Share

บทที่ 5

Penulis: คุณชายสายฝน
คำพูดบิดเบือนพวกนั้นออกมาจากปากของเด็กกลุ่มนั้น แต่เจียงซู่กลับไม่ได้รู้สึกแปลกใจเลยแม้แต่น้อย

จะให้คนบลู่ลี่มาพูดโดยใช้หลักของเหตุและผล มันเป็นเรื่องเหลวไหลสิ้นดี

“ช่วยด้วย...”

เด็กหนุ่มที่ตกลงไปในน้ำว่ายน้ำไม่เป็น ซึ่งตอนนี้เขากำลังดิ้นรนอยู่เพื่อเอาตัวรอดอยู่ในน้ำ

เหล่าบรรดาเด็กหนุ่มสาวที่ยืนอยู่บนฝั่งไม่มีใครคิดจะลงไปช่วยเลยสักคน แถมยังเริ่มสั่งการด้วยว่า “แกยังไม่รีบลงไปช่วยขึ้นมาอีก ถ้าฉินควานเป็นอะไรไป ตระกูลฉินไม่ปล่อยแกไว้แน่!”

เจียงซู่มองดูคนที่กำลังตะเกียกตะกายดิ้นรนอยู่ในน้ำ และสุดท้ายก็เป็นเธอที่เป็นคนลงมือ

ประโยคสุดท้ายของเด็กคนนั้นเป็นแรงกดดันที่ทำให้เธอเริ่มเกิดหวาดกลัว เพราะถ้าเด็กนั่นเกิดเป็นอะไรขึ้นมาจริง ๆ และต้องอยู่ภายใต้คำให้การของเด็กกลุ่มนี้แล้วนั่น เธอก็จะกลายเป็นฆาตกรที่สังหารผู้เยาว์ทันที

พวกเด็กเหล่านั้นที่อยู่เหนือฟ้าและกฎหมายกล้าทำอย่างนั้นจริง ๆ

ถ้าหากเหตุการณ์มันมาถึงจุดนั้นจริง ไม่ว่าจะเป็นการประนีประนอมยอมความ หรือการปกป้องตัวเอง หรือแม้แต่การชดใช้พร้อมคำขอโทษ สุดท้ายเธอก็เป็นผู้ถูกทอดทิ้งอยู่ดี

เพราะโจวซือเหย่ไม่มีทางต้องการภรรยาที่เป็น ‘ฆาตกร’

เธอมองไปยังโจวหว่านซินที่กำลังมองเธอด้วยสีหน้าสนุกสนาน มองดูเธอถูกกลั่นแกล้งตามกระบวนการที่ได้วางไว้อย่างพึงพอใจ

เจียงซู่วางกระเป๋าไวที่ริมฝั่ง ก่อนจะเริ่มถอดรองเท้าพร้อมกับกระโดดลงไปช่วยอย่างรวดเร็ว

แต่เธอประเมินความแสบของเด็กพวกนี้ต่ำไป เดิมทีเด็กหนุ่มที่กำลังต้องการความช่วยเหลือ จู่ ๆ ก็เคลื่อนไหวคล่องแคล่วราวกับปลาไหล และจับคนตรงหน้าที่ตั้งใจจะมาช่วยชีวิตกดลงน้ำ

ด้วยความที่เจียงซู่ไม่ทันได้ตั้งตัว จึงสำลักน้ำอย่างรุนแรง

“แค่ก แค่ก...”

ใบหน้าของเด็กหนุ่มฉีกยิ้มด้วยความร้ายกาจอย่างเห็นได้ชัด

เจียงซู่ได้แต่มองดูเด็กผู้ชายคนนั่นว่ายน้ำขึ้นไปบนฝั่ง เธอได้แต่เยาะเย้ยตัวเองในใจว่าตัวเองเป็นคนโง่ ทำไมถึงไปหลงเชื่อได้ง่าย ๆ ว่าเด็กผู้ชายคนนั้นว่ายน้ำไม่เป็น

ไม่ว่าเธอจะรับผิดชอบหรือไม่ และถ้าเรื่องถึงแก่ชีวิตขึ้นมา พวกเด็กกลุ่มนั้นก็ไม่สามารถรอดพ้นไปได้เหมือนกัน

ในขณะที่เจียงซู่กำลังจะว่ายขึ้นฝั่ง พวกเขากลับเก็บก้อนหินบนพื้นปาใส่ตัวเธอ ราวกับเด็กที่ยังเล่นไม่เต็มอิ่ม

น้ำที่กระเซ็นเข้าที่ดวงตาของเธอ ทำไมมองไม่ชัดไปชั่วขณะ จึงไม่สามารถขึ้นฝั่งได้

“หว่านซิน พี่เลี้ยงบ้านเธอใช้กระเป๋าแอร์เมสด้วยเหรอ ไม่ใช่ว่าขโมยมาใช้หรอกนะ”

ใบหน้าทรงไข่ได้รูปอันสวยงามของโจวหว่านซินแสดงความรังเกียจออกมา เธอถีบกระเป๋าของเจียงซู่ที่วางอยู่ตรงพื้นกระเด็นตกลงไปในน้ำ

เธอแอบหวังว่ากระเป๋าของเจียงซู่ใบนี้มาจากการขโมยจริง ๆ จะได้แจ้งตำรวจจับให้รู้แล้วรู้รอด แต่เธอรู้ดีว่าทั้งหมดนี้ซื้อว่าด้วยเงินพี่ชายของเธอเอง!

สำหรับพี่สะใภ้ในนามคนนี้ เธอดูหมิ่นดูแคลนเป็นอย่างมาก รังเกียจผู้หญิงคนนี้ที่คอยสูบเลือดสูบเนื้อของตระกูลเธอราวกับปลิงไม่มีผิด

ถ้าไม่ใช่เพราะพี่ชายของเธอประสบอุบัติเหตุแล้วล่ะก็ จะมีเหรอที่ผู้หญิงชั้นต่ำแบบนี้จะได้มาเป็นพี่สะใภ้เธอ!

“ก็แค่ของปลอม”

ไม่รู้สิ่งที่อีกคนพูดนั่นหมายถึงกระเป๋า หรือหมายถึงเจียงซู่กันแน่

ใช่แล้ว การมาประชุมผู้ปกครองของเธอไม่ได้มาในนามพี่สะใภ้ แต่มาในนามพี่เลี้ยงต่างหาก ตามที่เด็กพวกนั้นพูด

และไม่ต้องถามเลยว่าทำไมพี่เลี้ยงถึงมีสิทธิ์ได้เข้าประชุมผู้ปกครอง เหตุผลสั้น ๆ ง่าย ๆ เลยคือ โจวหว่านซินเต็มใจเอง

และนี่เป็นเหตุผลว่าทำไมเจียงซู่ไม่อยากมาประชุมผู้ปกครอง เพราะเธอไม่อยากเป็นหนึ่งในความบันเทิงของพวกเขา

ครั้งแรกที่เธอมาประชุมผู้ปกครองให้โจวหว่านซิน เธอเหมือนกับคุณย่าที่มีความสุขมากจนแทบขาดใจ เธอคิดว่าตัวเองได้รับการยอมรับสักที

แต่ใครจะไปรู้ล่ะ ว่าสิ่งที่รอเธออยู่ไม่ใช่การยอมรับ แต่มันคือการถูกกลั่นแกล้งต่างหาก ทันทีที่เจอโจวหว่านซิน เธอก็ถูกพวกเขาสาดด้วยน้ำสกปรกหนึ่งถังอย่างไม่มีสัญญาณเตือนใด ๆ ล่วงหน้า

สภาพเธอดูน่าสมเพชมาก

หัวใจของเจียงซู่ไม่ใช่ก้อนหินที่จะสามารถแข็งแกร่งได้ตลอดเวลา การที่เธอถูกน้องสาวสามีเรียกพรรคพวกมารุมหยามเธอแบบนี้ เธอเองก็รู้สึกเจ็บปวดไม่ใช่น้อย

ทันใดนั้น เธอก็รู้เจ็บที่บริเวณหน้าผากจากการโดนหินปาใส่

“ฮ่าฮ่า ในที่สุดฉันก็ปาโดนแล้ว”

ผู้ที่ลงมือตรงหน้าพูดขึ้นด้วยความดีใจและตบมือชอบใจอยู่บนฝั่ง

เจียงซู่มองเด็ก ๆ ที่ยืนอยู่บนฝั่ง ความรู้สึกเจ็บปวดเอ่อล้มราวกับว่ากำลังแบกรับความเจ็บปวดของคนทั้งโลกไว้อยู่

เธอที่กำลังอายุเข้าเลขสามแล้ว ต้องมาถูกเด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะกลั่นแกล้งรังแก

เมื่อเด็กสารเลวพวกนี้เติบโตเริ่มเข้าสู่สังคม ต้องมีคนอีกมากมายที่กลายเป็นเครื่องมือความบันเทิงของพวกเขา และไม่มีใครสามารถเอาผิดพวกเขาได้ เพราะมีพ่อแม่อำนาจล้นฟ้าที่คอยกลบขี้ให้ลูกอยู่ข้างหลัง

โจวซือเหย่ทำลายความจริงใจของเธอ ส่วนน้องสาวของเขาก็เหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอ สมกับเป็นพี่น้องกันจริง ๆ

ความรู้สึกภายในใจเจียงซู่ที่ถูกกดทับมาเป็นเวลานานจนไม่สามารถกลั้นไว้ได้แล้ว ในเมื่อเธอไม่คิดที่จะรักษาโจวซือเหย่ไว้อยู่แล้ว เธอก็ไม่จำเป็นต้องเอาใจน้องสาวสามีตรงหน้าอีกต่อไป!

เธอว่ายน้ำอ้อมไปขึ้นฝั่งอีกด้าน และตรงไปหาเด็กผู้หญิงที่เพิ่งปาหินใส่เธอเมื่อครู่โดยที่ไม่ได้พูดอะไรสักคำ เธอจับเด็กคนนั้นผลักลงไปในน้ำ พร้อมกับดึงผมและกดหัวลงน้ำ เด็กผู้หญิงคนนั้นสำลักน้ำเข้าไปหลายอึก

“แกทำอะไรน่ะ!? ”

ทุกคนต่างตกตะลึง

ไม่มีใครคาดคิดว่าเจียงซู่จะกล้าบ้าบิ่นได้ขนาดนี้!

เจียงซู่หันกลับไปมองกลุ่มของโจวหว่านซิน “สนุกไหม? ”

แผลที่หน้าผากของเธอเริ่มมีเลือดซึมออกมาและไหลไปตามมุมหน้าผากจนเข้าตา เป็นภาพที่ดูน่ากลัวและดุร้ายในเวลาเดียวกัน ในชั่วขณะนั้น เธอราวกับปีศาจรากษสที่ออกมาจากนรกเพื่อมาทวงคืนชีวิต

ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่โจวหว่านซินเห็นเจียงซู่ดุร้ายขนาดนี้ เพราะปกติเธอจะเป็นคนยอมคนเหมือนลูกเจี๊ยบในกำมือ ใครจะทำอะไร รังแกเธออย่างไรก็ได้เหมือนเบี้ยล่าง

“เจียงซู่ แกบ้าไปแล้วหรือไง? ยังไม่ปล่อยอีก!”

เจียงซู่มองไปยังเจ้าของคำพูดเมื่อครู่พร้อมกับถามว่า “เล่นพอหรือยัง?”

โจวหว่านซินเหมือนถูกอีกคนทำให้ขายหน้า จึงข่มขู่ขึ้นมาว่า “แกไม่อยากอยู่ในบ้านตระกูลโจวแล้วใช่ไหม!? ”

เมื่อเห็นอีกคนกล้าขัดขืนต่อต้านตัวเองขนาดนี้ แน่นอนว่าเธอจะต้องไปนินทา ใส่ร้ายให้พี่ชายตนเองฟังอย่างแน่นอน

เจียงซู่ดึงมือกลับพร้อมกับลุกขึ้นยืน “ใช่ ไม่อยากอยู่แล้ว”

เมื่อครู่เธอเสียการควบคุมไปชั่วขณะจึงเผลอลงมือกับเด็กคนนั้นลงไป

เด็กผู้หญิงว่ายเข้ามาเกาะริมฝั่ง พร้อมกับไอสำลักน้ำและหายใจหอบไม่หยุด เพื่อน ๆ เห็นดังนั้นจึงรีบไปช่วยกันดึงเธอขึ้นมาจากน้ำ

เจียงซู่เดินเข้าไปใกล้พร้อมกับพูดเสียงเบาให้มีเพียงแค่เขาและคนตรงหน้าได้ยินเท่านั้น “เกลียดฉันมากนักไม่ใช่เหรอ แน่จริงก็ทำให้พี่ชายแกมาหย่ากับฉันสิ”

ถ้าพูดถึงคนทั้งตระกูลโจวแล้ว คนที่อยากให้เธอไสหัวออกไปมากที่สุดก็คือโจวหว่านซิน คนที่อยู่ตรงหน้าตอนนี้

โจวซือเหย่รักน้องสาวคนนี้มาก หากมีเธอคอยช่วยอยู่เบื้องหลังเติมไฟยุยงเรื่องหย่า จะต้องราบรื่นอย่างแน่นอน

เจียงซู่หวังว่าเธอจะทำสำเร็จ

โจวหว่านซินผลักเธอออกด้วยท่าทางรังเกียจที่เธอเข้าไปใกล้ “แกคิดว่าฉันทำไม่ได้เหรอ?”

เจียงซู่ถอยออกหนึ่งก้าวด้วยแรงผลักของอีกคนก่อนจะยืนได้อย่างมั่นคงทีหลัง และมองด้วยสายตายั่วยุ “งั้นก็ทำให้ดูหน่อยละกัน ไม่งั้นฉันรอสมน้ำหน้าอยู่”

เธอรู้จักคนตรงหน้าดี โจวหว่านซินเป็นคนไม่ชอบการโดนท้าทายมากที่สุด

เจียงซู่หยิบกระเป๋าที่ยังไม่จมขึ้นมาจากน้ำด้วยความรู้สึกเสียดาย

พวกคนไร้ศีลธรรม กระเป๋าแพงขนาดนี้ยังกล้าเตะลงน้ำอีก ไม่รู้กระเป๋าที่ตกน้ำแล้วยังจะขายได้อยู่ไหมนะ

ถ้าไม่ใช่เพราะอยากให้คุณย่าเห็นว่าเธอใช้ชีวิตกินอิ่ม อยู่ดีมีสุข เธอคงไม่สะพายออกมาหรอก

รู้สึกกระเป๋าเสียหายค่อนข้างมาก กลับไปต้องให้โจวซือเหย่ชดเชยให้มากขึ้นกว่านี้

โจวหว่านซินจ้องมองแผ่นหลังของเจียงซู่ที่กำลังเดินจากไป เพื่อนร่วมชั้นของโจวหว่านซินเอ่ยขึ้นด้วยความสงสัย “ซินซิน พี่เลี้ยงบ้านเธอกำเริบใหญ่แล้วนะ กล้าพูดกับเธอถึงขนาดนี้ ท่าทางเหมือนไม่อยากทำงานต่อแล้วอย่างงั้น? ”

โดยเฉพาะวันนี้ เธอหยิ่งผยองเอามาก ๆ

เมื่อก่อนตอนที่ถูกรังแก ไม่เคยจะเห็นว่าเธอจะต่อต้านรุนแรงขนาดนี้มาก่อน

สีหน้าโจวหว่านซินก็ไม่สู้ดีนัก เธอได้แต่กัดฟันแน่น

คอยดูเถอะ เธอจะให้พี่ชายจัดการนางผู้หญิงเลวนั่นให้ได้!

โจวหว่านซินหันไปมองเด็กผู้หญิงที่ถูกเจียงซู่กดลงน้ำ และเริ่มพูดแผนการในหัวออกมา “เหยาเจีย เธอกลับไปบอกแม่ของเธอว่าถูกรังแก”

แม่ของเหยาเจียเป็นคนอารมณ์รุนแรง ขี้โมโห คอยดูเถอะ เจียงซู่เตรียมรับศึกหนักที่กำลังจะมาถึงได้เลย!

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 630

    แรงเหวี่ยงของโจวซือเหย่ในครั้งนี้ไร้ซึ่งการออมแรง มันคือการระบายโทสะที่ถูกจุดชนวนขึ้นอย่างป่าเถื่อน ส่งผลให้เซียวซูอี้เสียหลักล้มลงไปกองกับพื้นอย่างหมดสภาพทว่าเธอยังไม่ทันจะหายจากอาการมึนงง เสียงประตูก็ถูกปิดกระแทกใส่หน้าดัง ปัง โจวซือเหย่ตัดขาดเธอออกไปจากโลกของเขาอย่างเลือดเย็นและไร้เยื่อใยร่างของเซียวซูอี้กองอยู่บนพื้น ความเจ็บปวดทางกายเปรียบไม่ได้เลยกับแผลลึกในใจที่กำลังถาโถมม่านน้ำตาที่เอ่อล้นบดบังทัศนียภาพ ก่อนจะร่วงหล่นลงสัมผัสพื้นแตกกระจายออกเป็นเสี่ยง ๆ ป้าเฉินที่เร่งรุดมาตามเสียงเอะอะ จึงทันได้เห็นภาพความน่าเวทนาของหญิงสาวที่กำลังสะอื้นไห้จนตัวโยนเธอเหลือบมองประตูที่ปิดสนิท พลางนึกเสียดายที่ในเวลานี้ไม่มีใครอยู่ชื่นชมบทละครนารีหยาดน้ำตานี้เลยสักคนเดียวในขณะที่คนอื่นกำลังดิ้นรนอยู่กับพายุอารมณ์ที่ถาโถม โจวซือเหย่กลับนิ่งงันดั่งหุ่นยนต์ที่ถูกเซตระบบให้แสดงออกมาเพียงสีหน้าเดียว นั่นก็คือใบหน้าตายด้านไร้ความรู้สึกชุยจี้เหิงมองสภาพกึ่งซากศพของคนตรงหน้าด้วยความระอา หนวดเคราที่ปล่อยให้รกรุงรังบวกกับเสื้อผ้ายับยู่ยี่จนดูเหมือนผ้าขี้ริ้วเช็ดก้นครัว ทำเอาเขาต้องขมวดคิ้วมุ่

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 629

    แค่คืนเดียว ขอแค่เธอทนอีกเพียงคืนเดียวเขาก็จะจัดการทุกอย่างให้จบสิ้น เขาตั้งมั่นว่าพอรุ่งสางจะรีบไปรับเธอออกมาสู่อิสรภาพ และนับจากนี้เขาจะเป็นดั่งเกราะกำบังให้เธอ จะไม่มีใครหน้าไหนบังอาจมารังแกเธอได้อีกต่อไปทว่าเขากลับพลาดไปเพียงก้าวเดียว เพียงก้าวเดียวที่ทำให้เขาต้องสูญเสียเธอไปชั่วนิรันดร์คำพร่ำเพ้อที่เปี่ยมไปด้วยความรักสุดอาลัยที่ดังวนเวียนอยู่ข้างหูนั้น คอยทิ่มแทงหัวใจของเซียวซูอี้ทีละนิดจนร้าวรานไปหมด ปลายจมูกของเธอร้อนผ่าวจนยากจะกลั้นหยาดน้ำตามือที่เคยขยุ้มแขนเสื้อของเขาไว้แน่น ค่อย ๆ คลายออกและโอบรับอ้อมกอดที่ไม่ได้เป็นของเธออย่างเชื่องช้า“เสี่ยวซู่ ผมคิดถึงคุณเหลือเกิน คุณกลับมาหาผมได้ไหม?”“เสี่ยวซู่...”เซียวซูอี้ลอบกลืนก้อนความขมขื่นลงลำคอที่ตีบตัน ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “อาเหย่ นี่ฉันเอง ซูอี้...”เธอไม่ใช่เจียงซู่เสียงกระซิบที่เคยอ่อนหวานพลันเงียบกริบลงในวินาทีนั้น และวินาทีต่อมา ร่างบอบบางกลับถูกผลักออกอย่างแรงจนเสียหลักล้มลงไปกองกับพื้นอย่างไร้ความปรานีโจวซือเหย่ขมวดคิ้วมุ่น แววตาที่เคยอาวรณ์พลันกลายเป็นความรังเกียจเดียดฉันท์ “คุณมาทำอะไรที่นี่? ออก

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 628

    เมื่อวันเวลาล่วงเลยไป ใบหน้าของโจวซือเหย่กลับไร้ซึ่งความมีชีวิตชีวา หลงเหลือเพียงความหม่นทึมที่เกาะกินหัวใจจนยากจะสลัดพ้นเขาละทิ้งการงานและหมกตัวอยู่ในคฤหาสน์จิ่งหยวน เพราะพื้นที่แห่งนี้คือสิ่งเดียวที่ช่วยให้เขาได้สัมผัสถึงตัวตนของเจียงซู่ตราบใดที่ยังได้ล้มตัวลงนอนบนเตียงที่เคยใช้ร่วมกัน ได้สัมผัสข้าวของเครื่องใช้ที่เธอเคยหยิบจับ กลิ่นอายจาง ๆ ที่ยังอบอวลอยู่เหล่านั้นเปรียบเสมือนน้ำหล่อเลี้ยงที่ทำให้เขารู้สึกว่าเธอยังไม่จากไปไหนหากแต่กลิ่นอายเหล่านั้นกลับเริ่มเจือจางลงทุกวัน มันค่อย ๆ เลือนหายไปจนเขาแทบจะไขว่คว้าไว้ไม่ได้อีกแล้ว...“ป้าเฉิน? ป้าเฉิน!”โจวซือเหย่ตะโกนเสียงดังลั่นพลางกอดขวดเหล้าไว้แนบอกป้าเฉินรีบวิ่งกระหืดกระหอบขึ้นบันไดมาทันทีด้วยความตระหนก “ค่ะ คุณผู้ชาย เกิดอะไรขึ้นคะ?”โจวซือเหย่ถลาเข้าไปเอ่ยถามคาดคั้นเสียงเข้ม “ป้าเปลี่ยนปลอกหมอนกับผ้าปูที่นอนใช่ไหม?!”ป้าเฉินเหลือบมองผ้าปูที่นอนที่เริ่มมีรอยยับย่นและไม่เคยได้รับการซักมานานร่วมครึ่งเดือนพลางส่ายหน้าปฏิเสธรัว “ป้าไม่ได้แตะเลยค่ะคุณผู้ชาย”นับตั้งแต่เจียงซู่เกิดเรื่อง ข้าวของทุกอย่างที่เธอเคยสัมผัส ป้าเฉิ

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 627

    สำหรับคุณปู่โจว เมื่อชีวิตดับสูญสิ่งที่หลงเหลืออยู่ก็เป็นเพียงเศษเสี้ยวของอดีตที่ควรกำจัดให้สิ้นซาก การเริ่มต้นชีวิตใหม่ต่างหาก คือสิ่งที่หลานชายของเขาควรทำ!ทว่าเขากลับประเมินค่าความคลั่งของโจวซือเหย่ต่ำไป เพราะไม่ว่าใครหน้าไหนก็ตามที่กล้าบังอาจแตะต้องข้าวของของเจียงซู่แม้เพียงปรายนิ้ว เขาพร้อมจะพุ่งเข้าทำร้ายร่างกายอย่างไม่ไว้หน้าราวกับสัตว์ป่าที่คุ้มคลั่งเนื่องจากคนที่คุณปู่โจวส่งมาล้วนไม่กล้าลงมือโต้กลับ จึงทำได้เพียงหลบหลีกและยอมเป็นกระสอบทรายให้เขาซัดด้วยความจำยอมโจวซือเหย่คำรามสั่งให้คนของเขาเข้าไปล็อกตัวคุณปู่โจวไว้ ก่อนจะจัดการลากตัวออกไปนอกคฤหาสน์ทันทีอย่างเหี้ยมเกริมเมื่อไร้หัวโจกคอยสั่งการ เหล่าบริวารที่เหลือจำต้องถอยร่นออกไปตาม ๆ กันการถูกหลานชายแท้ ๆ ไล่ตะเพิดออกจากบ้านอย่างไม่ไว้หน้า ทำให้คุณปู่โจวโกรธจัดจนหน้าเขียวหน้าแดง สติสัมปชัญญะแทบจะหลุดลอยจนด่าทอออกมาไม่เป็นภาษาหลู่เหยียนลอบปาดเหงื่อพลางมองตามแผ่นหลังของผู้อาวุโสที่กำลังระเบิดเพลิงโทสะอย่างรุนแรงราวกับลาวาที่พวยพุ่งและไหลบ่าพร้อมจะแผดเผาทุกอย่างที่ขวางหน้านี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เขาได้เห็นบอสเสียสติ

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 626

    สุดท้าย โลกก็ต้องโคจรตามเขา พิธีศพของเจียงซู่ก็ถูกรื้อถอนจนสิ้นซากตามความประสงค์ของโจวซือเหย่ เขาประกาศกร้าวต่อหน้าทุกคนด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดว่าเจียงซู่ยังมีชีวิตอยู่ความดื้อรั้นป่าเถื่อนของเขาราวกับกำแพงหนาที่ก่อตัวเพื่อปิดกั้นเสียงของคนทั้งโลก เขามุดตัวอยู่ในโลกอันมืดมิดและเลือกเชื่อเพียงสิ่งที่ใจปรารถนาจะให้เป็นเท่านั้นเมื่อต้องเผชิญกับลูกชายที่สติแตกกระเจิงไปแล้วเช่นนี้ เวินเหยาฉินในฐานะแม่แท้ ๆ ก็หมดปัญญาจะฉุดรั้ง ไม่ว่าเธอจะตบตีหรือด่าทออย่างไรก็ไม่สามารถเรียกสติเขากลับมาได้แม้แต่เศษเสี้ยวโจวซือเหย่ประคองรูปถ่ายของเจียงซู่กลับมายังคฤหาสน์จิ่งหยวน ราวกับเป็นการจูงมือเธอกลับบ้านทันทีที่ป้าเฉินเห็นรูปตั้งหน้าศพในอ้อมกอดของเขา ขอบตาที่เพิ่งแห้งผากก็กลับมาเปียกชื้นอีกครั้งข่าวการจากไปอย่างกะทันหันของเจียงซู่ทำให้เธอแทบสิ้นสติ โลกทั้งใบดูเหมือนจะหมุนเคว้งจนเธอคิดว่าตัวเองหูฝาดไป เหตุใดถึงด่วนจากไปเช่นนี้?คุณผู้หญิงแสนดีที่ยังมีอนาคตอีกยาวไกลเช่นนั้น ทำไมโชคชะตาถึงได้ใจร้ายพรากเธอไปก่อนเวลาอันควรเช่นนี้เมื่อนึกถึงใบหน้าอันอ่อนโยนดวงนั้น ก้อนเนื้อในอกพลันบีบรัดจนรู้สึกปวดร้าว

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 625

    “เจียงซู่ยังไม่ตาย ใครอนุญาตให้จัดงานศพให้?”ท่ามกลางซากความพินาศของงานศพ ความจริงประจักษ์แก่สายตาทุกคนในวินาทีนั้นว่า เขาไม่ได้เกลียดเธอจนตามมาทำลายงาน แต่นี่คืออาการของคนหัวใจสลายที่ยอมรับความตายของเธอไม่ได้เลยต่างหากสภาพของโจวซือเหย่ที่ตัวสั่นเทิ้มในชุดผู้ป่วยซีดเซียวเป็นสิ่งที่ฟ้องชัดแก่ผู้คน ณ ที่แห่งนี้ว่า เขายอมรับความจริงไม่ได้จนเริ่มเสียสติไปแล้วทว่าอาการคลุ้มคลั่งที่เกิดขึ้นเบื้องหน้า กลับไม่ได้ทำให้หลู่เหยียนรู้สึกแปลกใจเลยแม้แต่น้อยเขารู้จักเจ้านายคนนี้ดีกว่าใคร สำหรับคนอย่างโจวซือเหย่ ถ้าไม่คลุ้มคลั่งขนาดนี้สิ ถึงจะเรียกว่าผิดปกติโจวซือเหย่โอบกอดรูปถ่ายหน้าศพไว้แนบอก ปลายนิ้วสั่นเทาลูบไล้ใบหน้าของหญิงสาวในรูปอย่างแผ่วเบา ราวกับกำลังสัมผัสผิวหนังอันนุ่มนวลของคนที่มีชีวิตอยู่จริง ๆ แววตาของเขาฉายชัดถึงความรักอันลึกซึ้งที่บิดเบี้ยวจนเกินเยียวยา “หลู่เหยียน รื้อทุกอย่างที่นี่ทิ้งให้หมด!”เขาไม่ต้องการให้เจียงซู่ต้องมาแปดเปื้อนกับสิ่งของอัปมงคลพวกนี้แม้แต่นิดเดียวหลู่เหยียนทำเพียงนิ่งรับคำสั่ง งานกู้ซากที่ไม่มีวันจบสิ้นแบบนี้กลายเป็นกิจวัตรไปแล้ว ทุกวันนี้การทำงานข

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 93

    เจียงเจียเหวินเมื่อได้ยินเช่นนั้นถึงกับถลึงตาใส่ “นี่เธอพูดจาอะไร? ไม่มีมารยาทบ้างเลยเหรอ? พี่สาวฉันก็คือพี่สะใภ้เธอนะ! ไม่รู้จักเคารพกันบ้าง”“ของพวกนี้พี่เขยให้กับพี่สาวของฉัน เธอเป็นบ้าอะไร คิดจะขนออกไปให้หมดเลยหรือไง?”เสียงทะเลาะกันดังลั่น จนเจียงซู่ที่อยู่ข้างล่างก็ยังได้ยินทุกบทสนทนาพอเธอ

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 71

    เจียงซู่พักผ่อนอย่างสงบตลอดคืนในช่วงเวลาที่อยู่เมืองกั่งเฉิง อาจารย์เจิงไม่เพียงแต่มีงานที่ต้องยุ่งเท่านั้น แต่ยังมีเพื่อนเก่าที่ต้องไปพบเจอด้วย ระหว่างนั้นยังบังเอิญตรงกับวันเกิดของเพื่อนพอดี เธอและเว่ยชิงหางจึงได้ติดตามไปร่วมงานด้วยในงานเลี้ยงวันเกิด เธอได้เห็นโจวซือเหย่ที่ไม่ได้เจอมาหลายวัน

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 78

    ดูแล้วอีกฝ่ายก็ไม่เหมือนเพิ่งเข้าสังคมเป็นครั้งแรก แต่กลับแสดงความคิดออกมาชัดเจน ไม่ปกปิดเลยแม้แต่น้อยเจียงซู่คิดว่า เธอพอจะรู้แล้วว่าทำไมเฉียวฉีถึงได้มาทักทายเธอก่อนเป็นเพราะอิจฉาที่สตีเวนมาคุยกับเธอมากกว่าเฉียวฉีกำลังจะพูดต่อ แต่ก็โดนเฉียวเซิ่งหวังเรียกไปก่อนเธอเองก็อาศัยบารมีของอาจารย์เจิ

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 69

    โจวซือเหย่ไม่ได้รู้สึกอับอาย เขาดึงมือกลับอย่างเป็นธรรมชาติ แต่สายตากลับเหลือบมองไปทางเจียงซู่แวบหนึ่งเจียงซู่ไม่สนใจการสงสัยของเขามีคนอื่นต้องการพบอาจารย์เจิง พวกเจียงซู่จึงตามออกไปเวิงอี๋มองตามหลังพวกเขาแล้วพูดว่า “พี่ซือเหย่ พี่เจียงพูดอะไรลับหลังพี่หรือเปล่า? ฉันว่าอาจารย์เจิงดูเหมือนจะไม่

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status