Share

บทที่ 7

Penulis: คุณชายสายฝน
ความเงียบของเธอ ในสายตาของโจวซือเหย่ มันคือการยอมรับโดยปริยาย

หลายวันมานี้ เธอก็ทำตัวไร้เหตุผลกับเขาเพราะเรื่องของเวิงอี๋ การที่เธอผลักเวิงอี๋เข้าไปในกองไฟ ยิ่งทำให้โจวซือเหย่ไม่พอใจเธอเป็นอย่างมาก

เวิงอี๋ร้องไห้เสียใจอย่างหนักจนแทบจะยืนไม่ไหว ซบในอ้อมกอดของโจวซือเหย่ ราวกับว่าเธอถูกเอารัดเอาเปรียบอย่างมาก

“ซือเหย่ ฉันอยากกลับบ้าน”

โจวซือเหย่หันมามองเจียงซู่ด้วยสายตาเย็นชาแวบหนึ่ง โดยไม่พูดอะไรอีก แต่ประคองอีกฝ่ายขึ้นรถแล้วขับออกไป

เจียงซู่รู้สึกจุกแน่นในใจเมื่อถูกเขามอง

เมื่อมองดูรถหรูที่ขับห่างไกลออกไป เพื่อนร่วมงานฝ่ายประชาสัมพันธ์ก็เดินเข้ามาหาอย่างวิตกกังวล “เจียงซู่ เธอว่าท่านประธานโจวจะไล่พวกเราทั้งหมดออกเพราะเถ้าแก้เนี้ยหรือเปล่า?”

คำว่า 'เถ้าแก้เนี้ย' แทงเข้ากลางใจเธออีกครั้ง

ขนาดนี้แล้ว เขายังบอกว่าเวิงอี๋เป็นแค่น้องสาวของเขา

น้องสาวคนไหนจะสำคัญกว่าภรรยาอย่างเธอได้?

เจียงซู่พูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “ใครจะไปรู้”

อย่างไรก็ตาม เธอกำลังจะลาออกอยู่แล้ว ไม่ว่าจะถูกไล่ออกหรือไม่ ก็ไม่สำคัญสำหรับเธออีกต่อไป

พวกเขาแยกย้ายกันที่หน้าโรงแรม จากนั้นเจียงซู่ก็นั่งรถกลับบ้านที่คฤหาสน์จิ่งหยวน

ทันทีที่เข้าไปในบ้าน ป้าอู๋และป้าเฉินก็ออกมาต้อนรับ

ทันทีที่ได้กลิ่นเหล้าที่บนตัวเธอ ป้าเฉินก็รีบไปชงชาแก้เมา ส่วนป้าอู๋ก็เริ่มตำหนิเธอ “ทำไมถึงดื่มเหล้าเยอะขนาดนี้? ช่วงเตรียมตัวตั้งครรภ์ดื่มเหล้าไม่ได้ คุณผู้หญิงไม่รู้เหรอคะ?”

“ถ้าคุณยังทำร้ายตัวเองแบบนี้ต่อไป คุณนายจะอุ้มหลานชายตอนไหนละคะ? แล้วบ้านใหญ่จะมีทายาทตอนไหน?”

เจียงซู่ไม่แปลกใจกับทัศนคติของป้าอู๋เลย ก็ใครใช้ให้เธอมาพร้อมกับคำสั่งพิเศษล่ะ

เจียงซู่รู้สึกปวดหัว ไม่อยากพูดอะไรมาก อยากจะรีบขึ้นไปพัก “ต่อไปจะไม่ดื่มแล้วค่ะ”

พูดจบเธอก็เตรียมจะเดินขึ้นชั้นบน

แต่ป้าอู๋กลับเรียกเธอไว้ “ฉันอุ่นซุปบำรุงไว้ในครัวแล้ว คุณผู้หญิงดื่มก่อนแล้วค่อยไปพักนะคะ”

เธอรู้ดีว่าถ้าเธอไม่ดื่ม ป้าอู๋จะต้องโทรหาเวินเหยาฉินเป็นคนแรกอย่างแน่นอน

เมื่อซุปบำรุงหนึ่งชามลงท้อง เจียงซู่รู้สึกอิ่มแน่นไปหมด คืนนี้เธอทั้งดื่มเหล้าและซุป ตอนนี้ท้องของเธอเต็มไปด้วยน้ำ

เมื่อหลุดพ้นจากปากเสือได้ ในที่สุดเธอก็สามารถขึ้นไปหายใจบนชั้นสองได้

ณ ห้องนอน

ขณะที่เจียงซู่มองดูห้องที่เงียบสงบ ภาพที่เวิงอี๋และโจวซือเหย่กอดกันก็ผุดขึ้นมาในหัวของเธอ ทันใดนั้นเธอก็พลันรู้สึกเปรี้ยวในลำคอ และรู้สึกท้องปั่นป่วนราวกับคลื่นลมแรง ก่อนจะทรุดตัวลงข้างชักโครกและอาเจียนออกมาจนหมดทันที

ที่อ่างล้างหน้า เจียงซู่ตักน้ำบ้วนปาก เช็ดคราบน้ำบนคางออก แล้วใช้มือทั้งสองข้างยันอ่างล้างหน้าไว้ ตัวเธอในกระจกมีดวงตาสีแดงก่ำเนื่องจากปฏิกิริยาทางร่างกาย

เจียงซู่เป็นคนสวยมาก เป็นความงามที่น่าทึ่งเมื่อแรกเห็น ในแง่ของรูปลักษณ์ภายนอก จริงๆ แล้วเวิงอี๋สู้เธอไม่ได้ และแตกต่างจากความเยือกเย็นตามปกติ ตอนนี้ใบหน้าขาวเนียนเปล่งปลั่งกลับดูน่าเวทนา จนใครเห็นก็อดสงสารไม่ได้

แต่จะมีประโยชน์อะไร?

ความอ่อนแอของคนที่ตัวเองรักคืออาวุธ แต่ความอ่อนแอของคนที่น่ารังเกียจมีแต่จะทำให้คนอื่นยิ่งรำคาญมากขึ้น และเห็นได้ชัดว่าเธอเป็นแบบนั้นในสายตาของโจวซือเหย่

หลังจากอาบน้ำเสร็จ เธอก็เข้านอน

เธอยังคงขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม ซึ่งเป็นท่าที่เธอรู้สึกสบายที่สุด

โจวซือเหย่ที่กลับมาถึงบ้านตอนกลางดึกไม่ได้สนใจป้าเฉินที่เดินเข้ามาต้อนรับเลย แต่ตรงขึ้นไปชั้นบนทันที

ผ้าม่านในห้องนอนไม่ได้ถูกปิด แสงจันทร์จากข้างนอกจึงส่องเข้ามาอย่างเต็มที่ ซึ่งทำให้เขามองเห็นเจียงซู่ที่หลับใหลได้อย่างชัดเจน

ใบหน้าเล็กเท่าฝ่ามือนั้นซ่อนอยู่ใต้ผ้าห่มครึ่งหนึ่ง นี่คือท่านอนประจำของเธอ

ภายใต้ผ้าห่มที่บางเบา รูปร่างของเธอเผยออกมาอย่างชัดเจน อากาศภายในห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมจาง ๆ นั่นคือกลิ่นเฉพาะตัวของเจียงซู่

เมื่อสายตาของเขาจับจ้องไปที่เอวเรียวบางเฉียบของเธอ ดวงตาของเขาก็มืดสลัวโดยไม่รู้ตัว แม้แต่ปลายนิ้วของเขายังคงรู้สึกถึงความนุ่มนวลนั้น

โจวซือเหย่รู้ดีว่าร่างกายนี้ยั่วยวนแค่ไหน มือของเขาหล่นลงบนผ้าห่มโดยไม่ตั้งใจ

เจียงซู่ที่กว่าจะหลับจู่ ๆ ก็ฝันร้าย เธอฝันว่าตัวเองถูกสัตว์ป่าไล่ล่า เขี้ยวที่น่ากลัวดูเหมือนจะกัดกินเธอทั้งเป็น เธอตกใจและรีบวิ่งหนีเอาชีวิตรอด แต่แล้วเธอก็เหยียบพลาดและตกลงไป ทันใดนั้นเธอก็ตื่นขึ้นมาจากความฝันทันที

เมื่อลืมตาขึ้น เธอก็เห็นโจวซือเหย่ที่ข้างเตียง เธอก็ลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็วและกอดเขาไว้

“ที่รัก ฉันฝันร้าย”

สัตว์ประหลาดกินคนในฝันน่ากลัวมาก ทำให้เจียงซู่รู้สึกเหมือนตัวเองเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์จริง

ร่างกายของโจวซือเหย่แข็งทื่อไปชั่วขณะ มือที่ลอยอยู่กลางอากาศตบตัวเธอที่สั่นเทาเบา ๆ

เวลาผ่านไป เจียงซู่ก็ค่อย ๆ ได้สติ และก็เพิ่งรู้ว่าคนที่เธอกอดอยู่คือคนจริง ๆ ร่างกายที่อ่อนนุ่มของเธอก็ค่อย ๆ แข็งทื่อขึ้น

นอกเหนือจากช่วงเวลาบนเตียงแล้ว ความจริงพวกเขาไม่ค่อยกอดกัน เพราะโจวซือเหย่ไม่ชอบ

เจียงซู่ถอยออกไปเพื่อเว้นระยะห่างจากเขา และถามจากจิตใต้สำนึกว่า “คุณกลับมาทำไม?”

เวิงอี๋ดูเศร้าและเจ็บปวดขนาดนั้น เธอคิดว่าโจวซือเหย่จะอยู่ปลอบใจอีกฝ่ายตลอดทั้งคืนเสียอีก

เจียงซู่ถอยออกไป แต่ไม่ได้ทำให้กลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่เธอทิ้งไว้จางหายไปเลย แต่คำพูดของเธอก็เตือนให้เขานึกถึงจุดประสงค์ของการกลับมา

“คุณยังสามารถนอนหลับได้อย่างไร้ความรู้สึกผิด”

เจียงซู่ “?”

ทำไมเธอจะนอนไม่ได้?

โจวซือเหย่ “คุณรู้ไหมว่าเวิงอี๋เคยมีประสบการณ์ที่ไม่ดีเกี่ยวกับเรื่องนี้มาก่อน และเพราะคุณ ตอนนี้โรคเก่าของเธอก็เลยกำเริบ และอาการของเธอก็ไม่ค่อยดีด้วย”

เจียงซู่ยังไม่ทันได้ลิ้มรสความอบอุ่นของอ้อมกอดนี้ ก็ถูกคำพูดของเขาทำร้ายจนหัวใจเย็นชาลง

เธอมองเห็นความกังวลที่แปลกแยกบนใบหน้าที่คุ้นเคยของเขา

เธอไม่รู้ว่าเป็นเพราะตกใจตื่นกะทันหันหรือไม่ แต่เธอรู้สึกเหมือนหัวใจถูกทิ่มแทงด้วยของมีคม

“นี่คือเหตุผลที่คุณกลับมาใช่ไหม?”

คิ้วของโจวซือเหย่ขมวดแน่น “ผมบอกแล้วว่าเวิงอี๋เป็นแค่น้องสาวของผม เธอไม่ได้เป็นภัยคุกคามต่อคุณเลย ทำไมคุณถึงเอาแต่จ้องเล่นงานเธอ?”

เจียงซู่จ้องมองสีหน้าที่มีชีวิตชีวาเพราะความโกรธของเขาอย่างเงียบ ๆ แล้วก็เพิ่งรู้ว่านอกจากใบหน้าที่ตายด้านแล้ว เขาก็มีอารมณ์อย่างอื่นเหมือนกัน

น้องสาวอีกแล้ว

ตอนนี้เธอเกลียดคำว่า 'น้องสาว' เข้ากระดูกดำ

“ฉันไปจ้องเล่นงานอะไรเธอ?” เจียงซู่ถามกลับอย่างใจเย็น “โครงการนี้คุณเป็นคนให้เธอ งานของฉันก็เธอเป็นคนจัดการ เมื่อก่อนคุณบอกเองไม่ใช่เหรอว่าที่ทำงานไม่ใช่สวนสนุก ถ้าเธอรู้สึกถูกเอาเปรียบ ก็ไม่รู้จักแก้ปัญหาด้วยตัวเองเหรอ?”

โจวซือเหย่เอ่ย “ที่เธอเรียกคุณไป นั่นเป็นเพราะเธอเห็นความสามารถของคุณ”

งั้นเธอก็ต้องขอบคุณเวิงอี๋ที่มองเห็นความสามารถของเธอสินะ

โจวซือเหย่พูดต่อว่า “บริษัทฝึกฝนคุณมาตั้งหลายปี คุณมากินเงินเดือนฟรีอย่างงั้นเหรอ? แค่วิกฤตเล็ก ๆ น้อย ๆ แค่นี้ก็จัดการไม่ได้?”

เมื่อฟังคำตำหนิที่เต็มไปด้วยเหตุผลของเขา เธอก็รู้สึกแสบจมูก

เขาคงลืมไปแล้วว่าเธอต่างหากคือภรรยาของเขา!

เขาตำหนิภรรยาของตัวเองเพราะผู้หญิงคนอื่น แล้วเขาที่เป็นสามีก็ไม่ใช่สามีที่ไร้ประโยชน์หรอกเหรอ?

ความมืดมิดยามค่ำคืนบดบังหยาดน้ำตาในดวงตาของเจียงซู่ได้เป็นอย่างดี เธอข่มความเจ็บปวดไว้ในลำคอ “ถ้าคุณกลัวว่าเธออยู่ข้างนอกจะถูกรังแก งั้นก็สร้างกรงทองให้เธอแล้วขังเธอไว้ข้างใน จะได้ไม่มีใครแตะต้องเธอได้”

ความเยาะเย้ยในคำพูดนั้นชัดเจนมาก ซึ่งทำให้โจวซือเหย่เดือดดาลในทันที “เจียงซู่!”

เจียงซู่ถามกลับว่า “ข้อเสนอของฉันมันไม่ดีตรงไหน?”

นี่ไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการหรอกเหรอ? เพื่อปกป้องสมบัติล้ำค่าของเขา

โจวซือเหย่หรี่ตาลง “ทำไมผมไม่เคยรู้เลยว่าจิตใจของคุณมืดมนขนาดนี้”

เจียงซู่แสยะยิ้มอย่างอ่อนแรง ทำไมเธอไม่เคยรู้มาก่อนว่าเขาเลวทรามขนาดนี้

“มีอะไรอีกไหม? ถ้าไม่มี ฉันจะนอนแล้ว”

พูดจบ เธอก็กลับไปนอนเหมือนเดิม โดยไม่รอให้เขาตอบ ดึงผ้าห่มขึ้นคลุมตัวและหันหลังให้เขา

โจวซือเหย่ยังอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่โทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้นเสียก่อน เขามองดูหน้าจอแล้วรับสายไปพร้อมกับเดินไปที่ห้องแต่งตัวเพื่อหยิบเสื้อผ้าไปเปลี่ยน

เวิงอี๋มีอารมณ์ไม่คงที่เพราะเรื่องคืนนี้จนต้องเข้าโรงพยาบาล การที่เขากลับมาก็ตั้งใจจะมาเอาเสื้อผ้าไปเปลี่ยน

เมื่อหลับตาลง การได้ยินก็ยิ่งไวขึ้น เธอได้ยินน้ำเสียงอันอ่อนโยนและปลอบโยนของโจวซือเหย่ ไม่ต้องคิดก็รู้ว่าเป็นใครที่โทรมา

แม้ว่าเธอจะตั้งใจจะหย่าแล้ว แต่การได้เห็นสามีของตัวเองพูดคุยกับผู้หญิงอีกคนอย่างอ่อนโยนต่อหน้าต่อตา เจียงซู่ก็ยังคงรู้สึกเจ็บปวดในใจ

เธอรู้สึกว่าการทุ่มเทตลอดห้าปีในชีวิตแต่งงานของเธอมันเป็นเรื่องตลกสิ้นดี
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 433

    โจวซือเหย่กุมมือเธอไว้แน่น ประคองไว้ด้วยอุ้งมือหนาที่ร้อนจัด “มีผมอยู่ทั้งคน ผมจะปกป้องคุณกับลูกเอง”สัมผัสจากเขานั้นอุ่นวาบ ทว่าเจียงซู่กลับรู้สึกหนาวเหน็บไปถึงกระดูกดำ ราวกับถูกงูพิษเย็นชืดเลื้อยผ่าน ผิวหนังที่ถูกเขาแตะต้องเริ่มร้อนรุ่มและเจ็บแปลบ คล้ายกำลังถูกพิษร้ายกัดกร่อนจนไหม้เกรียมเจียงซู่สะบัดมือออกจากการเกาะกุมนั้นอย่างแรง เธอถอยกรูดราวกับเห็นสัตว์มีพิษร้ายตัวฉกาจโจวซือเหย่น่ากลัวเกินไป ทั้งความแข็งกร้าว ความอำมหิต ความลำเอียง หรือแม้แต่ความใส่ใจที่เขาหยิบยื่นให้ในตอนนี้ แท้จริงแล้วมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวบุคคลเลย แต่มันขึ้นอยู่กับกระแสอารมณ์ที่แปรปรวนของเขาเพียงอย่างเดียว ไม่มีใครที่มีค่าพอสำหรับเขาจริง ๆ ในวินาทีนั้นเอง เจียงซู่เพิ่งตระหนักชัดว่า ผู้ชายคนนี้ไม่เคยรักใครเลย คนเดียวที่เขารักมาตลอด คือ ตัวเขาเอง ใครก็ตามที่กล้าทำลายสิ่งที่เขากำลังให้ค่า เขาจะกวาดล้างทุกคนอย่างไม่เลือกหน้าโดยไม่สนหน้าไหนทั้งสิ้นเจียงซู่เอนกายถอยห่างเพื่อสร้างระยะพ้นภัยจากเขาด้วยท่าทีต่อต้านอย่างรุนแรง “โจวซือเหย่ คุณอยู่ห่าง ๆ จากฉันเถอะ นั่นแหละคือการปกป้องที่ดีที่สุดสำหรับฉันแล้ว”

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 432

    “ผมแนะนำให้คุณรับเงินนี่ไว้ดีกว่าครับ ธุรกิจของพ่อคุณกำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย เงินก้อนนี้อาจเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ช่วยต่อลมหายใจให้ธุรกิจก็ได้ครับ”สิ้นประโยคที่แสนเย็นชาพอกับสายตาของหลู่เหยียนนั้น เขาหมุนตัวเดินจากไปโดยไม่คิดจะรั้งรอแม้แต่วินาทีเดียวไช่หลานปรี่เข้าไปหาลูกสาวด้วยความตื่นตระหนก “เสี่ยวอี๋ นี่มันเรื่องอะไรกันแน่? ทำไมลูกถึงต้องมาตกอยู่ในสภาพนี้?”เวิงอี๋หน้าซีดเผือด ทว่าดวงตากลับแดงก่ำรื้นไปด้วยหยาดน้ำตา เธอกลั้นสะอื้นจนตัวโยกก่อนจะโพล่งออกมาด้วยเสียงสั่นเครือ “ลูกของหนูไม่อยู่แล้ว! เขาพรากลูกไปจากหนูแล้ว!”คำบอกเล่านั้นเปรียบเสมือนสายฟ้าฟาดลงกลางใจ ไช่หลานหน้าถอดสี ร่างทั้งร่างชาวาบในทันทีทำไมเรื่องมันถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้?ท่ามกลางความโศกเศร้า เปลวไฟแห่งความเคียดแค้นเริ่มสุมทรวงเวิงอี๋ เธอเกลียดความไร้เยื่อใยของโจวซือเหย่สุดหัวใจที่ผ่านมาเขาเคยพะเน้าพะนอตามใจเธอมากยิ่งกว่าใครไม่ใช่หรือ? แล้วทำไมมาวันนี้ถึงได้สวมวิญญาณคนใจดำอำมหิตเช่นนี้? ก็แค่เด็กเพียงคนเดียว ทำไมเขาถึงปล่อยให้เลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเองลืมตาดูโลกไม่ได้?เพียงเพราะเจียงซู่ก็กำลังตั้งครรภ์อย่าง

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 431

    “อะไรนะ?!”เวิงอี๋เบิกตาโพลงด้วยความตกใจ เธอไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยินเมื่อครู่เลย เธอถึงขั้นคิดสงสัยว่าตนอาจจะหูฝาดไปหรือเปล่าหลู่เหยียนไม่ได้แยแสกับปฏิกิริยาของเธอเลยแม้แต่น้อย เขาหันไปกำชับกับคุณหมอด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “คุณหมอเตรียมการได้เลยครับ”เมื่อได้ยินคำสั่งการที่หลุดออกมาจากปากของหลู่เหยียนเมื่อครู่ ราวกับเป็นการดึงสติที่พร่าเลือนของเธอกลับมาสู่ความเป็นจริงที่แสนเจ็บปวดว่า เธอไม่ได้หูฝาด ใบหน้าของเวิงอี๋พลันเปลี่ยนสีในฉับพลัน “กล้าดียังไงมาแตะต้องฉัน พี่ซือเหย่ไม่ปล่อยพวกแกไว้แน่” หลู่เหยียนมองเธอด้วยสายตาเหยียดหยามราวกับกำลังมองคนโง่เขลาคนหนึ่งที่ยังจมปลักอยู่กับความเพ้อฝัน “คุณคิดว่าถ้าประธานโจวไม่สั่ง ผมจะขยันถึงขั้นยอมสละเวลามาที่นี่กับคุณงั้นเหรอครับ?”เธอคิดว่าตัวเองเป็นใคร? เธอสำคัญตัวเองผิดไปว่าเขาจะยอมเสียเวลามาปรนนิบัติเธอด้วยความเต็มใจอย่างนั้นหรือสิ้นประโยคนั้นของเขา ใบหน้าของเวิงอี๋ก็ซีดเผือดลงทันที เธอได้แต่พึมพำอย่างไม่ยอมรับความจริงที่รับรู้ “ไม่มีทาง! พี่ซือเหย่ไม่มีวันทำแบบนี้กับฉัน! พี่ซือเหย่ตกลงแล้วว่าจะให้ฉันเก็บเด็กไว้ นายโกหก พี่ซือเหย่ไม่ม

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 430

    ลูกหลานตระกูลโจวทุกคนล้วนต้องไปเรียนต่อต่างประเทศ แต่เธอเคยบอกไว้ตั้งนานแล้วว่าเธอจะไม่ไป และพวกเขาก็รับปากเป็นมั่นเหมาะ ทว่าตอนนี้กลับกลายเป็นคนไม่รักษาคำพูดเสียอย่างนั้นเมื่อได้ยินเช่นนั้น ขนตาของเวิงอี๋สั่นระริกพลางเอ่ยถามอย่างระแวดระวัง “พี่ซือเหย่พูดเพราะกำลังโกรธอยู่หรือเปล่า?”“ไม่ใช่ค่ะ”ถ้ามันเป็นแค่คำพูดประชดประชันก็คงดี แต่นี่เห็นชัด ๆ ว่าพี่ชายเธอเอาจริง!นัยน์ตาของเวิงอี๋หม่นแสงลง เจียงซู่มีความสำคัญในใจของโจวซือเหย่ขนาดนี้เลยหรือ? กระทั่งโจวหว่านซินที่เป็นน้องสาวแท้ ๆ ยังต้องถอยไปอยู่อันดับหลังเธอ!ขนาดโจวหว่านซินยังถูกเนรเทศไปไกลขนาดนั้น แล้วหมากในมือเธอตัวนี้ก็คงต้องเสียเปล่า ดูท่าเธอคงต้องหาโอกาสลงมือกับเจียงซู่ใหม่อีกครั้งเมื่อคิดได้ดังนั้น เวิงอี๋ก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาทันทีช่วงนี้ไม่มีเรื่องไหนราบรื่นเลยจริง ๆพอนึกถึงชะตากรรมของโจวหว่านซิน เธอก็อดกังวลไม่ได้ว่า ในเมื่อเขาโกรธเคืองน้องสาวแท้ ๆ ได้ขนาดนั้น เขาจะสงสัยไหมว่าเธอเป็นคนคอยยุยงอยู่เบื้องหลัง?เพราะเรื่องที่เธอไปพบกับโจวหว่านซินนั้น แค่สืบดูก็รู้ความจริงแล้วทว่าความคิดที่วูบไหวขึ้นมานั้นก็ถูกกด

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 429

    ถ้าไม่มีอะไร อยู่ดี ๆ เธอคงไม่ไปที่จิ่งหยวน และคงไม่ไปหาเจียงซู่ด้วยโจวหว่านซินสบเข้ากับดวงตาที่แผ่กลิ่นอายกดดันของโจวซือเหย่ เธอพยายามปลุกปลอบขวัญตัวเองพลางเอ่ยตัดพ้อด้วยความน้อยใจ “เรื่องวันนี้มันเป็นแค่อุบัติเหตุ หนูไม่ได้ตั้งใจสักหน่อย ขาหนูเองก็เจ็บจนเดินกะเผลกแล้ว พี่จะมาดุด่าอะไรหนูนักหนา?”ทว่าโจวซือเหย่ในยามนี้กลับไร้ซึ่งความอ่อนโยนดังวันวาน เขาเอ่ยเสียงเฉียบขาด “ที่ขาพิการนั่นไม่ใช่ว่าเธอทำตัวเองหรอกเหรอ?”“พี่คะ—”โจวหว่านซินคราวนี้ไม่ได้แสร้งบีบน้ำตา แต่เธอเสียใจจริง ๆ พี่ชายพูดกับเธอแบบนี้ได้อย่างไร?โจวซือเหย่ขมวดคิ้วมุ่น เอ่ยเสียงเข้ม “อย่ามาพูดไร้สาระกับพี่!”“...”โจวหว่านซินใจสั่นวูบ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับโจวซือเหย่ที่กำลังเดือดจัด เธอก็อดที่จะหวาดกลัวไม่ได้“พูดมา!”เมื่อถูกคาดคั้นหนักเข้า โจวหว่านซินก็ยื่นปากออกมาอย่างแง่งอนก่อนจะโพล่งว่า “หนูก็แค่ไม่ชอบขี้หน้ายัยนั่น! แค่เพราะยัยนั่นท้อง ทุกคนก็เอาแต่รุมล้อมเอาใจยัยนั่นจนเมินหนูไปหมด หนูอิจฉานี่!”สิ้นเสียงนั้น โจวซือเหย่ยังไม่ทันได้อ้าปาก เวินเหยาฉินก็เอื้อมมือไปจิ้มหน้าผากลูกสาวพลาง

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 428

    สิ้นคำพูดนั้น โจวหว่านซินก็เหมือนถูกจี้เข้าที่จุดตาย สีหน้าของเธอในตอนนี้เกินกว่าจะใช้คำว่าดูไม่ได้มาบรรยายแล้ว ขอบตาทั้งสองข้างแดงก่ำ ราวกับว่าน้ำตาจะร่วงหล่นลงมาในวินาทีถัดไปยามที่โจวซือเหย่ตามใจ เธอจะเอาแต่ใจแค่ไหนก็ได้ตามอำเภอใจ แต่เมื่อเขาเริ่มใช้อำนาจสยบ เธอก็ไม่มีปัญญาจะขัดขืนได้เลยโจวหว่านซินคุกเข่าลงเบื้องหน้าเตียงของเจียงซู่ด้วยความอัปยศอดสู ทว่าในส่วนลึกของดวงตากลับซ่อนเร้นความเกลียดชังที่มีต่ออีกฝ่ายเอาไว้เจียงซู่สัมผัสถึงความเกลียดชังนั้นได้อย่างชัดเจน เธอจึงเอ่ยกับโจวซือเหย่ตรง ๆ ว่า “คุณจะเล่นละครหรืออยากจะสั่งสอนกันจริง ๆ ก็ตาม ไม่ต้องมาทำโชว์ต่อหน้าฉันหรอก ฉันไม่รับมุกนี้”อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในวันนี้ จะเป็นเรื่องบังเอิญหรือจงใจวางแผนไว้ เธอย่อมดูออกโจวหว่านซินคิดว่าการยอมเอาตัวเองมาเสี่ยงจะช่วยให้พ้นจากข้อสงสัยได้งั้นเหรอ? เธออาจจะเป็นคนโง่ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าคนอื่นจะโง่ตามไปด้วยเจียงซู่แค่นหัวเราะพลางกล่าวต่อ “คุณไม่ต้องมาทำเป็นแสนดีเสแสร้งแบบนี้หรอก ฉันไม่แจ้งความ และคุณก็ไม่ต้องกลัวว่าตำรวจจะมาลากตัวเธอไป อีกอย่าง ต่อให้ฉันแจ้งความจริง ๆ มีคุณอยู่ท

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status