مشاركة

ท่านผู้วิเศษ

last update تاريخ النشر: 2025-11-30 21:48:39

บทที่ 3

การเดินทางจากดินแดนทางตอนเหนือสิ้นสุดลงเมื่อขบวนเดินทางเข้าสู่เมืองหลวงของแคว้น พวกทหารพาข้ามาส่งถึงในเขตวังหลวงบริเวณที่อนุญาติให้รถม้าเข้ามาได้ มีเจ้าหน้าที่ทั้งชายและหญิงยืนรอตรวจคนก่อนเข้าวังซึ่งข้าก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น

เป็นเรื่องปกติก่อนเข้าวังซึ่งเป็นเขตที่ใกล้โอรสสวรรค์มากที่สุด หากมีคนหวังปองร้ายคงมิใช่เรื่องดีนัก

ไม่นานข้าก็ถูกปล่อยตัวออกมา ทั้งข้าวของส่วนตัวข้า อาหารที่นำมาเยอะจนเหลือถูกทหารที่เดินทางมาในขบวนเดียวกับข้าอาสาช่วยยกเดินตามข้ามา

“เดี๋ยวพวกข้าช่วยนะขอรับท่านผู้วิเศษ”

น้ำเสียงอ่อนหวานผิดกับตอนแรกที่เจอกันทำให้ข้าหยักยิ้มมุมปากอย่างพอใจ ตลอดหลายวันที่เดินทางอาหารที่ข้านำมาเยอะแยะพร่องไปหมดจนเหลือไม่กี่ถุงก็เพราะพวกเขานี่แหละ

เรียกได้ว่าข้าใช้วิธีซื้อใจทหารโดยการใช้ของกินที่ทั้งอร่อยและช่วยทำให้สบายตัวแก่พวกนั้นนั่นเอง

อย่างน้อย ๆข้าต้องการแค่ให้พวกเขาดูแลช่วยเหลือข้าในขบวนให้ดีก็เท่านั้น

ข้ามิคิดว่าของเล็ก ๆ น้อย ๆ พวกนั้นจะขนาดซื้อใจได้ถาวรหรอก

เช่นเดียวกับขันทีทั้งสองที่ปกติอยู่ในวังอย่างสบายเมื่อไปเจอสถานการณ์ลำบากย่อมไม่ชิน ของเล่นเล็ก ๆ น้อย ๆ ช่วยเหลือได้มีหรือพวกเขาจะไม่รับ

ดูนั่นสิข้านึกว่าพวกเขาแยกตัวออกไปแล้วเมื่อเสร็จจากการส่งข้าที่หน้าตำหนักพัก แต่พวกเขายังอุตส่าห์ส่งตัวนางกำนัลมาช่วยเพิ่มอีกสองคน

“ข้าน้อย ซิงอีเจ้าค่ะ”

“ข้าน้อย ซิงเยียนเจ้าค่ะ”

“จากนี้พวกเราสองคนรับหน้าที่ดูแลท่านผู้วิเศษในตำหนักนี้นะเจ้าค่ะ”

“เดี๋ยวข้าน้อยนำทางไปตำหนักหลันเป่าอันเป็นตำหนักที่ฝ่าบาททรงมอบให้เหล่าผู้วิเศษอยู่เจ้าค่ะ”

เท่าทีข้าจำได้ในนิยายกล่าวไว้ว่าตำหนักแห่งนี้อยู่เขตวังนอกสุด เป็นที่รวมตัวผู้วิเศษที่ถูกเชิญให้เข้ามาที่วัง เป็นทั้งที่พักผ่อน ที่ทำงานหลัก ๆ

ฮ่องเต้ใช้คำว่าเชิญแต่ในความคิดว่าข้าคือการบังคับทางอ้อม เพราะหากไม่รับคำเชิญก็มิได้ไม่ใช่หรือ เหอะ ๆ

ข้าพยักหน้าอย่างว่าง่ายทั้งก้าวเท้าเดินตามนางกำนัลผู้มาใหม่ทั้งสอง พวกนางก้าวเดินช้ายิ่งนัก หากไม่ติดว่าข้าไม่รู้ทางข้าคงเดินแซงพวกไปแล้ว

ไม่นานข้าก็มาถึงที่หมาย ตำหนักด้านหน้ากินเนื้อที่ไม่น้อย เรือนตกแต่งหรูหราสมกับการตั้งอยู่ในวัง อาณาบริเวณแบ่งออกเป็นหลายเรือนตั้งเรียงกับเป็นรูปสี่เหลี่ยมมีช่องว่างตรงกลาง

เรือนข้าอยู่ในสุด จากการที่ช้าเดินผ่านหลาย ๆเรือนมาตั้งแต่ประตูเข้าตำหนักจนมาถึงเรือนหลังนี้

ข้าค้นพบสัจธรรมจริงของโลกใบนี้อีกข้อหนึ่ง

เรือนข้าหลังเล็กสุด

หรูหราน้อยสุด

ตั้งอยู่ในสุดหลืบสุด

เพราะอะไรน่ะหรือ?

ข้าจำสิ่งที่ตนเองอ่านในหนังสือนิยายก่อนตายมาโผล่ที่โลกนี้ได้ว่า ผู้วิเศษที่เจอทั้งหมดจนถึงตอนนี้มีทั้งหมดสี่คนรวมข้าอีกหนึ่งเป็นห้า

สี่คนก่อนหน้าล้วนเจอก่อนข้าและที่สำคัญทุกคนล้วนมีพื้นฐานครอบครัวที่ดีมีหน้ามีตาในสังคม

ยกเว้น....ข้า ไยสวรรค์ไม่ส่งข้ามาเกิดในตระกูลใหญ่ ๆ บ้างนะ ข้าจะได้สบายกว่านี้

แต่ช่างมันเถอะข้ามิอยากมีชีวิตอยู่ในกฎเกณฑ์เช่นคุณหนูตระกูลขุนนาง ความใฝ่ฝันสูงสุดของข้าหลังจากปฏิบัติภารกิจสำเร็จคือการท่องเที่ยวอย่างอิสระเสรี

อย่างน้อยเรือนแห่งนี้ก็ใหญ่กว่าบ้านในป่าของข้าราวสิบเท่าได้ ข้าวของเครื่องใช้ส่วนใหญ่ล้วนทำจากทองเหลืองเชียวนะ

“ที่ตำหนักแห่งนี้เพลานี้มีผู้วิเศษผู้อื่นอยู่หรือไม่”

“มีเจ้าค่ะ หนึ่งท่านคือท่านผู้พิทักษ์แห่งสวรรค์อาวุโสจิวฮุ่ยเจ้าค่ะ ท่านคือ ผู้วิเศษที่มีอายุมากที่สุด และเป็นผู้วิเศษที่ได้รับตำแหน่งคนแรกเจ้าค่ะ ตอนนี้เป็นผู้วิเศษประจำตัวขององค์ฮ่องเต้เจ้าค่ะ”

ข้าทำทีเป็นสนใจในสิ่งที่นางพูดราวกับข้ามิรู้เรื่องนี้มาก่อน ทั้ง ๆที่ข้ารู้ดี รู้ลึกกว่านางเสียอีก

เพราะข้าบอกแล้วว่าข้าเคยอ่านนิยายเรื่องนี้มาก่อน

ข้ายังรู้อีกว่า ท่านจิวฮุ่ยมีพลังในการทำนายอนาคตจากการดูก้อนเมฆ หลายภัยพิบัติทางธรรมชาติที่กำลังจะเกิดขึ้นที่ฮ่องเต้จัดการได้ก็เป็นเพราะคนผู้นี้ช่วยเนี่ยแหละ

ไม่แปลกเลยที่ได้รับความไว้วางใจให้รับใช้ใกล้ชิดกับพระองค์

คนผู้นี้ข้าไม่รู้ลึกเท่าไหร่นักเพราะในหนังสือกล่าวถึงไม่กี่หนเท่านั้น

ก็ถามไปอย่างนั้นแหละ ทำเป็นมิรู้เรื่องรู้ราว หน้าซื่อตาใสให้ได้มากที่สุดเพื่อจะได้ไม่เป็นภัยให้ตน

“หากท่านผู้วิเศษอยากทำความรู้จักคนอื่น ๆ วันนี้คงมิใช่โอกาสเจ้าค่ะ ผู้วิเศษอีกสามคนส่วนใหญ่มิได้พักแรมที่นี่เจ้าค่ะเนื่องจากจวนของพวกคุณหนูคุณชายอยู่ในเมืองหลวงจึงเดินทางไปกลับสะดวก”

“อืม ข้าอยากพักแล้ว ขอข้าเข้าไปเอนหลังสักครู่แล้วกัน พวกเจ้ามีอะไรจะไปทำก็ทำเถิด เหลือถงเอ๋อร์ไว้กับข้าผู้เดียวพอ”

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ชะตาท่านข้าขอลิขิตเอง   บทส่งท้าย

    ค่ำคืนนี้ก็เช่นกันเฉิงหย่งจื้อเข้านอนแต่หัวค่ำเพราะยิ่งไม่นอนใจยิ่งนึกถึงใบหน้าดื้อดึงที่มีนิสัยมิย่อมใครของหญิงคนรักดวงจันทร์วันนี้เกือบเต็มดวงเหลืองนวลลอยเด่นอยู่ท่ามกลางหมู่ดาว เฉิงหย่งจื้อนอนเอาแขนก่ายหน้าผาก เปิดหน้าเอาไว้เช่นนี้ทุกค่ำคืนเพื่อให้ดวงจันทราอยู่เป็นเพื่อนคลายเหงาแกร็ก แกร็กมีผู้บุกรุกมือหยาบที่มิได้จับอาวุธมานานของเฉิงหย่งตวัดไปจับมีดสั้นใต้หมอนของตนเองที่เอาไว้ในกรณีฉุกเฉินซึ่งเขามิได้มีโอกาสได้ใช้มันเลยตลอดสามเดือนนี้ชายหนุ่มแสร้งเป็นนอนหลับตาลง พยายามหายใจเข้าออกสม่ำเสมอเพื่อให้ผู้บุกรุกตายใจคิดว่าเขานอนหลับสู่นิทราแล้ว พอมันตายใจเข้ามาในเขตแดนเตียงของเขาเมื่อไหร่เมื่อนั้นแหละถึงคราวฆาตของมันกลิ่นหอมหวานอันแสนคิดถึงลอยผ่านสายลมอ่อนเข้ามาแตะจมูกของชายหนุ่มที่แกล้งนอนหลับอยู่บนเตียงทำให้เฉิงหย่งจื้อเผลอใจเต้นรัวทั้งที่พยายามหายใจสม่ำเสมอให้เหมือนคนหลับ เปลือกตาหรี่ขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อยแต่ก็มิให้มากจนเกินไปเพื่อมองตามเสียงเดินแผ่วเบาที่กำลังย่องเข้ามาใกล้เตียงของเขา บัดนี้มือหนาคลายจากมีดใต้หมอนเรียบร้อยแล้วได้แต่จิกผ้าปูที่นอนเพื่อระงับความตื่นเต้นที่กำลังท่วม

  • ชะตาท่านข้าขอลิขิตเอง   เซียวเฟยเจิน

    บทส่งท้าย“นี่เป็นจดหมายที่นางฝากคนใช้ให้มามอบให้พระองค์พะย่ะค่ะ คนของเราเห็นว่าเป็นเรื่องผิดปกติจึงรีบส่งมาให้ข้าพะย่ะค่ะ แต่ข้าน้อยมิบังอาจเปิดอ่านจึงเลือกแจ้งพระองค์ดีกว่าพะย่ะค่ะ”กระดาษพับขนาดเท่าฝ่ามือถูกมอบให้เฉิงหย่งจื้อที่รีบขอตัวออกมาจากห้องอักษรของบิดาเมื่อได้ยินว่าเป็นเรื่องของสตรีคนรักเขารับจดหมายนั้นมาก่อนจะคลี่กระดาษเปิดอ่านข้อความข้างใน ‘ลาก่อน หมดหน้าที่หลักของข้าแล้ว หลังจากนี้ขอให้พวกเราได้ทำในสิ่งที่ประสงค์อยากทำ ขอให้ใช้ชีวิตเป็นอิสระอย่างที่ใจต้องการ ข้าขอไปตามทางของข้าในที่ที่ข้าอยากไป และสำหรับท่านก็เช่นกันเซียวเฟยเจิน’หมายความว่าเช่นไร...ไยนางจึงเขียนจดหมายฉบับนี้ให้ข้าเฉิงหย่งจื้อละสายตาจากข้อความในกระดาษ“เฟยเจินยังอยู่ที่เรือนนางหรือไม่”ฉีหมิงที่อยู่ดีดีก็โดนยิงคำถามแปลก ๆ ชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะตั้งสติและตอบคำถามเจ้านายเท่าที่ชายหนุ่มรู้“ข้าน้อยมิรู้ ไม่มีใครกล้าเข้าไปรบกวนนางหรอกขอรับหากมิโดนเรียกเข้าไปใช้งาน...เกิดเรื่องอันใดหรือพะย่ะค่ะท่านอ๋อง”“นาง...หนีข้าไปแล้ว”ดวงตาสีดำสนิทจ้องเหม่อมองออกไปยังที่อันแสนไกล น้ำเสียงและแววตาตัดพ้อราว

  • ชะตาท่านข้าขอลิขิตเอง   บอกเจ้าสาม

    และก็เป็นอย่างที่ฝ่ายเฉิงหย่งจื้อคาดการไว้ทางฝั่งฮ่องเต้เมื่อได้รู้จากเลี่ยงกงกงว่าลูกชายคนรองของตนขอเข้าเฝ้า จากที่ตอนแรกประทับอยู่ในห้องหนังสือเพื่ออ่านฎีกาที่กองพะเนินอยู่บนโต๊ะก็เตรียมตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้“บอกเจ้าสามว่าข้าไม่สะดวกให้เข้าเฝ้าวันนี้ วันอื่นค่อยให้มาใหม่ ข้าจะพักผ่อนเร็วหน่อยวันนี้”ฮ่องเต้กล่าวกับกงกงที่ทำสีหน้าลำบากใจอยู่เบื้องหน้าเสร็จก็เตรียมตวัดชายแขนเสื้อเพื่อหันหลังเดินออกทางประตูด้านหลังแทนที่จะเป็นประตูหลักข้างหน้าดั่งปกติ“ฝะ...ฝ่าบาท เกรงว่าครานี้จะไม่ทันเสียแล้วพะย่ะค่ะ ท่านอ๋องสามรออยู่ทะ...ไม่ทันแล้ว”ชายชราเลี่ยงกงกงยังพูดไม่ทันจบดี เจ้านายของตนที่ไม่รอฝั่งคำเขาจึงเดินออกทางประตูหลังเรียบร้อยแล้ว และก็เจอลูกชายของตนที่รู้ทันพ่อของตนหลังจากโดนผลัดวันประกันพรุ่งมาหลายคราดักรอที่ประตูข้างหลังเฉิงหย่งจื้อในอาภรณ์ดำขลิบทองยืนมองบิดาตนด้วยใบหน้านิ่งสนิท ดวงตาสีดำเช่นเดียวกับสีผมมองมาที่คนอายุมากกว่าตรงหน้าเขม็ง ดุคมราวกับเหยี่ยวกำลังจ้องมองเพื่อจับผิดอีกฝ่าย“ลูกมีเรื่องสำคัญจะคุยกับเสด็จใช้เวลาไม่นานหรอกพะย่ะค่ะ”“พ่อ...”แม้บนหน้าของเจ้าแผ่นดินจะไม่มีเม็ด

  • ชะตาท่านข้าขอลิขิตเอง   เจ้ากำลังคิดถึงเรื่องอันอยู่รึ

    “เจ้ากำลังคิดถึงเรื่องอันอยู่รึ ไยจึงนั่งยิ้มอยู่คนเดียวเช่นนั้น”ข้ามิรู้ตัวว่าตนเองกำลังนั่งท้าวคางบนมือของตนอยู่บนโต๊ะน้ำชารับแขกในเรือนตนเอง ใบหน้าหันมองออกไปนอกหน้าต่างที่กำลังเปิดอ้าอยู่ เวลาเย็นแดดจึงไม่จัดมาก ลมพัดโชยเข้ามาอ่อน ๆ นอกหน้าต่างไม่มีนก หรือแมลงบินตอมดอกไม้ให้ข้าได้ดูและทำให้ข้ายิ้มได้ ชายหนุ่มผู้ถือวิสาสะเดินเข้ามาในเรือนผู้อื่นแม้อยู่ในจวนตนเองก็เถอะจึงเอ่ยทักข้าอย่างฉงนใจเจือด้วยความไม่พอใจเนือง ๆ เพราะชายหนุ่มกลัวว่าที่ข้ายิ้มอาจเพราะคิดถึงบุรุษอื่นใบหน้าหล่อเหลาทว่าติดดุเข้มมของเฉิงหย่งจื้อโผล่เข้ามาในสายตาข้า ระยะห่างระหว่างใบหน้าเราห่างเพียงหนึ่งฝ่ามือทำให้ข้าผงะถอยหลังเล็กน้อย“ท่านเข้ามาในเรือนข้าได้อย่างไร...ข้าไม่เห็นได้ยินเสียงฝีเท้าเลย” ประโยคหลังข้าบนพึมพำกับตนเองเบา ๆดวงตาคู่ดำสนิทไล่สายตาขึ้นลงราวกับกำลังไล่สำรวจเครื่องหน้าของข้าหากข้ามองไม่ผิด ดวงตาคู่ตรงหน้าเวลานี้คมราวกับเหยี่ยวสอดส่ายไล่เก็บภาพหญิงสาวคนรักตรงหน้า“ยังมิชินอีกหรือ เมื่อหลายวันก่อนเจ้ายังไม่เห็นขัดที่จะอยู่ห้องนอนเดียวกับข้าอยู่เลย”“นั่นมันตอนข้าแปลงเป็นบุรุษและเราทั้งสองคนกำล

  • ชะตาท่านข้าขอลิขิตเอง   สิบขวบ

    “ข้ามีข้อตกลงเพิ่ม ข้าต้องการให้เจ้าเผยรูปโฉมที่แท้จริงออกมาด้วยหากเจ้าจริงใจอยากช่วยมิใช่เพื่อลวงหลอกให้ข้าเดินตามแผนของพวกเจ้า”ที่ข้าต้องการดูรูปโฉมที่แท้จริงเป็นเพราะข้าคิดว่าที่ข้าจำมิได้จากนิยายต้นฉบับอาจมีสาเหตุมาจากอีกฝ่ายปลอมตัว หากข้าเห็นใบหน้าที่แท้จริงข้าอาจระบุตัวละครตัวนี้ได้และหากข้าระบุตัวตนของอีกฝ่ายได้นั่นเท่ากับข้าจะได้เลือกถูกว่าควรเลือกเชื่อนางดีหรือไม่นางระบายลมหายใจออกมาเบา ๆ ข่มกลั้นความรู้สึกที่อัดอั้นข้างในอก“ได้ หากนั่นจะทำให้ท่านเชื่อว่าข้าหวังดี”มือบางที่คล้ำหมองเพราะพอกผงสีดำพลางตัวเพื่อแปลงกลายยกขึ้นมาทั้งสองข้าง นางจัดการลอกหน้ากากหนังบนใบหน้านางออก รอยแผล รอยดำเป็นปื้นบนแก้มทั้งสองของนางเป็นของปลอม เมื่อหน้ากากหนังอัปลักษณ์ถูกลอกออกใบหน้าที่แท้จึงของสตรีตรงหน้าข้าจึงถูกเปิดเผยดวงหน้างามหวาน ผิวขาวผุดผ่องแม้เวลานี้จะดูซีด มีรอยย่นตามอายุของเจ้าตัวก็มิอาจปิดบังความงามของหญิงสาวได้เลยข้าที่เห็นการเปลี่ยนแปลงอันน่าอัศจรรย์นี้อดมิได้ที่จะยกมือขึ้นมาปิดปาก ดวงตากลมโตของข้าจ้องอีกฝ่ายอย่างประหลาดใจโดยมิปิดบัง“แม่นางงามนัก ข้าไม่แปลกใจหากท่านต้องแปลงกาย

  • ชะตาท่านข้าขอลิขิตเอง   ข้ามั่นใจว่าเป็นเขา

    ปึงประตูบ้านปิดเองอาจด้วยเพราะกลไกธรรมชาติ อาจเป็นลมหรือความตั้งใจของเจ้าบ้านอันนี้ข้าก็มิรู้ แต่ข้าที่นั่งหันหลังให้พอได้ยินเสียงถึงกับสะดุ้งตัวขึ้นเพราะตกใจก่อนจะหันหลังไปมอง ข้ากลืนน้ำลายก่อนหันกลับมาประจันหน้ากับเจ้าของบ้านเช่นเดิมสตรีขี้เหร่มิได้มีท่าทีเปลี่ยนไปจากเดิม นางเพียงยิ้มและยกชาถ้วยตนขึ้นมาจิบมีแต่ข้าที่พยายามรักษาใบหน้ามิให้แสดงอาการตื่นกลัวทว่าเหงื่อที่ออกบนมือมิสามารถห้ามได้ มือที่บีบกันแน่นของข้าจึงชุ่มไปด้วยเหงื่อใจเย็นไว้เฟยเจิน แค่ประตูปิด“ข้าพอจะเดาได้ว่าท่านตั้งใจมาหาข้าโดยเฉพาะและพอจะเดาสิ่งที่ท่านต้องการจากข้าได้”“รู้ว่าข้ามาหาทำไมงั้นรึ เจ้าดูมั่นใจยิ่งนักว่าตนเองเดาใจข้าได้ สิ่งที่จ้าคิดอาจมิใช่ ใครจะไปรู้”“นั่นก็จริง งั้นเชิญเอ่ยเรื่องของท่านมาเถิด หากไม่เกินความสามารถข้าย่อมช่วยเต็มที่”“แม่นางรู้จักพ่อค้านาม ติงเอ๋าซีหรือไม่”“รู้จักเมื่อไม่นานมานี้”“และแม่นางรู้จักเซี่ยฮองเฮาหรือไม่”“ย่อมรู้จัก” ข้าสังเกตเห็นนางกำชายเสื้อตนเอง“ประชาชนอาณาจักนี้มีใครบ้างไม่รู้พระนางผู้เป็นพระมารดาของแผ่นดิน”“ข้าหมายถึงรู้จักเป็นการส่วนตัวแบบที่มิใช่สถานะประชาชน

  • ชะตาท่านข้าขอลิขิตเอง   บวมเจ่อ

    “เขาไม่หลอกข้าหรอก” ข้าเงยหน้าจ้องมองเขาเพื่อยืนยันความมั่นใจของตนเอง จึงได้สบเข้ากับสายตาดุดันกำลังมองมาที่ข้าอย่างทิ่มแทง หากเป็นดาบร่างข้าคงพรุนไปแล้ว อยู่ดี ๆข้าก็รู้สึกอันตรายขึ้น เมื่อกี้มีคำพูดใดไปขัดใจเขาเข้าให้อีกหละ บุรุษผู้นี้อารมณ์ขึ้นลงรวดเร็วจนน่ากล

    last updateآخر تحديث : 2026-03-21
  • ชะตาท่านข้าขอลิขิตเอง   สมุนไพร

    “ข้ายินดีช่วยพวกท่านทั้งสอง เพียงเอ่ยคำถามมาได้เลย”“ดีมาก ก่อนอื่นพวกเราย้ายที่คุยกันดีกว่า ตรงนี้เกรงว่าจะไม่เหมาะสม” คราวนี้ข้าหันไปสนทนากับเฉิงหย่งจื้อพร้อมส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือผ่านสายตาให้เขาช่วยย้ายร่างบุรุษที่ทั้งโดนมัดและก็ร่างกายบาดเจ็บเข้าไปข้างในร้านที่น่าจะเป็นสถานที่ที่สะดวกสุดในเวล

    last updateآخر تحديث : 2026-04-04
  • ชะตาท่านข้าขอลิขิตเอง   ขอบใจ

    “รอสักครู่....อืม น่าจะได้แล้ว”อยู่ดีดีชายหนุ่มก็ลุกขึ้นทำให้ข้าที่กำลังออกแรงอยู่เกือบหงายหลัง“ได้อันใดของท่านกัน”“อากาศตอนนี้เย็น ฟูกที่นี่คุณภาพมิค่อยดีนักจึงเย็นตามอากาศ เจ้าเป็นสตรีข้าเกรงว่าจะป่วยข้าเอาจึงช่วยอุ่นเตียงให้เล็กน้อย” เฉิงหย่งจื้อหันมาตอบก่อนจะเดินผ่านประตูออกไปทิ้งให้คนฟังจิน

    last updateآخر تحديث : 2026-04-04
  • ชะตาท่านข้าขอลิขิตเอง   ข้าสะใจยิ่ง

    บทที่ 24“คอยดูเถิดข้าจะไม่สนใจใยดีเขาอีก จะโดนสะกดจิต โดนหลอกใช้ก็เรื่องของเขา คนร้ายกาจฉวยโอกาสอย่างบุรุษผู้นั้นข้าไม่เห็นอยากช่วยเลย”ข้ากระฟัดกระเฟียดเดินเข้ามาในเรือนตนเอง ปิดประตูลงกลอนแน่นหนาก่อนจะกระแทกก้นนั่งลงบนตั่งนั่ง“ท่านผู้วิเศษเป็นอันใดไปเจ้าคะ โดนท่านอ๋องสามตำหนิมาอีกแล้วหรือเจ้าคะ

    last updateآخر تحديث : 2026-03-21
فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status