LOGINทะลุมิติมาแต่งกับขันทีหวังนอนกอดสมบัติชิลๆ แต่โป๊ะแตก.. ผัวดันของครบแถมไซส์บิ๊กเบิ้ม! สคริปต์สืบคดีก็โหลจนขัดใจ ยัยติ่งซีรีส์ขอสปอยล์คดีให้จบไว จะได้รอดพ้นจากการโดนท่านผู้สำเร็จราชการจับกิน!
View More'Skip—'
'Skip!'
'ข้ามไม่ได้เหรอวะ—'
บึ้ม!
เสียงระเบิดอัดกระแทกหูจนอื้อไปหมด กลิ่นฉุนจัดของน้ำซุปหมาล่าเจือควันไฟคละคลุ้งจนแทบสำลัก เว่ยฟางซินเบิกตาโพลง เฮือก! อากาศเย็นเยียบปะทะใบหน้า นางทะลึ่งพรวดขึ้นจากเตียงนอนหนานุ่ม แต่ศีรษะกลับกระแทกเข้ากับเสาเตียงไม้สลักลายอย่างจังเสียงดังป้าบ!
"โอ๊ย! เจ็บๆๆ!"
นางยกมือกุมหน้าผาก น้ำตาเล็ดซึม
"คุณหนูใหญ่! ท่านฟื้นแล้ว! สวรรค์คุ้มครอง คุณหนูฟื้นแล้วเจ้าค่ะ!"
เด็กสาวในชุดกระโปรงสีเขียวอ่อนปราดเข้ามาหา น้ำตาเอ่อท้นอาบสองแก้ม มือเล็กๆ คว้ามือนางไปเขย่าระรัว
'เดี๋ยวนะ... แบตมือถือระเบิดอัดหน้าฉันตู้มขนาดนั้น ฉันยังไม่ตายอีกเหรอ!'
เว่ยฟางซินดึงมือกลับด้วยความงุนงง มองหน้าเด็กสาวแปลกหน้าพลางขมวดคิ้ว
"เดี๋ยว... เธอเป็นใคร แล้วที่นี่ที่ไหนเนี่ย"
เด็กสาวชะงัก เบิกตากว้างด้วยความตกใจ "เสี่ยวชุ่ยไงเจ้าคะ! คุณหนูจำบ่าวไม่ได้หรือ นี่จวนท่านราชครูอย่างไรเล่าเจ้าคะ!"
'เสี่ยวชุ่ย? จวนราชครู?'
เว่ยฟางซินสะบัดมือออก หันขวับไปคว้ากระจกทองเหลืองบนโต๊ะเตี้ยข้างเตียงขึ้นมาส่อง ใบหน้าที่สะท้อนกลับมาไม่ใช่ใบหน้าอิดโรยของมนุษย์เงินเดือนสายติ่งซีรีส์ แต่เป็นใบหน้างดงามหมดจด ดวงตากลมโตสุกใส ผิวขาวผ่องเนียนละเอียดดุจหยกเนื้อดี
'หน้าสวย รวย หุ่นแซ่บ... แถมมีสาวใช้คอยเรียกคุณหนู นี่มันแพทเทิร์นทะลุมิติเกรดเอบวกชัดๆ! สคริปต์คุณหนูตกอับพลิกชะตาสินะ!'
ยังไม่ทันได้ฉีกยิ้มกว้าง อาการปวดแปลบก็แล่นจี๊ดขึ้นสมองเหมือนถูกเข็มทิ่มแทง
กลิ่นคาวเลือดอุ่นๆ คละคลุ้ง ภาพเลือดสาดกระเซ็นย้อมจวนหลังใหญ่จนแดงฉาน เสียงรองเท้าเหยียบลงบนแอ่งเลือดดังแฉะ... แฉะ... ชวนให้สะอิดสะเอียน เสียงกรีดร้องโหยหวนดังก้องโสตประสาท
ฉึก! ฉึก!
เสียงด้ามกระบี่แทงทะลุเนื้อซ้ำๆ ชวนขนหัวลุก ชายชุดดำสวมไอ้โม่งเงื้อกระบี่ขึ้นสูง เลือดสดๆ หยดแหมะลงบนพื้นกระเบื้อง
เว่ยฟางซินยกมือทั้งสองข้างกุมขมับ เหงื่อเย็นเฉียบซึมตามไรผม ร่างกายสั่นสะท้านไปเองตามสัญชาตญาณความกลัวของเจ้าของร่างเดิม
'อะไรเนี่ย... ภาพอะไรวะ เจ้าของร่างเดิมไปแอบดูใครหั่นหมูมาหรือไง ทำไมความทรงจำมันแหว่งๆ หายๆ แบบนี้!'
"ท่านราชครู! โปรดเห็นใจข้าด้วยเถิด ข่าวลือเรื่องคุณหนูใหญ่หนีการดูตัวแพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวงแล้ว เวลานี้มีเพียงข้าที่ยินดีรับนาง ข้าอุตส่าห์แบกสินสอดมารอหน้าเรือน ท่านก็รับปากข้าเถิด!"
เสียงแหบพร่าโวยวายดังมาจากโถงรับแขกด้านนอก เว่ยฟางซินขมวดคิ้ว ทิ้งกระจกในมือแล้วก้าวลงจากเตียง เดินกระแทกเท้าตรงไปที่ประตูทันที
"คุณหนู! อย่าออกไปนะเจ้าคะ! สภาพท่านยังสวมชุดนอนอยู่เลย!" เสี่ยวชุ่ยร้องห้ามหน้าตาตื่น
"หนวกหูจริง! คนกำลังปวดหัว! ผู้ใดมาเอะอะโวยวายหน้าเรือนแต่เช้า!"
เว่ยฟางซินผลักประตูโถงรับแขกออกไปเสียงดังปัง ภาพตรงหน้าทำเอาตากระตุก
เว่ยเจิ้ง ชายวัยกลางคนในชุดขุนนางกำลังยืนหน้าดำหน้าแดง ชี้หน้าด่า 'เถ้าแก่หวัง' ชายแก่รุ่นราวคราวปู่ พุงยื่นย้อย หนังตาตก หน้ามันย่องจนแทบทอดไข่ได้
พอเสียงเปิดประตูดังขึ้น ตาเฒ่าหวังก็หันขวับ สายตาหยาบโลนกวาดมองเว่ยฟางซินตั้งแต่ลำคอระหง ไล่ลงมาถึงสัดส่วนอวบอิ่มที่ซ่อนอยู่ใต้ชุดนอนเนื้อบางที่ยังไม่ได้เปลี่ยน มันขยับลิ้นเลียริมฝีปากช้าๆ อย่างคนกำลังเลือกเนื้อสัตว์ แววตาหื่นกระหายจนเว่ยฟางซินขนลุกเกรียว รู้สึกสะอิดสะเอียนเหมือนมีปลิงมาเกาะตามตัว
"นี่เจ้า... ไร้ยางอายนัก! ลูกสาวข้าเพิ่งฟื้น เจ้ากล้าบุกรุกเอาสินสอดมาบีบคั้นถึงเรือนใน!"
เว่ยเจิ้งรีบขยับตัวบังบุตรสาวไว้มิดชิด ตวาดลั่นจนตาเฒ่าสะดุ้ง
"ไสหัวกลับไปเดี๋ยวนี้! ข้ายังไม่อนุญาตให้ผู้ใดมาสู่ขอลูกสาวข้าทั้งนั้น!"
ตาเฒ่าหวังแค่นเสียงฮึดฮัด ล่าถอยออกไปอย่างเสียดาย ก่อนพ้นประตูยังไม่วายชะโงกหน้ามาปรายตามองเว่ยฟางซินคล้ายมองก้อนเนื้อชั้นดี
เว่ยเจิ้งหันขวับกลับมามองบุตรสาวที่เพิ่งฟื้นด้วยใบหน้าถมึงทึง ชี้หน้าด่าด้วยความโมโห
"อายุเจ้าจะสิบแปดปีอยู่รอมร่อ! แม่สื่อเพียรหาวาดภาพคุณชายจวนนู้นจวนนี้มาให้เลือกดูตัว เจ้าก็อาละวาดคว่ำโต๊ะไม่เอาสักคน! ทีเฒ่าตัณหากลับที่ข้าไม่อยากให้ข้องแวะ ดันยกสินสอดมาสู่ขอถึงเรือน! เจ้านี่นะ... ฮึ่ย!"
เว่ยเจิ้งสะบัดแขนเสื้ออย่างหัวเสียแล้วเดินกระแทกเท้าปึงปังออกไป ฮูหยินเว่ยผู้เป็นมารดารีบวิ่งกระหืดกระหอบตามหลังสามีไปติดๆ หวังช่วยดับไฟโกรธ
เว่ยฟางซินยืนช็อกตาตั้งอยู่กลางห้อง สมองประมวลผลด้วยความเร็วแสง
'สู่ขอ? จะให้ฉันแต่งกับตาลุงพุงย้วยนั่นเนี่ยนะ! สคริปต์บังคับแต่งงานล้างคาวฉาวโฉ่ โคตรคลีเช่! ไม่เอาเด็ดขาด ขืนแต่งไปโดนทับกระดูกหักตายพอดี!'
นางสูดหายใจเข้าลึก หันไปคว้าแขนสาวใช้ที่วิ่งกระหืดกระหอบตามมา
"เสี่ยวชุ่ย ไปเอาชุดมาเปลี่ยนให้ข้า ข้าจะออกไปหอสุรา!"
"คุณหนูเพิ่งฟื้นนะเจ้าคะ! อีกอย่าง สตรีดีๆ ที่ไหนจะไปสถานที่อโคจรเช่นนั้น!"
"ข้าไง! ไป! ขืนอุดอู้ในจวนต่อ มีหวังข้าได้อกแตกตายหนีงานแต่งแน่!"
นางพยายามจะยันตัวลุกขึ้นนั่ง แต่มู่หานเฟิงกลับใช้ฝ่ามือใหญ่กดไหล่นางไว้เบาๆ ให้เอนหลังลงตามเดิม"อยู่นิ่งๆ" เขาเอ่ยสั้นๆเว่ยฟางซินมองมือที่กดไหล่ตัวเองอยู่แล้วก็อมยิ้ม "ท่านพี่เจ้าคะ... สกินชิพเก่งขึ้นนะเจ้าคะเนี่ย""สกิน... อะไรของเจ้า" เขาขมวดคิ้วถามอย่างไม่เข้าใจ"ก็การสัมผัสตัวไงเจ้าคะ กอดเมื่อกี้ในคุกน่ะ ข้าจำได้นะ... อุ่นดีออก" นางพูดพลางช้อนตามองเขาอย่างมีความหมายมู่หานเฟิงรีบชักมือกลับทันทีราวกับถูกของร้อน "ข้าเพียงแค่ไม่อยากให้เจ้าล้มทับกองเลือดให้เปรอะเปื้อนพื้นคุกเท่านั้น อย่าได้คิดไกล!""เจ้าค่ะๆ ข้าไม่คิดไกลหรอก ข้าคิดแค่ใกล้ๆ ... แถวๆ อกท่านเนี่ยแหละ"สิ้นประโยคนั้น มู่หานเฟิงเบือนหน้าหนีไปทางอื่นทันที ทว่าปลายหูขาวสะอาดกลับเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำอย่างห้ามไม่อยู่"สตรีหน้าไม่อาย!" เขาบริภาษเสียงเข้ม แต่กลับไม่มีรังสีสังหารเจือปนอยู่เลยแม้แต่น้อยฟางซินหัวเราะคิกคักที่เห็นราชสีห์เสียอาการ ทว่าแววตาของนางกลับหม่นแสงลงกะทันหันเมื่อนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้น "ท่านพี่... รอยสักจันทร์เสี้ยวที่หลังคอของนักโทษคนนั้น... พอข้าเห็นรอยสักนั่น จู่ๆ ก็รู้สึกใจคอไม่ดีจนหน้ามืดไปเลย"บรรยากาศใ
บรรยากาศภายในคุกใต้ดินจวนผู้สำเร็จราชการที่เคยเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง บัดนี้กลับวุ่นวายโกลาหลขึ้นในพริบตา เมื่อสตรีในชุดสีฟ้าอ่อนที่เพิ่งโชว์ตรรกะยอดนักสืบไปหมาดๆ กลับสิ้นสติทรุดฮวบลงไปต่อหน้าต่อตามู่หานเฟิงไม่ได้ชั่งใจแม้แต่น้อย มือแกร่งที่เคยปลิดชีพคนมานับไม่ถ้วนตวัดโอบรอบเอวคอดกิ่ว รวบร่างของเว่ยฟางซินเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว"ฟางซิน! ฟางซิน!"เขาเรียกชื่อนางด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า ใบหน้าซีดเซียวของสตรีในอ้อมกอดทำเอาหัวใจของท่านเก้าพันปีที่เคยแข็งแกร่งดุจหินผากระตุกวูบไปชั่วขณะมู่หานเฟิงไม่สนแม้แต่คราบเลือดดำสนิทที่นองอยู่เต็มพื้น หรือความตายที่เพิ่งพรากพยานปากสำคัญไป เขาช้อนร่างนางขึ้นในท่าอุ้มเจ้าสาวด้วยท่วงท่ามั่นคง"เยี่ยนชิง! คุมพื้นที่ที่นี่ให้หมด ใครก็ตามที่เข้าใกล้กาน้ำชาและถ้วยใบนี้ก่อนหน้าข้าลงมา ลากตัวไปเค้นถามให้หมด อย่าให้เหลือแม้แต่คนเดียว!" มู่หานเฟิงสั่งเสียงเฉียบขาด ฝีเท้ายาวก้าวสับฉับๆ มุ่งหน้าไปทางประตูทางออก"รับบัญชา!" เยี่ยนชิงประสานมือ แววตาขององครักษ์หน้าน้ำแข็งสั่นไหวเล็กน้อยเมื่อมองแผ่นหลังของเจ้านายที่อุ้มฮูหยินเดินกึ่งวิ่งออกไปตั้งแต่ติดตามมู่หานเฟิงมา เยี่ยนชิ
คุกใต้ดินของจวนผู้สำเร็จราชการอับชื้นและหนาวเหน็บ แสงสลัวจากคบเพลิงตามทางเดินส่องกระทบใบหน้าซูบซีดของขุนนางระดับล่างที่ถูกล่ามโซ่ตรวนติดกับเสาไม้ กลิ่นคาวเลือดผสมกลิ่นสนิมเหล็กคละคลุ้งจนชวนสะอิดสะเอียนมู่หานเฟิงนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวใหญ่กลางห้องขัง นัยน์ตาดุดันจดจ้องนักโทษเบื้องหน้าเว่ยฟางซินกวักมือเรียกสือเหยียน สั่งให้เขาลากเก้าอี้ตัวเล็กมาตั้งแหมะไว้ข้างๆ นางทิ้งตัวลงนั่งไขว่ห้างตามสามี พลางหยิบเมล็ดแตงโมในกระเป๋าเสื้อออกมาแทะแกร็บ... แกร็บ...เสียงแทะเมล็ดแตงโมดังเป็นจังหวะ ขัดกับบรรยากาศกดดันของการไต่สวนอย่างสิ้นเชิง นักโทษที่กำลังหวาดกลัวถึงกับชะงัก ลืมความเจ็บปวดไปชั่วขณะมู่หานเฟิงปรายตามองภรรยาอย่างคาดโทษ แต่นางเพียงยักคิ้วหลิ่วตาให้เขา"สารภาพมา เสบียงที่หายไปอยู่ที่ใด ผู้ใดเป็นคนสั่งการ" มู่หานเฟิงหันกลับไปเค้นเสียงถามนักโทษขุนนางผู้นั้นร่างกายสั่นสะท้าน ริมฝีปากแตกแห้งขยับเอ่ยเสียงแหบพร่า"ขะ... ข้าน้อยยอมแล้ว ข้าน้อยจะบอกทุกอย่าง... แต่ข้าน้อยกระหายน้ำเหลือเกิน ขอน้ำสักอึกเถิดขอรับ"เยี่ยนชิงก้าวออกมารินน้ำชาจากป้านดินเผาเก่าๆ ที่วางอยู่บนโต๊ะริมผนังคุกใส่ถ้ว
เนื้อแกะชิ้นโตชุ่มน้ำมันพริกสีแดงจัดจ้านถูกยัดพรวดเข้ามาในปากมู่หานเฟิงเบิกตากว้าง สัญชาตญาณเตือนภัยทำงานรวดเร็ว เขาเตรียมจะบ้วนสิ่งแปลกปลอมนั้นทิ้งลงพื้น แต่เว่ยฟางซินไวกว่า นางยกมือขวาขึ้นตะปบปิดริมฝีปากเขาไว้แน่นสนิท"คายออกมาเสียของนะเจ้าคะท่านพี่ เนื้อแกะชั้นดีเชียวนะ เคี้ยวสิเจ้าคะ เคี้ยว!"เยี่ยนชิงเห็นเจ้านายถูกยัดสิ่งใดบางอย่างเข้าปากก็หน้าตึงเครียด มือแกร่งตวัดชักกระบี่ออกจากฝักเสียงดังเคร้ง!"ท่านผู้สำเร็จราชการ! มียาพิษหรือขอรับ!"เยี่ยนชิงเตรียมพุ่งทะยานเข้ามาบั่นคอฮูหยินป้ายแดง แต่มู่หานเฟิงกลับยกมือซ้ายขึ้นห้ามลูกน้องไว้ แผ่นหลังกว้างสั่นสะท้านเล็กน้อยรสชาติเผ็ดร้อนดุดันระเบิดกระจายไปทั่วโพรงปาก ความชาแล่นปราดจากโคนลิ้นขึ้นสู่สมอง รสสัมผัสเข้มข้นจัดจ้านผสมกับความหวานนุ่มของเนื้อแกะ ทำให้เขาเผลอขยับกรามเคี้ยวและกลืนลงคอไปโดยไม่รู้ตัว"แค่ก! แค่ก!"มู่หานเฟิงไอโขลกอย่างรุนแรง ใบหน้าหล่อเหลาเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ ลามไปถึงใบหูและลำคออย่างรวดเร็ว ความร้อนรุ่มจากเครื่องเทศทำให้อึดอัดจนเขาต้องปลดสายรัดเสื้อคลุมตัวนอกสีดำสนิทออก โยนส่งให้เยี่ยนชิงเสื้อซับในสีขาวเนื้อดีแนบลู่ไปก