เข้าสู่ระบบไป๋กุ้ยอิงได้เห็นและรับรู้เรื่องราวของเขาในลักษณะของวิญญาณเร่ร่อนที่ยังคงมีห่วงผูกใจเอาไว้ที่เขา
โดยที่เขาไม่รู้เลยว่ามีวิญญาณของนางคอยวนเวียนอยู่รอบกายตลอดเวลา
ไป๋กุ้ยอิงได้เห็นเขานั่งหน้าเศร้าแม้ต้องฝืนยิ้ม ได้เห็นเขานั่งอยู่อย่างเดียวดายแม้นั่งอยู่ท่ามกลางฝูงชน ได้เห็นเขาหลั่งน้ำตาจากใจชายที่เป็นถึงโอรสสวรรค์ ได้เห็นเขาปานขาดใจตายยามเมื่อคิดถึงไป๋กุ้ยอิง
และนั่นจึงทำให้ไป๋กุ้ยอิงไม่ยินยอมที่จะเป็นเฉกเช่นวิญญาณดวงอื่นที่ดับสลายไปพร้อมกับความทรงจำที่จางหาย
ไป๋กุ้ยอิงไม่ยินยอมดื่มน้ำจากแม่น้ำลืมเลือน ไม่ยอมห่างหายไปจากการมองเห็นจ้าวหยางหมิงเซียน
จนกระทั่งจ้าวหยางหมิงเซียนเสด็จสวรรคตเพื่อสละราชสมบัติให้เหล่าโอรสได้แย่งชิง เขาตายไปแล้ว ในขณะที่ไป๋กุ้ยอิงก็ยังมิได้ดับสลายหายไปที่ใด
ไป๋กุ้ยอิงจึงกลายเป็นวิญญาณเศร้าสร้อยที่สุดในสามโลกและเร่ร่อนอย่างไร้จุดหมายอีกเนิ่นนาน
จนกระทั่งเทพเส่อเต๋อหนึ่งในเทพเหอเหอ[1] นึกรำคาญกึ่งเห็นใจ
ท่านจึงส่งไป๋กุ้ยอิงมาเข้าสิงร่างของเด็กสาวผู้นี้ ผู้ซึ่งควรจะเป็นไป๋กุ้ยอิงในชาติภพนี้เมื่อเนิ่นนานมาแล้ว
ย้อนกลับไปเมื่อครั้งที่เธอลืมตาตื่นขึ้นมาคราแรก ในตอนนั้นเธออายุเพียงสิบสามปี
และกลายเป็นเด็กกำพร้าจนถูกน้องสาวของแม่รับมาเลี้ยงดูแล เธอเติบโตมาในร่างของสาวน้อยนามว่าอิงอิง ลูกครึ่งไทย-จีน
อิงอิงถูกเลี้ยงดูมาอย่างดีด้วยน้าสาวของเธอที่ชื่อว่ากัญญา ซึ่งน้ากัญญามีอาชีพหลักลับๆ เป็นเมียน้อยของผู้ชายคนหนึ่งผู้ที่บอกได้คำเดียวว่ารวยมาก
ผู้ชายของน้ากัญญาเป็นถึงเจ้าสัวเทียนชัยผู้เป็นเจ้าของบริษัทจิวเวอร์รี่อินเทรคเซ็นเตอร์คอนสตรัคอาร์ต เป็นบริษัทเกี่ยวกับการนำเข้าเครื่องประดับประเภทเพชรพลอยต่างๆ เป็นจิวเวอร์รี่ระดับอินเตอร์พรีเมี่ยม มีเครือข่ายหลายสาขาไปทั่วโลก
หลังจากนั้นอีกเก้าปีต่อมาอิงอิงที่อายุยี่สิบสองปีซึ่งเรียนจบจากมหาวิทยาลัยหมาดๆ เจ้าสัวเทียนชัยจึงได้ให้เข้าทำงานในบริษัทแห่งนี้ ด้วยเส้นสายที่เรียกได้ว่า แอบใหญ่
ที่บอกว่าแอบใหญ่ก็เพราะว่าเรื่องที่น้ากัญญาเป็นเมียน้อยของเจ้าสัวเทียนชัยเจ้านายใหญ่ของบริษัทแห่งนี้ นับได้ว่าเป็นความลับระดับชาติ
ในภพภูมิชาตินี้ไม่เหมือนกับดินแดนแห่งมังกรในอดีตกาล ที่ผู้ชายสมควรมีหลายเมียเพื่อเหตุผลแห่งเกียรติภูมิของบุรุษเพศและเสริมอำนาจแก่วงศ์ตระกูล ยิ่งถ้าเป็นผู้ชายที่นับได้ว่ายิ่งใหญ่ด้วยแล้วการมีเมียมากกว่าสิบยังนับได้ว่าธรรมดา
หากแต่ที่นี่ เวลานี้ ยุคนี้ ไม่ใช่…
ในเมื่อการเป็นเช่นนั้นย่อมถือว่าดีสำหรับผู้หญิงที่เป็นเมียหลวงและถือว่าอัปยศอดสูเป็นที่สุดกับผู้หญิงที่เป็นเมียน้อย เรื่องราวเหล่านี้อิงอิงไม่สามารถเข้าไปยุ่งเกี่ยวได้ อิงอิงจึงหลับหูหลับตาไม่สนใจมาตลอดเก้าปีเต็ม
จนกระทั่งวันนี้ วันที่อิงอิงได้เข้ามาเริ่มทำงานเพียงวันแรกในตำแหน่งเลขาหน้าห้องของรองประธานบริษัทหนุ่มสุดเนี๊ยบผู้มีนามว่าอานนท์หรือคุณหมิง
เจ้านายสายตรงของอิงอิงผู้นี้เขาเป็นลูกชายของท่านเจ้าสัวเทียนชัย เขามีใบหน้าหล่อเหลาคมคายเป็นที่หมายปองของผู้หญิงหลายๆ คนไม่เว้นแม้แต่ดาราหรือนางแบบกระทั่งพนักงานสาวๆ ในบริษัทเดียวกัน
เขามีหน้าตาเหมือนจ้าวหยางหมิงเซียน คล้ายกับว่าเป็นคนๆ เดียวกัน และเขาก็เป็นคนขับรถชนเธอ จนเธอต้องมานอนหลับลึกอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งนี้ เสมือนจงใจให้เธอได้ตอกย้ำเรื่องราวในอดีตกาลคล้ายกับว่ากลัวเธอจะลืมเลือน…
[1] *เทพเหอเหอ มีสององค์ องค์หนึ่งชื่อ “หานซาน” เป็นนักบวชสมัยราชวงศ์ถัง อีกองค์ชื่อ “เส่อเต๋อ” เป็นเด็กกำพร้าถูกทิ้งขว้าง เทพทั้งสองได้รับการยกย่องในด้านความปรองดองด้านอาชีพการงานและคู่ครอง
“แน่นอนเธอทำไม่ได้ เพราะกลัวว่าคนจะรู้เรื่องระหว่างเธอกับพ่อ” อานนท์พูดตามจริงอย่างที่ใจคิด ปกติเขาเป็นคนถนอมคำพูด และไม่ชอบจะพูดจาเสวนายาวเหยียดกับใคร แต่กับผู้หญิงตรงหน้า ขอหน่อยเถอะ“เธอไม่รู้สึกอะไรบ้างเลยหรือไง นั่นรุ่นพ่อเธอเลย”“หือ...”อิงอิงถึงกับหน้าเหวอ นี่เขาคิดไปกันใหญ่แล้วอานนท์ที่กำลังมึนเมาจากฤทธิ์ของน้ำเหล้าที่ดื่มมากับเพื่อนก่อนหน้ารวมกับอารมณ์คุกรุ่นที่ไม่รู้ว่ามาจากไหนจึงทำให้เขาไม่คิดจะถนอมคำพูดกับผู้หญิงตรงหน้าเลยสักนิด เขายังคงพูดต่อ “ผู้หญิงหน้าด้านไร้ยางอายอย่างเธอ ไปให้ห่าง ออกไป”อิงอิงเจอประโยคนี้เข้าไปถึงกับจุกแต่เธอจะหน้าด้านใครจะทำไม“ไม่ไป!” หญิงสาวพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเด่นชัดคราวนี้เป็นอานนท์บ้างที่รู้สึกจุกจนพูดไม่ออก“ฉันจะไม่ไปไหนทั้งนั้น ฉันจะไม่ทำผิดอีกเป็นครั้งที่สอง ฉันจะไม่ปล่อยให้คุณต้องอยู่คนเดียว อาหมิง” อิงอิงพูดจาชัดเจนทุกคำโดยไม่ทันได้คิดอะไร ทำเอาคนฟังถึงกับนิ่งอึ้งไปคล้ายกับเหวอไปชั่วขณะ“ฉันจะไม่ทิ้งคุณไปไหนอีกแล้ว อาหมิง ฉันจะอยู่กับคุณตลอดไป”อิงอิงพูดเสียงเบามากกว่าเดิมเพิ่มเติมคือความหมายที่ลึกซึ้ง“คุณจะไม่ต้องอยู่อย่างเดียวดายท
“บนสุด” น้ำเสียงทุ้มต่ำมากเสน่ห์พูดตอบมาอย่างเย็นเยียบสั้นๆ“หือ...บนสุด” อิงอิงทวนคำพร้อมทั้งกดปุ่มในลิฟต์ให้อย่างมึนๆ แต่กลับคลี่ยิ้มกว้างขวาง “อย่าบอกนะว่าคุณอานนท์อยู่ที่คอนโดนี้”“...”เงียบยังไม่มีคำตอบออกมาจากริมฝีปากสีแดงๆ ของอานนท์ แต่อิงอิงไม่สนใจอาการเงียบงันนั้น เธอยังคงกระดี้กระด๊ายินดีปรีดายืนเฝ้าคนตัวโตด้วยกิริยาแสดงออกว่ารักฉายชัด“ถอยออกไป!” น้ำเสียงคล้ายคมมีดบาดเข้าเนื้อของอิงอิงอีกแล้ว อานนท์พูดกระแทกใส่หน้าอิงอิงที่ยืนจนจะสิงเข้ามาในร่างของเขา อิงอิงถึงกับกะพริบตาปริบๆ ถอยหลังออกไปนิดนึงแค่นิดนึงเธอมึนได้ใจและเพียงไม่นาน เสียงดังติ้งของลิฟต์ที่บ่งบอกว่าถึงจุดหมายปลายทางก็ดังขึ้น อานนท์รีบเดินออกจากลิฟต์ทันทีที่ประตูลิฟต์เปิดออก อิงอิงก็เช่นกัน เธอแทบจะพุ่งตัวตามเขาออกมาเลยก็ว่าได้ อานนท์ถึงกับชะงักแล้วหรี่ตามองที่ชั้นบนสุดนี้มีเพียงห้องของเขา ไม่มีห้องของใครทั้งชั้นนี้เป็นคอนโดของเขา ไม่มีทางที่จะเป็นห้องของเธอ แล้วที่พุ่งตัวตามออกมาติดๆ นี่คืออะไร?ภายในคอนโดแห่งนี้ ตรงทางเดินระหว่างประตูหน้าลิฟต์กับประตูห้องหนึ่งเดียวของชั้นบนสุด อิงอิงยังคงยืนมองอาหมิงขอ
“หนูไม่เป็นไรค่ะ น้า อย่าสนใจหนูเลย”อิงอิงบอกปัดไปพร้อมทั้งเดินเลี่ยงไปอีกทางเพื่อเข้าห้องส่วนตัวของตนกัญญามองตามหลังหลานสาวอย่างนึกขัดตาก่อนส่งเสียงแหลมให้อิงอิง “นี่อิง ทำไมไม่แต่งตัวให้มันดูดีกว่านี้หน่อย แต่งตัวเฉยระเบิด น้าจะเป็นลม” เธอพูดไปพลางเดินไปรินน้ำชาให้ท่านเจ้าสัวที่เดินไปนั่งตรงส่วนของเคาเตอร์ที่มีลักษณะคล้ายบาร์เหล้าตรงกลางห้องถัดจากห้องครัว“หนูชอบแต่งแบบนี้ น้าเลิกบ่นได้แล้ว” อิงอิงยังคงบอกปัดไปก่อนหายตัวเข้าไปในห้อง เธอไม่อยากอยู่เป็นก้างขวางคอของคู่รักต่างวัยเมื่ออิงอิงเข้ามาในห้องส่วนตัวแล้วเธอจึงถอดชุดที่น้ากัญญาบอกว่าเชยระเบิดออกจากลำตัว เธอต้องแต่งตัวอย่างนี้ก็เพื่อน้ากัญญาและตัวของเธอเองเธอต้องทำตัวเฉิ่มเฉยระเบิดตลอดเวลาก็เพราะว่าไม่อยากทำตัวให้สวยโดดเด่นจนเกินไป เมื่อตอนสมัยเรียนมีผู้ชายมาขายขนมจีบให้เธอเยอะแยะไปจนเธอนึกรำคาญ ยิ่งถ้าเธอแต่งตัวแบบที่สาวๆ สมัยใหม่เขาชอบใส่กัน เมื่อนั้นหนุ่มๆ ได้ตามเธอเป็นพรวนจนเธอไม่เป็นอันทำอะไรมีคนบอกว่าเธอสวย แน่นอนว่าเธอชอบที่มีคนชม แต่ยิ่งมีคนชมคนเกลียดก็ยิ่งเพิ่มขึ้น เธอจึงเลือกที่จะทำตัวเชยๆ เฉิ่มๆ แบบนี้ตลอดเวลา
ครู่หนึ่งต่อมาเขาจึงได้เห็นเงาร่างของชายวัยกลางคนที่แสนจะคุ้นหน้ากำลังเดินปรี่เข้าหาอิงอิงป๊า!อานนท์เรียกขานบุคคลนั้นอยู่ในใจท่านเจ้าสัวเทียนชัยกำลังเดินออกมาจากอาคารจอดรถภายในคอนโดและกำลังเดินเข้าหาอิงอิงที่กำลังเดินเข้าไปในคอนโด อานนท์ถึงกับเพ่งสายตาคมเข้มจ้องมอง เขานึกโกรธอิงอิงเพิ่มขึ้นมาจับใจพ่อของเขาก็รู้ว่าเขาอยู่คอนโดนี้ แต่ไม่เคยเลยที่จะไปมาหาสู่เขาที่เป็นลูกชาย แต่กับผู้หญิงไร้ยางอายกลับมาหาอย่างหน้าชื่นตาบานเมื่ออานนท์คิดอย่างนั้นจึงหยิบมือถือขึ้นมาจากกระเป๋าด้านในสูทแล้วกดเบอร์ต่อสายตรงหาพ่อของเขาในทันทีชายหนุ่มรอสัญญาณสายเรียกเข้าอยู่ครู่หนึ่งก็มีการกดรับจากปลายสาย “ว่าไงเจ้าลูกชาย”เจ้าสัวเทียนชัยหยุดยืนรับสายจากโทรศัพท์มือถือในขณะที่อิงอิงหยุดชะงักเท้าที่กำลังก้าวเดิน อานนท์ที่นั่งอยู่ในรถตรงหน้าลานจอดรถนอกอาคารสังเกตได้อย่างนั้น“ป๊าอยู่ไหน” อานนท์กรอกเสียงใส่โทรศัพท์มือถืออย่างลองเชิงเสียงของเจ้าสัวเทียนชัยอึกอักบางเบาก่อนตอบ “ป๊าอยู่ภัตตาคารกำลังสังสรรค์กับเพื่อน มีอะไรหรือเปล่า”อานนท์ได้ฟังถึงกับมุมปากกระตุก แน่นอนว่าพ่อของเขาต้องโกหก พ่อของเขาแอบเลี้ยงต้อย
ภายในรถคันหรูของอานนท์ที่กำลังขับเคลื่อนอยู่บนท้องถนนในยามค่ำคืนใจกลางกรุงอิงอิงนั่งอยู่ด้านข้างคนขับในสภาพมอมแมม เสื้อเชิ้ตสีขาวมีรอยฉีกขาดเนื่องจากล้มไปกองกับพื้นถนน ช่วงไหล่กลมมนและลำแขนเรียวสวยมีริ้วรอยแผลถลอก กระโปรงทรงสอบสีดำที่สวมใส่ก็มีรอยขาดวิ่นเหมือนกันเธอถูกรถพุ่งเข้าชนอย่างจังหากเป็นคนอื่นคงได้แผลมากกว่านี้แต่เธอที่เป็นวิญญาณไป๋กุ้ยอิงอดีตแม่ทัพหญิงฝีมือฉกาจกำลังอาศัยร่างบอบบางของอิงอิงเธอจึงสามารถกลิ้งไปกับพื้นด้วยวิทยายุทธ์ที่อยู่ในจิตสำนึกมาเนิ่นนานเอาตัวรอดจากบาดแผลฉกรรจ์ได้ไม่ยากแต่สมองน้อยๆ นี้กลับกระแทกกับฟุตบาทเสียได้ เธอคงจะสลบไปนานเลยเชียว อิงอิงคิดอะไรเพลินๆ สายตายังคงแอบมองผู้ชายคุ้นตาในอดีตชาติอย่างเหม่อลอย ใบหน้าของเขายังคงคมคายหล่อเหลาไม่เปลี่ยนแปลง ดวงตาเรียวคม จมูกเป็นสันตั้งตรง ริมฝีปากสีแดงๆ ก็ไม่เปลี่ยนแปลงเช่นเดียวกัน ถึงแม้ว่าผมจะไม่ยาวเท่ากับเมื่อก่อนแต่มันก็ไม่สามารถลดทอนความเป็นตัวตนของเขาไปได้ ท่าทางเย็นชาแลดูสูงศักดิ์สูงค่านั่นอีก เขายังคงเป็นจ้าวหยางหมิงเซียนไม่เคยเปลี่ยนไปแต่ที่เปลี่ยนไป ก็คงเป็นความทรงจำของเขาที่ลืมเลือนไป๋กุ้ยอิงไป
อานนท์ยังคงยืนนิ่งๆ หรี่สายตาคมก้มมองเลขาของตนอย่างต้องการประเมินเธอคนนี้มีชื่อว่าอิงเอมหรืออิงอิง มาทำงานวันนี้เป็นวันแรกในตำแหน่งเลขาของเขาเมื่อเลขาคนเก่าถูกเขาไล่ออกไป เนื่องจากทำตัวอยากเคลมเจ้านายอย่างเขา อยู่ตลอดเวลาอิงอิงคนนี้ก็คงไม่ต่าง เธอคงอยากเคลมเขาใจจะขาดไม่ต่างจากเลขาคนเก่า สังเกตตั้งแต่นาทีแรกที่เธอเจอกับเขาตอนที่แนะนำตัว สายตาของเธอตกตะลึงเมื่อเห็นหน้าเขาแล้วเปลี่ยน เป็นพราวระยับเหม่อมองเขาไม่วางตา ทุกกิริยาท่าทางของเธอไม่ต่างจากผู้หญิงคนอื่นเลยสักนิดแต่ที่ต่าง คือเธอเข้ามาทำงานโดยผ่านการคัดเลือกจากท่านประธานใหญ่หรือเจ้าสัวเทียนชัย พ่อของเขาเลือกเธอให้มาทำงานด้วยตัวเอง นั่นจึงทำให้เขาสงสัยว่าอิงอิงคนนี้อาจจะเป็นอีหนูที่พ่อของเขาแอบเลี้ยงต้อยส่งเสียกันจนโตให้เรียนจนจบและหางานให้ทำเสร็จสรรพฮึ! เป็นราชสีห์แต่ฝากเนื้อแกะเอาไว้กับเสือ คอยดูเถอะว่าเขาจะตลบหลังพ่อบังเกิดเกล้าที่ขยันทำให้แม่ช้ำใจอย่างไรบ้างอานนท์คิดอย่างนั้นก่อนจะก้มหน้าลงอีกนิดเพื่อประชิดใบหน้าของเลขาของเขา “ท่าทางเธอ คงยังไม่อยากกลับบ้าน” เขาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบนัยน์ตาคมปลาบ“หือ?” อิงอิง







