Share

บทที่ 7

Penulis: คุณชายสายฝน
ความเงียบของเธอ ในสายตาของโจวซือเหย่ มันคือการยอมรับโดยปริยาย

หลายวันมานี้ เธอก็ทำตัวไร้เหตุผลกับเขาเพราะเรื่องของเวิงอี๋ การที่เธอผลักเวิงอี๋เข้าไปในกองไฟ ยิ่งทำให้โจวซือเหย่ไม่พอใจเธอเป็นอย่างมาก

เวิงอี๋ร้องไห้เสียใจอย่างหนักจนแทบจะยืนไม่ไหว ซบในอ้อมกอดของโจวซือเหย่ ราวกับว่าเธอถูกเอารัดเอาเปรียบอย่างมาก

“ซือเหย่ ฉันอยากกลับบ้าน”

โจวซือเหย่หันมามองเจียงซู่ด้วยสายตาเย็นชาแวบหนึ่ง โดยไม่พูดอะไรอีก แต่ประคองอีกฝ่ายขึ้นรถแล้วขับออกไป

เจียงซู่รู้สึกจุกแน่นในใจเมื่อถูกเขามอง

เมื่อมองดูรถหรูที่ขับห่างไกลออกไป เพื่อนร่วมงานฝ่ายประชาสัมพันธ์ก็เดินเข้ามาหาอย่างวิตกกังวล “เจียงซู่ เธอว่าท่านประธานโจวจะไล่พวกเราทั้งหมดออกเพราะเถ้าแก้เนี้ยหรือเปล่า?”

คำว่า 'เถ้าแก้เนี้ย' แทงเข้ากลางใจเธออีกครั้ง

ขนาดนี้แล้ว เขายังบอกว่าเวิงอี๋เป็นแค่น้องสาวของเขา

น้องสาวคนไหนจะสำคัญกว่าภรรยาอย่างเธอได้?

เจียงซู่พูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “ใครจะไปรู้”

อย่างไรก็ตาม เธอกำลังจะลาออกอยู่แล้ว ไม่ว่าจะถูกไล่ออกหรือไม่ ก็ไม่สำคัญสำหรับเธออีกต่อไป

พวกเขาแยกย้ายกันที่หน้าโรงแรม จากนั้นเจียงซู่ก็นั่งรถกลับบ้านที่คฤหาสน์จิ่งหยวน

ทันทีที่เข้าไปในบ้าน ป้าอู๋และป้าเฉินก็ออกมาต้อนรับ

ทันทีที่ได้กลิ่นเหล้าที่บนตัวเธอ ป้าเฉินก็รีบไปชงชาแก้เมา ส่วนป้าอู๋ก็เริ่มตำหนิเธอ “ทำไมถึงดื่มเหล้าเยอะขนาดนี้? ช่วงเตรียมตัวตั้งครรภ์ดื่มเหล้าไม่ได้ คุณผู้หญิงไม่รู้เหรอคะ?”

“ถ้าคุณยังทำร้ายตัวเองแบบนี้ต่อไป คุณนายจะอุ้มหลานชายตอนไหนละคะ? แล้วบ้านใหญ่จะมีทายาทตอนไหน?”

เจียงซู่ไม่แปลกใจกับทัศนคติของป้าอู๋เลย ก็ใครใช้ให้เธอมาพร้อมกับคำสั่งพิเศษล่ะ

เจียงซู่รู้สึกปวดหัว ไม่อยากพูดอะไรมาก อยากจะรีบขึ้นไปพัก “ต่อไปจะไม่ดื่มแล้วค่ะ”

พูดจบเธอก็เตรียมจะเดินขึ้นชั้นบน

แต่ป้าอู๋กลับเรียกเธอไว้ “ฉันอุ่นซุปบำรุงไว้ในครัวแล้ว คุณผู้หญิงดื่มก่อนแล้วค่อยไปพักนะคะ”

เธอรู้ดีว่าถ้าเธอไม่ดื่ม ป้าอู๋จะต้องโทรหาเวินเหยาฉินเป็นคนแรกอย่างแน่นอน

เมื่อซุปบำรุงหนึ่งชามลงท้อง เจียงซู่รู้สึกอิ่มแน่นไปหมด คืนนี้เธอทั้งดื่มเหล้าและซุป ตอนนี้ท้องของเธอเต็มไปด้วยน้ำ

เมื่อหลุดพ้นจากปากเสือได้ ในที่สุดเธอก็สามารถขึ้นไปหายใจบนชั้นสองได้

ณ ห้องนอน

ขณะที่เจียงซู่มองดูห้องที่เงียบสงบ ภาพที่เวิงอี๋และโจวซือเหย่กอดกันก็ผุดขึ้นมาในหัวของเธอ ทันใดนั้นเธอก็พลันรู้สึกเปรี้ยวในลำคอ และรู้สึกท้องปั่นป่วนราวกับคลื่นลมแรง ก่อนจะทรุดตัวลงข้างชักโครกและอาเจียนออกมาจนหมดทันที

ที่อ่างล้างหน้า เจียงซู่ตักน้ำบ้วนปาก เช็ดคราบน้ำบนคางออก แล้วใช้มือทั้งสองข้างยันอ่างล้างหน้าไว้ ตัวเธอในกระจกมีดวงตาสีแดงก่ำเนื่องจากปฏิกิริยาทางร่างกาย

เจียงซู่เป็นคนสวยมาก เป็นความงามที่น่าทึ่งเมื่อแรกเห็น ในแง่ของรูปลักษณ์ภายนอก จริงๆ แล้วเวิงอี๋สู้เธอไม่ได้ และแตกต่างจากความเยือกเย็นตามปกติ ตอนนี้ใบหน้าขาวเนียนเปล่งปลั่งกลับดูน่าเวทนา จนใครเห็นก็อดสงสารไม่ได้

แต่จะมีประโยชน์อะไร?

ความอ่อนแอของคนที่ตัวเองรักคืออาวุธ แต่ความอ่อนแอของคนที่น่ารังเกียจมีแต่จะทำให้คนอื่นยิ่งรำคาญมากขึ้น และเห็นได้ชัดว่าเธอเป็นแบบนั้นในสายตาของโจวซือเหย่

หลังจากอาบน้ำเสร็จ เธอก็เข้านอน

เธอยังคงขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม ซึ่งเป็นท่าที่เธอรู้สึกสบายที่สุด

โจวซือเหย่ที่กลับมาถึงบ้านตอนกลางดึกไม่ได้สนใจป้าเฉินที่เดินเข้ามาต้อนรับเลย แต่ตรงขึ้นไปชั้นบนทันที

ผ้าม่านในห้องนอนไม่ได้ถูกปิด แสงจันทร์จากข้างนอกจึงส่องเข้ามาอย่างเต็มที่ ซึ่งทำให้เขามองเห็นเจียงซู่ที่หลับใหลได้อย่างชัดเจน

ใบหน้าเล็กเท่าฝ่ามือนั้นซ่อนอยู่ใต้ผ้าห่มครึ่งหนึ่ง นี่คือท่านอนประจำของเธอ

ภายใต้ผ้าห่มที่บางเบา รูปร่างของเธอเผยออกมาอย่างชัดเจน อากาศภายในห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมจาง ๆ นั่นคือกลิ่นเฉพาะตัวของเจียงซู่

เมื่อสายตาของเขาจับจ้องไปที่เอวเรียวบางเฉียบของเธอ ดวงตาของเขาก็มืดสลัวโดยไม่รู้ตัว แม้แต่ปลายนิ้วของเขายังคงรู้สึกถึงความนุ่มนวลนั้น

โจวซือเหย่รู้ดีว่าร่างกายนี้ยั่วยวนแค่ไหน มือของเขาหล่นลงบนผ้าห่มโดยไม่ตั้งใจ

เจียงซู่ที่กว่าจะหลับจู่ ๆ ก็ฝันร้าย เธอฝันว่าตัวเองถูกสัตว์ป่าไล่ล่า เขี้ยวที่น่ากลัวดูเหมือนจะกัดกินเธอทั้งเป็น เธอตกใจและรีบวิ่งหนีเอาชีวิตรอด แต่แล้วเธอก็เหยียบพลาดและตกลงไป ทันใดนั้นเธอก็ตื่นขึ้นมาจากความฝันทันที

เมื่อลืมตาขึ้น เธอก็เห็นโจวซือเหย่ที่ข้างเตียง เธอก็ลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็วและกอดเขาไว้

“ที่รัก ฉันฝันร้าย”

สัตว์ประหลาดกินคนในฝันน่ากลัวมาก ทำให้เจียงซู่รู้สึกเหมือนตัวเองเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์จริง

ร่างกายของโจวซือเหย่แข็งทื่อไปชั่วขณะ มือที่ลอยอยู่กลางอากาศตบตัวเธอที่สั่นเทาเบา ๆ

เวลาผ่านไป เจียงซู่ก็ค่อย ๆ ได้สติ และก็เพิ่งรู้ว่าคนที่เธอกอดอยู่คือคนจริง ๆ ร่างกายที่อ่อนนุ่มของเธอก็ค่อย ๆ แข็งทื่อขึ้น

นอกเหนือจากช่วงเวลาบนเตียงแล้ว ความจริงพวกเขาไม่ค่อยกอดกัน เพราะโจวซือเหย่ไม่ชอบ

เจียงซู่ถอยออกไปเพื่อเว้นระยะห่างจากเขา และถามจากจิตใต้สำนึกว่า “คุณกลับมาทำไม?”

เวิงอี๋ดูเศร้าและเจ็บปวดขนาดนั้น เธอคิดว่าโจวซือเหย่จะอยู่ปลอบใจอีกฝ่ายตลอดทั้งคืนเสียอีก

เจียงซู่ถอยออกไป แต่ไม่ได้ทำให้กลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่เธอทิ้งไว้จางหายไปเลย แต่คำพูดของเธอก็เตือนให้เขานึกถึงจุดประสงค์ของการกลับมา

“คุณยังสามารถนอนหลับได้อย่างไร้ความรู้สึกผิด”

เจียงซู่ “?”

ทำไมเธอจะนอนไม่ได้?

โจวซือเหย่ “คุณรู้ไหมว่าเวิงอี๋เคยมีประสบการณ์ที่ไม่ดีเกี่ยวกับเรื่องนี้มาก่อน และเพราะคุณ ตอนนี้โรคเก่าของเธอก็เลยกำเริบ และอาการของเธอก็ไม่ค่อยดีด้วย”

เจียงซู่ยังไม่ทันได้ลิ้มรสความอบอุ่นของอ้อมกอดนี้ ก็ถูกคำพูดของเขาทำร้ายจนหัวใจเย็นชาลง

เธอมองเห็นความกังวลที่แปลกแยกบนใบหน้าที่คุ้นเคยของเขา

เธอไม่รู้ว่าเป็นเพราะตกใจตื่นกะทันหันหรือไม่ แต่เธอรู้สึกเหมือนหัวใจถูกทิ่มแทงด้วยของมีคม

“นี่คือเหตุผลที่คุณกลับมาใช่ไหม?”

คิ้วของโจวซือเหย่ขมวดแน่น “ผมบอกแล้วว่าเวิงอี๋เป็นแค่น้องสาวของผม เธอไม่ได้เป็นภัยคุกคามต่อคุณเลย ทำไมคุณถึงเอาแต่จ้องเล่นงานเธอ?”

เจียงซู่จ้องมองสีหน้าที่มีชีวิตชีวาเพราะความโกรธของเขาอย่างเงียบ ๆ แล้วก็เพิ่งรู้ว่านอกจากใบหน้าที่ตายด้านแล้ว เขาก็มีอารมณ์อย่างอื่นเหมือนกัน

น้องสาวอีกแล้ว

ตอนนี้เธอเกลียดคำว่า 'น้องสาว' เข้ากระดูกดำ

“ฉันไปจ้องเล่นงานอะไรเธอ?” เจียงซู่ถามกลับอย่างใจเย็น “โครงการนี้คุณเป็นคนให้เธอ งานของฉันก็เธอเป็นคนจัดการ เมื่อก่อนคุณบอกเองไม่ใช่เหรอว่าที่ทำงานไม่ใช่สวนสนุก ถ้าเธอรู้สึกถูกเอาเปรียบ ก็ไม่รู้จักแก้ปัญหาด้วยตัวเองเหรอ?”

โจวซือเหย่เอ่ย “ที่เธอเรียกคุณไป นั่นเป็นเพราะเธอเห็นความสามารถของคุณ”

งั้นเธอก็ต้องขอบคุณเวิงอี๋ที่มองเห็นความสามารถของเธอสินะ

โจวซือเหย่พูดต่อว่า “บริษัทฝึกฝนคุณมาตั้งหลายปี คุณมากินเงินเดือนฟรีอย่างงั้นเหรอ? แค่วิกฤตเล็ก ๆ น้อย ๆ แค่นี้ก็จัดการไม่ได้?”

เมื่อฟังคำตำหนิที่เต็มไปด้วยเหตุผลของเขา เธอก็รู้สึกแสบจมูก

เขาคงลืมไปแล้วว่าเธอต่างหากคือภรรยาของเขา!

เขาตำหนิภรรยาของตัวเองเพราะผู้หญิงคนอื่น แล้วเขาที่เป็นสามีก็ไม่ใช่สามีที่ไร้ประโยชน์หรอกเหรอ?

ความมืดมิดยามค่ำคืนบดบังหยาดน้ำตาในดวงตาของเจียงซู่ได้เป็นอย่างดี เธอข่มความเจ็บปวดไว้ในลำคอ “ถ้าคุณกลัวว่าเธออยู่ข้างนอกจะถูกรังแก งั้นก็สร้างกรงทองให้เธอแล้วขังเธอไว้ข้างใน จะได้ไม่มีใครแตะต้องเธอได้”

ความเยาะเย้ยในคำพูดนั้นชัดเจนมาก ซึ่งทำให้โจวซือเหย่เดือดดาลในทันที “เจียงซู่!”

เจียงซู่ถามกลับว่า “ข้อเสนอของฉันมันไม่ดีตรงไหน?”

นี่ไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการหรอกเหรอ? เพื่อปกป้องสมบัติล้ำค่าของเขา

โจวซือเหย่หรี่ตาลง “ทำไมผมไม่เคยรู้เลยว่าจิตใจของคุณมืดมนขนาดนี้”

เจียงซู่แสยะยิ้มอย่างอ่อนแรง ทำไมเธอไม่เคยรู้มาก่อนว่าเขาเลวทรามขนาดนี้

“มีอะไรอีกไหม? ถ้าไม่มี ฉันจะนอนแล้ว”

พูดจบ เธอก็กลับไปนอนเหมือนเดิม โดยไม่รอให้เขาตอบ ดึงผ้าห่มขึ้นคลุมตัวและหันหลังให้เขา

โจวซือเหย่ยังอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่โทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้นเสียก่อน เขามองดูหน้าจอแล้วรับสายไปพร้อมกับเดินไปที่ห้องแต่งตัวเพื่อหยิบเสื้อผ้าไปเปลี่ยน

เวิงอี๋มีอารมณ์ไม่คงที่เพราะเรื่องคืนนี้จนต้องเข้าโรงพยาบาล การที่เขากลับมาก็ตั้งใจจะมาเอาเสื้อผ้าไปเปลี่ยน

เมื่อหลับตาลง การได้ยินก็ยิ่งไวขึ้น เธอได้ยินน้ำเสียงอันอ่อนโยนและปลอบโยนของโจวซือเหย่ ไม่ต้องคิดก็รู้ว่าเป็นใครที่โทรมา

แม้ว่าเธอจะตั้งใจจะหย่าแล้ว แต่การได้เห็นสามีของตัวเองพูดคุยกับผู้หญิงอีกคนอย่างอ่อนโยนต่อหน้าต่อตา เจียงซู่ก็ยังคงรู้สึกเจ็บปวดในใจ

เธอรู้สึกว่าการทุ่มเทตลอดห้าปีในชีวิตแต่งงานของเธอมันเป็นเรื่องตลกสิ้นดี

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 630

    แรงเหวี่ยงของโจวซือเหย่ในครั้งนี้ไร้ซึ่งการออมแรง มันคือการระบายโทสะที่ถูกจุดชนวนขึ้นอย่างป่าเถื่อน ส่งผลให้เซียวซูอี้เสียหลักล้มลงไปกองกับพื้นอย่างหมดสภาพทว่าเธอยังไม่ทันจะหายจากอาการมึนงง เสียงประตูก็ถูกปิดกระแทกใส่หน้าดัง ปัง โจวซือเหย่ตัดขาดเธอออกไปจากโลกของเขาอย่างเลือดเย็นและไร้เยื่อใยร่างของเซียวซูอี้กองอยู่บนพื้น ความเจ็บปวดทางกายเปรียบไม่ได้เลยกับแผลลึกในใจที่กำลังถาโถมม่านน้ำตาที่เอ่อล้นบดบังทัศนียภาพ ก่อนจะร่วงหล่นลงสัมผัสพื้นแตกกระจายออกเป็นเสี่ยง ๆ ป้าเฉินที่เร่งรุดมาตามเสียงเอะอะ จึงทันได้เห็นภาพความน่าเวทนาของหญิงสาวที่กำลังสะอื้นไห้จนตัวโยนเธอเหลือบมองประตูที่ปิดสนิท พลางนึกเสียดายที่ในเวลานี้ไม่มีใครอยู่ชื่นชมบทละครนารีหยาดน้ำตานี้เลยสักคนเดียวในขณะที่คนอื่นกำลังดิ้นรนอยู่กับพายุอารมณ์ที่ถาโถม โจวซือเหย่กลับนิ่งงันดั่งหุ่นยนต์ที่ถูกเซตระบบให้แสดงออกมาเพียงสีหน้าเดียว นั่นก็คือใบหน้าตายด้านไร้ความรู้สึกชุยจี้เหิงมองสภาพกึ่งซากศพของคนตรงหน้าด้วยความระอา หนวดเคราที่ปล่อยให้รกรุงรังบวกกับเสื้อผ้ายับยู่ยี่จนดูเหมือนผ้าขี้ริ้วเช็ดก้นครัว ทำเอาเขาต้องขมวดคิ้วมุ่

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 629

    แค่คืนเดียว ขอแค่เธอทนอีกเพียงคืนเดียวเขาก็จะจัดการทุกอย่างให้จบสิ้น เขาตั้งมั่นว่าพอรุ่งสางจะรีบไปรับเธอออกมาสู่อิสรภาพ และนับจากนี้เขาจะเป็นดั่งเกราะกำบังให้เธอ จะไม่มีใครหน้าไหนบังอาจมารังแกเธอได้อีกต่อไปทว่าเขากลับพลาดไปเพียงก้าวเดียว เพียงก้าวเดียวที่ทำให้เขาต้องสูญเสียเธอไปชั่วนิรันดร์คำพร่ำเพ้อที่เปี่ยมไปด้วยความรักสุดอาลัยที่ดังวนเวียนอยู่ข้างหูนั้น คอยทิ่มแทงหัวใจของเซียวซูอี้ทีละนิดจนร้าวรานไปหมด ปลายจมูกของเธอร้อนผ่าวจนยากจะกลั้นหยาดน้ำตามือที่เคยขยุ้มแขนเสื้อของเขาไว้แน่น ค่อย ๆ คลายออกและโอบรับอ้อมกอดที่ไม่ได้เป็นของเธออย่างเชื่องช้า“เสี่ยวซู่ ผมคิดถึงคุณเหลือเกิน คุณกลับมาหาผมได้ไหม?”“เสี่ยวซู่...”เซียวซูอี้ลอบกลืนก้อนความขมขื่นลงลำคอที่ตีบตัน ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “อาเหย่ นี่ฉันเอง ซูอี้...”เธอไม่ใช่เจียงซู่เสียงกระซิบที่เคยอ่อนหวานพลันเงียบกริบลงในวินาทีนั้น และวินาทีต่อมา ร่างบอบบางกลับถูกผลักออกอย่างแรงจนเสียหลักล้มลงไปกองกับพื้นอย่างไร้ความปรานีโจวซือเหย่ขมวดคิ้วมุ่น แววตาที่เคยอาวรณ์พลันกลายเป็นความรังเกียจเดียดฉันท์ “คุณมาทำอะไรที่นี่? ออก

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 628

    เมื่อวันเวลาล่วงเลยไป ใบหน้าของโจวซือเหย่กลับไร้ซึ่งความมีชีวิตชีวา หลงเหลือเพียงความหม่นทึมที่เกาะกินหัวใจจนยากจะสลัดพ้นเขาละทิ้งการงานและหมกตัวอยู่ในคฤหาสน์จิ่งหยวน เพราะพื้นที่แห่งนี้คือสิ่งเดียวที่ช่วยให้เขาได้สัมผัสถึงตัวตนของเจียงซู่ตราบใดที่ยังได้ล้มตัวลงนอนบนเตียงที่เคยใช้ร่วมกัน ได้สัมผัสข้าวของเครื่องใช้ที่เธอเคยหยิบจับ กลิ่นอายจาง ๆ ที่ยังอบอวลอยู่เหล่านั้นเปรียบเสมือนน้ำหล่อเลี้ยงที่ทำให้เขารู้สึกว่าเธอยังไม่จากไปไหนหากแต่กลิ่นอายเหล่านั้นกลับเริ่มเจือจางลงทุกวัน มันค่อย ๆ เลือนหายไปจนเขาแทบจะไขว่คว้าไว้ไม่ได้อีกแล้ว...“ป้าเฉิน? ป้าเฉิน!”โจวซือเหย่ตะโกนเสียงดังลั่นพลางกอดขวดเหล้าไว้แนบอกป้าเฉินรีบวิ่งกระหืดกระหอบขึ้นบันไดมาทันทีด้วยความตระหนก “ค่ะ คุณผู้ชาย เกิดอะไรขึ้นคะ?”โจวซือเหย่ถลาเข้าไปเอ่ยถามคาดคั้นเสียงเข้ม “ป้าเปลี่ยนปลอกหมอนกับผ้าปูที่นอนใช่ไหม?!”ป้าเฉินเหลือบมองผ้าปูที่นอนที่เริ่มมีรอยยับย่นและไม่เคยได้รับการซักมานานร่วมครึ่งเดือนพลางส่ายหน้าปฏิเสธรัว “ป้าไม่ได้แตะเลยค่ะคุณผู้ชาย”นับตั้งแต่เจียงซู่เกิดเรื่อง ข้าวของทุกอย่างที่เธอเคยสัมผัส ป้าเฉิ

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 627

    สำหรับคุณปู่โจว เมื่อชีวิตดับสูญสิ่งที่หลงเหลืออยู่ก็เป็นเพียงเศษเสี้ยวของอดีตที่ควรกำจัดให้สิ้นซาก การเริ่มต้นชีวิตใหม่ต่างหาก คือสิ่งที่หลานชายของเขาควรทำ!ทว่าเขากลับประเมินค่าความคลั่งของโจวซือเหย่ต่ำไป เพราะไม่ว่าใครหน้าไหนก็ตามที่กล้าบังอาจแตะต้องข้าวของของเจียงซู่แม้เพียงปรายนิ้ว เขาพร้อมจะพุ่งเข้าทำร้ายร่างกายอย่างไม่ไว้หน้าราวกับสัตว์ป่าที่คุ้มคลั่งเนื่องจากคนที่คุณปู่โจวส่งมาล้วนไม่กล้าลงมือโต้กลับ จึงทำได้เพียงหลบหลีกและยอมเป็นกระสอบทรายให้เขาซัดด้วยความจำยอมโจวซือเหย่คำรามสั่งให้คนของเขาเข้าไปล็อกตัวคุณปู่โจวไว้ ก่อนจะจัดการลากตัวออกไปนอกคฤหาสน์ทันทีอย่างเหี้ยมเกริมเมื่อไร้หัวโจกคอยสั่งการ เหล่าบริวารที่เหลือจำต้องถอยร่นออกไปตาม ๆ กันการถูกหลานชายแท้ ๆ ไล่ตะเพิดออกจากบ้านอย่างไม่ไว้หน้า ทำให้คุณปู่โจวโกรธจัดจนหน้าเขียวหน้าแดง สติสัมปชัญญะแทบจะหลุดลอยจนด่าทอออกมาไม่เป็นภาษาหลู่เหยียนลอบปาดเหงื่อพลางมองตามแผ่นหลังของผู้อาวุโสที่กำลังระเบิดเพลิงโทสะอย่างรุนแรงราวกับลาวาที่พวยพุ่งและไหลบ่าพร้อมจะแผดเผาทุกอย่างที่ขวางหน้านี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เขาได้เห็นบอสเสียสติ

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 626

    สุดท้าย โลกก็ต้องโคจรตามเขา พิธีศพของเจียงซู่ก็ถูกรื้อถอนจนสิ้นซากตามความประสงค์ของโจวซือเหย่ เขาประกาศกร้าวต่อหน้าทุกคนด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดว่าเจียงซู่ยังมีชีวิตอยู่ความดื้อรั้นป่าเถื่อนของเขาราวกับกำแพงหนาที่ก่อตัวเพื่อปิดกั้นเสียงของคนทั้งโลก เขามุดตัวอยู่ในโลกอันมืดมิดและเลือกเชื่อเพียงสิ่งที่ใจปรารถนาจะให้เป็นเท่านั้นเมื่อต้องเผชิญกับลูกชายที่สติแตกกระเจิงไปแล้วเช่นนี้ เวินเหยาฉินในฐานะแม่แท้ ๆ ก็หมดปัญญาจะฉุดรั้ง ไม่ว่าเธอจะตบตีหรือด่าทออย่างไรก็ไม่สามารถเรียกสติเขากลับมาได้แม้แต่เศษเสี้ยวโจวซือเหย่ประคองรูปถ่ายของเจียงซู่กลับมายังคฤหาสน์จิ่งหยวน ราวกับเป็นการจูงมือเธอกลับบ้านทันทีที่ป้าเฉินเห็นรูปตั้งหน้าศพในอ้อมกอดของเขา ขอบตาที่เพิ่งแห้งผากก็กลับมาเปียกชื้นอีกครั้งข่าวการจากไปอย่างกะทันหันของเจียงซู่ทำให้เธอแทบสิ้นสติ โลกทั้งใบดูเหมือนจะหมุนเคว้งจนเธอคิดว่าตัวเองหูฝาดไป เหตุใดถึงด่วนจากไปเช่นนี้?คุณผู้หญิงแสนดีที่ยังมีอนาคตอีกยาวไกลเช่นนั้น ทำไมโชคชะตาถึงได้ใจร้ายพรากเธอไปก่อนเวลาอันควรเช่นนี้เมื่อนึกถึงใบหน้าอันอ่อนโยนดวงนั้น ก้อนเนื้อในอกพลันบีบรัดจนรู้สึกปวดร้าว

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 625

    “เจียงซู่ยังไม่ตาย ใครอนุญาตให้จัดงานศพให้?”ท่ามกลางซากความพินาศของงานศพ ความจริงประจักษ์แก่สายตาทุกคนในวินาทีนั้นว่า เขาไม่ได้เกลียดเธอจนตามมาทำลายงาน แต่นี่คืออาการของคนหัวใจสลายที่ยอมรับความตายของเธอไม่ได้เลยต่างหากสภาพของโจวซือเหย่ที่ตัวสั่นเทิ้มในชุดผู้ป่วยซีดเซียวเป็นสิ่งที่ฟ้องชัดแก่ผู้คน ณ ที่แห่งนี้ว่า เขายอมรับความจริงไม่ได้จนเริ่มเสียสติไปแล้วทว่าอาการคลุ้มคลั่งที่เกิดขึ้นเบื้องหน้า กลับไม่ได้ทำให้หลู่เหยียนรู้สึกแปลกใจเลยแม้แต่น้อยเขารู้จักเจ้านายคนนี้ดีกว่าใคร สำหรับคนอย่างโจวซือเหย่ ถ้าไม่คลุ้มคลั่งขนาดนี้สิ ถึงจะเรียกว่าผิดปกติโจวซือเหย่โอบกอดรูปถ่ายหน้าศพไว้แนบอก ปลายนิ้วสั่นเทาลูบไล้ใบหน้าของหญิงสาวในรูปอย่างแผ่วเบา ราวกับกำลังสัมผัสผิวหนังอันนุ่มนวลของคนที่มีชีวิตอยู่จริง ๆ แววตาของเขาฉายชัดถึงความรักอันลึกซึ้งที่บิดเบี้ยวจนเกินเยียวยา “หลู่เหยียน รื้อทุกอย่างที่นี่ทิ้งให้หมด!”เขาไม่ต้องการให้เจียงซู่ต้องมาแปดเปื้อนกับสิ่งของอัปมงคลพวกนี้แม้แต่นิดเดียวหลู่เหยียนทำเพียงนิ่งรับคำสั่ง งานกู้ซากที่ไม่มีวันจบสิ้นแบบนี้กลายเป็นกิจวัตรไปแล้ว ทุกวันนี้การทำงานข

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 537

    เมื่อก่อน เพียงแค่ได้ยินว่าเธอไม่สบาย เขาก็จะรีบรุดมาหาโดยไม่รั้งรอ มักจะปรากฏตัวเป็นคนแรกและมอบความห่วงใยให้ทั้งหมดที่มีทว่าในยามนี้... เขาทำได้เพียงนึกแค้นใจ ที่ตัวเองไม่ได้ตายให้ช้ากว่านี้เวิงอี๋กระตุกยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยัน ช่างเป็นความจริงที่น่าสมเพชเสียจริงโจวซือเหย่ไม่ได้เดินเข้าไปใกล้เ

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 493

    สาม ในฐานะผู้บริหารสูงสุดของกั่งรุ่ยและในฐานะพลเมืองที่ยึดมั่นในหลักนิติธรรม เขายินดีอย่างยิ่งที่จะเปิดกว้างให้สาธารณชนเข้ามาร่วมตรวจสอบและเฝ้าสังเกตการณ์อย่างโปร่งใสด้วยภาพลักษณ์อันน่าเชื่อถือและทรงอิทธิพลของกั่งรุ่ย สถานการณ์ที่เคยตึงเครียดพลันพลิกผันไปราวกับหน้ามือเป็นหลังมือ ประกอบกับการที่เจ้

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 517

    ทันทีที่ฟังถ้อยคำใจดำนั้นจบ ใบหน้าที่เดิมทีก็ดูซูบซีดไร้สีเลือดของโจวซือเหย่กลับยิ่งบิดเบี้ยวดูน่าเกลียดลงไปอีก บรรยากาศรอบกายเขาแผ่ซ่านด้วยความหนาวเหน็บจนป้าเฉินถึงกับต้องหดคอโจวซือเหย่ยื่นมือที่สั่นน้อย ๆ ออกไปพลางเอ่ยสั่งเสียงต่ำลึก “เอาโทรศัพท์มาให้ผม”ป้าเฉินไม่กล้าชักช้า รีบส่งโทรศัพท์ให้เข

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 494

    ท่ามกลางกระแสข่าวที่กำลังเชี่ยวกราก สถานีตำรวจได้ออกมาแถลงการณ์อย่างเป็นทางการด้วยพื้นหลังน้ำเงินเคร่งขรึม เนื้อความยืนยันชัดเจนว่าอาการป่วยทางจิตของเจียงซู่นั้นคือความจริง และทุกข้อกล่าวหาที่เธอสาดส่องลงบนโซเชียลล้วนเป็นเพียงความฟุ้งซ่านจากอาการทางประสาทบัดนี้ทางตำรวจได้ประสานส่งตัวเธอมอบให้แก่คร

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status