共有

บทที่ 2

ภายในเครื่องบินพาณิชย์ขนาดใหญ่ เสียงประกาศจากกัปตันแว่วมาตามสาย แต่สมาธิของธารามลกำลังจดจ่ออยู่กับตัวอักษรบนหน้ากระดาษของนิยายในมือมากกว่า

เที่ยวบินนี้คือเส้นทางสู่การป้องกันตำแหน่งแชมป์ขนมหวานระดับโลกที่เธอภาคภูมิใจ แต่ดูเหมือนว่านิยายรักย้อนยุคที่ซื้อมาอ่านฆ่าเวลาเรื่องนี้กำลังทำให้หญิงสาวหัวเสียจนแทบลืมความตื่นเต้นทั้งหมดไปเสียสิ้น

"รักร้ายแห่งยุคพระนคร 2500"

ชื่อเรื่องก็ชวนให้นึกถึงความดราม่า แต่เนื้อเรื่องข้างในกลับชวนให้เธออยากจะตะโกนออกมาดัง ๆ

"ตรรกะป่วยสิ้นดี!" ธารามลขมวดคิ้วมุ่นสบถในใจกับความไม่สมเหตุสมผลของพล็อต "นางร้ายผู้น่าสงสารคนนั้น เธอมาก่อน! เธอรอพระเอกมาตั้งหลายปี แต่พอพระเอกกลับมาจากเมืองนอกก็กลับหนีบเอาแม่นางเอกแสนซื่อบริสุทธิ์ตามมาด้วยหน้าตาเฉย ปล่อยให้คนรักเก่าที่รอคอยต้องกลายเป็นหมาหัวเน่า ถูกสังคมตราหน้าว่าเป็นนางมารร้ายขี้หึงที่คอยตามราวี...เหลือเชื่อจริง ๆ!"

เธอรู้สึกเห็นใจนางร้ายในเรื่องจับใจ อาจเพราะชื่อที่เหมือนกันหรือเพราะชะตากรรมที่ดูไม่ยุติธรรมอย่างร้ายกาจก็ สุดจะคาดเดา

ขณะที่ธารามลกำลังวิพากษ์วิจารณ์ชะตากรรมของตัวละครอย่างออกรสพลางมองออกไปนอกหน้าต่างนั่นเอง สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นเงาดำทะมึนของนกตัวใหญ่ตัวหนึ่ง...มันกำลังบินมุ่งตรงไปยังปีกของเครื่องบินลำที่เธอนั่งอยู่!

หัวใจของเธอหล่นวูบ วินาทีก่อนที่ทุกอย่างจะเกิดขึ้น สมองสั่งการให้เธออุทานออกมาสุดเสียง...

"ซวยแล้ว!"

ตูมมม!!!

เสียงกระแทกดังสนั่นพร้อมกับแรงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงปลุกทุกคนในห้องโดยสารให้ตื่นจากภวังค์ สัญญาณเตือนภัยดังลั่นแข่งกับเสียงกรีดร้องของผู้คน

ธารามลรู้สึกเหมือนร่างถูกเหวี่ยงไปมาอย่างควบคุมไม่ได้ ไฟบนเพดานกะพริบถี่ก่อนจะดับมืดลง ทิ้งไว้เพียงความโกลาหลและเสียงร้องระงมที่ค่อย ๆ เลือนหายไปพร้อมกับสติของเธอ

ท่ามกลางความเป็นความตายนั้น ธารามลไม่ได้รู้เลยว่า...การตัดสินใจเดินทางเพื่อไปรักษาแชมป์ขนมหวานในครั้งนี้ จะกลายเป็นเที่ยวบินสุดท้ายในชีวิตเดิมของเธอ และเป็นจุดเริ่มต้นที่พาวิญญาณของเธอทะลุมิติไปยังโลกในนิยายที่เธอเพิ่งอ่านจบ...ในร่างของนางร้ายผู้มีจุดจบอันน่าอนาถ ที่เธอรู้บทสรุปของมันเป็นอย่างดี!

สติสัมปชัญญะสุดท้ายของธารามลดับวูบลงพร้อมกับเสียงโครมครามสนั่นหวั่นไหว...และกลับคืนมาอีกครั้งท่ามกลางเสียงร้องไห้และเสียงอึกทึกฟังดูสับสนวุ่นวาย

ธารามลรู้สึกถึงความเปียกชื้นและเหน็บหนาวไปทั่วทั้งร่าง เสื้อผ้าที่สวมอยู่แนบเนื้อหนักอึ้งราวกับฟองน้ำเปียกชุ่ม ร่างกายนี้...มันเล็กและเบาโหวงอย่างน่าประหลาด

เครื่องบินตก...แต่ทำไมถึงเปียกแบบนี้? หรือเราตกลงไปในทะเล? เธอพยายามนึกทบทวนก่อนสมองจะว่างเปล่า เพราะความทรงจำสุดท้ายคือความโกลาหลในห้องโดยสารที่กำลังดิ่งลงสู่พื้นดิน

"โถ...น่าสงสารเด็กเสียจริง" เสียงของป้าคนหนึ่งดังลอดเข้ามาในโสตประสาท "ยังไม่ฟื้นอีกรึ นานแล้วนะ" "บุญรักษาที่น้าชัดแกอยู่แถวนั้นพอดี ไม่งั้นแย่แน่ น้ำในคลองถึงจะไม่ลึกก็เถอะ"

เสียงจอแจของชาวบ้านที่มุงดูอยู่รอบนอกทำให้ธารามลสับสนวุ่นวายไปหมด

ผู้คนกำลังแสดงความเห็นใจระคนตำหนิเล็กน้อยต่อชะตาของเด็กน้อยคนหนึ่งที่พลัดตกลงไปในน้ำคลอง แม้ว่าช่วงนี้น้ำจะไม่ลึก อีกทั้งยังมีผู้หวังดีกระโดดลงไปช่วยขึ้นมาได้ทันท่วงที แต่ทว่า...เด็กน้อยคนนั้นกลับยังไม่ได้สติ

ธารามลพยายามจะลืมตาหรือขยับปากพูด แต่ร่างกายนี้กลับไม่ยอมทำตามคำสั่งของเธอเลยแม้แต่น้อย เหมือนเธอเป็นเพียงวิญญาณที่ถูกจองจำอยู่ในร่างของคนอื่น

และแล้ว...เสียงร่ำไห้สะอึกสะอื้นที่ดังที่สุด ใกล้ที่สุด และเจ็บปวดที่สุดก็กรีดลึกเข้ามาในใจของเธอ

"ปลากริม ปลากริมลูกแม่!" เสียงนั้นเรียกชื่อที่กระแทกเข้าสู่ศูนย์กลางความทรงจำของธารามลอย่างจัง! มันคือชื่อของเด็กหญิงผู้อาภัพ...เด็กที่จะเติบโตไปเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว นางร้ายในนิยายเรื่อง "รักร้ายแห่งยุคพระนคร 2500" ที่เธอเพิ่งอ่านจบไป!

ด้วยความตกใจ ธารามลได้เค้นแรงเฮือกสุดท้ายที่หลงเหลือจากเจ้าของร่าง จึงทำให้เปลือกตาอันหนักอึ้งของเด็กหญิงจึงค่อย ๆ ปรืออย่างเชื่องช้า

ภาพแรกที่เห็นไม่ใช่ทีมกู้ภัยหรือเพดานโรงพยาบาลแต่เป็นใบหน้าซูบซีดอาบน้ำตาของผู้หญิงคนหนึ่งที่เธอจำได้แม่นจากคำบรรยายในนิยาย...นี่ต้องเป็นบัว แม่ของนางร้ายแน่ รอบ ๆ ตัวคือชาวบ้านในชุดมอซอและพื้นไม้กระดานเก่าของชานบ้านริมคลอง

ไม่ใช่แล้ว...นี่มันไม่ใช่ความฝัน! อุบัติเหตุของเครื่องบินไม่ได้จบลงแค่ความตาย แต่มันกลับส่งเธอมายังจุดเริ่มต้นของโศกนาฏกรรม...ในร่างของตัวละครที่เธอรู้ดีว่าจะต้องพบจุดจบอย่างไร้ค่าและน่าเวทนามากที่สุด!

ความคิดนั้นทำให้ร่างเล็กของปลากริมแข็งทื่อไปชั่วขณะ ดวงตากลมโตที่ยังพร่าเลือนเบิกกว้างจ้องมองใบหน้าอาบน้ำตาของผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าเป็นแม่ในภพชาตินี้อย่างว่างเปล่า

เมื่อบัวเห็นว่าบุตรสาวของตนฟื้นแล้วและกำลังมองมาที่ตน สองแขนของหล่อนก็โผเข้ากอดร่างของบุตรสาวแน่นราวกับกลัวว่าแก้วตาดวงใจของตนจะสลายหายไป

ความอบอุ่นจากร่างกายที่ซูบผอมและแรงสั่นเทาจากเสียงสะอื้น ทำให้ธารามลในร่างปลากริมรู้สึกถึงความจริงอันหนักอึ้งที่กำลังเผชิญ

"โถ...ลูกแม่ ขวัญเอ๊ยขวัญมานะลูก อย่าเป็นอะไรไปนะ" เสียงของบัวพร่าสั่นเคลืออยู่ข้างหู

ในเวลาเดียวกันนั่นเอง ฝูงไทยมุงที่ยืนล้อมอยู่ก็มีเสียงฮือฮาขึ้นเล็กน้อยก่อนจะแหวกทางให้ชายร่างสูงใหญ่คนหนึ่งที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา เสียงทุ้มต่ำของชายคนนั้นพลันดังขึ้นด้วยความร้อนรน

ในอ้อมแขนของเขาได้มีร่างเล็กจ้อยของเด็กชายคนหนึ่งนุ่งแต่เสื้อไม่สวมกางเกงอีกทั้งน้ำมูกยังเกรอะกรัง เด็กชายปั้นขลิบกำลังใช้กำปั้นเล็ก ๆ ขยี้ตาที่แดงก่ำจากการร้องไห้ตามผู้เป็นพ่อ

"บัว! ลูกล่ะ ลูกเป็นยังไงบ้าง" สิงห์ครูมวยผู้ที่แต่ก่อนเป็นนักมวยเลื่องชื่อถามภรรยาเสียงสั่น แววตาที่ปกติมักจะหม่นหมองด้วยความสิ้นหวัง บัดนี้ฉายชัดถึงความตื่นตระหนกและห่วงใยบุตรสาวสุดหัวใจ

เขาทรุดตัวลงนั่งข้างกายของลูกกับเมีย ยื่นมือที่หยาบกร้านจากการฝึกมวยมาแตะหน้าผากเล็กของบุตรสาวอย่างแผ่วเบาราวกับกลัวว่าร่างนั้นจะบุบสลาย

ธารามล...ไม่สิ...ปลากริมนิ่งงันไป เธอถูกโอบล้อมไว้ด้วยความรักและความเป็นห่วงที่แท้จริงจากครอบครัวที่เธอไม่เคยรู้จัก ครอบครัวที่ตามบทประพันธ์แล้วมีแต่โชคร้ายรออยู่เบื้องหน้า

ภาพของแม่ผู้ร้องไห้ปานจะขาดใจ พ่อผู้ยอมละทิ้งความอมทุกข์ของตัวเองเพื่อวิ่งมาดูอาการของเธอ และน้องชายตัวน้อยที่ยังดูแลตัวเองไม่ได้แต่ก็ยังร้องไห้หาพี่สาว...นี่น่ะหรือครอบครัวของนางร้ายในอนาคต?

ความอบอุ่นที่เธอไม่เคยคาดคิดว่าจะได้รับในสถานการณ์เช่นนี้กลับจุดประกายความมุ่งมั่นบางอย่างขึ้นในหัวใจที่สับสนอลหม่านของวิญญาณหญิงสาว

ไม่ว่าชะตากรรมในนิยายจะเลวร้ายแค่ไหน เธอจะไม่มีวันยอมให้ครอบครัวที่รักตัวเองอย่างสุดหัวใจนี้ต้องพบกับจุดจบตามเนื้อหาต้นฉบับอย่างเด็ดขาด ในเมื่อสวรรค์ให้โอกาสฉันมีชีวิตอยู่ ฉันจะเปลี่ยนแปลงมันทั้งหมดเอง

พระเอกในเรื่องนะหรือ ฉันจะเตะมันไปให้ไกล ส่วนนางเอกผู้ใสซื่อประดุจดอกบัวขาว เธอก็จะไม่เอาตัวเองไปเฉียดใกล้ ส่วนตัวร้ายที่หวังหลอกนางร้าย เหอะ ๆ มาดูกันว่าใครจะร้ายกว่า ธารามลในร่างของปลากริมคิดอย่างหมายมาด

この本を無料で読み続ける
コードをスキャンしてアプリをダウンロード

最新チャプター

  • ฉันนี่แหละนักเลงขนมหวาน "ฟันน้ำนม" แห่งพระนครยุค 2500   บทที่ 171

    คำตอบที่ชัดเจนนั้น...คือการยืนยันอย่างสมบูรณ์ว่าลูกสาวของเธอได้มองเห็นแม่นางตานีกับแม่นางกวัก สองสหายต่างภพของตัวเอง ภายในค่ำคืนนั้น...หลังจากที่ส่งลูก ๆ เข้านอนเรียบร้อย...ปลากริมก็ได้ตัดสินใจเล่าความลับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเธอให้เทวากรผู้เป็นสามีฟังเป็นครั้งแรก... ยกเว้นเรื่

  • ฉันนี่แหละนักเลงขนมหวาน "ฟันน้ำนม" แห่งพระนครยุค 2500   บทที่ 170

    หลายปีต่อมา...ในคืนวันศุกร์ที่แสนคึกคักใจกลางย่านพระอาทิตย์...แสงไฟนีออนสีน้ำเงินนวลสาดส่องลงบนป้ายชื่อร้านที่ออกแบบอย่างมีรสนิยม... "พระอาทิตย์ บลูส์" (Phra Athit Blues) นี่คือไพรเวทแจ๊สคลับที่หรูหราและเป็นที่กล่าวขวัญถึงมากที่สุดในพระนคร และเจ้าของคลับแห่งนี้ก็คือสองหนุ่มโสดที่เนื้อหอม

  • ฉันนี่แหละนักเลงขนมหวาน "ฟันน้ำนม" แห่งพระนครยุค 2500   บทที่ 169

    "ต้องได้สิ!" ข้าวเหนียวตอบอย่างหนักแน่น แม้ในใจจะเริ่มรู้สึกไม่ต่างกัน "นายอย่าลืมสิว่าการทำธุรกิจมันไม่มีอะไรได้มาง่าย ๆ นายก็เห็นแล้วจากตัวอย่างของทั้งพ่อครูและแม่ครู ไหนจะปลากริมกับพี่เขยของนายอีก" คำพูดนี้ได้ทำให้ปั้นขลิบมีไฟขึ้นมาอีกครั้ง "พี่พูดถูก ผมจะมาท้อง่าย ๆ แบบนี้ไม่ได้"

  • ฉันนี่แหละนักเลงขนมหวาน "ฟันน้ำนม" แห่งพระนครยุค 2500   บทที่ 168

    หลังจากที่สองสหายคู่ซี้อย่างข้าวเหนียวและปั้นขลิบ...ที่ใคร ๆ ต่างก็บอกว่าตัวติดกันเป็นปาท่องโก๋...ได้เดินทางกลับมาถึงพระนครหลังจากไปทำหน้าที่อาสา พวกเขาก็ได้รับวันหยุดพักผ่อนอย่างเต็มที่ และเมื่อสองหนุ่มโสด...โปรไฟล์ดี...ผู้มีพลังงานล้นเหลือได้กลับคืนสู่เมืองหลวง...ค่ำคืนแห่งความสนุกสนาน

  • ฉันนี่แหละนักเลงขนมหวาน "ฟันน้ำนม" แห่งพระนครยุค 2500   บทที่ 167

    สิ้นเสียงตะโกนของลูกน้อง...เสียงปืนกลก็ดังขึ้นจากแนวป่ารกทึบ! พวกเขาถูกซุ่มโจมตี! "หมอบลง! หาที่กำบัง!" เพชรตะโกนสั่งการอย่างไม่ตื่นตระหนก เขายิงต่อสู้เพื่อคุ้มกันให้ลูกน้องได้เข้าที่กำบังอย่างปลอดภัย...ทักษะการเคลื่อนไหวที่คล่องแคล่วว่องไวราวกับเงาที่เขาได้มาจากมวยไชยา...ได้ถูกนำมาปรับใ

  • ฉันนี่แหละนักเลงขนมหวาน "ฟันน้ำนม" แห่งพระนครยุค 2500   บทที่ 166

    หลังจากเรื่องราวภายในครอบครัวผ่านพ้นมาได้ด้วยดีครอบครัวใหญ่แห่งบ้านสิงหราชก็ได้เติบโตและงอกงามขึ้นอย่างมีความสุข มะตูมและนีรนาถมีทายาทชายคนแรกเป็นโซ่ทองคล้องใจ ส่วนปลากริมและเทวากรก็มีลูกสาวตัวน้อยที่น่ารักน่าชัง... ค่ำคืนหนึ่งบนโต๊ะอาหารที่แสนอบอุ่นและคึกคักของบ้านสิงหราช เพ

  • ฉันนี่แหละนักเลงขนมหวาน "ฟันน้ำนม" แห่งพระนครยุค 2500   บทที่ 135

    หลังจากวันที่มะตูมได้เปิดเผยความในใจกับคุณชายชัชวาลแล้ว เขากับพี่ชายของหญิงสาวก็ยังคงทำตัวตามปกติเมื่อพบเจอกัน แต่สิ่งที่แตกต่างออกไปอย่างเห็นได้ชัด...คือพฤติกรรมของมะตูมในทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ที่นีรนาถมาที่บ้านสิงหราช อย่างบ่ายวันเสาร์ถัดมา... หลังจากที่นีรนาถได้เรียนทำขนมกับ

  • ฉันนี่แหละนักเลงขนมหวาน "ฟันน้ำนม" แห่งพระนครยุค 2500   บทที่ 134

    "ฉะ...ฉันไม่เป็นไรค่ะ...ขอบคุณมากนะคะคุณมะตูม" นีรนาถที่เพิ่งรู้สึกตัวตอบเสียงสั่น เนื่องจากหล่อนยังคงไม่หายจากอาการตกใจ มะตูมมองใบหน้าซีดเผือดของหล่อนอย่างเห็นใจ "ผมว่าคุณเข้าไปพักข้างในบ้านก่อนเถอะครับ...เดี๋ยวผมกับคุณชายจะไปจัดการเรื่องนี้ที่โรงพักเอง" "ค่ะ" หญิงสาวตอบรับอ

  • ฉันนี่แหละนักเลงขนมหวาน "ฟันน้ำนม" แห่งพระนครยุค 2500   บทที่ 133

    ทางด้านพิธีกรในตอนนี้คนทั้งคู่บนเวทีกำลังรอให้เสียงปรบมือเงียบลงอย่างใจเย็น ก่อนจะกล่าวปิดท้ายด้วยคำประกาศที่สำคัญ "ขอแสดงความยินดีกับผู้เข้ารอบชิงชนะเลิศทั้งสองท่านอีกครั้งครับ!" "และการแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศ...ซึ่งจะจัดขึ้นในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า ณ สถานที่แห่งนี้...จะเป็นบท

  • ฉันนี่แหละนักเลงขนมหวาน "ฟันน้ำนม" แห่งพระนครยุค 2500   บทที่ 131

    นับวันความสัมพันธ์ระหว่างปลากริมกับนีรนาถก็ยิ่งแน่นแฟ้นมากขึ้น...รวมถึงความก้าวหน้าของการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างกันก็ได้ปรากฏให้เห็นอย่างเด่นชัด นีรนาถได้เรียนรู้หัวใจ...ของขนมไทย ส่วนปลากริมก็ได้ทบทวนเทคนิคขนมอบแบบตะวันตกที่เธอเคยได้ศึกษามาจากความทรงจำในอดีตนำมาผสมผสานกัน...และแล้ววันแ

続きを読む
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status