LOGINสงครามไม่มีท่าทีจะสิ้นสุดลงง่าย ๆ โอรสสวรรค์ทั้งสองต่างก็ร่ว
ตอนที่ 49 ตั้งกระโจมรอบอารามชี"ท่านอ๋องจะไม่เข้าไปหรือพ่ะย่ะค่ะ"จ้าวฉงซานหลับตาลงเส้นเลือดที่ขมับปูดขึ้นมา มือหนากำเข้าหากันแน่น ยังไม่ทันได้ตอบองครักษ์คนสนิทออกไปก็เห็นร่างอรชรที่แสนโหยหา เดินแบกถังน้ำไปเติมในถังใหญ่ข้างตัวเรือน ใบหน้าหวานเปียกชื้นไปด้วยเหงื่อ ซุนฮวายกแขนเสื้อขึ้นปาดเหงื่อที่ไหลจะเข้าตาออก มือบางยกขึ้นโบกพัดเพื่อให้ร่างกายได้คลายร้อน นางเงยหน้าขึ้นไปมองท้องฟ้า แสงแดดวันนี้ช่างแรงจ้าเสียเหลือเกิน ร่างบางเดินไปนั่งพักบนท่อนไม้ที่ถูกตัดเอาไว้ ขาเรียวยื่นออกไปกำปั้นน้อย ๆ ก็ทุบลงไปเพื่อคลายความเมื่อยล้า"แม่นางกัวเหตุใดจึงมายกน้ำเช่นนี้ ไม่ใช่ข้าบอกแล้วหรือว่าหน้าที่นี้เจ้าไม่จำเป็นต้องทำ" เสียงกึ่งตำหนิอย่างไม่จริงจังนักของซือไท่ผู้หนึ่งที่บวชอยู่ในอารามกล่าวขึ้น พร้อมกับหยิบถังน้ำสอดใส่ไม้ขึ้นมาหาบเสียเอง ซุนฮวาหดขากลับอย่างรวดเร็ว"ซุนฮวาทำได้เจ้าค่ะ ไม่ใช่เรื่องยากอันใด" ซุนฮวาลุกขึ้นยืนหมายจะเดินไปแย่งชิงหาบไม้นั้นมาถือเอาไว้ทว่าเมื่อลุกขึ้นเดินไปได้สามก้าวร่างบางก็เซเหมือนจะล้มลง จ้าวฉงซานถลาออก
ตอนที่ 48 ที่ใดมีรักที่นั่นมีทุกข์ซุนฮวายกแขนขึ้นดันต้นไม้ใหญ่เอาไว้ นางค่อย ๆ ย่อตัวลงนั่งที่โคนต้นไม้ ไม้กวาดที่ถือไว้ถูกวางลงด้านข้าง ร่างบอบบางสูดลมหายใจเข้าลึกพร้อมกับยกมือขึ้นคลึงไปที่ขมับทั้งสองข้าง"แม่นางกัวเจ้าเวียนหัวอีกแล้วเหรอ" เสียงอ่อนโยนถามขึ้น พร้อมกับยื่นกระบอกไม้ไผ่ให้หญิงสาวซุนฮวายกมือขึ้นรับกระบอกไม้ไผ่นั้นมาอย่างนึกขอบคุณ ก่อนจะยกขึ้นดื่มด้วยความกระหาย น้ำเย็นไหลผ่านลำคอทำให้อาการหน้ามืดก่อนหน้าดีขึ้น"ขอบคุณท่านซือไท่เจ้าค่ะ อาจเพราะข้าเงยหน้านานเกินไปจึงเวียนศีรษะเช่นนี้" ร่างระหงรีบบอกออกไปทันที เพราะไม่อยากให้ซือไท่เป็นกังวล"อืม...เอาเถอะหากทำไม่ไหวเจ้าก็ไปพักเถิด อย่าได้ฝืนร่างกายเลย อาการเจ้าไม่สู้ดีนักเดี๋ยวให้อาซิงไปตามหมอในเมืองขึ้นมาตรวจดูหน่อยแล้วกัน" หญิงชรามองสตรีร่างบอบบางที่เหมือนว่าหากมีลมพัดผ่านมาแรง ๆ สักครั้งนางก็คงจะปลิวไปกับสายลม"ซุนฮวาขอบคุณท่านซือไท่เจ้าค่ะ" ซุนฮวาย่อกายกล่าวขอบคุณ ใบหน้าหวานดูซีดเซียวทว่ายังคงยิ้มแย้ม เมื่อเห็นซือไท่ชราพยักหน้าให้ นางจึงรีบถามคำถามเดิมออกไปอีกครั้ง"ท่านซือไท่เจ้าคะ ซุนฮวามีความตั้งใจอยากจะปลงผมบวชเข้า
ตอนที่ 47 ความเจ็บปวดร่วมสิบวันที่ผ่านไป เทียนเย่าและหลี่หยงก็ยังไม่พบแม้แต่เงาของพระชายา ทั้งสองตรวจทุกจุดของประตูเมืองก็ไม่มีสตรีลักษณะดังกล่าวออกนอกเมืองแม้แต่คนเดียว อย่าว่าแต่สตรีเพียงคนเดียวเลย ช่วงก่อนหน้านั้นเกิดกบฏหมิงเต๋อแน่นอนว่าประตูเมืองย่อมถูกปิดไม่ให้ผู้ใดเข้าออก หากจะมีผู้ใดเข้าออกนั้นต้องได้รับใบอนุญาตจากท่านเจ้าเมืองเสียก่อน"ซานเอ๋อร์..."ฮองเฮาฟางหรงเดินเข้ามายังตำหนักท้ายจวน ก็เห็นบุตรชายนั่งดื่มสุราอยู่กับกองอาภรณ์ที่ดูเหมือนจะยังทำไม่แล้วเสร็จ ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเป็นฝีมือลูกสะใภ้ของนางนั่นเองที่ทำขึ้นมา"ถวายพระพรพ่ะย่ะค่ะเสด็จแม่" จ้าวฉงซานหันไปมองพระมารดาด้วยดวงตาแดงก่ำ ตั้งแต่ซุนฮวาหายตัวไปเขาไม่เคยกลับออกไปจากตำหนักของนางเลยสักครั้ง เขาใช้ชีวิตอยู่แต่ในตำหนักแห่งนี้ทุกคืนวันผ่านไปช่างแสนยากเย็น การหายใจเข้าออกช่างเจ็บปวดเหมือนคมกระบี่เสียดแทงลงไปในปอดลึก หากนอนหลับแล้วไม่ต้องรู้สึกเช่นนี้อีก เขาก็อยากจะหลับไปตลอดกาล"ลุกขึ้นเถิด เจ้าเป็นเช่นไรบ้าง ยังตามหาน้องไม่เจออีกหรือ"จ้าวฟางหรงเดินเข้าไปพยุง
ตอนที่ 46 ครอบครัวเพียงคนเดียวย้อนกลับไปทางด้านซุนฮวาเมื่อวันที่ท่านอ๋องออกไปจากจวน นางไม่ปฏิเสธว่ารู้สึกเป็นห่วงเขามากเพียงใด ขาก็ยังเดินไม่ได้ ไหนจะต้องไปร่วมวางแผนการรบอีก สายตาเศร้ามองตามสวามีที่เดินออกไปอย่างห่วงใยโกรธก็ส่วนโกรธห่วงก็ส่วนห่วง จะทำเช่นไรได้ใครใช้ให้นางรักเขาไปแล้วตั้งแต่ต้นทว่าคนทางนี้ก็น่าห่วงไม่น้อยไปกว่ากัน ชีวิตซุนฮวานอกจากเสี่ยวอี้สาวใช้คนสนิทแล้วก็คงจะไม่มีผู้ใดอีกแล้ว"โอ๊ย!!!...หม่อมฉันยอมแล้วเพคะพระชายารอง อย่าได้ตีอีกเลยพระชายาก็รู้ว่าหม่อมฉันไม่รู้ไม่เห็นสิ่งใดทั้งสิ้น โอ๊ย!!!"เสียงร้องของเสี่ยวอี้ดังออกมาจากลานกว้างของจวน ซุนฮวายกกระโปรงขึ้นแล้วรีบเดินไปอย่างร้อนใจ ยิ่งเดินเข้ามาใกล้เท่าไรก็ยิ่งได้ยินเสียงสาวใช้ร้องดังขึ้นเท่านั้น จิ้นผิงที่เข้าไปห้ามก็ถูกไม้ของพระชายารองฟาดลงไปที่กลางศีรษะ เลือดสีแดงไหลออกมาอาบใบหน้าซุนฮวาเดินเข้าไปแย่งไม้จากมือของพระชายารองและโยนทิ้งไปทันที บ่าวรับใช้ต่างก็กลั้นใจมองอย่างตกใจความอดทนของนางหมดสิ้นลงแล้ว"ท่านอ๋องบอกให้เจ้าโบยนางหรือ นางเป็นสาวใช้ขอ
ตอนที่ 45 นางไปแล้ว"นั่งลงก่อนเถอะน้องสามเหตุใดจึงทำหน้าเหมือนจะฆ่าพี่ใหญ่ให้ตายเช่นนี้" เมื่อเห็นว่าน้องชายไม่ยอมนั่งเขาจึงเอ่ยปากอีกครั้ง"ก็ไม่แน่หากท่านยังคิดที่จะแย่งเมียของข้าไม่เลิก" สายตาคมตวัดมองพี่ชายตนเองเขม็ง น้ำเสียงที่พูดออกมาแข็งกร้าว เขาทำเช่นนั้นจริง"โธ่น้องสาม พี่ใหญ่ไม่ปฏิเสธหรอกนะว่าไม่มีใจให้ซุนเอ๋อร์ แต่เล็กจนโตสายตาของนางไม่เคยมีข้า ข้าเป็นได้แค่เพียงต้าเกอของนางเท่านั้น บุรุษเดียวที่อยู่ในใจนางคือจ้าวฉงซาน เจ้าผู้เดียวเท่านั้น"คำพูดของจ้าวตี๋เฟยไม่ได้ทำให้จ้าวฉงซานรู้สึกดีขึ้นเลยสักนิด ยิ่งฟังเขาก็ยิ่งตระหนักถึงความเลวร้ายที่ตัวเองได้ทำไปทั้งหมด"อย่าไปคิดถึงสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้นเลยน้องสาม ซุนเอ๋อร์เป็นสตรีที่ดี นางรักมั่นคงต่อเจ้ามาเป็นสิบปี จะให้ตัดเจ้าออกจากใจเพียงไม่นาน คงจะยากอย่างไรก็คุกเข่าขอโอกาสดูเป็นอย่างไร""ท่านเสียสติไปแล้วหรือ ใต้เข่าบุรุษมีทองคำ จะให้ข้าคุกเข่าให้นางได้เช่นไร"จ้าวฉงซานถลึงตาใส่องค์ไท่จื่อทว่าจ้าวตี๋เฟยหาได้โกรธเคืองอันใด เขาท
ตอนที่ 44 ข้ารักนางวันต่อมาสกุลหลิวทั้งตระกูลถูกลบออกจากหน้าประวัติศาสตร์ ผู้นำตระกูลถูกจารึกไว้ในฐานะกบฏหมิงเต๋อและถูกประหารชีวิตไม่เหลือสักคน ส่วนบ่าวไพร่ก็ถูกขายออกไปเป็นทาสใช้แรงงานอยู่ที่ชายแดนถิ่นทุรกันดารหลิวฮุ้ยจิ้งแต่งเข้าสกุลกัวจึงรอดพ้นจากการโดนประหารในครั้งนี้ ทว่าก็ไม่รอดพ้นจากความผิดที่วางยาฆ่าฮูหยินผู้เฒ่าและมารดาพระชายาซุนฮวา จดหมายก่อนตายของฮูหยินผู้เฒ่าและบ่าวบางคนสามารถเป็นพยานความผิดในครั้งนี้ของหลิวฮุ้ยจิ้งได้นางโดนคุมตัวไปยังศาลต้าหลี่เพื่อรอรับโทษต่อไป กัวฉางเฉาที่รู้ความจริงในวันที่มีคนของทางการมาจับตัวฮูหยินของตนไป เขารีบตามไปจนได้รู้ความจริงว่าที่ผ่านมา เขามองผิดไปทุกสิ่ง นอกจากฮูหยินจะโดนจับข้อหาฆ่ามารดาและภรรยาเอกแล้ว บุตรสาวคนรองก็โดนจับข้อหาร่วมกันก่อกบฏและคบชู้กับจ้าวหมิงเต๋ออีกด้วยต่อให้แข็งแกร่งขนาดไหน เจอเรื่องราวหนักหนาสาหัสพร้อมกันเช่นนี้กัวฉางเฉาก็ล้มป่วยลงทันที ร่างกายซูบผอมเหมือนอายุมากขึ้นไปอีกสิบปี ผมสีดอกเลาขาวโพลนไปทั้งศีรษะ ความรู้สึกผิดถาโถมเกาะกินจิตใจ ผิดต่อภร







