Beranda / รักโบราณ / ชะตาร้ายไม่หวนคืน / มิตรภาพที่หล่นหาย

Share

มิตรภาพที่หล่นหาย

last update Tanggal publikasi: 2025-12-19 11:39:49

ในเช้าวันถัดมา เสียงลมหอบใหญ่พัดผ่านหน้าต่างบานเล็กของห้องไป๋เยว่ ที่เงียบสงัดยามเช้า แม้แต่เสียงน้ำในบ่อน้ำหินที่สะท้อนความเงียบสงัดของสถานที่แห่งนี้ กลับทำให้หัวใจของไป๋เยว่รู้สึกถึงความโดดเดี่ยวในบางครั้ง

นางไม่ได้รู้สึกถึงความเหงาเช่นเคย แต่กลับรู้สึกถึงการตื่นขึ้นจากการนอนหลับยาวนาน ราวกับได้กลับไปยืนที่จุดเริ่มต้นในอดีต

ดวงตาคู่งามมองไปยังภาพสะท้อนในกระจก ท่ามกลางผมยาวที่จัดแต่งเอาไว้อย่างเรียบร้อย เส้นผมยาวสีดำสนิทคลุมใบหน้าเปล่งประกาย แต่ข้างในกลับเต็มไปด้วยความหนักแน่นในใจ

นึกย้อนกลับไปในวันเวลาที่ผ่านมา นางเคยละเลยสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิต คือมิตรภาพที่เคยมีในช่วงที่ยังไม่ได้รับอำนาจ หรือถูกบีบคั้นจากการเมืองภายในราชสำนัก ซึ่งส่งผลให้นางสูญเสียความจริงใจจากคนบางคนไป

ไป๋เยว่รู้ดีว่าบางสิ่งที่นางทำในอดีตอาจทำให้คนที่รักนางเสียชีวิตแทนได้ และตอนนี้ คำมั่นสัญญาที่นางเคยสาบานในใจเมื่อครั้งอดีตยังคงก้องอยู่ในหู

'ข้าจะไม่ให้ใครตายแทนข้าอีก'

นางสูดหายใจลึก ก่อนที่จะเดินออกไปจากห้อง ด้วยท่าทางมั่นคง แม้จะยากลำบากเพียงใด การเริ่มต้นใหม่ในครั้งนี้ นางจะไม่ทำผิดพลาดเช่นเดิมอีก

ไป๋เยว่เดินออกมาที่บริเวณด้านนอกเรือน มองไปยังสวนดอกเหมยที่เริ่มบานเต็มที่ คิดถึงเรื่องราวเก่าที่เคยเกิดขึ้นในอดีต ความผิดพลาดที่ตัวนางไม่สามารถแก้ไขได้เลย แม้ว่าจะมีการเริ่มต้นใหม่ในชีวิต แต่บางคนกลับไม่ได้มีโอกาสเหมือนกับนาง

สาวใช้คนหนึ่งเดินเข้ามาใกล้และหยุดตรงหน้าทันที

"คุณหนู ท่านอยากพบใครหรือไม่เจ้าคะ"

เสียงของบ่าวรับใช้ถามขึ้นท่าทางกระวนกระวาย

ไป๋เยว่เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าอย่างแน่วแน่

"ข้าอยากไปพบหานอี"

การกล่าวถึงชื่อของหานอี เป็นการตัดสินใจที่หนักหน่วงของไป๋เยว่ หานอีคือสาวใช้คนหนึ่งที่เคยทำงานให้กับนางตั้งแต่ยังเยาว์วัย ก่อนที่นางจะถูกบิดามารดาเลี้ยงดูอย่างเข้มงวดและมีอำนาจ ทำให้นางเริ่มละเลยความสำคัญของคนรอบข้างโดยเฉพาะหานอี ที่ในที่สุดต้องจากไปเมื่อมีเรื่องทะเลาะกันในอดีต ต่อมานางเรียกตัวหานอีกลับมารับใช้และถูกนางบังคับให้ดื่มยาพิษในน้ำชาเพื่อทดสอบพิษจนหานอีตายแทนนางอย่างน่าเวทนา

ไป๋เยว่เดินออกไปยังเรือนที่หานอีเคยอาศัยอยู่ ท่ามกลางการเดินที่แผ่วเบา พื้นทางเดินปูด้วยแผ่นไม้เก่า ๆ ที่ยังคงทำหน้าที่ของมัน แม้การเดินในวันนี้จะไม่เหมือนในอดีต แต่กลับรู้สึกเหมือนได้กลับบ้าน

เมื่อถึงที่เรือนหานอี ไป๋เยว่หันมาทางสาวใช้ที่ตามมา

"ไปเรียกหานอีมาหาข้าเถอะ"

สาวใช้พยักหน้าและรีบวิ่งไป

ในไม่ช้า หานอีก็เดินออกมา ท่าทางตกใจเมื่อเห็นไป๋เยว่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยแววตาอบอุ่น

ก่อนหน้านี้นางถูกไป๋เยว่ไล่ตะเพิดออกมาเพราะความอารมณ์ร้อน ไม่พอใจอย่างไร้เหตุผลเป็นเหตุให้นางได้ย้ายเรือนไปทำหน้าที่ต่ำที่สุดในจวนเป็นการลงโทษ

"คุณหนู"

หานอีพยายามยิ้ม แต่ดวงตากลับเต็มไปด้วยความสับสนและระมัดระวัง

ไป๋เยว่ยิ้มให้หานอีอย่างอ่อนโยน

"ข้าอยากขอโทษ ข้ารู้ดีว่ามันเป็นความผิดของข้า"

หานอีเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวออกมาอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ

"ข้าขอโทษที่ข้าไม่สามารถทำอะไรถูกใจท่านในเวลานั้น ข้าเองก็ไม่เข้าใจว่าเหตุใดคุณหนูถึงได้ลงโทษข้า"

"ข้ารู้ดี แต่ตอนนี้ข้าจะไม่ปล่อยให้เจ้าทำงานหนักอีก ย้ายกลับมาทำงานที่เรือนข้าเช่นเดิมเถิด"

ไป๋เยว่พูดอย่างหนักแน่น

หานอีมองไปยังไป๋เยว่ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกซึ้งใจ

"ขอบคุณคุณหนู ข้าจะตั้งใจทำงานไม่ขัดใจท่านอีกแล้วเจ้าค่ะ"

ไป๋เยว่ยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน และกล่าวว่า

"ขอบคุณ ข้าไม่เคยลืมเลยว่าในตอนนั้นมีคนที่ยืนข้างข้าแม้ว่าข้าจะทำให้เจ้าเสียใจมากมายก็ตาม แต่ข้าจะเริ่มต้นใหม่ ไม่ให้ใครต้องเสียใจไปมากกว่านี้"

คำพูดนี้เหมือนปลุกความหวังที่หล่นหายขึ้นมาใหม่ในหัวใจของหานอี ที่อดีตเคยเจ็บปวด แต่วันนี้กลับรู้สึกถึงการเริ่มต้นใหม่อย่างเต็มที่ และสำหรับไป๋เยว่ที่สำนึกผิดนางเหมือนได้ยกภูเขาออกจากอกไปแล้วครึ่งหนึ่ง เพราะการทำโทษหานอีในคราวนี้ส่งผลให้บ่าวรับใช้ผู้ซื่อสัตย์ต้องตายแทนนางในเวลาต่อมา

ช่วงเย็นของวันนั้น ไป๋เยว่กลับมาที่เรือนของตนอีกครั้ง ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบ เสียงลมหอบเบา ๆ ราวกับเสียงดนตรีที่เคลื่อนไหวไปตามกระแสลม นางได้ปลดปล่อยใจให้หลุดพ้นจากทุกสิ่งที่เคยรุมเร้า

ไป๋เยว่ยืนนิ่งอยู่ในสวน ดอกเหมยบานสะพรั่งอยู่รอบตัว เหมือนเช่นที่มันเคยเป็นในอดีต ทุกอย่างดูเงียบสงบ แต่ภายในใจของนางกลับวุ่นวายไปหมด ในอดีต นางเคยเป็นคนที่ทะเยอทะยานและหลงลืมความสำคัญของมิตรภาพไป แม้แต่คนที่เคยอยู่เคียงข้างกับนางมากที่สุดก็ถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง แม้เวลาจะผ่านไป แต่ความผิดพลาดในอดีตนั้นยังคงตามหลอกหลอนจิตใจของนางเป็นครั้งคราว

การที่นางตัดสินใจกลับไปหาหานอี ไม่เพียงแต่เป็นการสร้างสัมพันธ์ใหม่ แต่มันยังเป็นการสำนึกผิดที่นางอยากจะสะสางให้ลุล่วงไปจากจิตใจ

เวลาผ่านไป ไม่นานหลังจากที่ไป๋เยว่ได้ปรับปรุงความสัมพันธ์กับหานอี ก็ถึงเวลาที่ต้องกลับไปทำหน้าที่ของตนเองในสำนักศึกษาหญิง บรรยากาศในวังหลวงเริ่มตึงเครียดมากขึ้น เนื่องจากทุกคนต่างก็รู้ว่าเรื่องราวระหว่างรัชทายาทและองค์ชายรองยังคงเป็นปัญหาค้างคาในสภาวะที่ไม่แน่นอน

หลังจากที่เสร็จสิ้นการประชุมก่อนเลิกเรียนในวันนั้น ไป๋เยว่เดินกลับไปที่ห้องของตนด้วยความคิดหนักจากข่าวลือที่เหล่าสหายพูดถึงเกี่ยวกับเรื่องนี้ นางรู้ว่าการกลับมาในครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะต้องเผชิญกับการทดสอบจากบิดา แต่ยังมีเรื่องราวของการต่อสู้ภายในราชสำนักที่คงจะไม่ยอมให้นางได้พักผ่อนง่าย ๆ

เสียงฝีเท้าของใครบางคนดังขึ้นจากมุมมืดของทางเดิน ไป๋เยว่หันไปมองทันที และพบว่าเป็นสาวใช้ของนางที่นำของขวัญมาส่งให้

"คุณหนู มีของขวัญมาส่งให้ท่าน"

สาวใช้กล่าวก่อนจะยื่นห่อผ้าใส่กล่องเล็ก ๆ ที่มีกลิ่นหอมมาให้

ไป๋เยว่รับมาอย่างสงบและเปิดห่อผ้านั้นออก เห็นว่าเป็นดอกไม้ดอกหนึ่งที่บานเต็มที่ในช่วงฤดูหนาว

"ดอกเหมย"

เสียงของไป๋เยว่เอ่ยขึ้นเบา ๆ ขณะที่มองดอกไม้ในมือด้วยแววตาที่ยากจะอธิบาย

ดอกเหมยกลางหิมะ มันเหมือนเป็นสัญลักษณ์บางอย่างที่เชื่อมโยงระหว่างนางและใครบางคนที่เฝ้ามองนางในความเงียบ รู้สึกถึงความคาดหวังที่ปะปนอยู่กับการช่วยเหลือที่นางไม่เคยรู้มาก่อน

สาวใช้มองไปที่ไป๋เยว่ด้วยความสงสัย

"ข้าคิดว่ามันอาจจะเป็นของขวัญจากองค์ชายรอง ข้าเห็นพระองค์มอบให้องค์หญิงฉู่"

ใบหน้าไป๋เยว่เรียบเฉย เงียบไปชั่วครู่ ก่อนจะขานรับเบา ๆ

"ขอบคุณ"

เสียงของนางเต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อน ที่แม้จะยังคงไม่แน่ใจในเจตนาขององค์ชายรอง แต่บรรยากาศนั้นกลับทำให้นางเริ่มรู้สึกถึงความผูกพันบางอย่างที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ชะตาร้ายไม่หวนคืน   ชะตาร้ายไม่หวนคืน(ตอนจบ)

    ไป๋เหวินพร้อมไป๋เซิ่งเหยียนกลับมาจากวังหลวงและรถม้าของไป๋หลานเยี่ยนก็ตามมาติด ๆ เขาเห็นไป๋เยว่และจิ่นเหวินเข้ามาคารวะและทำพิธียกน้ำชาหลังแต่งงาน พลันก็ทำให้ใต้เท้าไป๋มองทั้งคู่ด้วยสายตาที่อ่อนโยนลง "เจ้าจากบ้านไปนาน คงลำบากไม่น้อย วันนี้ทั้งสองคนก็ได้ครองคู่กันแล้ว พ่อขอให้เจ้ามีความสุขกับชีวิตที่เลือกประคองสติอยู่เสมอ" ไป๋เยว่เงยหน้ามองบิดาที่ยามนี้ไร้ความเย็นชาเช่นวันวาน "ลูกขอโทษที่ดื้อรั้นเจ้าค่ะ" "พ่อต่างหากที่ควรขอโทษเจ้า ถ้ามีเวลาก็กลับบ้านบ่อย ๆ นะ" ไป๋เหวินเอ่ยถ้อยคำอ่อนโยนมากกว่าเมื่อก่อน ไป๋เยว่ยิ้มให้เขากล่าวเสียงสั่นเครือ "เจ้าค่ะ หากท่านพ่อท่านแม่ พี่ใหญ่กับเยี่ยนเอ๋อร์อยากไปเที่ยวก็ไปหาข้าได้ที่หมู่บ้านท่านป้า พวกเราอยู่ที่นั่นเจ้าค่ะ แต่บ้านท่านป้าทำไว้รับรองแขก" "พี่หญิง วันหนึ่งข้าจะไปเยี่ยมท่านเจ้าค่ะ" เสียงสดใสของไป๋หลานเยี่ยนทำให้นางยิ้มกว้างขึ้น "พี่หญิงจะรอต้อนรับเจ้า" ไป๋เหวินและไป๋ฮูหยินยิ้มให้แก่กันที่บุตรสาวทั้งสองมีกิริยาน่ารัก นางยอมให้อภัยผู้อาวุโสทั้งสองแล้ว ทั้งครอบครัวได้รับประทานอาหารร่วมกัน ไป๋เยว่และจิ่นเหวินเล่าถึงชีวิตเรียบง่ายและสงบให้

  • ชะตาร้ายไม่หวนคืน   มารดาที่เปลี่ยนไป

    ท้องฟ้าโปร่งใสในยามเช้า มวลเมฆขาวบางเบาแหวกออกเป็นช่องให้แสงแดดอุ่นๆ ส่องลงมาเหนือสวนหลังบ้าน ไป๋เยว่ยืนอยู่ริมหน้าต่างมองดูต้นเหมยที่บานสะพรั่ง ดอกสีขาวสะอาดสะท้อนแสงแดดจนชวนให้ใจหวิว ในห้วงเวลาที่ทุกสิ่งกำลังสงบลง ความสงบนี้กลับทำให้ไป๋เยว่รู้สึกเหมือนมีบางสิ่งขาดหายไป เรื่องราวที่ผ่านมาเริ่มคลี่คลาย แต่อดีตยังคงไม่หายไปไหน นางและจิ่นเหวินกลับมาเยี่ยมบิดามารดาที่ตระกูลไป๋หลังการแต่งงานผ่านไป ความจริงนางไม่อยากกลับมาที่นี่แต่จิ่นเหวินให้ข้อคิดกับนางว่าหากยังมีสิ่งติดค้างอยู่ในใจก็ควรมาสะสางให้เรียบร้อย การใช้ชีวิตจึงจะสุขสงบอย่างแท้จริง ไป๋เหวินยังไม่กลับจากราชสำนักเพราะนางไม่ได้บอกล่วงหน้า มีเพียงไป๋ฮูหยินที่ยู่ในจวน พี่ชายไปกับบิดา ส่วนน้องสาวของนางไปเรียนที่สำนักศึกษาสตรีในวังหลวง "เยว่เอ๋อร์ ข้ามีเรื่องอยากพูดกับเจ้า" เสียงของมารดาดังขึ้นจากด้านหลังระหว่างที่นางรอคนรับใช้ไปแจ้งให้เข้าพบ ไป๋เยว่หันไปมองเห็นมารดาก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่าทางอ่อนโยน ไม่ใช่แม่ผู้หงุดหงิดที่เคยบังคับให้นางเดินตามทางที่ท่านวางไว้ แต่เป็นมารดาคนหนึ่งที่มีความอ่อนโยนในแววตา "ท่านแม่" ไป๋เยว่เอ่ยเส

  • ชะตาร้ายไม่หวนคืน   งานแต่งงานใต้ซากอดีต

    หลังจากนั้นอีกหลายวันจิ่นเหวินกับไป๋เยว่และคนในบ้านได้ร่วมกันหารือจัดงานแต่งงานเล็ก ๆ ภายในครอบครัวโดยมีแขกในงานเป็นสักขีพยานเพียงห้าคน แต่ไป๋เยว่ให้เชิญคนยากจนมาร่วงานเพื่อรับแจกอาหารเป็นการบำเพ็ญบุญเพื่อความเป็นสิริมงคล ซึ่งจิ่นเหวินก็ยินยอม "เราต้องตัดชุดใหม่เจ้าค่ะคุณหนู งานมงคลสำคัญ" ซูหลานอาสาเพราะนางมีฝีมือในการเย็บผ้า ไป๋เยว่จึงอนุญาตโดยให้หนี่เอ๋อร์คอยช่วย ช่วงเวลานี้จิ่นเหวินและไป๋เยว่จึงเก็บตัวไม่ได้พบกันจนกว่าจะถึงวันมงคล ทั้งคู่จึงยุ่งวุ่นวายกับการเตรียมตัวในส่วนของตนเองถึงจะเป็นงานเล็ก ๆ ทว่าต้องครบถ้วนตามธรรมเนียม ภายในหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่เงียบสงบกำลังจะมีงานแต่งงานเกิดขึ้น ผู้ปกครองชุมชนจึงเตรียมตัวนำของขวัญไปร่วมแสดงความยินดี เป็นน้ำใจและการผูกมิตรกับเพื่อนบ้านคนใหม่ งานที่ตั้งใจจัดเล็ก ๆ จึงเต็มไปด้วยมิตรภาพของชาวบ้าน "เกรงใจผู้อาวุโสแล้ว" จิ่นเหวินต้อนรับผู้ใหญ่บ้านที่เดินมาถามข่าวคราว "ไม่เป็นไร คิดเสียว่าเป็นญาติกัน หมู่บ้านของเราเป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ข้าจะไม่ใส่ใจได้อย่างไร" ผู้ใหญ่บ้านมีอัธยาศัยดีจึงทำให้จิ่นเหวินไม่คิดมาก เขาได้เชิญมาร่วมงานแต่งงานรวมถึงมีโ

  • ชะตาร้ายไม่หวนคืน   หัวใจที่มีเพียงเจ้า

    สายลมยามเช้าเย็นสบายตรงกันข้ามกับร่างสตรีทั้งสามคนกำลังสาละวนกับการทำขนมให้ทันออกไปขายที่ตลาด "ข้ารับรองว่าต้องขายได้แน่นอนเจ้าค่ะ กลิ่นหอมขนาดนี้" ซูหลานที่กลายมาเป็นคนของไป๋เยว่เต็มตัวเปิดฝาหม้อนึ่งขนมหม้อสุดท้ายออกพลางสูดดมกลิ่นหอมในหม้อเบา ๆ "รีบจัดขนมเถิดเดี๋ยวจะสายเสียก่อน" ไป๋เยว่และหนี่เอ๋อร์ที่กำลังเก็บของไปล้างเอ่ยเตือน จากนั้นนางทั้งสองก็มาช่วยซูหลานจัดขนมใส่ห่อไปขายที่ตลาด ซูหลานและหนี่เอ๋อร์ออกไปขายขนมที่ตลาดเป็นครั้งแรกจึงต้องไปสองคน ไป๋เยว่จึงยู่บ้านคนเดียว นางเก็บกวาดห้องครัวและออกไปซักผ้าที่ริมแม่น้ำท้ายหมู่บ้านรอทั้งสองคนกลับมา จิ่นเหวินออกมาตักน้ำที่บ่อน้ำท้ายหมู่บ้านบริเวณใกล้กับไป๋เยว่ที่ซักผ้าอยู่ มันมิใช่ความบังเอิญแต่เป็นความตั้งใจของเขา ก่อนหน้านี้สืบรู้มาแล้วว่าไป๋เยว่อยู่คนเดียวและกำลังออกมาซักผ้าเขาจึงกะเวลาพอดีแล้วถือถังน้ำออกจากบ้านมา จิ่นเหวินวางถังน้ำไว้ข้างบ่อแล้วเดินเข้าไปใกล้ไป๋เยว่ เขาหยุดยืนข้าง ๆ นางก่อนนั่งลง ไป๋เยว่หันมองตามสัญชาตญาณเมื่อนางรู้สึกว่ามีคนอยู่ใกล้ตัว "องค์ชาย เอ่อ..." นางลุกขึ้นกำลังจะย่อกายคารวะดั่งที่เคยทำ "อย่าทำเช่น

  • ชะตาร้ายไม่หวนคืน   โอกาสใหม่

    เรื่องของไป๋เยว่รบกวนจิตใจจิ่นเหวินอยู่หลายวัน นางทำเช่นนี้เขามิได้ถือโทษโกรธนางเพียงแต่เขากำลังตัดสินใจในบางเรื่องก่อน จิ่นเหวินติดราชกิจในราชสำนักนานหลายวันเขาจึงไม่ได้ไปเยี่ยมไป๋เยว่ เพียงส่งชาไปฝากนางและเขียนจดหมายถึงนางเล็กน้อย ในอดีตนางไม่เคยได้ทำความรู้จักกับองค์ชายรองผู้นี้ ชาตินี้นางได้รู้จักได้ใกล้ชิดกันบ่อยครั้งทำให้นางรับรู้ว่าคนที่หวังดีกับนางจากใจจริงยังคงมีอยู่ จิ่นเหวินคอยช่วยเหลือและปกป้องนางมาหลายครั้ง ในใจของนางก็มีความอบอุ่นเมื่อได้พบกับเขา แต่หากโชคชะตาทำให้นางและเขาไม่เป็นอย่างที่ใจคิดนางก็ยอมรับได้ เพราะมันคือหนทางที่นางเลือกแล้ว ในวันข้างหน้าเขาคงมีตำแหน่งสูงขึ้น มีสิทธิ์ครองบัลลังก์ต่อจากฮ่องเต้ แตกต่างกับนางที่เป็นเพียงหญิงชาวบ้านธรรมดาคนหนึ่ง "คุณหนูเจ้าคะ ข้าไปเก็บลูกพลับหลังบ้านมีเยอะแยะเลยเจ้าค่ะ" หนี่เอ๋อร์วิ่งเข้ามาหานางด้วยความตื่นเต้น ไป๋เยว่หยุดความคิดแล้วหันไปดูตะกร้าลูกพลับในมือหนี่เอ๋อร์ "ดีเลย เอาไปเก็บในครัวเถิด" "เจ้าค่ะ" สตรีทั้งสามใช้ชีวิตดั่งชาวบ้านทั่วไป เสื้อผ้าอาภรณ์สวยงามของนางเก็บเอาไว้มิดชิด มีเพียงชุดทำงานธรรมดาและเรียบง่ายแทน

  • ชะตาร้ายไม่หวนคืน   คนที่อยู่เคียงข้างเสมอ

    รถม้ารับจ้างสองคันเคลื่อนตัวออกจากเมืองหลวงมุ่งหน้าสู่เขตชานเมือง การตัดสินใจของไป๋เยว่ในครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย นางรู้ดีว่าทำผิดธรรมเนียมของสตรีที่ดี ผู้อื่นอาจมองว่านางเห็นแก่ตัวที่ทอดทิ้งครอบครัว แต่นางมั่นใจว่าเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับชีวิต "เมื่อเลือกเส้นทางใหม่ก็ต้องยอมรับสิ่งที่เสียไปเพื่อแลกกับชีวิตใหม่" นางพูดกับซูหลานและหนี่เอ๋อร์ที่ขอติดตามไปอยู่ด้วย "ว่าแต่เจ้าสองคนออกมาอยู่กับข้าเช่นนี้ จะยอมรับได้หรือค่าจ้างก็ไม่มี ทรัพย์สินเงินทองที่มีติดตัวมาก็มีไม่มาก" นางไม่อยากเห็นเด็กสาวทั้งสองคนต้องตกระกำลำบาก สำหรับไป๋เยว่ผู้เคยผ่านความตายมาแล้วครั้งหนึ่ง ต่อให้ต้องอยู่อย่างคนยากจนนางก็ไม่กลัว "พวกเราไม่กลัวเจ้าค่ะ เราต่างมีฝีมือ ข้ากับหนี่เอ๋อร์มีเงินก้อนหนึ่ง เอามารวมกันลงทุนก็น่าจะตั้งตัวได้เร็วขึ้น" "ใช่เจ้าค่ะคุณหนู ข้าอยากติดตามคุณหนูเรื่องลำบากข้าไม่เคยกลัว" คำพูดของสตรีทั้งคู่หนักแน่นมั่นคง ไป๋เยว่เผยรอยยิ้มออกมา นางซาบซึ้งใจที่นางเพิ่งสูญเสียคำว่าครอบครัวไปแต่กลับได้มิตรแท้กลับคืนมา "ขอบใจเจ้าทั้งสองคนมาก" รถม้าจอดที่บ้านหลังเล็ก ๆ สตรีทั้งสามจึงช่วยกันขนของ

  • ชะตาร้ายไม่หวนคืน   คลื่นใต้น้ำในวังหลวง

    ภายในวังหลวง อากาศยามเช้าระหว่างฤดูหนาวยังคงมีความเย็นเยือก แต่กลับอบอุ่นขึ้นด้วยการเคลื่อนไหวของบุคคลในตำแหน่งสูง เริ่มมีข่าวลือแพร่สะพัดไปทั่วถึงความสัมพันธ์ที่เริ่มใกล้ชิดระหว่างองค์ชายรองจิ่นเหวินและบุตรสาวตระกูลไป๋ เสียงกระซิบจากข้ารับใช้ในตำหนัก ถึงแม้จะเป็นเพียงคำพูดเบา ๆ แต่กลับทำให้เกิดกร

  • ชะตาร้ายไม่หวนคืน   บิดาเริ่มสงสัย

    หลายวันต่อมา แสงอาทิตย์ยามสายทอดผ่านม่านโปร่งสีจางของเรือนใหญ่ ภายในเรือนสกุลไป๋กลับเงียบงันจนน่าอึดอัด บรรยากาศเหมือนมีบางอย่างกำลังคลี่คลายช้า ๆ ทว่าไม่อาจเดาได้ว่าจะเป็นไปในทางใด ไป๋เหวิน อัครเสนาบดีของราชาสำนักและบิดาผู้เฉียบขาดของไป๋เยว่ ยืนสงบนิ่งอยู่หน้าบานหน้าต่าง ท่ามกลางแสงแดดที่ส่องลอด

  • ชะตาร้ายไม่หวนคืน   งานบุญที่เปลี่ยนไป

    สิบห้าวันต่อมาที่จวนตระกูลไป๋ หลังจากตระกูลไป๋เตรียมงานอย่างขะมักเขม้นสำหรับงานเลี้ยงของปีนี้มานานถึงสิบวัน ไป๋เยว่และคนอื่นก็มัวแต่วุ่นวายกับการเตรียมงานจึงไม่มีข่าวคราวใดจากข้างนอก อีกอย่างนางรับหน้าที่หลายอย่าง ทั้งเชิญแขกไปยังวังหลวงและตระกูลขุนนางต่าง ๆ ทั้งเตรียมงานช่วยมารดาอยู่ในจวนจึงมิได้

  • ชะตาร้ายไม่หวนคืน   ท่านอ๋องเงียบงัน

    เมื่อกลับมาถึงจวนไป๋เยว่จึงแจ้งแก่พ่อแม่ของหนี่เอ๋อร์ "ข้าจะรับหนี่เอ๋อร์ทำงานกับข้าแทนฮูหยิน ท่านลุงท่านป้าสบายใจได้รับรองว่าข้าจะดูแลนางอย่างดี ขอเพียงอย่าทำเรื่องแบบนี้ขึ้นมาอีก" พ่อกับแม่ของหนี่เอ๋อร์กล่าวขอบคุณและยินยอม นางจึงให้เงินก้อนหนึ่งเอาไว้ใช้จ่าย ตอนสิ้นเดือนนางยังอนุญาตให้หนี่เอ๋อร

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status