้ไม้ตายเดิม "ซึ่งคุณยายก็ให้ของวิเศษมาช่วยเราทำด้วยนะจ๊ะ"

            หลังกล่าวจบเจ้าตัวน้อยก็หลับตาลงคล้ายอธิษฐานท่ามกลางความว่างเปล่า ก่อนที่จะมีของสามอย่างออกมาจากมิติส่วนตัวของเธอวางลงบนแคร่ไม้ไผ่

            ซึ่งของเหล่านี้ประกอบไปด้วย ผมฟูหรือเบคกิ้งโซดา ถ้วยกระดาษสำหรับอบขนมลวดลายน่ารัก และอย่างที่สามคือ ถาดหลุมโลหะหรือถาดมัฟฟินนั่นเอง

            สิงห์กับบัวมองอุปกรณ์แปลกตาเหล่านั้นด้วยความทึ่งอีกเป็นครั้งที่สองระคนตกใจเล็กน้อย เพราะไม่คิดว่าแม่หรือแม่ยายตามความเข้าใจของคนทั้งคู่จะมีของวิเศษมอบให้ลูกสาวมากถึงเพียงนี้

            ไม่ต้องรอให้พ่อกับแม่ถาม ปลากริมก็เริ่มอธิบายสิ่งของเหล่านี้ทันที "สิ่งที่เป็นผง ๆ นี้ จะทำให้ขนมเราฟูขึ้นสิบเท่าเลยนะจ๊ะแม่ ส่วนกระดาษกับถาดนี่จะทำให้ขนมของเราออกมาเป็นถ้วยกลม ๆ สวยงามเท่ากันทุกชิ้นจ้ะ"

            หลังจากพ่อกับแม่เข้าใจในสิ่งที่ลูกสาวสื่อเรียบร้อย  พวกเขาทั้งสามก็เริ่มปฏิบัติการทำคัพเค้กฉบับพระนครยุค 2500 อย่างไม่รอช้า ซึ่งส่วนผสมหลักยังคงเป็นกล้วยสุกงอม แป้งข้าวเจ้า กะทิ และน้ำตาลปี๊บ แต่ครั้งนี้ปลากริมได้ร่อนผงฟูวิเศษของเธอผสมลงไปในตัวแป้งด้วย จึงทำให้เนื้อแป้งที่ผสมเสร็จแล้วดูเบาและเนียนกว่าที่เคย

            เธอสอนแม่ให้นำถ้วยกระดาษวางลงในหลุมของถาดมัฟฟิน แล้วตักส่วนผสมหยอดลงไปจนเกือบเต็ม ก่อนจะยกทั้งถาดไปวางในซึ้งนึ่งขนาดใหญ่บนเตาถ่านที่พ่อติดไฟรอ       

            และระหว่างที่รอเค้กสุกปลากริมก็ไม่ปล่อยให้ครัวว่าง เธอตั้งกระทะอีกใบเคี่ยวน้ำตาลปี๊บกับหัวกะทิข้น ๆ จนกลายเป็นซอสคาราเมลสีน้ำตาลทองหอมกรุ่น แล้วจึงใส่เนื้อมะพร้าวอ่อนที่ขูดเป็นเส้นลงไปเคี่ยวต่อ จนได้เป็นซอสคาราเมลมะพร้าวอ่อนที่ดูน่ากินเป็นที่สุด

            "พี่จ๋า หอม" เสียงเล็กใสของปั้นขลิบดังขึ้นพร้อมกับการสูดจมูกเอากลิ่นเหล่านี้เข้าไป

            "อดทนอีกนิดนะ เสร็จเมื่อไหร่พี่จะให้น้องกิน" ปลากริมบอกพลางส่งยิ้มกว้างให้น้องชายที่กำลังพยักหน้ารับอย่างเชื่อฟัง

            เวลาผ่านไปไม่นานนัก ในที่สุดคัพเค้กก็สุกได้ที่และถูกนำออกจากซึ้ง ผลลัพธ์ที่ได้นั้นก็ทำให้ผู้ให้กำเนิดทั้งสองคนถึงกับตะลึง เนื้อขนมขึ้นฟูมาเต็มถ้วยกระดาษอย่างสวยงาม เมื่อลองชิมดู ตัวเนื้อขนมก็เบา นุ่มฟู และหอมกลิ่นกล้วยอย่างน่าอัศจรรย์ แตกต่างจากเนื้อขนมกล้วยแบบเดิม ๆ อย่างสิ้นเชิง

            แค่นั้นยังไม่พอ ปลากริมยังได้บรรจงตักซอสคาราเมล มะพร้าวอ่อนที่ยังอุ่น ๆ ราดลงบนหน้าคัพเค้กแต่ละชิ้นอย่างตั้งใจ ซึ่งทันทีที่ซอสคาราเมลมะพร้าวอ่อนราดลงบนตัวคัพเค้ก กลิ่นหอมหวานก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นไปอีก มันไม่ใช่แค่กลิ่นใดกลิ่นหนึ่ง แต่เป็นความหอมที่ซับซ้อนและชวนให้ลิ้มลอง

            ที่มีทั้งกลิ่นหอมนวลของเนื้อกล้วยที่นึ่งจนสุกได้ที่ กลิ่นหวานไหม้นิดหน่อยอันเป็นเอกลักษณ์ของน้ำตาลปี๊บที่เคี่ยวจนเป็นคาราเมล ตัดด้วยกลิ่นหอมมันของหัวกะทิและเนื้อมะพร้าวอ่อน ทั้งหมดผสมผสานกันจนกลายเป็นกลิ่นหอมอันทรงพลังสามารถเรียกน้ำย่อยของใครก็ตามที่ได้กลิ่นเลยทีเดียว

            "พี่จ๋า...หอมจังเลย" ปั้นขลิบตัวน้อยที่ยืนเกาะขาพี่สาวอยู่อดไม่ได้ที่จะกล่าวออกมาอีกครั้ง ดวงตากลมโตของเขาจ้องมองขนมตรงหน้าไม่วางตา

            "หนูอยากกิน...ได้ไหมจ๊ะ" เด็กชายถามขึ้นอย่างคาดหวัง

            "ได้สิจ๊ะ" ปลากริมบอกน้องชายพลางส่งขนมให้อย่างระมัดระวังเพราะกลัวว่ามันจะยังร้อน

            และในเวลาเดียวกันนั้น ยังไม่ทันที่เด็กหญิงจะได้แบ่งขนมเพื่อนำไปไหว้สหายต่างภพตามที่ตั้งใจไว้ กลิ่นหอมเย็นอันเป็นเอกลักษณ์ของดอกกล้วยก็พลันลอยแทรกเข้ามาตามลมอย่างรวดเร็ว

            แม่นางตานีส่งกลิ่นมาก่อนตัวตามที่เคยรับปากกับเด็กน้อยเอาไว้ ก่อนร่างโปร่งแสงในชุดสีเขียวตองจะมาปรากฏกายให้เด็กหญิงเห็นข้างแคร่ไม้ไผ่ที่วางขนมแปลกตา

          หนูน้อย...นี่คือขนมอันใดกัน? ข้ามิเคยเห็นมาก่อน แต่กลิ่นของมันช่างหอมหวานยั่วยวนใจข้ายิ่ง น้ำเสียงของนางตานีเต็มไปด้วยความตื่นเต้นอย่างไม่อำพราง

          ใจร้อนเสียจริงนะพี่สาว...แค่ได้กลิ่นก็ถึงกับต้องมาดูให้เห็นกับตาเลยเหรอ สิ่งนี้เรียกว่าคัพเค้กกล้วยหอมนึ่งจ้ะ เป็นขนมสูตรใหม่ของหนูเอง ปลากริมตอบพลางฉีกยิ้มกว้างที่ดูเหมือนว่าขนมของเธอจะตกผีสาวได้อีกครั้ง

          เช่นนั้นรึ นี่มันช่างยอดเยี่ยมมากเลย นางตานีกล่าวชมก่อนจะพูดต่อคล้ายกับตื่นเต้น

          เจ้ารู้หรือไม่เด็กน้อย กลิ่นหอมของขนมชนิดนี้ได้ลอยไปไกลถึงตลาดทีเดียว จนพี่สาวนางกวักของข้ายังฝากความมาบอกเลยว่า...นางได้กลิ่นขนมชนิดนี้แล้ว และนางก็อยากจะชิมด้วย ก่อนจะบอกข้ามาเพิ่มเติมอีกนะว่าถ้าอร่อยถูกใจจริงดังกลิ่นแล้วล่ะก็...เที่ยวนี้จะช่วยกวักเรียกลูกค้าให้มากกว่าเดิมถึงสิบเท่าเลยนะ!

            ข้อเสนอที่มาพร้อมการการันตียอดขายแบบพุ่งทะยานทำให้ปลากริมตาโต (สิบเท่าเลยอย่างนั้นเหรอ แม้จะดูกดดันไปสักหน่อย แต่ก็ดี...จะได้รู้กันไปเลยว่าขนมของปลากริมไม่มีทางผิดหวังในรสชาติ) เด็กหญิงครุ่นคิดก่อนจะหันไปพูดกับแม่ที่กำลังมองเธออย่างสงสัย

            "แม่จ๋า เดี๋ยวหนูขอจัดชุดขนมไปไหว้คุณยายกับเพื่อนท่านก่อนนะจ๊ะ...ดูเหมือนว่าท่านจะได้กลิ่นขนมใหม่ของเราแล้ว ท่านจึงส่งกลิ่นดอกกล้วยมาทวงจ้ะ"

            บัวยิ้มให้คำพูดของลูกสาวตัวน้อยที่หล่อนคิดว่าเด็กหญิงน่าจะอุปโลกน์ไปเอง ก่อนจะหันไปดูลูกชายที่กำลัง ค่อย ๆ กัด  คัพเค้กหอมกรุ่นเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย

            หลังจากปลากริมจัดการไหว้แม่นางตานีเรียบร้อย  เธอกับแม่ก็ออกเดินทางออกจากบ้านโดยมีสิงห์กล่าวอวยพรร่วมกับรอยยิ้มน่ารักน่าเอ็นดูจากปั้นขลิบตัวน้อย

            เมื่อพวกเธอไปถึงตลาดที่ตอนนี้เริ่มมีผู้คนเดินจับจ่ายซื้อของกันบ้างพอสมควร บัวก็เริ่มจัดเตรียมหาบและปูเสื่อที่มุมเดิมของตน

            ขณะเดียวกันนั้นปลากริมก็ได้นำกระทงขนมชุดรวมมิตรกล้วยและคัพเค้กที่เตรียมไว้แยกต่างหากเดินตรงไปยังศาลไม้สีแดงสดของแม่นางกวักทันที

            เด็กหญิงบรรจงวางกระทงขนมลงบนแท่นบูชาอย่างนอบน้อม พนมมือไหว้ท่วมหัวแล้วอธิษฐานในใจ

          แม่นางกวักจ๋า...หนูปลากริมเอาขนมสูตรใหม่มาให้ชิมตามที่พี่สาวได้บอกไปกับพี่สาวตานีแล้วนะจ๊ะ ขอพี่สาวนางกวัก โปรดพิจารณาและชี้แนะด้วยนะจ๊ะ ว่าถูกปากไหม

            หลังกล่าวจบปลากริมก็รออย่างใจจดใจจ่อ...เพราะในครั้งนี้เสียงที่ตอบกลับมาในความคิดของเธอนั้นไม่ได้ให้คำตอบในทันที แต่กลับมาในลักษณะของนักชิมผู้พิถีพิถัน

          หืม...กลิ่นคาราเมลที่เจ้าเรียกนี้ที่เป็นน้ำตาลปี๊บผสมกับความหอมนวลของกล้วยและกะทิ...เป็นสิ่งที่น่าสนใจมาก เสียงที่เฉียบคมและทรงพลังของแม่นางกวักดังขึ้นเป็นการวิจารณ์กลิ่นของขนมเป็นอย่างแรก

            ปลากริมนิ่งรอฟังคำวิจารณ์ต่อไปอย่างตั้งใจ

          เนื้อขนมเองก็...เบาฟูอย่างที่ข้าไม่เคยสัมผัสมาก่อนในขนมกล้วยทั่วไป ไม่กระด้างและก็ไม่แน่นจนเกินไป ถือว่าเจ้าทำได้ดีมากเด็กน้อย ส่วนสิ่งที่เจ้าเอาไปผสมกับมะพร้าวอ่อน...ก็ให้ทั้งความหวานมันและสัมผัสที่หลากหลาย...แต่ว่า... จู่ ๆ เสียงของแม่นางกวักก็หยุดลงทำให้ปลากริมใจหายวาบ

          ข้าว่าครั้งต่อไปเจ้าลองลดความหวานของตัวน้ำราดนี้ลงอีกเล็กน้อยน่าจะดีนะ เพราะว่ามันจะช่วยขับรสชาติของเนื้อขนมกล้วยให้เด่นชัดขึ้นไปอีก

            คำแนะนำที่ดังอยู่ในหัวของเชฟสาว ทำให้ปลากริมรู้สึกทึ่งเป็นอย่างมากเพราะเธอคิดว่านี่คือคำวิจารณ์จากเชฟมืออาชีพชัด ๆ

          ขอบคุณสำหรับคำแนะนำจ้ะพี่สาวนางกวัก เธอตอบกลับในใจอย่างนอบน้อมพลางรู้สึกสงสัยในบางเรื่อง ทว่ายังไม่ทันที่เด็กหญิงจะถามออกไปเสียงของแม่นางกวักพลันดังขึ้นเสียก่อน

          แต่โดยรวมแล้ว...ถือว่าเป็นขนมที่มีทั้งความคิดริเริ่มแปลกใหม่ และรสชาติที่ยอดเยี่ยม...ผ่าน! ข้าพอใจมาก...เตรียมตัวรับมือกับลูกค้าได้เลยแม่หนู วันนี้แผงของเจ้าจะแตกอย่างแน่นอน

            คำประกาศิตสุดท้ายจากเทพแห่งการค้านั้นทำให้ปลากริมยิ้มกว้างออกมาด้วยความดีใจ เธอไหว้ลาแม่นางกวักอีกครั้ง ก่อนจะรีบวิ่งกลับไปหาแม่ที่จัดร้านเสร็จพอดี

            ปลากริมกับแม่รออยู่ไม่นาน และสิ่งที่เกิดขึ้นก็เป็นจริงดังคำกล่าวของแม่นางกวัก แผงขนมเล็ก ๆ ของสองแม่ลูกแทบจะไม่มีเวลาได้หยุดพักหายใจ

            ผู้คนหลั่งไหลเข้ามาอุดหนุนขนมหวานกันอย่างไม่ขาดสาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคัพเค้กกล้วยหอมนึ่งที่เป็นของใหม่ที่ดูน่าตื่นตาตื่นใจ ถูกขายหมดเกลี้ยงก่อนขนมหวานชนิดอื่น

            ซึ่งปลากริมรู้สึกว่าการที่เธอได้เข้ามาอยู่ในนิยายเรื่องนี้ก็ไม่ได้แย่จนเกินไป ทั้งหมดทั้งมวลเป็นเพราะเธอมีเพื่อนต่างภพที่เป็นเป็นทั้งนักชิมและฝ่ายการตลาด รวมถึงฝ่ายจัดหาวัตถุดิบให้อีกด้วยนั่นเอง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ฉันนี่แหละนักเลงขนมหวาน "ฟันน้ำนม" แห่งพระนครยุค 2500   ตอนที่10 เจ้าแม่ต้มแซ่บก็มา

    เมื่อคนทั้งคู่กลับถึงบ้านในตอนบ่ายแก่ ๆ ของวันนั้น สิงห์กับปั้นขลิบที่ทำความสะอาดบ้านจนเอี่ยมอ่องเช่นเดียวกับเมื่อวานก็รีบออกมาต้อนรับทันที "เป็นยังไงบ้างบัว ขายหมดไหม?" สิงห์ถามด้วยความตื่นเต้น บัวไม่ได้ตอบเป็นคำพูด แต่ค่อย ๆ เทเงินทั้งหมดจากย่ามผ้าลงบนแคร่ไม้ไผ่...ไม่ใช่แค่เหรียญสลึงหรือเหรียญบาทเหมือนเมื่อวาน แต่คราวนี้ได้มีธนบัตรใบละยี่สิบบาทที่ยับยู่ยี่ปะปนอยู่ด้วย ทั้งครอบครัวนั่งล้อมวงมองเงินกองนั้นแล้วช่วยกันนับ...ห้าสิบ...หกสิบ...แปดสิบ...เก้าสิบ... "หนึ่งร้อย...หนึ่งร้อยสามบาทกับอีกห้าสิบสตางค์!" สิงห์พูดสรุปด้วยเสียงเบาหวิวพลางจ้องเงินตรงหน้านิ่งราวกับไม่เชื่อสายตาตัวเอง&nbs

  • ฉันนี่แหละนักเลงขนมหวาน "ฟันน้ำนม" แห่งพระนครยุค 2500   ตอนที่6 พันธมิตรของปลากริม

    เช้าวันรุ่งขึ้น บรรยากาศในบ้านไม้หลังเก่าของค่ายมวยสิงหราชดูเปลี่ยนไป ความเงียบเหงาและท้อแท้ที่เคยปกคลุมจางหายไปจนเกือบหมดสิ้น เหลือไว้เพียงความกระตือรือร้นและความหวังที่ส่องประกายอยู่ในแววตาของทุกคนในครอบครัว เงินจำนวนห้าบาทห้าสิบสตางค์ที่ได้มาเมื่อวานอาจจะดูไม่มากสำหรับบางคน แต่สำหรับพวกเขาแล้ว มันคือสมบัติล้ำค่าและเป็นทุนก้อนแรกที่จะเปลี่ยนแปลงทุกสิ่ง หลังจากมื้อเช้าแสนง่ายที่อิ่มหนำกว่าทุกวันด้วยห่อหมกที่เหลือจากเมื่อวานกับปลาทอดฝีมือแม่ เชฟปลากริมก็เรียกประชุมครอบครัวทันทีถึงเรื่องการทำขนมจากที่เมื่อวานเด็กหญิงได้พูดไว้กำลังจะเริ่มต้นขึ้น "แม่จ๋า พ่อจ๋า...ตอนที่คุณยายกระถินมาหาหนูในฝัน ท่านบอกว่าท่านจะให้ของวิเศษหนูมาช่วยทำขนมให้ครอบครัวเราด้วยนะจ๊ะ"&n

  • ฉันนี่แหละนักเลงขนมหวาน "ฟันน้ำนม" แห่งพระนครยุค 2500   ตอนที่8 ขายดิบขายดี

    หลังจากขนมของปลากริมผ่านการคิวซีจากแม่นางกวักเรียบร้อย เมื่อพ่อกับลูกสาวกลับถึงบ้านปลากริมก็ออกมาขายขนมกับแม่ โดยที่พ่อกับปั้นขลิบรับหน้าที่ทำความสะอาดบ้าน สิงห์มองตามหลังภรรยาและลูกสาวคนโตที่หาบขนมเดินออกจากบ้านไปด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป...ไม่มีอีกแล้วความท้อแท้สิ้นหวัง มีแต่กำลังใจที่อยากจะทำบ้านให้น่าอยู่เพื่อรอรับการกลับมาของ "ทัพหน้า" ของครอบครัว "เอาละปั้นขลิบ! มาช่วยพ่อขัดพื้นกัน!" เสียงทุ้มตะโกนบอกลูกชายตัวน้อยอย่างกระตือรือร้น เด็กชายพยักหน้าก่อนจะนำผ้ามาทำตามพ่ออย่างเก้ ๆ กัง ๆ ซึ่งสิงห์มองว่ามันช่างน่ารัก น่าเอ็นดู ทางด้านสองแม่ลูกคนเป็นแม่ได้เดินตรงไปยังตลาดใหญ่ใจกลางชุมชน ซึ่งเป็นที่เดียวกับที่ปลากริมกับพ่อเพิ่งมาสักครู่นี่เอง "เราจะขายกันตรงนี้แหละจ้ะแม่" ปลากริมบอกพลางชี้ไปยังลานว่างเล็ก ๆ ใกล้กับศาลแม่นางกวักพอด

  • ฉันนี่แหละนักเลงขนมหวาน "ฟันน้ำนม" แห่งพระนครยุค 2500   ตอนที่9 คัพเค้ก

    เช้าวันรุ่งขึ้น หลังจากการประชุมครอบครัวฉบับจิ๋วเมื่อวานเรียบร้อย เชฟใหญ่ปลากริมก็เริ่มต้นปฏิบัติการทันที แผนการของเธอคือการใช้ กล้วยที่เป็นทรัพยากรหลักที่ได้มาฟรี ๆ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดอีกวันหนึ่ง และในวันนี้เธอตั้งใจจะสร้างสรรค์เมนูใหม่เพื่อดึงดูดลูกค้าให้เข้าถึงได้ทุกกลุ่ม "เอาละ...แผนขนมหวานของเราวันนี้นะจ๊ะ" ปลากริมประกาศเสียงใส ขณะที่ทุกคนในครอบครัวล้อมวงกันอยู่หน้าเครือกล้วยน้ำว้าขนาดใหญ่ซึ่งปั้นขลิบก็ได้แต่ทำตาปริบ ๆ พลางกินกล้วยสุกในมือเคี้ยวจนแก้มตุ่ย "อย่างแรกเลย...เราจะทำกล้วยบวชชี เนื่องจากเมื่อวานนี้ลูกค้าบ่นว่ามีน้อยเกินไป แต่วันนี้หนูจะทำให้มันแตกต่างจากเมื่อวานเล็กน้อยจ้ะ" การเริ่มต้นของเธอทำให้พ่อกับแม่รู้สึกสนใจเป็นอย่างมาก "นอกจากที่เราจะใช้พิมพ์วิเศษของคุณยายกดเป็นรูปดอกไม้สวย ๆ แล้ว เคล็ดลับที่จ

  • ฉันนี่แหละนักเลงขนมหวาน "ฟันน้ำนม" แห่งพระนครยุค 2500   ตอนที่7 ลูกค้า VIP นามแม่นางกวัก

    ลมหมุนนั้นพัดจากหลังบ้านของปลากริมผ่านตรอกซอกซอยมุ่งหน้าไปยังตลาดใหญ่ใจกลางชุมชนที่ซึ่งมีศาลไม้มงคลหลังเล็ก ๆ ทาสีแดงสดตั้งอยู่อย่างโดดเด่น...ศาลของ "แม่นางกวัก" เทพแห่งการค้าขายที่พ่อค้าแม่ค้าในตลาดนับถือกันเป็นอย่างมาก เมื่อมาถึงหน้าศาลลมหมุนนั้นก็คืนร่างเป็นแม่นางตานีผู้งดงาม นางมองเข้าไปในศาลที่บัดนี้มีร่างทิพย์ของสตรีในชุดไทยสไบเฉียงสีแดงสดนั่งพับเพียบในท่ากวักมือเรียกทรัพย์อันเป็นเอกลักษณ์ "พี่นางกวักจ๋า...น้องมีเรื่องมาขอให้พี่ช่วยจ้ะ" แม่นางตานีเอ่ยทักทายสหายเก่าเสียงหวาน แม่นางกวักลืมตาขึ้น แววตาของนางดูเฉียบคมและเปี่ยมด้วยบารมี ต่างจากแววตาอ่อนโยนของแม่นางตานี "ว่ามาสิน้องตานี มีเรื่องอันใดรึถึงมาหาพี่ถึงที่นี่" แม่นางตานีจึงเล่าเรื่องของเด็ก

  • ฉันนี่แหละนักเลงขนมหวาน "ฟันน้ำนม" แห่งพระนครยุค 2500   ตอนที่5 เงินก้อนแรกของปลากริมมาแล้ว

    "ทำห่อหมกครับป้า เอาไว้ผมจะเอาไปขายนะครับ" สิงห์ตะโกนตอบกลับไป "เออ เอาสิ กลิ่นหอมแบบนี้น่าจะอร่อยทีเดียว เสร็จแล้วเอามาให้ป้าลองสักห่อนะ!" เสียงป้าชื่นตอบกลับมาอย่างอารมณ์ดี คำพูดนั้นทำให้สิงห์ใจชื้นขึ้นมาอีกเป็นกอง เขามองลูกสาวตัวน้อยที่ยืนยิ้มแป้นอยู่ข้างเตาถ่านราวกับว่าห่อหมกเป็นสมบัติล้ำค่า ไม่นานนักห่อหมกทั้งหมดก็สุกได้ที่พอดี ปลากริมใช้ผ้าขี้ริ้วเก่า ๆ จับฝาซึ้งที่ร้อนระอุออกอย่างระมัดระวัง ไอความร้อนที่หอมกรุ่นพวยพุ่งขึ้นมาปะทะใบหน้า เนื้อห่อหมกในกระทงใบตองดูนุ่มฟู หัวกะทิที่หยอดไว้แตกมันสวยงามน่ากินเป็นที่สุด สมองของเชฟสาวในร่างเด็กเริ่มทำงานถึงราคาขาย (ปลาช่อนตัวใหญ่มาก ได้เนื้อปลาเยอะ เราทำออกมาได้ทั้งหมด 15 กระทงพอดี...ตั้งราค

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status