Accueil / รักโบราณ / ฉันเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา / ตอนที่ 8 เจ้าบอกพี่ได้ไหม

Partager

ตอนที่ 8 เจ้าบอกพี่ได้ไหม

last update Date de publication: 2024-12-15 11:21:46

หลี่จงนอนไม่หลับกระสับกระส่ายตลอดทั้งคืนจนถึงรุ่งสางเขายังคงคิดไม่ตกว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่กับน้องสาว ข้าเห็นเต็มตาทั้งสองข้าง และใช้มือคลำหาตอนที่นางหายไปหากนางหายไปนานกว่านั้นข้ากะว่าจะไปบอกท่านพ่อให้มาช่วยหาเสียแล้ว ทว่านางกลับมาอย่างปลอดภัย เมื่อเห็นน้องรองกลับมาเขาได้แต่นอนตัวแข็งทื่อไม่กล้าขยับเสียด้วยซ้ำ นี่ข้ากำลังกลัวน้องสาวตัวเองอยู่งั้นหรือ หลี่จงลุกขึ้นนั่ง และเก็บที่นอนของตนเมื่อรู้ว่าฟ้าเริ่มสางแล้ว หลี่หลิวงัวเงียลุกขึ้นนั่งขัดสมาธิแล้วหาวสองสามที พร้อมบิดขี้เกียจโดยยืดแขนทั้งสองข้าขึ้นเหนือศีรษะ

"เจ้าบอกพี่ได้ไหมว่าเจ้าไปไหนมาเมื่อคืนนี้"

หลี่หลิวที่บิดขี้เกียจอยู่ถึงกับชะงักไปครู่หนึ่งก่อนที่จะหลบตาก้มต่ำมองเท้าตนเองแล้วรีบเก็บแขนลง เมื่อคืนพี่ชายตัวน้อยยังนอนไม่หลับงั้นรึทำเช่นไรดี หลี่หลิวเกิดความประหม่ากระอักกระอ่วนใจ ไม่รู้ว่าจะพูดเช่นไรดีได้แต่เอามือเล็ก ๆ ที่วางไว้บนตักกำหมัดแน่นจนมือสั่น

"เจ้าไม่ไว้ใจข้าที่เป็นพี่ชายของเจ้างั้นหรือ?" หลี่จงมองออกว่าน้องรองของตนมีเรื่องปิดบัง และไม่ยอมที่จะบอกตนจึงรู้สึกแน่นที่อกและจุกในใจ

"พี่ใหญ่...ท่านเห็นด้วยหรือเจ้าคะ" ในที่สุดหลี่หลิวก็ยอมปริปากออกมา แล้วเงยหน้ามองพี่ใหญ่ที่ขอบตาคล้ำเหมือนหมีแพนด้า สายตาคู่หนึ่งได้ผสานเข้ากับสายตาที่แหลมคมของหลี่จงพี่ชายคนโต

"อืม ข้าเห็นแล้ว" หลี่จงตอบกลับไปด้วยถ้อยคำที่เรียบง่าย แต่แฝงไปด้วยความสงสัยอยู่มากมาย

"ท่าน ไม่กลัวข้ารึ" หลี่หลิวจ้องตาพี่ชายตัวน้อยด้วยสายตาระยิบระยับอย่างคาดหวัง ในเมื่อเขาเห็นข้าหายตัวได้เขาควรหวาดกลัวสิถึงจะถูก แต่นี่เขากลับมานั่งจับเข่าคุยกันกับข้าแบบนี้ เขาช่างเป็นเด็กน้อยที่กล้าหาญอะไรเช่นนี้นะ

"ข้ากลัว กลัวว่าเจ้าจะเป็นอะไรไป ห่วงว่าเจ้าจะบาดเจ็บตรงไหน และกังวลว่าเจ้าจะหายไปแล้วไม่กลับมา"

หลี่หลิวได้ฟังพี่ชายพูดออกมาเช่นนั้นก็น้ำตาคลอแท้ที่จริงแล้วท่านห่วงใยข้าถึงเพียงนี้เชียวหรือ คงเป็นเพราะข้าอยู่ในร่างของน้องสาวท่านท่านจึงคิดแบบนั้น หากรู้ว่าข้าเป็นคนอื่นไปท่านจะต้องเสียใจมาก ๆ เป็นแน่ที่รู้ว่าน้องแท้ ๆ ได้จากไปไม่หวนคืนอีกแล้ว ในเมื่อข้าก็กลับไปไม่ได้ข้าจะเป็นน้องที่ดีให้ท่านเอง หลี่หลิวกระโจนสวมกอดพี่ชายความด้วยรัก จากความรู้สึกลึก ๆ ทุกคนที่อยู่ที่นี่ก็ได้กลายเป็นครอบครัวที่แท้จริงของนางไปเสียแล้ว

"ข้าขอโทษที่ทำให้ท่านเป็นกังวล จริง ๆ แล้วตั้งแต่ที่ข้าถูกท่านย่าทุบตีข้าก็ได้รับพรจากสวรรค์มา เมื่อข้าหายตัวไปข้าจะไปโผล่ในกำแพงน้ำ และในนั้นข้าก็ปลูกผักไว้หลายอย่างเลยด้วย"

"เจ้าเข้าไปในกำแพงน้ำอะไรนั่นได้อย่างไร" หลี่จงไม่ได้หัวเราะเพราะไม่คิดว่ามันจะเป็นเรื่องตลก แต่เขากลับกลัวว่าหากน้องรองเข้าไปแล้วออกมาไม่ได้อีกจะทำเช่นไร

"ข้าแค่พูดว่า พาข้าเข้าไป ก็ได้แล้ว" พอหลี่หลิวพูดจบสองพี่น้องที่นั่งโอบกอดกันก็หลุดเข้ามิติไปทั้งอย่างนั้น

"ที่นี่หรือที่เจ้าบอกข้า" หลี่หลิวที่ก้มกอดพี่ชายจนไม่ทันได้สังเกตอะไรก็ถึงกับเบิกตากว้าง นี่ข้าพาคนอื่นเข้ามาได้ด้วยงั้นรึ!!

"พี่ใหญ่ ท่านเข้ามาได้อย่างไรหรือเจ้าคะ" หลี่หลิวรีบดีดตัวยืนขึ้นอย่างตกใจจนหัวน้อย ๆ ของนางเสยคางพี่ใหญ่เข้าอย่างจัง

"ซี๊ดดดด นี่เจ้าจะฆ่าข้าปิดปากหรือไงถึงได้ทำกับข้าเช่นนี้"

หลี่จงที่พูดจาทีเล่นทีจริงกับผู้เป็นน้องก่อนจะเอามือกุมคางที่รู้สึกเจ็บแปล๊บแปล๊บ พร้อมกับสำรวจมองซ้ายแลขวาเขาพบว่าที่นี่ฟ้าสว่างมาก แต่ข้างนอกกับยังมืดอยู่เลย

"ข้าไม่ทันระวัง พี่ชายท่านเจ็บมากไหมดื่มน้ำนี่ก่อนเถอะเจ้าค่ะ" หลี่หลิวเดินไปที่บ่อน้ำตักน้ำมาให้พี่ชายตัวน้อยที่นั่งกุมคางแล้วลูบไปมาอย่างน่าสงสารได้ดื่มกิน แต่ทว่าหลี่หลิวกลับไม่รู้เจ็บเลยสักนิดเดียว

"หวานจัง นี่น้ำอะไรรึ?" หลี่จงดื่มน้ำที่น้องสาวถือมาไปอึกนึง ด้วยความหวานนุ่มชุ่มใจ พอกินเข้าไปแล้วเขาค่อย ๆ หายเจ็บปวดไปในไม่ช้า นี่คงไม่ใช่น้ำวิเศษอะไรแบบนั้นหรอกใช่ไหม ความเหนื่อยล้าจากการอดหลับอดนอนก็ค่อย ๆ มลายหายไปกลายเป็นความกระฉับกระเฉงแทน

"ข้าก็ไม่รู้หรอก แต่กินได้นะ แถมรดน้ำผักก็ทำให้ผักโตไวขึ้นได้ด้วย" หลี่หลิวนั่งลูบคลำผักพวกนั้นอย่างกับว่าพวกมันเป็นของมีค่า

"ผักพวกนี้เจ้าพึ่งไปซื้อมาไม่กี่วันก่อนใช่หรือไม่" หลี่จงมองดูผักที่โตเต็มวัยพร้อมที่จะผลิดอกออกผลได้ในไม่ช้าด้วยความอยากรู้

"ใช่แล้วล่ะ ข้าซื้อมาพร้อมกับตุ่มน้ำนี่"

หลี่หลิวชี้ไปที่ตุ่มน้ำขนาดกลางข้าง ๆ กับบ่อน้ำ หลี่จงเดินไปดูที่ตุ่มน้ำปรากฏว่ามีน้ำอยู่ไม่มาก พอน้องสาวบอกว่านางพยายามจะตักน้ำใส่ให้เต็มเพื่อเก็บไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน ท่านพี่ก็จะอาสาช่วย แต่นางบอกว่าอยู่นานกว่านี้ไม่ได้แล้วเดี๋ยวท่านพ่อจะรอนาน หลี่จงจึงบอกว่างั้นเราออกไปก่อนช่วงไหนว่างงานเขาจะมาช่วยตักน้ำใส่ตุ่มให้

"พาข้าออกไป" หลี่หลิวออกมาจากมิติแต่กลับไม่เห็นผู้เป็นพี่จึงรีบกลับเข้าไปข้างในอีกที นางสรุปได้ความว่า หากจะพาใครเข้าออกนางต้องแตะต้องตัว หรือสัมผัสคน ๆ นั้นด้วย ไม่เช่นนั้นก็จะถูกทิ้งไว้ข้างในนั้นเหมือนกับพี่ชายตัวน้อยเอาได้

"เมื่อครู่ข้าใจหายใจคว่ำ นึกว่าข้าเข้าไปด้านในกำแพงน้ำได้แต่กลับออกมาไม่ได้เสียแล้ว" หลี่จงวางมือทาบหน้าอกทิ้งตัวนั่งลงหายใจถี่ด้วยความตกใจ

"ข้ารู้แล้ว ๆ คราวหน้าข้าจะจับมือท่านให้ดี ๆ" หลี่หลิวขำกลิ้งที่เห็นพี่ชายยืนหน้าเหวอหวาอยู่ข้างในมิติ พอออกมาได้เขาถึงกับเข่าทรุดเลยทีเดียว

"ยังดี ๆ ที่ข้าออกมาได้" หลี่จงหัวเราะในลำคอแห้ง ๆ พร้อมกับยิ้มแก้มปริ แล้วก็อดขำไม่ได้ว่าตนร้อนรนเพียงใดในข้างในนั้น

"พี่ใหญ่พวกท่านขำอะไรกันหรือ" หลี่เฉินขยี้ตาแล้วลุกขึ้นนั่งทั้งที่ตายังปิดอยู่ ได้แต่เอ่ยถามอย่างสงสัยเหมือนคนละเมอ

"ข้าก็ขำที่เจ้านอนน้ำลายไหลเช่นนั้นไงล่ะ" หลี่หลิวหยอกล้อกับน้องเล็ก และคงยังกลั้นขำจนหน้าดำหน้าแดง

"เอาเถอะ ๆ ไม่คุยกับเจ้าแล้ว รีบไปล้างหน้าล้างตากันได้แล้ว"

หลี่จงเห็นน้องสาวที่เส้นตื้นของตนไม่ยอมหยุดหัวเราะเสียทีจึงพูดตัดบทไปแล้วพาน้องเล็กเดินออกไปล้างหน้าล้างตา หลี่หลิวเห็นเช่นนั้นก็รู้ว่าตนทำเกิดกว่าเหตุ แต่จะทำเช่นไรได้ก็มันหยุดไม่ได้นี่เนาะ พอนางทำใจได้แล้วก็ตามออกไปล้างหน้าล้างตาทีหลัง ทว่าบนใบหน้านางยังมีความสุขหลงเหลืออยู่

"เล่นอะไรกันแต่เช้ามืดเช่นนี้ พ่อได้ยินเสียงดังมาถึงนี่เลย"

เมื่อเห็นเด็กน้อยทั้งสามเดินออกันมาหลี่หงจึงถามขึ้น

"ไม่มีอะไรเจ้าค่ะ" หลี่หลิวคลี่ยิ้มบาง ๆ ด้วยใบหน้าเล็ก ๆ

"ดีแล้วดีแล้ว งั้นก็รีบไปหาข้าวปลากินกันเสีย กินเสร็จจะได้ไปในเมืองกัน" หวังลู่เตรียมน้ำ และอาหารใส่กระบอกเผื่อลูก ๆ จะหิวกระหายระหว่างทาง ท่านแม่ตื่นก่อนใครเตรียมอาหารเช้าจนเสร็จช่วงฟ้าสาง ทุกคนนั่งเก้าอี้กินข้าวจนอิ่ม ท่านแม่ยืนส่งหน้าบ้านเมื่อทั้งสี่พ่อลูกจากไปแล้วก็กลับไปเก็บโต๊ะล้างจาน

"น้ำในบ่อปลาของหลี่หลิวเริ่มเต็มสระแล้วตอนนางกลับมาคงดีใจไม่น้อย"

หวังลู่เดินดูรอบ ๆ บ้าน นางถางหญ้าที่ขึ้นใหม่เพราะได้น้ำฝนยามค่ำคืน ก่อนที่จะเริ่มทำแปลงผักทางด้านขวาข้าง ๆ บ้านที่มันว่างอยู่ให้กับลูกสาว ฝั่งทางด้านซ้ายหน้าบ้านมีแปลงมันหวานอยู่สองแปลงนางเดินดูก็รู้ว่ามันแก่ดีแล้ว ไว้ตอนเด็ก ๆ กลับมาค่อยรอขุดหัวมันพร้อมกันคงจะดีไม่น้อย นางหวังก้มหน้าก้มตาพรวนดินทำแปลงผักไปสามสี่แปลงที่ยาวกว่าสิบเมตร และกว้างมากกว่าหนึ่งวาเรียงกันสามสี่แถว นางมองดูผลงานที่ตนลงแรงไปอย่างพึงพอใจก่อนจะไปล้างมือล้างหน้า แล้วนั่งพักหน้าบ้านให้หายเหนื่อย หากว่าคิดที่จะปลูกผักที่ขาดไม่ได้เลยคงเป็นมูลสัตว์ นางหวังจำได้ว่าท่านป้าฉวีเลี้ยงควายไว้สองสามตัวเพื่อไถนา เอาไว้ค่อยไปขอซื้อมูลสัตว์จากพวกท่านสักหนึ่งคันรถลากมาเก็บไว้ให้บุตรสาว เพื่อที่นางจะได้เอาไว้ใช้ในภายหลัง

หลี่หลิวกับหลี่เฉินกระซิบกระซาบคุยกันเรื่องม้าที่วาดฝันไว้มาพักใหญ่ก่อนที่จะถึงในเมือง รอบนอกตัวเมืองนั้นเต็มไปด้วยบ้านปูนหลังใหญ่หลังเล็กสลับกันไปมา พอเข้าไปในใจกลางเมืองก็มีย่านค้าอยู่สองสามสาย ผู้คนที่อาศัยอยู่แถวใจกลางเมืองจะเป็นผู้ดีตีนแดงมีรากเหง้ามาจากตระกูลใหญ่ในเมืองหลวงอีกที การเดินทางค่อนข้างติดขัดเล็กน้อยเมื่อเข้ามาในตรอกซอยย่านการค้า ท่านพ่อเดินเข็นรถลากไปแล้วแวะถามทางไปยังที่ค้าสัตว์ของเมืองเพื่อที่จะไปเลือกซื้อม้า ปรากฏว่าต้องเดินไปทางรอบเมืองตรงข้ามกับฝั่งทางเข้าซึ่งดูแล้วมันอีกไกลพอควร หลี่หลิวจึงขอให้ท่านพ่อพาไปเดินเลือกดูเครื่องปรุงใหม่ ๆ และผักผลไม้ด้วยสักหน่อย ค่อยไปเลือกดูม้าแล้วกลับบ้านทีเดียวเลย

"น้ำมันมะพร้าว กับน้ำมันมะกอก รวมทั้งน้ำมันกุหลาบนี่ข้าเอาอย่างล่ะขวด"

เมื่อเถ้าแก่บอกราคาที่ต้องจ่ายท่านพ่อก็ทุกข์ใจที่ต้องเสียมากกว่าสามร้อยอีแปะ ถึงจะได้เงินจากการขายอาหารเช้ามาบ้างแต่ก็ไม่มากถึงเพียงนี้ เรียกได้ว่าใบหน้าเขาตอนนี้หม่นหมองเอามาก ๆ เลยทีเดียว

หลี่หลิวมองไปรอบ ๆ หลายร้านกลับพบว่ายังไม่มีร้านไหนเลยที่ขายสบู่ หรือทำสบู่เหลวออกมาวางขาย อาบน้ำเสร็จก็ใช้เพียงน้ำมันหอมทาตามผิวเพื่อให้มีกลิ่นกาย หากอยากสะอาดหน่อยใช้กุหลาบหรือสมุนไพรแช่ตัวในน้ำอุ่นถึงจะดี ในชนชั้นกลาง และชนชั้นสูงทำกันเช่นนี้นี่ก็ถือว่าหรูหรามากแล้ว อย่าว่าแต่สบู่สักก้อนเลยแม้แต่ครีมทาผิวยังไม่มีเสียด้วยซ้ำ การจะบำรุงผิวหน้าทำได้แค่ใช้นมผสมไข่ขาวเพื่อให้ความชุ่มชื่นได้เพียงเท่านั้น เมื่อนางถามหลาย ๆ ร้านในการอาบน้ำล้างตัวส่วนใหญ่ก็จะตอบมาเป็นเสียงเดียวกัน มีเพียงดอกไม้แห้ง และน้ำมันหอมเท่านั้นที่ถือว่าขายดีเป็นที่สุด และราคามันก็ไม่ใช่เล่น ๆ ดูจากหน้าท่านพ่อที่ซีดเซียวนางก็พอจะเข้าใจแล้ว

หลี่หลิวเดินไปหยุดลงตรงหน้าร้านหินโม่แป้งท่านพ่อก็รู้ชะตากรรมของตนเองทันที ได้แต่ปาดเหงื่อเย็น ๆ ที่ไหลบากหน้าอย่างห่อเหี่ยว หลี่หลิวได้เครื่องโม่แป้งสมใจ และไปที่ร้านขายสมุนไพรต่อนางได้ขอซื้อต้นว่านหางจระเข้มาสองต้นในราคาห้าอีแปะ ขี้ผึ้งห้าสิบอีแปะ ขมิ้นอีกสิบอีแปะ แถมยังแวะซื้อต้นกุหลาบแดง และต้นมะพร้าวมาอีกอย่างละสามต้น พอถึงตอนนี้ท่านพ่อก็เริ่มอยู่ไม่สุขอีกต่อไป จึงรีบเร่งพานางไปดูม้าจะได้รีบกลับบ้านเสียที ตอนนี้เขาไม่มีแม้แต่กระจิตกระใจที่จะไปเลือกม้าอีกแล้ว หากเป็นไปได้อยากจะลากพวกเด็ก ๆ กลับบ้านเสียตอนนี้เลยก็ว่าได้

"ท่านพ่อเราซื้อม้าตัวใหญ่เลยมิได้หรือขอรับ" หลี่เฉินใช้มือลูบม้าสีขาวตัวใหญ่ที่แลดูองอาจอย่างพึงพอใจ แต่ท่านพ่อกลับให้เลือกซื้อม้าตัวเล็กกว่าที่อายุได้เพียงสามปีเท่านั้น หลี่หลิวมองหน้ากันกับพี่ชายอย่างเข้าใจ หากอยากได้ม้าที่เชื่อฟัง และคุ้นเคยกับเราเราต้องค่อย ๆ เลี้ยง และทำความเข้าใจกับมันก่อนหากสักแต่จะซื้อไปแล้วเกิดมันพยศขึ้นมาเราจะควบคุมมันได้ลำบาก

"พี่ว่าเจ้าสองตัวนี้ดูดีทีเดียว" หลี่หลิวและพี่ใหญ่ ลูบคลำม้าสีน้ำตาลดำแดงที่ยืนคลอเคลียกับหลี่หลิวอยู่ไม่รู้ว่าใครปล่อยหลุดออกมา ปกติแล้วเขาต้องใส่ไว้ในคอกอย่างดีแล้วมัดเชือกไว้อย่างแน่นหนาไม่ใช่หรือ หลี่หลิวได้แต่คิดในใจ เพราะม้าที่ราคาแพงเช่นนี้ใครกันเล่าที่จะปล่อยให้พวกมันวิ่งพล่านไปมา

"เจ้าสองตัวนี้มาจากไหนหรือขอรับ ดูท่าทางมันชอบพี่รองมากเลยนะขอรับดู สิมันเลียมือของข้าด้วยล่ะ" ในที่สุดน้องเล็กก็หันมาให้ความสนใจกับม้าที่อายุน้อยเสียที จะว่าไปใครกันนะที่ปล่อยพวกมันออกมาเช่นนี้

"นั่นไง ข้าเจอแล้ว" ลูกน้องสองคนรีบวิ่งหน้าตั้งเมื่อรู้ว่าม้าที่หายไปถูกหาเจอแล้ว หากทำม้าหายสักตัวปีนั้นทั้งปีคงได้แต่ทำงานชดใช้หนี้แต่เพียงอย่างเดียว อย่าได้คาดหวังถึงเงินเก็บเงินใช้ภายในปีนั้นเลย ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะใช้หนี้ครบเสียด้วยซ้ำ

"มันหลุดออกมาได้เช่นไร ไปเร็วรีบกลับเข้าไปที่คอกของเจ้า" ชายฉกรรจ์สองคนยกแส้ม้าขึ้นมาหวังจะหวดพวกมัน แต่ได้หลี่หลิวห้ามไว้

"หยุดมือเถอะท่านทั้งสอง ข้าสนใจม้าสองตัวนี้พอดีขอทราบรายละเอียดได้หรือไม่"

ม้าสองตัวเหมือนรู้งานมันรีบเดินไปหลบหลังหลี่หลิวและหลี่จง แต่ก็ใช่ว่ามันจะหลบพ้นเพราะพวกมันตัวโตอยู่มากพอควร มันชะเง้อคอออกมาคอดูสองชายฉกรรจ์อย่างหวาดกลัว สงสัยพวกมันคงโดนทำโทษอยู่บ่อยครั้งเพราะความซุกซนเป็นแน่

"แม่นางน้อยท่านสนใจม้าสองตัวนี้หรือขอรับ" เมื่อได้ยินว่ามีคนต้องการจะซื้อม้าของพวกเขา ท่าทีที่แข็งกร้าวเมื่อครู่ก็อันตรธานหายไป จะเหลืออยู่ก็เพียงแต่พ่อค้าใจดีที่คอยอธิบายให้ครอบครัวหลี่ฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ

"นี่คือม้าพันธุ์อารเบียน เป็นม้าเลือดร้อนที่มีถิ่นกำเนิดจากแหล่งพื้นที่ที่มีอุณหภูมิสูง จึงทำให้ร่างกายกำยำ รูปร่างสูงโปร่ง อีกทั้งยังมีความแข็งแรงอีกด้วย เป็นพันธุ์ม้าที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เมื่อมันโตขึ้นสีของมันจะเข้มขึ้นอีกเล็กน้อย เหมาะแก่การเดินทางไกลแถมสามารถลากรถลากได้เป็นอย่างดีเลยล่ะขอรับ ท่านลูกค้านี่ตาถึงมากจริง ๆ นะขอรับ" ชายฉกรรจ์คนหนึ่ง วางมือประสานกันอย่างนอบน้อมได้เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสุภาพ ผิดกับรูปร่างที่กำยำแถมยังถ่อมตนมากเสียอีก

หลี่หงยืนฟังอยู่ครู่หนึ่งเห็นว่าบุตรสาวบุตรชายต่างเข้ากับมันได้ดีจึงตกลงซื้อมันมาในราคาสองตำลึงเงิน คราวนี้แข้งขาของเขาอ่อนแรงแล้วจริง ๆ โชคดีที่ม้าสองตัวนี้เคยฝึกลากรถมาบ้าง ทางร้านค้าสัตว์มาทำสัญญาซื้อขายเป็นที่เรียบร้อย และยังช่วยใส่รถลากเข้ากับม้าให้อีกด้วย

"เจ้าตัวเล็ก ข้าอายุมากกว่าเจ้าถึงเจ้าจะตัวโตสูงใหญ่กว่าข้าก็ตาม จากนี้ไปเจ้าต้องเชื่อฟังที่ข้า และท่านพ่อบอกเข้าใจใช่หรือไม่"

หลี่หลิวแอบเข้าไปในมิติแล้วตักน้ำใส่ขันมาให้พวกมันได้ดื่มกินก่อนออกเดินทาง และพูดกับพวกมันอย่างกับว่าพวกมันฟังรู้เรื่อง ทว่าพวกมันก็ได้แต่ร้อง ฮี่ ฮี่ ขานรับจนน่าเอ็นดู

"ว้าว พี่รองท่านทำเช่นไรม้าสองตัวนี้ถึงได้เชื่อฟังท่านพี่ได้กันล่ะขอรับ" หลี่หลิวคลี่ยิ้มแล้วเอามือน้อย ๆ ลูบหน้าม้าทั้งสองตัวก่อนจะขึ้นนั่งรถลาก ท่านพ่อเคยขับรถลากม้ามาบ้างแล้วจึงค่อย ๆ ดึงเชือกให้พวกมันเดินช้า ๆ ตามทาง และมุ่งหน้าไปประตูหลักที่พวกเขาผ่านมา ระหว่างออกจากเมืองมาม้ากึ่งเดินกึ่งวิ่งไปข้างหน้าด้วยความเร็วเช่นนี้ไม่นานคงได้ถึงหมู่บ้านเป่ยหนาน ซึ่งเป็นเขตชุมชนที่หลี่หลิวอาศัยอยู่

"ท่านพ่อ ๆ เราต้องขับรถลากนี่ผ่านทางเข้าหมู่บ้านด้วยหรือขอรับ ถ้าหากท่านย่าผ่านมาเห็นเข้าเราจะโดนท่านย่าเอ็ดหรือไม่ที่ใช้เงินฟุ่มเฟือย" หลี่เฉินนั่งข้างบิดาที่กำบังเหยียนม้าอยู่ถามขึ้นด้วยความสงสัย

"จะไปยากเย็นอะไรล่ะ พอผ่านชุมชนก็เร่งความเร็วหน่อยท่านย่าก็จะตามด่าไม่ทันแล้ว" หลี่หลิวนั่งอิงด้านซ้ายของรถลากแล้วคอยประคบประหงมขวดน้ำหอมกลิ่นต่าง ๆ ของนาง และแสดงสีหน้าทะเล้นใส่เจ้าเล็กที่ใช้แขนกอดตัวท่านพ่อแล้วเอียงตัวกลับมาเพื่อฟังพี่รองตอบ เขาแลบลิ้นใส่พี่รองก่อนจะหันไปมองทางที่ม้าควบไป

"หึ แล้วถ้าท่านย่าออกมาหาเราที่กระท่อมล่ะจะทำเช่นไร" เจ้าตัวเล็กหมั่นไส้พี่สาวแต่ทำอันใดไม่ได้จึงถามคำถามที่ตอบยากหน่อยกับนาง เมื่อหลี่หงได้ยินเช่นนั้นก็คิดหนักเช่นกัน ทางที่ตัดผ่านไปยังกระท่อมได้ยังไงเสียก็ต้องผ่านหน้าบ้านท่านพ่อไปอยู่ดี ยังดีที่ตลาดเช้าไม่เจอพวกสะใภ้ใหญ่ไปจ่ายตลาดเลยสักครั้ง แต่หากท่านแม่จะไปที่กระท่อมจริงพวกเราลูกหลานก็ทำได้เพียงต้อนรับขับสู้เพียงเท่านั้น

"หากท่านย่ามาแล้วเจ้าจะต้องกลัวไปใย เงินนี่ท่านปู่เก็บเล็กผสมน้อยแถมยังมอบให้ท่านพ่อของเราด้วยตนเอง เราจะใช้สอยเช่นไรมันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับครอบครัวนั้นอีกต่อไป เหมือนกันกับที่ลุงเล็กย้ายออกไปนั่นแหละ"

เมื่อได้ฟังเช่นนั้นหลี่หงก็ดึงสติตัวเองกลับมา เขารีบสลัดความคิดแง่ลบออกไปให้หมด มันจริงอย่างที่บุตรสาวของเขากล่าว ว่าเราย้ายออกมาแล้วจะใช้ชีวิตเช่นไรก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเราถึงจะปวดใจมากที่เสียเงินไปมากกว่าสองตำลึงเงิน แต่นับประสาอะไรกับการเดินทางไปมาอยู่บ่อยครั้งมันก็คุ้มค่าที่ซื้อมาแล้ว

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ฉันเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา   ตอนที่ 50 ไม่ใช่ความฝัน จบ

    "อ้าว....ยัยลูกคนนี้หนิ ถ้าไม่สบายทำไมไม่เข้าไปนอนในห้องนอนล่ะเนี่ย" หมิงหลิวมองไปที่ลูกสาวที่หลับไปทั้งแบบนั้น รองเท้าก็ยังไม่ได้เปลี่ยนเลยแท้ ๆ สงสัยเสี่ยวเหมยจะถูกหัวหน้ากดดันมาอีกสิท่า เห้อ...สมัยนี้ทำงานมันไม่ง่ายเลยจริง ๆ"แม่บอกแล้วว่าให้หาผู้ชายดี ๆ สักคนมาคอยดูแล ถ้าไปดูตัวตามที่แม่บอกแต่แรกคงจะไม่เป็นแบบนี้ ป่านนี้คงยิ้มหน้าบานเท่ากระด้งไม่ก็ออกไปเดทดูหนังผ่อนคลายแล้วซักหน่อยก็ยังดี" หมิงหลิวบ่นให้ลูกสาวหัวรั้นพร้อมทั้งเดินไปเอาผ้าห่มมาห่มตัวให้เสี่ยวเหมยวันนี้เป็นวันหยุดของเสี่ยวเหมยว่าแต่เสี่ยวเหมยไปไหนมากันแน่นะ ไหนว่าจะไปหาเพื่อนแล้วไหงถึงได้กลับมาอยู่ในสภาพแบบนี้กันหมิงหลิวส่ายหัวไปมาเบา ๆ อย่างไม่เข้าใจ ถึงแบบนั้นแต่เธอก็เดินเข้าครัวไปต้มโจ๊กไว้รอให้หมิงเหมยที่เป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวของเธอ"หมิงหลิวเอ้ย ทำไมเสี่ยวเหมยของเราถึงตัวร้อนแบบนี้ล่ะ"เสียงแหบชราของย่าหมิงดังมาจากห้องรับแขก ทำให้หมิงหลิวที่ทำโจ๊กอยู่ทำหน้างุนงง เมื่อกี้เสี่ยวเหมยยังไม่มีไข้นี่นาแล้วจู่ ๆ มีไข้ขึ้นมาเฉยเลยงั้นเหรอ หมิงหลิวปิดเตาเมื่อต้มโจ๊กเสร็จแล้วเธอก็เดินออกมาดู เห็นย่าหมิงกำลังเช็ดตัวให้เ

  • ฉันเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา   ตอนที่ 49 ข้าอยากมีเจ้าตัวเล็ก

    หลังจากวันที่สืออิงคลอดบุตร สือไท่ก็พาบ้านหลี่แวะไปเยี่ยมเยียนอยู่หลายครั้ง จนหลี่หลิวที่ไม่ค่อยไปไหนนักก็มักไปติดอยู่กับบ้านนั้นเข้าเสียแล้ว"วันนี้เจ้าจะไปหาสือต้าเหนิงอีกแล้วรึ ไหนเจ้าบอกว่าวันนี้จะทำสบู่ หรือว่าเจ้าเปลี่ยนใจไม่ทำแล้ว" หลี่จงเดินมารดน้ำผักยามเช้าแล้วถามไถ่ผู้เป็นน้องสาวขึ้นอย่างสงสัย"ข้าไปแค่ครู่เดียวเท่านั้น เดี๋ยวช่วงสายหน่อยข้าก็จะกลับมาทำงานเช่นเดิม""ในเมื่อเจ้าชอบเด็กถึงเพียงนี้ เหตุใดเจ้าจึงไม่มีให้เขาสักคนล่ะ""นี่ พี่ใหญ่...ข้าชอบเด็กก็จริง แต่ข้าก็ยังไม่อยากมีในเร็ว ๆ นี้หรอกนะ ข้ายังไม่พร้อมน่ะ""งั้นเจ้าก็อยู่บ้านบ้างสิ งานโรงเตี๊ยมเจ้าก็แทบจะโยนมาให้ข้าหมดแล้ว เจ้าหนิมันจริง ๆ เลยนะ""จะให้ข้าทำเช่นไรได้ เจ้าตัวเล็กนั่นน่ารักขนาดนั้น แถมแก้มน้อย ๆ ก็น่าหยิกน่าชังยิ่งนัก""น้องรอง...ข้าขอเตือนเจ้าไว้ก่อน นั่นไม่ใช่เจ้าเล็กของเรานะ ห้ามแม้แต่จะคิดที่จะไปหยิกแก้มเขาเชียวล่ะ""ข้ารู้หรอกน่า ชิ...ข้าล่ะเกลียดท่านจริง ๆ" หลี่จงส่ายหัว และยิ้มน้อย ๆ แล้วส่งเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคออย่างรู้ทัน นางชอบหยิกแก้มนุ่ม ๆ ของเด็กเป็นที่สุด มีหรือข้าจะไม่รู้"เอาล่ะ หาก

  • ฉันเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา   ตอนที่ 48 สือต้าเหนิง

    ณ บ้านสือ....ยามอู่ ช่วงสิบเอ็ดโมงเช้าจนถึงเกือบบ่ายโมง"เร็วหน่อย ๆ นายหญิงจะคลอดแล้ว" ลุงชิงหัวพ่อบ้านวัยสี่สิบเอ็ดปีสามีของป้าชิงหร่วน ส่งเสียงบอกสาวใช้ในเรือนให้รีบไปเตรียมข้าวของตามที่หมอตำแยบอก"นายท่านขอรับ เดี๋ยวข้าส่งคนไปบอกนายน้อยดีหรือไม่ขอรับ"ลุงชิงหัวถามนายท่านของตนที่เดินวนไปมาอยู่หน้าห้องนอนหลายรอบอย่างตื่นเต้น"จะทำเช่นนั้นได้อย่างไร เขาพึ่งเข้าห้องหอไปเมื่อคืน แถมดูจากสภาพของเขาแล้วตอนนี้คงยังเมาค้างอยู่อย่างแน่นอน" ใบหน้าของสือหานปรากฎแววของความอดรนทนไม่ไหวขึ้นมาจาง ๆ"แต่อย่างน้อย เราควรไปแจ้งข่าวให้นายน้อยทราบสักหน่อยนะขอรับ" ลุงชิงหัวกล่าวทักท้วงนายท่านสือหานด้วยความห่วงใย"ข้าคิดว่าหากนายน้อยรู้เรื่องไม่ว่าจะเป็นเช่นไรเขาจะต้องรีบบึ่งมาที่นี่อย่างแน่นอนขอรับ""เอาตามที่ท่านเห็นสมควรเถอะ แค่นี้ข้าก็ร้อนใจจะแย่อยู่แล้ว"สือหานที่ได้ยินเสียงกรีดร้องของภรรยาดังออกมาจากด้านในเป็นพัก ๆ ทำให้เขาปวดใจจนยากที่จะอธิบาย ในตอนนี้เขาก็ไม่มีกระจิตกะใจไปสนใจเรื่องอื่นอีกแล้ว เขาได้แต่เดินวนเวียนไปมาอยู่หน้าห้องนอนอย่างร้อนใจ ใบหน้าของสือหานในยามนี้ปราศจากรอยยิ้มอันอบอุ่นมีแต่ค

  • ฉันเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา   ตอนที่ 47 ส่งตัวบ่าวสาว

    ยามไฮ่ สี่ทุ่มโดยประมาณ...."ท่านพี่… ข้าว่าน่าจะได้เวลาแล้วนะเจ้าคะ"สืออิงเรียกสามีของตนที่กำลังติดลมดื่มด่ำสุรากับเพื่อนฝูงจนลืมเวลาไป"ถึงเวลาแล้วรึ?" สือหานที่ใบหน้าแดงก่ำวางจอกสุราลง แล้วหันมาถามสืออิงที่นั่งอยู่ข้าง ๆ โดยมีป้าชิงหร่วนคอยนวดขาให้นางเพื่อคลายความเมื่อยล้า"เจ้าค่ะ นี่ก็ดึกมากแล้ว หากรอนานกว่านี้อีก เจ้าลูกชายของท่านพี่คงหมดสภาพไปแล้วอย่างแน่นอน" สืออิงหันหน้าไปทางสือไท่ที่ร่ำสุรามงคลกับเพื่อนพ้อง จนตอนนี้เขาดูเมามายแถมสนุกสนานจนลืมไปแล้วว่าตนกำลังทำอะไรอยู่"เว่ยหนิง..."สือหานเรียกเว่ยหนิงที่อยู่โต๊ะข้าง ๆ ที่เขาดื่มสุราไปเพียงเล็กน้อยแต่พอควร และคุยเล่นกับจางปิงกับครอบครัวอย่างสนุกสนาน ดูท่าทางแล้วพอถึงเวลาจริงจังกับเป็นเว่ยหนิงที่พึ่งพาได้มากที่สุด"เดี๋ยวพ่อมานะ เจ้าอยู่กับท่านแม่ และเล่นกับพี่ชายไปก่อน""ขอรับท่านพ่อ" เสียงเล็ก ๆ ของเด็กวัยสองขวบ ตอบรับผู้เป็นบิดา และหันไปเล่นกับพี่ชายที่เป็นบุตรชายของจางปิงต่อ เว่ยหนิงใช้มืออันหนาใหญ่ ยีหัวบุตรชายเบา ๆ แล้วลุกขึ้นเดินไปที่โต๊ะของนายท่านสือหาน"นายท่าน"เว่ยหนิงลุกขึ้นยืนเต็มตัว เขาก้าวขาเพียงเล็กน้อยก็มาถึง

  • ฉันเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา   ตอนที่ 46 แต่งงาน

    "ตั้งใจทำงานกันหน่อย อีกเดี๋ยวพอลูกค้าเริ่มมาแล้วจะวุ่นวายกันไปใหญ่ ตรงนั้นน่ะดึงผ้าให้ตึงกว่านี้อีกหน่อยมันหย่อนจนเกินงามไปแล้ว" สืออิงที่นั่งเก้าอี้ใช้พัดที่ยังไม่กางออกชี้สั่งงานคนงานของตน และแม่บ้านที่นำมาด้วยให้ช่วยกันเร่งมือตั้งแต่เช้าตรู่ยิ่งนางได้เห็นท่าทีของสือไท่ว่าเขามีความสุขมากแค่ไหนในตอนที่เขากลับไปถึงบ้าน นางยิ่งมีความกระตือรือร้นมากยิ่งขึ้น และยังหวังลึก ๆ ในใจว่านางยังจะทนไหวจนกว่าสือไท่จะตบแต่งจนเสร็จ สืออิงคอยบอกทารกในครรภ์อยู่เสมอว่าให้อดทนรอจนกว่าจะเสร็จงานแต่งของพี่ชายจึงค่อยออกมาพบเจอกัน เพราะนางอยากให้งานแต่งของสือไท่ครบถ้วนสมบูรณ์ไม่มีที่ติ นางจึงต้องลากร่างกายที่เหมือนจะพร้อมคลอดทุกเมื่อออกมาเร่งจัดแจงทุกอย่างให้เรียบร้อย"พี่สืออิง ท่านไม่ต้องเร่งรีบไป ข้ารู้ว่าท่านอยากอยู่รอดูวันนั้นของสือไท่ด้วยตาของท่านเอง แต่หากท่านฝืนตัวเองมากเกินไปตัวท่านเองนั่นแหละจะลำบาก ดูเอาเถอะทั้งสือไท่ และหลี่หลิวต่างมาคอยดูแลคุมงานอย่างใกล้ชิดถึงเพียงนี้ ท่านก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าเถอะที่จะคอยตรวจตราพวกเขาอีกที"หลี่ลู่เห็นพี่สืออิงมานั่งคอยสอดส่องอย่างใกล้ชิด และออกคำสั่ง

  • ฉันเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา   ตอนที่ 45 จัดบ้าน

    หลังจากสร้างบ้านที่ท้ายสวนเสร็จหลี่หลิวก็พยุงท่านแม่ใหญ่อย่างสืออิงที่ท้องโตเต็มที่เดินตรวจตราดูความเรียบร้อยจนนางพอใจ หลี่ลู่เดินข้าง ๆ ตามมาพร้อมกับสือหาน และสือไท่ ก่อนจะพูดคุยเรื่องการจัดงานแต่งในอีกไม่กี่สิบวันข้างหน้าด้วยความกระตือรือร้น"เรื่องของแม่นางกงซูหนิงก็จบลงด้วยดี ต่อไปนี้ก็คงไม่มีอะไรมาคอยกวนใจหลี่หลิวอีกแล้วล่ะ" สือหานกล่าวพร้อมกับมองบ้านหลังที่ไม่เล็ก และไม่ใหญ่จนเกินไปอย่างพอใจ หลี่หลิวสร้างบ้านได้น่าอยู่ถึงเพียงนี้เชียวรึ ถึงข้าวจะของยังจัดการไม่เรียบร้อยดีเท่าไหร่นักแต่โดยรวมแล้วดูลงตัวเป็นอย่างมาก ถึงมันจะเรียบง่ายแต่ก็ดูเรียบหรูอย่างบอกไม่ถูก ไม่คิดเลยว่าบ้านธรรมดาหลังหนึ่งแต่ด้านในจะสามารถดูดีได้ถึงเพียงนี้"ตรงนี้ข้าจะเอาไว้ต้อนรับแขกเจ้าค่ะ"เมื่อเดินออกมาจากตัวบ้านที่สร้างเป็นเรือนหอ หลี่หลิวก็หันมาบอกว่าชายคาที่ยื่นออกไปนี้นางเตรียมไว้สำหรับรองรับแขก เพื่อว่าพวกท่านทั้งหมดมาเยี่ยมเยือนก็จะได้มานั่งพักชมวิวตรงจุดนี้ มันมีโต๊ะไม้ยาวที่สามารถรองรับผู้คนได้กว่าแปดถึงสิบคน ซึ่งหลี่หลิวมองเห็นว่าในอนาคตอาจจำเป็นต้องได้ใช้มันอย่างแน่นอน"เจ้าออกแบบบ้านหลังนี้ด้วย

  • ฉันเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา   ตอนที่ 17 ปลูกผัก

    เช้าตรู่วันต่อมา...เมื่อหลี่หลิวบอกกับท่านพ่อว่านางจะปลูกผัก ตอนเช้าหลังมื้ออาหารทุกคนในบ้านจึงเริ่มทำการเกี่ยวหญ้าออกเพื่อที่จะได้ช่วยเปิดทางเดิน ส่วนท่านพ่อก็ถางหญ้าออกเพื่อเปิดหน้าดินสำหรับขุด และพรวนดินต่อไป เสี่ยวเฮยกับเสี่ยวหวงก็มาช่วยเล็มหญ้าออกถึงมันจะไม่อร่อยแต่พวกมันก็อยากจะช่วยครอบครัวของ

  • ฉันเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา   ตอนที่ 15 อาหารที่ถูกปาก

    บ่ายวันนี้แดดแก่ ๆ ช่างร้อนอบอ้าวเหลือเกินถ้าได้ฝนตกลงมาเวลานี้คงจะดีมากไม่น้อย คนงานจากร้านสือคงกับพี่น้องเฟย และครอบครัวของหลี่หลิวรีบเร่งช่วยกันทำความสะอาดบ้าน เพื่อให้พวกเขาได้มีที่พักในค่ำคืนนี้ พวกฝุ่นหยักไย่ที่หนาเตอะถูกปัดกวาดเช็ดถูจนสะอาดเอี่ยมอ่องทุกซอกทุกมุม แม้แต่ผ้าม่านที่นอนหมอนมุ้งที่

  • ฉันเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา   ตอนที่ 14 ถึงเสียที

    เมื่อแสงแรกโผล่พ้นขอบฟ้าหลี่หลิวทำเนื้อผัดหน่อไม้ และผัดผักหนามใส่ไก่ ดีที่ตอนกลางวันนางแอบเอาของมาใส่ไว้ในมิติข้าวของทุกอย่างจึงยังสดใหม่ ข้าวสวยร้อน ๆ ที่พึ่งหุงจนขึ้นหม้อหอมตลบอบอวลไปทั่ว แถมกลิ่นอาหารที่หลี่หลิวทำนั้นมันช่างเย้ายวนใจ และกระตุ้นความหิวได้เป็นอย่างดี ข้าวถูกหุงเต็มหม้อใหญ่เพราะหล

  • ฉันเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา   ตอนที่ 13 รูปลักษณ์ภายนอก

    เมื่อขนของขึ้นรถม้าหมดแล้วการเดินทางครั้งนี้ก็ได้เริ่มต้นขึ้นเสียที หลี่หง และครอบครัวกล่าวลาท่านลุงฉวี และไม่ลืมขอบคุณที่ท่านคอยช่วยเหลือนับตั้งแต่ที่พวกเขาได้ย้ายเข้ามาอยู่ในที่แห่งนี้ หลี่เฉินถึงกับน้ำตาคลอเมื่อต้องจากเพื่อน ๆ ไป เขาเพิ่งได้มีเพื่อนที่รู้ใจแต่ต้องล่ำลากันเสียแล้ว ทำให้ใบหน้าน้อย

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status