ตอนที่ 4 คลิปฉาว
“ฉันนึกว่าแกจะละอายใจ จนไม่กล้ากลับบ้านมาเจอพี่แล้วซะอีกดารินทร์”
ทันทีเมื่อผมก้าวเข้ามาภายในบ้านหลังใหญ่ คำทักทายของพี่สาวและแววตาห่างเหินต้อนรับน้องชายอย่างผมได้เจ็บปวดเหลือเกิน พี่รัณยังคงสวยสง่าสมกับเป็นนางเอกแถวหน้าแห่งวงการ แม้ร่องรอยแห่งความเศร้าโศกเสียใจจะถูกทิ้งไว้เป็นความบวมช้ำของเปลือกตาสีชมพูเข้มก็ตามที แต่มันไม่อาจลดทอนความสวยสง่าดุจนางพญาของผู้หญิงคนนี้ให้หม่นหมองลงไปได้แม้แต่ปลายเล็บ
“ผมกลับมาเพื่อต้องการยืนยันความบริสุทธิ์ของผม พี่รัณครับระหว่างผมกับคุณครามเราไม่มีอะไรกันจริงๆ นะ” ผมยืนยันหนักแน่นพร้อมทั้งหันไปหาแม่ซึ่งนั่งคอแข็งเขม็งตามองผมด้วยความผิดหวังและเกรี้ยวกราด
“แกนะแกดารินทร์...แม่ไม่คิดจริงๆ ว่าแกจะเลวขนาดนี้”
“แม่ครับ แม่ฟังรินทร์บ้างสิ...เชื่อรินทร์บ้าง ไว้ใจรินทร์สักครั้ง”
แต่ไหนแต่ไรมาผมไม่ใช่ลูกคนโปรดของแม่ อาจเพราะผมเป็นลูกชาย...หรือเป็นเพราะผมเกิดมาในวันที่พ่อเก็บกระเป๋าเดินออกจากบ้านไปอยู่กับครอบครัวใหม่ โดยทิ้งเราสามคนเอาไว้ให้ต่อสู้กับชะตาชีวิตเพียงลำพัง
“ฉันจะไว้ใจอะไรแกได้อีกรินทร์ แกรู้มั้ยว่าแกทำให้ครอบครัวเราอับอายแค่ไหน ตอนแรกแกก็ดื้อรั้นอยากไปเป็นดาราอย่างยัยรัณ อยากเด่นอยากดังเหมือนพี่เขา ถึงขนาดยอมไปเล่นไอ้ซีรีส์วายบ้าบอกอดจูบกับผู้ชายด้วยกันเอง แค่นี้ฉันก็อายคนจนแทบไม่กล้ามองหน้าใครแล้ว แล้วนี่อะไร...ลูกชายฉันแย่งผัวพี่น้องกันเอง แถมยังมีคลิปโป๊หลุดว่อนไปทั่วบ้านทั่วเมือง แกจะให้ฉันเอาหน้าไปไว้ที่ไหน แกจะฆ่าแม่ให้ตายจริงๆ ให้ได้ใช่มั้ยรินทร์...แกมันไม่น่าเกิดมาเป็นลูกฉันเลยจริงๆ”
ผู้หญิงที่ผมเรียกว่าแม่ลุกขึ้นมาตบฝ่ามือลงบนแก้มซึ่งยังช้ำไม่หาย ก่อนจะทำร้ายทั้งร่างกายและหัวใจของผมให้ย่อยยับด้วยคำพูด กรีดแทงบดสับความรู้สึกของผมให้ย่อยยับจนมันแทบไม่เหลือชิ้นดี
“แกมันไอ้พวกโรคจิตผิดเพศ ทำไมถึงได้ทำแต่เรื่องน่าอายอย่างนี้นะดารินทร์ ฉันอายคนแกได้ยินมั้ยว่าฉันอาย...”
“ทำไมไม่มีคนเชื่อผมบ้าง...”
ผมนั่งจมอยู่บนพื้นบ้านท่ามกลางสายตารังเกียจเดียดฉันท์ของทั้งแม่และพี่สาว คำด่าทอเพราะความไม่เข้าใจของคนอื่น ยังไม่ทำให้ผมรู้สึกแย่หรือท้อแท้เท่ากับการหันหลังให้ของคนในครอบครัว พื้นที่ปลอดภัยเล็กๆ ภายใต้ชายคาของบ้านหลังนี้ มันอาจไม่เคยมีไว้ให้ลูกชายอย่างผม โลกภายนอกนั้นโหดร้ายกับผมจนแทบไม่มีที่ให้ยืนในสังคม แต่ภายในบ้านหลังนี้แม้แต่อากาศจะหายใจเข้าไปผมก็ยังจนปัญญาที่จะครอบครอง
“พี่รัณ...ผมไม่เคยคิดร้ายกับพี่ คืนวันนั้นพี่เป็นคนนัดผมให้ไปเจอที่คอนโดคุณครามเองนะครับ”
“ใช่...พี่นัด แต่พี่ไม่ได้บอกให้รินทร์ไปนอนกับคุณคราม”
“รินทร์เปล่า!” ผมกระแทกเสียงตอบออกไปทันที
ผมอายุยี่สิบห้าแล้วถึงแม้ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมจะไม่เคยมีแฟนทั้งผู้หญิงและผู้ชาย แต่ผมมั่นใจว่าผมไม่ได้ขาดสติจนแยกไม่ออกว่าตัวเองได้เผลอไผลไปมีความสัมพันธ์อันลึกซึ้งกับใครหรือเปล่า แม้ในความทรงจำขมุกขมัวสลัวรางในหัวนั้นมันจะไม่ได้ชัดเจนนัก แต่ผมมั่นใจว่าระหว่างผมกับคุณครามเราไม่ได้มีอะไรเกินเลยมากไปกว่า...
“กอดฉันไว้สิ...ดารินทร์”
อ้อมกอดจากท่อนแขนหนากับริมฝีปากนุ่มที่บดคลึงจูบลงมาอย่างหนักหน่วงแนบแน่น ผมยังพอจดจำรสชาติขมเฝื่อนและเผ็ดซ่าที่ปลายลิ้นกับกลิ่นฉุนบุหรี่จากลมหายใจของเขาได้ ผมยังรู้สึกคลับคล้ายคลับคลาถึงอ้อมกอดกับแผงอกอุ่นๆ นั้นได้ แต่นอกเหนือจากนั้นมันไม่มีอยู่ในหัวของผมเลย ถ้าหากผมมีอะไรกับพี่เขยจริงๆ อย่างน้อยผมควรต้องรู้สึกอะไรบ้างสิ...
“ถ้าอย่างนั้น...ตอบฉันสิดารินทร์ว่าในคลิปนั่นแกทำอะไร....”
จอทีวีขนาดหน้ากว้างเจ็ดสิบนิ้วในห้องรับรองถูกกดเปิดผ่านการเชื่อมต่อจากโทรศัพท์มือถือของพี่ดารัณ ก่อนที่หน้าจอนั้นจะฉายจับแสดงให้เห็นเตียงนอนหลังใหญ่ซึ่งมีผู้ชายสองคนกำลังกอดก่ายซุกไซ้จูบสลับขยับท่าทางไปมาบนผืนผ้าปูเตียงสีเข้มอย่างเด่นชัด จนกระทั่งชายคนหนึ่งหันกลับมาสบตากับผมผ่านหน้าจอทีวีขนาดใหญ่
“ไม่จริง....” ร่างกายและเลือดอุ่นในตัวผมเหมือนมันจะกลายเป็นน้ำแข็งไปในชั่วพริบตา ความรู้สึกเหมือนถูกจับยัดแช่เข้าไปในช่องฟรีชใหญ่เพราะผมรู้สึกได้ถึงความหนาวเย็นซึ่งลามเลียไล่มาตั้งแต่ปลายเท้าจนถึงเส้นผม
ภาพของผู้ชายใบหน้าละม้ายคล้ายจนเหมือนตัวเองกำลังเปลือยกายนั่งก่ายขาบดทับอยู่บนตักหนาของชายผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นผัวของพี่สาว ท่อนแขนสองข้างโอบกอดรอบต้นคอและท้ายทอยหนาก่อนจะพิงซบแนบหน้าวางแก้มไว้บนบ่าสูง ดวงตาฉ่ำหวานปรือเปิดมองมายังกล้องซึ่งกำลังบันทึกภาพก่อนจะอ้าปากร้องครางเรียกชื่อสามีของพี่สาวเสียงดังฟังชัดถนัดหู
“คุณคราม...”
“ดารินทร์...” เสียงทุ้มตอบรับขานชื่อของผมกลับมาพร้อมกับร่างหนาขยับหมุนพลิกกลับเหวี่ยงผมให้ลงไปนอนแผ่แบอยู่เกือบสุดปลายเตียง ร่างเปลือยเจ้าของห้องทาบทับอัดจูบดูดปากของผมจนได้ยินเสียงยามเมื่อกลีบปากและลิ้นฉ่ำเกี่ยวรัดพันดูดกันไปมา พริบตาเดียวท่อนแขนใหญ่ช้อนลงไปใต้ข้อพับบริเวณหน้าขา ก่อนจะขยับยกขาข้างหนึ่งของผมไปวางพาดทิ้งไว้บนบ่าแล้วโน้มตัวลงมาประกบจูบกันอีกครั้ง
“คุณคราม ผมเจ็บ” เสียงร้องครางครวญคร่ำสั่นพร่าแว่วมาจากร่างเปลือยบอบบางซึ่งนอนถ่างขายกแยกเป็นจังหวะเดียวกับคนตัวใหญ่เริ่มต้นขยับร่างกายเป็นจังหวะที่ผมไม่กล้ามอง
“ทุเรศ...ดารินทร์แกมันไอ้ลูกชั่ว แกมันเป็นตัวอัปรีย์ในชีวิตของฉันจริงๆ” หน้าจอทีวีขนาดใหญ่ดับวูบหายไปเหลือเพียงสีดำ พลันภาพเหล่านั้นก็มีอันหายวับไปกับตาเมื่อมีแจกันดอกไม้พุ่งไปกระแทกมันจนแตกละเอียด เสียงกรีดร้องร่ำไห้ของคนเป็นแม่ทำให้หัวใจของผมเจ็บปวดรวดร้าวทรมาน
“แม่...ผมเปล่า...ผมไม่ได้ทำ” ผมเอื้อมมือออกไปกุมข้อเท้าอันเย็นเฉียบของแม่อยากกล่าวคำขอโทษ อยากพูดอธิบาย
“ทำไมแกทำอย่างนี้ดารินทร์!” ภาพใบหน้าเปียกฉ่ำช้ำน้ำตาของแม่เลือนหายไปเพราะผมถูกผลักไสให้ห่างออกมาตามด้วยฝ่ามือทั้งด้านหน้าและด้านหลังกระหน่ำฟาดตบฉาดซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ผมไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้างนับจากนาทีนั้นเพราะทุกอย่างมันพังทลายแหลกสลายแตกละเอียดไปจนหมดสิ้น ชื่อเสียง อนาคต ความเชื่อใจของใครหลายๆ คน ผมเพิ่งเข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงสายตาของคนเหล่านั้นเดี๋ยวนี้เองว่ามันหมายความว่ายังไง ผมไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงยกมือขึ้นมาปัดป้องบทลงโทษที่แม่คงอยากสั่งสอนลูกเลวอย่างผม ความเจ็บปวดของร่างกายที่ได้รับมันเทียบไม่ได้เลยกับความเจ็บปวดของหัวใจ....นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
พี่อาร์ตี้แวะมาหาผมที่บ้านเพียงครั้งเดียวเท่านั้นหลังจากเกิดเรื่อง ผู้จัดการส่วนตัวซึ่งเคยสนิทสนมบอกให้ผมอยู่เงียบๆ สักพัก แต่ผมรู้ดีว่าพี่อาร์ตี้หมายความว่าอะไร ป้ายโฆษณาต่างๆ ที่มันเคยมีรูปผมติดเอาไว้ตามห้างสรรพสินค้าหรือสถานีรถไฟฟ้าขนาดใหญ่ถูกถอดออกจนหมดสิ้น ในทีวีไม่มีใบหน้าหรือแม้แต่ชื่อของดารินทร์โผล่ออกมาให้คนได้เห็นอีก ที่น่าเศร้าไปกว่านั้นซีรีส์ที่เหลืออีกเพียงแค่ไม่กี่ตอนมันก็จะจบลงอย่างสวยงามถูกถอดออกไปจากผังรายการท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นเพราะ
#ดารินทร์เล่นชู้
ยอดฟอลโล่ไอจี ทวิตเตอร์ต่างๆ ของผมดิ่งฮวบเหมือนช่วงลงเหว จากยอดผู้ติดตามนับล้านเหลืออยู่เพียงไม่กี่หมื่นคนในช่วงไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ ช่องแชทข้อความจำนวนมากค้างคาเพราะผมไม่กล้าแม้แต่จะกดเข้าไปเปิดอ่านเพราะเกือบเก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์เป็นคำก่นด่าตัดพ้อว่าผิดหวังและเสียแรงที่เคยรัก เคยสนับสนุน หนักหนากว่านั้นคือตามมาทวงขอคืนของขวัญ ของฝากที่เคยให้หรือบางครั้งทีมเมียหลวงทั้งหลายก็ไล่ให้ผมไปตาย!
เจ็ดวันแล้วที่ผมยังไม่อาจสลัดภาพคลิปวิดีโอสุดฉาวเหม็นโฉ่นั้นออกไปจากหัว ห้องนอนมืดๆ กับเตียงเย็นๆ นี้เป็นเหมือนสุสานที่ฝังผมให้จมลงสู่ห้วงนรกอเวจีอันดำมืด ผมจมชีวิตตัวเองให้อยู่กับโลกแห่งความอ้างว้างเดียวดายเพียงลำพัง
ไม่มีโทรศัพท์
ไม่มีไอแพด
ไม่มีอินเตอร์เน็ต
ไม่มีโซเชียล
ไม่มีญาติ
ไม่มีพี่น้อง
ไม่มีเพื่อน
ไม่มีแฟนคลับ
ไม่มีงาน
ไม่มีอะไรเลยนอกจาก...
...เสียงสะอื้นเบาๆ ในห้องนอนใหญ่กับเสียงหัวใจของผมที่มันแตกละเอียดสูญสลายกลายเป็นผุยผง
“รินทร์”
หลังจากที่ผมถูกคนทั้งโลกหันหลังใส่ ในช่วงบ่ายของวันหนึ่งเสียงของใครบางคนซึ่งคุ้นหูเอ่ยเรียกดังมาจากหน้าประตูห้องนอน ผมยกหัวอันปวดมึนและร่างกายอันอ่อนแรงเพราะขาดอาหารมานานหลายวันลุกขึ้นไปเปิดประตู
“ปาร์ค” คู่จิ้นในโลกมายาของผมปรากฏตัวอยู่ด้านหน้าบานประตูใหญ่ ใบหน้าคมหล่อเหลาของนักแสดงหนุ่มนั้นทำให้ผมปล่อยโฮออกมาอีกครั้ง
“รินทร์....เป็นยังไงบ้าง”
“ฮึก...ขอโทษ รินทร์ขอโทษนะ” ผมทรุดตัวลงนั่งอยู่ตรงหน้าแล้วพร่ำขอโทษคนที่ผมมีส่วนดับอนาคตของเขา ซีรีส์เรตติ้งแรงที่มันควรจะต้องฉายตอนจบในคืนวันนี้และมีคอนเสิร์ตใหญ่ มีงานแฟนมีตติ้ง มีกิจกรรมพบปะแฟนคลับมากมาย ทุกอย่างพังพินาศไปเพราะผมเพียงคนเดียว
“รินทร์ขอโทษ....”
“ไม่เป็นไร ไม่เอาไม่ต้องร้องไห้นะ” ฝ่ามืออุ่นๆ วางลูบลงมาพร้อมคำปลอบโยน ท่อนแขนอันว่างเปล่ารั้งให้ผมเข้าไปซบอยู่กับอกกว้างโดยมีเสียงกระซิบอ่อนโยนปลอบประโลมใจให้คลายเศร้า
"รินทร์ขอโทษ...ขอโทษ"
“ไม่เป็นไร”
“รินทร์ไม่ได้ทำนะ...รินทร์ไม่ได้ทำ”
“อืม....ปาร์คเชื่อใจรินทร์”
คำพูดประโยคสั้นทำให้ผมถึงกับต้องเงยหน้าแหงนคอขึ้นไปมองเจ้าของหัวไหล่แข็งที่ผมใช้มันซับน้ำตาอยู่ในเวลานี้ หนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา ปาร์คคือผู้ชายคนแรกและเป็นคนเดียวที่พูดคำว่า “เชื่อใจ” ออกมาให้ผมได้รับรู้
“ปาร์ค...”
“ปาร์คเชื่อรินทร์ ปาร์คเชื่อว่ารินทร์ไม่มีทางทำเรื่องอย่างนั้นแน่”
“ฮึก....ขอบคุณ” ผมโผเข้าไปหาอ้อมกอดนั้นอีกครั้ง แล้วปล่อยให้เสียงร้องไห้ของตัวเองบอกเล่าความรู้สึกเจ็บปวดและตื้นตันที่อย่างน้อยในคนหลายร้อยหลายพันที่ซ้ำเติม ผมยังมีเพื่อนคนนี้ที่เชื่อใจผม
หลังจากนั่งทำใจได้สักพักผมถึงได้รู้ข่าวโลกภายนอกว่ากระแสข่าวฉาวของผมยังคงเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันสนุกปากและดูเหมือนทุกคนจะเชื่อคำแถลงข่าวและภาพฉาวที่มันหลุดออกไปจนหมดหัวใจ บนโลกอันกว้างใหญ่ใบนี้ดูเหมือนมันไม่มีพื้นที่พอสำหรับคนอย่างผมอีกแล้ว
“แล้วรินทร์จะทำยังไงต่อ”
“ไม่รู้สิ...พี่อาร์ตี้บอกว่าให้รินทร์อยู่เฉยๆ รอให้ข่าวเงียบ แต่เรื่องแบบนี้อีกห้าปี สิบปี คำว่าดารินทร์เล่นชู้ มันก็คงไม่เลือนหายไปง่ายๆ หรอก”
“แล้วรินทร์คิดจะออกมาให้สัมภาษณ์...แก้ข่าวกับสื่อบ้างมั้ย”
“คิด...แต่รินทร์ไม่รู้จะพูดอะไรนอกจากประโยคเดิมซ้ำๆ ว่ารินทร์ไม่ได้ทำ รินทร์จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่ามันเกิดอะไรขึ้นในคืนนั้น ในขณะที่รินทร์มีคำพูดแค่ประโยคเดียว แต่พี่รัณ....”
ผมนึกย้อนไปถึงภาพจากกล้องวงจรปิดหลายจุดภายในคอนโดหรูซึ่งมีคนเอามาปล่อย มันเป็นภาพตั้งแต่ผมขับรถไปจอดรออยู่ตรงลานจอดกลางแจ้ง แถมยังมีภาพถ่ายนั่งคุยโทรศัพท์แล้วแหงนคอมองขึ้นไปบนตึกสูงนั้นจนทำให้คนส่วนมากเชื่อว่าผมกำลังคุยกับเจ้าของห้องพักซึ่งรออยู่ชั้นบน ภาพของผมเดินไปกดลิฟต์แล้วยืนรอหน้าห้องจนกระทั่งคุณครามซึ่งสวมชุดคลุมอาบน้ำเปิดประตูออกมารอรับ แล้วยังคลิปวิดีโอสุดหวือหวาน่ารังเกียจนั่นอีก ผมไม่รู้จะแก้ต่างแก้ตัวกับสังคมยังไงนอกจากความบริสุทธิ์ใจของตัวเองว่า....ผมไม่ได้ทำ
“แล้วคุณคราม เขาได้มาหารินทร์บ้างมั้ย”
“ไม่เขาไม่ได้มา...อีกอย่างรินทร์ไม่อยากเจอหน้าเขา”
ทันทีเมื่อได้ยินชื่อผู้ชายคนนี้ภาพหวิวในจอทีวีเหมือนมันมาฉายซ้ำตอกย้ำเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ผมจมลงสู่อดีตอันเลวร้ายอีกหน แม้ความทรงจำในคืนค่ำอันดำมืดนั้นยังคงเลือนรางแต่ภาพทุกอย่างมันชัดเจนผ่านหน้าจอทีวีและสื่ออินเตอร์เน็ตเว็บหวิวทั้งหลาย ผมไม่กล้าแม้แต่จะกดเข้าไปดูซ้ำเพราะรู้สึกละอายใจเหลือเกิน
“ถ้ารินทร์ไม่ได้ทำก็เหลือแค่คุณครามคนเดียวเท่านั้นนะที่เขาจะตอบได้ว่าเรื่องในคืนนั้นมันเกิดอะไรขึ้น แล้วใครเป็นคนปล่อยคลิป”
“ปล่อยคลิปเหรอ...”
“ใช่ คลิปพวกนั้นมันต้องมีที่มาที่ไปสิ ใครสักคนจงใจถ่าย....และตั้งใจปล่อยมันออกมา”
“จงใจถ่ายคลิปเหรอ...แต่ในคอนโดตอนนั้นมันมีแค่รินทร์กับคุณครามสองคนเท่านั้นนะ....”
“แต่คุณครามเขาจะปล่อยคลิปมาฆ่าตัวเองทำไม ในเมื่อเขารู้เขารู้อยู่แล้วว่าพี่รัณกำลังจะยื่นฟ้องหย่า รินทร์อย่าลืมสิว่าการที่คลิปนั้นถูกเผยแพร่ออกมามันไม่มีผลดีอะไรต่อตัวเขาเลย เรื่องนี้มีแค่พี่รัณคนเดียวเท่านั้นนะที่ได้ประโยชน์”
“ปาร์คจะบอกว่า...พี่รัณทำทุกอย่างเหรอ? พี่รัณจะแอบถ่ายคลิปนั้นได้ยังไง”
“ก็ไม่ได้จะบอกแบบนั้น แต่มันน่าสงสัย”
“แต่พี่รัณจะทำแบบนั้นทำไมล่ะ...นี่มันชีวิตรินทร์ทั้งชีวิตเลยนะ”
“ตลอดชีวิตที่เธอรู้จักเขา ไม่เท่ากับช่วงเวลาบนเตียงที่ฉันเรียนรู้ผู้หญิงคนนี้...”
"ปาร์ค รินทร์จะไปหาเขา...รินทร์จะไปหาคุณคราม"
ตอนที่ 27 ในคำว่า...รัก (จบ)“คุณครามครับ ผมยังไม่ได้พูดสักคำเลยนะว่าจะแต่งงานกับคุณน่ะ” ผมตีมือลงไปบนท่อนแขนของแฟนหนุ่มทันที เมื่อเห็นว่าเรื่องราวมันชักจะบานปลายใหญ่โตเพราะน้องครีมตะโกนป่าวประกาศเสียลั่นบ้านอยู่อย่างนั้นไม่ยอมหยุด“เรื่องแต่งงาน ฉันต้องรอให้เธอพูดด้วยอย่างนั้นเหรอดารินทร์ เรื่องสำคัญแบบนี้ฉันตัดสินใจเองได้”“แต่มันก็เป็นการตัดสินใจที่สำคัญของผมเหมือนกันนี่ครับ...นี่น่ะมันเป็นชีวิตของผมนะ”“ชีวิตของเรา....ตอนนี้ถ้าดูจากทางพฤตินัยแล้ว เราสองคนถือว่าเป็นสามีภรรยา นับว่าเป็นคนคนเดียวกันแล้วนะ เพราะฉะนั้นเรื่องสำคัญๆ อย่างเช่นเรื่องการแต่งงาน หัวหน้าครอบครัวหรือสามีอย่างฉัน จะขอใช้อำนาจเด็ดขาดในการตัดสินใจเอง”“หื้ออออ มีอย่างนี้ด้วยเหรอครับ”“มีสิ นี่ไง...ครอบครัวของเรา”“แต่ว่า...มันจะไม่เร็วเกินไปหน่อยเหรอครับ เราตกลงเป็นแฟนกันได้แค่สองวันเองนะ แล้วเมื่อคืนเราก็เพิ่งจะ...ลองมีอะไรกันครั้งแรกกับสอง สามครั้งหลังเท่านั้นเอง คุณครามไม่คิดว่าเราควรจะศึกษาดูใจกันอีกหน่อยเหรอครับ” ผมยังคงค้านเร
ตอนที่ 26 ครั้งแรก“คุณครามครับ”ผมเดินเข้าไปสวมกอดแฟนหนุ่มอย่างประจบเอาใจ เพราะรู้สึกผิดอยู่ไม่น้อยที่มีส่วนในการเอาปัญหาอันวุ่นวายภายในครอบครัวมากวนใจและต้องคอยให้คุณครามตามแก้ปัญหาให้ ผมรู้ว่าสิ่งที่ผมทำนั้นมันอาจจะไม่ถูกต้องทั้งหมด แต่ผมก็อดใจทอดทิ้งแม่และพี่สาวไปไม่ได้จริงๆ ในเมื่อเรามีกันอยู่แค่สามคนเท่านี้ จะดีหรือชั่วอย่างไรเสียทั้งสองก็เป็นคนในครอบครัวเพียงสองคนสุดท้ายในโลกใบใหญ่ที่ผมเหลืออยู่“จะง้อฉันเหรอ” ฝ่ามือนุ่มวางทับลงมาบนหลังมือของผมพร้อมกับใบหน้าเอี้ยวหันมาจูบลงบนหน้าผากเสียงดังจุ๊บใหญ่“ครับผมมาง้อ แล้วก็มาขอบคุณที่คุณครามยอมช่วยแม่กับพี่รัณด้วย” ผมย้ายตัวเองจากการโอบกอดแผ่นหลังกว้างเดินมายืนอยู่ด้านหน้าแล้วสวมกอดร่างหนานั้นเอาไว้จนเต็มอ้อมแขน“เธอรู้ใช่มั้ยดารินทร์ว่าฉันช่วยพวกเขาทำไม ฉันยื่นมือเข้ามาช่วย...ทั้งๆ ที่ฉันเกลียดเขานักหนา”“ครับ” ผมพยักหน้ารับเบาๆผมรู้ว่าคุณครามเองคงเจ็บปวดและรู้สึกเหมือนถูกหยามศักดิ์ศรีอย่างหนัก เมื่อเมี
ตอนที่ 25 ช่วยเหลือ“ตกลงว่ายังไงครับที่รัก ไอ้ตี๋มันกลับมาทำไม”ท่อนแขนหนาสอดคล้องโอบรอบเอวของผมและตามมาด้วยริมฝีปากนุ่มกดจูบหนักๆ ลงมาตรงซอกคอ เหมือนคุณครามอยากจะแกล้งและแสดงให้คนมารบกวนเรากลางดึกได้เห็นว่าเขาได้มาขัดจังหวะเวลาหวานระหว่างเราสองคนอย่างไรบ้าง"ครามเหรอ?"“ดารัณ....คุณที่นี่ทำไม” ผมจับน้ำเสียงประหลาดใจของคุณครามได้พอๆ กับอ่านสายตาของพี่รัณและแม่ที่คงตกตะลึงไม่แพ้กัน“ฉันก็มาหาน้องชายของฉันยังไงละคะ”“เอ่อ...คือแม่กับพี่รัณเข้ามาในห้องก่อนสิครับ” ผมแกะท่อนแขนของคุณครามออกจากเอว แล้วเดินถอยหลังนำทางแม่และพี่สาวไปนั่งลงบนโซฟาคืนนี้อากาศในห้องเหมือนจะร้อนอบอ้าวมากกว่าทุกวัน ทั้งๆ ที่เวลานี้เครื่องปรับอากาศในห้องนั้นมันก็ทำงานตามปกติ และออกจะหนาวเกินไปด้วยซ้ำสำหรับผมเพราะเมื่อชั่วโมงที่แล้วคุณแฟนไฮโซกดลดระดับอุณหภูมิลงไปอีกหลายองศาเพราะคุณครามบอกว่ากิจกรรมเชื่อมความสัมพันธ์ฉันท์แฟนนั้นมันต้องใช้แรงเยอะ“แม่...กับพี่รัณ มีเรื่องอะไรหรือเป
ตอนที่ 24 ความสัมพันธ์“จูบเพื่อการแสดงเธอยังทำได้ แล้วจูบเพื่อหัวใจ เธอจะไม่ลองดูหน่อยเหรอดารินทร์...”หมาจิ้งจอกจอมเจ้าเล่ห์ล่อหลอกลวงผมแล้วอาศัยช่วงของความมึนงงฉกชิงริมฝีปากของผมให้ตกไปอยู่ใต้อาณัติของเขาเอง จูบเบาๆ ราวกับสำลีนุ่มๆ ชุบน้ำผึ้งหวานละเลียดเฉียดเบียดจูบลงมาบนกลีบปาก ชั่วครั้งชั่วคราวจึงสลับปรับมุมจูบดูดลิ้นหนักแต่ไม่ถึงขึ้นรุนแรง ผมเผลอเพลินเดินหลงไปในดงจูบอันหอมหวาน มารู้สึกสะดุดหวิวสยิวเสียวก็เมื่อตอนสัมผัสจากปลายนิ้วเรียวที่สอดลึกเข้ามาภายใต้เนื้อผ้าของเสื้อนอน ฝ่ามือหยาบกดน้ำหนักลงแรงบีบเคล้นเฟ้นไปตามส่วนโค้งส่วนเว้าไปพร้อมกับบดเคล้าเร้าแรงจูบผสมกันจนผมไม่รู้จะให้ความสำคัญปัดป้องส่วนไหนก่อนดี“คุณครามพอแล้วครับ” ผมร้องห้ามแล้วพยายามเบี่ยงตัวหลบจากแรงเสียดสี เวลานี้เสื้อผ้าอาภรณ์หลุดลุ่ยจนแทบจะร่วงหายไปจากตัว“ทำไมล่ะ”“มันสายมากแล้วครับ ผมต้องรีบลงไปเปิดร้าน”“ดารินทร์ เธอมีแฟนรวยเป็นพันล้านเชียวนะ ลงไปเปิดร้านสายแค่ไม่กี่ชั่วโมง ฉันไม่ยอมให้แฟนฉันข
ตอนที่ 23 บทพิสูจน์ใจ“คุณคราม ลุกมาทำไมครับ ผมบอกให้คุณนอนบนเตียงไง” ผมมารู้สึกตัวตื่นเพราะถูกใครบางคนล้มตัวลงมานอนเบียดภายใต้ผ้าห่มผืนเดียวกัน ท่อนแขนยาวโอบดึงรั้งให้ผมพลิกตัวหันกลับเข้าไปหาอ้อมอกอันแข็งและแน่นตึง“เธอก็รู้ว่าฉันนอนไม่หลับถ้าฉันไม่ได้กอดเธอ” เสียงกระซิบแผ่วเบาแหบพร่าดังมาเพียงแค่ให้เราสองคนได้ยินเท่านั้น ผมเอี้ยวตัวหันหน้ากลับไปทางเตียงนอนหลังใหญ่ซึ่งเพื่อนสนิทนั้นยังคงนอนหลับใหลไม่รู้เรื่องไม่รู้ราวจึงยังพอเบาใจว่าปาร์คจะไม่ตื่นขึ้นมาแล้วโวยวายงอนผมเข้าให้อีก“แต่ผมบอกแล้ว ว่าวันนี้ผมเหนื่อยมาก” ผมกระซิบกลับไปบ้าง พร้อมทั้งพยายามขยับดึงไหล่ตัวเองออกห่างจากอีกคน“ฉันรู้ว่าเธอเหนื่อย ฉันถึงมานอนกับเธอตรงนี้ไง ดารินทร์คืนนี้ฉันจะนอนกอดเธออย่างนี้ เธอจะได้อุ่นๆ แล้วก็หลับสบาย เอาล่ะคืนนี้ดึกแล้ว หลับซะนะคนดี” ปลายจมูกโด่งโค้งก้มลงมากดฝังลงบนซีกแก้มของผม ท่อนแขนสองข้างกอดขยับปรับท่านอนให้ผมจนอยู่ในท่วงท่าสบายเนื้อสบายตัว“คุณคราม”“นอนได้แล้ว
ตอนที่ 22 สมาคมคนโสดผมไม่รู้จริงๆ ว่าเมื่อคืนนั้นตัวเองเผลอหลับไปได้ยังไง มารู้สึกตัวอีกทีก็พบว่าตัวเองนั้นล้มตัวลงมานอนอยู่ในแนวระนาบส่วนหัวพาดวางไว้บนอะไรแข็งๆ สิ่งแรกที่พุ่งเข้ามาในประสาทสัมผัสการมองเห็นของผมคือดวงตากลมเปล่งประกายอันสดใสรับกับขนคิ้วขนตาสีดำสนิท ของคนที่หอบหมอนมาขอนอนด้วยเมื่อคืนนี้“มอนิ่งดารินทร์ เธอหลับฝันดีใช่มั้ย” เจ้าของดวงตาเป็นประกายทักทายผมในยามเช้า พร้อมกับรอยยิ้มหวานเสียจนทำเอาผมรู้สึกเขินขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว“เอ่อ...ทำไมเหรอครับ” ผมทนสายตาวิบๆ วับๆ ของคุณครามไม่ไหวจึงต้องเฉไฉมองเลยหันไปจ้องมองสิ่งอื่นแทน“ฉันเห็นเธอนอนยิ้มเหมือนคนกำลังมีความสุข ดารินทร์เธอรู้หรือเปล่าว่ามันทำให้ฉันมีความสุขไปด้วย” ปลายนิ้วมืออุ่นดึงคางผมให้หันกลับมาหา“ผมน่ะเหรอนอนยิ้ม ผมไม่ได้บ้านะครับ”“ฉันไม่ได้โกหกนะ ถ้าเธอไม่เชื่อฉันมีหลักฐานด้วย” คุณครามหันไปด้านข้างแล้วเอื้อมหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา จากนั้นจึงเปิดโชว์ภาพพักหน้าจอซึ่งเป็นภาพใบหน้าของผมนอนหลับตาพ