Share

บทที่ 5

Penulis: Shine-Month
last update Tanggal publikasi: 2025-01-14 16:48:13

กงกงท่านหนึ่งเดินมาพร้อมกับพานที่มีพระราชโองการมาด้วย กงกงกางราชโองการนั้นออกมาพร้อมกับอ่านด้วยน้ำเสียงดังกังวาน

"ตระกูลเซียวรับพระราชโองการ...

เซียวฟู่ซินนั้นดำรงตำแหน่งด้วยความชอบธรรม ทั้งยังสั่งสอนบุตรสาวทั้งสองคนให้รู้จักทำความดี มีคุณธรรม เมตตาต่อผู้อื่น มีคุณสมบัติครบถ้วนในสิ่งที่สตรีพึงมี ข้าขอมอบสมรสพระราชทานแก่บุตรสาวของตระกูลเซียวกับแม่ทัพหวงหยางหมิงนับจากนี้อีกสามเดือน จบราชโองการ"

หลังจากที่กงกงอ่านพระราชโองการจบแล้ว เซียวฟู่ซินก็ยื่นมือไปรับพระราชโองการด้วยใบหน้าที่แข็งค้างกับเนื้อหาในพระราชโองการที่องค์ฮ่องเต้มอบให้ตน

“ขอบพระทัยฝ่าบาท ขอพระองค์อายุยืนหมื่นปี หมื่นหมื่นปี”

หลังจากที่กงกงมอบราชโองการให้แล้วเสร็จก็เดินขึ้นรถม้ากลับวังหลวงทันที เพราะภารกิจที่เขาได้รับมอบหมายมาได้บรรลุเรียบร้อยแล้ว คล้อยหลังกงกงจากไป เซียวลี่หงทรุดลงกับพื้นทันที ดวงตางามเก็บน้ำตาไม่อยู่เมื่อได้ยินราชโองการ นางเอื้อมมือไปจับแขนมารดาตัวเองที่ยืนอยู่ข้างๆ

“ท่าน.... ทะ ท่านแม่” น้ำเสียงสั่นปนสะอื้น

ฟางเหนียงรีบโอบกอดบุตรสาวทันที บุตรสาวที่น่ารักของนางเหตุใดถึงน่าสงสารถึงเพียงนี้

“โถ่...หงเอ๋อร์ของแม่” ฟางเหนียงปลอบบุตรสาวตนเองที่ร้องไห้สะอื้นซบอกนางอยู่

“ท่านแม่...ฮึกก ข้าจะต้องแต่งกับแม่ทัพปีศาจนั่นหรือเจ้าคะ” น้ำเสียงเว้าวอนมารดาตนเอง ฟางเหนียงยิ่งฟังยิ่งปวดใจ บุตรสาวที่บอบบางของนางต้องแต่งงานกับคนที่มีฉายาว่าปีศาจจะมีชีวิตอย่างไร จริงอยู่ที่อีกฝ่ายเป็นถึงแม่ทัพตำแหน่งใหญ่โต แต่ใครบ้างที่จะไม่หวาดกลัวผู้นั้น ฟางเหนียงหันไปถามสามีตนเองที่ยังยืนถือราชโองการแข็งค้างอยู่ที่เดิม

“ท่านพี่หมายความว่าอย่างไรเจ้าคะ พระราชโองการนี้ท่านพี่รับรู้มาก่อนหรือไม่ แล้วเหตุใดองค์ฮ่องเต้ถึงได้พระราชทานให้กับบุตรสาวเรา” น้ำเสียงคล้ายน้อยเนื้อต่ำใจสามีตนเอง ยิ่งบุตรสาวของนางร้องไห้ปานขาดใจ คนเป็นแม่ก็ปวดใจไม่ต่างกัน

“ข้า ข้าก็ไม่รู้เรื่องสมรสพระราชทานเหมือนกัน” เซียวฟู่ซินเอ่ยอย่างเหม่อลอย

“ท่านพี่แล้วเราจะทำอย่างไรกันดี หงเอ๋อร์ของเรา...”

“เข้าไปในเรือนกันก่อนเถิด”

สองสามีภรรยาช่วยกันประคับประคองเซียวลี่หงที่ยังร้องไห้ไม่หยุดตั้งแต่ที่ได้ยินราชโองการ ทั้งสามคนพากันเดินเข้าไปในเรือนใหญ่เพื่อปรึกษาหารือกันต่อไป

“คุณหนูใหญ่เจ้าคะ”

ลี่จินเรียกคุณหนูของตัวเองเบา ๆ เพราะตั้งแต่ที่เดินเข้ามาคุณหนูของนางยังไม่ได้เอ่ยอะไรแม้แต่คำเดียว ได้แค่เพียงยืนมองดูเหตุการณ์ตรงหน้าเงียบ ๆ เท่านั้น

เซียวเหม่ยอิงได้ยินเสียงสาวใช้เรียกตนก็หันไปยิ้มให้เล็กน้อย

“ไปเตรียมอาหารเย็นกันเถิด” พูดจบเซียวเหม่ยอิงก็เดินไปยังห้องครัวเพื่อเตรียมอาหารให้ครอบครัวตนเองทานดั่งปกติเช่นทุกวัน

แม้ว่าที่จวนจะมีแม่ครัวประจำไว้อยู่แล้ว แต่เซียวเหม่ยอิงชอบลงมือทำอาหารให้บิดามารดาตนเองมากกว่า เพราะนางรู้ว่าบิดามารดาของนางนั้นชอบกินอะไร รสชาติแบบไหน อีกอย่างอาหารที่ปรุงขึ้นด้วยความรักและความเอาใจใส่ นั้นดีกว่าคนที่ทำเพียงผ่าน ๆ ไปแต่ละครั้งอย่างแน่นอน

“คุณหนูใหญ่ ปล่อยให้เป็นหน้าที่บ่าวเถิดนะเจ้าคะ ประเดี๋ยวบ่าวจะตั้งใจทำให้สุดฝีมือเลยเจ้าค่ะ”

หัวหน้าแม่ครัวยิ่งเห็นคุณหนูตัวเองทำยิ่งละอายใจ ก่อนที่จะมาอยู่จวนนี้นางก็เคยประจำที่อื่นมาก่อน ทว่านางไม่เคยเห็นคนชั้นสูงคนไหนเข้าครัวบ่อยขนาดนี้ หากจะเข้าครัวก็จะเป็นโอกาสสำคัญ ๆ เสียมากกว่า

“ไม่เป็นไร เจ้าไปเตรียมของให้ข้าดีกว่า เดี๋ยวตรงนี้ข้าทำเอง” เซียวเหม่ยอิงหันไปพูดกับแม่ครัวด้วยรอยยิ้มแล้วก็หันหน้ามาทำอาหารต่อ

“พวกเจ้าทำอาจจะไม่ถูกปากท่านพ่อท่านแม่ ข้าน่ะรู้ดีว่าพวกท่านทั้งสองคนชอบทานแบบไหน” เซียวเหม่ยอิงพูดไปทำไปอย่างตั้งอกตั้งใจ

แม่ครัวเหล่านั้นเห็นก็ได้แต่ถอนหายใจ เพราะนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่พวกนางถูกปฏิเสธ คุณหนูของพวกนางลงมือทำเองเสมอ พวกนางนั้นได้เพียงแค่จัดเตรียมวัตถุดิบไว้ให้เท่านั้น

หลังจากที่เซียวเหม่ยอิงทำอาหารเสร็จแล้ว นางก็ไปชำระร่างกายเพื่อเตรียมทานอาหารกับครอบครัวเพราะตัวนางมีแต่กลิ่นอาหารและควันไฟ ที่เหลือจึงเป็นหน้าที่สาวใช้ที่จะเป็นคนจัดโต๊ะอาหารเย็น

เซียวเหม่ยอิงนั่งรอที่โต๊ะอาหาร ไม่นานบิดามารดาก็เดินมาด้วยใบหน้าที่เศร้าหมอง

“หงเอ๋อร์ยังไม่มาหรือเจ้าคะ”

ฟางเหนียงส่ายหัวเป็นคำตอบ ตั้งแต่ที่ได้ยินราชโองการ เซียวลี่หงก็ร้องไห้ไม่หยุด แม้กลับเข้าเรือนแล้วก็ยังคงร้องไห้พร่ำเพ้อกับนางจนหลับไป ฟางเหนียงสงสารบุตรสาวตัวเองจับใจ บุตรสาวที่เปราะบางของนางคงเสียใจและหวาดกลัวไม่น้อย ที่จู่ ๆ ได้รับราชโองการเช่นนั้น ดรุณีน้อยที่สดใสในอดีตตอนนี้กำลังหม่นหมอง ยิ่งคิดก็อดซับน้ำตาที่หางตาตนเองไม่ได้

“เดี๋ยวข้าให้สาวใช้ยกสำรับไปที่เรือนหงเอ๋อร์ให้นะเจ้าคะ”

เซียวเหม่ยอิงเห็นท่าทางบิดามารดาก็ไม่ได้ซักไซ้ให้มากความ นางนั่งลงทานอาหารกับบิดามารดาเงียบ ๆ ทั้งสามคนทานอาหารกับบรรยากาศที่เงียบสงัด ฟางเหนียงกินได้เพียงคำเดียวก็วางตะเกียบลง

“ข้าขอตัวไปดูลูกก่อนนะเจ้าคะ ข้าเป็นห่วงนาง”

พูดจบนางก็ลุกขึ้นเดินออกไปยังเรือนที่เซียวลี่หงอยู่ เซียวฟู่ซินเองก็รู้สึกไม่อยากอาหารเช่นกัน พูดกับเซียวเหม่ยอิงสองสามประโยคก็เดินไปห้องหนังสือตนเอง

โต๊ะอาหารตอนนี้จึงเหลือเพียงเซียวเหม่ยอิงคนเดียวเท่านั้นที่ไม่ลุกไปไหน ลี่จินเห็นคุณหนูตนเองกินข้าวคนเดียวก็อดน้ำตาคลอไม่ได้ อาหารยังเหลือเต็มโต๊ะเช่นเดิม ยิ่งเห็นลี่จินยิ่งน้ำตาซึม

สามวันผ่านไป ภายในจวนตระกูลเซียวยังคงเงียบสงัดไร้ซึ่งเสียงหัวเราะใด ๆ ตอนนี้ภายในเมืองข่าวลือเรื่องพระราชโองการสมรสของบุตรสาวตระกูลเซียวและแม่ทัพหวงหยางหมิงกระจายไปทั่วเมืองหลวง แม้ว่าผู้คนจะสงสัยเรื่องราชโองการที่ไม่ระบุตัวเจ้าสาวว่าเป็นผู้ใด แต่ผู้คนคิดว่าเป็นเซียวลี่หงคนน้องอย่างแน่นอน เพราะเซียวเหม่ยอิงคนพี่นั้นมีคู่หมั้นคู่หมายอยู่แล้ว

“น่าสงสารคุณหนูเล็กตระกูลเซียวเสียจริง นางเป็นเด็กดีถึงเพียงนี้แต่กลับได้แต่งกับคนผู้นั้น”

“นั่นสิ ไม่รู้ว่าเป็นเวรกรรมอะไรของนาง ตอนเด็กก็ป่วยไม่สบาย พอหายดี ข้าก็เห็นนางทำบุญทำทานไม่ขาด”

“ใช่ นางสดใสถึงเพียงนี้อีกทั้งยังเปราะบาง แม้ว่าอีกคนจะเป็นถึงแม่ทัพ แต่ผู้ใดบ้างจะไม่รู้ถึงความโหดเหี้ยมของผู้นั้น เฮ้ออ ข้าสงสารคุณหนูเล็กเสียจริง”

ชาวบ้านที่ได้ยินข่าวต่างพากันพูดคุยเรื่องนี้ไม่ขาดปาก ใครบ้างจะไม่สงสารเซียวลี่หง ไม่รู้ว่าตอนนี้จะเป็นเช่นไรบ้าง เพราะตั้งแต่ได้รับพระราชโองการจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีใครเห็นนางออกจากจวนแม้แต่ครั้งเดียว ทั้งที่ยามปกติแล้วเซียวลี่หงมักออกมาทักทายผู้คนด้วยรอยยิ้มสดใสพร้อมทั้งแจกทานให้ผู้ยากไร้ตลอด

ภายในจวนตระกูลเซียว

ตอนนี้บรรยากาศภายในกำลังตึงเครียดเพราะจู่ ๆ เซียวลี่หงก็นำปิ่นปักผมมาจี้คอตัวเอง พร้อมกับขู่ว่าจะฆ่าตัวตาย ทำให้ตอนนี้ผู้คนในจวนต่างพากันแตกตื่นกับการกระทำของเซียวลี่หงเป็นอย่างมาก

ย้อนไปก่อนหน้านั้นราวสองเค่อ

เซียวฟู่ซิน ฟางเหนียง และเซียวเหม่ยอิงทานอาหารเช้ากันปกติ วันนี้ก็เหมือนอย่างเช่นเคยที่เซียวลี่หงยังไม่ออกมาจากเรือนตนเอง ขณะที่ทั้งสามคนกำลังทานอาหารอย่างเงียบ ๆ กันอยู่นั้น เซียวลี่หงก็เดินเข้ามาด้วยใบหน้าที่อิดโรย ฟางเหนียงเห็นบุตรสาวคนเล็กเดินมาก็รีบลุกไปประคองทันที

“หงเอ๋อร์ลูกแม่ มานั่งกินข้าวกันก่อนนะ” ฟางเหนียงประคองบุตรสาวตนมานั่งข้าง ๆ ตนเอง

“กินอันนี้ดูสิ พี่เจ้าตั้งใจทำเพื่อเจ้าโดยเฉพาะ” ฟางเหนียงตักอาหารให้บุตรสาวตนอย่างเอาอกเอาใจ เพราะไม่อยากให้บุตรสาวตนนั้นคิดมากเกินไป แต่เซียวลี่หงกลับไม่ยอมทานอาหารที่มารดาตนตักให้ นางมองตาผู้เป็นบิดาด้วยแววตาที่เศร้าหมอง

“ท่านพ่อไปคุยเรื่องราชโองการสมรสพระราชทานกับฝ่าบาทหรือยังเจ้าคะ”

เซียวฟู่ซินได้ยินคำถามบุตรสาวตัวเองก็ถอนหายใจออกมา พระราชโองการออกมาแล้วจะให้ตนทำอย่างไรได้ มีแต่ต้องทำตามเท่านั้น ใจจริงเขาไม่ต้องการให้บุตรสาวแต่งกับแม่ทัพปีศาจนั้นแม้แต่น้อย เขาอยากให้แต่งกับพวกที่เป็นขุนนางฝ่ายบุ๋นเหมือนเขามากกว่า

แม้ว่าสงสารบุตรสาวขนาดไหนแต่การขัดราชโองการนั้นถือเป็นกบฏแผ่นดิน มีโทษถึงขั้นประหารทั้งตระกูล เซียวฟู่ซินส่ายหน้าให้เป็นคำตอบ

เซียวลี่หงเห็นท่าทางของบิดา น้ำตาก็ไหลออกมาอย่างอดไม่ได้ นางถามบิดากลับด้วยน้ำเสียงสั่นคลอน

“ท่านพ่อ...ท่านพ่อช่วยคุยไม่ได้หรือเจ้าคะ ท่านพ่อรับใช้ฝ่ามานาน ฝ่าบาทอาจจะทรงเห็นใจท่านพ่อบ้าง ท่านพ่อ ข้าไม่เคยขอร้องท่านเลยสักครั้ง ท่านพ่อช่วยให้ข้าไม่แต่งกับแม่ทัพนั่นไม่ได้หรือเจ้าคะ ท่านพ่อก็รู้ดีว่าแม่ทัพหวงหยางหมิงโหดเหี้ยมถึงเพียงไหน ท่านพ่อ...ข้าไม่อยากแต่งกับแม่ทัพหวงหยางหมิงเจ้าค่ะ"

เซียวลี่หงอ้อนวอนบิดาตนเองอย่างน่าสงสาร นางอาจจะลืมไปแล้วว่าการแต่งงานนั้นส่วนใหญ่จะเป็นบิดามารดาจัดเตรียมเรื่องการออกเรือนให้ และอีกส่วนหนึ่งก็มาจากสมรสพระราชทานที่ไม่อาจขัดได้ เฉกเช่นพี่สาวของนาง ที่บิดามารดาจัดเตรียมคู่หมั้นให้เช่นกัน อาจเป็นเพราะเซียวฟู่ซินและฟางเหนียงนั้นตามใจเซียวลี่หงจนเคยตัว ทำให้นางลืมคิดถึงเรื่องนี้ไป

“หงเอ๋อร์ไม่ใช่ว่าพ่อไม่อยากช่วยเจ้า แต่ราชโองการออกมาแล้ว พวกเราขัดไม่ได้ เจ้าก็น่าจะรู้ดี ว่าถ้าขัดราชโองการจะมีโทษเช่นไร”

“ทำไม! ไหนท่านพ่อบอกว่ารักข้ามาก! แต่เรื่องแค่นี้ท่านพ่อกลับทำให้ข้าไม่ได้! ข้าเคยขอร้องท่านหรือไม่ตั้งแต่เกิดมา มีเพียงเรื่องนี้เท่านั้นที่ข้าขอร้องท่าน ทำไมท่านถึงทำให้ข้าไม่ได้!” เซียวลี่หงเอ่ยเสียงดังพร้อมทั้งท่าทางที่แข็งกร้าว

ทุกคนต่างพากันตกใจกับท่าทางของเซียวลี่หงที่จู่ ๆ ก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน ราวกับว่าไม่ใช่คนเดียวกัน ฟางเหนียงจับแขนบุตรสาวพร้อมพูดปลอบอย่างอ่อนโยน

“หงเอ๋อร์ ใจเย็น ๆ ก่อน ไม่ใช่บิดาเจ้าไม่อยากช่วย แต่เพราะเป็นพระราชโองการจากองค์ฮ่องเต้ เจ้าก็รู้ว่าพวกเราทำอะไรไม่ได้”

เซียวลี่หงได้ยินอย่างนั้นก็สะบัดแขนที่มารดาจับ ทำเอาฟางเหนียงถึงกับตกตะลึงท่าทางที่เปลี่ยนไปของบุตรสาวตนเอง ปีศาจตนไหนเข้าสิงบุตรสาวที่น่ารักของนาง ไม่อย่างนั้นหงเอ๋อร์ถึงมีกิริยาแข็งกร้าวเช่นนี้ได้อย่างไร
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ชะตารักฮูหยินจำเป็น   บทที่ 85

    “เรื่องราวในตอนนั้นท่านจำมาได้ตลอดเลยหรือเจ้าคะ?”หวงหยางหมิงทำท่าครุ่นคิด “อืมมม คราแรกข้าก็ลืมเลือนไปบ้าง เพราะพวกเรายังเด็กทั้งคู่ มาจำได้ตอนที่เห็นเจ้ากำลังช่วยเด็กคนหนึ่งที่กำลังถูกจับตัวไป และข้าก็ไปช่วยเจ้าได้ทันพอดี” เซียวเหม่ยอิงฟังและนึกตามคำพูดของสามี ดวงตางามเบิกตากว้างด้วยความตกใจ คน

  • ชะตารักฮูหยินจำเป็น   บทที่ 84

    “ฮ่าฮ่าฮ่า สมแล้วที่เป็นบุตรสาวของเรา ช่างพูด และกล้าขอผู้ชายแต่งงานตั้งแต่เด็กเหมือนแม่ของเจ้าไม่มีผิด ฮ่าฮ่าฮ่า” หวงหยางหมิงหัวเราะออกมาอย่างอดกลั้นกับการกระทำของบุตรสาว มันเหมือนว่าเขาย้อนเวลากลับไปตอนที่เซียวเหม่ยอิงทำกับเขาในตอนนั้น สมแล้วที่เป็นแม่ลูกกัน เหมือนกันจริง ๆ“ทะ ท่านพี่ ท่านหมายควา

  • ชะตารักฮูหยินจำเป็น   บทที่ 83

    วันนี้บรรยากาศภายในจวนของหวงหยางหมิงเต็มไปด้วยความรักและความอบอุ่น หวงจื่อหานอยู่รับประทานอาหารกับหลาน ๆ ของเขาอย่างมีความสุข หลังจากที่รับประทานอาหารและส่งหลานเข้านอนเรียบร้อยแล้วก็ถึงเวลากลับจวนตนเอง“ท่านพ่อนอนค้างที่จวนข้าก็ได้นะขอรับ”“ไม่เป็นไรหรอก เจ้าก็รู้นิว่าข้ามีเรื่องต้องกลับไปจัดการ”

  • ชะตารักฮูหยินจำเป็น   บทที่ 82

    “แล้วเหตุใดท่านถึงไม่เคยอธิบายให้ข้าฟังบ้างเลย”“ทั้งจวนมีแต่คนของหนิงซู ต่อให้พูดในที่ลับก็มีคนของนางแอบฟังอยู่ดี เฮ้อ ข้ายอมรับผิดที่ข้าเห็นแก่ตัว ที่เห็นอำนาจดีความถูกต้อง” ที่เขามาในวันนี้ไม่ได้มาเพื่อแก้ตัวแต่อย่างใด มันเป็นความรู้สึกผิดที่ติดอยู่ในใจมานานเกือบยี่สิบปี อีกอย่างอดีตผ่านมันมาแ

  • ชะตารักฮูหยินจำเป็น   บทที่ 81

    “ท่านพี่ ท่านปู่คือผู้ใดหรือเจ้าคะ”“เดี๋ยวแม่อธิบายให้ฟังเอง พวกเราเข้าไปในเรือนกันดีกว่า” เซียวเหม่ยอิงหันไปมองสามีอย่างรู้หน้าที่ นางจูงมือบุตรชายและบุตรสาวเข้าไปในเรือน เพื่อให้สามีของนางได้พูดคุยกับบิดาตามลำพัง หลังจากที่เซียวเหม่ยอิงได้พาลูก ๆ เข้าไปในเรือนแล้ว หวงหยางหมิงก็นั่งรอคนที่ก

  • ชะตารักฮูหยินจำเป็น   บทที่ 80

    “เจ้าคิดจะมีลูกกี่คนกัน?” องค์รัชทายาทเหลียงซินเผงอดถามสหายตนเองไม่ได้ เพราะหลังจากที่เซียวเหม่ยอิงคลอดบุตรคนแรกไปไม่ทันไร ตอนนี้สหายตัวดีของเขากำลังมีบุตรคนที่สองแล้ว “กระหม่อมเองก็ไม่ทราบพ่ะย่ะค่ะ เพราะเรื่องนี้กระหม่อมไม่ได้เป็นคนตัดสินใจ กระหม่อมเพียงทำตามความต้องการฮูหยินตนเองเท่านั้น” คำตอ

  • ชะตารักฮูหยินจำเป็น   บทที่ 34

    “ไม่มีเวลาแล้ว เจ้ารีบไปบอกท่านแม่ทัพเร็วเข้าว่าตอนนี้ฮูหยินน้อยอยู่กับฮูหยินใหญ่ที่สวนดอกไม้”ได้ยินอย่างนั้นจางชิงถึงกับดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ “เจ้าว่าอย่างไรนะ!” ใครบางจะไม่รู้ว่าหนิงซูหรือฮูหยินใหญ่นั้นไม่ถูกชะตากับแม่ทัพหวงหยางหมิงขนาดไหน “เจ้าจะยืนบื้ออีกนานหรือไม่ รีบไปบอกท่านแม่ทัพ

  • ชะตารักฮูหยินจำเป็น   บทที่ 33

    “หึ นึกว่าจะไม่รู้จักหน้าแม่สามีตัวเองเสียแล้ว” แม้จะมีใบหน้าที่ดูราวกับว่าเป็นสตรีที่มีน้ำใจโอบอ้อมอารี ทว่าน้ำเสียงกลับไม่ใช่เช่นนั้น“กว่าจะได้เจอกันไม่ง่ายเลย วันนี้ถือเป็นวันดีที่ได้เจอกันแล้ว ข้าขอคุยด้วยได้หรือไม่ หรือว่าเจ้ารังเกียจที่ข้าเป็นเพียงแม่เลี้ยงของสามีเจ้ากัน" หนิงซูจ้องแววตาคน

  • ชะตารักฮูหยินจำเป็น   บทที่ 32

    “ฮูหยิน อยากกินอะไรหรือไม่เจ้าคะ” น้ำเสียงเอ่ยถามอย่างห่วงใย“ไม่เป็นไร ข้ายังรู้สึกอิ่มท้องอยู่เลย” เพราะตอนที่อยู่ด้วยกันกับหวงหยางหมิง นางกินขนมและชาไปไม่น้อย ขณะที่เซียวเหม่ยอิงกำลังพูดคุยกับลี่จินอยู่นั้น สายตาก็มองไปเห็นครอบครัวเดิมของนางที่กำลังเดินเข้ามาภายในงาน เซียวเหม่ยอิงเห็นอย่างนั้น

  • ชะตารักฮูหยินจำเป็น   บทที่ 30

    ยามมีงานเลี้ยง งานประเพณี หรืองานสำคัญต่าง ๆ เป็นเรื่องปกติของจวนที่ฐานะจะเรียกเหล่าบรรดาพ่อค้าแม่ค้าที่ค้าขายเสื้อผ้าอาภรณ์และเครื่องประดับมาที่จวนเพื่อให้เหล่าบรรดา ขุนนาง ฮูหยิน หรือเหล่าบรรดาคุณชายคุณหนูต่าง ๆ ได้เลือกซื้อเพื่อใส่ไปงานเลี้ยงประชันโฉมกัน ครั้งนี้เองก็เช่นกัน ที่เหล่าพ่อค้าแม่ค

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status