Masukน้ำสุราไหลลงสู่ลำคอขาว ที่ยามนี้ซับไปด้วยสีแดงขึ้นมาบ้างแล้ว จ้าวตี๋เฟยกระดกดื่มราวกับสุราไหนี้เป็นดังน้ำเปล่า ไหแล้วไหเล่าที่ถูกสาดลงไปในลำคอ ต่อให้คอแข็งสักเพียงใด ทว่าดื่มมากมายเช่นนี้ก็ทำให้เมามายได้เช่นกัน จ้าวตี๋เฟยรู้ดีว่ายามนี้สติที่เขามีเริ่มถดถอยลงไปหลายส่วน ไม่เหมือนเมื่อวันที่เขาแต่งงาน ครั้งนั้นเขาเพียงแค่แสร้งเมาเพราะไม่อยากเข้าห้องหอกับหยางหลิงเซียงเท่านั้น
จ้าวตี๋เฟยรู้ดีว่าตนเองไม่ได้มีความชื่นชอบคนที่เป็นพระชายา เขารู้ดีว่านางมีใจให้เขา เพราะทุกครั้งที่เขาเข้าวังไปหาจ้าวฟางหลินผู้เป็นน้องสาว ก็มักจะเจอนางอยู่ด้วยเป็นประจำ
สตรีผู้นั้นมักจะมีท่าทางเขินอาย ทว่าก็พยายามจะเข้ามาหาเขาตลอดเช่นกัน นางมักจะส่งขนมผ้าเช็ดหน้าที่นางทำเองมาให้เขาเป็นประจำ นางไม่ได้นำมาให้ด้วยตนเอง นางฉลาดกว่าที่ผู้ใดจะคาดคิด เพราะถ้าหากนางนำมาให้เขาด้วยตนเอง แน่นอนของเหล่านั้นเขาย่อมปฏิเสธไปอย่างแน่นอน
แต่สิ่งที่นางทำเขาย่อมไม่อาจปฏิเสธได้ นางจะฝากของเหล่านั้นมาทางน้องสาวเขาบ้าง หรือบางครั้งก็เป็นเสด็จแม่เขาที่รับฝากมา แล้วอย่างนี้จะให้เขาชื่นชอบนางไปได้อย่างไร สตรีเจ้าแผนการช่างน่ารังเกียจนัก
"องค์รัชทายาท..." ถังเว่ยรีบเข้ามาประคองเมื่อเห็นเจ้านายตนเองลุกขึ้นยืนแล้วมีอาการเซ
"ข้าหวาย" เสียงยืดยานเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าองค์รัชทายาทหนุ่ม สยบต่อฤทธิ์ของน้ำเมาไปเป็นที่เรียบร้อย ถังเว่ยลอบส่ายศีรษะให้กับคนที่บอกว่าไหวอย่างอ่อนใจ ตั้งแต่ติดตามกันมาครั้งนี้กระมังที่เห็นว่าเจ้านายหนุ่มเมามายเช่นนี้
"กระหม่อมพาพระองค์ไปที่ห้องบรรทมดีหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ" องครักษ์คนสนิทรู้ดีว่าเจ้านายตนเองคิดเช่นไร หากปล่อยให้ไปที่ตำหนักพระชายายามเมามายเช่นนี้ เห็นทีว่าเรื่องราวคงจะไม่ง่ายเสียแล้ว เขาเป็นคนของจ้าวตี๋เฟยย่อมเข้าใจเจ้านายตนเอง แต่เรื่องนี้เกี่ยวพันกับพระชายาและองค์ฮองเฮา อย่างไรเสียเขาก็ไม่อาจจะปล่อยให้เจ้านายตนเองไปรังแกผู้อื่นได้
"หึ..ข้ามีสิทธิ์นอนห้องตนเองได้ด้วยหรือ เสด็จแม่ประสงค์ให้ข้าไปค้างกับนางจิ้งจอกนั่น ข้าย่อมทำตามบัญชา ไปเถิดพาข้าไปที่ห้องพระชายาสุนัขจิ้งจอกนั่น"
"แต่พระองค์เมาแล้ว..."
"ถังเว่ย!!..คำสั่งข้าเจ้ากล้าคัดค้านด้วยหรือ" จ้าวตี๋เฟยสะบัดแขนหลุด ก่อนจะชี้หน้าอีกฝ่ายอย่างคาดโทษ ถังเว่ยไหนเลยจะกล้า
"กระหม่อมมิกล้า แต่พระองค์ทรงเมามายเช่นนี้ กลับห้องเถิด" หัวเข่าทั้งสองกระแทกลงพื้นเสียงดัง ทว่าก็ยังไม่ละความพยายามที่จะเกลี้ยกล่อม
"ดี ๆ ข้าคงใจดีกับเจ้ามากไปสินะถึงได้กล้ากำเริบเช่นนี้ ปล่อย!!..ในเมื่อเจ้าไม่ยินยอมเช่นนั้นก็ข้าก็จะไปเอง ส่วนเจ้าถังเว่ยความผิดที่ขัดขืนคำสั่งข้า จงไปทำความสะอาดคอกม้าทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียวไป!!"
ใบหน้าองครักษ์คนสนิทบูดเบี้ยวเหมือนกินยาขม ทว่าตอนนี้ให้กินดีหมีหัวใจเสือก็ไม่กล้าจะสอดปากขึ้นมาอีกแล้ว ทำได้เพียงมองดูองค์รัชทายาทหนุ่มเดินออกไปด้วยความไม่มั่นคงนัก เมื่อเห็นจ้าวตี๋เฟยออกไปแล้ว ถังเว่ยก็เดินตามไปอย่างเงียบ ๆ ครั้นมาถึงตำหนักพระชายาแล้วถังเว่ยก็ถอยไปที่คอกม้า เพื่อรับโทษที่ตามที่องค์รัชทายาทบัญชา
ปัง!!
เสียงประตูหน้าห้องดังขึ้น หยางหลิงเซียงและติงซูซูต่างก็หันไปมองพร้อมกัน ทว่าเมื่อเห็นว่าเป็นผู้ใดเข้ามาทั้งสองก็ย่อกายทำความเคารพอย่างนอบน้อม
"คารวะองค์รัชทายาทเพคะ" จ้าวตี๋เฟยไม่ตอบอะไร ทำเพียงแค่เดินเข้าไปคว้าต้นแขนเล็กของพระชายาและกระชากเข้ามาใกล้ตนเอง
"หยางหลิงเซียงเจ้ากล้าดีอย่างไรจึงได้นำเรื่องหลับนอนไปฟ้องเสด็จแม่ เจ้าอยากขึ้นเตียงกับข้ามากกระมังถึงได้อดทนรอไม่ไหวเช่นนี้ นางจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ร่านราคะ"
"ซูซูออกไปก่อน ไปบอกแม่ครัวต้มน้ำแกงสร่างเมามาให้องค์รัชทายาท" หยางหลินเซียงเซกระแทกไปที่หน้าอกของสวามี นางพยายามดันตนเองเอาไว้ ทว่ากลิ่นสุราที่โชยเข้าจมูกก็พอจะรู้ถึงอาการขาดสติของพระองค์ นางหันหน้าไปมองนางกำนัลคนสนิทก่อนจะเอ่ยคำสั่งให้ออกไป เพราะไม่อยากให้นางกำนัลเห็นอะไรเช่นนี้
"เพคะ" ติงซูซูย่อกายทำความเคารพ หมายจะออกไปสั่งห้องครัวต้มน้ำแกงสร่างเมาตามคำสั่งพระชายา ทว่าจ้าวตี๋เฟยกับตวาดขึ้นมาอีกครั้ง นางจึงลังเลไม่รู้ว่าควรทำเช่นไร
"ข้าไม่กิน..."
"ไปเถิดไปต้มเตรียมไว้" หยางหลิงเซียงเห็นใบหน้าซีดเซียวของนางกำนัลก็เข้าใจดี อีกฝ่ายคงเกรงว่านางจะโดนรังแก อย่าว่าแต่ติงซูซูกลัวเลย เวลานี้นางเองก็กลัวไม่ต่างกันเท่าไรนัก อาจจะหวาดกลัวมากกว่าเสียด้วยซ้ำ แต่หากนางแสดงออกว่ากลัว อีกฝ่ายก็จะยิ่งรังแกนางมากขึ้น ยามนี้นางต้องตั้งสติให้ดี
"อ่ะ..องค์รัชทายาทเพคะ พระองค์ไม่พอพระทัยหม่อมฉันด้วยเรื่องใด อย่างน้อยหม่อมฉันควรได้รับโอกาสอธิบายมิใช่หรือ"
"อธิบายหรือ หึ..ข้าว่าเจ้าแก้ตัวมากกว่ากระมัง ไหนเล่าผ้าขาวของเจ้าไปเอาออกมา" เอ่ยจบมือหนาก็จับกระชากข้อมือบางขึ้นมากดนิ้วลงบนข้อมือนุ่ม
"ผ้าขาวไร้รอยโลหิตอย่างนั้นหรือ" ดวงตาคมตวัดสายตาดุดันจ้องมองแววตาอาบน้ำตาของนางแล้วโน้มหน้าแนบชิดใบหูเล็กก่อนเอ่ยเสียงลอดไรฟัน
"เช่นนั้น...ข้าจะกรีดเลือดบนข้อมือเจ้าแล้วปาดให้ชุ่มผ้าขาว จะได้ไม่มีใครพูดถึงเรื่องนี้อีก ดีหรือไม่"
หยางหลิวเซียงเบิกตาขึ้นด้วยความตกใจเมื่อปิ่นบนมวยผมถูกเขากระชากออกมาถือไว้ ยามนี้ร่างอรชรสั่นสะท้านขึ้นมาอย่างไม่อาจเก็บความหวาดกลัวเอาไว้ได้อีก
"หากเป็นความประสงค์ของพระองค์ ก็ลงมือเถิดเพคะ" หยางหลิงเซียงเอ่ยเสียงสั่น สองแก้มอาบไปด้วยหยาดน้ำตา ก่อนจะหลับลงกลั้นใจรอรับความเจ็บปวด
"หึ! มารยาสาไถย สำออยเจ้าน้ำตา ช่างเป็นสตรีที่น่ารังเกียจเสียยิ่งกว่าอาจม"
จ้าวตี๋เฟยเอ่ยเสียงเย้ยหยันก่อนจะสะบัดมือออกพร้อมออกแรงผลักไสราวกับจับของร้อน หยางหลิงเซียงเซถลาล้มลงไปกับพื้น นางสูดลมหายใจเข้าปอดลึกเสียจนเจ็บหน้าอก ก่อนที่ร่างอรชรจะเดินไปหยิบผ้าขาวผืนเดิมมาปูลงบนที่นอน มือบางดึงปิ่นปักผมอีกเล่มออกมาจากมวยผมแล้วกรีดลงบนต้นแขนด้านใน แม้จะเจ็บปวด แม้จะหวาดกลัว แต่หากนั่นคือความปรารถนาของเขา นางล้วนยินดี ดวงตาหวานมองหยาดโลหิตที่หยดลงบนผ้าขวาแล้วค่อยๆ หันกลับมามองใบหน้าอันเยือกเย็นของผู้เป็นสวามี
"เรียกร้องความสงสารอย่างนั้นหรือ หึ! หน้าหนายิ่ง" จ้าวตี๋เฟยเอ่ยอย่างดูแคลนพร้อมกับแสยะยิ้มออกมา
"หม่อมฉันเพียง..."
"หุบปาก! ข้าไม่อยากได้ยินวาจาจอมปลอมของเจ้า"
ชายหนุ่มเอ่ยตวาด มองรอยแผลบนแขนขาวแล้วรู้สึกขัดใจยิ่งนัก ใครใช้ให้นางทำร้ายตนเอง หรือที่ทำเช่นนี้เพราะต้องการให้เขาถูกคนอื่นตำหนิอีก ร่างสูงโปร่งลุกขึ้นยืน แต่เพราะฤทธิ์สุราทำให้ร่างหนาเดินไม่มั่นคงนัก หยางหลิงเซียงเร่งเข้ามาประคองเขา ภาพตรงหน้าขององค์รัชทายาทเริ่มพร่ามัวขึ้นมา ยามที่หันมาสบตาร่างอรชรที่ประคับประคองตนเอง ใบหน้าของคนตรงหน้าก็แปรเปลี่ยนเป็นใบหน้าหวานที่เขาคะนึงหา 'ต้าเกอ'
"ซุนเอ๋อร์"
ตอนที่ 14 ฤทธิ์สุราน้ำสุราไหลลงสู่ลำคอขาว ที่ยามนี้ซับไปด้วยสีแดงขึ้นมาบ้างแล้ว จ้าวตี๋เฟยกระดกดื่มราวกับสุราไหนี้เป็นดังน้ำเปล่า ไหแล้วไหเล่าที่ถูกสาดลงไปในลำคอ ต่อให้คอแข็งสักเพียงใด ทว่าดื่มมากมายเช่นนี้ก็ทำให้เมามายได้เช่นกัน จ้าวตี๋เฟยรู้ดีว่ายามนี้สติที่เขามีเริ่มถดถอยลงไปหลายส่วน ไม่เหมือนเมื่อวันที่เขาแต่งงาน ครั้งนั้นเขาเพียงแค่แสร้งเมาเพราะไม่อยากเข้าห้องหอกับหยางหลิงเซียงเท่านั้น จ้าวตี๋เฟยรู้ดีว่าตนเองไม่ได้มีความชื่นชอบคนที่เป็นพระชายา เขารู้ดีว่านางมีใจให้เขา เพราะทุกครั้งที่เขาเข้าวังไปหาจ้าวฟางหลินผู้เป็นน้องสาว ก็มักจะเจอนางอยู่ด้วยเป็นประจำสตรีผู้นั้นมักจะมีท่าทางเขินอาย ทว่าก็พยายามจะเข้ามาหาเขาตลอดเช่นกัน นางมักจะส่งขนมผ้าเช็ดหน้าที่นางทำเองมาให้เขาเป็นประจำ นางไม่ได้นำมาให้ด้วยตนเอง นางฉลาดกว่าที่ผู้ใดจะคาดคิด เพราะถ้าหากนางนำมาให้เขาด้วยตนเอง แน่นอนของเหล่านั้นเขาย่อมปฏิเสธไปอย่างแน่นอนแต่สิ่งที่นางทำเขาย่อมไม่อาจปฏิเสธได้ นางจะฝากของเหล่านั้นมาทางน้องสาวเขาบ้าง หรือบางครั้งก็เป็นเสด็จแม่เขาที่รับฝากมา แล้วอย่างนี้จะให้เขาชื่นชอบนางไปได้อย่างไร สตรีเจ้าแผนการ
ตอนที่ 13 สตรีช่างฟ้อง ถึงแม้จ้าวตี๋เฟยจะมานอนค้างที่ตำหนักพระชายาหยางก็จริง ทว่านอนในที่นี้ก็คือนอนจริง ๆ หาได้มีเรื่องอื่นใดแม้แต่น้อย จ้าวตี๋เฟยจะเข้ามายามจื่อ(23.00-00.59) เข้ามาถึงก็ล้มตัวลงนอนไม่พูดไม่จา หยางหลิงเซียงพยายามที่จะชวนคุยทว่าก็ได้รับการเฉยชาตอบกลับทุกครั้ง และเมื่อตื่นมาเขาจากไปไม่แม้แต่จะยอมล้างหน้าหน้าตาจากน้ำที่นางเตรียมให้เลยแม้แต่น้อย นางไม่รู้จะต้องทำตัวเช่นไรต่อไปดี และยิ่งเห็นหลิวมามาเข้ามาปูผ้าขาวเอาไว้ที่เตียงของนาง นางก็ยิ่งอับอายเป็นอย่างมาก เพราะรู้ดีว่าไม่ว่าจะอย่างไรผ้าขาวผืนนั้นก็คงจะขาวสะอาดตลอดไป"เฟยเอ๋อร์แม่มีเรื่องจะพูดกับเจ้า" จ้าวตี๋เฟยขมวดคิ้วแสดงสีหน้าตกใจออกมา ก่อนจะรีบลุกขึ้นเมื่อได้สติกลับคืนมา"ลูกคารวะเสด็จแม่ เหตุใดวันนี้จึงมาหาลูกที่ตำหนักบูรพาได้เล่าพ่ะย่ะค่ะ หากเสด็จแม่อยากพบลูกให้ขันทีในวังมาแจ้ง ลูกจะรีบไปทันที"ร่างหนารีบเดินเข้าไปประคองฮองเฮาเอาไว้ ก่อนจะเอ่ยวาจาเอาอกเอาใจอีกฝ่ายอย่างกระตือรือร้น ทว่าฮองเฮาฟางหรงมีหรือจะรู้ไม่ทันอีกฝ่าย นิ้วเรียวยกขึ้นไปหยิกที่ตรงเอวหน้าอย่างไม่จริงจังนัก"หึ..ไม่ต้องมาพูดดีไป เมื่อครั้งซานเอ๋อ
ตอนที่ 12 รู้หน้าที่ตนเองดีต่อให้มีใจรักมากเพียงใด ทว่าเวลานี้พระชายาหยางก็ยังคงไม่หน้าหนาพอที่จะยกน้ำแกงถ้วยนี้เข้าไปให้องค์รัชทายาทอยู่ดี ท่าทีก่อนหน้านั้นของเขาก็พอจะทำให้นางทราบดีแล้วไม่ใช่หรือว่าไม่โปรดนางมากเพียงใดนางแต่งเข้ามาสุรามงคลก็ยังไม่ได้ดื่ม เช้าต่อมาก็โดนทิ้งให้เฝ้าตำหนักแต่เพียงผู้เดียว เรื่องนั้นก็ช่างเถิดนางเข้าใจเป็นอย่างดีเพราะนั่นเป็นหน้าที่อันพึงกระทำ ทว่าตอนกลับเขายังพาสตรีอีกนางกลับมาด้วย เช่นนั้นแล้วจะให้นางคิดอย่างไรได้เล่า "กลับเถิด" หยางหลิงเซียงยืนค้างที่หน้าห้องหนังสือขององค์รัชทายาทอยู่สักพักแล้ว นางเหม่อมองเข้าไปในห้องทว่าประตูที่ปิดสนิทไม่อาจทำให้เห็นสิ่งใดได้ จะเดินหน้าก็ไม่กล้าจะถอยหลังก็ไม่ได้ นางหันหน้าไปมองถ้วยน้ำแกงที่ส่งกลิ่นหอมพร้อมกับไอความร้อนที่ลอยขึ้นมา"มาถึงนี่แล้วก็เข้าเอาเข้าไปถวายเถิดเพคะ" หลิวมามาส่ายหน้าไม่เห็นด้วย อีกเพียงครึ่งก้าวก็จะถึงอยู่แล้วหากไม่เข้าไปไม่นับว่าเสียเปล่าหรอกหรือ"หลิวมามาเจ้าช่วยนำเข้าไปถวายแทนข้าทีเถิด ข้าจะกลับไปรอที่ตำหนัก" หยางหลิงเซียงไม่รอให้ผู้ใดทัดทานได้อีก นางหมุนกายเดินจากไปอย่างรวดเร็ว หลิวมามาก
ตอนที่ 11 อย่ามาสอดเรื่องของข้าเพียงแค่ส่งอาหารเข้าปากในคำแรก จ้าวตี๋เฟยก็แสยะยิ้มออกมา นางกล้ากล่าวอ้างว่าเข้าครัวทำอาหารเองอย่างนั้นหรือ? ช่างหน้าด้านยิ่งกว่าพื้นถนน รสชาติอาหารเหล่านี้เขากินมันทุกวัน จะไม่รู้ได้อย่างไรว่าเป็นแม่ครัวของตำหนักบูรพา?"เจ้าไม่กินหรือ เหตุใดจึงเอาแต่แอบมองข้าเล่า หรือว่าใบหน้าข้ามีสิ่งใดประหลาด?" หยางหลิงเซียงรีบก้มหน้าลง นางคิดว่าตนเองแอบมองอย่างแนบเนียนแล้ว ทว่าอีกฝ่ายแม้จะไม่ได้หันมามองนางสักนิดแต่ก็ยังรับรู้ได้อีก นี่เขาเก่งเกินไปหรือไม่"เซียงเซียงกลัวว่ารสชาติจะไม่ถูกใจพระองค์ รสชาติแย่หรือไม่เพคะ หากว่า..." น้ำเสียงประหม่าของพระชายาสั่นไหวอย่างเห็นได้ชัดเจน จ้าวตี๋เฟยไม่รอให้อีกฝ่ายพูดจนจบก็ตัดบทออกไปเสีย"ข้ากินได้ ไม่ได้แย่อะไรเจ้าเองก็กินบ้างเถิด" ถึงแม้ตัวเขาจะเป็นถึงองค์รัชทายาททว่าก็ไม่ได้เลือกกินมากนัก ยามอยู่ในสนามรบมีเพียงแค่แป้งทอดหนึ่งแผ่นหรือแม้แต่เนื้อตากแห้งสักชิ้นก็ต้องกินประทังชีวิตไปก่อน ความจริงแล้วจ้าวตี๋เฟยไม่ค่อยได้ออกรบมากเท่าไรนัก ส่วนมากแล้วหน้าที่นำทัพจับศึกจะเป็นแม่ทัพใหญ่อย่างจ้าวฉงซาน แต่ก็มีบางครั้งที่เขาเองก็ตามน้อง
ตอนที่ 10 ความรักไม่ใช่สิ่งจำเป็น"รายงานมา" ขันทีคนสนิทก้มศีรษะลงเล็กน้อย และสูดลมหายใจเข้าก่อนจะบอกเล่าเรื่องภายในเกือบสามเดือนที่ผ่านมากับองค์รัชทายาทหนุ่ม"ทูลองค์รัชทายาทหลังจากพระองค์ออกจากเมืองหลวงไปได้ราวสองชั่วยาม องค์ฮองเฮาก็เสด็จมาที่ตำหนักบูรพาเพื่อปลอบใจพระชายา องค์ฮองเฮาเห็นว่าเหล่าอนุไร้มารยาทไม่ยอมยกน้ำชาทำความเคารพพระชายา จึงถูกปลดออกทั้งหมดพ่ะย่ะค่ะ" นิ้วมือที่กำลังเคาะหัวเข่าตนเองพลันชะงักค้าง มิน่าเล่าตั้งแต่เขากลับเข้ามายังไม่เจออนุเหล่านั้นเลยแม้แต่คนเดียว"ปลดหมดทั้งสามคนเลยหรือ ผู้ใดเป็นคนออกคำสั่งพระชายาหรือ?" "หามิได้พ่ะย่ะค่ะ พระชายาทรงคัดค้านแล้ว ทว่าองค์ฮองเฮาไม่เห็นด้วย อนุเหล่านั้นเป็นองค์ฮองเฮาปลดทั้งสิ้น หาได้มีความเกี่ยวข้องกับพระชายาแม้แต่น้อย"ริมฝีปากหยักพลันกระดกขึ้นเย้ยหยัน ไม่เกี่ยวกับพระชายาหรือ? จะไม่เกี่ยวได้อย่างไรแต่งเข้ามาวันเดียวก็กล้าปลดเหล่าอนุของเขาหมดไปจนสิ้น ดีมาก ทำได้ดีมาก ไม่เสียแรงกับที่เป็นหลานสาวลู่กุ้ยเฟย เป็นสตรีที่ฮองเฮาทรงโปรด นางเติบโตท่ามกลางเหล่าสนมในวังหลังมาตั้งแต่เล็กจะไม่มีพิษสงได้อย่างไร"อืม..เจ้าออกไปเถิด" จ้าวต
ตอนที่ 9 ไม่ได้มาคนเดียวหนึ่งเดือนผ่านไปชินอ๋องจ้าวฉงซานก็นำทัพกลับเข้าเมืองหลวงพร้อมกับชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ เหล่าโจรกบฏ พ่ายแพ้ต่อท่านอ๋องหนุ่มอย่างราบคาบหลังจากท่านอ๋องหนุ่มกลับคืนสู่เมืองหลวง พระชายากัวซุนฮวาก็ไม่ค่อยได้มาหาพระชายาหยางหลิงเซียงบ่อยเช่นเคย และนางเองก็ไม่ค่อยกล้าไปรบกวนอีกฝ่ายด้วยเช่นกันฮองเฮาออกจากวังหลวงมาหานางที่ตำหนักบูรพาบ้าง หรือบางครั้งก็เรียกนางเข้าไปหาบ้าง ทว่าไม่มีครั้งไหนเลยที่พระองค์จะเอ่ยถึงเรื่องขององค์รัชทายาท บอกเพียงแค่ว่า ทางหมู่บ้านอานผิงยังไม่เรียบร้อยดี ให้นางรอที่ตำหนักไปก่อน วันนั้นหลังออกจากวังหลวงหยางหลิงเซียงแวะตลาดหลังวังก่อนจะกลับเข้าตำหนัก เพียงแค่ก้าวเข้าไปในตลาดเสียงพูดคุยกันอย่างสนุกสนานของเหล่าพ่อค้าแม่ค้าก็ผ่านเข้ามาในหู พวกเขาเหล่านั้นคุยกันอย่างสนุกสนาน ทว่านางกลับกำมือแน่น ใบหน้าซีดเซียวลงไปทุกขณะ"พระชายาเพคะ เรากลับกันดีหรือไม่?" หลิวมามากระซิบบอกพระชายาของตน เพราะไม่อยากให้นางได้ยินเรื่องราวเหล่านั้น ติงซูซูเห็นดังนั้นก็ร้อนใจทนไม่ไหว จะเดินเข้าไปต่อว่าเหล่าแม่ค้าพวกนั้นบ้าง ทว่าหยางหลิงเซียงห้ามเอาไว้เสียก่อน"ข้าอยากฟังอีกสัก







