Share

บทที่ 9

หลังจากขนมของปลากริมผ่านการคิวซีจากแม่นางกวักเรียบร้อย เมื่อพ่อกับลูกสาวกลับถึงบ้านปลากริมก็ออกมาขายขนมกับแม่ โดยที่พ่อกับปั้นขลิบรับหน้าที่ทำความสะอาดบ้าน

สิงห์มองตามหลังภรรยาและลูกสาวคนโตที่หาบขนมเดินออกจากบ้านไปด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป...ไม่มีอีกแล้วความท้อแท้สิ้นหวัง มีแต่กำลังใจที่อยากจะทำบ้านให้น่าอยู่เพื่อรอรับการกลับมาของ "ทัพหน้า" ของครอบครัว

"เอาละปั้นขลิบ! มาช่วยพ่อขัดพื้นกัน!" เสียงทุ้มตะโกนบอกลูกชายตัวน้อยอย่างกระตือรือร้น เด็กชายพยักหน้าก่อนจะนำผ้ามาทำตามพ่ออย่างเก้ ๆ กัง ๆ ซึ่งสิงห์มองว่ามันช่างน่ารัก น่าเอ็นดู ทางด้านสองแม่ลูกคนเป็นแม่ได้เดินตรงไปยังตลาดใหญ่ใจกลางชุมชน ซึ่งเป็นที่เดียวกับที่ปลากริมกับพ่อเพิ่งมาสักครู่นี่เอง

"เราจะขายกันตรงนี้แหละจ้ะแม่" ปลากริมบอกพลางชี้ไปยังลานว่างเล็ก ๆ ใกล้กับศาลแม่นางกวักพอดี

บัววางหาบลงปูเสื่อผืนเล็กแล้วเริ่มจัดเรียงขนม ในใจก็ยังนึกหวั่นว่าจะขายได้หรือไม่ แต่ปลากริมกลับยิ้มกว้างอย่างมั่นใจ เธอรู้ดีว่าเธอมี "ฝ่ายการตลาด" ที่ดีที่สุดในพระนครคอยช่วยอยู่

และก็เป็นจริงดังคาด...เมื่อแม่จัดวางหาบลงบนเสื่อเรียบร้อย ก็มีป้าคนหนึ่งที่เดินผ่านไปแล้ว แต่ทว่าหล่อนก็เหลียวหลังกลับมา

"เอ๊ะ...หนู ขายขนมกันรึ มีขนมอะไรบ้างล่ะ กลิ่นหอมเสียจริง" หล่อนถามในขณะที่กำลังเดินเข้ามาหาสองแม่ลูก

"ขนมกล้วยจ้ะป้า! มีกล้วยบวชชีรูปดอกไม้ด้วยนะจ๊ะ หวานมัน อร่อยมากเลยจ้ะ!" ปลากริมรีบเสนอขายด้วยเสียงใสแจ๋ว ความน่ารักน่าเอ็นดูของแม่ค้าตัวน้อยทำให้หญิงวัยกลางคนใจอ่อนยอมซื้อขนมกล้วยไปชิ้นหนึ่งเพื่อจะลองชิม...และนั่นคือจุดเริ่มต้นของความอร่อยราวกับมีมนต์สะกด

"โอ้! อร่อยมากเลยแม่หนู" คำพูดของหญิงวัยกลางคนได้ทำให้คนที่เดินผ่านไปมาเกิดความสนใจ เมื่อมีลูกค้าคนหนึ่งก็ตามมาด้วยคนที่สองและสาม จนกระทั่งผู้คนที่เดินผ่านไปมาต่างพากันแวะเวียนเข้ามาไม่ขาดสาย

ซึ่งก็มีบางคนที่ได้รู้จักกับครอบครัวของสิงห์และได้ซื้อห่อหมกกินไปเมื่อวานเกิดความอร่อยก็เลยแวะเข้าไปอุดหนุนขนมบ้าง ส่วนบางคนก็สะดุดตากับหน้าตาขนมที่ไม่เคยเห็นแม้ว่ามันจะคือกล้วยบวชชีก็ตาม ส่วนเด็ก ๆ ต่างก็รบเร้าพ่อแม่ให้ซื้อกล้วยฉาบให้เพราะกินง่าย

บัวทำหน้าที่ตักขนมและรับเงินมือเป็นระวิง ส่วนปลากริมก็ทำหน้าที่เป็นพรีเซนเตอร์ตัวน้อยคอยเรียกลูกค้าและแนะนำขนมอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

เวลาผ่านไปไม่ถึงสองชั่วโมง...ขนมทุกอย่างในหาบก็หมดเกลี้ยง! บัวมองกระจาดที่ว่างเปล่าสลับกับมองหน้าลูกสาวด้วยแววตาไม่อยากเชื่อ หล่อนค่อย ๆ เทเงินเหรียญทั้งหมดออกมานับ...สิบยี่สิบสามสิบ...เกือบสามสิบบาท!

น้ำตาแห่งความตื้นตันใจไหลอาบแก้มของบัว นี่เป็นเงินก้อนใหญ่ที่สุดที่นางหาได้ในวันเดียวในรอบหลายปี หล่อนดึงร่างเล็กของลูกสาวเข้ามากอดเอาไว้แน่น

"ขอบใจนะลูก...ขอบใจจริง ๆ"

ปลากริมกอดตอบแม่พลางยิ้มกว้าง ในใจก็ไม่ลืมที่จะส่งคำขอบคุณไปยังพี่สาวนางตานีและพี่สาวนางกวักที่อยู่ไม่ไกลจากตรงนั้น...ดูเหมือนว่าการทำธุรกิจกับสหายต่างภพครั้งนี้จะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามากที่สุดในชีวิตใหม่ของเธอก็ว่าได้

สองแม่ลูกกลับถึงบ้านในตอนสายของวันด้วยใบหน้าที่เปื้อนยิ้มและหัวใจพองโต พวกเธอพบว่าพ่อกับปั้นขลิบได้ช่วยกันทำความสะอาดบ้านจนดูสว่างและน่าอยู่ขึ้นเป็นอย่างมาก

และพอสิงห์เห็นเงินเกือบสามสิบบาทที่ภรรยาและลูกสาวหามาได้ในเวลาไม่ถึงสองชั่วโมง ชายหนุ่มก็ได้แต่ยืนนิ่งพูดอะไรไม่ออก มีเพียงแววตาแห่งความภาคภูมิใจและโล่งอกที่ฉายชัดออกมา วันนั้นทั้งวันครอบครัวสิงหราชจึงเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความหวัง แต่สำหรับธารามลในร่างปลากริมแล้ว ความสำเร็จก้าวแรกเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้นเอง...

ในช่วงเย็นวันเดียวกันนั้นเอง ขณะที่ผู้คนในชุมชนเริ่มทยอยกลับจากทำงาน บ้างก็แวะซื้อกับข้าว บ้างก็จับกลุ่มตั้งวงดื่มกินกันตามร้านค้าเล็ก ๆ ปลากริมที่นั่งมองภาพเหล่านั้นจากแคร่หน้าบ้าน ความคิดในหัวของเชฟสาวก็เริ่มทำงานอีกครั้ง

หลังจากได้เงินทุนมาแล้วความคิดของปลากริมก็คิดถึงอาหารคาวอย่างง่ายที่จะทำขายช่วงเย็นตอนคนเลิกงาน อีกทั้งยังสามารถเป็นกับแกล้มได้ด้วย

"พ่อจ๋า แม่จ๋า" เธอหันไปพูดกับพ่อแม่ที่กำลังนั่งพักผ่อนอยู่ "ตอนเย็น ๆ แบบนี้ คนเลิกงานเหนื่อย ๆ เขาคงอยากได้กับข้าวอร่อย ๆ หรือกับแกล้มดี ๆ กินกันนะจ๊ะ ถ้าเรามีของขายอีกอย่างก็น่าจะดี"

บัวพยักหน้าเห็นด้วยทันที "แม่ก็คิดเหมือนกันลูก แต่เราจะขายอะไรดีล่ะ ของคาวมันทำให้อร่อยยากอยู่เหมือนกันนะ แม่กลัวว่าจะไม่ถูกปากคนกิน"

ปลากริมยิ้มอย่างมีเลศนัย "เรื่องนั้นแม่ไม่ต้องห่วงจ้ะ ยายกระถินได้ถ่ายทอดการทำกับข้าวมาให้หนูด้วย ส่วนที่ว่าจะขายอะไรนั้น....หนูคิดว่าเราควรที่จะต้องขายสิ่งที่เป็นทั้งกับข้าวและกับแกล้มไปพร้อมกัน"

เด็กหญิงทำหน้าครุ่นคิดก่อนจะโพล่งออกมา "เครื่องในหมูต้มแซ่บ รสจัดจ้านเป็นยังไงจ๊ะดีไหม"

คำตอบของลูกสาวทำให้สองสามีภรรยาขมวดคิ้วแทบจะทันที "เครื่องในเลยเหรอลูก?" บัวทวนด้วยสีหน้ากังวล

"แม่ยังไม่กล้าทำเลย มันคาวมากนะ ทำไม่ดีนี่เหม็นจนกินไม่ได้ทีเดียว"

"ใช่ลูก พ่อว่ามันเสี่ยงไปหน่อยนะ" สิงห์เสริมขึ้นอย่างเป็นห่วง แต่ไม่ใช่ปัญหากับเชฟใหญ่อย่างปลากริม เธอยิ้มรับความกังวลของพ่อกับแม่อย่างใจเย็น

"ไม่คาวแน่นอนจ้ะ! คุณยายกระถินสอนวิธีดับคาวมาให้หนูหมดแล้ว" เธอใช้ข้ออ้างเดิมที่ตอนนี้กลายเป็นไม้ตายไปแล้ว "ท่านบอกว่าเคล็ดลับมันอยู่ที่การล้าง เราต้องเอาเกลือกับแป้งมันมาขยำ ๆ ๆ เครื่องในให้ทั่วเลยนะจ๊ะ แล้วก็ล้างน้ำเปล่าหลาย ๆ น้ำ จากนั้นเอาไปต้มกับข่า ตะไคร้ ใบมะกรูดก่อนรอบหนึ่ง แค่นี้กลิ่นคาวก็หายเกลี้ยงแล้วจ้ะ เหลือแต่ความอร่อย!"

เด็กหญิงอธิบายกรรมวิธีอย่างละเอียดลออราวกับเป็นแม่ครัวประสบการณ์ห้าสิบปี จนพ่อกับแม่ได้แต่อ้าปากค้างอีกรอบ และเธอก็ได้เสนอแผนการตลาดที่เหนือชั้นต่อไปอีก

"แล้วเราก็ไม่ต้องขายอย่างเดียวทุกวันให้คนเบื่อนะจ๊ะ อย่างวันนี้เราขายต้มแซ่บเครื่องใน พรุ่งนี้เราก็เปลี่ยนเป็นต้มแซบกระดูกเล้งรสเด็ด วันมะรืนก็อาจจะเป็นต้มยำปลาช่อนน้ำใส...เราเปลี่ยนรายการไปเรื่อย ๆ คนจะได้ตื่นเต้น อยากมารอดูว่าวันนี้ร้านเราจะขายอะไรดี!"

ความคิดเรื่อง "เมนูประจำวัน" ที่หมุนเวียนสลับกันไป เป็นสิ่งที่ทันสมัยและน่าทึ่งมากสำหรับคนในยุคนี้ สองสามีภรรยามองหน้ากัน ในแววตาเต็มไปด้วยความอัศจรรย์ใจในตัวลูกสาวคนนี้อย่างถึงที่สุด

ตอนนี้พวกเขาไม่ได้แค่เชื่อแล้ว แต่ศรัทธาใน "พรสวรรค์จากคุณยายกระถิน" อย่างหมดหัวใจ

"พ่อเชื่อลูก!" สิงห์พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "พรุ่งนี้พ่อจะไปตลาดแต่เช้า ไปเลือกซื้อเครื่องในหมูสด ๆ มาให้ลูกเลย!"

บัวเองก็พยักหน้ารับเช่นกัน "เดี๋ยวแม่จะเตรียมเครื่องต้มยำไว้ให้พร้อมเลยลูก"

แผนธุรกิจใหม่ถูกอนุมัติอย่างเป็นเอกฉันท์โดยมีซีอีโอตัวน้อยเป็นผู้นำ อาณาจักรของ "นักเลงขนมหวานฟันน้ำนม" กำลังจะขยายสาขามาสู่ "เจ้าแม่ต้มแซ่บ" เป็นลำดับต่อไป

และดูเหมือนว่าชาวบ้านในชุมชนริมคลองบางกอกน้อย กำลังจะได้ลิ้มรสความอร่อยรสจัดจ้านที่จะทำให้ลืมกับข้าวทุกอย่างที่เคยกินมา!

แม่หนู เจ้าอย่าลืมเอามาให้ข้ากับพี่สาวนางกวักได้ลิ้มรสด้วยหนา เสียงหวานใสผู้ติดรสมือของปลากริมตัวน้อยลอยมา ตามลม

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ฉันนี่แหละนักเลงขนมหวาน "ฟันน้ำนม" แห่งพระนครยุค 2500   บทที่ 171

    คำตอบที่ชัดเจนนั้น...คือการยืนยันอย่างสมบูรณ์ว่าลูกสาวของเธอได้มองเห็นแม่นางตานีกับแม่นางกวัก สองสหายต่างภพของตัวเอง ภายในค่ำคืนนั้น...หลังจากที่ส่งลูก ๆ เข้านอนเรียบร้อย...ปลากริมก็ได้ตัดสินใจเล่าความลับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเธอให้เทวากรผู้เป็นสามีฟังเป็นครั้งแรก... ยกเว้นเรื่

  • ฉันนี่แหละนักเลงขนมหวาน "ฟันน้ำนม" แห่งพระนครยุค 2500   บทที่ 170

    หลายปีต่อมา...ในคืนวันศุกร์ที่แสนคึกคักใจกลางย่านพระอาทิตย์...แสงไฟนีออนสีน้ำเงินนวลสาดส่องลงบนป้ายชื่อร้านที่ออกแบบอย่างมีรสนิยม... "พระอาทิตย์ บลูส์" (Phra Athit Blues) นี่คือไพรเวทแจ๊สคลับที่หรูหราและเป็นที่กล่าวขวัญถึงมากที่สุดในพระนคร และเจ้าของคลับแห่งนี้ก็คือสองหนุ่มโสดที่เนื้อหอม

  • ฉันนี่แหละนักเลงขนมหวาน "ฟันน้ำนม" แห่งพระนครยุค 2500   บทที่ 169

    "ต้องได้สิ!" ข้าวเหนียวตอบอย่างหนักแน่น แม้ในใจจะเริ่มรู้สึกไม่ต่างกัน "นายอย่าลืมสิว่าการทำธุรกิจมันไม่มีอะไรได้มาง่าย ๆ นายก็เห็นแล้วจากตัวอย่างของทั้งพ่อครูและแม่ครู ไหนจะปลากริมกับพี่เขยของนายอีก" คำพูดนี้ได้ทำให้ปั้นขลิบมีไฟขึ้นมาอีกครั้ง "พี่พูดถูก ผมจะมาท้อง่าย ๆ แบบนี้ไม่ได้"

  • ฉันนี่แหละนักเลงขนมหวาน "ฟันน้ำนม" แห่งพระนครยุค 2500   บทที่ 168

    หลังจากที่สองสหายคู่ซี้อย่างข้าวเหนียวและปั้นขลิบ...ที่ใคร ๆ ต่างก็บอกว่าตัวติดกันเป็นปาท่องโก๋...ได้เดินทางกลับมาถึงพระนครหลังจากไปทำหน้าที่อาสา พวกเขาก็ได้รับวันหยุดพักผ่อนอย่างเต็มที่ และเมื่อสองหนุ่มโสด...โปรไฟล์ดี...ผู้มีพลังงานล้นเหลือได้กลับคืนสู่เมืองหลวง...ค่ำคืนแห่งความสนุกสนาน

  • ฉันนี่แหละนักเลงขนมหวาน "ฟันน้ำนม" แห่งพระนครยุค 2500   บทที่ 167

    สิ้นเสียงตะโกนของลูกน้อง...เสียงปืนกลก็ดังขึ้นจากแนวป่ารกทึบ! พวกเขาถูกซุ่มโจมตี! "หมอบลง! หาที่กำบัง!" เพชรตะโกนสั่งการอย่างไม่ตื่นตระหนก เขายิงต่อสู้เพื่อคุ้มกันให้ลูกน้องได้เข้าที่กำบังอย่างปลอดภัย...ทักษะการเคลื่อนไหวที่คล่องแคล่วว่องไวราวกับเงาที่เขาได้มาจากมวยไชยา...ได้ถูกนำมาปรับใ

  • ฉันนี่แหละนักเลงขนมหวาน "ฟันน้ำนม" แห่งพระนครยุค 2500   บทที่ 166

    หลังจากเรื่องราวภายในครอบครัวผ่านพ้นมาได้ด้วยดีครอบครัวใหญ่แห่งบ้านสิงหราชก็ได้เติบโตและงอกงามขึ้นอย่างมีความสุข มะตูมและนีรนาถมีทายาทชายคนแรกเป็นโซ่ทองคล้องใจ ส่วนปลากริมและเทวากรก็มีลูกสาวตัวน้อยที่น่ารักน่าชัง... ค่ำคืนหนึ่งบนโต๊ะอาหารที่แสนอบอุ่นและคึกคักของบ้านสิงหราช เพ

  • ฉันนี่แหละนักเลงขนมหวาน "ฟันน้ำนม" แห่งพระนครยุค 2500   บทที่ 82

    หลังจากความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิตของครอบครัวสิงหราชผ่านไปด้วยดีอีกครั้ง...ทุกคนก็กลับมาสู่กิจวัตรประจำวันที่วุ่นวายแต่ก็เปี่ยมสุขตามเดิม...และแล้ววันเปิดเทอมวันแรกที่เด็ก ๆ ทุกคนรอคอยยกเว้นปลากริมก็มาถึง เช้าวันนั้นบ้านสิงหราชที่นางเลิ้งคึกคักเป็นพิเศษ เด็ก ๆ ทุกคนต่างอยู่ในชุดนักเรี

  • ฉันนี่แหละนักเลงขนมหวาน "ฟันน้ำนม" แห่งพระนครยุค 2500   บทที่ 81

    "เป็นหม่อมฉันต่างหากเพคะ ที่ต้องขอขอบพระทัยที่ท่านหญิงทรงเมตตามางานเลี้ยงของหม่อมฉันในคืนนี้" ท่านผู้หญิงนวลจันทร์เอ่ยด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่สุรเสียงของท่านหญิงจะดังขึ้นอีกครั้ง "งานวันเกิดของสหายรักข้าทั้งที มีหรือที่ข้าจะพลาดได้" ในขณะเดียวกันนั้นเอง...คุณหลวงมนตรีที่เดินออกมาใ

  • ฉันนี่แหละนักเลงขนมหวาน "ฟันน้ำนม" แห่งพระนครยุค 2500   บทที่ 80

    ในที่สุดวันเลี้ยงงานสำคัญก็ใกล้เข้ามาทุกขณะ...จนกระทั่ง...ก่อนถึงวันงานเลี้ยงฉลองวันคล้ายวันเกิดของท่านผู้หญิงนวลจันทร์หนึ่งวัน บรรยากาศที่ห้องจัดเลี้ยงใหญ่ของโรงแรมเมธาวินแกรนด์นั้นคึกคักและเต็มไปด้วยผู้คนมากมายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ภาพที่ปรากฏอาจจะดูแปลกตาสำหรับแขกผู้เข้าพักท่านอื่น

  • ฉันนี่แหละนักเลงขนมหวาน "ฟันน้ำนม" แห่งพระนครยุค 2500   บทที่ 79

    คล้อยหลังจากเชฟปรีชาจากไป...เสียงของแม่ก็ดังขึ้น "ปลากริม...แล้วพรุ่งนี้เราจะขายอะไรดีลูก?" คำถามของแม่ทำให้ปลากริมละสายตาจากกระดาษเปล่าตรงหน้า ก่อนที่เด็กหญิงจะหันมาส่งยิ้มอย่างน่ารักพร้อมกับตอบในสิ่งที่ตัวเองคิดเอาไว้เรียบร้อย "พรุ่งนี้เราทำขนมเปียกปูนใบเตยกับขนมต้มดีไหมจ๊ะแม่ เป็นขนมไ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status