Share

บทที่ 6

Author: คุณชายสายฝน
วินาทีที่เจียงซู่ก้าวขาออกจากโรงเรียน กระดูกสันหลังที่เคยตั้งตรงก็อ่อนยวบลง

ความเข้มแข็งที่แสดงออกไปเมื่อครู่ กลายเป็นอัตราการเต้นของหัวใจที่เต้นรัวในตอนนี้

เนื่องจากเธอเป็นลูกบุญธรรม ความจริงแล้วเจียงซู่จึงคุ้นเคยกับการอดทนอดกลั้นมาตั้งแต่เด็ก และมีนิสัยที่อ่อนน้อมยอมคน

แต่เธอก็ไม่ใช่ตุ๊กตาดินที่ปั้นจากโคลนเสมอไป

เธอแค่หวังว่าสิ่งที่ทำลงไปเมื่อครู่นี้ จะกระตุ้นให้โจวหว่านซินช่วยให้เธอหย่าสำเร็จ

ทันใดนั้นอาการปวดตุบ ๆ ที่หน้าผากเตือนให้เธอนึกถึงเหตุการณ์เมื่อไม่กี่นาทีก่อน เจียงซู่จึงไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด

ทันทีที่เธอออกมาจากโรงพยาบาล โทรศัพท์ก็ดังขึ้น ซึ่งเป็นสายจากเจียงซงหวา

เจียงซู่ไม่อยากรับ แต่ก็ไม่กล้ารับ เพราะมันคือความกลัวที่ฝังลึกอยู่ในกระดูกตั้งแต่เด็ก เธอถอนหายใจเฮือกหนึ่งแล้วกดรับสาย จากนั้นน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยคำสั่งของเจียงซงหวาก็ดังขึ้นจากปลายสาย

“พรุ่งนี้พาซือเหย่กลับมาทานข้าวที่บ้าน”

เจียงซู่ก้มหน้าลงพลางแกะนิ้ว เธอรู้ดีว่ามื้อนี้ไม่ใช่การรวมตัวของครอบครัว แต่เป็นเพราะเจียงซงหวามีโครงการใหม่ที่ต้องการความร่วมมือ

พูดให้ดีก็คือการร่วมมือ แต่ถ้าพูดให้ร้ายหน่อยก็คือ เขากำลังจะเริ่มสูบเลือดสูบเนื้ออีกครั้ง

เมื่อไม่ได้รับคำตอบ เจียงซงหวาก็พูดอย่างไม่เกรงใจว่า “ไม่ได้ยินที่ฉันพูดเหรอ? เป็นใบ้หรือไง?”

เจียงซู่ก้มหน้าลงต่ำยิ่งกว่าเดิม และในที่สุดก็เปิดปากที่ถูกปิดตาย “ค่ะ พ่อ”

ทันทีที่พูดจบ ปลายสายก็ตัดไป แล้วมือที่กำโทรศัพท์ของเธอก็ค่อย ๆ วางลง

ไม่แปลกใจเลยที่โจวซือเหย่ไม่ชอบเธอ การมีครอบครัวพ่อตาที่ชอบสูบเลือดสูบเนื้อแบบนี้ ถ้าเป็นเธอ เธอก็คงรังเกียจเหมือนกัน

เจียงซู่ต้องการหาที่เงียบ ๆ พักใจสักหน่อย แต่ความจริงก็ไม่อนุญาตให้เธอสงบลง

เพราะหัวหน้าของเธอโทรมา บอกให้เธอไปร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำในคืนนี้

งานเลี้ยงแบบนี้มักจะมีเพียงพนักงานฝ่ายประชาสัมพันธ์อย่างพวกเธอที่ต้องออกหน้าไปเป็นคนแรก เพื่อสร้างความประทับใจให้กับคู่ค้า

จริงๆ แล้วนิสัยของเจียงซู่ไม่เหมาะกับงานนี้เลย แม้จะไม่เหมาะสม แต่เธอก็ยังพยายามอย่างเต็มที่เพื่อปรับตัว เพราะเธอรู้ดีว่าโจวซือเหย่ไม่ชอบผู้หญิงที่เอาแต่เกาะสามีกิน

เพื่อให้เขาหันมามองเธอให้มุมใหม่ เธอจึงทำได้เพียงพยายามทำให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้น

แต่ว่า...

เมื่อนึกถึงร่างกายที่เพิ่งแท้งลูกไป เจียงซู่ก็ปฏิเสธ “หัวหน้าคะ วันนี้ฉันทำเรื่องขอลากิจแล้วค่ะ”

อีกฝ่ายรู้ว่าเธอหมายถึงอะไร จึงตัดทางหนีทีไล่ของเธอทันที “นี่เป็นคำสั่งจากเบื้องบน”

เจียงซู่เข้าใจ เบื้องบนที่ว่านี้ก็คือ โจวซือเหย่

เขาไม่ใช่คนบอกให้เธอพักผ่อนหรอกเหรอ แล้วทำไมจู่ ๆ ก็ให้เธอกลับไปทำงานล่วงเวลา?

เจียงซู่พูดว่า “ฉันกำลังดำเนินการลาออกอยู่ค่ะ”

“เจียงซู่ ขั้นตอนของคุณยังไม่เสร็จสิ้น”

อีกฝ่ายก็กำลังเตือนเธอว่า ตราบใดที่ยังลาออกไม่สำเร็จ เธอก็ต้องปฏิบัติตามคำสั่งของบริษัท

เมื่อหาข้ออ้างที่จะปฏิเสธไม่ได้อีกต่อไป เธอก็ทำได้แค่กลับไปทำงานอย่างซื่อสัตย์

ในงานเลี้ยงอาหารค่ำตอนกลางคืน เจียงซู่มาถึงสถานที่ก่อนเวลา

แม้จะไม่เต็มใจมา แต่ความเป็นมืออาชีพของเธอก็ไม่ยอมให้เธอทำตัวขายขี้หน้า

เมื่อมาถึงสถานที่ เธอก็พบว่าเบื้องบนที่หัวหน้าพูดถึง แท้จริงแล้วคือ เวิงอี๋!

เป็นเธอที่วางแผนให้เจียงซู่มา

เท่าที่เธอทราบ คู่ค้าที่พวกเขาจะร่วมงานด้วยในคืนนี้ เป็นหนึ่งในโครงการที่สำคัญที่สุดในตอนนี้

แต่กลับให้เวิงอี๋ซึ่งเพิ่งเข้าบริษัทมาเป็นคนดูแล โจวซือเหย่ช่างให้เกียรติเธอจริง ๆ

ความชอบและความไม่ชอบ ช่างแตกต่างกันราวกับฟ้ากับเหว

“คุณจะทำอะไรน่ะ?!”

ในขณะที่เธอกำลังเหม่อลอย ทันใดนั้นเสียงตำหนิของเวิงอี๋ก็ดังขึ้นในห้องส่วนตัว ทันทีที่เธอได้สติก็เห็นว่าเธอกำลังขว้างขวดเหล้าใส่คู่ค้า

เจียงซู่ “...”

เวิงอี๋ลงมือหนักมากจนเห็นเลือดของอีกฝ่ายได้ด้วยตาเปล่า

คู่ค้ากำลังด่าทอ ในขณะที่เวิงอี๋กำลังร้องไห้สะอึกสะอื้น

บรรยากาศในห้องส่วนตัวก็ชุลมุนวุ่นวายขึ้นทันที ราวกับว่าคนที่เพิ่งทำร้ายคนอื่นไม่ใช่เธอ

เวิงอี๋พูดอย่างช้ำใจ “คุณลวนลามฉัน!”

คู่ค้าก็กำลังตะโกน “พวกเธอหมายความว่าไง? นี่คิดจะเล่นต้มตุ๋นกับฉันเหรอ?”

เวิงอี๋ “ใครหลอกต้มตุ๋นคุณ ฉันจะแจ้งตำรวจ!”

เธอทำให้บรรยากาศยิ่งตึงเครียดขึ้นอีกครั้ง ราวกับพร้อมที่จะประทะ

เจียงซู่ไม่สามารถปล่อยให้สถานการณ์แย่ลงไปได้อีก เธอรีบให้คนพาเวิงอี๋ออกไปเพื่อให้สงบสติอารมณ์ ส่วนเธอก็อยู่จัดการเรื่องวุ่นวายที่เหลือ

หลังจากปลอบโยนคู่ค้าและสามารถเซ็นสัญญากับเขาได้สำเร็จ เจียงซู่ก็ต้องดื่มเหล้าไปไม่น้อยเพื่อการนั้น

เมื่อออกจากร้านอาหาร เจียงซู่ก็เปิดประตูรถให้กับอีกฝ่าย คู่ค้าตบมือเธอเบา ๆพลางยิ้มอย่างลึกซึ้ง “ต่อไปถ้ามีโอกาส ค่อยนัดทานข้าวกับหัวหน้าทีมเจียงอีกนะครับ”

เจียงซู่ดึงมือกลับมาอย่างแนบเนียน พร้อมรอยยิ้มอย่างเป็นมืออาชีพ “เดินทางปลอดภัยนะคะ”

เธอเพิ่งส่งอีกฝ่ายไปได้ไม่นาน โจวซือเหย่ก็ปรากฏตัวขึ้น

“ซือเหย่...”

เวิงอี๋พุ่งเข้ากอดเขาทันที และทำท่าทางน่าสงสารสุด ๆ โจวซือเหย่จับไหล่เธอให้ยืนอย่างมั่นคง

เจียงซู่ยืนอยู่ห่างจากพวกเขาไม่กี่ก้าว ลมยามค่ำคืนพัดมา ทำให้ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่กำลังจะพุ่งขึ้นมาของเธอสลายไปในทันที และทำให้เธอตื่นขึ้นมาอย่างเต็มที่

อ้อมกอดของเขาที่แข็งแกร่งขนาดไหน เธอเคยสัมผัสมานับครั้งไม่ถ้วนตอนอยู่บนเตียง แต่เมื่อลงจากเตียงแล้ว เขากลับไม่เคยกอดเธอต่อหน้าคนอื่นเลยสักครั้ง

เธอคงรู้สึกปลอดภัยสินะ ไม่อย่างนั้นเวิงอี๋คงไม่กอดเขาแน่นขนาดนั้น

ลมพัดผ่านไป เจียงซู่รู้สึกปวดท้องอย่างกะทันหัน ตัวสั่นเล็กน้อย เธอหายใจเข้าลึก ๆ สองสามครั้งแล้วก้าวไปข้างหน้า เพื่อยื่นสัญญาให้ “ท่านประธานโจวคะ นี่คือสัญญาที่เพิ่งเซ็นกับย่าไท่ค่ะ”

โจวซือเหย่เหลือบมองเธอ “กั่งรุ่ยยังไม่ตกต่ำถึงขนาดต้องให้พนักงานไปขายตัว”

เจียงซู่ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงพูดแบบนี้ กำลังจะอธิบายว่า “ฉันไม่ได้...”

“เพื่อนร่วมงานถูกลวนลาม คุณไม่คิดจะปกป้อง แต่กลับปล่อยให้อีกฝ่ายดูถูก เมื่อก่อนคุณคุยธุรกิจแบบนี้มาตลอดหรือไง? คุณคิดว่าบริษัทเป็นอะไร? ซ่องโสเภณีเหรอ?”

ใบหน้าของเจียงซู่ซีดเผือดลงทันที ความอับอายพุ่งสูงปี๊ด

เธอนึกถึงครั้งแรกที่ออกไปเจรจาธุรกิจกับเพื่อนร่วมงาน ครั้งนั้นเธอก็เจอการลวนลามในที่ทำงานเช่นกัน ปฏิกิริยาของเธอในตอนนั้นก็เหมือนกับเวิงอี๋

มีเพียงสิ่งเดียวที่แตกต่างคือ เธอไม่ได้โต้ตอบ เพราะเธอไม่กล้า

ตอนนั้นโจวซือเหย่ก็อยู่ที่นั่นด้วย แต่เขาดูถูก ‘ความทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่’ ของเธอ

เธอยังจำคำพูดของเขาได้

“ที่นี่ไม่ใช่สวนสนุกที่คุณจะมาเล่นสนุก ไม่มีใครตามใจความเอาแต่ใจของคุณ ถ้าทำไม่ได้ก็ลาออกกลับบ้านไปซะ”

ฟังดูสิ ช่างสองมาตรฐานอย่างสิ้นเชิง

เพื่อให้เขาชื่นชม เจียงซู่ก็พยายามอย่างเต็มที่เพื่อพัฒนาความสามารถในการทำงานของตัวเอง และในที่สุดก็กลายเป็นคนช่ำชอง

แต่ตอนนี้ เขากลับตำหนิเธอที่ไม่ปกป้องเวิงอี๋?

แต่ทำไมเธอต้องปกป้องผู้หญิงที่แย่งสามีของตัวเองด้วยล่ะ?

เจียงซู่เอ่ยปากพูดว่า “ผู้จัดการวังเพิ่งบอกว่า เขาไม่ได้ทำอะไรกับผู้ช่วยเวิง”

ทันทีที่เธอพูดจบ เวิงอี๋ก็ตาแดงก่ำและพูดอย่างขมขื่นว่า “พี่พูดแบบนี้หมายความว่าฉันใส่ร้ายเขาเหรอคะ? ใครจะเอาชื่อเสียงของตัวเองมาเล่นแบบนี้?”

เมื่อเงยหน้าขึ้น เจียงซู่ก็สบเข้ากับดวงตาที่เย็นชาของโจวซือเหย่ ทันใดนั้นลำคอของเธอเหมือนถูกบีบรัด อึดอัดจนพูดไม่ออก

พูดตามตรง เจียงซู่ไม่ได้เห็นภาพที่เวิงอี๋ถูกรังแกเลย

เวิงอี๋บอกว่าเธอถูกลวนลาม แต่ผู้จัดการวังก็ปฏิเสธ และก็ไม่มีหลักฐาน แล้วเธอจะทำอะไรได้?

เวิงอี๋ทำสีหน้าเจ็บปวดและเอ่ยเสียงสะอื้นว่า “คุณเจียงคะ ฉันไปทำอะไรให้คุณไม่พอใจเหรอคะ? ทำไมคุณถึงต้องใส่ร้ายฉันขนาดนี้?”

เจียงซู่มองท่าทางเสแสร้งของเธอ ใบหน้าของเธอไม่มีสีหน้าอะไรเลย เพียงแต่คิดในใจว่า ที่แท้ผู้ชายก็ชอบผู้หญิงเจ้าเล่ห์ที่น่าสงสารและอ่อนแอแบบนี้เอง

เวิงอี๋มั่นใจว่าเธอไม่กล้าเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของเธอใช่ไหม?

ความจริงก็เป็นแบบนั้น เพราะเธอต้องการความช่วยเหลือบางอย่าง ดังนั้นเธอจึงไม่สามารถทำให้โจวซือเหย่ไม่พอใจได้ รวมถึงคนที่เขาปกป้องอยู่ด้วย เธอก็ไม่สามารถไปยุ่งด้วยได้เช่นกัน
Continue to read this book for free
Scan code to download App
Comments (1)
goodnovel comment avatar
apisarasri.dl
เป็นนิยายที่อ่านแล้วไม่มีความสุขเลยค่ะ พล็อตแบบนี้
VIEW ALL COMMENTS

Latest chapter

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 570

    “ฉันนึกว่าจะไม่ได้เจอคุณอีกแล้ว รู้ไหม ฉันคิดถึงคุณเหลือเกิน ฉันกลัวมากจริง ๆ ...”หยาดน้ำตาไหลพรากจนเปียกชุ่มเสื้อของโจวซือเหย่ ความร้อนผ่าวจากน้ำตานั้นราวกับเพลิงที่จ้องจะแผดเผาเข้าไปถึงอกของเขาโจวซือเหย่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่กับที่ เรื่องที่เซียวซูอี้เริ่มมีสติยาวนานขึ้นนั้น หมอเคยบอกเขาไว้ก่อนหน้าแล้ว เขานิ่งงันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะวางมือลงบนไหล่ของเธอแล้วตบเบา ๆ เพื่อปลอบประโลม “ไม่ต้องกลัว ทุกอย่างผ่านไปแล้ว”เมื่อถูกเธอกอดไว้แน่นขนาดนี้ โจวซือเหย่เริ่มรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก เขาจึงรีบเปลี่ยนประเด็น “หมอให้คุณทานยา ทำไมคุณถึงไม่ยอมทาน?”เซียวซูอี้ยังคงจำฝังใจกับเหตุการณ์ที่เวิงอี๋สั่งให้คนบังคับกรอกยาใส่ปากเธอ เธอจึงปฏิเสธตามสัญชาตญาณ “ฉันไม่ได้ป่วย ทำไมต้องกินยา? ไม่กิน! สั่งให้พวกเขาเอาออกไปเดี๋ยวนี้!”โจวซือเหย่ใช้โทนเสียงที่นุ่มนวลเกลี้ยกล่อม “ตอนนี้คุณกำลังไม่สบายนะ ต้องฟังคำสั่งหมอ ทานยาให้ครบ ร่างกายถึงจะกลับมาแข็งแรง”ทว่าทันทีที่สิ้นคำพูด เซียวซูอี้กลับผลักเขาออกอย่างแรงด้วยอาการตื่นตระหนก “บอกแล้วไงว่าฉันไม่ได้ป่วย ฉันไม่กินยา คุณเป็นพวกเดียวกับเวิงอี๋ใช่ไหม?”“ต้

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 569

    “ซือเหย่...”ในขณะที่ทั้งสองฝ่ายกำลังคุมเชิงกันอย่างไม่ลดละ เวิงกั๋วเฉียง พ่อของเวิงอี๋ก็ปรากฏตัวขึ้นหลังจากที่ช่วยเซียวซูอี้กลับมาได้ โจวซือเหย่ได้แจ้งข่าวให้เวิงกั๋วเฉียงทราบ และตอนนี้เขากับลูกสาวคนโตก็พักอยู่ที่บ้านหลังย่อยของคฤหาสน์จิ่งหยวนการให้พ่อลูกได้กลับมาพบหน้ากันก็เรื่องหนึ่ง แต่อีกแง่หนึ่งคือโจวซือเหย่ต้องการให้เซียวซูอี้รับรู้ว่าเธอยังมีญาติอย่างพ่ออยู่ เพราะเขาเองก็ไม่สามารถอยู่เคียงข้างเธอได้ตลอดเวลาเวิงกั๋วเฉียงเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เจือความประจบประแจงเล็กน้อย “ซูอี้ไม่เห็นหน้านาย เธอเลยไม่ยอมทานยาเลย นายช่วยไปเกลี้ยกล่อมเธอหน่อยได้ไหม”เมื่อได้ยินดังนั้น โจวซือเหย่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ เดิมทีเขาเองก็อยากให้ร่างกายของเซียวซูอี้ฟื้นฟูโดยเร็วอยู่แล้ว เขาจึงลุกขึ้นเดินตามเวิงกั๋วเฉียงไปเจียงซู่เงียบนิ่ง เธอมองภาพนั้นด้วยสายตาว่างเปล่า ท่าทีของโจวซือเหย่นั้นเป็นไปตามที่เธอคาดไว้ แต่ที่น่าประหลาดใจคือเวิงกั๋วเฉียง...ลูกสาวคนเล็กตายด้วยน้ำมือของโจวซือเหย่ เมียก็ถูกโจวซือเหย่ส่งเข้าคุก แต่เขากลับทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น สามารถติดต่อคบค้าสมาคมกับชายคนนี้ต่อได้อย่างไร้ความตะข

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 568

    “ผมขอโทษ”โจวซือเหย่เอ่ยคำขอโทษออกมาอย่างจริงใจเจียงซู่สวนกลับทันควัน “ถ้าคุณรู้สึกผิดจริง ๆ ก็ปล่อยฉันไปเดี๋ยวนี้”คำปฏิเสธของเขาเป็นไปตามที่เธอคาดไว้ โจวซือเหย่เอ่ยปฏิเสธอย่างไม่คิดลังเล “ข้างนอกนั่นยังไม่ปลอดภัย”เจียงซู่ไม่ยอมรับการกระทำจอมปลอมนี้ของเขา เธอแค่นเสียงเย็นยะเยือก “คุณใช้คำว่าดูแลมาบังหน้าเพื่อกักขังฉันไว้ที่นี่ ความจริงคุณไม่ได้เป็นห่วงฉัน มันก็แค่การตอบสนองความต้องการส่วนตัวของคุณเท่านั้น”“คุณบอกว่าไม่อยากให้คนตระกูลเหลียงมารังแกฉัน พูดให้ถูกก็คือ คุณแค่ไม่อยากเสียผลประโยชน์เพื่อไปสงบโทสะของตระกูลเหลียงต่างหาก”เธอชะงักคำพูดครู่หนึ่ง ก่อนจะเบ้ปากเผยแววเย้ยหยัน “ในเมื่อคุณไม่ได้แคร์ฉันเหมือนที่แสดงออกมา แล้วจะมาแสร้งทำเป็นคนดีต่อหน้าฉันทำไม?”ตลอด 5 ปีที่ใช้ชีวิตในตระกูลโจว เจียงซู่รู้ซึ้งถึงวิธีการจัดการปัญหาของพวกเขาดีถ้าทำผิดก็ใช้เงินแก้ปัญหา ถ้าเงินแก้ไม่ได้ก็ใช้อำนาจ นี่คือสันดานดิบของพวกเขาเสมอมาในตอนนี้ โจวซือเหย่ปากก็บอกว่าห่วงความปลอดภัยของเธอ แต่กลับขังเธอไว้ที่นี่ พูดง่าย ๆ คือเขาไม่ได้กดดันหรือยื่นข้อเสนอแลกเปลี่ยนผลประโยชน์กับตระกูลเหลียงเลยแ

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 567

    เจียงซู่เดินลัดเลาะไปตามทางที่คุ้นเคยจนถึงมุมกำแพงแห่งหนึ่ง แล้วเริ่มปีนป่ายขึ้นไปโดยไม่มีความหวาดกลัวในค่ำคืนที่มืดมิด เธอไม่หยุดพักแม้แต่วินาทีเดียว เจียงซู่ออกแรงปีนขึ้นไปจนถึงยอดกำแพง ทว่าในขณะที่กำลังเตรียมจะกระโดดลงไปฝั่งตรงข้าม กลับต้องมานั่งจ้องตาเขม็งกับบอดี้การ์ดที่ยืนรออยู่ข้างล่างก่อนหน้าเสียแล้วเจียงซู่ “...”บอดี้การ์ดคนนั้นยืนตัวตรงแน่วราวกับกำลังฝึกระเบียบวินัยทหาร ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ “คุณผู้หญิง คุณละเมอเดินออกมาอีกแล้วเหรอครับ?”เจียงซู่รู้ทันทีว่าแผนการหนีครั้งนี้ล่มไม่เป็นท่า เธอถูกชายฉกรรจ์ร่างยักษ์สองคนกึ่งลากกึ่งประคองกลับเข้าบ้านไปอย่างแข็งกร้าวความโกรธทำให้ความดันโลหิตของเจียงซู่พุ่งปรี๊ด เธออยากจะรู้นักว่าโจวซือเหย่วางกำลังคนไว้รอบ ๆ นี้มากขนาดไหนกันเชียว?ความอัดอั้นตันใจที่แผนการหลบหนีล้มเหลว ทำให้เธอรู้สึกว่าทุกสรรพสิ่งที่อยู่เบื้องที่ปรากฏต่อสายตาภายในบ้านนั้นขวางหูขวางตาไปหมด กลางดึกคืนนั้นเจียงซู่คว้าไม้กอล์ฟของโจวซือเหย่ ก่อนจะจัดการฟาดทำลายข้าวของในคฤหาสน์จิ่งหยวนจนเละเทะไม่มีชิ้นดีบอดี้การ์ดที่ยืนคุมอยู่หน้าประตูเห็นเหตุการณ์เข้าพอดี ทว่าก

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 566

    สมองที่เคยถูกตัณหาและฤทธิ์สุราครอบงำพลันสว่างวาบขึ้นมาทันที โจวซือเหย่เลียริมฝีปากพลางแสดงสีหน้าสำนึกผิด “ผม...”เขาไม่ได้ตั้งใจจะล่วงเกินเธอ เขาเพียงแค่... ห้ามใจตัวเองไว้ไม่อยู่โจวซือเหย่ตั้งท่าจะขอโทษ แต่เจียงซู่ไม่เปิดโอกาสให้เขาแม้แต่น้อย เธอคว้าแก้วน้ำที่วางอยู่บนโต๊ะหัวเตียงขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ก่อนจะฟาดเข้าที่ศีรษะของโจวซือเหย่อย่างแรงโดยไม่สนว่าโจวซือเหย่จะคือเทพบุตรจากสรวงสวรรค์หรือมัจจุราชจากขุมนรกเพล้งไม่รู้ว่าหัวของโจวซือเหย่แข็งเกินไป หรือแก้วใบนี้มันเปราะบางกันแน่ แก้วใบนั้นแตกกระจายเป็นเสี่ยง ๆ ทันทีที่กระทบเป้าหมายคำขอโทษที่ติดอยู่ที่ลำคอของโจวซือเหย่จึงถูกกลืนกลับลงไป เขาได้แต่มองเธอตาค้าง ราวกับยังตั้งตัวไม่ทันว่าเพิ่งโดนอะไรไปในจังหวะที่เขาพะวักพะวน เจียงซู่ก็จัดการทวงคืนลูกถีบที่ติดค้างกันไว้ตั้งแต่บนรถ เธอถีบเข้าที่ใบหน้าของโจวซือเหย่เต็มแรงจนเขาหงายหลังล้มตึงลงไปกองกับพื้นหลังจากจัดการเสร็จ เจียงซู่ยังแสดงท่าทีรังเกียจด้วยการเอาเท้าไปเช็ดถูบนผ้าปูเตียงซ้ำ ๆ จนผ้ายับยู่ยี่ไปหมดลูกถีบนี้ของเจียงซู่หนักหน่วงเอาการ เพราะหลังจากโจวซือเหย่ล้มลงไป

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 565

    ครั้งนี้ โจวซือเหย่อ่านเกมของเจียงซู่ออกล่วงหน้า ในจังหวะที่เธอตั้งท่าจะพุ่งไปคว้าตัวเซียวซูอี้เพื่อใช้เป็นเครื่องต่อรองนั้น เขากลับเป็นฝ่ายรวบตัวเธอไว้ได้ก่อน แล้วกดเธอกลับลงบนโซฟาอย่างแรง“...” เจียงซู่ถลึงตาใส่พลางพยายามดิ้นรนให้พ้นจากการพันธนาการในขณะที่เซียวซูอี้รีบมุดไปหลบข้างหลังโจวซือเหย่ ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นต่อสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคย และมีความหวาดระแวงต่อเจียงซู่อย่างเห็นได้ชัดเธอยังจำผู้หญิงคนนี้ได้ เหมือนกับคนพวกนั้นที่ชอบดุด่าตบตีเธอ เธอไม่ชอบผู้หญิงคนนี้เลยเมื่อเห็นเหยื่อที่ใช้ข่มขู่โจวซือเหย่หลุดมือไป เจียงซู่ก็รู้สึกเดือดดาล เธอหรี่ตาลงพลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก “คุณคิดจะขังฉันไว้ที่นี่งั้นเหรอ?”โจวซือเหย่ตอบไม่ตรงคำถาม “ที่นี่ปลอดภัยที่สุดสำหรับคุณ”ปลอดภัยกับผีน่ะสิการอยู่ข้างกายเขานี่แหละคือสิ่งที่อันตรายที่สุดเจียงซู่ตอกกลับ “คุณกล้าพูดคำนี้ออกมาได้ยังไง?”เขาลืมไปแล้วหรือไงว่าความฉิบหายทุกอย่างในชีวิตเธอ มันเป็นเพราะใคร?โจวซือเหย่ไม่ใช่แค่มีหน้าด้าน แต่เขายังหน้าด้านไร้ยางอาย “ผมทำทั้งหมดนี้ก็เพื่อตัวคุณเอง”เจียงซู่มองเขา

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status