แชร์

บทที่ 5

ผู้เขียน: คุณชายสายฝน
คำพูดบิดเบือนพวกนั้นออกมาจากปากของเด็กกลุ่มนั้น แต่เจียงซู่กลับไม่ได้รู้สึกแปลกใจเลยแม้แต่น้อย

จะให้คนบลู่ลี่มาพูดโดยใช้หลักของเหตุและผล มันเป็นเรื่องเหลวไหลสิ้นดี

“ช่วยด้วย...”

เด็กหนุ่มที่ตกลงไปในน้ำว่ายน้ำไม่เป็น ซึ่งตอนนี้เขากำลังดิ้นรนอยู่เพื่อเอาตัวรอดอยู่ในน้ำ

เหล่าบรรดาเด็กหนุ่มสาวที่ยืนอยู่บนฝั่งไม่มีใครคิดจะลงไปช่วยเลยสักคน แถมยังเริ่มสั่งการด้วยว่า “แกยังไม่รีบลงไปช่วยขึ้นมาอีก ถ้าฉินควานเป็นอะไรไป ตระกูลฉินไม่ปล่อยแกไว้แน่!”

เจียงซู่มองดูคนที่กำลังตะเกียกตะกายดิ้นรนอยู่ในน้ำ และสุดท้ายก็เป็นเธอที่เป็นคนลงมือ

ประโยคสุดท้ายของเด็กคนนั้นเป็นแรงกดดันที่ทำให้เธอเริ่มเกิดหวาดกลัว เพราะถ้าเด็กนั่นเกิดเป็นอะไรขึ้นมาจริง ๆ และต้องอยู่ภายใต้คำให้การของเด็กกลุ่มนี้แล้วนั่น เธอก็จะกลายเป็นฆาตกรที่สังหารผู้เยาว์ทันที

พวกเด็กเหล่านั้นที่อยู่เหนือฟ้าและกฎหมายกล้าทำอย่างนั้นจริง ๆ

ถ้าหากเหตุการณ์มันมาถึงจุดนั้นจริง ไม่ว่าจะเป็นการประนีประนอมยอมความ หรือการปกป้องตัวเอง หรือแม้แต่การชดใช้พร้อมคำขอโทษ สุดท้ายเธอก็เป็นผู้ถูกทอดทิ้งอยู่ดี

เพราะโจวซือเหย่ไม่มีทางต้องการภรรยาที่เป็น ‘ฆาตกร’

เธอมองไปยังโจวหว่านซินที่กำลังมองเธอด้วยสีหน้าสนุกสนาน มองดูเธอถูกกลั่นแกล้งตามกระบวนการที่ได้วางไว้อย่างพึงพอใจ

เจียงซู่วางกระเป๋าไวที่ริมฝั่ง ก่อนจะเริ่มถอดรองเท้าพร้อมกับกระโดดลงไปช่วยอย่างรวดเร็ว

แต่เธอประเมินความแสบของเด็กพวกนี้ต่ำไป เดิมทีเด็กหนุ่มที่กำลังต้องการความช่วยเหลือ จู่ ๆ ก็เคลื่อนไหวคล่องแคล่วราวกับปลาไหล และจับคนตรงหน้าที่ตั้งใจจะมาช่วยชีวิตกดลงน้ำ

ด้วยความที่เจียงซู่ไม่ทันได้ตั้งตัว จึงสำลักน้ำอย่างรุนแรง

“แค่ก แค่ก...”

ใบหน้าของเด็กหนุ่มฉีกยิ้มด้วยความร้ายกาจอย่างเห็นได้ชัด

เจียงซู่ได้แต่มองดูเด็กผู้ชายคนนั่นว่ายน้ำขึ้นไปบนฝั่ง เธอได้แต่เยาะเย้ยตัวเองในใจว่าตัวเองเป็นคนโง่ ทำไมถึงไปหลงเชื่อได้ง่าย ๆ ว่าเด็กผู้ชายคนนั้นว่ายน้ำไม่เป็น

ไม่ว่าเธอจะรับผิดชอบหรือไม่ และถ้าเรื่องถึงแก่ชีวิตขึ้นมา พวกเด็กกลุ่มนั้นก็ไม่สามารถรอดพ้นไปได้เหมือนกัน

ในขณะที่เจียงซู่กำลังจะว่ายขึ้นฝั่ง พวกเขากลับเก็บก้อนหินบนพื้นปาใส่ตัวเธอ ราวกับเด็กที่ยังเล่นไม่เต็มอิ่ม

น้ำที่กระเซ็นเข้าที่ดวงตาของเธอ ทำไมมองไม่ชัดไปชั่วขณะ จึงไม่สามารถขึ้นฝั่งได้

“หว่านซิน พี่เลี้ยงบ้านเธอใช้กระเป๋าแอร์เมสด้วยเหรอ ไม่ใช่ว่าขโมยมาใช้หรอกนะ”

ใบหน้าทรงไข่ได้รูปอันสวยงามของโจวหว่านซินแสดงความรังเกียจออกมา เธอถีบกระเป๋าของเจียงซู่ที่วางอยู่ตรงพื้นกระเด็นตกลงไปในน้ำ

เธอแอบหวังว่ากระเป๋าของเจียงซู่ใบนี้มาจากการขโมยจริง ๆ จะได้แจ้งตำรวจจับให้รู้แล้วรู้รอด แต่เธอรู้ดีว่าทั้งหมดนี้ซื้อว่าด้วยเงินพี่ชายของเธอเอง!

สำหรับพี่สะใภ้ในนามคนนี้ เธอดูหมิ่นดูแคลนเป็นอย่างมาก รังเกียจผู้หญิงคนนี้ที่คอยสูบเลือดสูบเนื้อของตระกูลเธอราวกับปลิงไม่มีผิด

ถ้าไม่ใช่เพราะพี่ชายของเธอประสบอุบัติเหตุแล้วล่ะก็ จะมีเหรอที่ผู้หญิงชั้นต่ำแบบนี้จะได้มาเป็นพี่สะใภ้เธอ!

“ก็แค่ของปลอม”

ไม่รู้สิ่งที่อีกคนพูดนั่นหมายถึงกระเป๋า หรือหมายถึงเจียงซู่กันแน่

ใช่แล้ว การมาประชุมผู้ปกครองของเธอไม่ได้มาในนามพี่สะใภ้ แต่มาในนามพี่เลี้ยงต่างหาก ตามที่เด็กพวกนั้นพูด

และไม่ต้องถามเลยว่าทำไมพี่เลี้ยงถึงมีสิทธิ์ได้เข้าประชุมผู้ปกครอง เหตุผลสั้น ๆ ง่าย ๆ เลยคือ โจวหว่านซินเต็มใจเอง

และนี่เป็นเหตุผลว่าทำไมเจียงซู่ไม่อยากมาประชุมผู้ปกครอง เพราะเธอไม่อยากเป็นหนึ่งในความบันเทิงของพวกเขา

ครั้งแรกที่เธอมาประชุมผู้ปกครองให้โจวหว่านซิน เธอเหมือนกับคุณย่าที่มีความสุขมากจนแทบขาดใจ เธอคิดว่าตัวเองได้รับการยอมรับสักที

แต่ใครจะไปรู้ล่ะ ว่าสิ่งที่รอเธออยู่ไม่ใช่การยอมรับ แต่มันคือการถูกกลั่นแกล้งต่างหาก ทันทีที่เจอโจวหว่านซิน เธอก็ถูกพวกเขาสาดด้วยน้ำสกปรกหนึ่งถังอย่างไม่มีสัญญาณเตือนใด ๆ ล่วงหน้า

สภาพเธอดูน่าสมเพชมาก

หัวใจของเจียงซู่ไม่ใช่ก้อนหินที่จะสามารถแข็งแกร่งได้ตลอดเวลา การที่เธอถูกน้องสาวสามีเรียกพรรคพวกมารุมหยามเธอแบบนี้ เธอเองก็รู้สึกเจ็บปวดไม่ใช่น้อย

ทันใดนั้น เธอก็รู้เจ็บที่บริเวณหน้าผากจากการโดนหินปาใส่

“ฮ่าฮ่า ในที่สุดฉันก็ปาโดนแล้ว”

ผู้ที่ลงมือตรงหน้าพูดขึ้นด้วยความดีใจและตบมือชอบใจอยู่บนฝั่ง

เจียงซู่มองเด็ก ๆ ที่ยืนอยู่บนฝั่ง ความรู้สึกเจ็บปวดเอ่อล้มราวกับว่ากำลังแบกรับความเจ็บปวดของคนทั้งโลกไว้อยู่

เธอที่กำลังอายุเข้าเลขสามแล้ว ต้องมาถูกเด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะกลั่นแกล้งรังแก

เมื่อเด็กสารเลวพวกนี้เติบโตเริ่มเข้าสู่สังคม ต้องมีคนอีกมากมายที่กลายเป็นเครื่องมือความบันเทิงของพวกเขา และไม่มีใครสามารถเอาผิดพวกเขาได้ เพราะมีพ่อแม่อำนาจล้นฟ้าที่คอยกลบขี้ให้ลูกอยู่ข้างหลัง

โจวซือเหย่ทำลายความจริงใจของเธอ ส่วนน้องสาวของเขาก็เหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอ สมกับเป็นพี่น้องกันจริง ๆ

ความรู้สึกภายในใจเจียงซู่ที่ถูกกดทับมาเป็นเวลานานจนไม่สามารถกลั้นไว้ได้แล้ว ในเมื่อเธอไม่คิดที่จะรักษาโจวซือเหย่ไว้อยู่แล้ว เธอก็ไม่จำเป็นต้องเอาใจน้องสาวสามีตรงหน้าอีกต่อไป!

เธอว่ายน้ำอ้อมไปขึ้นฝั่งอีกด้าน และตรงไปหาเด็กผู้หญิงที่เพิ่งปาหินใส่เธอเมื่อครู่โดยที่ไม่ได้พูดอะไรสักคำ เธอจับเด็กคนนั้นผลักลงไปในน้ำ พร้อมกับดึงผมและกดหัวลงน้ำ เด็กผู้หญิงคนนั้นสำลักน้ำเข้าไปหลายอึก

“แกทำอะไรน่ะ!? ”

ทุกคนต่างตกตะลึง

ไม่มีใครคาดคิดว่าเจียงซู่จะกล้าบ้าบิ่นได้ขนาดนี้!

เจียงซู่หันกลับไปมองกลุ่มของโจวหว่านซิน “สนุกไหม? ”

แผลที่หน้าผากของเธอเริ่มมีเลือดซึมออกมาและไหลไปตามมุมหน้าผากจนเข้าตา เป็นภาพที่ดูน่ากลัวและดุร้ายในเวลาเดียวกัน ในชั่วขณะนั้น เธอราวกับปีศาจรากษสที่ออกมาจากนรกเพื่อมาทวงคืนชีวิต

ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่โจวหว่านซินเห็นเจียงซู่ดุร้ายขนาดนี้ เพราะปกติเธอจะเป็นคนยอมคนเหมือนลูกเจี๊ยบในกำมือ ใครจะทำอะไร รังแกเธออย่างไรก็ได้เหมือนเบี้ยล่าง

“เจียงซู่ แกบ้าไปแล้วหรือไง? ยังไม่ปล่อยอีก!”

เจียงซู่มองไปยังเจ้าของคำพูดเมื่อครู่พร้อมกับถามว่า “เล่นพอหรือยัง?”

โจวหว่านซินเหมือนถูกอีกคนทำให้ขายหน้า จึงข่มขู่ขึ้นมาว่า “แกไม่อยากอยู่ในบ้านตระกูลโจวแล้วใช่ไหม!? ”

เมื่อเห็นอีกคนกล้าขัดขืนต่อต้านตัวเองขนาดนี้ แน่นอนว่าเธอจะต้องไปนินทา ใส่ร้ายให้พี่ชายตนเองฟังอย่างแน่นอน

เจียงซู่ดึงมือกลับพร้อมกับลุกขึ้นยืน “ใช่ ไม่อยากอยู่แล้ว”

เมื่อครู่เธอเสียการควบคุมไปชั่วขณะจึงเผลอลงมือกับเด็กคนนั้นลงไป

เด็กผู้หญิงว่ายเข้ามาเกาะริมฝั่ง พร้อมกับไอสำลักน้ำและหายใจหอบไม่หยุด เพื่อน ๆ เห็นดังนั้นจึงรีบไปช่วยกันดึงเธอขึ้นมาจากน้ำ

เจียงซู่เดินเข้าไปใกล้พร้อมกับพูดเสียงเบาให้มีเพียงแค่เขาและคนตรงหน้าได้ยินเท่านั้น “เกลียดฉันมากนักไม่ใช่เหรอ แน่จริงก็ทำให้พี่ชายแกมาหย่ากับฉันสิ”

ถ้าพูดถึงคนทั้งตระกูลโจวแล้ว คนที่อยากให้เธอไสหัวออกไปมากที่สุดก็คือโจวหว่านซิน คนที่อยู่ตรงหน้าตอนนี้

โจวซือเหย่รักน้องสาวคนนี้มาก หากมีเธอคอยช่วยอยู่เบื้องหลังเติมไฟยุยงเรื่องหย่า จะต้องราบรื่นอย่างแน่นอน

เจียงซู่หวังว่าเธอจะทำสำเร็จ

โจวหว่านซินผลักเธอออกด้วยท่าทางรังเกียจที่เธอเข้าไปใกล้ “แกคิดว่าฉันทำไม่ได้เหรอ?”

เจียงซู่ถอยออกหนึ่งก้าวด้วยแรงผลักของอีกคนก่อนจะยืนได้อย่างมั่นคงทีหลัง และมองด้วยสายตายั่วยุ “งั้นก็ทำให้ดูหน่อยละกัน ไม่งั้นฉันรอสมน้ำหน้าอยู่”

เธอรู้จักคนตรงหน้าดี โจวหว่านซินเป็นคนไม่ชอบการโดนท้าทายมากที่สุด

เจียงซู่หยิบกระเป๋าที่ยังไม่จมขึ้นมาจากน้ำด้วยความรู้สึกเสียดาย

พวกคนไร้ศีลธรรม กระเป๋าแพงขนาดนี้ยังกล้าเตะลงน้ำอีก ไม่รู้กระเป๋าที่ตกน้ำแล้วยังจะขายได้อยู่ไหมนะ

ถ้าไม่ใช่เพราะอยากให้คุณย่าเห็นว่าเธอใช้ชีวิตกินอิ่ม อยู่ดีมีสุข เธอคงไม่สะพายออกมาหรอก

รู้สึกกระเป๋าเสียหายค่อนข้างมาก กลับไปต้องให้โจวซือเหย่ชดเชยให้มากขึ้นกว่านี้

โจวหว่านซินจ้องมองแผ่นหลังของเจียงซู่ที่กำลังเดินจากไป เพื่อนร่วมชั้นของโจวหว่านซินเอ่ยขึ้นด้วยความสงสัย “ซินซิน พี่เลี้ยงบ้านเธอกำเริบใหญ่แล้วนะ กล้าพูดกับเธอถึงขนาดนี้ ท่าทางเหมือนไม่อยากทำงานต่อแล้วอย่างงั้น? ”

โดยเฉพาะวันนี้ เธอหยิ่งผยองเอามาก ๆ

เมื่อก่อนตอนที่ถูกรังแก ไม่เคยจะเห็นว่าเธอจะต่อต้านรุนแรงขนาดนี้มาก่อน

สีหน้าโจวหว่านซินก็ไม่สู้ดีนัก เธอได้แต่กัดฟันแน่น

คอยดูเถอะ เธอจะให้พี่ชายจัดการนางผู้หญิงเลวนั่นให้ได้!

โจวหว่านซินหันไปมองเด็กผู้หญิงที่ถูกเจียงซู่กดลงน้ำ และเริ่มพูดแผนการในหัวออกมา “เหยาเจีย เธอกลับไปบอกแม่ของเธอว่าถูกรังแก”

แม่ของเหยาเจียเป็นคนอารมณ์รุนแรง ขี้โมโห คอยดูเถอะ เจียงซู่เตรียมรับศึกหนักที่กำลังจะมาถึงได้เลย!
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 570

    “ฉันนึกว่าจะไม่ได้เจอคุณอีกแล้ว รู้ไหม ฉันคิดถึงคุณเหลือเกิน ฉันกลัวมากจริง ๆ ...”หยาดน้ำตาไหลพรากจนเปียกชุ่มเสื้อของโจวซือเหย่ ความร้อนผ่าวจากน้ำตานั้นราวกับเพลิงที่จ้องจะแผดเผาเข้าไปถึงอกของเขาโจวซือเหย่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่กับที่ เรื่องที่เซียวซูอี้เริ่มมีสติยาวนานขึ้นนั้น หมอเคยบอกเขาไว้ก่อนหน้าแล้ว เขานิ่งงันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะวางมือลงบนไหล่ของเธอแล้วตบเบา ๆ เพื่อปลอบประโลม “ไม่ต้องกลัว ทุกอย่างผ่านไปแล้ว”เมื่อถูกเธอกอดไว้แน่นขนาดนี้ โจวซือเหย่เริ่มรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก เขาจึงรีบเปลี่ยนประเด็น “หมอให้คุณทานยา ทำไมคุณถึงไม่ยอมทาน?”เซียวซูอี้ยังคงจำฝังใจกับเหตุการณ์ที่เวิงอี๋สั่งให้คนบังคับกรอกยาใส่ปากเธอ เธอจึงปฏิเสธตามสัญชาตญาณ “ฉันไม่ได้ป่วย ทำไมต้องกินยา? ไม่กิน! สั่งให้พวกเขาเอาออกไปเดี๋ยวนี้!”โจวซือเหย่ใช้โทนเสียงที่นุ่มนวลเกลี้ยกล่อม “ตอนนี้คุณกำลังไม่สบายนะ ต้องฟังคำสั่งหมอ ทานยาให้ครบ ร่างกายถึงจะกลับมาแข็งแรง”ทว่าทันทีที่สิ้นคำพูด เซียวซูอี้กลับผลักเขาออกอย่างแรงด้วยอาการตื่นตระหนก “บอกแล้วไงว่าฉันไม่ได้ป่วย ฉันไม่กินยา คุณเป็นพวกเดียวกับเวิงอี๋ใช่ไหม?”“ต้

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 569

    “ซือเหย่...”ในขณะที่ทั้งสองฝ่ายกำลังคุมเชิงกันอย่างไม่ลดละ เวิงกั๋วเฉียง พ่อของเวิงอี๋ก็ปรากฏตัวขึ้นหลังจากที่ช่วยเซียวซูอี้กลับมาได้ โจวซือเหย่ได้แจ้งข่าวให้เวิงกั๋วเฉียงทราบ และตอนนี้เขากับลูกสาวคนโตก็พักอยู่ที่บ้านหลังย่อยของคฤหาสน์จิ่งหยวนการให้พ่อลูกได้กลับมาพบหน้ากันก็เรื่องหนึ่ง แต่อีกแง่หนึ่งคือโจวซือเหย่ต้องการให้เซียวซูอี้รับรู้ว่าเธอยังมีญาติอย่างพ่ออยู่ เพราะเขาเองก็ไม่สามารถอยู่เคียงข้างเธอได้ตลอดเวลาเวิงกั๋วเฉียงเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เจือความประจบประแจงเล็กน้อย “ซูอี้ไม่เห็นหน้านาย เธอเลยไม่ยอมทานยาเลย นายช่วยไปเกลี้ยกล่อมเธอหน่อยได้ไหม”เมื่อได้ยินดังนั้น โจวซือเหย่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ เดิมทีเขาเองก็อยากให้ร่างกายของเซียวซูอี้ฟื้นฟูโดยเร็วอยู่แล้ว เขาจึงลุกขึ้นเดินตามเวิงกั๋วเฉียงไปเจียงซู่เงียบนิ่ง เธอมองภาพนั้นด้วยสายตาว่างเปล่า ท่าทีของโจวซือเหย่นั้นเป็นไปตามที่เธอคาดไว้ แต่ที่น่าประหลาดใจคือเวิงกั๋วเฉียง...ลูกสาวคนเล็กตายด้วยน้ำมือของโจวซือเหย่ เมียก็ถูกโจวซือเหย่ส่งเข้าคุก แต่เขากลับทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น สามารถติดต่อคบค้าสมาคมกับชายคนนี้ต่อได้อย่างไร้ความตะข

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 568

    “ผมขอโทษ”โจวซือเหย่เอ่ยคำขอโทษออกมาอย่างจริงใจเจียงซู่สวนกลับทันควัน “ถ้าคุณรู้สึกผิดจริง ๆ ก็ปล่อยฉันไปเดี๋ยวนี้”คำปฏิเสธของเขาเป็นไปตามที่เธอคาดไว้ โจวซือเหย่เอ่ยปฏิเสธอย่างไม่คิดลังเล “ข้างนอกนั่นยังไม่ปลอดภัย”เจียงซู่ไม่ยอมรับการกระทำจอมปลอมนี้ของเขา เธอแค่นเสียงเย็นยะเยือก “คุณใช้คำว่าดูแลมาบังหน้าเพื่อกักขังฉันไว้ที่นี่ ความจริงคุณไม่ได้เป็นห่วงฉัน มันก็แค่การตอบสนองความต้องการส่วนตัวของคุณเท่านั้น”“คุณบอกว่าไม่อยากให้คนตระกูลเหลียงมารังแกฉัน พูดให้ถูกก็คือ คุณแค่ไม่อยากเสียผลประโยชน์เพื่อไปสงบโทสะของตระกูลเหลียงต่างหาก”เธอชะงักคำพูดครู่หนึ่ง ก่อนจะเบ้ปากเผยแววเย้ยหยัน “ในเมื่อคุณไม่ได้แคร์ฉันเหมือนที่แสดงออกมา แล้วจะมาแสร้งทำเป็นคนดีต่อหน้าฉันทำไม?”ตลอด 5 ปีที่ใช้ชีวิตในตระกูลโจว เจียงซู่รู้ซึ้งถึงวิธีการจัดการปัญหาของพวกเขาดีถ้าทำผิดก็ใช้เงินแก้ปัญหา ถ้าเงินแก้ไม่ได้ก็ใช้อำนาจ นี่คือสันดานดิบของพวกเขาเสมอมาในตอนนี้ โจวซือเหย่ปากก็บอกว่าห่วงความปลอดภัยของเธอ แต่กลับขังเธอไว้ที่นี่ พูดง่าย ๆ คือเขาไม่ได้กดดันหรือยื่นข้อเสนอแลกเปลี่ยนผลประโยชน์กับตระกูลเหลียงเลยแ

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 567

    เจียงซู่เดินลัดเลาะไปตามทางที่คุ้นเคยจนถึงมุมกำแพงแห่งหนึ่ง แล้วเริ่มปีนป่ายขึ้นไปโดยไม่มีความหวาดกลัวในค่ำคืนที่มืดมิด เธอไม่หยุดพักแม้แต่วินาทีเดียว เจียงซู่ออกแรงปีนขึ้นไปจนถึงยอดกำแพง ทว่าในขณะที่กำลังเตรียมจะกระโดดลงไปฝั่งตรงข้าม กลับต้องมานั่งจ้องตาเขม็งกับบอดี้การ์ดที่ยืนรออยู่ข้างล่างก่อนหน้าเสียแล้วเจียงซู่ “...”บอดี้การ์ดคนนั้นยืนตัวตรงแน่วราวกับกำลังฝึกระเบียบวินัยทหาร ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ “คุณผู้หญิง คุณละเมอเดินออกมาอีกแล้วเหรอครับ?”เจียงซู่รู้ทันทีว่าแผนการหนีครั้งนี้ล่มไม่เป็นท่า เธอถูกชายฉกรรจ์ร่างยักษ์สองคนกึ่งลากกึ่งประคองกลับเข้าบ้านไปอย่างแข็งกร้าวความโกรธทำให้ความดันโลหิตของเจียงซู่พุ่งปรี๊ด เธออยากจะรู้นักว่าโจวซือเหย่วางกำลังคนไว้รอบ ๆ นี้มากขนาดไหนกันเชียว?ความอัดอั้นตันใจที่แผนการหลบหนีล้มเหลว ทำให้เธอรู้สึกว่าทุกสรรพสิ่งที่อยู่เบื้องที่ปรากฏต่อสายตาภายในบ้านนั้นขวางหูขวางตาไปหมด กลางดึกคืนนั้นเจียงซู่คว้าไม้กอล์ฟของโจวซือเหย่ ก่อนจะจัดการฟาดทำลายข้าวของในคฤหาสน์จิ่งหยวนจนเละเทะไม่มีชิ้นดีบอดี้การ์ดที่ยืนคุมอยู่หน้าประตูเห็นเหตุการณ์เข้าพอดี ทว่าก

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 566

    สมองที่เคยถูกตัณหาและฤทธิ์สุราครอบงำพลันสว่างวาบขึ้นมาทันที โจวซือเหย่เลียริมฝีปากพลางแสดงสีหน้าสำนึกผิด “ผม...”เขาไม่ได้ตั้งใจจะล่วงเกินเธอ เขาเพียงแค่... ห้ามใจตัวเองไว้ไม่อยู่โจวซือเหย่ตั้งท่าจะขอโทษ แต่เจียงซู่ไม่เปิดโอกาสให้เขาแม้แต่น้อย เธอคว้าแก้วน้ำที่วางอยู่บนโต๊ะหัวเตียงขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ก่อนจะฟาดเข้าที่ศีรษะของโจวซือเหย่อย่างแรงโดยไม่สนว่าโจวซือเหย่จะคือเทพบุตรจากสรวงสวรรค์หรือมัจจุราชจากขุมนรกเพล้งไม่รู้ว่าหัวของโจวซือเหย่แข็งเกินไป หรือแก้วใบนี้มันเปราะบางกันแน่ แก้วใบนั้นแตกกระจายเป็นเสี่ยง ๆ ทันทีที่กระทบเป้าหมายคำขอโทษที่ติดอยู่ที่ลำคอของโจวซือเหย่จึงถูกกลืนกลับลงไป เขาได้แต่มองเธอตาค้าง ราวกับยังตั้งตัวไม่ทันว่าเพิ่งโดนอะไรไปในจังหวะที่เขาพะวักพะวน เจียงซู่ก็จัดการทวงคืนลูกถีบที่ติดค้างกันไว้ตั้งแต่บนรถ เธอถีบเข้าที่ใบหน้าของโจวซือเหย่เต็มแรงจนเขาหงายหลังล้มตึงลงไปกองกับพื้นหลังจากจัดการเสร็จ เจียงซู่ยังแสดงท่าทีรังเกียจด้วยการเอาเท้าไปเช็ดถูบนผ้าปูเตียงซ้ำ ๆ จนผ้ายับยู่ยี่ไปหมดลูกถีบนี้ของเจียงซู่หนักหน่วงเอาการ เพราะหลังจากโจวซือเหย่ล้มลงไป

  • ฉันแท้ง... ในวันเกิดชู้รัก   บทที่ 565

    ครั้งนี้ โจวซือเหย่อ่านเกมของเจียงซู่ออกล่วงหน้า ในจังหวะที่เธอตั้งท่าจะพุ่งไปคว้าตัวเซียวซูอี้เพื่อใช้เป็นเครื่องต่อรองนั้น เขากลับเป็นฝ่ายรวบตัวเธอไว้ได้ก่อน แล้วกดเธอกลับลงบนโซฟาอย่างแรง“...” เจียงซู่ถลึงตาใส่พลางพยายามดิ้นรนให้พ้นจากการพันธนาการในขณะที่เซียวซูอี้รีบมุดไปหลบข้างหลังโจวซือเหย่ ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นต่อสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคย และมีความหวาดระแวงต่อเจียงซู่อย่างเห็นได้ชัดเธอยังจำผู้หญิงคนนี้ได้ เหมือนกับคนพวกนั้นที่ชอบดุด่าตบตีเธอ เธอไม่ชอบผู้หญิงคนนี้เลยเมื่อเห็นเหยื่อที่ใช้ข่มขู่โจวซือเหย่หลุดมือไป เจียงซู่ก็รู้สึกเดือดดาล เธอหรี่ตาลงพลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก “คุณคิดจะขังฉันไว้ที่นี่งั้นเหรอ?”โจวซือเหย่ตอบไม่ตรงคำถาม “ที่นี่ปลอดภัยที่สุดสำหรับคุณ”ปลอดภัยกับผีน่ะสิการอยู่ข้างกายเขานี่แหละคือสิ่งที่อันตรายที่สุดเจียงซู่ตอกกลับ “คุณกล้าพูดคำนี้ออกมาได้ยังไง?”เขาลืมไปแล้วหรือไงว่าความฉิบหายทุกอย่างในชีวิตเธอ มันเป็นเพราะใคร?โจวซือเหย่ไม่ใช่แค่มีหน้าด้าน แต่เขายังหน้าด้านไร้ยางอาย “ผมทำทั้งหมดนี้ก็เพื่อตัวคุณเอง”เจียงซู่มองเขา

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status