Partager

บทที่ 2

สองแม่ลูกจูงมือกันรีบเดินไปทางชายหนุ่มสวมเสื้อแขนยาวสีเขียวขี้ม้าที่กำลังเก็บฟืนอยู่ห่างออกไป

“สามี ฉันกับลูกต้องการให้คุณเดินไปกับพวกเราค่ะ” น้ำเสียงอ่อนหวานของคนเป็นภรรยาทำให้หรูจื่อหันมามองเธอด้วยสีหน้าสงสัย

“ไปไหนหรือครับ” เขาถามพลางเก็บฟืนใส่ลงในกระบุงของตน

“พ่อฮับ ผมได้ยินเสียงร้องมาจากทางป่าไผ่” เด็กชายชี้นิ้วไปทางป่าไผ่ซึ่งอยู่ห่างออกไปจากที่พวกเขายืนอยู่

“ป่าไผ่ เสียงร้อง เสียงนั้นดังแบบไหนเหรอ”

“ฉันลองตั้งใจฟังดูแล้วคล้ายกับเสียงร้องของเด็กทารกเลยค่ะ” คำตอบของภรรยาได้เรียกความตกใจให้กับอดีตทหารหนุ่มไม่น้อย

“ยังมีคนกล้าเอาเด็กมาทิ้งอีกอย่างนั้นเหรอ ไปเถอะ พวกเรารีบไปดูกันหากชักช้าเด็กอาจจะไม่รอด” แม้ว่าการก้าวเดินของเขาจะค่อนข้างลำบากกระนั้นเจ้าตัวก็ยังเดินโขยกเขยกได้ไวกว่าลูกเมีย

‘เจ้านายกำลังมีคนมา’ ระบบส่งเสียงเตือนเจ้านายตัวน้อยที่กำลังพยายามหันซ้ายหันขวา

‘เขามาดีหรือมาร้าย’ หรูฟู่ซิงรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาครามคร

‘เป็นครอบครัวหรูที่ผมเคยเล่าให้เจ้านายฟังครับ’ คำตอบของระบบนำพาความโล่งใจมาให้หญิงสาวในรูปลักษณ์ของเด็กทารกเป็นอย่างมาก

‘ฮูว์! ค่อยยังชั่วหน่อยฉันนึกว่าจะเป็นคนไม่ดีซะอีก ระบบว่าแต่เรื่องยานายมีไหม’

หรูฟู่ซิงระบายลมหายใจออกมาพลางถามถึงเรื่องก่อนหน้า ‘มีครับ แต่ว่าเจ้านาย คือว่าเอ่อ สินค้าในระบบค่อนข้างมีราคาดังนั้นเกรงว่าในตอนนี้เจ้านายยังไม่อาจซื้อได้’ ระบบกล่าวเสียงอ่อย

“แอ๊!” (อะไรนะ) หรูฟู่ซิงส่งเสียงดังออกมาอย่างลืมตัว

สามพ่อแม่ลูกเมื่อได้ยินเสียงร้องนี้พวกเขาต่างก็เร่งฝีเท้าของตน “ไม่ผิดแน่ เป็นเสียงร้องของเด็กจริง ๆ” หรูจื่อพูดขึ้นในขณะเดียวกันเจ้าตัวก็ใช้ไม้ค้ำรีบเดินไปตามเสียงที่ได้ยินโดยมีลูกชายและภรรยาเดินตามหา

“สามี คุณเดินช้าลงหน่อยหากหกล้มขึ้นมาจะลำบากนะคะ” เสียงของภรรยาสาวหาได้หยุดการก้าวเท้าของชายหนุ่มแต่อย่างใด

“ผมไม่เป็นไร แต่คุณกับเสี่ยวเฉินช้าลงหน่อย ลูกชายของเรายังเล็ก” คนเป็นสามีตอบกลับเมื่อหันมาเห็นใบหน้าเล็ก ๆ ของบุตรชายแดงก่ำ

“ฉันจะแบกเขาขึ้นหลังค่ะ” หญิงสาวพูดพร้อมกับนั่งยองหันหลังให้บุตรชาย “แม่จะหนัก” เขาลังเล

“ไม่หนักจ้ะ ลูกแม่ตัวเล็กนิดเดียวผอมบางขนาดนี้จะหนักได้ยังไง” เมื่อคนเป็นแม่ยืนยันเช่นนี้เจ้าตัวเล็กจึงได้ยอมแนบหน้าอกของตนลงกับแผ่นหลังของมารดา

ทางด้านหนึ่งเด็กกับระบบ

‘เจ้านายใจเย็น’

‘เหอะ! เย็นได้เหรอ ฉันตัวแค่นี้ต้องรอเมื่อไหร่กันถึงจะหาเงินได้’ หรูฟู่ซิงอยากจะร้องไห้

(ไหนล่ะมิติ ในล่ะของในระบบที่สามารถซื้อหาได้ ทำไมการย้อนยุคของฉันต้องซวยขนาดนี้ด้วย) เจ้าตัวคิดด้วยความคับแค้นจึงทำให้ร่างกายของเธอหลั่งน้ำตาออกมาอย่างเงียบงัน

‘เจ้านาย สินค้าที่ทางศูนย์ใหญ่ของผมต้องการนั้นคนในยุคนี้กลับมองว่าไร้ค่านะครับ’ คำพูดของระบบได้เข้าหูของเด็กน้อยทันที

‘หมายความว่าของที่เกี่ยวข้องกับสี่เก่าใช่ไหม’ หรูฟู่ซิง ถามขึ้นอย่างมีความหวัง

เพราะเท่าที่เธอรู้มาในยุคปฏิวัติวัฒนธรรมนั้นมีการเผาทำลายสิ่งของรวมถึงตำราที่สื่อถึงการเกี่ยวข้องกับสี่เก่า[1]เป็นจำนวนมากมายอีกทั้งมีจำนวนไม่น้อยที่ถูกทิ้งราวขยะ

‘เจ้านายเข้าใจได้ถูกต้องแล้วครับ ไม่ว่าของสิ่งนั้นจะชำรุดมากแค่ไหนก็ตามก็สามารถขายได้ทั้งหมดหรือว่าจะแลกเปลี่ยนเป็นของกินของใช้ก็ได้อีกเหมือนกัน’ ข้อเสนอของระบบฟังดูเย้ายวนใจไม่น้อย

‘เฮ้อ! ถึงจะเป็นอย่างที่เธอว่ามาก็เถอะแต่ตอนนี้ฉันเป็นเด็กทารกนะ ฉันจะไปเอาของเหล่านั้นมาได้จากไหนกัน’ หรูฟู่ซิง กล่าวเสียงเศร้า

‘เจ้านายทำไม่ได้ แต่ว่าครอบครัวของเจ้านายทำได้นี่ครับ’

‘ครอบครัว ระบบเธอลืมไปหรือเปล่าว่าตอนนี้ฉันเป็นเพียงเด็กถูกทอดทิ้งนะ จะไปมีครอบครัวได้ยังไง’ เมื่อถูกระบบจี้ใจดำหรูฟู่ซิงก็ได้แผดเสียงร้องไห้ของตนดังลั่นไปทั้งป่าไผ่แห่งนี้

สามคนพ่อแม่ลูกเพิ่งจะเดินมาถึง พวกเขาก็มองไปยังห่อผ้าสีขาวหม่นที่อยู่ภายใต้กอไผ่พร้อมกัน

“ตรงนั้นฮับ” นิ้วเล็ก ๆ ของบุตรชายชี้ไปยังสิ่งที่เห็นทันที

หรูจื่อเดินโดยใช้ไม้ค้ำไปทางห่อผ้านั้นด้วยความร้อนใจ (หวังว่าเด็กยังคงปลอดภัย) เจ้าตัวภาวนาเช่นเดียวกับภรรยาสาวที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งแม้ว่าจะเหน็ดเหนื่อยก็ตาม

ใบหน้าอันหล่อเหลาของหรูจื่อชะโงกมองเด็กหญิงตัวน้อยผิวขาวในห่อผ้าด้วยความอยากรู้ก่อนที่จ้าวเหยาผู้วางบุตรชายยืนบนพื้นจะเข้ามาดูเด็กน้อยด้วย

“พ่อ แม่ น้องน่ารักมากเลย” เสียงเล็ก ๆ ของบุตรชายได้เอ่ยทำลายความเงียบออกมา

หรูฟู่ซิงรู้สึกมีความสุขที่ได้เห็นท่าทางของคนทั้งสามดังนั้นหล่อนจึงได้เผยรอยยิ้มออกมาทั้งปากและตาซึ่งการกระทำเช่นนี้ของเธอได้ทำให้หัวใจของทั้งสามรู้สึกละลาย

“น่ารักเหลือเกิน” คนทั้งสามต่างพูดออกมาเหมือนกัน

“แอ๊!” เสียงท้องของเด็กทารกดังขึ้นจึงทำให้หรูฟู่ซิงอับอายหล่อนจึงได้เผลอร้องออกมา

“ภรรยาผมว่าคุณอุ้มเขาขึ้นมาเถอะ ตอนนี้เรายังไม่รู้ว่าเด็กคนนี้เป็นหญิงหรือชาย แต่หากให้ผมเดาคิดว่าเด็กคงเป็นหญิงไม่อย่างนั้นคงไม่ถูกทิ้งเข้ามาลึกถึงเพียงนี้”

จ้าวเหยาไม่รอช้าเธอรีบเปิดห่อผ้าของเด็กน้อยออกทันที และการกระทำเช่นนี้ของเธอจึงได้ทำให้หรูฟู่ซิงตกใจเจ้าตัวจึงส่งเสียงร้องออกมาอีก

“โอ๋ ๆ ไม่ต้องกลัวนะจ๊ะ ต่อไปนี้ฉันจะเป็นแม่ให้หนูเอง” หญิงสาวอุ้มเด็กหญิงขึ้นแนบอกแห่กล่อมเธอดั่งเช่นที่เคยกล่อมบุตรชาย

“พ่อฮับ ต่อไปผมจะมีน้องแล้วใช่ไหม” ดวงตาใสบริสุทธิ์ของบุตรชายยังคงไม่ละไปจากใบหน้ากลมเกลี้ยงของเด็กหญิงที่อยู่ในอ้อมแขนแม่ของตน

“ใช่ครับ ต่อไปนี้เสี่ยวเฉินจะได้เป็นพี่ชายแล้ว ภรรยาครับเด็กเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย” มือใหญ่ของคนเป็นพ่อลูบหัวเล็ก ๆ ของเขาพลางถามภรรยา

“คุณเดาถูกค่ะ เด็กคนนี้เป็นหญิง” น้ำเสียงของจ้าวเหยาค่อนข้างเศร้า ชะตากรรมของผู้หญิงในยุคนี้หาใช่จะอยู่สุขสบาย

“เป็นผู้หญิงก็ดีนี่ครับ ไม่ใช่ว่าคุณกับผมอยากได้ลูกสาวมาให้เสี่ยวเฉินตลอดหรอกเหรอ ในเมื่อฟ้าประทานเด็กคนนี้มาให้แล้วพวกเราก็เลี้ยงเขาเถอะ”

“พ่อ แม่ ผมมีน้องสาวแล้วใช่ไหมฮับดีจังเลย น้องสาวพี่จะรักและดีกับเธอให้มาก ๆ เลยนะ” คำพูดอันไร้เดียงสาของเด็กน้อยนำพาความตื้นตันมาให้หรูฟู่ซิงเป็นอย่างมากเธอจึงส่งเสียงอ้อแอ้เป็นการตอบรับ

“คุณคะ ฉันรู้สึกว่าเด็กคนนี้ฉลาดมาก คุณดูสิมีเด็กทารกปกติที่ไหนหิวแล้วไม่ร้องไห้งอแงบ้าง ทว่าเด็กคนนี้ท้องร้องเสียงดังขนาดนี้หล่อนยังส่งเสียงทักทายพวกเราและยิ้มให้อีก”

“ผมเห็นด้วยกับคุณนะ ไม่รู้ว่าใครเป็นพ่อแม่ของหล่อนช่างใจร้ายทิ้งลูกน่ารัก ๆ ได้ลงคอ” หรูจื่อพูดไปพลางเอานิ้วของตนเขี่ยแก้มกลมอวบอิ่มของเจ้าตัวเล็กในอ้อมแขนของภรรยา

มือน้อย ๆ ของหรูฟู่ซิงได้เอื้อมมาจับนิ้วหยาบของเขาก่อนจะส่งยิ้มออกมาอีก “เด็กดี ต่อจากนี้ฉันจะเป็นพ่อให้หนูนะ”

“น้องสาว เรียกว่าพี่ชายนะ” คำพูดของเสี่ยวเฉินได้เรียกเสียงหัวเราะจากพ่อแม่

“น้องยังเล็กลูก น้องยังพูดไม่ได้” จ้าวเหยากล่าวให้บุตรชายฟังแต่หารู้หรือไม่ว่าเด็กทั้งสองกลับสื่อสารกันได้อย่างประหลาด

‘พี่ชาย ต่อไปนี้ห้ามบอกใครนะว่าพี่ฟังฉันรู้เรื่องจนกว่าฉันจะอนุญาตตกลงไหม’

“อืม” เสี่ยวเฉินขานรับในลำคอ

“สามี แล้วคุณจะให้เธอชื่อว่าอะไรคะ”

“เรื่องนี้เอาไว้กลับถึงบ้านค่อยคิดดีไหมครับ ผมว่ารีบพาเธอออกจากป่าเถอะจากนั้นก็ต้องไปซื้อนมเอามาให้หล่อนกิน”

‘เจ้านายผมยินดีด้วยคุณได้ครอบครัวแล้ว’ เสียงเล็ก ๆ ของระบบเต็มไปด้วยความสดใส

‘อืม แต่ฉันอยากช่วยครอบครัวจังเลย จะทำยังไงดี’ เจ้าตัวเล็กทำปากขมุบขมิบมือน้อยบีบเข้าหากัน

‘เจ้านาย! เจ้านาย! เรื่องดี ๆ กำลังมาหาคุณแล้วผมเห็นสมุนไพรล้ำค่า ไม่น่าเชื่อว่าที่นี่จะมีสิ่งนี้ ฮ่า ฮ่า’

‘รีบพูด’ หรูฟู่ซิงเร่ง

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

[1]ในช่วง ปฏิวัติวัฒนธรรม (Cultural Revolution) ของจีน ซึ่งเกิดขึ้นระหว่างปี 1966-1976 ภายใต้การนำของประธานเหมา เจ๋อตง (Mao Zedong) หนึ่งในแคมเปญสำคัญคือการทำลายสิ่งที่เรียกว่า "สี่เก่า" (Four Olds) หรือ "ซื่อจิ่ว" (四旧) ซึ่งประกอบไปด้วย:

ความคิดเก่า (Old Ideas): แนวคิดและปรัชญาเก่าที่สะท้อนถึงระบบสังคมก่อนการปฏิวัติ เช่น ค่านิยมทางศาสนา คำสอนขงจื๊อ หรือความเชื่อดั้งเดิม

วัฒนธรรมเก่า (Old Culture): วัฒนธรรมและประเพณีดั้งเดิมที่ถูกมองว่าเป็นอุปสรรคต่อการสร้างสังคมใหม่ เช่น ศิลปะ วรรณกรรม และการแสดงที่สะท้อนวัฒนธรรมเก่า

ประเพณีเก่า (Old Customs): ประเพณีและธรรมเนียมปฏิบัติที่ถูกมองว่าไม่สอดคล้องกับลัทธิคอมมิวนิสต์ เช่น พิธีการทางศาสนา งานเทศกาล หรือการแต่งกายตามแบบเก่า

นิสัยเก่า (Old Habits): พฤติกรรมและวิถีชีวิตที่ถูกมองว่าขัดขวางการพัฒนาทางสังคมและเศรษฐกิจ เช่น การใช้ชีวิตอย่างฟุ่มเฟือย การดำเนินชีวิตตามแบบชนชั้นสูง หรือวิธีการค้าขายแบบเก่า

การรณรงค์ทำลาย "สี่เก่า" นี้มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการปฏิวัติทางวัฒนธรรมและสังคม โดยมีการกระตุ้นให้ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชน "เรดการ์ด" (Red Guards) ทำลายวัตถุโบราณ เผาตำรา และโจมตีบุคคลที่ถูกมองว่าเป็นตัวแทนของสี่เก่า เช่น ครู นักวิชาการ นักเขียน และนักศิลปะที่ถูกมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของสังคมเก่า ผลกระทบของการรณรงค์นี้ทำให้มรดกทางวัฒนธรรมจำนวนมากถูกทำลายไป และเป็นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งทางสังคมในประวัติศาสตร์ของจีน

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ฉันเกิดใหม่เป็นเด็กถูกทอดทิ้งยุค 70    บทที่ 177

    เพียงไม่นานหลังจากนั้นซุนชิงก็จากไปอย่างสงบ ท่ามกลางครอบครัวที่รักเธอและเธอเองก็รักทุกคนมากที่สุด ซึ่งในตอนนี้ผู้อาวุโสที่สุดทั้งบ้านเหลือเพียงเมิ่งหลิงคนเดียวหญิงชราผมขาวโพลนดวงตาเริ่มขุ่นมัวตามวัยแต่กระนั้นใบหน้าของเธอก็ยังคงสดใสอิ่มเอิบ เมิ่งหลิงเป็นคนโชคดีมากเธอไม่ได้มีโรคประจำตัวเฉกเช่นคนวัยเด

  • ฉันเกิดใหม่เป็นเด็กถูกทอดทิ้งยุค 70    บทที่ 176

    เสียงหัวเราะของทารกตัวน้อยยังคงดังก้องไปทั่วบ้านตระกูลจ้าว ความสดใสของชีวิตใหม่ทำให้ทุกคนรู้สึกถึงความหวัง แต่ในขณะเดียวกันบรรยากาศในบ้านกลับแฝงด้วยความเศร้าจากการที่หยูเทียนเจี๋ยชายชราผู้ได้รับการยกย่องอย่างสูงในตระกูลหรู กำลังเผชิญกับช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิตหยูเทียนเจี๋ยเจ็บออด ๆ แอด ๆ มาหลายเดือน

  • ฉันเกิดใหม่เป็นเด็กถูกทอดทิ้งยุค 70    บทที่ 175

    “ย่ารู้อะไรเกี่ยวกับพี่ทุกอย่างนั่นแหละค่ะ” อ้ายอ้ายหัวเราะในช่วงเวลานั้นเหมียวเหมี่ยวที่ต้องเข้ามาวัดไข้ของเขาเธอชะงักเล็กน้อยเมื่อได้ยินเรื่องราวของย่า ครอบครัวนี้ช่างอบอุ่นและเต็มไปด้วยความรัก ต่างจากชีวิตเธอที่ต้องย้ายมาอยู่ในที่ใหม่และไม่มีใครให้ปรึกษาสายตาของเธอเหลือบมองไปยังต้าโถวที่พูดถึงย

  • ฉันเกิดใหม่เป็นเด็กถูกทอดทิ้งยุค 70    บทที่ 174

    เสียงฝีเท้าดังสะท้อนในโถงทางเดินขาวสะอาดในโรงพยาบาลของกองทัพ ต้าโถวนั่งพิงหมอนบนเตียงผู้ป่วยสีหน้าเรียบนิ่งเช่นเคย แม้บาดแผลตามร่างกายจะยังสร้างความเจ็บปวดแต่แววตาคมของเขาก็ไม่ได้แสดงอาการอ่อนแอออกมาเสียงเปิดประตูดังขึ้นพร้อมกับร่างของเหมียวเหมี่ยว พยาบาลสาวหน้าใหม่ที่เดินเข้ามา ท่าทีของเธอรีบร้อนเ

  • ฉันเกิดใหม่เป็นเด็กถูกทอดทิ้งยุค 70    บทที่ 173

    หลังจากการแต่งงานของอ้ายอ้ายและหลานฉีผ่านไปได้ครบหนึ่งปี ชีวิตคู่ของทั้งสองเต็มไปด้วยความสุขและความรักที่มั่นคง อ้ายอ้ายตัดสินใจวางแผนการเดินทางพิเศษครั้งนี้เพื่อตอบแทนครอบครัวเธอต้องการให้ปู่กับย่า รวมถึงสมาชิกทุกคนได้พักผ่อนและสัมผัสกับความสงบสุขของทะเลในประเทศไทย อีกทั้งยังถือโอกาสนี้เป็นการฮันน

  • ฉันเกิดใหม่เป็นเด็กถูกทอดทิ้งยุค 70    บทที่ 172

    หลานฉีที่ยืนอยู่ตรงหน้าใช้เวลาชั่วครู่ประเมินสถานการณ์ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น“พวกเรายังต้องค้นหาต่อ แม้มันจะเสี่ยงแต่ผมเชื่อว่าเธอยังรอพวกเราอยู่”ต้าโถวที่ยืนอยู่ข้างเขาพยักหน้าเห็นด้วย “ฉันไม่มีวันทิ้งน้องสาวไว้แน่นอน ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีไหนก็ตาม”หลังจากพูดคุยกับผู้รอดชีวิต ทีมของหลานฉีได้

  • ฉันเกิดใหม่เป็นเด็กถูกทอดทิ้งยุค 70    บทที่ 6

    “เสี่ยวเฉิน หลานรักน้องสาวไหม” เมิ่งหลิงยกมือลูบหัวเล็ก ๆ ของหลานชายถามขึ้น หลังจากที่ได้กินยาอาการของหล่อนก็ดีขึ้นมาก“รักฮับ” เจ้าตัวพูดขึ้นก่อนจะนอนหลับตามน้องสาวไปอีกคนในระหว่างนี้พ่อแม่ของพวกเขาก็กำลังแยกสิ่งของที่ลูกสาวคนใหม่ของพวกเขาเสกออกมา (ตามความเข้าใจของคนทั้งคู่) “แม่ครับ! คุณเป็นยังไง

  • ฉันเกิดใหม่เป็นเด็กถูกทอดทิ้งยุค 70    บทที่ 4

    เสียงก่นด่าดังขึ้นจากลานหน้าบ้านของครอบครัวหรูจึงทำให้หรูจื่อพยายามใช้ไม้ค้ำของตนเดินให้เร็วขึ้น “เกิดอะไรขึ้น! โกวซุ่นนายมาทำอะไรที่บ้านของฉัน” “แกกลับมาก็ดี หรูจื่อแกคิดใช่ไหมว่าแกเคยเป็นทหารแล้วจะสามารถเอาเปรียบฉันได้” คำพูดของชายหนุ่มวัยเดียวกันนำพามาซึ่งใบหน้าอันฉงนให้แก

  • ฉันเกิดใหม่เป็นเด็กถูกทอดทิ้งยุค 70    บทที่ 3

    ‘พี่ชาย! คุณฟังฉันนะ ให้คุณชวนพ่อแม่ไปยังหลังต้นไม้ใหญ่ตรงนั้นจากนั้นจะมีขอนไม้ผุ ๆ อยู่จำนวนมาก ด้านหลังของพวกมันมีเห็ดและสมุนไพรล้ำค่าอยู่’ แม้ว่าเสี่ยวเฉินจะมีอายุยังน้อยทว่าเขากลับรู้ความมากกว่าเด็กวัยเดียวกันและหลังจากได้ยินจากน้องสาวว่ามีของล้ำค่าดวงตาของเขาก็เบิกกว้าง‘น้องสาวของล

  • ฉันเกิดใหม่เป็นเด็กถูกทอดทิ้งยุค 70    บทที่ 5

    “เรื่องอะไรหรือลูก” หลังจิบน้ำอุ่นลงคอเส้นเสียงของเมิ่งหลิงก็ดีขึ้น “แม่ครับผมกับเสี่ยวเหยากำลังจะมีหลานให้แม่อีกคนหนึ่ง” “อาเหยาท้องเหรอ เรื่องนี้นับว่าน่ายินดีเหลือเกิน” ดวงตาของเมิ่งหลิงเปล่งประกาย จ้าวเหยาผู้กำลังอุ้มเด็กหญิงตัวน้อยในอ้อมแขนใบหน้าแดงซ่านด้วยความอาย “มะ..ไ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status