Beranda / รักโบราณ / ชะตารักพันธนาการ / บทที่ 9 อย่าผลักไสข้า

Share

บทที่ 9 อย่าผลักไสข้า

Penulis: Luffy.g
last update Tanggal publikasi: 2025-02-10 23:45:51

บทที่ 9 อย่าผลักไสข้า

จนกระทั่งช่วงเย็นของวัน หานอี้หลงกลับมาจากการทำงานที่หนักอึ้ง แม้ใบหน้าจะฉายความเหนื่อยล้าอยู่ในที แต่เมื่อได้เห็นหยางชิวเหยาที่ยืนรอเขาอยู่ในจวน หานอี้หลงก็ยิ้มกว้างออกมาในทันที

ทั้งสองเดินกลับไปที่เรือนพัก ก่อนที่หานอี้หลงจะผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าในชุดลำลอง โดยมีหยางชิวเหยาคอยปรนนิบัติหานอี้หลงตามหน้าที่เป็นอย่างดีอย่างเช่นที่เคยเป็นมา

“ข้าขอตัวไปจัดการเรื่องเอกสารเสียหน่อย งานราชการมากล้นจนข้ามิอาจอยู่ทานข้าวร่วมกับเจ้าได้...เจ้าอย่าได้นึกโกรธเคืองข้าเลยนะ” หานอี้หลงกล่าวอย่างขอตัวกลับไปทำงานที่ห้องอักษรสักชั่วครู่หนึ่ง ด้วยก่อนหน้านี้ที่สำนักโยธามีงานสร้างเขื่อนกั้นน้ำที่ฮ่องเต้ทรงมอบหมายมาให้ ทำให้หานอี้หลงนั้นยุ่งวุ่นวายกับเรื่องดังกล่าวจนแทบมิอาจมีเวลาได้พัก แต่เพราะเขาอยากเห็นหน้าหยางชิวเหยาเสียหน่อย สุดท้ายหานอี้หลงจึงกลับมาที่จวนพร้อมกองเอกสารที่มีติดตัวมาด้วย

“ท่านพี่...ท่านจะรับอาหารรองท้องเสียหน่อยหรือไม่เจ้าคะ” หยางชิวเหยาพูดพลาง สองมือก็ยังคงจัดการเสื้อผ้าของหานอี้หลงไปพลางอย่างใส่ใจ

“ตามใจเจ้าเถิด...”

หานอี้หลงตอบกลับพร้อมจ้องมองหยางชิวเหยาด้วยสายตารักใคร่และอ่อนโยนเฉกเช่นเคย สัมผัสของหญิงสาวตรงหน้าที่ได้ชื่อว่าเป็นฮูหยินของเขาทำให้หัวใจของเขาไหววูบด้วยความปลื้มปริ่มยิ่งนัก

“เช่นนั้นอีกสักครู่ ข้าจะให้พ่อครัวเตรียมซุปร้อนๆ แล้วจะนำไปให้ท่านนะเจ้าคะ” หยางชิวเหยาพูดออกมาอย่างนึกอารมณ์ดี พลางคิดถึงแผนการที่นางได้ตระเตรียมเอาไว้สำหรับสกุลหาน

หานอี้หลงยกมือขึ้นลูบไล้ศีรษะของหยางชิวเหยาอย่างแผ่วเบา สัมผัสอันนุ่มนวลทำให้หยางชิวเหยาอดรู้สึกกระดากอายขึ้นมาในทันที

หานอี้หลงหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะหันหลังเดินออกไปยังห้องอักษร เขาอยากรีบเร่งจัดการงานเอกสารให้เสร็จโดยเร็ว เพื่อจะได้กลับมานอนกอดร่างบางให้หายคิดถึง

หานอี้หลงนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน เขากำลังพิจารณาเอกสารราชการอย่างเคร่งเครียด สายตาของเขาจับจ้องอยู่กับเอกสารในมือ แม้ภายนอกจะดูสงบนิ่งแต่ภายในกลับเต็มไปด้วยความหนักอึ้งจากภาระหน้าที่ในราชสำนัก

ในขณะนั้นเสียงฝีเท้าอันแผ่วเบาก็ดังแว่วขึ้นมา หานอี้หลงเงยหน้าขึ้นมองอย่างนึกรู้ว่าเป็นหยางชิวเหยา เขายิ้มกว้างออกมาอย่างรู้สึกยินดียิ่งนัก สองมือวางพู่กันลงบนแป้นหมึก พร้อมลุกขึ้นเดินเข้าไปหาหยางชิวเหยาอย่างเอาใจใส่

“ท่านพี่...ข้านำซุปเห็ดหูหนูขาวมาให้ท่าน...ท่านรีบทานตอนกำลังร้อนจะได้รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น” หยางชิวเหยายกถ้วยซุปไปวางตรงโต๊ะด้านข้าง ก่อนจะดึงแขนของหานอี้หลงลงนั่ง พร้อมยื่นถ้วยซุปให้เขาอย่างเอาใจ

หานอี้หลงยิ้มกว้างอย่างรู้สึกยินดี ก่อนจะชิมน้ำซุปไปจนเกือบครึ่งค่อนถ้วย เมื่อหานอี้หลงกินเสร็จแล้ว เขายังคงเห็นหยางชิวเหยายืนนิ่งอยู่เช่นเคย ท่าทางแปลกประหลาดและดูมีพิรุธ ทำให้หานอี้หลงรู้สึกสงสัยอยู่ในที

“เหยาเอ๋อร์...เจ้ามีสิ่งใดหรือ” หานอี้หลงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงนุ่มละมุน

“ท่านพี่...ท่านดูเหนื่อยล้ายิ่งนัก ข้าพาสาวใช้คนใหม่มาคอยปรนนิบัติท่าน” หยางชิวเหยากล่าวพร้อมหันไปหาเสี่ยวเว่ย

เสี่ยวเว่ยรีบพาโม่ป่ายหรูเข้ามาด้านใน ก่อนที่โม่ป่ายหรูจะคุกเข่าลงตรงหน้าหานอี้หลงพร้อมคำนับ

“ข้าน้อยโม่ป่ายหรู คำนับนายท่านเจ้าค่ะ”

หานอี้หลงขมวดคิ้วแน่นอย่างรู้สึกแปลกใจ สายตาของเขาเปลี่ยนไปทันที ก่อนจะจ้องหน้าหยางชิวเหยาอย่างต้องการคำตอบในที โดยไม่แม้แต่จะชายตาแลโม่ป่ายหรูที่นั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้าเขาเลยแม้แต่น้อย

“เหยาเอ๋อร์... เจ้าคิดทำสิ่งใดกันแน่” น้ำเสียงของเขาเข้มขึ้น แต่ยังคงมีความอดกลั้น

“ท่านพี่...ข้าเห็นว่าแม่นางโม่นั้นดูดียิ่งนัก หากนางได้มีโอกาสปรนนิบัติท่านพี่ ต่อไปสกุลหานจะต้องมีทายาทสืบสกุลเป็นแน่”

คำพูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและจริงจังของหยางชิวเหยาทำเอาหานอี้หลงถึงกับกำหมัดแน่น “พวกเจ้าออกไปให้หมด” หานอี้หลงตวาดออกมาด้วยน้ำเสียงขึงขังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทำเอาสาวใช้ทั้งสองถึงกับลนลานรีบถอยห่างออกไป

“เหยาเอ๋อร์...นี่เจ้าคิดจะหาอนุมาให้ข้าหรือ” หานอี้หลงเดินเข้ามาประชิดหยางชิวเหยาอย่างนึกขุ่นเคือง สายตาทอประกายความผิดหวังเอาไว้อย่างมิอาจปิดบัง

“ท่านพี่...ข้าเพียงต้องการเห็นสกุลหานมีทายาทสืบสกุล”

“หากสกุลหานจำเป็นต้องมีทายาท บุตรผู้นั้นย่อยต้องเกิดจากเจ้าแต่เพียงผู้เดียว” น้ำเสียงหนักแน่นและจริงจังของหานอี้หลง ทำเอาหยางชิวเหยาถึงกับลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก

“ท่านพี่...ข้า...”

“เอาละ...เจ้าไม่ต้องพูดสิ่งใดอีก ชีวิตต้องการเพียงเจ้าเท่านั้น...” หานอี้หลงกล่าวออกมาอย่างตัดพ้อ ดวงตาของเขาทอประกายเจ็บปวดพร้อมจ้องมองไปที่หยางชิวเหยาอย่างต้องการคำตอบ

หยางชิวเหยาสะท้านกายเล็กน้อย ความรู้สึกอึดอัดในใจพลุ่งพล่านขึ้นมา “ท่านพี่จะมิคิดใหม่อีกสักหนหรือเจ้าคะ”

"เหยาเอ๋อร์....แม้เจ้าจะยังมิคิดเปิดใจรับข้า เช่นนั้นก็อย่าได้ผลักไสข้าออกไปเลย” หานอี้หลงกล่าวด้วยเสียงเว้าวอนราวกับกำลังร้องขอความเมตตาจากนาง

หยางชิวเหยากำหมัดแน่น นางรู้สึกสำนึกผิดอย่างรุนแรง หยางชิวเหยาจึงทำได้เพียงก้มหน้านิ่ง “ท่านพี่...ข้าขอโทษ”

หานอี้หลงไม่พูดสิ่งใดอีก เขาทำเพียงเดินไปตรงหน้าหยางชิวเหยา พร้อมดึงนางเข้ามาในอ้อมกอด “เหยาเอ๋อร์...ข้ายินดีรอเจ้า...ต่อให้ข้ามิอาจมีผู้สืบสกุล ข้าก็มินึกเสียใจอันใด”

เสียงหัวใจของหยางชิวเหยากระตุกวาบขึ้นมา นางหลับตาพร้อมข่มกลั้นน้ำตาเอาไว้อย่างเงียบงัน นางรู้ดีว่าความรักของหานอี้หลงนั้นบริสุทธิ์เพียงใด แต่ความรู้สึกผิดในใจยังคงเป็นกำแพงที่นางไม่อาจข้ามไปได้

“เช่นนั้นข้าไม่รบกวนท่านพี่แล้ว...ท่านก็อย่าทำงานจนดึกนักเล่า ข้าขอตัวกลับเรือนก่อนนะเจ้าคะ”

หยางชิวเหยาพูดจบก็หันหลังเดินจากไปในทันทีด้วยความรู้สึกทั้งอึดอัดและสับสนอยู่ในที หานอี้หลงได้แต่ยืนมองร่างบางไปจนลับสายตา ก่อนจะทอดถอนหายใจออกมา “ห้าปีแล้วที่สายตาของข้ามองเพียงแต่เจ้า...แล้วสายตาของเจ้าเล่ามีข้าอยู่บ้างหรือไม่”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ชะตารักพันธนาการ   บทที่ 64 ข้าจะรอเจ้า

    บทที่ 64 ข้าจะรอเจ้าลมเย็นโบกสะบัดพัดผ่านยอดเขาส่งเสียงหวีดหวือประสานกับเสียงใบไม้ที่เสียดสีกันคล้ายบทสวดที่ธรรมชาติคอยขับกล่อม อารามอันเงียบสงบตั้งอยู่ท่ามกลางป่าสนที่สูงชะลูดโอบล้อมรอบบริเวณอารามแห่งนี้ราวกับถูกตัดขาดจากโลกภายนอกโดยสิ้นเชิง แสงตะวันอ่อนของยามเช้าสาดส่องลอดผ่านหมอกบางๆ ที่ปกคลุม ไม้ระแนงเก่าแก่ของอารามส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ของไม้จันทน์ชวนให้รู้สึกสงบใจหยางชิวเหยาสวมอาภรณ์สีขาวอย่างเรียบง่าย ใบหน้าที่เคยเต็มไปด้วยความทุกข์ใจและหม่นหมองในวันวาน เวลานี้กลับดูสงบนิ่งอย่างผู้ที่ผ่านการขัดเกลาจากธรรมะและกาลเวลาจนจิตใจของนางสงบและเยือกเย็นลงดวงตาคู่งามของหยางชิวเหยาไม่เหลือร่องรอยของความเศร้าโศกอย่างที่เคยเป็นแต่กลับแฝงไปด้วยความสงบนิ่งและการปล่อยวางได้เป็นอย่างมากหลังจากที่หยางชิวเหยาเข้ามาถือศีลในอารามแห่งนี้ นับเป็นเวลากว่าสามปีเต็มที่นางมิเคยติดต่อกับผู้ใดอีกเลย นางละทิ้งโลกภายนอกไว้เบื้องหลังราวกับมันมิเคยเกิดขึ้นและมีอยู่จริง ในทุกวันนางจะใช้เวลาอยู่กับการถือศีล ท่องบทสวดมนต์ และทำจิตใจให้เบาบางลงเมื่อสามปีก่อนหลังจากที่หานอี้หลงถูกประหารชีวิตลง หยางชิวเหยาก็ได้แต่ทน

  • ชะตารักพันธนาการ   บทที่ 63 ประหารชีวิต

    บทที่ 63 ประหารชีวิตลมหนาวพัดโชยในช่วงเวลาเช้าจนชวนให้รู้สึกขนลุกชันขึ้นมา บรรยากาศภายในเมืองหลวงต่างอึมครึมและหนักอึ้งไปด้วยความตึงเครียดจากเหตุการณ์กบฏที่เกิดขึ้น หน้าประตูวังหลวงที่ใหญ่โตโอ่อ่าในวันนี้กลับคลาคล่ำไปด้วยฝูงชนที่ต่างมารอดูจุดจบของเหล่านักโทษกบฏเสียงฝีเท้าของเหล่าทหารที่เหยียบย่างไปตามพื้นอย่างหนักหน่วงและมั่นคง แสงแดดยามเช้าที่ตะวันเริ่มเคลื่อนคล้อยขึ้นลอยเหนือหัวขึ้นมาทุกทีทั่วทั้งเมืองหลวงต่างได้ยินข่าวเกี่ยวกับการประหารชีวิตของหานอี้หลงและคนสกุลเจียงทั้งครอบครัว ทุกคนต่างอยู่ในความตื่นตะลึงและใจหายขึ้นมาอย่างไม่อาจห้ามได้หานอี้หลงผู้ซึ่งเป็นบุรุษที่สง่างามน่าเคารพ บุรุษที่ต่างเป็นที่หมายปองของเหล่าหญิงสาวในเมืองหลวง บัดนี้กลับกลายเป็นนักโทษกบฏที่รอเวลาประหารชีวิตในขณะที่ท่านโหวเจียงเสิ่นเย่วผู้มีจิตใจเมตตาและเป็นที่เคารพยำเกรงของผู้คนทั่วทั้งเมืองหลวง บัดนี้ต่างมีจุดจบอันเลวร้ายไม่ต่างกันหานอี้หลงและเจียงเสิ่นเย่วถูกนำตัวมายังลานประหารที่หน้าวังหลวง หานอี้หลงนั่งคุกเข่าลงบนพื้นดินด้วยสีหน้าที่ยังคงราบเรียบและดูสงบนิ่ง ในขณะที่เจียงเสิ่นเย่วกลับมีท่าทางคอตกดั

  • ชะตารักพันธนาการ   บทที่ 62 คุมขัง

    บทที่ 62 คุมขังภายในคุกกรมอาญา ความมืดมิดและความเงียบสงัดทำให้บรรยากาศรอบตัวหานอี้หลงดูราวกับถูกกลืนกินด้วยความสิ้นหวัง ทุกอย่างรอบตัวเต็มไปด้วยความเย็นเยียบจนแทบจะสัมผัสได้ ราวกับอากาศในที่แห่งนี้ถูกผนึกด้วยความเจ็บปวด ความโหดร้าย และการทรมานทางจิตใจที่ไม่รู้จักจบสิ้นหานอี้หลงนั่งอยู่บนพื้นหินที่เย็นชืด ข้อมือถูกตรึงด้วยโซ่ที่มีความหนาและหนักหน่วง มือขวาของเขาถูกยึดแน่นจนไม่สามารถขยับได้อย่างอิสระ ดวงตาของเขาหม่นหมองไปด้วยความเศร้าโศกที่ไม่สามารถบรรยายออกมาได้ ทุกสิ่งในชีวิตของเขาดูเหมือนจะพังทลายลงไปแล้วอย่างสิ้นเชิงหานอี้หลงไม่สามารถหนีจากโชคชะตาที่ถูกบีบบังคับมาได้ ในขณะที่รอคอยวันที่จะเป็นการประหารชีวิตของเขา ความคิดที่ทำให้หัวใจเขาเจ็บปวดและหนักอึ้งจนมิอาจปล่อยวางลงได้ยังคงมีเพียงเรื่องเดียวในชีวิตนั่นคือหยางชิวเหยา และเขาจะไม่มีโอกาสได้พบกับคนที่เขารักอีกต่อไปแล้วในขณะที่หานอี้หลงกำลังหลับตาและข่มกลั้นความเจ็บปวดรวดร้าวในใจอยู่นั้น พลันเสียงฝีเท้าหนึ่งก็ก้าวเข้ามาใกล้เขาขึ้นเรื่อยๆทันทีที่หานอี้หลงเงยหน้าขึ้นมาจ้องมองคนตรงหน้าผ่านลูกกรงเหล็กแข็งนั้น ดวงตาของหานอี้หลงก็เบิก

  • ชะตารักพันธนาการ   บทที่ 61 แผนซ้อนแผน

    บทที่ 61 แผนซ้อนแผนสิ้นเสียงของหงจูเหลียง เหล่าทหารก็กรูกันเข้ามาด้านในห้อง พร้อมกับร่างใหญ่ที่สาวเท้าเข้ามาด้วยท่าทางหยิ่งทะนง ร่างของจางลู่เหวินปรากฏตัวขึ้นในความมืด เขาสวมชุดเกราะทหารที่ทำให้เขาดูสง่าผ่าเผยพร้อมใบหน้าราบเรียบแต่เย็นชายิ่งนักหานอี้หลงตกตะลึงเป็นอย่างมาก ภาพของจางลู่เหวินตรงหน้าราวกับสายฟ้าที่ฟาดเข้ามาตรงกลางหน้าผากของเขาเข้าอย่างจัง หานอี้หลงไม่คาดคิดเลยว่าในช่วงเวลาที่เขาคิดว่ากำลังจะชนะ จางลู่เหวินกลับมาปรากฏตัวในแบบที่ไม่คาดฝัน “จางลู่เหวิน...เจ้า...”“หานอี้หลง...เจ้าคงคิดสินะว่าแผนการของเจ้าฉลาดล้ำลึกจนมิมีผู้ใดเทียบ” จางลู่เหวินกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นเยือก “เจ้า...เจ้า...” หานอี้หลงพึมพำในลำคอด้วยความตกใจ รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังถล่มลงมาจางลู่เหวินยิ้มเยาะออกมาอย่างเหนือกว่าด้วยความเย็นชา “หานอี้หลง ข้ารู้ทุกอย่างเกี่ยวกับแผนการของเจ้า แต่เพื่อให้เจ้าตายใจ ข้ากับฝ่าบาทจึงเลือกที่จะเล่นงิ้วตามพวกเจ้าก็เพียงเท่านั้น”คำพูดของจางลู่เหวินทำให้หานอี้หลงรู้สึกเหมือนถูกฟันไปที่หัวใจ เขารู้สึกถึงความเจ็บปวดที่แทรกซึมเข้ามาภายในร่างกาย “เจ้า... เจ้า...” หานอี

  • ชะตารักพันธนาการ   บทที่ 60 ก่อกบฏ

    บทที่ 60 ก่อกบฏทหารที่ยืนเฝ้ายามที่รอบบริเวณจวนสกุลจาง ทำให้หยางชิวเหยาอดนึกหวาดหวั่นและตกใจขึ้นมาไม่ได้ “ลู่เหวิน...นี่เกิดเรื่องอันใดขึ้นกันแน่”จางลู่เหวินเดินเข้ามาสวมกอดหยางชิวเหยาเอาไว้อย่างต้องการปลอบขวัญ “ชิวเหยา...เจ้าอย่าได้เป็นกังวลไป อีกไม่นานทุกอย่างก็จะคลี่คลาย” จางลู่เหวินปลุกปลอบหยางชิวเหยาให้คลายความกังวลใจ“ท่านจะไม่เป็นอันใดใช่หรือไม่” หยางชิวเหยายังคงอดห่วงจางลู่เหวินไม่ได้“ข้ามีเจ้าอยู่เคียงข้าง...ข้าย่อมไม่กล้าเป็นอันใดเป็นอันขาด” จางลู่เหวินกล่าวตอบออกมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น“ท่านมิได้หลอกข้าใช่หรือไม่” หยางชิวเหยายังคงไม่แน่ใจกับคำกล่าวของจางลู่เหวินเสียทีเดียว“ข้ามิได้พักผ่อนเสียนาน...ถือโอกาสนี้นอนกกกอดเจ้าทั้งวันทั้งคืนดีหรือไม่” จางลู่เหวินพูดจากรุ้มกริ่มใส่หยางชิวเหยาอย่างอารมณ์ดี“ลู่เหวิน...ท่านนี่นะ...เรื่องราวหน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้...ท่านยังมีแก่ใจมาพูดเล่นอยู่อีก” หยางชิวเหยาบ่นกระปอดกระแปดออกมาจางลู่เหวินหัวเราะออกมาเสียงดังอย่างอารมณ์ดี หยางชิวเหยาเห็นเช่นนั้นก็ค่อยผ่อนคลายความวิตกกังวลที่มีลงไปเป็นอันมากในขณะเดียวกันที่จวนโหวก็เริ่มมีการเคลื่อ

  • ชะตารักพันธนาการ   บทที่ 59 มิอาจรั้งรอได้อีก

    บทที่ 59 มิอาจรั้งรอได้อีกช่วงสายวันต่อมาหานอี้หลงลืมตาตื่นขึ้นด้วยความรู้สึกปลอดโปร่ง ในยามค่ำคืนที่ผ่านมา ภาพความทรงจำที่เขามีทั้งสัมผัสอันเร่าร้อนและไออุ่นของหยางชิวเหยายังคงตราตรึงอยู่ในความนึกคิดของเขา จนหานอี้หลงอดยกยิ้มขึ้นมาอย่างลืมตัว หานอี้หลงพลิกกายหันไปดึงรั้งร่างบางเข้ามาในอ้อมกอดราวกับคนละเมอ “เหยาเอ๋อร์...”ฉับพลันอ้อมแขนของหานอี้หลงก็ชะงักค้างเมื่อเพ่งสายตามองร่างบางตรงหน้า หญิงสาวในอ้อมกอดของเขามิใช่หยางชิวเหยาแต่กลับกลายเป็นเจียงอันเล่อหานอี้หลงหยัดกายขึ้นพร้อมกุมศีรษะด้วยความปวดหัวจากฤทธิ์สุราที่มี เจียงอันเล่อลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความงัวเงีย เนื่องจากค่ำคืนที่ผ่านมาหานอี้หลงเคี่ยวกรำนางจนแทบมิได้พัก แต่เมื่อเห็นปฏิกิริยาของหานอี้หลง เจียงอันเล่อก็ตาสว่างขึ้นมาในทันที“ท่านพี่...” เจียงอันเล่อเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา“เจ้ามาอยู่ที่นี่ได้เช่นใด” หานอี้หลงเบือนหน้าหนีร่างเปลือยเปล่าตรงหน้า“เมื่อคืนข้ากับท่านร่วมหอกันทั้งคืน...ท่านพี่จำมิได้หรือ” เจียงอันเล่อเอ่ยออกมาแม้ว่าจะรู้ดีว่าเมื่อคืนคนที่หานอี้หลงคิดว่าร่วมหลับนอนด้วยคือหยางชิวเหยา“เมื่อคืนข้าคงเมามากไปหน

  • ชะตารักพันธนาการ   บทที่ 24 จับกุม

    บทที่ 24 จับกุมหานอี้หลงรีบเร่งเดินทางไปยังวังหลวงด้วยท่าทางและอารมณ์ที่แจ่มใส คำพูดของหยางชิวเหยายังคงดังกึกก้องในหัวของเขาไม่หยุดหย่อน รอยยิ้มกว้างปรากฏชัดขึ้นบนใบหน้าอย่างมิอาจปิดบังเมื่อหานอี้หลงเดินเข้ามาในท้องพระโรง เขาคุกเข่าลงตรงหน้าหงจูเหลียงอย่างนอบน้อม “ถวายพระพรฝ่าบาท”หงจูเหลียงกลับม

  • ชะตารักพันธนาการ   บทที่ 23 ข้ายินดีร่วมหอกับท่าน

    บทที่ 23 ข้ายินดีร่วมหอกับท่านในช่วงเช้าสายของวันหานอี้หลงลืมตาตื่นขึ้นด้วยความปวดหัวอย่างรุนแรง ฤทธิ์สุราที่สะสมในร่างกายทำให้เขาถึงกับยกมือข้างหนึ่งขึ้นกุมศีรษะ เขาพยายามขยับตัวลุกขึ้นแต่ก็พบว่ามืออีกข้างถูกกอบกุมไว้โดยมือบางหยางชิวเหยาฟุบหลับลงที่ด้านข้างของเตียง สองมือบางยังคงกอบกุมมือหนาเอาไ

  • ชะตารักพันธนาการ   บทที่ 19 แต่งตั้งอนุ

    บทที่ 19 แต่งตั้งอนุหยางชิวเหยาตื่นมาในตอนเช้าด้วยความรู้สึกอ่อนเพลียยิ่งนัก ค่ำคืนที่ผ่านมานางรู้สึกผิดต่อหานอี้หลงยิ่งนัก แม้ว่าเวลาจะผ่านไปเกือบค่อนคืนหยางชิวเหยาก็ยังคงมิอาจข่มตาหลับลงไปได้จนกระทั่งเกือบรุ่งสางหยางชิวเหยาลุกขึ้นจากเตียงโดยตั้งใจจะไปหาหานอี้หลงเพื่อขอโทษและปรับความเข้าใจกับเขา

  • ชะตารักพันธนาการ   บทที่ 10 แม่ทัพคนใหม่

    บทที่ 10 แม่ทัพคนใหม่ภายในท้องพระโรงของแคว้นเจี้ยนเต็มไปด้วยความตึงเครียด หานอี้หลงรายงานความคืบหน้าของงานก่อสร้างเขื่อนกั้นน้ำในเมืองเตียงอันที่อยู่ข้างเคียงด้วยท่าทีที่เคร่งเครียด ปัญหาการก่อสร้างที่ขลุกขลักมากกว่าที่ควรจะเป็น ทำให้ฮ่องเต้หงจูเหลียงถึงกับหัวเสียขึ้นมาในทันที หานอี้หลงถูกตำหนิเป็

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status