بيت / รักโบราณ / ฉันเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา / ตอนที่ 7 พรุ่งนี้ไม่ขาย

مشاركة

ตอนที่ 7 พรุ่งนี้ไม่ขาย

last update تاريخ النشر: 2024-12-15 11:19:16

เมื่อเห็นทุกคนทำงานอย่างขยันขันแข็ง หลี่หลิวได้บอกทุกคนว่าพรุ่งนี้จะไม่ขายอาหารที่ตลาดเช้า เพราะว่าพรุ่งนี้จะไปดูม้ากับท่านพ่อ นางจึงไปเดินเล่นตรงคลองน้ำทางฝั่งตรงข้ามหน้าบ้าน สายตาของนางเหลือบไปเห็นหอยทากชนิดหนึ่งที่คนเรียกกันว่าหอยโข่ง นางรีบกลับเข้าไปในครัวแล้วตรงดิ่งมาที่คลองน้ำหน้าบ้าน พร้อมทั้งถังไม้ขนาดเล็กที่เหมาะมือ สังเกตลี่หลิวพับเสื้อแขนยาว และกางเกงขายาวขึ้นจนถึงข้อพับ จากนั้นถอดรองเท้าถุงเท้าออก และค่อย ๆ เดินลงคลองเล็กที่กว้างประมาณหนึ่งวา น้ำที่ไหลเอื่อยเฉื่อยสายนั้นเย็นมากจนนางสะดุ้ง แต่ในคลองน้ำขนาดเล็กที่ทอดยาวนั้นมีหอยทากเกาะตามต้นหญ้ายาวเป็นทาง หลี่หลิวงมหอยทากโดยการใช้เท้าน้อย ๆ ของนางค่อยคลำดูตามคลองน้ำ ส่วนหอยทากที่เกาะบนต้นหญ้านั้นเห็นได้ชัดเจน นางเดินตามคลองน้ำไปเรื่อย ๆ พอรู้ตัวอีกทีหอยทากที่เรียกกันว่าหอยโข่งก็เต็มถังไม้เสียแล้ว หลี่หลิวรีบตะโกนเรียกพี่ชายให้มาช่วยนางยกถังไม้ ส่วนตัวนางกระโดดขี่หลังพี่ชายเพราะรองเท้าของตนได้ถอดทิ้งไว้ตรงคลองหน้าบ้าน

"เจ้าเก็บหอยทากพวกนี้มาทำไมกัน หอยทากเหล่านี้ชาวบ้านยังไม่ได้เก็บมาทุบทิ้ง เพราะหอยทากมันชอบกัดกินต้นข้าวในนา จึงทำให้ชาวนาส่วนมากได้รับความเสียหายจากการบุกรุกของพวกมัน"

"ท่านพี่มันอร่อยนะเจ้าคะ" หลี่หลิวพูดคลอเคลียข้างหูพี่ใหญ่ นางพูดด้วยสุ้มเสียงรื่นหูดุจดังสายน้ำทำให้พี่ใหญ่ต้องอุทานออกมาอย่างไม่ต้องสงสัย

"เอาอีกแล้วหรือ?" หลี่จงเอ่ยถ้อยคำด้วยเสียงเอื่อยเฉื่อย นี่น้องรองของข้าจะเอาทุกสิ่งอย่างมาทำเป็นอาหารเลยหรืออย่างไร

"ฮ่า ฮ่า ข้ารู้หรอกว่าท่านจะพูดอะไร แต่มันกินได้.."

"ได้ ๆ ข้าเชื่อเจ้าหมดใจ อะไรที่เจ้าบอกว่ากินได้ก็คือกินได้นั่นแหละ" หลี่หลิวกำลังจะอธิบายให้พี่ชายเข้าใจว่า ถึงมันจะกินใบไม้ใบข้าวเป็นอาหาร แต่พวกมันก็อร่อยไม่ต่างจากเนื้อสัตว์นัก มาบัดนี้พี่ชายกับยอมรับแถมบอกเชื่อมั่นในตัวนางเสียอย่างนั้น

"ดีเลย งั้นท่านช่วยข้าเอาเศษฟางที่มีอยู่มาขัดเปลือกพวกมันพอประมาณ แล้วจึงนำไปต้มใส่ขิงลงไปด้วยเพื่อดับกลิ่นคาวของมัน"

"ย่อมได้"

"ต้มเสร็จแล้วท่านค่อยเรียกข้า ข้าคันเนื้อตัวจะไปอาบน้ำล้างเนื้อตัวก่อน"

"ตกลงข้าจะทำตามที่เจ้าบอก"

หลี่หลิวเกาะบ่าพี่ใหญ่แล้วอมยิ้มน้อย ๆ อย่างพอใจ การมีพี่ชายแล้วตามใจเราทุกอย่างมันดีแบบนี้นี่เอง ถึงแม้ว่าพี่ชายข้าจะอายุเพียงเก้าปีเท่านั้น แต่กลับรู้ความรู้ว่าอะไรควรหรือไม่ควรทำ หากพี่ใหญ่ได้เล่าเรียนในเมืองจะดีแค่ไหนกันนะ

เรียนงั้นหรือ! ที่นี่ต้องมีโรงเรียนสิไม่เช่นนั้นจะมีหนังสือให้คนรุ่นหลังได้อ่านเช่นไร แล้วทำไมพี่ชายของข้าที่อายุก็ปาเข้าเกือบสิบปีแล้วถึงยังไม่ได้เข้าเรียนอีกล่ะ เมื่อหลี่หลิวสอบถามพี่ใหญ่ของนางกลับได้คำตอบที่ว่าเพราะครอบครัวของเราไม่มีเงินตรา ท่านพ่อท่านแม่จึงไม่ได้ส่งเสียให้เขาเข้าเรียน อีกอย่างหากจะเข้าเรียนต้องเทียวไปเทียวกลับระหว่างตัวเมืองกับชนบท และคงกินเวลามากเพราะที่บ้านไม่มีรถลาก ถึงแม้นจะมีรถลากหรือรถม้าข้าคิดว่าท่านย่าคงไม่ยอมปล่อยให้พี่ใหญ่ได้เล่าเรียนเป็นแน่

หลี่หลิวได้ยินเช่นนั้นก็เกิดความสนใจ นางจึงได้คิดทบทวนในระหว่างที่อาบน้ำแต่งตัว หากย้ายไปอยู่ในเมืองเปิดร้านอาหารเล็ก ๆ และถ้าอยู่ไม่ไกลจากย่านการค้านักจะดีมากแค่ไหน พี่สามกับเจ้าเล็กคงได้เข้าเรียน และมีความรู้ติดตัวมาบ้าง

"ได้แล้วล่ะ ข้าต้มหอยทากพวกนั้นจนมันอ้าปากตามที่เจ้าบอกแล้ว ไปดูก่อนเถอะว่าได้หรือยัง" หลี่หลิวที่คิดวางแผนการอยู่ถึงกับสะดุ้งตกใจ ก็พี่ใหญ่เล่นมาเงียบ ๆ เช่นนี้ถ้าข้าบ้าจี้ตกใจจนหัวใจวายตายขึ้นมาจะทำยังไง

"ข้าตกใจหมดเลย!!"

หลี่หลิวโวยวายใส่พี่ใหญ่แต่ก็ยังเดินตามพี่ใหญ่ไปอย่างว่าง่าย เมื่อไปถึงนางบอกให้พี่ใหญ่ยกหม้อลง และปิดฝาหม้อให้สนิทเทน้ำออกจนหมดรอให้อุ่น ๆ แล้วชวนพี่ชายใช้ไม้ปลายแหลมจิ้มหอยทากตัวอ้วน ๆ ออกมา จากนั้นทำความสะอาดใช้มีดปาดเอาเนื้อสีดำออกตัดส่วนหางทิ้งไป ก็จะได้หอยทากที่เนื้อขาวใส จากนั้นจึงหั่นบาง ๆ ตั้งเตาผัดด้วยไฟอ่อนใส่พริกหวานสีแดงสดใส ปรุงรสโรยด้วยงาขาวแล้วตักใส่จาน เมื่อหลี่จงชิมแล้วก็ยกนิ้วโป้งให้น้องสาวอีกตามเคย เนื้อสีขาวเหนียวนุ่มกรุบกรอบหอมงาอร่อยมัน ๆ มีตัดเลี่ยนด้วยพริกสีแดงอร่อยลงตัวเป็นอย่างมาก เมื่อเห็นสีหน้าของพี่ชายตัวเองหลี่หลิวก็รู้ได้เลยเมนูนี้เปิดตำนานได้อีกครั้ง นอกจากหน่อไม้แล้วหอยพวกนี้ก็ทำเงินได้เช่นกัน และหากมีเครื่องปรุงมากกว่านี้คงจะดีไม่น้อย หรือบางทีในตัวเมืองอาจจะมีเครื่องปรุงรสเช่นพวกซอส หรือน้ำจิ้มด้วยก็เป็นได้ ไว้ค่อยถามท่านพ่อตอนไปดูม้าพรุ่งนี้อีกทีก็แล้วกัน

"เที่ยงนี้ท่านอยากกินอะไรพิเศษไหม"

"น้องรองไม่ว่าเจ้าทำอันใดพี่ก็กินได้ทั้งนั้น แต่ถ้าจะถามว่าข้าชอบอะไรคงเป็นเกี๊ยวน้ำ" เจ้าใหญ่จำได้ว่าเมื่อครั้งลุงสามน้องชายคนเล็กของท่านพ่อแต่งออกไปเคยได้กินอยู่ครั้งหนึ่ง มันทั้งหอมหวานกลมกล่อมยิ่งมีเนื้อผสมอยู่ในนั้นด้วยแล้ว ยิ่งเพิ่มรสชาติได้เป็นอย่างดี เขายังจดจำรสในครานั้นได้ไม่ลืมเลือน

"เกี๊ยวหรือ"

"ใช่มันคือเกี๊ยวน้ำที่มีเนื้อผสมอยู่ข้างในด้วย มันอร่อยมาก ๆ เลยล่ะ"

"อืม งั้นท่านพี่ต้องรอพรุ่งนี้แล้วล่ะ เพราะบ้านเราไม่มีแป้ง ไว้พรุ่งนี้ข้าจะซื้อแป้งมาด้วยแล้วเราค่อยมาช่วยกันห่อเกี๊ยวนะ"

หลี่จงมองดูหน้าน้องรองอย่างสงสัย นางจะทำเกี๊ยวเนื้อเป็นจริง ๆ งั้นหรือ ข้าเคยได้ยินท่านแม่บอกว่าหากผสมแป้งไม่ดีเกี๊ยวก็จะแข็งไม่นุ่มจึงไม่ค่อยมีใครทำกันมากนัก อีกอย่างด้วยราคาแป้งที่มันค่อนข้างจะแพงกว่าข้าวหลายขุม การที่เขาบอกสิ่งที่ชอบไปแบบนี้จะเป็นเรื่องดีหรือร้ายกันนะ

"แต่แป้งราคามัน.."

"นี่! พี่ลืมไปแล้วหรือ ข้าน่ะแค่ขายผัดหมูใส่ผักก็ได้เงินมามากมายกว่าวันแรกเสียอีก กะอีแค่แป้งแค่ไม่กี่ถุงขนหน้าแข้งท่านพ่อของเราไม่ร่วงหรอกน่า"

เมื่อนางรู้ว่าพี่ใหญ่ตัวน้อยกลัวที่จะเสียเงินมากเกินไป นางจึงรีบพูดตัดบทเขา ในเมื่อมีเงินเราก็ไม่ควรประหยัดจนเกินไป อะไรที่ทำแล้วมีความสุขไม่เดือดร้อนใครก็สมควรทำ ส่วนอะไรที่ทำแล้วครอบครัวเดือดร้อนก็มิควรทำเช่นกัน

"หากท่านอยากชดใช้ท่านก็หาเก็บหอยทากตัวใหญ่ ๆ อ้วน ๆ ให้มากสิเจ้าคะ แล้วคราวหน้าค่อยนำมันไปทำอาหารขายที่ตลาดเช้ากัน ข้าว่าท่านพ่อจะดีใจจนยิ้มไม่หุบเลยแหละ" หลี่หลิวเอานิ้วชี้เข้าไปดึงมุมปากตัวเองแล้วฉีกยิ้มกว้าง ๆ เหมือนกับเวลาที่ท่านพ่อได้รับเงิน เมื่อพี่ใหญ่เห็นเข้าจึงรีบให้นางเอามือลงหากท่านพ่อเห็นเข้าอาจจะติเตือนว่าเป็นเด็กเป็นเล็กหัดล้อเลียนผู้ใหญ่

"ได้ ข้าจะเก็บหอยพวกนี้ให้มากหน่อยในวันพรุ่ง และจะต้มล้างหั่นเป็นชิ้นบาง ๆ ไว้รอเจ้าด้วย"

พี่ใหญ่เข้าใจที่น้องรองจะบอก หากอยากช่วยครอบครัวก็ควรช่วยกันทำงาน เวลาใช้จ่ายจะได้ไม่เสียใจมากนัก เพราะว่ากว่าเราจะสามารถหาเงินมาเพิ่มได้อีกเรื่อย ๆ เช่นกัน

"เช่นนั้นท่านพี่อุ่นข้าวต้มเถอะเจ้าค่ะ ข้าจะทำกับข้าวอีกสักอย่างจะได้ดูไม่ขี้เหนียวจนเกินไป"

พี่ใหญ่ใหญ่ตอบรับ และมองไปที่น้องรองที่กำลังหั่นนั่นทีหั่นนี่ที พอเห็นแบบนั้นในใจเขาก็คิดอยากช่วยนาง แต่กลัวว่าจะทำให้นางเสียเวลาไปซะเปล่า จึงได้แต่นั่งเฝ้าหม้อข้าวต้มรอจนมันเดือดแล้วยกลงจากเตา หลี่หลิวผัดเนื้อวัวใส่หน่อไม้หั่นพริกสไลด์ใส่เพิ่มสีสันปรุงรสเป็นอันเสร็จ แค่นี้ก็มีอาหารสามอย่างแล้ว

"ไปเรียกพวกท่านพ่อกันเถอะเจ้าค่ะ"

หลังจากช่วยกันจัดจานบนโต๊ะไม้ไผ่ และตักอาหารวางไว้เรียบร้อยนางจึงชวนพี่ชายไปเรียกท่านพ่อ และทุกคนมาทานมื้อเที่ยง พอหันไปเห็นบ่อปลาที่เริ่มเป็นรูปเป็นร่างสายตานางก็เปล่งประกายในทันที

มื้อเที่ยงจบลงทุกคนนั่งพักผ่อนครู่ใหญ่แล้วค่อยลงไปขุดบ่อต่อ ช่วงบ่ายนี้หลี่จงลงไปช่วยท่านพ่อท่านแม่ด้วยอีกแรง ระหว่างขุดบ่อท่านลุงกับท่านป้าฉวีก็ชมบุตรสาวของหลี่หงที่ทำอาหารได้เก่งกาจไม่ขาดแม้แต่คำเดียว หากเปิดร้านอาหารในเมืองต้องขายดีไม่แพ้ร้านใหญ่อย่างแน่นอน ทำให้หลี่หงคิดไปว่าถ้าเปิดร้านอาหารในเมืองจริงรายได้ต้องมากมายก่ายกองขนาดไหน อีกทั้งบุตรชายทั้งสองยังจะมีโอกาสได้เข้าเรียนอีกด้วย สี่โมงเย็นโดยประมาณบ่อขนาดกลางของหลี่หลิวก็เสร็จเป็นที่เรียบร้อย ในระหว่างที่ขุดก็มีน้ำซึมออกมาด้วยทำให้ตอนนี้ในบ่อมีน้ำขังในระดับนึงแล้ว

"บ่อข้าเสร็จแล้วรึ"

หลี่หลิวได้ฟังจากปากน้องชายที่วิ่งมาบอกนาง นางจึงรุดหน้าไปดูให้เห็นกับตาตนเอง ใช่แล้วมันเสร็จแล้วจริง ๆ อย่างที่น้องเล็กกล่าว หลี่หลิวยิ้มร่าแล้วกล่าวขอบคุณทุกคนด้วยใจจริง

"ค่ำนี้พวกท่านก็อยู่ทานมื้อเย็นกับพวกเราเถอะ ข้าจะทำหม้อไฟให้ท่านได้ลิ้มลองเดี๋ยวนี้แหละ" หลี่หลิวพูดจบก็กึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้าไปทางครัว

"ดูเอาเถอะ ลูกคนนี้ทำตัวเป็นเด็ก ๆ ไปได้" หลี่หงมองตามบุตรสาวแล้วส่ายหน้าเบา ๆ ด้วยรอยยิ้ม

"ท่านพี่ ลูกเรายังเป็นเด็กจริง ๆ นี่เจ้าคะ" หวังลู่ถึงกับกลั้นขำ ลูกสาวตนพึ่งหกขวบเขากลับว่านางทำตัวเหมือนเด็ก นางยังเด็กอยู่จริง ๆ ต่างหากล่ะ ท่านลุงท่านป้าพากันหัวเราะชอบใจที่เขาคิดว่าบุตรสาวตนโตแล้วเพราะนางเก่งด้านอาหารเพียงเท่านั้น แต่กลับลืมไปว่านางพึ่งอายุได้เพียงหกปีเศษเท่านั้นเอง

"ท่านแม่ขอรับ หม้อไฟคืออะไรหรือขอรับ" หลี่เฉินได้ยินที่พี่สาวบอกเพราะเขาเล่นกับเพื่อนอยู่แถวนั้นพอดี จึงเอ่ยถามขึ้นอย่างสงสัย

"เจ้าก็รู้หนิ ในใจพี่สาวเจ้ามีเมนูแปลกประหลาดอีกมากมายที่นางอยากทำ ไว้นางทำเสร็จเดี๋ยวพวกเราก็รู้เอง เอาล่ะพวกเราล้างแขนขากันสักหน่อยเถอะ" หวังลู่หันไปชวนท่านลุงท่านป้า และพวกเด็ก ๆ ไปล้างมือล้างเท้าที่โดนดินโคลนเปรอะเปื้อน จากนั้นนางค่อยเข้าไปช่วยบุตรสาวในครัว

"มีอะไรให้แม่ช่วยหรือไม่" หวังลู่ที่พึ่งเดินเข้าไปเห็นบุตรสาวกำลังหยิบห่อเนื้อวัวเนื้อหมูออกมาพอดีจึงอยากจะช่วยนาง

"ท่านมาถูกจังหวะมากเลยเจ้าค่ะ ท่านแม่ท่านช่วยข้าหั่นเนื้อให้เป็นแบบนี้แล้วหั่นบาง ๆ หน่อยนะเจ้าคะ"

"แม่จะทำให้ดีที่สุดนะลูก" นางหวังเห็นบุตรสาวทำแล้วจึงรับเนื้อมานั่งหั่นอย่างตั้งใจ เมนูวันนี้ดูแปลกตานัก หลี่หลิวตั้งหม้อขนาดกลางแล้วปรุงรสในหม้อที่มีโครงไก่อยู่ในหม้อสองโครง พอนางปรุงเสร็จก็ถอยไม้ฟืนออกมาเกินครึ่ง แล้วจึงไปหั่นผักกาดที่เอามาจากในมิติมาหั่นให้พอดีคำ เห็ดโคนก็หมดไปแล้วจึงทำแบบพอกินไปก่อน หลี่หลิวหั่นผักกาดขาวเสร็จหนึ่งหัวแล้วจึงมาปอกกระเทียมแล้วทุบ และสับเป็นชิ้นเล็ก ๆ จนละเอียดดีแล้ว จากนั้นนำมาใส่ถ้วยใบใหญ่เติมน้ำมันงาน้ำปลาน้ำตาลอ้อยที่พึ่งซื้อมาได้รสชาติมันหวานเค็ม และเติมน้ำเปล่าอีกเล็กน้อยเวลาเคี้ยวโดนกระเทียมสับก็จะซ่า ๆ เผ็ดชาลิ้น จากนั้นใส่เมล็ดงาขาวคั่วหอม ๆ ลงไป คนจนเข้ากันดีก็จะได้น้ำจิ้มรสชาติที่ลืมไม่ลง

เมื่อเตรียมทุกอย่างจนพร้อมหลี่หลิวก็ให้ท่านแม่ช่วยก่อไฟอีกเตาวางไว้พื้นดินใต้ชายคา นำเสื่อไม้ไผ่มาปูล้อมรอบ ๆ เตาวางผัก และเนื้อไว้รอบ ๆ ด้าน จากนั้นค่อยเรียกทุกคนมานั่งล้อมวง หลี่หลิวบอกวิธีกินอย่างละเอียด น้ำเดือดแล้วใส่ผักใช้ตะเกียบคีบเนื้อใส่ พอเนื้อสุกคีบใส่ถ้วยตนเองตักผักตามชอบ คีบเนื้อจุ่มน้ำจิ้มที่นางแบ่งใส่ถ้วยเล็กไว้สี่มุม แล้วเอามาเป่าก่อนเข้าปากตักน้ำซุปใส่ถ้วยตนแล้วค่อย ๆ ซดตาม เมื่อทุกคนเข้าใจแล้วจึงลองทำตามนาง

"ฮาาา ร้อน ๆ ลิ้นข้าสุกแล้ว" หลี่เฉินที่รีบกินจนลืมเป่าส่งเสียงบอกอย่างร้อนรน เขากลืนเนื้อคำใหญ่ลงไปก่อนที่จะแลบลิ้นแล้วใช้มือพัดไปมาเพื่อหวังให้มันคลายร้อน หลี่หลิวเห็นเช่นนั้นจึงเอาน้ำให้เขาได้ดื่มกิน

"เจ้าก็กินช้าลงหน่อย" หลี่หลิวบอกน้องชายพร้อมรับขันน้ำกลับมาวางที่เดิม

"มันอร่อยเกินไป ข้าเกือบกลืนลิ้นตัวเองลงไปด้วยหลายทีแล้ว"

ท่านพ่อกับท่านแม่ และทุกคนพากันพยักหน้าไปตาม ๆ กัน มันอร่อยจนแทบจะกลืนลิ้นลงคอไปแล้วจริง ๆ เสียงแจ้ว ๆ ของเด็กชายคุยกันตามประสา พร้อมทั้งแย่งกันกินอย่างสนุกสนาน หวังลู่ที่กินไปด้วยพร้อมคีบผัก และเนื้อใส่ให้แทบไม่ทัน จนทุกคนเริ่มกินช้าลงนางถึงได้กินอย่างสะดวกขึ้น มิน่าล่ะเจ้าเด็กพวกนี้ถึงตักเอาตักเอาที่แท้มันก็อร่อยมากขนาดนี้เชียว เมื่อสิ้นสุดมื้อค่ำลงดวงตะวันก็คล้อยลงต่ำ ท่านลุงท่านป้าขอตัวลากลับบ้านแถมยังกล่าวขอบคุณครั้งแล้วครั้งเล่า ที่บ้านหลี่ให้พวกเขากินเนื้ออย่างดีมากมายจนพวกเขาอิ่มหนำสำราญ และมันก็อร่อยมากจนพวกเขาน้ำตาไหลเลยทีเดียว หลี่หลิวยังใจดีมอบโคลงไก่ที่เหลือให้พวกเขาไปอีกหนึ่งโคลง แน่นอนว่าไก่ยังคงมันมีเนื้อติดอยู่ไม่น้อย

"เดินทางปลอดภัยนะขอรับ" หลี่เฉินเดินออกมาส่งเพื่อนหน้าประตูพร้อมกับพี่ใหญ่และท่านพ่อ เขาโบกมือหยอย ๆ ส่งเพื่อนกลับบ้าน จากนั้นท่านพ่อปิดประตู และพาหนุ่มน้อยทั้งสองเข้าบ้าน หลี่หงไม่ลืมที่จะจุดคบเพลิงที่หน้าบ้านเพื่อให้ความสว่างในตอนกลางคืนที่จะมาถึง

หวังลู่ และหลี่หลิวช่วยกันล้างถ้วยชามโดยใช้ใยบวบจนเสร็จก็พากันล้างเนื้อตัวเข้านอน ล้างด้วยน้ำเปล่าเช่นนี้นางรู้สึกไม่ค่อยสบายตัวนัก พรุ่งนี้ต้องลองดูว่ามีอะไรสามารถทำสบู่ได้บ้างเสียแล้ว

เมื่อตอนอายุยี่สิบที่โลกก่อนเธอเคยลองทำสบู่กวนเย็นใช้เองอยู่หลายครั้ง เพราะว่าไม่ชอบกลิ่นน้ำหอมที่ฉุนจนเกินไปที่วางขายตามท้องตลาด จากนั้นก็เธอผันตัวมาทำสบู่เก็บไว้ใช้เองเสียเลย ในตอนนั้นเพื่อนที่พักห้องด้วยกันได้ลองใช้ก็พากันชอบในกลิ่นอ่อน ๆ ของสบู่ที่เสี่ยวเหมยทำ ถึงมันจะฟองน้อยไปจนแทบไม่มีเลย แต่มันก็ปลอดภัยกว่าสบู่ที่ทำจากอะไรบ้างก็ไม่รู้ในท้องตลาด พอใช้แล้วผิวก็นุ่มชุ่มชื่นดีอีกด้วยจากนั้นมาพวกเขาก็ไม่ซื้อสบู่มาใช้กันอีกเลย

"พี่รองขอรับ พรุ่งนี้ให้ข้ากับพี่ใหญ่ไปดูม้าด้วยได้หรือไม่"

หลี่เฉินที่เตรียมจะเข้านอนนั่งอ้อนวอนพี่สาวตาละห้อยด้วยความน่าสงสาร นางจึงเห็นอกเห็นใจเพราะว่าน้องชายคงอยากจะออกไปเปิดหูเปิดตา และเรียนรู้สิ่งใหม่จากภายนอกจึงตอบตกลงไป

"พี่รองของข้าใจดีที่สุดเลยขอรับ" หลี่เฉินกอดแขนเล็ก ๆ ของพี่สาวด้วยความดีใจ ส่วนหลี่จงเอามือเรียวงามที่เริ่มมีสุขภาพดีหยอกล้อหลี่เฉินจนเขาหัวเราะลั่นเพราะโดนจั๊กจี้เอวอย่างบ้าคลั่ง

"ฮา ฮ่า ฮ่า พอ.. พอแล้วขอรับ"

สามพี่น้องเล่นกันอยู่พักหนึ่งจึงพากันดับไฟเข้านอน หลี่หลิวมองพวกเขาที่หลับสนิทดีแล้วก็แอบเข้ามิติไปรดน้ำผักที่นางปลูกไว้ พอมาสังเกตดูดี ๆ ผักกาดขาวที่โตเต็มที่แล้วไม่แก่ลงเลยสักนิดนางก็รู้สึกแปลกใจอยู่เล็กน้อย ถ้าเป็นเช่นนี้ถึงเธอจะปลูกไว้เต็มกำแพงน้ำมันก็คงไม่มีทางที่จะแห้งโรยรา หลี่หลิวจึงตัดสินใจว่าจะคอยสังเกตดูอีกสักสองสามวัน รอให้มั่นใจมากกว่านี้อีกหน่อยค่อยปลูกเพิ่มก็ยังไม่สาย ต้นหอมที่อวบอั๋น แตงโม และผักอื่น ๆ ก็โตมากแล้ว ใบและกิ่งก้านของแตงโมกับฟักทองเลื้อยยาวเป็นวา หรือจะเป็นเพราะน้ำที่รดต้นไม้พวกนี้กันนะมันถึงได้โตเร็วข้ามวันเช่นนี้ วันข้างหน้าถ้าทำแปลงผักแล้วค่อยลองเอาน้ำในบ่อออกไปรดดูสักหน่อยก็ไม่น่าเสียหายอะไร หรือจะซื้อตุ่มเล็ก ๆ ใส่น้ำในนี้ออกไปวางไว้หน้าบ้านให้ท่านพ่อท่านแม่ได้กินจะได้แข็งแรง จากการวิเคราะห์ของหลี่หลิวแล้วหลังจากกินน้ำในบ่อนี้ไม่กี่วันรอยฟกช้ำดำเขียวก็มลายหายไปจนหมด ร่างกายกลับมาแข็งแรงแถมยังรู้สึกว่าแข็งแรงกว่าร่างกายเก่าของเด็กคนนี้เสียอีก ขนาดพี่ใหญ่ที่โดนทุบตีพร้อมข้ารอยฟกช้ำที่หลังยังมีเหลืออยู่เล็กน้อย น้ำในมิตินี่อาจจะช่วยอะไรได้มากกว่าที่ข้าคิดก็เป็นได้ หลี่หลิวมองดูยอดอ่อน ๆ ของฟักทองก็กลืนน้ำลายลงคอถ้าเก็บไปผัดคงหวานกรอบอร่อยแน่ ๆ ขนาดผักกาดขาวยังหวานขนาดนั้น จนท่านลุงท่านป้าฉวีชมว่าผักกาดสดช่างหวานอร่อยมากไปซื้อมาจากร้านไหนอยู่เลย เสียดายที่ข้าทำคนเดียวจึงปลูกได้ทีละเล็กทีละน้อยเพียงเท่านั้น หากข้าเอาของที่ปลูกด้านในออกไปมากเกินไปทุกคนจะสงสัยเอาได้ หรือข้าควรจะบอกท่านพ่อว่าข้ามีมิตินี้ดีนะ

หลี่หลิวรดน้ำผักจนครบจึงนั่งคิดทบทวนถึงความหลังไม่รู้ว่าตอนนี้ทางครอบครัวที่โลกนั้นจะเป็นเช่นไรบ้าง หากตนตายจากไปพ่อแม่ และน้องชายจะเสียใจมากแค่ไหน โดยเฉพาะท่านยายที่รัก และเอ็นดูเสี่ยวเหมยมากที่สุดจะซึมเศร้ามากหรือไม่

หลี่หลิวรีบล่ะทิ้งความอาลัยอาวรณ์แล้วกลับออกมาจากมิติ นางนอนลงห่มผ้าแล้วปิดตาทว่าน้ำตากลับไหลออกมาเป็นสาย นางกลั้นเสียงสะอื้นจนมิดนอนตะแคงหันหลังให้พี่ชายจนพล็อยหลับไป

หลี่จงที่ยังไม่หลับสนิทดีเห็นภาพในความมืดอย่างชัดเจน เขาไม่ได้ตาฝาดอย่างแน่นอน น้องสาวของเขาหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย พอกลับมานางก็นอนร่ำไห้แล้วหลับไป นี่ข้าเห็นอะไรที่แปลกประหลาดเข้าให้แล้วรึ!

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ฉันเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา   ตอนที่ 50 ไม่ใช่ความฝัน จบ

    "อ้าว....ยัยลูกคนนี้หนิ ถ้าไม่สบายทำไมไม่เข้าไปนอนในห้องนอนล่ะเนี่ย" หมิงหลิวมองไปที่ลูกสาวที่หลับไปทั้งแบบนั้น รองเท้าก็ยังไม่ได้เปลี่ยนเลยแท้ ๆ สงสัยเสี่ยวเหมยจะถูกหัวหน้ากดดันมาอีกสิท่า เห้อ...สมัยนี้ทำงานมันไม่ง่ายเลยจริง ๆ"แม่บอกแล้วว่าให้หาผู้ชายดี ๆ สักคนมาคอยดูแล ถ้าไปดูตัวตามที่แม่บอกแต่แรกคงจะไม่เป็นแบบนี้ ป่านนี้คงยิ้มหน้าบานเท่ากระด้งไม่ก็ออกไปเดทดูหนังผ่อนคลายแล้วซักหน่อยก็ยังดี" หมิงหลิวบ่นให้ลูกสาวหัวรั้นพร้อมทั้งเดินไปเอาผ้าห่มมาห่มตัวให้เสี่ยวเหมยวันนี้เป็นวันหยุดของเสี่ยวเหมยว่าแต่เสี่ยวเหมยไปไหนมากันแน่นะ ไหนว่าจะไปหาเพื่อนแล้วไหงถึงได้กลับมาอยู่ในสภาพแบบนี้กันหมิงหลิวส่ายหัวไปมาเบา ๆ อย่างไม่เข้าใจ ถึงแบบนั้นแต่เธอก็เดินเข้าครัวไปต้มโจ๊กไว้รอให้หมิงเหมยที่เป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวของเธอ"หมิงหลิวเอ้ย ทำไมเสี่ยวเหมยของเราถึงตัวร้อนแบบนี้ล่ะ"เสียงแหบชราของย่าหมิงดังมาจากห้องรับแขก ทำให้หมิงหลิวที่ทำโจ๊กอยู่ทำหน้างุนงง เมื่อกี้เสี่ยวเหมยยังไม่มีไข้นี่นาแล้วจู่ ๆ มีไข้ขึ้นมาเฉยเลยงั้นเหรอ หมิงหลิวปิดเตาเมื่อต้มโจ๊กเสร็จแล้วเธอก็เดินออกมาดู เห็นย่าหมิงกำลังเช็ดตัวให้เ

  • ฉันเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา   ตอนที่ 49 ข้าอยากมีเจ้าตัวเล็ก

    หลังจากวันที่สืออิงคลอดบุตร สือไท่ก็พาบ้านหลี่แวะไปเยี่ยมเยียนอยู่หลายครั้ง จนหลี่หลิวที่ไม่ค่อยไปไหนนักก็มักไปติดอยู่กับบ้านนั้นเข้าเสียแล้ว"วันนี้เจ้าจะไปหาสือต้าเหนิงอีกแล้วรึ ไหนเจ้าบอกว่าวันนี้จะทำสบู่ หรือว่าเจ้าเปลี่ยนใจไม่ทำแล้ว" หลี่จงเดินมารดน้ำผักยามเช้าแล้วถามไถ่ผู้เป็นน้องสาวขึ้นอย่างสงสัย"ข้าไปแค่ครู่เดียวเท่านั้น เดี๋ยวช่วงสายหน่อยข้าก็จะกลับมาทำงานเช่นเดิม""ในเมื่อเจ้าชอบเด็กถึงเพียงนี้ เหตุใดเจ้าจึงไม่มีให้เขาสักคนล่ะ""นี่ พี่ใหญ่...ข้าชอบเด็กก็จริง แต่ข้าก็ยังไม่อยากมีในเร็ว ๆ นี้หรอกนะ ข้ายังไม่พร้อมน่ะ""งั้นเจ้าก็อยู่บ้านบ้างสิ งานโรงเตี๊ยมเจ้าก็แทบจะโยนมาให้ข้าหมดแล้ว เจ้าหนิมันจริง ๆ เลยนะ""จะให้ข้าทำเช่นไรได้ เจ้าตัวเล็กนั่นน่ารักขนาดนั้น แถมแก้มน้อย ๆ ก็น่าหยิกน่าชังยิ่งนัก""น้องรอง...ข้าขอเตือนเจ้าไว้ก่อน นั่นไม่ใช่เจ้าเล็กของเรานะ ห้ามแม้แต่จะคิดที่จะไปหยิกแก้มเขาเชียวล่ะ""ข้ารู้หรอกน่า ชิ...ข้าล่ะเกลียดท่านจริง ๆ" หลี่จงส่ายหัว และยิ้มน้อย ๆ แล้วส่งเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคออย่างรู้ทัน นางชอบหยิกแก้มนุ่ม ๆ ของเด็กเป็นที่สุด มีหรือข้าจะไม่รู้"เอาล่ะ หาก

  • ฉันเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา   ตอนที่ 48 สือต้าเหนิง

    ณ บ้านสือ....ยามอู่ ช่วงสิบเอ็ดโมงเช้าจนถึงเกือบบ่ายโมง"เร็วหน่อย ๆ นายหญิงจะคลอดแล้ว" ลุงชิงหัวพ่อบ้านวัยสี่สิบเอ็ดปีสามีของป้าชิงหร่วน ส่งเสียงบอกสาวใช้ในเรือนให้รีบไปเตรียมข้าวของตามที่หมอตำแยบอก"นายท่านขอรับ เดี๋ยวข้าส่งคนไปบอกนายน้อยดีหรือไม่ขอรับ"ลุงชิงหัวถามนายท่านของตนที่เดินวนไปมาอยู่หน้าห้องนอนหลายรอบอย่างตื่นเต้น"จะทำเช่นนั้นได้อย่างไร เขาพึ่งเข้าห้องหอไปเมื่อคืน แถมดูจากสภาพของเขาแล้วตอนนี้คงยังเมาค้างอยู่อย่างแน่นอน" ใบหน้าของสือหานปรากฎแววของความอดรนทนไม่ไหวขึ้นมาจาง ๆ"แต่อย่างน้อย เราควรไปแจ้งข่าวให้นายน้อยทราบสักหน่อยนะขอรับ" ลุงชิงหัวกล่าวทักท้วงนายท่านสือหานด้วยความห่วงใย"ข้าคิดว่าหากนายน้อยรู้เรื่องไม่ว่าจะเป็นเช่นไรเขาจะต้องรีบบึ่งมาที่นี่อย่างแน่นอนขอรับ""เอาตามที่ท่านเห็นสมควรเถอะ แค่นี้ข้าก็ร้อนใจจะแย่อยู่แล้ว"สือหานที่ได้ยินเสียงกรีดร้องของภรรยาดังออกมาจากด้านในเป็นพัก ๆ ทำให้เขาปวดใจจนยากที่จะอธิบาย ในตอนนี้เขาก็ไม่มีกระจิตกะใจไปสนใจเรื่องอื่นอีกแล้ว เขาได้แต่เดินวนเวียนไปมาอยู่หน้าห้องนอนอย่างร้อนใจ ใบหน้าของสือหานในยามนี้ปราศจากรอยยิ้มอันอบอุ่นมีแต่ค

  • ฉันเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา   ตอนที่ 47 ส่งตัวบ่าวสาว

    ยามไฮ่ สี่ทุ่มโดยประมาณ...."ท่านพี่… ข้าว่าน่าจะได้เวลาแล้วนะเจ้าคะ"สืออิงเรียกสามีของตนที่กำลังติดลมดื่มด่ำสุรากับเพื่อนฝูงจนลืมเวลาไป"ถึงเวลาแล้วรึ?" สือหานที่ใบหน้าแดงก่ำวางจอกสุราลง แล้วหันมาถามสืออิงที่นั่งอยู่ข้าง ๆ โดยมีป้าชิงหร่วนคอยนวดขาให้นางเพื่อคลายความเมื่อยล้า"เจ้าค่ะ นี่ก็ดึกมากแล้ว หากรอนานกว่านี้อีก เจ้าลูกชายของท่านพี่คงหมดสภาพไปแล้วอย่างแน่นอน" สืออิงหันหน้าไปทางสือไท่ที่ร่ำสุรามงคลกับเพื่อนพ้อง จนตอนนี้เขาดูเมามายแถมสนุกสนานจนลืมไปแล้วว่าตนกำลังทำอะไรอยู่"เว่ยหนิง..."สือหานเรียกเว่ยหนิงที่อยู่โต๊ะข้าง ๆ ที่เขาดื่มสุราไปเพียงเล็กน้อยแต่พอควร และคุยเล่นกับจางปิงกับครอบครัวอย่างสนุกสนาน ดูท่าทางแล้วพอถึงเวลาจริงจังกับเป็นเว่ยหนิงที่พึ่งพาได้มากที่สุด"เดี๋ยวพ่อมานะ เจ้าอยู่กับท่านแม่ และเล่นกับพี่ชายไปก่อน""ขอรับท่านพ่อ" เสียงเล็ก ๆ ของเด็กวัยสองขวบ ตอบรับผู้เป็นบิดา และหันไปเล่นกับพี่ชายที่เป็นบุตรชายของจางปิงต่อ เว่ยหนิงใช้มืออันหนาใหญ่ ยีหัวบุตรชายเบา ๆ แล้วลุกขึ้นเดินไปที่โต๊ะของนายท่านสือหาน"นายท่าน"เว่ยหนิงลุกขึ้นยืนเต็มตัว เขาก้าวขาเพียงเล็กน้อยก็มาถึง

  • ฉันเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา   ตอนที่ 46 แต่งงาน

    "ตั้งใจทำงานกันหน่อย อีกเดี๋ยวพอลูกค้าเริ่มมาแล้วจะวุ่นวายกันไปใหญ่ ตรงนั้นน่ะดึงผ้าให้ตึงกว่านี้อีกหน่อยมันหย่อนจนเกินงามไปแล้ว" สืออิงที่นั่งเก้าอี้ใช้พัดที่ยังไม่กางออกชี้สั่งงานคนงานของตน และแม่บ้านที่นำมาด้วยให้ช่วยกันเร่งมือตั้งแต่เช้าตรู่ยิ่งนางได้เห็นท่าทีของสือไท่ว่าเขามีความสุขมากแค่ไหนในตอนที่เขากลับไปถึงบ้าน นางยิ่งมีความกระตือรือร้นมากยิ่งขึ้น และยังหวังลึก ๆ ในใจว่านางยังจะทนไหวจนกว่าสือไท่จะตบแต่งจนเสร็จ สืออิงคอยบอกทารกในครรภ์อยู่เสมอว่าให้อดทนรอจนกว่าจะเสร็จงานแต่งของพี่ชายจึงค่อยออกมาพบเจอกัน เพราะนางอยากให้งานแต่งของสือไท่ครบถ้วนสมบูรณ์ไม่มีที่ติ นางจึงต้องลากร่างกายที่เหมือนจะพร้อมคลอดทุกเมื่อออกมาเร่งจัดแจงทุกอย่างให้เรียบร้อย"พี่สืออิง ท่านไม่ต้องเร่งรีบไป ข้ารู้ว่าท่านอยากอยู่รอดูวันนั้นของสือไท่ด้วยตาของท่านเอง แต่หากท่านฝืนตัวเองมากเกินไปตัวท่านเองนั่นแหละจะลำบาก ดูเอาเถอะทั้งสือไท่ และหลี่หลิวต่างมาคอยดูแลคุมงานอย่างใกล้ชิดถึงเพียงนี้ ท่านก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าเถอะที่จะคอยตรวจตราพวกเขาอีกที"หลี่ลู่เห็นพี่สืออิงมานั่งคอยสอดส่องอย่างใกล้ชิด และออกคำสั่ง

  • ฉันเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา   ตอนที่ 45 จัดบ้าน

    หลังจากสร้างบ้านที่ท้ายสวนเสร็จหลี่หลิวก็พยุงท่านแม่ใหญ่อย่างสืออิงที่ท้องโตเต็มที่เดินตรวจตราดูความเรียบร้อยจนนางพอใจ หลี่ลู่เดินข้าง ๆ ตามมาพร้อมกับสือหาน และสือไท่ ก่อนจะพูดคุยเรื่องการจัดงานแต่งในอีกไม่กี่สิบวันข้างหน้าด้วยความกระตือรือร้น"เรื่องของแม่นางกงซูหนิงก็จบลงด้วยดี ต่อไปนี้ก็คงไม่มีอะไรมาคอยกวนใจหลี่หลิวอีกแล้วล่ะ" สือหานกล่าวพร้อมกับมองบ้านหลังที่ไม่เล็ก และไม่ใหญ่จนเกินไปอย่างพอใจ หลี่หลิวสร้างบ้านได้น่าอยู่ถึงเพียงนี้เชียวรึ ถึงข้าวจะของยังจัดการไม่เรียบร้อยดีเท่าไหร่นักแต่โดยรวมแล้วดูลงตัวเป็นอย่างมาก ถึงมันจะเรียบง่ายแต่ก็ดูเรียบหรูอย่างบอกไม่ถูก ไม่คิดเลยว่าบ้านธรรมดาหลังหนึ่งแต่ด้านในจะสามารถดูดีได้ถึงเพียงนี้"ตรงนี้ข้าจะเอาไว้ต้อนรับแขกเจ้าค่ะ"เมื่อเดินออกมาจากตัวบ้านที่สร้างเป็นเรือนหอ หลี่หลิวก็หันมาบอกว่าชายคาที่ยื่นออกไปนี้นางเตรียมไว้สำหรับรองรับแขก เพื่อว่าพวกท่านทั้งหมดมาเยี่ยมเยือนก็จะได้มานั่งพักชมวิวตรงจุดนี้ มันมีโต๊ะไม้ยาวที่สามารถรองรับผู้คนได้กว่าแปดถึงสิบคน ซึ่งหลี่หลิวมองเห็นว่าในอนาคตอาจจำเป็นต้องได้ใช้มันอย่างแน่นอน"เจ้าออกแบบบ้านหลังนี้ด้วย

  • ฉันเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา   ตอนที่ 43 ย่านเริงรมย์ 1

    "ปล่อยข้านะ อย่านะ!!"เสียงร้องของหญิงสาวดังออกมาจากมุมอับของกำแพง มีชายหนุ่มน้อยใหญ่สามสี่คนที่กำลังเมามายมารุมรังแกนาง"ปล่อยลูกสาวข้าไปเถอะนะ พวกเราเป็นแค่เพียงขอทานจน ๆ เพียงเท่านั้น ได้โปรดเถอะ" ชายชราผมขาวยกมืออ้อนวอนกลุ่มคนเมาที่พยายามจะมาลวนลามบุตรสาวของตน"เจ้าอยากได้เงินไม่ใช่หรือ ไปกับพวกข้า

  • ฉันเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา   ตอนที่ 41 สร้างเรือนหอ

    ช่วงสายคนงานก่อสร้างได้มาดูพื้นที่ที่หลี่หลิวต้องการจะสร้างบ้าน นางบอกว่านางต้องการสร้างบ้านปูนชั้นเดียวแต่ต้องยกพื้นให้สูงขึ้นมาประมาณเอว ข้างบ้านก็เช่นกันมันต้องสูงเท่ากับตัวบ้านเพื่อที่นางจะได้ออกมานั่งชมสวนได้อย่างสะดวก นางบอกว่าพื้นที่ด้านข้าง และด้านหน้าของตัวบ้านต้องกว้าง และรองรับคนได้มากกว่

  • ฉันเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา   ตอนที่ 39 ลงตัว

    "เจ้าจะไปทำงานกับหลี่จงงั้นหรือ!!""ขอรับ ข้าขอตัวไปเตรียมเสื้อผ้าก่อนนะขอรับ""ท่านพี่ท่านจะไม่ให้ข้าไปด้วยหรือเจ้าคะ""เหลียนเหลียน ข้าไปทำงานหาได้ไปเที่ยวเล่น เจ้าต้องอยู่คอยดูแลท่านแม่กับบ้านช่อง เจ้าไม่สามารถตามข้าไปด้วยได้หรอกนะ""เจ้าใหญ่ เจ้าล้มเลิกการเข้าสอบแล้วจริง ๆ งั้นหรือ"เมื่อได้ฟังที่หลี

  • ฉันเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา   ตอนที่ 38 ไปกันเถอะ

    เช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากที่กินข้าวเสร็จภรรยาของฉวีหลงเทียนก็เก็บถ้วยชามใส่ตะกร้า หลี่หงกล่าวขอบคุณท่านลุงฉวี และครอบครัวของท่านที่มาดูแลพวกเขาเป็นอย่างดี ทั้งสองฝ่ายล่ำลากันเสร็จหลี่หงก็ขึ้นรถม้าคันโตจากไป"ท่านพ่อเจ้าคะ ต่อไปสามีข้าจะได้ไปทำงานกับเขาจริง ๆ ใช่ไหมเจ้าคะ" ลุงฉวีหันมายิ้มให้สะใภ้เพียงคนเ

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status