Share

บทที่ 10

เช้าวันรุ่งขึ้น หลังจากการประชุมครอบครัวฉบับจิ๋วเมื่อวานเรียบร้อย เชฟใหญ่ปลากริมก็เริ่มต้นปฏิบัติการทันที แผนการของเธอคือการใช้ กล้วยที่เป็นทรัพยากรหลักที่ได้มาฟรี ๆ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดอีกวันหนึ่ง และในวันนี้เธอตั้งใจจะสร้างสรรค์เมนูใหม่เพื่อดึงดูดลูกค้าให้เข้าถึงได้ทุกกลุ่ม

"เอาละ...แผนขนมหวานของเราวันนี้นะจ๊ะ" ปลากริมประกาศเสียงใส ขณะที่ทุกคนในครอบครัวล้อมวงกันอยู่หน้าเครือกล้วยน้ำว้าขนาดใหญ่ซึ่งปั้นขลิบก็ได้แต่ทำตาปริบ ๆ พลางกินกล้วยสุกในมือเคี้ยวจนแก้มตุ่ย

"อย่างแรกเลย...เราจะทำกล้วยบวชชี เนื่องจากเมื่อวานนี้ลูกค้าบ่นว่ามีน้อยเกินไป แต่วันนี้หนูจะทำให้มันแตกต่างจากเมื่อวานเล็กน้อยจ้ะ" การเริ่มต้นของเธอทำให้พ่อกับแม่รู้สึกสนใจเป็นอย่างมาก

"นอกจากที่เราจะใช้พิมพ์วิเศษของคุณยายกดเป็นรูปดอกไม้สวย ๆ แล้ว เคล็ดลับที่จะทำให้หอมอร่อยกว่าเจ้าอื่น คือตอนที่เราเคี่ยวกะทิให้เราเอาใบเตยสด ๆ มัดเป็นปมใส่ลงไปด้วย พอน้ำกะทิหอมได้ที่ ก่อนจะยกลงให้เราหยอดหัวกะทิข้น ๆ ที่ผสมเกลือเล็กน้อยตามลงไปอีกนิดหน่อย ซึ่งจะทำให้รสชาติของน้ำกะทิจะกลมกล่อม ไม่หวานเลี่ยน"

บัวฟังอย่างตั้งใจระคนทึ่งในเคล็ดลับเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เธอไม่เคยรู้มาก่อน

โดยที่เสียงใส ๆ ของปลากริมยังคงดังอย่างต่อเนื่อง "ต่อไป...กล้วยที่สุกงอมมาก ๆ แบบนี้ เราจะเอามาทำ" ทุกคนในบ้านเงียบเสียงลงตั้งใจฟังว่าแม่ครัวใหญ่ที่เรียกตัวเองว่าเชฟ ประจำบ้านจะเสนอรายการอะไรต่อ

พ่อกับแม่ต่างคาดว่าคงจะเป็นขนมกล้วยแบบที่เคยทำ แต่ปลากริมกลับยกยิ้มมุมปากขึ้นสูง

"เราจะทำคัพเค้กกล้วยหอมนึ่งหน้าคาราเมลมะพร้าวอ่อนกันจ้ะ"

"คัพ...เค้ก...?" สองสามีภรรยามองหน้ากันอย่างงุนงง คำที่ไม่คุ้นหูนี้ทำให้พวกเขาตามไม่ทัน

คล้ายเด็กหญิงตัวน้อยจะเข้าใจ เจ้าตัวจึงได้อธิบายลักษณะขนมออกมาอย่างคร่าว ๆ "มันก็คล้าย ๆ ขนมกล้วยของเรานี่แหละจ้ะแม่ แต่เป็นสูตรที่คุณยายกระถินท่านดัดแปลงมา อีกที ท่านบอกว่ามันเป็นขนมของพวกฝรั่งมักกินกัน แต่ว่าเราจะทำให้เนื้อขนมเบาฟูเหมือนปุยเมฆเลย แล้วก็ทำเป็นถ้วยเล็ก ๆ น่ารัก ๆ กินง่าย ไม่ต้องห่อใบตองจ้ะ" ว่าแล้วเด็กหญิงก็ใช้ไม้ตายเดิม "ซึ่งคุณยายก็ให้ของวิเศษมาช่วยเราทำด้วยนะจ๊ะ"

หลังกล่าวจบเจ้าตัวน้อยก็หลับตาลงคล้ายอธิษฐานท่ามกลางความว่างเปล่า ก่อนที่จะมีของสามอย่างออกมาจากมิติส่วนตัวของเธอวางลงบนแคร่ไม้ไผ่

ซึ่งของเหล่านี้ประกอบไปด้วย ผมฟูหรือเบคกิ้งโซดา ถ้วยกระดาษสำหรับอบขนมลวดลายน่ารัก และอย่างที่สามคือ ถาดหลุมโลหะหรือถาดมัฟฟินนั่นเอง

สิงห์กับบัวมองอุปกรณ์แปลกตาเหล่านั้นด้วยความทึ่งอีกเป็นครั้งที่สองระคนตกใจเล็กน้อย เพราะไม่คิดว่าแม่หรือแม่ยายตามความเข้าใจของคนทั้งคู่จะมีของวิเศษมอบให้ลูกสาวมากถึงเพียงนี้

ไม่ต้องรอให้พ่อกับแม่ถาม ปลากริมก็เริ่มอธิบายสิ่งของเหล่านี้ทันที "สิ่งที่เป็นผง ๆ นี้ จะทำให้ขนมเราฟูขึ้นสิบเท่าเลยนะจ๊ะแม่ ส่วนกระดาษกับถาดนี่จะทำให้ขนมของเราออกมาเป็นถ้วยกลม ๆ สวยงามเท่ากันทุกชิ้นจ้ะ"

หลังจากพ่อกับแม่เข้าใจในสิ่งที่ลูกสาวสื่อเรียบร้อย พวกเขาทั้งสามก็เริ่มปฏิบัติการทำคัพเค้กฉบับพระนครยุค 2500 อย่างไม่รอช้า ซึ่งส่วนผสมหลักยังคงเป็นกล้วยสุกงอม แป้งข้าวเจ้า กะทิ และน้ำตาลปี๊บ แต่ครั้งนี้ปลากริมได้ร่อนผงฟูวิเศษของเธอผสมลงไปในตัวแป้งด้วย จึงทำให้เนื้อแป้งที่ผสมเสร็จแล้วดูเบาและเนียนกว่าที่เคย

เธอสอนแม่ให้นำถ้วยกระดาษวางลงในหลุมของถาดมัฟฟิน แล้วตักส่วนผสมหยอดลงไปจนเกือบเต็ม ก่อนจะยกทั้งถาดไปวางในซึ้งนึ่งขนาดใหญ่บนเตาถ่านที่พ่อติดไฟรอ

และระหว่างที่รอเค้กสุกปลากริมก็ไม่ปล่อยให้ครัวว่าง เธอตั้งกระทะอีกใบเคี่ยวน้ำตาลปี๊บกับหัวกะทิข้น ๆ จนกลายเป็นซอสคาราเมลสีน้ำตาลทองหอมกรุ่น แล้วจึงใส่เนื้อมะพร้าวอ่อนที่ขูดเป็นเส้นลงไปเคี่ยวต่อ จนได้เป็นซอสคาราเมลมะพร้าวอ่อนที่ดูน่ากินเป็นที่สุด

"พี่จ๋า หอม" เสียงเล็กใสของปั้นขลิบดังขึ้นพร้อมกับการสูดจมูกเอากลิ่นเหล่านี้เข้าไป

"อดทนอีกนิดนะ เสร็จเมื่อไหร่พี่จะให้น้องกิน" ปลากริมบอกพลางส่งยิ้มกว้างให้น้องชายที่กำลังพยักหน้ารับอย่างเชื่อฟัง

เวลาผ่านไปไม่นานนัก ในที่สุดคัพเค้กก็สุกได้ที่และถูกนำออกจากซึ้ง ผลลัพธ์ที่ได้นั้นก็ทำให้ผู้ให้กำเนิดทั้งสองคนถึงกับตะลึง เนื้อขนมขึ้นฟูมาเต็มถ้วยกระดาษอย่างสวยงาม เมื่อลองชิมดู ตัวเนื้อขนมก็เบา นุ่มฟู และหอมกลิ่นกล้วยอย่างน่าอัศจรรย์ แตกต่างจากเนื้อขนมกล้วยแบบเดิม ๆ อย่างสิ้นเชิง

แค่นั้นยังไม่พอ ปลากริมยังได้บรรจงตักซอสคาราเมล มะพร้าวอ่อนที่ยังอุ่น ๆ ราดลงบนหน้าคัพเค้กแต่ละชิ้นอย่างตั้งใจ ซึ่งทันทีที่ซอสคาราเมลมะพร้าวอ่อนราดลงบนตัวคัพเค้ก กลิ่นหอมหวานก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นไปอีก มันไม่ใช่แค่กลิ่นใดกลิ่นหนึ่ง แต่เป็นความหอมที่ซับซ้อนและชวนให้ลิ้มลอง

ที่มีทั้งกลิ่นหอมนวลของเนื้อกล้วยที่นึ่งจนสุกได้ที่ กลิ่นหวานไหม้นิดหน่อยอันเป็นเอกลักษณ์ของน้ำตาลปี๊บที่เคี่ยวจนเป็นคาราเมล ตัดด้วยกลิ่นหอมมันของหัวกะทิและเนื้อมะพร้าวอ่อน ทั้งหมดผสมผสานกันจนกลายเป็นกลิ่นหอมอันทรงพลังสามารถเรียกน้ำย่อยของใครก็ตามที่ได้กลิ่นเลยทีเดียว

"พี่จ๋า...หอมจังเลย" ปั้นขลิบตัวน้อยที่ยืนเกาะขาพี่สาวอยู่อดไม่ได้ที่จะกล่าวออกมาอีกครั้ง ดวงตากลมโตของเขาจ้องมองขนมตรงหน้าไม่วางตา

"หนูอยากกิน...ได้ไหมจ๊ะ" เด็กชายถามขึ้นอย่างคาดหวัง

"ได้สิจ๊ะ" ปลากริมบอกน้องชายพลางส่งขนมให้อย่างระมัดระวังเพราะกลัวว่ามันจะยังร้อน

และในเวลาเดียวกันนั้น ยังไม่ทันที่เด็กหญิงจะได้แบ่งขนมเพื่อนำไปไหว้สหายต่างภพตามที่ตั้งใจไว้ กลิ่นหอมเย็นอันเป็นเอกลักษณ์ของดอกกล้วยก็พลันลอยแทรกเข้ามาตามลมอย่างรวดเร็ว

แม่นางตานีส่งกลิ่นมาก่อนตัวตามที่เคยรับปากกับเด็กน้อยเอาไว้ ก่อนร่างโปร่งแสงในชุดสีเขียวตองจะมาปรากฏกายให้เด็กหญิงเห็นข้างแคร่ไม้ไผ่ที่วางขนมแปลกตา

หนูน้อย...นี่คือขนมอันใดกัน? ข้ามิเคยเห็นมาก่อน แต่กลิ่นของมันช่างหอมหวานยั่วยวนใจข้ายิ่ง น้ำเสียงของนางตานีเต็มไปด้วยความตื่นเต้นอย่างไม่อำพราง

ใจร้อนเสียจริงนะพี่สาว...แค่ได้กลิ่นก็ถึงกับต้องมาดูให้เห็นกับตาเลยเหรอ สิ่งนี้เรียกว่าคัพเค้กกล้วยหอมนึ่งจ้ะ เป็นขนมสูตรใหม่ของหนูเอง ปลากริมตอบพลางฉีกยิ้มกว้างที่ดูเหมือนว่าขนมของเธอจะตกผีสาวได้อีกครั้ง

เช่นนั้นรึ นี่มันช่างยอดเยี่ยมมากเลย นางตานีกล่าวชมก่อนจะพูดต่อคล้ายกับตื่นเต้น

เจ้ารู้หรือไม่เด็กน้อย กลิ่นหอมของขนมชนิดนี้ได้ลอยไปไกลถึงตลาดทีเดียว จนพี่สาวนางกวักของข้ายังฝากความมาบอกเลยว่า...นางได้กลิ่นขนมชนิดนี้แล้ว และนางก็อยากจะชิมด้วย ก่อนจะบอกข้ามาเพิ่มเติมอีกนะว่าถ้าอร่อยถูกใจจริงดังกลิ่นแล้วล่ะก็...เที่ยวนี้จะช่วยกวักเรียกลูกค้าให้มากกว่าเดิมถึงสิบเท่าเลยนะ!

ข้อเสนอที่มาพร้อมการการันตียอดขายแบบพุ่งทะยานทำให้ปลากริมตาโต (สิบเท่าเลยอย่างนั้นเหรอ แม้จะดูกดดันไปสักหน่อย แต่ก็ดี...จะได้รู้กันไปเลยว่าขนมของปลากริมไม่มีทางผิดหวังในรสชาติ) เด็กหญิงครุ่นคิดก่อนจะหันไปพูดกับแม่ที่กำลังมองเธออย่างสงสัย

"แม่จ๋า เดี๋ยวหนูขอจัดชุดขนมไปไหว้คุณยายกับเพื่อนท่านก่อนนะจ๊ะ...ดูเหมือนว่าท่านจะได้กลิ่นขนมใหม่ของเราแล้ว ท่านจึงส่งกลิ่นดอกกล้วยมาทวงจ้ะ"

บัวยิ้มให้คำพูดของลูกสาวตัวน้อยที่หล่อนคิดว่าเด็กหญิงน่าจะอุปโลกน์ไปเอง ก่อนจะหันไปดูลูกชายที่กำลัง ค่อย ๆ กัด คัพเค้กหอมกรุ่นเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย

หลังจากปลากริมจัดการไหว้แม่นางตานีเรียบร้อย เธอกับแม่ก็ออกเดินทางออกจากบ้านโดยมีสิงห์กล่าวอวยพรร่วมกับรอยยิ้มน่ารักน่าเอ็นดูจากปั้นขลิบตัวน้อย

เมื่อพวกเธอไปถึงตลาดที่ตอนนี้เริ่มมีผู้คนเดินจับจ่ายซื้อของกันบ้างพอสมควร บัวก็เริ่มจัดเตรียมหาบและปูเสื่อที่มุมเดิมของตน

ขณะเดียวกันนั้นปลากริมก็ได้นำกระทงขนมชุดรวมมิตรกล้วยและคัพเค้กที่เตรียมไว้แยกต่างหากเดินตรงไปยังศาลไม้สีแดงสดของแม่นางกวักทันที

เด็กหญิงบรรจงวางกระทงขนมลงบนแท่นบูชาอย่างนอบน้อม พนมมือไหว้ท่วมหัวแล้วอธิษฐานในใจ

แม่นางกวักจ๋า...หนูปลากริมเอาขนมสูตรใหม่มาให้ชิมตามที่พี่สาวได้บอกไปกับพี่สาวตานีแล้วนะจ๊ะ ขอพี่สาวนางกวัก โปรดพิจารณาและชี้แนะด้วยนะจ๊ะ ว่าถูกปากไหม

หลังกล่าวจบปลากริมก็รออย่างใจจดใจจ่อ...เพราะในครั้งนี้เสียงที่ตอบกลับมาในความคิดของเธอนั้นไม่ได้ให้คำตอบในทันที แต่กลับมาในลักษณะของนักชิมผู้พิถีพิถัน

หืม...กลิ่นคาราเมลที่เจ้าเรียกนี้ที่เป็นน้ำตาลปี๊บผสมกับความหอมนวลของกล้วยและกะทิ...เป็นสิ่งที่น่าสนใจมาก เสียงที่เฉียบคมและทรงพลังของแม่นางกวักดังขึ้นเป็นการวิจารณ์กลิ่นของขนมเป็นอย่างแรก

ปลากริมนิ่งรอฟังคำวิจารณ์ต่อไปอย่างตั้งใจ

เนื้อขนมเองก็...เบาฟูอย่างที่ข้าไม่เคยสัมผัสมาก่อนในขนมกล้วยทั่วไป ไม่กระด้างและก็ไม่แน่นจนเกินไป ถือว่าเจ้าทำได้ดีมากเด็กน้อย ส่วนสิ่งที่เจ้าเอาไปผสมกับมะพร้าวอ่อน...ก็ให้ทั้งความหวานมันและสัมผัสที่หลากหลาย...แต่ว่า... จู่ ๆ เสียงของแม่นางกวักก็หยุดลงทำให้ปลากริมใจหายวาบ

ข้าว่าครั้งต่อไปเจ้าลองลดความหวานของตัวน้ำราดนี้ลงอีกเล็กน้อยน่าจะดีนะ เพราะว่ามันจะช่วยขับรสชาติของเนื้อขนมกล้วยให้เด่นชัดขึ้นไปอีก

คำแนะนำที่ดังอยู่ในหัวของเชฟสาว ทำให้ปลากริมรู้สึกทึ่งเป็นอย่างมากเพราะเธอคิดว่านี่คือคำวิจารณ์จากเชฟมืออาชีพชัด ๆ

ขอบคุณสำหรับคำแนะนำจ้ะพี่สาวนางกวัก เธอตอบกลับในใจอย่างนอบน้อมพลางรู้สึกสงสัยในบางเรื่อง ทว่ายังไม่ทันที่เด็กหญิงจะถามออกไปเสียงของแม่นางกวักพลันดังขึ้นเสียก่อน

แต่โดยรวมแล้ว...ถือว่าเป็นขนมที่มีทั้งความคิดริเริ่มแปลกใหม่ และรสชาติที่ยอดเยี่ยม...ผ่าน! ข้าพอใจมาก...เตรียมตัวรับมือกับลูกค้าได้เลยแม่หนู วันนี้แผงของเจ้าจะแตกอย่างแน่นอน

คำประกาศิตสุดท้ายจากเทพแห่งการค้านั้นทำให้ปลากริมยิ้มกว้างออกมาด้วยความดีใจ เธอไหว้ลาแม่นางกวักอีกครั้ง ก่อนจะรีบวิ่งกลับไปหาแม่ที่จัดร้านเสร็จพอดี

ปลากริมกับแม่รออยู่ไม่นาน และสิ่งที่เกิดขึ้นก็เป็นจริงดังคำกล่าวของแม่นางกวัก แผงขนมเล็ก ๆ ของสองแม่ลูกแทบจะไม่มีเวลาได้หยุดพักหายใจ

ผู้คนหลั่งไหลเข้ามาอุดหนุนขนมหวานกันอย่างไม่ขาดสาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคัพเค้กกล้วยหอมนึ่งที่เป็นของใหม่ที่ดูน่าตื่นตาตื่นใจ ถูกขายหมดเกลี้ยงก่อนขนมหวานชนิดอื่น

ซึ่งปลากริมรู้สึกว่าการที่เธอได้เข้ามาอยู่ในนิยายเรื่องนี้ก็ไม่ได้แย่จนเกินไป ทั้งหมดทั้งมวลเป็นเพราะเธอมีเพื่อนต่างภพที่เป็นเป็นทั้งนักชิมและฝ่ายการตลาด รวมถึงฝ่ายจัดหาวัตถุดิบให้อีกด้วยนั่นเอง
Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • ฉันนี่แหละนักเลงขนมหวาน "ฟันน้ำนม" แห่งพระนครยุค 2500   บทที่ 171

    คำตอบที่ชัดเจนนั้น...คือการยืนยันอย่างสมบูรณ์ว่าลูกสาวของเธอได้มองเห็นแม่นางตานีกับแม่นางกวัก สองสหายต่างภพของตัวเอง ภายในค่ำคืนนั้น...หลังจากที่ส่งลูก ๆ เข้านอนเรียบร้อย...ปลากริมก็ได้ตัดสินใจเล่าความลับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเธอให้เทวากรผู้เป็นสามีฟังเป็นครั้งแรก... ยกเว้นเรื่

  • ฉันนี่แหละนักเลงขนมหวาน "ฟันน้ำนม" แห่งพระนครยุค 2500   บทที่ 170

    หลายปีต่อมา...ในคืนวันศุกร์ที่แสนคึกคักใจกลางย่านพระอาทิตย์...แสงไฟนีออนสีน้ำเงินนวลสาดส่องลงบนป้ายชื่อร้านที่ออกแบบอย่างมีรสนิยม... "พระอาทิตย์ บลูส์" (Phra Athit Blues) นี่คือไพรเวทแจ๊สคลับที่หรูหราและเป็นที่กล่าวขวัญถึงมากที่สุดในพระนคร และเจ้าของคลับแห่งนี้ก็คือสองหนุ่มโสดที่เนื้อหอม

  • ฉันนี่แหละนักเลงขนมหวาน "ฟันน้ำนม" แห่งพระนครยุค 2500   บทที่ 169

    "ต้องได้สิ!" ข้าวเหนียวตอบอย่างหนักแน่น แม้ในใจจะเริ่มรู้สึกไม่ต่างกัน "นายอย่าลืมสิว่าการทำธุรกิจมันไม่มีอะไรได้มาง่าย ๆ นายก็เห็นแล้วจากตัวอย่างของทั้งพ่อครูและแม่ครู ไหนจะปลากริมกับพี่เขยของนายอีก" คำพูดนี้ได้ทำให้ปั้นขลิบมีไฟขึ้นมาอีกครั้ง "พี่พูดถูก ผมจะมาท้อง่าย ๆ แบบนี้ไม่ได้"

  • ฉันนี่แหละนักเลงขนมหวาน "ฟันน้ำนม" แห่งพระนครยุค 2500   บทที่ 168

    หลังจากที่สองสหายคู่ซี้อย่างข้าวเหนียวและปั้นขลิบ...ที่ใคร ๆ ต่างก็บอกว่าตัวติดกันเป็นปาท่องโก๋...ได้เดินทางกลับมาถึงพระนครหลังจากไปทำหน้าที่อาสา พวกเขาก็ได้รับวันหยุดพักผ่อนอย่างเต็มที่ และเมื่อสองหนุ่มโสด...โปรไฟล์ดี...ผู้มีพลังงานล้นเหลือได้กลับคืนสู่เมืองหลวง...ค่ำคืนแห่งความสนุกสนาน

  • ฉันนี่แหละนักเลงขนมหวาน "ฟันน้ำนม" แห่งพระนครยุค 2500   บทที่ 167

    สิ้นเสียงตะโกนของลูกน้อง...เสียงปืนกลก็ดังขึ้นจากแนวป่ารกทึบ! พวกเขาถูกซุ่มโจมตี! "หมอบลง! หาที่กำบัง!" เพชรตะโกนสั่งการอย่างไม่ตื่นตระหนก เขายิงต่อสู้เพื่อคุ้มกันให้ลูกน้องได้เข้าที่กำบังอย่างปลอดภัย...ทักษะการเคลื่อนไหวที่คล่องแคล่วว่องไวราวกับเงาที่เขาได้มาจากมวยไชยา...ได้ถูกนำมาปรับใ

  • ฉันนี่แหละนักเลงขนมหวาน "ฟันน้ำนม" แห่งพระนครยุค 2500   บทที่ 166

    หลังจากเรื่องราวภายในครอบครัวผ่านพ้นมาได้ด้วยดีครอบครัวใหญ่แห่งบ้านสิงหราชก็ได้เติบโตและงอกงามขึ้นอย่างมีความสุข มะตูมและนีรนาถมีทายาทชายคนแรกเป็นโซ่ทองคล้องใจ ส่วนปลากริมและเทวากรก็มีลูกสาวตัวน้อยที่น่ารักน่าชัง... ค่ำคืนหนึ่งบนโต๊ะอาหารที่แสนอบอุ่นและคึกคักของบ้านสิงหราช เพ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status