Share

บทที่ 6

Penulis: คุณชายสายฝน
วินาทีที่เจียงซู่ก้าวขาออกจากโรงเรียน กระดูกสันหลังที่เคยตั้งตรงก็อ่อนยวบลง

ความเข้มแข็งที่แสดงออกไปเมื่อครู่ กลายเป็นอัตราการเต้นของหัวใจที่เต้นรัวในตอนนี้

เนื่องจากเธอเป็นลูกบุญธรรม ความจริงแล้วเจียงซู่จึงคุ้นเคยกับการอดทนอดกลั้นมาตั้งแต่เด็ก และมีนิสัยที่อ่อนน้อมยอมคน

แต่เธอก็ไม่ใช่ตุ๊กตาดินที่ปั้นจากโคลนเสมอไป

เธอแค่หวังว่าสิ่งที่ทำลงไปเมื่อครู่นี้ จะกระตุ้นให้โจวหว่านซินช่วยให้เธอหย่าสำเร็จ

ทันใดนั้นอาการปวดตุบ ๆ ที่หน้าผากเตือนให้เธอนึกถึงเหตุการณ์เมื่อไม่กี่นาทีก่อน เจียงซู่จึงไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด

ทันทีที่เธอออกมาจากโรงพยาบาล โทรศัพท์ก็ดังขึ้น ซึ่งเป็นสายจากเจียงซงหวา

เจียงซู่ไม่อยากรับ แต่ก็ไม่กล้ารับ เพราะมันคือความกลัวที่ฝังลึกอยู่ในกระดูกตั้งแต่เด็ก เธอถอนหายใจเฮือกหนึ่งแล้วกดรับสาย จากนั้นน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยคำสั่งของเจียงซงหวาก็ดังขึ้นจากปลายสาย

“พรุ่งนี้พาซือเหย่กลับมาทานข้าวที่บ้าน”

เจียงซู่ก้มหน้าลงพลางแกะนิ้ว เธอรู้ดีว่ามื้อนี้ไม่ใช่การรวมตัวของครอบครัว แต่เป็นเพราะเจียงซงหวามีโครงการใหม่ที่ต้องการความร่วมมือ

พูดให้ดีก็คือการร่วมมือ แต่ถ้าพูดให้ร้ายหน่อยก็คือ เขากำลังจะเริ่มสูบเลือดสูบเนื้ออีกครั้ง

เมื่อไม่ได้รับคำตอบ เจียงซงหวาก็พูดอย่างไม่เกรงใจว่า “ไม่ได้ยินที่ฉันพูดเหรอ? เป็นใบ้หรือไง?”

เจียงซู่ก้มหน้าลงต่ำยิ่งกว่าเดิม และในที่สุดก็เปิดปากที่ถูกปิดตาย “ค่ะ พ่อ”

ทันทีที่พูดจบ ปลายสายก็ตัดไป แล้วมือที่กำโทรศัพท์ของเธอก็ค่อย ๆ วางลง

ไม่แปลกใจเลยที่โจวซือเหย่ไม่ชอบเธอ การมีครอบครัวพ่อตาที่ชอบสูบเลือดสูบเนื้อแบบนี้ ถ้าเป็นเธอ เธอก็คงรังเกียจเหมือนกัน

เจียงซู่ต้องการหาที่เงียบ ๆ พักใจสักหน่อย แต่ความจริงก็ไม่อนุญาตให้เธอสงบลง

เพราะหัวหน้าของเธอโทรมา บอกให้เธอไปร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำในคืนนี้

งานเลี้ยงแบบนี้มักจะมีเพียงพนักงานฝ่ายประชาสัมพันธ์อย่างพวกเธอที่ต้องออกหน้าไปเป็นคนแรก เพื่อสร้างความประทับใจให้กับคู่ค้า

จริงๆ แล้วนิสัยของเจียงซู่ไม่เหมาะกับงานนี้เลย แม้จะไม่เหมาะสม แต่เธอก็ยังพยายามอย่างเต็มที่เพื่อปรับตัว เพราะเธอรู้ดีว่าโจวซือเหย่ไม่ชอบผู้หญิงที่เอาแต่เกาะสามีกิน

เพื่อให้เขาหันมามองเธอให้มุมใหม่ เธอจึงทำได้เพียงพยายามทำให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้น

แต่ว่า...

เมื่อนึกถึงร่างกายที่เพิ่งแท้งลูกไป เจียงซู่ก็ปฏิเสธ “หัวหน้าคะ วันนี้ฉันทำเรื่องขอลากิจแล้วค่ะ”

อีกฝ่ายรู้ว่าเธอหมายถึงอะไร จึงตัดทางหนีทีไล่ของเธอทันที “นี่เป็นคำสั่งจากเบื้องบน”

เจียงซู่เข้าใจ เบื้องบนที่ว่านี้ก็คือ โจวซือเหย่

เขาไม่ใช่คนบอกให้เธอพักผ่อนหรอกเหรอ แล้วทำไมจู่ ๆ ก็ให้เธอกลับไปทำงานล่วงเวลา?

เจียงซู่พูดว่า “ฉันกำลังดำเนินการลาออกอยู่ค่ะ”

“เจียงซู่ ขั้นตอนของคุณยังไม่เสร็จสิ้น”

อีกฝ่ายก็กำลังเตือนเธอว่า ตราบใดที่ยังลาออกไม่สำเร็จ เธอก็ต้องปฏิบัติตามคำสั่งของบริษัท

เมื่อหาข้ออ้างที่จะปฏิเสธไม่ได้อีกต่อไป เธอก็ทำได้แค่กลับไปทำงานอย่างซื่อสัตย์

ในงานเลี้ยงอาหารค่ำตอนกลางคืน เจียงซู่มาถึงสถานที่ก่อนเวลา

แม้จะไม่เต็มใจมา แต่ความเป็นมืออาชีพของเธอก็ไม่ยอมให้เธอทำตัวขายขี้หน้า

เมื่อมาถึงสถานที่ เธอก็พบว่าเบื้องบนที่หัวหน้าพูดถึง แท้จริงแล้วคือ เวิงอี๋!

เป็นเธอที่วางแผนให้เจียงซู่มา

เท่าที่เธอทราบ คู่ค้าที่พวกเขาจะร่วมงานด้วยในคืนนี้ เป็นหนึ่งในโครงการที่สำคัญที่สุดในตอนนี้

แต่กลับให้เวิงอี๋ซึ่งเพิ่งเข้าบริษัทมาเป็นคนดูแล โจวซือเหย่ช่างให้เกียรติเธอจริง ๆ

ความชอบและความไม่ชอบ ช่างแตกต่างกันราวกับฟ้ากับเหว

“คุณจะทำอะไรน่ะ?!”

ในขณะที่เธอกำลังเหม่อลอย ทันใดนั้นเสียงตำหนิของเวิงอี๋ก็ดังขึ้นในห้องส่วนตัว ทันทีที่เธอได้สติก็เห็นว่าเธอกำลังขว้างขวดเหล้าใส่คู่ค้า

เจียงซู่ “...”

เวิงอี๋ลงมือหนักมากจนเห็นเลือดของอีกฝ่ายได้ด้วยตาเปล่า

คู่ค้ากำลังด่าทอ ในขณะที่เวิงอี๋กำลังร้องไห้สะอึกสะอื้น

บรรยากาศในห้องส่วนตัวก็ชุลมุนวุ่นวายขึ้นทันที ราวกับว่าคนที่เพิ่งทำร้ายคนอื่นไม่ใช่เธอ

เวิงอี๋พูดอย่างช้ำใจ “คุณลวนลามฉัน!”

คู่ค้าก็กำลังตะโกน “พวกเธอหมายความว่าไง? นี่คิดจะเล่นต้มตุ๋นกับฉันเหรอ?”

เวิงอี๋ “ใครหลอกต้มตุ๋นคุณ ฉันจะแจ้งตำรวจ!”

เธอทำให้บรรยากาศยิ่งตึงเครียดขึ้นอีกครั้ง ราวกับพร้อมที่จะประทะ

เจียงซู่ไม่สามารถปล่อยให้สถานการณ์แย่ลงไปได้อีก เธอรีบให้คนพาเวิงอี๋ออกไปเพื่อให้สงบสติอารมณ์ ส่วนเธอก็อยู่จัดการเรื่องวุ่นวายที่เหลือ

หลังจากปลอบโยนคู่ค้าและสามารถเซ็นสัญญากับเขาได้สำเร็จ เจียงซู่ก็ต้องดื่มเหล้าไปไม่น้อยเพื่อการนั้น

เมื่อออกจากร้านอาหาร เจียงซู่ก็เปิดประตูรถให้กับอีกฝ่าย คู่ค้าตบมือเธอเบา ๆพลางยิ้มอย่างลึกซึ้ง “ต่อไปถ้ามีโอกาส ค่อยนัดทานข้าวกับหัวหน้าทีมเจียงอีกนะครับ”

เจียงซู่ดึงมือกลับมาอย่างแนบเนียน พร้อมรอยยิ้มอย่างเป็นมืออาชีพ “เดินทางปลอดภัยนะคะ”

เธอเพิ่งส่งอีกฝ่ายไปได้ไม่นาน โจวซือเหย่ก็ปรากฏตัวขึ้น

“ซือเหย่...”

เวิงอี๋พุ่งเข้ากอดเขาทันที และทำท่าทางน่าสงสารสุด ๆ โจวซือเหย่จับไหล่เธอให้ยืนอย่างมั่นคง

เจียงซู่ยืนอยู่ห่างจากพวกเขาไม่กี่ก้าว ลมยามค่ำคืนพัดมา ทำให้ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่กำลังจะพุ่งขึ้นมาของเธอสลายไปในทันที และทำให้เธอตื่นขึ้นมาอย่างเต็มที่

อ้อมกอดของเขาที่แข็งแกร่งขนาดไหน เธอเคยสัมผัสมานับครั้งไม่ถ้วนตอนอยู่บนเตียง แต่เมื่อลงจากเตียงแล้ว เขากลับไม่เคยกอดเธอต่อหน้าคนอื่นเลยสักครั้ง

เธอคงรู้สึกปลอดภัยสินะ ไม่อย่างนั้นเวิงอี๋คงไม่กอดเขาแน่นขนาดนั้น

ลมพัดผ่านไป เจียงซู่รู้สึกปวดท้องอย่างกะทันหัน ตัวสั่นเล็กน้อย เธอหายใจเข้าลึก ๆ สองสามครั้งแล้วก้าวไปข้างหน้า เพื่อยื่นสัญญาให้ “ท่านประธานโจวคะ นี่คือสัญญาที่เพิ่งเซ็นกับย่าไท่ค่ะ”

โจวซือเหย่เหลือบมองเธอ “กั่งรุ่ยยังไม่ตกต่ำถึงขนาดต้องให้พนักงานไปขายตัว”

เจียงซู่ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงพูดแบบนี้ กำลังจะอธิบายว่า “ฉันไม่ได้...”

“เพื่อนร่วมงานถูกลวนลาม คุณไม่คิดจะปกป้อง แต่กลับปล่อยให้อีกฝ่ายดูถูก เมื่อก่อนคุณคุยธุรกิจแบบนี้มาตลอดหรือไง? คุณคิดว่าบริษัทเป็นอะไร? ซ่องโสเภณีเหรอ?”

ใบหน้าของเจียงซู่ซีดเผือดลงทันที ความอับอายพุ่งสูงปี๊ด

เธอนึกถึงครั้งแรกที่ออกไปเจรจาธุรกิจกับเพื่อนร่วมงาน ครั้งนั้นเธอก็เจอการลวนลามในที่ทำงานเช่นกัน ปฏิกิริยาของเธอในตอนนั้นก็เหมือนกับเวิงอี๋

มีเพียงสิ่งเดียวที่แตกต่างคือ เธอไม่ได้โต้ตอบ เพราะเธอไม่กล้า

ตอนนั้นโจวซือเหย่ก็อยู่ที่นั่นด้วย แต่เขาดูถูก ‘ความทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่’ ของเธอ

เธอยังจำคำพูดของเขาได้

“ที่นี่ไม่ใช่สวนสนุกที่คุณจะมาเล่นสนุก ไม่มีใครตามใจความเอาแต่ใจของคุณ ถ้าทำไม่ได้ก็ลาออกกลับบ้านไปซะ”

ฟังดูสิ ช่างสองมาตรฐานอย่างสิ้นเชิง

เพื่อให้เขาชื่นชม เจียงซู่ก็พยายามอย่างเต็มที่เพื่อพัฒนาความสามารถในการทำงานของตัวเอง และในที่สุดก็กลายเป็นคนช่ำชอง

แต่ตอนนี้ เขากลับตำหนิเธอที่ไม่ปกป้องเวิงอี๋?

แต่ทำไมเธอต้องปกป้องผู้หญิงที่แย่งสามีของตัวเองด้วยล่ะ?

เจียงซู่เอ่ยปากพูดว่า “ผู้จัดการวังเพิ่งบอกว่า เขาไม่ได้ทำอะไรกับผู้ช่วยเวิง”

ทันทีที่เธอพูดจบ เวิงอี๋ก็ตาแดงก่ำและพูดอย่างขมขื่นว่า “พี่พูดแบบนี้หมายความว่าฉันใส่ร้ายเขาเหรอคะ? ใครจะเอาชื่อเสียงของตัวเองมาเล่นแบบนี้?”

เมื่อเงยหน้าขึ้น เจียงซู่ก็สบเข้ากับดวงตาที่เย็นชาของโจวซือเหย่ ทันใดนั้นลำคอของเธอเหมือนถูกบีบรัด อึดอัดจนพูดไม่ออก

พูดตามตรง เจียงซู่ไม่ได้เห็นภาพที่เวิงอี๋ถูกรังแกเลย

เวิงอี๋บอกว่าเธอถูกลวนลาม แต่ผู้จัดการวังก็ปฏิเสธ และก็ไม่มีหลักฐาน แล้วเธอจะทำอะไรได้?

เวิงอี๋ทำสีหน้าเจ็บปวดและเอ่ยเสียงสะอื้นว่า “คุณเจียงคะ ฉันไปทำอะไรให้คุณไม่พอใจเหรอคะ? ทำไมคุณถึงต้องใส่ร้ายฉันขนาดนี้?”

เจียงซู่มองท่าทางเสแสร้งของเธอ ใบหน้าของเธอไม่มีสีหน้าอะไรเลย เพียงแต่คิดในใจว่า ที่แท้ผู้ชายก็ชอบผู้หญิงเจ้าเล่ห์ที่น่าสงสารและอ่อนแอแบบนี้เอง

เวิงอี๋มั่นใจว่าเธอไม่กล้าเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของเธอใช่ไหม?

ความจริงก็เป็นแบบนั้น เพราะเธอต้องการความช่วยเหลือบางอย่าง ดังนั้นเธอจึงไม่สามารถทำให้โจวซือเหย่ไม่พอใจได้ รวมถึงคนที่เขาปกป้องอยู่ด้วย เธอก็ไม่สามารถไปยุ่งด้วยได้เช่นกัน
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi
Komen (1)
goodnovel comment avatar
apisarasri.dl
เป็นนิยายที่อ่านแล้วไม่มีความสุขเลยค่ะ พล็อตแบบนี้
LIHAT SEMUA KOMENTAR

Bab terbaru

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 433

    โจวซือเหย่กุมมือเธอไว้แน่น ประคองไว้ด้วยอุ้งมือหนาที่ร้อนจัด “มีผมอยู่ทั้งคน ผมจะปกป้องคุณกับลูกเอง”สัมผัสจากเขานั้นอุ่นวาบ ทว่าเจียงซู่กลับรู้สึกหนาวเหน็บไปถึงกระดูกดำ ราวกับถูกงูพิษเย็นชืดเลื้อยผ่าน ผิวหนังที่ถูกเขาแตะต้องเริ่มร้อนรุ่มและเจ็บแปลบ คล้ายกำลังถูกพิษร้ายกัดกร่อนจนไหม้เกรียมเจียงซู่สะบัดมือออกจากการเกาะกุมนั้นอย่างแรง เธอถอยกรูดราวกับเห็นสัตว์มีพิษร้ายตัวฉกาจโจวซือเหย่น่ากลัวเกินไป ทั้งความแข็งกร้าว ความอำมหิต ความลำเอียง หรือแม้แต่ความใส่ใจที่เขาหยิบยื่นให้ในตอนนี้ แท้จริงแล้วมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวบุคคลเลย แต่มันขึ้นอยู่กับกระแสอารมณ์ที่แปรปรวนของเขาเพียงอย่างเดียว ไม่มีใครที่มีค่าพอสำหรับเขาจริง ๆ ในวินาทีนั้นเอง เจียงซู่เพิ่งตระหนักชัดว่า ผู้ชายคนนี้ไม่เคยรักใครเลย คนเดียวที่เขารักมาตลอด คือ ตัวเขาเอง ใครก็ตามที่กล้าทำลายสิ่งที่เขากำลังให้ค่า เขาจะกวาดล้างทุกคนอย่างไม่เลือกหน้าโดยไม่สนหน้าไหนทั้งสิ้นเจียงซู่เอนกายถอยห่างเพื่อสร้างระยะพ้นภัยจากเขาด้วยท่าทีต่อต้านอย่างรุนแรง “โจวซือเหย่ คุณอยู่ห่าง ๆ จากฉันเถอะ นั่นแหละคือการปกป้องที่ดีที่สุดสำหรับฉันแล้ว”

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 432

    “ผมแนะนำให้คุณรับเงินนี่ไว้ดีกว่าครับ ธุรกิจของพ่อคุณกำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย เงินก้อนนี้อาจเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ช่วยต่อลมหายใจให้ธุรกิจก็ได้ครับ”สิ้นประโยคที่แสนเย็นชาพอกับสายตาของหลู่เหยียนนั้น เขาหมุนตัวเดินจากไปโดยไม่คิดจะรั้งรอแม้แต่วินาทีเดียวไช่หลานปรี่เข้าไปหาลูกสาวด้วยความตื่นตระหนก “เสี่ยวอี๋ นี่มันเรื่องอะไรกันแน่? ทำไมลูกถึงต้องมาตกอยู่ในสภาพนี้?”เวิงอี๋หน้าซีดเผือด ทว่าดวงตากลับแดงก่ำรื้นไปด้วยหยาดน้ำตา เธอกลั้นสะอื้นจนตัวโยกก่อนจะโพล่งออกมาด้วยเสียงสั่นเครือ “ลูกของหนูไม่อยู่แล้ว! เขาพรากลูกไปจากหนูแล้ว!”คำบอกเล่านั้นเปรียบเสมือนสายฟ้าฟาดลงกลางใจ ไช่หลานหน้าถอดสี ร่างทั้งร่างชาวาบในทันทีทำไมเรื่องมันถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้?ท่ามกลางความโศกเศร้า เปลวไฟแห่งความเคียดแค้นเริ่มสุมทรวงเวิงอี๋ เธอเกลียดความไร้เยื่อใยของโจวซือเหย่สุดหัวใจที่ผ่านมาเขาเคยพะเน้าพะนอตามใจเธอมากยิ่งกว่าใครไม่ใช่หรือ? แล้วทำไมมาวันนี้ถึงได้สวมวิญญาณคนใจดำอำมหิตเช่นนี้? ก็แค่เด็กเพียงคนเดียว ทำไมเขาถึงปล่อยให้เลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเองลืมตาดูโลกไม่ได้?เพียงเพราะเจียงซู่ก็กำลังตั้งครรภ์อย่าง

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 431

    “อะไรนะ?!”เวิงอี๋เบิกตาโพลงด้วยความตกใจ เธอไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยินเมื่อครู่เลย เธอถึงขั้นคิดสงสัยว่าตนอาจจะหูฝาดไปหรือเปล่าหลู่เหยียนไม่ได้แยแสกับปฏิกิริยาของเธอเลยแม้แต่น้อย เขาหันไปกำชับกับคุณหมอด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “คุณหมอเตรียมการได้เลยครับ”เมื่อได้ยินคำสั่งการที่หลุดออกมาจากปากของหลู่เหยียนเมื่อครู่ ราวกับเป็นการดึงสติที่พร่าเลือนของเธอกลับมาสู่ความเป็นจริงที่แสนเจ็บปวดว่า เธอไม่ได้หูฝาด ใบหน้าของเวิงอี๋พลันเปลี่ยนสีในฉับพลัน “กล้าดียังไงมาแตะต้องฉัน พี่ซือเหย่ไม่ปล่อยพวกแกไว้แน่” หลู่เหยียนมองเธอด้วยสายตาเหยียดหยามราวกับกำลังมองคนโง่เขลาคนหนึ่งที่ยังจมปลักอยู่กับความเพ้อฝัน “คุณคิดว่าถ้าประธานโจวไม่สั่ง ผมจะขยันถึงขั้นยอมสละเวลามาที่นี่กับคุณงั้นเหรอครับ?”เธอคิดว่าตัวเองเป็นใคร? เธอสำคัญตัวเองผิดไปว่าเขาจะยอมเสียเวลามาปรนนิบัติเธอด้วยความเต็มใจอย่างนั้นหรือสิ้นประโยคนั้นของเขา ใบหน้าของเวิงอี๋ก็ซีดเผือดลงทันที เธอได้แต่พึมพำอย่างไม่ยอมรับความจริงที่รับรู้ “ไม่มีทาง! พี่ซือเหย่ไม่มีวันทำแบบนี้กับฉัน! พี่ซือเหย่ตกลงแล้วว่าจะให้ฉันเก็บเด็กไว้ นายโกหก พี่ซือเหย่ไม่ม

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 430

    ลูกหลานตระกูลโจวทุกคนล้วนต้องไปเรียนต่อต่างประเทศ แต่เธอเคยบอกไว้ตั้งนานแล้วว่าเธอจะไม่ไป และพวกเขาก็รับปากเป็นมั่นเหมาะ ทว่าตอนนี้กลับกลายเป็นคนไม่รักษาคำพูดเสียอย่างนั้นเมื่อได้ยินเช่นนั้น ขนตาของเวิงอี๋สั่นระริกพลางเอ่ยถามอย่างระแวดระวัง “พี่ซือเหย่พูดเพราะกำลังโกรธอยู่หรือเปล่า?”“ไม่ใช่ค่ะ”ถ้ามันเป็นแค่คำพูดประชดประชันก็คงดี แต่นี่เห็นชัด ๆ ว่าพี่ชายเธอเอาจริง!นัยน์ตาของเวิงอี๋หม่นแสงลง เจียงซู่มีความสำคัญในใจของโจวซือเหย่ขนาดนี้เลยหรือ? กระทั่งโจวหว่านซินที่เป็นน้องสาวแท้ ๆ ยังต้องถอยไปอยู่อันดับหลังเธอ!ขนาดโจวหว่านซินยังถูกเนรเทศไปไกลขนาดนั้น แล้วหมากในมือเธอตัวนี้ก็คงต้องเสียเปล่า ดูท่าเธอคงต้องหาโอกาสลงมือกับเจียงซู่ใหม่อีกครั้งเมื่อคิดได้ดังนั้น เวิงอี๋ก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาทันทีช่วงนี้ไม่มีเรื่องไหนราบรื่นเลยจริง ๆพอนึกถึงชะตากรรมของโจวหว่านซิน เธอก็อดกังวลไม่ได้ว่า ในเมื่อเขาโกรธเคืองน้องสาวแท้ ๆ ได้ขนาดนั้น เขาจะสงสัยไหมว่าเธอเป็นคนคอยยุยงอยู่เบื้องหลัง?เพราะเรื่องที่เธอไปพบกับโจวหว่านซินนั้น แค่สืบดูก็รู้ความจริงแล้วทว่าความคิดที่วูบไหวขึ้นมานั้นก็ถูกกด

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 429

    ถ้าไม่มีอะไร อยู่ดี ๆ เธอคงไม่ไปที่จิ่งหยวน และคงไม่ไปหาเจียงซู่ด้วยโจวหว่านซินสบเข้ากับดวงตาที่แผ่กลิ่นอายกดดันของโจวซือเหย่ เธอพยายามปลุกปลอบขวัญตัวเองพลางเอ่ยตัดพ้อด้วยความน้อยใจ “เรื่องวันนี้มันเป็นแค่อุบัติเหตุ หนูไม่ได้ตั้งใจสักหน่อย ขาหนูเองก็เจ็บจนเดินกะเผลกแล้ว พี่จะมาดุด่าอะไรหนูนักหนา?”ทว่าโจวซือเหย่ในยามนี้กลับไร้ซึ่งความอ่อนโยนดังวันวาน เขาเอ่ยเสียงเฉียบขาด “ที่ขาพิการนั่นไม่ใช่ว่าเธอทำตัวเองหรอกเหรอ?”“พี่คะ—”โจวหว่านซินคราวนี้ไม่ได้แสร้งบีบน้ำตา แต่เธอเสียใจจริง ๆ พี่ชายพูดกับเธอแบบนี้ได้อย่างไร?โจวซือเหย่ขมวดคิ้วมุ่น เอ่ยเสียงเข้ม “อย่ามาพูดไร้สาระกับพี่!”“...”โจวหว่านซินใจสั่นวูบ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับโจวซือเหย่ที่กำลังเดือดจัด เธอก็อดที่จะหวาดกลัวไม่ได้“พูดมา!”เมื่อถูกคาดคั้นหนักเข้า โจวหว่านซินก็ยื่นปากออกมาอย่างแง่งอนก่อนจะโพล่งว่า “หนูก็แค่ไม่ชอบขี้หน้ายัยนั่น! แค่เพราะยัยนั่นท้อง ทุกคนก็เอาแต่รุมล้อมเอาใจยัยนั่นจนเมินหนูไปหมด หนูอิจฉานี่!”สิ้นเสียงนั้น โจวซือเหย่ยังไม่ทันได้อ้าปาก เวินเหยาฉินก็เอื้อมมือไปจิ้มหน้าผากลูกสาวพลาง

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 428

    สิ้นคำพูดนั้น โจวหว่านซินก็เหมือนถูกจี้เข้าที่จุดตาย สีหน้าของเธอในตอนนี้เกินกว่าจะใช้คำว่าดูไม่ได้มาบรรยายแล้ว ขอบตาทั้งสองข้างแดงก่ำ ราวกับว่าน้ำตาจะร่วงหล่นลงมาในวินาทีถัดไปยามที่โจวซือเหย่ตามใจ เธอจะเอาแต่ใจแค่ไหนก็ได้ตามอำเภอใจ แต่เมื่อเขาเริ่มใช้อำนาจสยบ เธอก็ไม่มีปัญญาจะขัดขืนได้เลยโจวหว่านซินคุกเข่าลงเบื้องหน้าเตียงของเจียงซู่ด้วยความอัปยศอดสู ทว่าในส่วนลึกของดวงตากลับซ่อนเร้นความเกลียดชังที่มีต่ออีกฝ่ายเอาไว้เจียงซู่สัมผัสถึงความเกลียดชังนั้นได้อย่างชัดเจน เธอจึงเอ่ยกับโจวซือเหย่ตรง ๆ ว่า “คุณจะเล่นละครหรืออยากจะสั่งสอนกันจริง ๆ ก็ตาม ไม่ต้องมาทำโชว์ต่อหน้าฉันหรอก ฉันไม่รับมุกนี้”อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในวันนี้ จะเป็นเรื่องบังเอิญหรือจงใจวางแผนไว้ เธอย่อมดูออกโจวหว่านซินคิดว่าการยอมเอาตัวเองมาเสี่ยงจะช่วยให้พ้นจากข้อสงสัยได้งั้นเหรอ? เธออาจจะเป็นคนโง่ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าคนอื่นจะโง่ตามไปด้วยเจียงซู่แค่นหัวเราะพลางกล่าวต่อ “คุณไม่ต้องมาทำเป็นแสนดีเสแสร้งแบบนี้หรอก ฉันไม่แจ้งความ และคุณก็ไม่ต้องกลัวว่าตำรวจจะมาลากตัวเธอไป อีกอย่าง ต่อให้ฉันแจ้งความจริง ๆ มีคุณอยู่ท

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status