หน้าหลัก / LGBTQ+ / ฉาวชู้ / ตอนที่ 5 แค่เกม

แชร์

ตอนที่ 5 แค่เกม

ผู้เขียน: อิสระ&ชน
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-08-13 12:30:13

ตอนที่ 5 แค่เกม

“แน่ใจเหรอรินทร์ว่าจะไม่ให้ปาร์คขึ้นไปด้วย”

“เรื่องนี้มันเป็นปัญหาของรินทร์  รินทร์ไม่อยากทำให้ปาร์คต้องมาเจอข่าวแย่ๆ หรือต้องมาพลอยเสียหายไปด้วย แค่ปาร์คมาส่งรินทร์ที่นี่ก็ขอบคุณมากแล้ว” ผมหันไปส่งยิ้มขอบคุณเพื่อนเพียงคนเดียวที่ผมเหลืออยู่ในตอนนี้แม้เราสองคนจะเพิ่งรู้จักกันได้ไม่นานอีกทั้งการถูกจับคู่จิ้นนั้นมันก็เป็นเพียงการแสดงละครฉากหวานเพื่อเรียกเรตติ้งตบตาแฟนคลับและคนดู แต่ใครเลยจะรู้ว่าปาร์คคือคนเพียงคนเดียวที่กล้าเดินฝ่ามรสุมข่าวฉาวทั้งหลายเข้ามาหาผมอย่างจริงใจ

“ถ้าอย่างนั้น...ปาร์ครออยู่ข้างล่างนะ” 

“ไม่เป็นไรปาร์คกลับเถอะ ขากลับเดี๋ยวรินทร์เรียกแท็กซี่ได้ รินทร์ไม่อยากให้ใครมาเจอปาร์คที่นี่”

"แต่ว่า...."

"รินทร์ไม่เป็นอะไรจริงๆ"

ผมยืนมองตึกสูงเบื้องหน้าผ่านแว่นตากันแดดสีเข้ม แม้เวลานี้มันจะดึกจนเกือบเลยเที่ยงคืนไปแล้ว แต่ผมยังเลือกที่จะสวมมันเอาไว้เพื่อใช้อำพรางใบหน้าและสายตาจากผู้คน ทั้งเสื้อฮูทตัวใหญ่หมวกใบเก๋และแมสปิดบังใบหน้าสีดำสนิท จนมั่นใจว่าคงไม่มีใครจดจำดารินทร์คนนี้ได้ ผมยกมือขึ้นเพื่อหวังจะใช้มันกดปุ่มสัญญาณบอกกล่าวเรียกหาคนที่อยู่ภายในห้องให้รับรู้เหมือนครั้งก่อน หากแต่ประตูนั้นกลับถูกดึงให้เปิดออกพร้อมกับเจ้าของห้องซึ่งยืนส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ตอบกลับมาจากภายใน

“มาแล้วเหรอ ฉันรอเธออยู่ตั้งหลายวันนะ” เจ้าของห้องพักเอ่ยทักทายผมทันทีเมื่อเราพบหน้ากัน

“รอผมอย่างนั้นเหรอ?”

“ใช่...”

“คุณครามผมต้องการพูดกับคุณยังลูกผู้ชาย คุณน่าจะรู้เรื่องของผมบ้างแล้ว” ผมเปิดประเด็นโยงเข้าเรื่องถึงสาระสำคัญในการตัดสินใจเสี่ยงตายมาหาเขาในคืนวันนี้ทันที

“ต่อให้ฉันไม่อยากรู้ ก็มีคนส่งข่าวของเธอมาให้ฉันดูอยู่ดี เอาล่ะบอกฉันสิว่าคืนนี้เธอมาหาฉันทำไมหรือว่ายังติดใจเรื่องคืนนั้นอยู่” สายตาเหมือนหมาป่าเจ้าเล่ห์ของพี่เขยไฮโซมองมายังผมพร้อมกับเท้าคู่หนาขยับออกมายืนอยู่เบื้องหน้ากลางโถงทางเดินส่วนกลาง

“ผมไม่ได้ติดใจอะไรคุณทั้งนั้น แต่ที่ผมมาเพราะยังมีเรื่องค้างคาใจ คลิปทุเรศนั่นมันถูกถ่ายขึ้นภายในห้องนอนของคุณ ผมอยากรู้ว่าคุณใช้วิธีสกปรกอะไรและทำไมคุณถึงทำกับผมแบบนั้นและผมหวังว่า...คุณคงไม่ใช้คำพูดปฏิเสธว่าคุณไม่รู้เรื่องหรอกนะ” ผมชักเท้าก้าวถอยหลังพาตัวเองออกห่างจากผู้ชายคนนี้จนด้านหลังนั้นสัมผัสได้ถึงผนังทางเดินอันเย็นเฉียบ

“เพื่อจำลองเหตุการณ์ในคืนวันนั้นให้สมจริง เธอน่าจะเข้าไปในห้องนั้นกับฉันอีกครั้งนะ”

“ไม่! ผมจะยืนคุยตรงนี้” ผมขยับตัวแนบแผ่นหลังชิดไปกับผนังทางเดินให้มากขึ้น เฝ้ามองดวงตาขบขันชอบใจจากคนตรงหน้าอย่างไม่ไว้ใจ

“เธอไม่กลัวคนอื่นมาเห็นเหรอ”

“คนเห็นแล้วยังไง ผมยืนอยู่นอกห้อง ส่วนคุณยืนอยู่ตรงนั้น เราไม่ได้แตะเนื้อต้องตัวกันเลยด้วยซ้ำ” ผมเบียดตัวเองถอยกรูดรูดแผ่นหลังไปตามผนังอันเย็นเฉียบเพื่อเว้นช่องว่างระยะห่างระหว่างเราสองคนให้มากขึ้น

“รู้อะไรมั้ยดารินทร์ เธอเป็นนักแสดงแต่เธอกลับไม่รู้กลไกการตลาดหรือการทำงานของสื่อเลยแม้แต่น้อย ต่อให้เธอยืนอยู่ที่ลานจอดรถชั้นล่าง นักข่าวเขาก็เขียนให้เธอมานอนอยู่บนเตียงของฉันได้ หรือต่อให้เธอยืนอยู่ตรงนั้น นักข่าวเขาก็เขียนว่า...เธอเข้ามาหาฉันในห้องอยู่ดีเพราะฉะนั้นอย่ามัวมาเสียเวลายืนให้เมื่อยขาอยู่เลย เข้าไปข้างในเถอะ อย่างน้อยคนที่เดินผ่านไปผ่านมาเขาจะได้ไม่เห็นเธอและไม่ได้ยินสิ่งที่เราสองคนจะคุยกันนับจากนี้”

เจ้าของรอยยิ้มมีเสน่ห์กระตุกมุมปากยกขึ้น จากนั้นจึงหันหลังเดินกลับเข้าไปภายในห้องพักแล้วทิ้งผมให้ยืนกระอักกระอ่วนอยู่ด้านนอกนานครู่หนึ่งกว่าผมจะต้องยอมรับว่าสิ่งที่ผู้ชายคนนั้นพูดมาเป็นเรื่องจริง โลกมายาใบนี้ความจริงมันไม่ได้สำคัญเท่าเรตติ้งและตัวเงินที่จะได้มาจากการขายข่าวยิ่งฉาวเท่าไหร่มันก็ยิ่งกระตุ้นความสนใจและความอยากรู้อยากเห็นของคนที่ใส่ใจเรื่องของคนอื่น ยิ่งเป็นเรื่องเหม็นโฉ่แบบนี้รับรองว่ายอดไลค์ยอดแชร์นั้นทำให้ยิ้มหน้าบานเผลอๆ ผมอาจจะได้แฮชแท็กใหม่แทนชื่อเดิม #ดารินทร์เล่นชู้ ก็เป็นได้ 

"มานั่งคุยกันตรงนี้สิ" เจ้าของห้องเชื้อเชิญผายมือไปยังโซฟาใหญ่ ก่อนที่ร่างสูงจะเดินไปหยิบขวดเหล้ามาจากบาร์ก่อนจะเปิดฝาแล้วเทน้ำสีน้ำตาลทองลงไปภายในแก้วใบสวย ท่าทางสุขสบายผ่อนคลายกับสีหน้าเรียบเฉยของเขาทำให้ผมอึดอัดแปลกๆ

“ดูคุณไม่ทุกข์ร้อนกับเรื่องที่เกิดขึ้นเลยนะครับ”

“ฮึ...ดารินทร์ ฉันเป็นนักธุรกิจ อะไรที่ฉันตัดสินใจทำลงไป ถ้าหากมันจะทำให้ฉันเสียเปรียบหรือว่าขาดทุน ฉันจะไม่เอาตัวเองไปเสี่ยงเด็ดขาด”

“แต่เรื่องนี้คุณมีแต่เสียกับเสีย พี่รัณกำลังจะฟ้องหย่าเพราะเรื่องในคืนนั้น ชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือของธุรกิจคุณ...คุณจะบอกว่าคุณไม่ได้เสียหายอะไรจากสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างนั้นเหรอครับ” ผมยังคงยืนอยู่ห่างออกมาจากเจ้าของห้อง แม้ว่าภายในห้องนี้จะมีเพียงเราสองคนแต่ผมก็เข็ดหลาบกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นจนไม่อาจวางใจเข้าใกล้ผู้ชายคนนี้ได้อีก

“ใช่ ดารัณยื่นฟ้องหย่าฉันด้วยข้อกล่าวหาว่าฉันคบชู้ซึ่งก็คือเธอ หลักฐานแน่นหนาแทบดิ้นไม่หลุดเลยล่ะ เรียกค่าเสียหายเงินชดเชยจากชื่อเสียงที่เสียไป เธอรู้ไหมว่าพี่สาวเธอต้องการเงินจากฉันเท่าไหร่...” ร่างสูงหย่อนกายลงไปนั่งไขว่ห้างอย่างสบายใจก่อนที่มือข้างหนึ่งซึ่งว่างอยู่จะเอื้อมไปหยิบรีโมททีวีแล้วกดมันให้เปิดขึ้นแล้วเลื่อนช่องไปมาอย่างใจเย็น

“ผมไม่อยากรู้...ไม่อยากรู้...แล้วทำไมคุณถึงไม่ปฏิเสธว่าเรื่องระหว่างเรามันไม่เป็นความจริง ผมรู้นะว่าคืนนั้นคุณกับผมเราไม่ได้มีอะไรกัน” ผมขยับเท้าเดินถอยหลังไปยืนชิดโต๊ะตัวหนึ่งซึ่งด้านบนวางของประดับทำด้วยทองเหลืองเอาไว้

“ใครบอกเธอว่าเราไม่มีอะไรกัน...” ใบหน้าคมเหลียวหันกลับมาส่งยิ้มให้ ดวงตาเจ้าเล่ห์ร้ายกาจนั้นสั่นคลอนความเชื่อมั่นในตัวผมจนมันเกือบไม่มีเหลือ

“คุณหมายความว่ายังไง”

“คลิปพวกนั้นยังไม่ชัดเจนอีกเหรอ”

“ถึงคลิปนั้นมันจะดูเหมือนว่าเราสองคนมีอะไรกัน แต่ความจริงแล้วมันไม่ใช่ คุณเองก็รู้นี่” ผมยืนกรานเสียงแข็งหนักแน่น

มือหนายื่นออกไปเบื้องหน้าก่อนจะกดปุ่มเล็กๆ บนรีโมทในมือ ภาพบนจอทีวีเปลี่ยนฉายเป็นภาพคลิปวิดีโอเจ้าปัญหาที่ผมไม่กล้าหันไปมองมันเต็มสายตานักเพราะรู้สึกกระดากอายเหลือเกิน ระดับความดังของเสียงถูกเร่งขึ้นสุดเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์จนผมได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจของคนที่กำลังซุกจมูกจูบลงมาตรงซอกคอของผมบนจอสี่เหลี่ยม

“เธอมั่นใจได้ยังไง...”

“มั่นใจสิเพราะผม.....ผม....ผมอ่านมาหมดแล้ว ถ้าเรามีอะไรกันจริงๆ ผมก็ต้องรู้สึกบ้าง.....เอ่อ...มันก็ต้องมีหลักฐาน.....มีร่องรอยอะไร...บ้างสิ....แต่นี่....ผมไม่รู้สึกอะไรเลย” ผมก้มหน้าลงมองพรมปูพื้นแทนใบหน้าเจ้าของห้อง รู้สึกอึดอัดหายใจไม่ออก

“ฮึ...ดารินทร์  เธอนี่...ซื่อกว่าที่ฉันคิดเอาไว้เยอะเลยนะ” ร่างสูงขยับลุกขึ้นยืนจนเต็มความสูงแล้วเดินเข้ามาใกล้ มือหยาบใหญ่ยังไม่ยอมวางแก้วเครื่องดื่มสีเข้ม

“ผมเปล่าสักหน่อย”

“แล้วเธอได้บอกใครหรือเปล่าเรื่องนี้...เรื่องที่ว่า...เธออ่านมาหมดแล้วนั่นน่ะ” รอยยิ้มเยือกเย็นกับดวงตาหมาจิ้งจอกเจ้าเล่ห์นั้นทำให้ผมขนลุก

“ผม.....ผมพยายามบอกแล้ว แต่ไม่มีใครเชื่อ...ทุกคนเชื่อคลิปนั่น” ผมพยักหน้ากลับไปทางจอทีวีใหญ่ซึ่งยังถูกเปิดค้างอยู่ เสียงผมครางชื่อเจ้าของห้องดังกระหึ่มจนผมไม่กล้าเงยหน้าขึ้นไปสบดวงตาสีเข้มซึ่งเจ้าของมันโน้มยื่นลงมาห่างจากใบหน้าของผมไปไม่ถึงหนึ่งฝ่ามือ

“ถ้าอย่างนั้น...ถือว่าฉันเป็นนักแสดงฝีมือดีคนหนึ่งทีเดียวนะ”

“คุณหมายความว่ายังไง คุณแกล้งสร้างภาพ ถ่ายคลิปทำเหมือนเรามีอะไรกันอย่างนั้นเหรอ?"

"ใช่...คลิปนั้นฉันใช้โทรศัพท์มือถือของเธอถ่ายเอาไว้เอง" มือหน้าล้วงลงไปในกระเป๋ากางเกงก่อนจะหยิบชูโทรศัพท์มือถือยี่ห้อดังเครื่องหนึ่งขึ้นมาแล้วแกว่งมันไปมาอยู่ต่อหน้าผม

"คุณทำแบบนั้นทำไม” ผมแทบไม่เชื่อหูตัวเองว่าจะได้ยินสิ่งนี้หลุดออกมาจากปากของสามีพี่สาว

“ฉันแค่กำลัง...วางรอบดักปลาเท่านั้นเอง” แก้วบรั่นดีเย็นเฉียบถูกนาบลงมาบนแก้มของผม เจ้าของดวงตาเป็นประกายฉายยิ้มฉลาดอันเยือกเย็นเหมือนอยากเยาะเย้ยคนซื่อแต่โง่เขลาอย่างผม

“วางลอบดักปลาอย่างนั้นเหรอ?”

“ใช่...ต้นทุนต่ำ  แต่ผลกำไรนับว่าเกินควรเกินคาด”

“หมายความว่าทั้งหมดนั้นเป็นฝีมือคุณอย่างนั้นเหรอ”

“เธอจะโยนว่าเป็นฝีมือของฉันทั้งหมดก็ไม่ถูก”

“คุณทำแบบนั้นทำไม คุณรู้หรือเปล่าว่าผมต้องเสียอะไรไปบ้าง คุณรู้หรือเปล่าว่าครอบครัวของผมต้องเสียอะไรไปบ้าง” ผมยกมือขึ้นมาปัดแก้วเหล้าใบนั้นออกไปจากตัว รู้สึกเหมือนคนทั้งโลกช่างโหดร้ายใจดำกับผมเหลือเกิน ในขณะที่ชีวิตผมพังทลายลงอย่างไม่เป็นท่า แต่ผู้ชายคนนี้กลับยังยืนยิ้มอยู่ได้ อีกทั้งสีหน้าแววตาดูเหมือนเขาไม่ได้รู้สึกผิดเลยแม้แต่น้อย

“คุณรู้หรือเปล่า...ว่าผมต้องเจอกับอะไรบ้าง ไอ้ลอบดักปลาชั่วช้าเลวทรามของคุณมันทำลายชีวิตผม”

“ฉันไม่สนว่าเธอจะเสียอะไรไปบ้าง ฉันรู้แค่ว่าฉันจะไม่ยอมเสียเปรียบในเกมนี้”

“เกมอย่างนั้นเหรอ นี่มันชีวิตของผมนะ...อนาคตของผม อาชีพผม เพื่อนๆ ของผม คุณบอกว่ามันเป็นเกมอย่างนั้นเหรอ”

ผมเหนี่ยวมือกำรอบคอเสื้อราคาแพงนั้นเอาไว้แน่นพร้อมกับเหวี่ยงหมัดเล็กๆ ออกไปอยากทำร้ายให้ผู้ชายใจดำคนนี้ได้รู้สึกเจ็บ แม้มันจะเทียบไม่ได้เลยกับความเจ็บปวดทรมานที่ผมต้องเผชิญมาตลอดหนึ่งสัปดาห์ หากแต่กำปั้นนั้นมันไม่อาจส่งไปถึงร่างหนาเพราะถูกรวบดึงไว้ระหว่างทาง

“ดารัณส่งเธอมาหาฉัน เขาต้องการสร้างเรื่องเพื่อทำให้ทุกคนเข้าใจว่าเธอกับฉันคบชู้กันอยู่แล้วนี่นา แต่เขาคงไม่คาดคิดว่าจะได้เห็นภาพบาดตาที่ฉันพาเธอขึ้นเตียงจริงๆ” มือหยาบยึดข้อมือของผมเอาไว้ทั้งสองข้างก่อนจะเดินดันต้อนผมให้ถอยหลังไปยืนชิดติดกับขอบโต๊ะตัวใหญ่

“คุณจะบอกว่าพี่รันหลอกใช้ผมอย่างนั้นเหรอ”

“ดารินทร์ เธอเป็นแค่หมากตัวหนึ่งบนกระดานของเกมระหว่างฉันกับดารัณเท่านั้น โชคร้ายที่ดารัณเลือกเธอ แต่มันก็ทำให้ฉันได้เห็นธาตุแท้ของดารัณว่าแท้จริงแล้ว...พี่สาวแสนสวยของเธอเลือดเย็นแค่ไหน อันที่จริงถ้าเขาเพียงแค่จ้างสาวไซต์ไลน์ ผู้หญิงขายตัวหรือใครสักคนขึ้นมาหาฉันในคืนนั้น เขาก็คงทำสำเร็จได้ง่ายๆ แต่บังเอิญว่าเขาจงใจส่งเธอมา ถ้าหากจะโทษใครสักคน เธอควรโทษพี่สาวของเธอเอง โทษความอิจฉาริษยาของเขา ฉันบอกแล้วไง...ว่าเธอน่ะยังไม่รู้จักผู้หญิงคนนั้นดีพอ”

“พี่รัณ...หมากตัวหนึ่งบนกระดานอย่างนั้นเหรอ”

“เขาแค่กำลังพยายามดิ้นรนหาทางเอาชีวิตรอดน่ะ แต่ไม่ต้องห่วงหรอก ฉันไม่ให้เธอเป็นชู้กับฉันนานนักหรอกดารินทร์ ฉันบอกแล้วไง ว่ามันเป็นเกมและเกมนี้ฉันจะไม่มีวันแพ้”

“คุณสองคนเห็นชีวิตผมไร้ค่าขนาดนั้นเชียวเหรอ คุณยังมีความเป็นคนอยู่มั้ย คุณรู้หรือเปล่าว่าคุณได้ทำลายชีวิตผมไปแล้วทั้งชีวิต”

“ฉันบอกแล้วไงว่าเธอเป็นแค่หมากตัวหนึ่งบนกระดานเท่านั้น รู้หรือเปล่าดารินทร์...ว่าบางครั้งเราจำเป็นต้องยอมฆ่าม้าเพื่อรักษาเบี้ยตัวเล็กๆ”

อ๊ากกก ผมพุ่งกระชากแขนตัวเองกลับมารับรู้ได้ถึงผิวหนึ่งซึ่งถูกฝ่ามือหยาบนั้นบาดจนแสบร้อนขาสองข้างถูกยกขึ้นเหวี่ยงขึ้นทั้งเตะ ทั้งถีบใส่เจ้าของร่างหนา ในขณะที่ผมโกรธจนแทบบ้าแต่คนเลือดเย็นตรงหน้ายังคงแสยะยิ้มอันน่ารังเกียจเหยียดหยามผมเหมือนเห็นเป็นเรื่องตลก

“มึง!” รูปปั้นทองเหลืองบนโต๊ะนั้นไม่รู้ว่ามันมาอยู่ในมือของผมตอนไหน ผมรู้แค่ว่าผมเกลียดรอยยิ้มของผู้ชายคนนี้ เกลียดจนไม่อาจทนเห็นเขาได้อีกต่อไปแล้ว ผมใช้สิ่งที่อยู่ในมือกระหน่ำฟาดลงไปโดยไม่ได้สนใจว่าไอ้รูปปั้นนี้มันจะไปตกไปตีส่วนไหนของไฮโซหนุ่ม

“ดารินทร์!” เจ้าของใบหน้าซึ่งอาบไปด้วยเลือดยื้อยุดฉุดคืนของแข็งสีเหลืองหม่นนั้นก่อนจะเหวี่ยงมันโยนทิ้งไปแล้วคว้าคอผมเอาไว้แทน ดวงตาคู่สีน้ำตาลเข้มเวลานี้ดุดันน่ากลัวริมฝีปากหนาซึ่งเมื่อไม่กี่วินาทีที่ผ่านมันยังคงเยาะยิ้มเย้ยหยันชีวิตผม เวลานี้ตรงมุมปากข้างหนึ่งมีรอยช้ำบวมเจ่อขึ้นมาพร้อมกับเลือดสีแดงซึมผ่านร่องเหงือกและไรฟันขาว ดูเหมือนรูปปั้นทองเหลืองนั้นมันคงทำให้คนเลือดเย็นเริ่มจะอารมณ์เดือดขึ้นมาแล้ว

“เธอกล้าลงมือทำร้ายฉันอย่างนั้นเหรอดารินทร์...”

“ถ้าผมมีมีดในมือ...ผมจะฆ่าคุณ”

“ต่อให้ฉันไม่มีอะไรในมือ ฉันก็ฆ่าเธอได้...”

"อ๊ากกกกก" ผมใช้อวัยวะทุกส่วนที่พอขยับและเคลื่อนไหวได้ตบตีทุบทำร้ายผู้ชายตรงหน้า ทั้งจิก ข่วน กัดอยากฆ่าให้มันตายไปด้วยมือของผมเอง

โครม! ความรู้สึกเหมือนตัวเองถูกเหวี่ยงลอยไปในอากาศภาพห้องพักสุดหรูหราแห่งนี้เคลื่อนผ่านหน้าผมไปไวจนจับโฟกัสทิศทางไม่ได้ ก่อนที่จะได้ยินเสียงอะไรดังสนั่นลั่นอยู่ข้างหูพร้อมกับสติที่มันดับวูบหายไปอีกครั้ง

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ฉาวชู้   ตอนที่ 27  ในคำว่า...รัก  (จบ)

    ตอนที่ 27 ในคำว่า...รัก (จบ)“คุณครามครับ ผมยังไม่ได้พูดสักคำเลยนะว่าจะแต่งงานกับคุณน่ะ” ผมตีมือลงไปบนท่อนแขนของแฟนหนุ่มทันที เมื่อเห็นว่าเรื่องราวมันชักจะบานปลายใหญ่โตเพราะน้องครีมตะโกนป่าวประกาศเสียลั่นบ้านอยู่อย่างนั้นไม่ยอมหยุด“เรื่องแต่งงาน ฉันต้องรอให้เธอพูดด้วยอย่างนั้นเหรอดารินทร์ เรื่องสำคัญแบบนี้ฉันตัดสินใจเองได้”“แต่มันก็เป็นการตัดสินใจที่สำคัญของผมเหมือนกันนี่ครับ...นี่น่ะมันเป็นชีวิตของผมนะ”“ชีวิตของเรา....ตอนนี้ถ้าดูจากทางพฤตินัยแล้ว เราสองคนถือว่าเป็นสามีภรรยา นับว่าเป็นคนคนเดียวกันแล้วนะ เพราะฉะนั้นเรื่องสำคัญๆ อย่างเช่นเรื่องการแต่งงาน หัวหน้าครอบครัวหรือสามีอย่างฉัน จะขอใช้อำนาจเด็ดขาดในการตัดสินใจเอง”“หื้ออออ มีอย่างนี้ด้วยเหรอครับ”“มีสิ นี่ไง...ครอบครัวของเรา”“แต่ว่า...มันจะไม่เร็วเกินไปหน่อยเหรอครับ เราตกลงเป็นแฟนกันได้แค่สองวันเองนะ แล้วเมื่อคืนเราก็เพิ่งจะ...ลองมีอะไรกันครั้งแรกกับสอง สามครั้งหลังเท่านั้นเอง คุณครามไม่คิดว่าเราควรจะศึกษาดูใจกันอีกหน่อยเหรอครับ” ผมยังคงค้านเร

  • ฉาวชู้   ตอนที่ 26 ครั้งแรก

    ตอนที่ 26 ครั้งแรก“คุณครามครับ”ผมเดินเข้าไปสวมกอดแฟนหนุ่มอย่างประจบเอาใจ เพราะรู้สึกผิดอยู่ไม่น้อยที่มีส่วนในการเอาปัญหาอันวุ่นวายภายในครอบครัวมากวนใจและต้องคอยให้คุณครามตามแก้ปัญหาให้ ผมรู้ว่าสิ่งที่ผมทำนั้นมันอาจจะไม่ถูกต้องทั้งหมด แต่ผมก็อดใจทอดทิ้งแม่และพี่สาวไปไม่ได้จริงๆ ในเมื่อเรามีกันอยู่แค่สามคนเท่านี้ จะดีหรือชั่วอย่างไรเสียทั้งสองก็เป็นคนในครอบครัวเพียงสองคนสุดท้ายในโลกใบใหญ่ที่ผมเหลืออยู่“จะง้อฉันเหรอ” ฝ่ามือนุ่มวางทับลงมาบนหลังมือของผมพร้อมกับใบหน้าเอี้ยวหันมาจูบลงบนหน้าผากเสียงดังจุ๊บใหญ่“ครับผมมาง้อ แล้วก็มาขอบคุณที่คุณครามยอมช่วยแม่กับพี่รัณด้วย” ผมย้ายตัวเองจากการโอบกอดแผ่นหลังกว้างเดินมายืนอยู่ด้านหน้าแล้วสวมกอดร่างหนานั้นเอาไว้จนเต็มอ้อมแขน“เธอรู้ใช่มั้ยดารินทร์ว่าฉันช่วยพวกเขาทำไม ฉันยื่นมือเข้ามาช่วย...ทั้งๆ ที่ฉันเกลียดเขานักหนา”“ครับ” ผมพยักหน้ารับเบาๆผมรู้ว่าคุณครามเองคงเจ็บปวดและรู้สึกเหมือนถูกหยามศักดิ์ศรีอย่างหนัก เมื่อเมี

  • ฉาวชู้   ตอนที่ 25  ช่วยเหลือ

    ตอนที่ 25 ช่วยเหลือ“ตกลงว่ายังไงครับที่รัก ไอ้ตี๋มันกลับมาทำไม”ท่อนแขนหนาสอดคล้องโอบรอบเอวของผมและตามมาด้วยริมฝีปากนุ่มกดจูบหนักๆ ลงมาตรงซอกคอ เหมือนคุณครามอยากจะแกล้งและแสดงให้คนมารบกวนเรากลางดึกได้เห็นว่าเขาได้มาขัดจังหวะเวลาหวานระหว่างเราสองคนอย่างไรบ้าง"ครามเหรอ?"“ดารัณ....คุณที่นี่ทำไม” ผมจับน้ำเสียงประหลาดใจของคุณครามได้พอๆ กับอ่านสายตาของพี่รัณและแม่ที่คงตกตะลึงไม่แพ้กัน“ฉันก็มาหาน้องชายของฉันยังไงละคะ”“เอ่อ...คือแม่กับพี่รัณเข้ามาในห้องก่อนสิครับ” ผมแกะท่อนแขนของคุณครามออกจากเอว แล้วเดินถอยหลังนำทางแม่และพี่สาวไปนั่งลงบนโซฟาคืนนี้อากาศในห้องเหมือนจะร้อนอบอ้าวมากกว่าทุกวัน ทั้งๆ ที่เวลานี้เครื่องปรับอากาศในห้องนั้นมันก็ทำงานตามปกติ และออกจะหนาวเกินไปด้วยซ้ำสำหรับผมเพราะเมื่อชั่วโมงที่แล้วคุณแฟนไฮโซกดลดระดับอุณหภูมิลงไปอีกหลายองศาเพราะคุณครามบอกว่ากิจกรรมเชื่อมความสัมพันธ์ฉันท์แฟนนั้นมันต้องใช้แรงเยอะ“แม่...กับพี่รัณ มีเรื่องอะไรหรือเป

  • ฉาวชู้   ตอนที่ 24  ความสัมพันธ์

    ตอนที่ 24 ความสัมพันธ์“จูบเพื่อการแสดงเธอยังทำได้ แล้วจูบเพื่อหัวใจ เธอจะไม่ลองดูหน่อยเหรอดารินทร์...”หมาจิ้งจอกจอมเจ้าเล่ห์ล่อหลอกลวงผมแล้วอาศัยช่วงของความมึนงงฉกชิงริมฝีปากของผมให้ตกไปอยู่ใต้อาณัติของเขาเอง จูบเบาๆ ราวกับสำลีนุ่มๆ ชุบน้ำผึ้งหวานละเลียดเฉียดเบียดจูบลงมาบนกลีบปาก ชั่วครั้งชั่วคราวจึงสลับปรับมุมจูบดูดลิ้นหนักแต่ไม่ถึงขึ้นรุนแรง ผมเผลอเพลินเดินหลงไปในดงจูบอันหอมหวาน มารู้สึกสะดุดหวิวสยิวเสียวก็เมื่อตอนสัมผัสจากปลายนิ้วเรียวที่สอดลึกเข้ามาภายใต้เนื้อผ้าของเสื้อนอน ฝ่ามือหยาบกดน้ำหนักลงแรงบีบเคล้นเฟ้นไปตามส่วนโค้งส่วนเว้าไปพร้อมกับบดเคล้าเร้าแรงจูบผสมกันจนผมไม่รู้จะให้ความสำคัญปัดป้องส่วนไหนก่อนดี“คุณครามพอแล้วครับ” ผมร้องห้ามแล้วพยายามเบี่ยงตัวหลบจากแรงเสียดสี เวลานี้เสื้อผ้าอาภรณ์หลุดลุ่ยจนแทบจะร่วงหายไปจากตัว“ทำไมล่ะ”“มันสายมากแล้วครับ ผมต้องรีบลงไปเปิดร้าน”“ดารินทร์ เธอมีแฟนรวยเป็นพันล้านเชียวนะ ลงไปเปิดร้านสายแค่ไม่กี่ชั่วโมง ฉันไม่ยอมให้แฟนฉันข

  • ฉาวชู้   ตอนที่ 23  บทพิสูจน์ใจ

    ตอนที่ 23 บทพิสูจน์ใจ“คุณคราม ลุกมาทำไมครับ ผมบอกให้คุณนอนบนเตียงไง” ผมมารู้สึกตัวตื่นเพราะถูกใครบางคนล้มตัวลงมานอนเบียดภายใต้ผ้าห่มผืนเดียวกัน ท่อนแขนยาวโอบดึงรั้งให้ผมพลิกตัวหันกลับเข้าไปหาอ้อมอกอันแข็งและแน่นตึง“เธอก็รู้ว่าฉันนอนไม่หลับถ้าฉันไม่ได้กอดเธอ” เสียงกระซิบแผ่วเบาแหบพร่าดังมาเพียงแค่ให้เราสองคนได้ยินเท่านั้น ผมเอี้ยวตัวหันหน้ากลับไปทางเตียงนอนหลังใหญ่ซึ่งเพื่อนสนิทนั้นยังคงนอนหลับใหลไม่รู้เรื่องไม่รู้ราวจึงยังพอเบาใจว่าปาร์คจะไม่ตื่นขึ้นมาแล้วโวยวายงอนผมเข้าให้อีก“แต่ผมบอกแล้ว ว่าวันนี้ผมเหนื่อยมาก” ผมกระซิบกลับไปบ้าง พร้อมทั้งพยายามขยับดึงไหล่ตัวเองออกห่างจากอีกคน“ฉันรู้ว่าเธอเหนื่อย ฉันถึงมานอนกับเธอตรงนี้ไง ดารินทร์คืนนี้ฉันจะนอนกอดเธออย่างนี้ เธอจะได้อุ่นๆ แล้วก็หลับสบาย เอาล่ะคืนนี้ดึกแล้ว หลับซะนะคนดี” ปลายจมูกโด่งโค้งก้มลงมากดฝังลงบนซีกแก้มของผม ท่อนแขนสองข้างกอดขยับปรับท่านอนให้ผมจนอยู่ในท่วงท่าสบายเนื้อสบายตัว“คุณคราม”“นอนได้แล้ว

  • ฉาวชู้   ตอนที่ 22  สมาคมคนโสด

    ตอนที่ 22 สมาคมคนโสดผมไม่รู้จริงๆ ว่าเมื่อคืนนั้นตัวเองเผลอหลับไปได้ยังไง มารู้สึกตัวอีกทีก็พบว่าตัวเองนั้นล้มตัวลงมานอนอยู่ในแนวระนาบส่วนหัวพาดวางไว้บนอะไรแข็งๆ สิ่งแรกที่พุ่งเข้ามาในประสาทสัมผัสการมองเห็นของผมคือดวงตากลมเปล่งประกายอันสดใสรับกับขนคิ้วขนตาสีดำสนิท ของคนที่หอบหมอนมาขอนอนด้วยเมื่อคืนนี้“มอนิ่งดารินทร์ เธอหลับฝันดีใช่มั้ย” เจ้าของดวงตาเป็นประกายทักทายผมในยามเช้า พร้อมกับรอยยิ้มหวานเสียจนทำเอาผมรู้สึกเขินขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว“เอ่อ...ทำไมเหรอครับ” ผมทนสายตาวิบๆ วับๆ ของคุณครามไม่ไหวจึงต้องเฉไฉมองเลยหันไปจ้องมองสิ่งอื่นแทน“ฉันเห็นเธอนอนยิ้มเหมือนคนกำลังมีความสุข ดารินทร์เธอรู้หรือเปล่าว่ามันทำให้ฉันมีความสุขไปด้วย” ปลายนิ้วมืออุ่นดึงคางผมให้หันกลับมาหา“ผมน่ะเหรอนอนยิ้ม ผมไม่ได้บ้านะครับ”“ฉันไม่ได้โกหกนะ ถ้าเธอไม่เชื่อฉันมีหลักฐานด้วย” คุณครามหันไปด้านข้างแล้วเอื้อมหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา จากนั้นจึงเปิดโชว์ภาพพักหน้าจอซึ่งเป็นภาพใบหน้าของผมนอนหลับตาพ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status