تسجيل الدخولในโลกที่ขับเคลื่อนด้วยโค้ดของเกม มะลิกลับพบความจริงที่ซ่อนอยู่ภายใต้ภาพลักษณ์ราชินีผู้สง่างาม เบื้องหลังกำแพงที่ขวางกั้นที่ไม่ใช่ความเย็นชา แต่เป็นความประหม่าที่ไม่มีใครเคยล่วงรู้ และในฐานะคนแปลกหน้าจากต่างมิติ เธอเท่านั้นที่จะก้าวผ่านเข้าไปสัมผัสตัวตนที่แท้จริงและเยียวยาหัวใจของราชินีผู้โดดเดี่ยวคนนี้
عرض المزيدแสงแดดอ่อนๆกำลังลอดผ่านม่านหน้าต่างเข้ามาแยงตาฉัน ในขณะที่ฉันกำลังงัวเงีย สะลึมสะลือ แบบคนยังไม่ตื่นดีอยู่บนเตียงนอนเน่าๆของตัวเอง สองมือก็ค่อยๆพยายามดันตัวเองให้ลุกขึ้นจากที่นอน เดินตรงไปทางคอมพิวเตอร์ตรงมุมห้องที่จัดโต๊ะไว้อย่างดูเป็นทางการ มันคือมุมเกมเมอร์ดีดีนี่เอง
ฉันมีชื่อว่า ‘มะลิ’ ฉันเป็นเด็กติดเกมคนหนึ่งที่ปัจจุบันเป็นนักศึกษา อยู่ชั้นปีที่ 3 ของมหาวิทยาลัยรัฐแถวบ้าน ชีวิตนักศึกษาสาววัย 21 ปีของฉันก็ดำเนินไปอย่างเรียบง่าย ไม่มีอะไรหวือหวา ถ้าไม่ใช่วันที่มีการเรียนการสอน ฉันก็ใช้ชีวิตอยู่แต่ในห้องตัวเอง เล่นเกมที่ตัวเองชอบไปวันๆ เพื่อนสนิทก็มีเพียงแค่ไม่กี่คน เพราะฉันติดเกมมากขนาดนี้ เพื่อนจึงไม่ค่อยมียังไงล่ะ (~ ¯▽¯) หลังจากมานั่งประจำที่หน้าคอมพิวเตอร์อย่างเสร็จสรรพ โดยที่ยังไม่ได้ล้างหน้า แปรงฟัน และอาบน้ำก่อนเลย เปิดคอม เปิดซีพียู เรียบร้อย สายตาก็พุ่งไปที่เกมๆเดิมบนหน้าจอ มันคือเกมแนวผจญภัยสุดน่ารัก ที่ผู้เล่นอย่างเราจะต้องรับบทเป็นตัวละครหลักในเกม และออกผจญภัย ต่อสู้กับบอส ทำภารกิจตามที่เกมกำหนดเพื่อปลดล็อกเนื้อเรื่องไปเรื่อยๆ อ้อ! และอีกอย่าง เกมนี้เป็นเกมออนไลน์ ซึ่งก็หมายความว่าเราสามารถเล่นกับคนอื่นได้ด้วย และฉันก็มีเพื่อนสนิทที่เล่นเกมนี้ด้วย 1 คน เรารู้จักกันผ่านทางอินเทอร์เน็ต ฉันรู้เพียงแค่ว่าเธอเป็นผู้หญิง เธอชื่อว่าปิ่นมุก และมีอายุเท่ากันกับฉัน เราเล่นเกมนี้ด้วยมาได้เกือบจะ 2 ปีแล้ว ปิ่นถือเป็นเพื่อนที่ดีอีกคนหนึ่งสำหรับฉัน เพราะถ้าไม่มีเธอ ฉันก็คงต้องเล่นเกมนี้เหงาๆอยู่คนเดียว และไม่มีใครช่วยทำภารกิจให้ผ่านแน่ๆ ในขณะนั้นที่เราสองคนเริ่มจะพูดคุยกันมากขึ้น ฉันอยากที่จะทำความรู้จักกับตัวของปิ่นให้มากกว่านี้ แต่แล้ววันหนึ่งเธอก็กลับหายตัวไปอย่างปริศนา เธอไม่เข้ามาเล่นเกมนี้เป็นเวลาหลายเดือน ฉันที่สงสัยมาตลอดแต่คงจะหาคำตอบอะไรไม่ได้ เพราะช่องทางการติดต่อช่องทางอื่นของปิ่น ฉันก็ยังไม่เคยขอเธอเอาไว้ ปิ่นอาจจะมีเรื่องสำคัญในชีวิตที่อาจทำให้เธอจำเป็นต้องเลิกเล่นเกมออนไลน์นี้ไปก็ได้ เพราะสำหรับบางคน เกมก็ไม่ได้สำคัญอะไรเลย ฉันหวังเพียงแค่ว่าปิ่นมุกตอนนี้เธอคงจะใช้ชีวิตอย่างมีความสุขอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกใบนี้ ฉันคิดในใจพลางสายตาก็ยังคงจ้องมองไปที่หน้าโปรไฟล์เกมของเธออยู่สักพักหนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่ และกดเข้าเล่นเกมอย่างตามปกติจนเวลาผ่านไปสักพักใหญ่ ฉันก็ยังคงนั่งเล่นเกมอยู่อย่างงั้น จนแม่ของฉันต้องขึ้นมาตามฉันให้ลงไปทานข้าวข้างล่าง แถมโดนดุที่ยังไม่อาบน้ำด้วย (¯▽¯;) ”ลูกได้ยินข่าวคนหายบ้างหรือเปล่า?“ แม่เอ่ยถามขึ้นมาระหว่างที่เราสองคนกำลังนั่งรับประทานอาหารด้วยกัน ฉันที่ได้ยินก็ขมวดคิ้วพร้อมกับทำหน้าสงสัย และแน่นอน ฉันก็โดนแม่ดุอีกนิดหน่อยว่ามัวแต่เล่นเกมจนไม่รู้ข่าวสารบ้านเมืองอะไรกับเขาเลย แม่เล่าให้ฟังว่าตอนนี้กำลังมีข่าวคนที่หายไปอย่างปริศนา อย่างไม่มีร่องรอย มันไม่ใช่เหตุการฉุกลักพาตัว หรือเหตุฆาตกรรมอย่างแน่นอน เพราะทีมตำรวจสืบแล้วสืบอีกแต่ก็ไม่พบร่องรอย หรือเป็นหลักฐานที่สามารถชี้ว่าเป็นคดีในทำนองนั้นได้ แม่พูดต่อว่า คนส่วนหนึ่งเชื่อกันว่ามันคือเหตุการณ์ผีลักซ่อน ซึ่งทำให้ฉันที่กำลังตักข้าวเข้าปากถึงกับเกือบสำลักอาหาร โอ๊ย นี่มันยุคไหนกันแล้ว เรื่องเหนือธรรมชาติมันไม่มีอยู่จริงหรอก แต่ก็เอาเถอะ มันก็เป็นความเชื่อส่วนบุคคล แต่ฉันไม่เคยเชื่อเรื่องอะไรแบบนั้นเลย ถ้าคนคนนั้นหายตัวไป ก็คงด้วยเหตุผลอะไรสักอย่างที่ตำรวจยังตามสืบไม่พบเสียมากกว่า มันไม่ได้มีอะไรไปมากกว่านี้หรอก เอาล่ะ! พอเริ่มเข้าพลบค่ำ สิ่งที่ฉันจะต้องทำน่ะเหรอ? หึๆ นั่นก็คือการปั่นงานยังไงล๊าา (¯▽¯;) ในระหว่างที่ฉันกำลังเล่นเกมออนไลน์นั้นอย่างเมามันส์ เสียงแจ้งเตือนข้อความก็เด้งเข้ามารัวๆ บรรดาเพื่อนๆในกลุ่มกำลังคุยกันจ่อกแจ่กเรื่องงานกลุ่มวิชาการจัดการโรงแรมที่ต้องส่งพรุ่งนี้ งานที่ยังคงค้างไว้อยู่ส่วนนึงก็อยู่ที่ฉัน ที่ต้องรีบจัดการให้เสร็จภายในคืนนี้ ไม่งั้นมีหวังได้ซวยกันยกกลุ่มแน่ๆ โอ๊ย... ตาจะปิดอยู่แล้ว ตอนนี้ก็เป็นเวลาเกือบจะเที่ยงคืนตรงแล้ว ฉันพึมพำพลางฟุบหน้าลงกับโต๊ะคอมพิวเตอร์ งานกลุ่มนี้ที่ส่งพรุ่งนี้มันสูบพลังชีวิตฉันไปหมดจนสมองเบลอไปหมดแล้ว เสียงพัดลมระบายความร้อนดังหึ่งๆแข่งกับเสียงเพลงในเกมที่ดังคลออยู่ในหู เกมก็อยากจะเล่น นอนก็อยากจะนอน แต่งานก็ต้องรีบทำ ฮือ ณ ทันใดนั้น จู่ๆหน้าจอเกมออนไลน์เจ้าประจำของฉันตรงหน้าที่เปิดทิ้งเอาไว้ก็สว่างวาบขึ้นมา จังหวะที่ฉันกำลังจะกดปุ่ม 'Log out' เพื่อจะรีบทำงานต่อให้เสร็จ เพราะอีกนิดเดียวก็จะเสร็จแล้ว และก็จะไปนอนตายบนเตียงต่อ แต่แล้วหน้าต่างแจ้งเตือนสีทองอร่ามก็เด้งขึ้นมากลางจอ [System Alert: New World Update - Do you want to experience it in person?]ราชินีเซเลน่าค่อยๆถอดแหวนตราสัญลักษณ์ประจำตัวของพระองค์ออกมาจากนิ้วพระหัตถ์ แหวนสีเงินสลักตราดอกไม้แสนสวยประจำราชวงศ์นั่น สมแล้วที่เป็นของดูต่างหน้าขององค์รัชทายาทของพระองค์ พระองค์จ้องมองมันอยู่ครู่หนึ่ง และเริ่มมีใบหน้าที่กำลังครุ่นคิดอยู่สักครู่หนึ่ง ราวกับกำลังตัดสินใจว่านี่คือการเลือกที่ถูกต้องหรือความเสี่ยงครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต "หากสิ่งที่เจ้ากล่าวเป็นความจริง... ความล้มเหลวที่เกิดขึ้นในวังนี้อาจไม่ใช่เพราะโชคชะตา แต่อาจเป็นเพราะข้าไม่เคยเห็นสิ่งที่ควรจะเห็นมาโดยตลอด" พระองค์ทรงยื่นแหวนตราสัญลักษณ์นั้นมาให้กับฉันด้วยพระหัตถ์ที่สั่นคลอนเล็กน้อย "เรามอบอำนาจนี้ให้แก่เจ้า มาลิน่า... และเอลิน่า จงไปดูให้เห็นกับตา ว่าเกิดอะไรขึ้น... และถ้าเจ้าพบว่ามีอะไรที่เป็นต้นเหตุของปัญหานี้ จงจัดการมันในนามของเรา" ฉันรับแหวนตรานั้นมาด้วยความอ่อนน้อม พลางในใจก็กำลังสัมผัสได้ถึงน้ำหนักของความรับผิดชอบที่ตามมาด้วย ฉันรู้สึกได้ว่านี่ไม่ใช่แค่การทำอาหารในฝันอีกต่อไป ตอนนี้ทุกอย่างตรงหน้าฉันมันเริ่มชัดเจนขึ้นมาเรื่อยๆ ราวกับว่ามันไม่ใช่ความฝันอีกต่อไปแล้ว และถ้าเป็นเช่นนั้นจริง… ฉันจะทำอย่างไ
“ตกลงเพคะ!“ ฉันกล่าวพร้อมก้มหัวลงเพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดีต่อราชินีเซเลน่า มาลิน่า… เป็นชื่อที่ดูดีเนอะ คงเหมาะสมดีที่จะใช้บนโลกนี้ แน่นอนว่าถ้าบอกชื่อ มะลิ ให้คนอื่นได้ยินไป คงไม่มีใครเข้าใจ ”เอ่อ… ฝ่าบาทเพคะ… แล้วเราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าเด็กพวกนี้จะสามารถบริหารจัดการเรื่องเสบียงอาหารเพื่อประชาชนได้คะ และเรื่องงบประมาณที่ฝ่าบาทก็ทรงมอบให้นางรับหน้าที่ไปด้วย ถ้าเกิดพวกนางเป็นหัวขโมยแอบขโมยเงินไปล่ะเพคะ?“ อ่า… จู่ๆก็มีคนใส่ชุดแปลกๆ ซึ่งถ้าให้เดาก็น่าจะเป็นชุดคนใช้นั่นแหละ อาจจะเป็นผู้ติดตามส่วนพระองค์ หรือไม่ก็อาจจะเป็นนางกำนัลส่วนพระองค์ที่คอยดูแลเรื่องการแต่งกายเตรียมฉลองพระองค์ให้เหมาะสมกับกาลเทศะ ฉันเคยอ่านเจอบนเว็บว่า ตำแหน่งนี้เป็นตำแหน่งที่นางกำนัลคนนี้ต้องช่วยราชินีสวมใส่ชุดที่ซับซ้อน และคอยดูแลความสะอาดของเครื่องแต่งกายหลังสวมใส่ ดูแลความงาม ทำผม ช่วยแต่งหน้า หรือเตรียมเครื่องประทินโฉมตามที่ราชินีต้องการ นางก็เดินเข้ามาแอบกระซิบข้างหูราชินีเซเลน่า อาจจะพูดเยอะกว่านั้นหรือเปล่านะ ฉันได้ยินไม่ค่อยชัดเท่าไหร่ “ขออภัยเพคะ ฝ่าบาท หม่อมฉันและมาลิน่าไม่เคยมีเจตนาร้ายต่อพร
ฉันกับเอลิน่าวิ่งออกไปมองดูเหตุการณ์ด้านล่างนั่นด้วย พระเจ้า… ฉันพึมพัมออกมาคนเดียว นี่มันคือเหตุการณ์เหนือการควบคุมไปซะแล้ว ภาพที่ฉันเห็นคือกลุ่มชาวเมืองส่วนหนึ่งที่ตะโกนด่าทอด้วยถ้อยคำรุนแรงอยู่ด้านหน้าพระราชวัง อีกทั้งยังมีชาวเมืองกลุ่มที่รวมตัวกันประท้วงอย่างรุนแรงที่จัตุรัสกลางเมืองด้วย เหตุการประท้วงครั้งนี้เกิดขึ้นอันเนื่องจากเสบียงอาหารที่แจกจ่าย ที่ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกรมขุนนาง เน่าเสียและไม่ได้คุณภาพอย่างหนัก ทำให้ชาวเมืองเกิดความเจ็บป่วย แทนที่จะไกล่เกลี่ยกันดีๆ แต่ขุนนางหัวหน้ากรมที่รับผิดชอบเรื่องนี้กลับโยนความผิดให้สภาพอากาศ หรือ ความโชคร้าย โดยไม่ยอมรับผิดชอบใดๆ เป็นเหตุทำให้ชาวเมืองยิ่งโกรธกันมากขึ้นเข้าไปใหญ่จนตอนนี้สถานการณ์เริ่มลุกลามและควบคุมไม่ได้ แต่สิ่งที่เลวร้ายกว่านั้นกำลังจะเกิดขึ้นหลังจากนี้ เหล่าขุนนางชั้นผู้ใหญ่พวกนั้นพยายามจะปิดบังความจริงไม่ให้ถึงหูราชินีเซเลน่า โดยอ้างว่า "เป็นเพียงเรื่องวุ่นวายของคนชั้นต่ำ ไม่ควรให้พระเนตรพระกรรณต้องมัวหมอง" และแนะนำให้ใช้กำลังทหารเข้าสลายการชุมนุม ซึ่งจะนำไปสู่การนองเลือดในที่สุด ฉันกับเอลิน่าที่ได้ลงมาสังเกตกา
เป็นเมืองที่สะอาดสะอ้านดีนะ ดูเป็นเมืองที่มีความเจริญในระดับหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้เจริญเท่ากับในยุคปัจจุบัน ตอนที่ฉันเล่นเกม ฉันไม่ค่อยได้เดินสำรวจแมพนี้เท่าไหร่ เพิ่งรู้ว่าข้างในเมืองมีความเป็นไปยังไง ในขณะที่ฉันกำลังกวาดสายตาไปมาเพื่อชื่นชมบรรยากาศรอบเมืองๆนี้ แต่แล้วสายตาของฉันก็ไปหยุดอยู่หญิงชรานางหนึ่งที่กำลังทำขนมปังตกพื้นที่สกปรก ภาพทหารกำลังแจกจ่ายอาหารให้กับชาวบ้านที่กำลังหิวโหยแบบขอไปที แถวต่อคิวรับอาหารที่แจกที่ยาวคดเคี้ยวและวุ่นวาย ฉันรีบวิ่งเข้าไปช่วยพยุงคุณยายให้ค่อยๆลุกขึ้นยืน ฉันเดินตรงเข้าไปที่โต๊ะแจกจ่ายอาหารของทหารพวกนี้ทันที “ขอโทษนะคะ! ทำไมผู้สูงอายุล้มอยู่ตรงหน้าพวกคุณแบบนี้ พวกคุณกลับไม่คิดที่จะเข้ามาช่วยเหลือเธอเลยคะ และการแจกจ่าบขนมปังที่แข็งแบบนี้ ถ้ากัดเข้าไปฟันได้หักพอดี และการจัดแถวที่ไม่ได้มาตรฐานแบบนี้มันทำให้คนแก่และเด็กบางคนเข้าไม่ถึงอาหารด้วยนะคะ” ฉันพูดพร้อมสบตาทหารนายหนึ่งตรงหน้า ซึ่งเดาว่าเขาอาจจะคือหัวหน้าทหารพวกนี้ เขามองหน้าฉันนิ่งๆ ”สาวน้อย… ข้าไม่รู้หรอกว่าเจ้าเป็นใคร และก็ไม่ได้สนใจด้วย แต่สิ่งที่เจ้ากำลังทำอยู่ในตอนนี้ทำให้การปฏิบัติหน้าที่ของ











