Share

บทที่ 3

หลังจากผ่านเหตุการณ์อันแสนวุ่นวายและน่าตื่นตระหนกจนแทบจะทำให้คนในครอบครัวเสียสติ ธารามลก็ได้ถูกคนเป็นพ่ออุ้มมาที่บ้าน ส่วนคนเป็นแม่ก็รีบหาเสื้อผ้าแห้งมาผลัดเปลี่ยนให้บุตรสาวอย่างทะนุถนอม

ก่อนที่เธอจะถูกบอกให้นอนพักผ่อนอยู่บนเสื่อผืนเก่าในมุมหนึ่งของบ้านไม้ กลิ่นหอมขมของยาสมุนไพรที่คนเป็นแม่กำลังต้มให้ลอยอบอวลไปทั่ว เป็นกลิ่นที่ยืนยันว่าเรื่องราวทั้งหมดนี้คือความจริงอันโหดร้าย

ซึ่งก่อนหน้าที่จะมาที่บ้านพ่อได้พาเธอไปหาหมอยา ประจำท้องที่แห่งนี้ หมอคนนั้นบอกว่าเธอแค่ตกใจแลสำลักน้ำไปมากให้พักผ่อนเยอะ ๆ เดี๋ยวก็หายเป็นปกติ...เป็นปกติอย่างนั้นหรือ? ธารามลถอนหายใจในร่างเล็กจ้อย เธอน่ะไม่ปกติอย่างแรงเลยต่างหาก

ธารามลคนเดิม...เชฟสาวอนาคตไกลได้ตายไปแล้วพร้อมกับอุบัติเหตุเครื่องบินตก ตอนนี้มีเพียง เด็กหญิงปลากริมลูกสาวคนโตวัยหกขวบของอดีตนักมวยตกอับกับแม่ค้าหาบเร่ขายขนม ที่ต้องดิ้นรนเพื่อไม่ให้ตัวเองและครอบครัวต้องพบกับจุดจบอันน่าอนาถตามบทประพันธ์

ขณะที่เธอกำลังนอนหลับตาพริ้มอยู่นั้น ความคิดก็ล่องลอยกลับไปหาชีวิตเก่าที่เธอจากมา...ภาพของห้องครัวสแตนเลสที่สะอาดเอี่ยม เตาอบดิจิทัลที่ควบคุมอุณหภูมิได้แม่นยำ เครื่องผสมแป้งอย่างดี และที่สำคัญที่สุดคือ อุปกรณ์ขนมต่าง ๆ ของตัวเองที่เธอเลือกสรรและทะนุถนอมราวกับเป็นสมบัติล้ำค่า

เธอกำลังนึกถึงห้องทำขนมและอุปกรณ์เหล่านั้นอย่างละเอียด...พายซิลิโคนด้ามไม้ที่จับถนัดมือ หัวบีบครีมลายกุหลาบที่ใช้ประจำ มีดเล็ก ๆ สำหรับแกะสลักผลไม้ที่คมกริบ...

ในตอนนั้นเองความรู้สึกประหลาดก็เกิดขึ้น! ขณะที่เธอกำลังนึกถึงภาพพายซิลิโคนอันโปรดอยู่นั้น เธอกลับรู้สึกเหมือนได้สัมผัสถึงน้ำหนักและผิวสัมผัสเรียบลื่นของมันในความคิด...เป็นความรู้สึกที่ชัดเจนจนน่าขนลุก

อะไรกัน? ปลากริมขมวดคิ้วทั้งที่ยังหลับตา

เธอเปลี่ยนไปนึกถึงมีดแกะสลักผลไม้เล่มเล็กที่เก็บไว้ในลิ้นชักอย่างดี นึกถึงด้ามจับโลหะเย็น ๆ และความคมของใบมีด...และอีกครั้ง! เธอรู้สึกเหมือนกำลังกำด้ามมีดเล่มนั้นไว้ในมือ...แต่เป็นมือในจินตนาการ

เป็นไปได้ยังไง...สิ่งที่อยู่ในความคิดจะสัมผัสได้ด้วยอย่างนั้นเหรอ?

ด้วยความอยากรู้อยากเห็นระคนตื่นเต้น ปลากริมจึงลองรวบรวมสมาธิทั้งหมด เพ่งความคิดไปที่หัวบีบครีมลายกุหลาบ ชิ้นเล็ก ๆ ที่ทำจากสแตนเลสเงาวับอันนั้น เธอคิดอย่างมุ่งมั่น...อยากเห็นมัน...อยากจับมันอีกครั้ง...ออกมาสิ...จะเอาออกมาได้ไหมนะ

สิ้นความคิดนั้นเองเธอก็รู้สึกเหมือนมีบางอย่างถูกดึงออกจากห้วงความคิดของเธอเบา ๆ และปรากฏขึ้นในมือเล็ก ของตนที่กำแน่นอยู่ใต้ผ้าห่มผืนบาง!

ปลากริมสะดุ้งสุดตัว! ลืมตาโพลงด้วยความตกใจ!

เธอค่อย ๆ คลี่มือของตัวเองออกอย่างเชื่องช้า...และบนฝ่ามือนั้นก็มีหัวบีบครีมสแตนเลสรูปทรงคุ้นตาวางอยู่จริง ๆ! ไม่เพียงแค่นั้น เพราะว่าสิ่งที่เธอนึกขึ้นก่อนหน้าก็ปรากฏอยู่ตรงนี้ด้วย

หัวใจดวงน้อยของเด็กหญิงเต้นระรัว! ซึ่งในตอนนี้เธอกำลังตกใจเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังรีบกำมือและซ่อนมันไว้ใต้ผ้าห่มอีกครั้ง ก่อนจะเหลือบมองไปรอบ ๆ และเห็นว่าคนเป็นแม่กำลังง่วนอยู่หน้าเตาถ่าน ส่วนน้องชายก็นอนหลับอยู่ไม่ไกล โชคดีที่ไม่มีใครเห็น

เธอสูดหายใจลึก พยายามทำใจให้สงบ แล้วลองอีกครั้ง... หายไป สิ้นความคิดสิ่งของในมือก็อันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอย!

กลับมา หลังจากเธอคิดแบบนี้ของทั้งหมดก็ได้กลับมาอยู่ในมือของเธออีกครั้ง!

คราวนี้ไม่ใช่แค่ความตกใจเพียงอย่างเดียว แต่เป็นความตื่นเต้นจนแทบจะหยุดหายใจอีกด้วย ปลากริมกำหัวบีบครีมไว้แน่น สมองของเธอประมวลผลอย่างรวดเร็ว...ทะลุมิติ...มีของติดตัวมาจากโลกเก่า...

นี่มัน...หรือว่าสิ่งนี้จะเรียกว่ามิติตามที่เคยอ่านนิยายมาใช่ไหม

ไม่ใช่แค่ความทรงจำในฐานะเชฟที่ติดตัวมา แต่เธอยังมี คลังสมบัติส่วนตัวที่สามารถหยิบเอาอุปกรณ์จากโลกเก่าของเธอออกมาใช้ได้อีก

จากความสิ้นหวังเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นประกายแห่งความหวังที่สว่างวาบขึ้นในดวงตากลมโตของเด็กหญิงวัยหกขวบ...สวรรค์ไม่ได้แค่ส่งเธอมาตาย แต่ยังส่งเครื่องมือทำมาหากิน ชั้นเลิศมาให้เธออีกต่างหาก

ปฏิบัติการพลิกชะตาของชีวิตในร่างนางร้าย ซึ่งตอนนี้ยังเป็นเพียงเด็กหญิงฟันน้ำนมได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ณ ริมคลองบางกอกน้อยแห่งพระนครยุค 2500

หลังจากธารามลเริ่มจะยอมรับในชะตากรรมของตัวเองได้แล้วว่าเธอต้องใช้ชีวิตใหม่ในฐานะปลากริม วิญญาณของเธอในร่างเด็กน้อยที่กำลังนั่งนิ่งเพื่อนึกทบทวนถึงเส้นเรื่องเดิมของครอบครัวนางร้ายที่ตัวเองได้มาสิงร่าง...

ตามเนื้อเรื่องเดิม...จุดเริ่มต้นของโศกนาฏกรรมคือหลังจากที่พ่อสิ้นหวังกับการล้มมวยของศิษย์รัก ท่านก็เริ่มดื่มเหล้าเมามายจนไปมีเรื่องกับนักเลงเจ้าถิ่น...ส่วนแม่ก็ตรากตรำทำงานหนักจนล้มป่วยลงในที่สุด...หลังจากนั้น

ความคิดอันซับซ้อนของผู้ใหญ่ในร่างเด็กต้องหยุดชะงักลง เมื่อมีเสียงเล็ก ๆ ใส ๆ ดังขึ้นข้างตัว

"พี่จ๋า...หนูหิว"

เสียงใสแจ๋วของปั้นขลิบทำให้เด็กหญิงร่างผอมที่กำลังผูกผมแกละสองข้างโดยฝีมือแม่ต้องบ่ายหน้าไปมองเขา น้องชายตัวน้อยกำลังยืนมองเธอตาแป๋ว เจ้าตัวกำลังเอามือใส่ปากตามความเคยชินของเด็กวัยสี่ขวบ น้ำมูกใส ๆ ที่เกรอะกรังอยู่ใต้จมูกทำให้ปลากริมนึกเอ็นดูระคนสงสาร

จริงสิ...จะมัวแต่วางแผนอนาคตอย่างเดียวไม่ได้ ปากท้องของเราในปัจจุบันสำคัญที่สุด

"ไป...เดี๋ยวพี่หาอะไรให้กินนะ" ปลากริมพูดด้วยเสียงเล็ก ๆ ของตัวเองที่ยังไม่คุ้นชิน ก่อนจะจูงมือน้องชายเดินลงบันได

ทั้งสองคนชวนกันไปยังดงกล้วยข้างบ้านที่แผ่กิ่งก้านสาขาให้ร่มเงาแต่กลับมีสภาพอย่างที่เธอเห็นจากความทรงจำเดิม...ที่มีแต่ใบกล้วยหาลูกแทบไม่เจอ คงเพราะดินไม่ดีและขาดการดูแล มีเพียงเครือเล็ก ๆ ที่ยังเขียวอื๋ออยู่เพียงเครือเดียวเท่านั้น

ขณะที่ปลากริมกำลังใช้สายตาของเชฟประเมินว่ากล้วยดิบเครือนั้นจะพอเอาไปทำอะไรได้บ้าง ในจังหวะนั้นเองดวงตาของเด็กหญิงวัยหกขวบก็มองเห็นบางสิ่งที่ทำให้เธอต้องหยุดนิ่ง...

ใต้ร่มเงาของกอกล้วยตานีที่ใหญ่ที่สุด มีหญิงงามนางหนึ่งในชุดสไบผ้าแถบสีเขียวตองยืนมองเธอกับน้องชายด้วยรอยยิ้มเอ็นดู หญิงผู้นั้นมีรูปโฉมงดงามราวกับนางในวรรณคดี ผมยาวสลวย ผิวพรรณผุดผ่อง แม้จะยืนอยู่ในที่ร่มสลัวแต่กลับดูเหมือนมีรัศมีอ่อน ๆ รอบกาย

ทางฝั่งนางตานีเองนั้น นางคุ้นเคยกับการเฝ้ามองเด็กทั้งสองคนนี้วิ่งเล่นอยู่บ่อยครั้ง แต่ไม่เคยมีครั้งไหนที่สายตาของมนุษย์จะมองเห็นตนได้...นางจึงไม่คิดว่าปลากริมจะเห็นตัวเอง และยังคงส่งยิ้มให้อย่างที่เคยทำ

ทว่า...นางพลันรู้สึกแปลกใจขึ้นมาเล็กน้อยที่ครั้งนี้ดูเหมือนว่าดวงตากลมโตของเด็กน้อยคนนั้นจะไม่ได้มองทะลุผ่านร่างของตนไปเหมือนทุกที แต่กลับจ้องตรงมาที่นางอย่างชัดเจน

ปลากริมเองก็ประหลาดใจไม่แพ้กัน เธอกะพริบตา ปริบ ๆ ผู้หญิงคนนั้น...สวยเหลือเกิน แต่ทำไมถึงดูโปร่งแสงนิด ๆ นะ? แล้วทำไมถึงมายืนยิ้มอยู่ตรงกอกล้วยตานีที่ใคร ๆ ก็ว่าเจ้าที่แรงนักหนา...

วินาทีนั้นเองที่เด็กหญิงผู้มีวิญญาณเป็นผู้ใหญ่กับภูตผีสาวเจ้าที่ผู้ใจดีได้สบตากันเป็นครั้งแรก...และต่างก็รับรู้ได้ถึงความไม่ธรรมดาของอีกฝ่าย
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ฉันนี่แหละนักเลงขนมหวาน "ฟันน้ำนม" แห่งพระนครยุค 2500   บทที่ 171

    คำตอบที่ชัดเจนนั้น...คือการยืนยันอย่างสมบูรณ์ว่าลูกสาวของเธอได้มองเห็นแม่นางตานีกับแม่นางกวัก สองสหายต่างภพของตัวเอง ภายในค่ำคืนนั้น...หลังจากที่ส่งลูก ๆ เข้านอนเรียบร้อย...ปลากริมก็ได้ตัดสินใจเล่าความลับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเธอให้เทวากรผู้เป็นสามีฟังเป็นครั้งแรก... ยกเว้นเรื่

  • ฉันนี่แหละนักเลงขนมหวาน "ฟันน้ำนม" แห่งพระนครยุค 2500   บทที่ 170

    หลายปีต่อมา...ในคืนวันศุกร์ที่แสนคึกคักใจกลางย่านพระอาทิตย์...แสงไฟนีออนสีน้ำเงินนวลสาดส่องลงบนป้ายชื่อร้านที่ออกแบบอย่างมีรสนิยม... "พระอาทิตย์ บลูส์" (Phra Athit Blues) นี่คือไพรเวทแจ๊สคลับที่หรูหราและเป็นที่กล่าวขวัญถึงมากที่สุดในพระนคร และเจ้าของคลับแห่งนี้ก็คือสองหนุ่มโสดที่เนื้อหอม

  • ฉันนี่แหละนักเลงขนมหวาน "ฟันน้ำนม" แห่งพระนครยุค 2500   บทที่ 169

    "ต้องได้สิ!" ข้าวเหนียวตอบอย่างหนักแน่น แม้ในใจจะเริ่มรู้สึกไม่ต่างกัน "นายอย่าลืมสิว่าการทำธุรกิจมันไม่มีอะไรได้มาง่าย ๆ นายก็เห็นแล้วจากตัวอย่างของทั้งพ่อครูและแม่ครู ไหนจะปลากริมกับพี่เขยของนายอีก" คำพูดนี้ได้ทำให้ปั้นขลิบมีไฟขึ้นมาอีกครั้ง "พี่พูดถูก ผมจะมาท้อง่าย ๆ แบบนี้ไม่ได้"

  • ฉันนี่แหละนักเลงขนมหวาน "ฟันน้ำนม" แห่งพระนครยุค 2500   บทที่ 168

    หลังจากที่สองสหายคู่ซี้อย่างข้าวเหนียวและปั้นขลิบ...ที่ใคร ๆ ต่างก็บอกว่าตัวติดกันเป็นปาท่องโก๋...ได้เดินทางกลับมาถึงพระนครหลังจากไปทำหน้าที่อาสา พวกเขาก็ได้รับวันหยุดพักผ่อนอย่างเต็มที่ และเมื่อสองหนุ่มโสด...โปรไฟล์ดี...ผู้มีพลังงานล้นเหลือได้กลับคืนสู่เมืองหลวง...ค่ำคืนแห่งความสนุกสนาน

  • ฉันนี่แหละนักเลงขนมหวาน "ฟันน้ำนม" แห่งพระนครยุค 2500   บทที่ 167

    สิ้นเสียงตะโกนของลูกน้อง...เสียงปืนกลก็ดังขึ้นจากแนวป่ารกทึบ! พวกเขาถูกซุ่มโจมตี! "หมอบลง! หาที่กำบัง!" เพชรตะโกนสั่งการอย่างไม่ตื่นตระหนก เขายิงต่อสู้เพื่อคุ้มกันให้ลูกน้องได้เข้าที่กำบังอย่างปลอดภัย...ทักษะการเคลื่อนไหวที่คล่องแคล่วว่องไวราวกับเงาที่เขาได้มาจากมวยไชยา...ได้ถูกนำมาปรับใ

  • ฉันนี่แหละนักเลงขนมหวาน "ฟันน้ำนม" แห่งพระนครยุค 2500   บทที่ 166

    หลังจากเรื่องราวภายในครอบครัวผ่านพ้นมาได้ด้วยดีครอบครัวใหญ่แห่งบ้านสิงหราชก็ได้เติบโตและงอกงามขึ้นอย่างมีความสุข มะตูมและนีรนาถมีทายาทชายคนแรกเป็นโซ่ทองคล้องใจ ส่วนปลากริมและเทวากรก็มีลูกสาวตัวน้อยที่น่ารักน่าชัง... ค่ำคืนหนึ่งบนโต๊ะอาหารที่แสนอบอุ่นและคึกคักของบ้านสิงหราช เพ

  • ฉันนี่แหละนักเลงขนมหวาน "ฟันน้ำนม" แห่งพระนครยุค 2500   บทที่ 160

    ส่วนท่านชายวิศรุต...เขาเองก็ได้แสดงสีหน้าผิดหวังออกมาอย่างไม่ปิดบัง...เนื่องจากเขาเป็นคนที่หลงชื่อคำพูดของหล่อนทุกอย่าง...ทุกประโยคนั่นเอง...และดูเหมือนว่าตอนนี้เขาได้กลายเป็นตัวตลกของแขกเหล่านี้เสียแล้วจากการกระทำของตัวเอง แต่ก่อนที่ท่านชายจะปลีกตัวออกไป...ประโยคต่อมาของปลากริมก็ได้เป็น

  • ฉันนี่แหละนักเลงขนมหวาน "ฟันน้ำนม" แห่งพระนครยุค 2500   บทที่ 159

    ท่ามกลางความโกลาหลวุ่นวายนั้น ปลากริมยืนนิ่งอยู่กลางวงด้วยแววตาที่เย็นเยียบ 'พี่สาวทั้งสอง...ช่วยทำให้ทุกคนหยุดทีจ้ะ!' สิ้นกระแสจิตของเธออภินิหารจากสองสหายต่างภพก็บังเกิดขึ้น...บรรยากาศที่เคยดังอื้ออึงพลันเงียบสงัดลงในพริบตา! แขกเหรื่อทุกคนที่กำลังกรีดร้องหรือวิ่งวุ่นต่างหยุดนิ

  • ฉันนี่แหละนักเลงขนมหวาน "ฟันน้ำนม" แห่งพระนครยุค 2500   บทที่ 158

    เธอบรรจงผสมแป้งกับไข่แดงด้วยพายไม้อย่างใจเย็น ก่อนจะนำพิมพ์ทองเหลืองไปอังบนเตาถ่านที่ไฟลุกแดงสม่ำเสมอ...หญิงสาวไม่ได้มองนาฬิกา...แต่ใช้สัญชาตญาณในการรับรู้ถึงอุณหภูมิที่พอเหมาะ ในขณะที่ทางด้านทีมของชาลิสา...บรรยากาศกลับเต็มไปด้วยความตึงเครีดและเก้ ๆ กัง ๆ เนื่องจากเมื่อหล่อนเห็นปลากริมหย

  • ฉันนี่แหละนักเลงขนมหวาน "ฟันน้ำนม" แห่งพระนครยุค 2500   บทที่ 157

    ภายในห้องทำงานเล็ก ๆ หลังร้านของเลอ บัว เบลอ...ดินได้นั่งอยู่ตรงข้ามกับอิ่ม หญิงรับใช้ของชาลิสาที่กำลังตัวสั่นด้วยความกลัว บนโต๊ะระหว่างพวกเขามีม้วนฟิล์ม...เป็นภาพที่หล่อนกำลังขโมยฝักวานิลลากั้นอยู่ "คุณอิ่ม...ตอนนี้เรามีหลักฐานมัดตัวคุณแน่นหนา" ดินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา "ถ้าเราส่งเร

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status