LOGINเดิมทีพอเห็นเซียวซูอี้จะขอตามไปด้วย โจวซือเหย่ก็ตั้งท่าจะเลื่อนนัดของเจียงซู่ออกไปเสียดื้อ ๆ ทว่าเธอกลับไม่ยอมอ่อนข้อให้แม้แต่นิด เจียงซู่เอ่ยปากขู่เขาด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า หากเขาไม่พาเธอไปด้วย เธอจะตบเซียวซูอี้ให้ร้องไห้จ้าต่อหน้าเขานี่แหละโจวซือเหย่ถูกบีบจนหัวแทบระเบิด สุดท้ายจึงจำต้องหอบหิ้วทั้งสองคนออกมาพร้อมกันตอนนี้เขาเริ่มนึกเสียใจที่จัดให้พวกเธอทั้งสองพักอยู่ด้วยกันเสียแล้ว เดิมทีเขาคิดว่าวิธีนี้คงจะสะดวกต่อการดูแลและปกป้อง แต่กลับกลายเป็นว่า ทุกวันที่เขากลับบ้านมา ต้องมาคอยรับมือกับเหตุการณ์วุ่นวายเหมือนลิงหลอกเจ้าไม่เว้นแต่ละวันเซียวซูอี้เกาะแขนโจวซือเหย่ไว้แน่น พลางส่งสายตาตัดพ้อปนเคียดแค้นไปทางเจียงซู่ พร้อมกับฟ้องเสียงกระซิบ “ฉันเกลียดยัยนั่น ไล่ยัยนั่นลงไปจากรถเดี๋ยวนี้เลยนะ”เจียงซู่เลิกคิ้วขึ้นพร้อมทั้งฉีกยิ้มกว้าง “หรือเธออยากโดนตบอีกรอบ?”เซียวซูอี้ถูกสายตาดุดันนั้นขู่จนต้องหดคอหนี เธอเอ่ยเสียงอ่อยอย่างน่าสงสาร “อาเหย่ ยัยนั่นรังแกฉัน เธอตบฉันเจ็บมากเลย...”เมื่อได้ยินบทนางเอกเริ่มขึ้น เจียงซู่จึงยอมสวมบทนางร้ายเพื่อต่อบทให้กับละครนี้ เธอทำท่าจะเอื้อมมือข้าม
เมื่อเห็นเซียวซูอี้ปรากฏตัวขึ้นกะทันหัน โจวซือเหย่ถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะลุกขึ้นเดินเข้าไปหา“คุณมาที่นี่ได้ยังไง?”ขณะพูด โจวซือเหย่พยายามจะพาเธอกลับไปที่บ้านหลังย่อยทันทีพูดตามตรง ตอนนี้เขาไม่อยากให้ผู้หญิงสองคนนี้มาเผชิญหน้ากันเลยแม้แต่น้อยทว่าเซียวซูอี้กลับไม่ยอมทำตามใจเขา อารมณ์ดื้อรั้นของเธอกำเริบขึ้นมาทันที เธอชี้นิ้วไปที่เจียงซู่พลางโพล่งออกมา “ยัยนั่นบอกว่าคุณจะพาเธอไปออกเดต แล้วจะทิ้งฉันไว้ที่นี่งั้นเหรอ?”“ยัยนั่นเป็นใคร ทำไมคุณต้องไปออกเดตด้วย?!”เซียวซูอี้ส่งสายตาตัดพ้อและรุกรานอย่างหนักโจวซือเหย่หันกลับไปมองเจียงซู่ที่นั่งจิบชาอยู่ตรงนั้นอย่างสบายอารมณ์ ทำเหมือนกับว่าเรื่องวุ่นวายนี้ไม่ได้มีสาเหตุมาจากเธอเขาขมวดคิ้วมุ่นก่อนจะละสายตากลับมาปลอบประโลมเซียวซูอี้ “ไม่มีเรื่องแบบนั้นหรอก ไม่ใช่การออกเดต เราแค่มีธุระต้องออกไปจัดการข้างนอก”เซียวซูอี้เถียง “ฉันจะไปกับคุณด้วย คุณไม่ได้พาฉันออกไปข้างนอกมาหลายวันแล้วนะ ฉันไม่อยากเอาแต่หมกตัวอยู่แต่ในบ้าน”โจวซือเหย่พยายามจะแย้ง “เราไม่ได้ออกไปเที่ยวเล่นนะ”เซียวซูอี้สวนกลับ “ไม่เชื่อ ยัยนั่นเป็นคนบอกเองว่าไปเที่
เจียงซู่เพิ่งก้าวเท้าออกจากที่พักของเซียวซูอี้ ก็บังเอิญเจอกับโจวซือเหย่ตรงทางเชื่อมระหว่างเรือนหน้าและเรือนหลังพอดีโจวซือเหย่เหลือบมองเธอแวบหนึ่ง ก่อนจะเลื่อนสายตาไปยังบ้านที่อยู่ด้านหลังเธอ “คุณไปไหนมา?”เจียงซู่จับสังเกตเห็นความกังวลในแววตาของเขาได้ เธอจึงเหยียดยิ้มเย้ยหยัน: “ไปบีบคั้นยอดดวงใจของคุณมาน่ะสิ”โจวซือเหย่ได้ยินดังนั้น นัยน์ตาก็พลันเย็นเยียบขึ้นมาทันทีเจียงซู่เอ่ยขึ้นอย่างเนิบนาบ: “ขืนยังไม่รีบไป ระวังจะไม่ได้เห็นหน้ารักฝังใจของคุณเป็นครั้งสุดท้ายเอานะ”สิ้นคำ ร่างของโจวซือเหย่ก็หายวับไปจากสายตาเจียงซู่กระตุกยิ้ม ไม่รู้สึกแปลกใจเลยแม้แต่น้อยโจวซือเหย่ไปเร็ว และก็กลับมาเร็วเช่นกันเขาพรวดพราดเข้ามาในห้องของเจียงซู่ “วันหลังอย่าพูดจาประชดประชันแบบนี้อีก”เขาเห็นแล้วว่าเซียวซูอี้ยังปกติดี เจียงซู่ไม่ได้ทำอะไรเธอเลยแม้แต่น้อยโจวซือเหย่ลดน้ำเสียงลง “ผมบอกแล้วไง มีความแค้นอะไรก็มาลงที่ผม ผมรับไว้เองทั้งหมด แต่เธอเป็นผู้บริสุทธิ์ ไม่จำเป็นต้องดึงเหยื่ออีกคนเข้ามาพัวพัน”เจียงซู่ตอบไม่ตรงคำถาม: “ฉันเองก็บริสุทธิ์เหมือนกัน แล้วทำไมคุณถึงต้องลากฉันเข้ามา ให้ฉ
เจียงซู่ไม่ได้ขยับเข้าไปใกล้ ทั้งสองนั่งเผชิญหน้ากันโดยเว้นระยะห่างไว้ประมาณช่วงตัวหนึ่งเมื่อเห็นความหวาดระแวงและระแวดระวังในส่วนลึกของดวงตาคู่นั้น มุมปากของเจียงซู่ก็หยักขึ้น พลางเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม: “เลิกแกล้งโง่แล้วเหรอ?”เซียวซูอี้เม้มริมฝีปากแน่น ใบหน้าซีดเซียวเจียงซู่เอ่ยต่อ: “ในเมื่อได้สติแล้ว ทำไมไม่บอกเขาล่ะ?”เซียวซูอี้ยังคงนิ่งเงียบเจียงซู่ไม่สนว่าอีกฝ่ายจะตอบไหม เธอพูดต่ออย่างไม่ยี่หระ: “ที่โผล่หน้ามาหาฉันถึงนี่ ก็เพราะได้ยินเรื่องของฉันแล้วอยากหาทางกำจัดฉันทิ้งไม่ใช่หรือไง แล้วตอนนี้จะมาแกล้งโง่ทำไมอีก”สิ้นคำพูดนั้น เซียวซูอี้ก็โต้กลับทันควัน: “ฉันเปล่านะ”เธอเพียงแค่อยากเห็นว่าผู้หญิงที่ซือเหย่แต่งงานด้วยเป็นคนแบบไหน คนที่เข้ามาแทนที่ตำแหน่งของเธอในช่วงเวลาห้าปีที่หายไปเจียงซู่ที่อยู่ตรงหน้าสวยกว่าที่เธอจินตนาการไว้มาก ต่อให้เป็นตัวเธอในอดีต หากวัดกันที่รูปลักษณ์ภายนอกก็คงเทียบเจียงซู่ไม่ได้เลยมนุษย์เป็นสัตว์ที่ตัดสินกันด้วยสายตา การจะตกหลุมรักสิ่งที่สวยงามจึงไม่ใช่เรื่องแปลก แต่เธอทำใจยอมรับไม่ได้หากโจวซือเหย่จะเป็นผู้ชายประเภทนั้นด้วยเมื่อก่อน ไม่ใช่ว่าไ
โจวซือเหย่ไม่ได้ปล่อยเธอ แต่กลับช่วยจัดเสื้อผ้าที่ถูกเลิกขึ้นของเธอให้เรียบร้อยท่ามกลางความมืดมิด น้ำเสียงของเขาช่างนุ่มนวลและแฝงไปด้วยความอ่อนโยนอย่างบอกไม่ถูก “คุณช่วยเลิกเย็นชากับผมแบบนี้ได้ไหม?”“ผมรู้ว่าคุณโกรธ คุณอยากจะระบายออกมาผมก็ไม่ห้าม แต่อย่าทำท่าทีห่างเหินกับผมแบบนี้เลย”“ถ้าคุณมีอารมณ์อะไรก็มาลงที่ผมได้ แต่อย่าไปยุ่งกับซูอี้เลย ตอนนี้เธอกำลังอยู่ในช่วงพักฟื้น รับเรื่องกระทบกระเทือนใจไม่ได้ มันไม่ดีต่ออาการป่วยของเธอ”เจียงซู่แค่นหัวเราะอย่างเหยียดหยัน: “สงสารงั้นเหรอ?”โจวซือเหย่อธิบาย: “พอเธอหายดี หน้าที่ของผมก็จบลงแล้ว”เจียงซู่เผยสีหน้าเยาะหยันพลางเอ่ยปาก: “โจวซือเหย่นี่คุณเป็นพี่เลี้ยงส่วนตัวของตระกูลเวิงไปแล้วหรือไง?”เมื่อก่อนเขาต้องรับผิดชอบชีวิตเวิงอี๋ มาตอนนี้ยังต้องมารับผิดชอบเซียวซูอี้อีก พ่อแม่ของพวกเธอยังไม่ทุ่มเทเท่าคนนอกอย่างเขาเลยอ้อ... ไม่สิ เขาจะเป็นคนนอกได้ยังไง ในเมื่อเขาทำหน้าที่ดูแลเอาใจใส่ดีเสียยิ่งกว่าคนในครอบครัวจริง ๆ เสียอีกมีแต่เธอนี่แหละที่เป็นคนนอกที่ทำตัวไม่รู้ความ เข้ามาแย่งตำแหน่งคนในที่ควรจะเป็นของเซียวซูอี้โจวซือเหย่เอ่ย: “
ยามนี้เซียวซูอี้ไม่ใช่คนสติดีอยู่แล้ว เมื่อถูกเจียงซู่พูดยั่วยุปลุกปั่นซ้ำเติม จึงไม่อาจข่มกลั้นอารมณ์ได้อีกต่อไป วินาทีที่ความโกรธพุ่งพล่าน เธอจึงตรงเข้าฉีกทึ้งใบสำคัญการหย่าและทะเบียนสมรสที่โจวซือเหย่เก็บรักษาไว้อย่างดีจนขาดวิ่นเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยเจียงซู่ยืนอยู่ข้างหลัง พลางจ้องมองภาพนั้นด้วยสายตาเรียบเฉย ตอนที่เธอพบว่าโจวซือเหย่ยังเก็บของพวกนี้ไว้ เธอรู้สึกรังเกียจมันมากทีเดียวคนนอกมองมาคงนึกว่าเขาช่างรักมั่นลึกซึ้ง แต่ที่จริงมันก็แค่ความซึ้งใจที่เขามโนขึ้นมาเองฝ่ายเดียวในเมื่อวันนี้ทุกอย่างถูกทำลายด้วยน้ำมือของเซียวซูอี้ก็ถือว่าไม่เลว ถือเสียว่าเป็นการชดใช้ที่เขาเคยเผาของดูต่างหน้าของเธอทิ้งในตอนนั้นเสียงโครมครามจากห้องทำงานดึงดูดความสนใจของป้าเฉินที่อยู่ชั้นล่าง เมื่อเธอวิ่งขึ้นมาก็ต้องชะงักกับภาพเศษกระดาษสีแดงและรูปถ่ายงานแต่งงานที่ฉีกขาดกระจัดกระจายเต็มพื้นป้าเฉินหันไปมองเจียงซู่พลางละล่ำละลักถาม “นี่มันเรื่องอะไรกันคะ?”ของที่วางอยู่ในห้องทำงาน ย่อมเป็นของที่คุณผู้ชายให้ความสำคัญ โดยเฉพาะรูปถ่ายบนพื้นนั่น ป้าเฉินเคยแอบเห็นเขาจ้องมองมัน อย่างเหม่อลอยอยู่หลายครั้ง เห็
เจียงซู่ยกไวน์แดงที่วางอยู่ข้าง ๆ ขึ้นมา เธอแหงนหน้าขึ้นดื่มมันหมดอย่างรวดเร็ว ก่อนหน้านี้ยังคิดว่ามันเป็นไวน์แดงที่มีรสชาติหวานหอมอยู่เลย ตอนนี้มันกลับเหลือแค่รสชาติขมฝาดเท่านั้นดอกกุหลาบยังเต็มไปด้วยหยดน้ำ ทำให้ดูสดใสและชุ่มฉ่ำ แต่ตอนนี้กลับไม่มีใครชื่นชม เหลือเพียงความเหี่ยวเฉาแม้จะสื่อสารด้
เจียงซู่ยังไม่รู้ตัวว่ามุมปากของตัวเองยิ้มบาง ๆ อยู่ตลอดเวลา คนอื่นที่มองมาก็มองออกว่าเธออารมณ์ดีมาก ๆเฉียวฉีเห็นเธอยิ้มแล้วก็รู้สึกเคืองสายตา“เธอกับพี่หางเป็นอะไรกันเหรอ?”เจียงซู่ดูออกว่าอีกฝ่ายตั้งใจ แต่เธอก็ไม่อยากสร้างเรื่องให้อาจารย์เจิงต้องขายหน้าในงานสัมมนานี้“เราเป็นเพื่อนร่วมมหาลัยก
คำพูดของเจียงซู่ราวกับสายฟ้าฟาด ซึ่งทำให้ทั้งห้องพักฟื้นเงียบกริบลงในทันทีทั้งสี่คนมีสีหน้าแตกต่างกันไปโจวหว่านซินกับเวิงอี๋มีสีหน้าตื่นเต้นในขณะที่เวินเหยาฉินคิดว่าเจียงซู่ไม่รู้จักบุญคุณ ส่วนโจวซือเหย่นั้นคิดว่าเธอหาเรื่องงอนเพื่อทำให้เขาเสียหน้าเจียงซู่ไม่สนใจว่าพวกเขาจะคิดอะไร สิ่งที่เธอ
ในที่สุดเจียงซู่ก็เข้าใจแล้ว ไอ้ที่เรียกว่าคางคกเกาะอยู่บนฝ่าเท้า ไม่กัดคน มันน่ารำคาญจริง ๆ จริง ๆ แล้วเป็นเธอเองที่ได้รับบาดเจ็บ แต่เธอกลับทำหน้าตาที่รู้สึกอึดอัดน้อยใจให้ใครดูกัน?ในที่สุดเจียงซู่ก็หันไปมองโจวซือเหย่แบบตรง ๆ พลางเอ่ยถาม “คุณก็คิดแบบเดียวกันใช่ไหม?”โจวซือเหย่ “เป็นปัญหาของผมเ






