แชร์

บทที่ 1.3

ผู้เขียน: หรงเย่า / นาย่า
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-03-09 15:13:42

“ถึงอย่างนั้นเยว่เอ๋อร์ เจ้า...ถือเสียว่าเห็นแก่ที่เด็กเป็นผู้บริสุทธิ์เถิด ข้าสัญญาว่าเว่ยเว่ยจะอยู่ในจวนนี้อย่างเจียมตัว ฐานะของเจ้าจะอย่างไรก็เหนือกว่านาง เจ้าจึงจะเป็นฮูหยินน้อยตระกูลเว่ย”

กู้ชิงเยว่ยิ้มแต่เป็นรอยยิ้มที่ฝาดเฝื่อนเต็มทน “เจ้าค่ะ”

นางรับคำเสียงเบา ไม่แสดงท่าทียินดียินร้ายกับประโยคเหล่านั้น เว่ยฮูหยินมีท่าทีคล้ายอยากจะกล่าวอะไร แต่สาวใช้กลับรีบร้อนเข้ามาบอกว่ามีราชโองการถูกส่งมา

ทุกคนออกมารวมตัวกันยังประตูใหญ่หน้าจวน หวังกงกงถือราชโองการพร้อมกับกำลังจะเปิดอ่าน เพียงแต่ตอนนั้นเองที่เว่ยเสวียนเร่งร้อนเดินออกมาจากด้านใน ข้างกายของเขามีสตรีงดงามทว่าใบหน้าซีดขาวตามมาด้วย

หวังกงกงมองเว่ยเสวียนด้วยสายตาตำหนิแต่ก็ไม่ได้กล่าวอะไรออกมา เพียงก้มหน้าอ่านราชโองการเสียงดังลั่น เนื้อความในราชโองการทำให้หัวใจของกู้ชิงเยว่เย็นวาบ...

“ด้วยชายแดนเหนือสถานการณ์คับขัน แม่ทัพกู้ส่งสารมาขอกำลังเสริม ฝ่าบาทมีราชโองการให้แม่ทัพเว่ยและแม่ทัพน้อยเว่ยเสวียนรวบรวมกำลังพล จากนั้นเคลื่อนทัพไปช่วยทางเหนือ ออกเดินทางภายในสามวันรอช้าไม่ได้ จบราชโองการ”

ทุกอย่างคล้ายหยุดนิ่งอยู่ตรงนั้น กู้ชิงเยว่ในใจนึกถึงใบหน้าของพี่ชาย หวังว่าเขาจะไม่เป็นไร หวังว่าเขาจะปลอดภัย หวัง...ได้แต่หวังว่าสถานการณ์แดนเหนือจะไม่ได้เลวร้าย

นางใบหน้าซีดขาวนั่งอยู่บนพื้น ข้างหูได้ยินเสียงโกลาหลขึ้น ดูเหมือน...หลี่จื่อเว่ยจะหมดสติไปแล้ว แผ่นหลังองอาจของเว่ยเสวียนกำลังอุ้มนางกลับเข้าไปด้านใน

หวังกงกงถอนหายใจขณะเดินเข้ามาหยุดตรงหน้าหญิงสาว “ฮูหยินน้อยลุกขึ้นเถิด”

ถึงตอนนั้นนางจึงนึกขึ้นได้ว่าทุกคนลุกขึ้นแล้วเหลือเพียงนาง “ขอบคุณหวังกงกง”

“อย่ากังวลไปเลย แม่ทัพกู้ยังปลอดภัยดี สถานการณ์ตอนนี้นับว่ายังสามารถควบคุมได้ ข้านำรถม้ามาด้วยมีพระเสาวนีย์จากไทเฮา ทรงรู้ถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนดังนั้นจึงทรงอยากให้ฮูหยินน้อยไปเข้าเฝ้า มากับข้าเถิด”

แม่ทัพเว่ยได้ยินก็ชะงัก “กงกง?”

“แม่ทัพเว่ยอย่าได้กังวล ไทเฮาเพียงอยากปลอบขวัญฮูหยินน้อยเท่านั้น คราแรกยังคิดจะให้เว่ยฮูหยินเข้าวังไปด้วยแต่เห็นชัดว่าที่นี่กำลังมีเรื่องยุ่ง”

หวังกงกงมองไปในจวนด้วยสายตาตำหนิ แม้เขาเป็นขันทีคนสนิทของฮ่องเต้ ถึงอย่างนั้นเขาไหนเลยกล้ากล่าวอะไรออกมาต่อหน้าแม่ทัพเว่ย

เมื่อกู้ชิงเยว่มองไปก็เห็นว่าบัดนี้เว่ยฮูหยินเองก็ตามเว่ยเสวียนที่พาหลี่จื่อเว่ยเข้าไปด้านใน

เห็นชัดว่าบุตรในครรภ์ของหลี่จื่อเว่ย ทำให้เว่ยฮูหยินตระหนกลืมตัวจนเสียมารยาท แม่ทัพเว่ยถอนหายใจออกมาพร้อมกับมองกู้ชิงเยว่

“เจ้าไปเถิด ตระกูลเว่ยผิดต่อเจ้าจริงๆ”  ประโยคหลังเขากล่าวให้นางได้ยินเบาๆ

กู้ชิงเยว่ยอบกายให้พ่อสามีจากนั้นก้มลงมองเสื้อผ้าที่ตนสวม เมื่อเช้าสวมชุดทางการออกมาคารวะพ่อกับแม่สามี ดังนั้นหากจะเข้าวังจึงไม่นับว่าเสียมารยาท ตรงกันข้ามการปล่อยให้หวังกงกงรอต่างหากจึงจะนับว่าล่วงเกินอีกฝ่าย

“รบกวนหวังกงกงแล้ว”

ดังนั้นในตอนที่นางเดินออกไปขึ้นรถม้า เว่ยเสวียนที่วิ่งออกมาเพราะพ่อบ้านตามไปรายงาน จึงมองเห็นเพียงแผ่นหลังของฮูหยินในชุดสีน้ำเงินปักลายเท่านั้น...

“ท่านพ่อ”

“ไปเตรียมตัวเถิด เราต้องออกเดินทางทันที เรื่องที่นี่กลับมาค่อยจัดการ”

“นาง...” เว่ยเสวียนมองไปยังรถม้าที่กำลังออกตัว

“บ้านเมืองสำคัญกว่า...” แม่ทัพเว่ยสบตากับบุตรชาย “ในเมื่อเลือกแล้ว นึกสงสารเห็นใจตอนนี้ไม่คิดว่าสายไปหรอกหรือ” กล่าวจบก็เดินนำเข้าไปด้านในจวน ทิ้งบุตรชายให้ยืนมองตามรถม้าไปจนลับตา

เขา...มองเห็นเพียงนางที่นั่งก้มหน้าขณะคุกเข่า และเห็นเพียงแผ่นหลังที่กำลังเดินขึ้นรถม้า...เท่านั้น

“ยังไม่รีบตามเข้ามาอีก!”

เสียงบิดาทำให้เว่ยเสวียนถอนหายใจออกมาด้วยความหนักอึ้ง เขารู้สึกผิดในใจยิ่งทว่าบิดาของเขากล่าวไม่ผิด ในยามนี้บ้านเมืองย่อมสำคัญกว่าสิ่งใด

ค่ายทหารเต็มไปด้วยความฮึกเหิม กองทัพต้าฉินด้วยการนำของแม่ทัพเว่ย สองวันต่อมาก็กรีฑาทัพขึ้นเหนือท่ามกลางความหวาดหวั่นของสตรีที่ออกมาส่งทัพนอกกำแพงเมือง

สงครามแดนเหนือเคยมีตระกูลกู้คอยรับมือ บัดนี้แม่ทัพน้อยตระกูลกู้เหลือเพียงหนึ่งเดียว ตอนนี้ยังขอกำลังเสริมมาอีก ดังนั้นทุกคนจึงนึกถึงเรื่องร้ายมากกว่าเรื่องดี

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ชะตาลวงบ่วงบุพเพ   บทที่ 3.1

    เมื่อกลับไปถึงจวนตระกูลกู้ ปรากฏว่ามีรถม้าจากจวนตระกูลเว่ยจอดอยู่ กู้ชิงเยว่เดาได้ไม่ยากว่าเป็นผู้ใด หลายวันมานี้เว่ยเสวียนรั้งอยู่ที่จวนตระกูลกู้มาโดยตลอด ดีแค่ไหนแล้วที่หลี่จื่อเว่ยไม่บุกเข้ามาในงานศพเพื่อชิงตัวคน นางจึงคิดว่าอีกฝ่ายนับว่ารู้สิ่งใดควรไม่ควรอยู่บ้าง“พี่เสวียน” หลี่จื่อเว่ยเดินเข้ามาชายหนุ่มที่กำลังช่วยพยุงกู้ชิงเยว่ลงจากรถม้า เขาขมวดคิ้วมองอนุของตนด้วยใบหน้าเคร่งขรึม“ข้าบอกแล้วใช่หรือไม่ว่าอย่ามาที่นี่ จวนตระกูลกู้กำลังไว้ทุกข์”“แต่ท่านไม่ยอมกลับไปหาข้า ข้าจึงได้แต่มาหาท่านที่นี่”“เว่ยเว่ย” เว่ยเสวียนเสียงต่ำลง “เจ้ามิใช่เด็กแล้ว อีกไม่นานก็จะกลายเป็นมารดาคน สมควรรู้ว่าสิ่งใดควรไม่ควร ตระกูลเว่ยเองก็เป็นตระกูลแม่ทัพ เจ้าสมควรตระหนักว่าการจากไปของแม่ทัพผู้กล้า มิใช่เรื่องที่จะทำแบบขอไปที ข้าเป็นบุตรเขยของตระกูลกู้ ต้องรั้งอยู่ช่วยงานศพและจัดการเรื่องในจวนจนเสร็จสิ้น เจ้ากลับไปเถิด”กู้ชิงเยว่ถอนใจออกมา “ท่านกลับไปกับนางเถิด หลายวันมานี้เราล้วนเหน็ดเหนื่อยทั้งกายใจ ท่านเองก็สมควรได้กลับไปพัก”เว่ยเสวียนขมวดคิ้ว เห็นหญิงสาวหน้าตาอิดโรยกับหลี่จื่อเว่ยที่เกาะแขนของตนไ

  • ชะตาลวงบ่วงบุพเพ   บทที่ 2.4

    “พี่ใหญ่ ป่านนี้ท่านคงได้พบกับท่านพ่อ ท่านแม่ รวมไปถึงบรรพชนตระกูลกู้แล้ว” นางถอนหายใจเบาๆ “ท่านว่า...ข้าควรทำเช่นไรต่อไปดี”นางมองไปยังดวงจันทร์ที่กำลังเคลื่อนคล้อยออกจากหมู่เมฆแสงจันทร์เริ่มสาดส่องลงมา ทำให้มองเห็นกู้ชิงเยว่ชัดเจนขึ้น นางสวมชุดไว้ทุกข์ใบหน้าเศร้าหมอง ถึงอย่างนั้นในยามที่กล่าวถึงพี่ชาย รอยยิ้มของนางกลับงดงามราวโฉมสะคราญแห่งดวงจันทร์เว่ยเสวียนจ้องหญิงสาวอยู่เช่นนั้นอย่างลืมตัว กระทั่งได้ยินเสียงสะอื้นเบาๆเขานิ่งงันยืนตัวแข็งทื่อ หลายวันนับจากวันที่พากู้จิ้งกลับมา กู้ชิงเยว่เพียงน้ำตาไหลออกมาเงียบๆ นางไม่ได้ร้องไห้อีกเลยนับจากวันแรก ทุกคนที่มาร่วมงานแม้มองเห็นเพียงความเศร้าสร้อย แต่กลับไม่มีใครได้เห็นนางร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างสิ้นหวังเช่นนี้เขาเผลอก้าวตัวไปข้างหน้า ความโดดเดี่ยวที่ทำให้รับรู้ได้ของนาง ทำให้เขาลืมตัวจนห้ามตัวเองไม่อยู่ กระทั่งทำให้กู้ชิงเยว่ตกใจ นางลุกพรวดขึ้นจากนั้นถอยหลังไปอย่างหวาดระแวง“ข้าเอง” เขามองนางนิ่งไม่ได้ก้าวเข้าไปอีกนางรีบเช็ดน้ำตาออกจากนั้นมองเขา “ท่านมาถึงตั้งแต่เมื่อไร”“ครู่หนึ่งแล้ว ทุกคนตามหาเจ้ากันทั่ว บ่าวไพร่เริ่มกังวลแล้ว”ก

  • ชะตาลวงบ่วงบุพเพ   บทที่ 2.3

    เมื่อกลับออกมาจากเรือนของเว่ยฮูหยิน หลี่จื่อเว่ยมีท่าทีอ่อนลงมาก แม้ใบหน้าและดวงตาไม่ยินยอม แต่ท่าทีก็ไม่นับว่าเลวร้ายเช่นเมื่อก่อนกู้ชิงเยว่มิใช่คนใจแคบ นางเพียงเดินออกมากับเสี่ยวซูไม่ได้สนใจว่าอีกฝ่ายจะกลับเรือนหรือไปที่ใดอีก ทั้งยังไม่ได้กล่าววาจาเหยียบย่ำอีกฝ่าย“คุณหนู” เสี่ยวซูรินชาร้อนให้ผู้เป็นนาย ชาผู่เอ๋อของแม่ทัพเว่ยเป็นชาชั้นยอดดังนั้นกลิ่นหอมจึงลอยอวลทั่วห้อง “ทำเช่นนี้มิเท่ากับล่วงเกินเว่ยฮูหยินหรือเจ้าคะ”“ไม่หรอก เว่ยฮูหยินเองก็เกิดในตระกูลชนชั้นสูง นางเป็นนายหญิงของจวนตระกูลเว่ย สมควรตระหนักดีว่าสิ่งที่ข้ากล่าวล้วนอาจส่งผลต่ออนาคตของจวนตระกูลเว่ยทั้งสิ้น”หรือหากอีกฝ่ายไม่เข้าใจ นางจะได้วางแผนชีวิตต่อไปในอนาคต เพราะลึกๆ นางก็เริ่มมองออกแล้วว่าชีวิตในจวนตระกูลเว่ยหลังจากนี้ นางคงพบกับความสงบสุขได้ยากยิ่งแล้วผ่านไปอีกสิบวันกู้ชิงเยว่เริ่มปรับตัวเข้ากับจวนตระกูลเว่ยได้บ้างแล้ว ทุกๆ เช้านางจะแต่งตัวไปคารวะแม่สามี อยู่กินมื้อเช้า พูดคุยเป็นเพื่อน กระทั่งพบว่าหลี่จื่อเว่ยเองเมื่อเห็นนางทำอีกฝ่ายก็ทำบ้างเห็นอีกฝ่ายยอบกายให้แม้ไม่เต็มใจ หญิงสาวพยักหน้าให้จากนั้นบอกให้อีกฝ่

  • ชะตาลวงบ่วงบุพเพ   บทที่ 2.2

    “ข้าไม่เคยนึกตำหนิท่านแม่เลยเจ้าค่ะ เพียงแต่หลายๆ เรื่องอยากให้เวลากับทุกๆ ฝ่ายได้ปรับตัวเช่นกันกับตัวข้า อีกทั้งตอนนี้บ้านเมืองระส่ำระสายเพราะสงคราม ข้าจึงไม่ได้กล่าวถึงให้ท่านแม่ไม่สบายใจ เพียงแต่จากบนลงล่าง จากนายสู่บ่าว ทุกอย่างล้วนจำเป็นต้องมีกฎเกณฑ์และคงไว้ซึ่งลำดับขั้น หาไม่ในยามคับขันในจวนจะวุ่นวายจนไม่อาจจัดการ”เว่ยฮูหยินพยักหน้าทั้งยังมีท่าทีจนใจ“เรื่องที่เกิดขึ้นกะทันหันจนทุกคนไม่อาจตั้งตัวก็จริง แต่นับจากวันนี้ข้าเพียงหวังว่ามันจะไม่เกิดซ้ำขึ้นอีก ในเมื่อข้าแต่งเข้ามาแล้ว ก็ถือว่าตัวเองกลายเป็นคนของตระกูลเว่ย ข้าได้แต่หวังว่าตระกูลเว่ยเองก็จะเห็นข้าเป็นคนกันเองมิใช่คนนอก”หลี่จื่อเว่ยคล้ายคาดไม่ถึงว่าเรื่องจะออกมาเป็นเช่นนี้ นางมองกู้ชิงเยว่ที่มีท่าทีคล้ายไม่แยแสกับสิ่งใด คราแรกยังคิดว่าสตรีผู้นี้จัดการไม่ยากเป็นคุณหนูในห้องหอถูกประคบประหงมตามใจมาตั้งแต่เด็ก ขอเพียงนางยั่วโมโหเข้าหน่อยนางก็จะถือไพ่เหนือกว่า ยิ่งอีกฝ่ายลงไม้ลงมือต่อหน้าบ่าวไพร่ นางก็จะได้รับความสงสารเห็นใจ...ที่ไหนได้อีกฝ่ายกลับรับมือได้ด้วยความเยือกเย็นที่สำคัญเหตุใดตอนนี้แทนที่เว่ยฮูหยินจะเห็นใจนาง ก

  • ชะตาลวงบ่วงบุพเพ   บทที่ 2.1

    หลังจากส่งจดหมายแล้วเว่ยฮูหยินก็เรียกนางไปพบดังคาด ห้องโถงในเรือนด้านหลังหลี่จื่อเว่ยนั่งกุมใบหน้าร้องไห้ด้วยท่าทางน่าสงสาร กู้ชิงเยว่เดินเข้าไปคารวะแม่สามีจากนั้นนั่งลงตามที่อีกฝ่ายบอก“เยว่เอ๋อร์ ได้ยินมาว่าวันนี้เจ้าสองคนมีปากเสียงทั้งยังลงไม้ลงมือกันต่อหน้าบ่าวไพร่หรือ”กู้ชิงเยว่เพียงยิ้มและมองไปยังหลี่จื่อเว่ย “ท่านแม่ ข้าเพิ่งเข้ามาอยู่ในจวนตระกูลเว่ย ยังไม่ทันได้สอบถามถึงธรรมเนียมปฏิบัติของตระกูลเว่ยก็อบรมอนุหลี่เสียแล้ว เรื่องนี้ต้องขออภัยจริงๆ แต่ที่จวนตระกูลกู้นั้นทุกคนล้วนยึดตามคำโบราณ ‘อันความในนั้นอย่านำออก อันความนอกนั้นอย่านำเข้า’ เรื่องในจวนตระกูลเว่ยข้ายังไม่กล้าเข้ามาแบ่งเบาเพราะมีท่านแม่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทร แต่เรื่องในเรือนของท่านพี่ข้าคงเข้าใจผิดไปเองว่าข้าสามารถดูแล”เว่ยฮูหยินคล้ายชะงักไปเล็กน้อย นางถึงกับพูดไม่ออกและหันไปมองหลี่จื่อเว่ยหลังได้ยินประโยค ‘ความในอย่านำออก ความนอกอย่านำเข้า’ ยังไม่ทันได้กล่าวอะไรสะใภ้คนดีก็กล่าวต่อไป“หากข้าทำผิดท่านแม่ก็สั่งลงโทษข้าเถิด เพียงแต่ข้าอยากได้ความกระจ่างสักเรื่อง ในคืนแต่งงานข้าได้รู้มาจากสาวใช้ว่ามีเกี้ยวถูกส่งเข้าไปยัง

  • ชะตาลวงบ่วงบุพเพ   บทที่ 1.5

    เช้าวันต่อมากู้ชิงเยว่ยังคงตื่นแต่เช้าเข้าไปคารวะแม่สามี ใจหนึ่งก็กังวลว่าอีกฝ่ายจะกังวลจนล้มป่วย สามีและบุตรชายออกรบ ผู้อยู่เบื้องหลังเองก็ต้องทำใจให้เข้มแข็งเว่ยฮูหยินเป็นคนจิตใจอ่อนโยนและดูเป็นคนใจอ่อน ยังดีที่ข้างกายมีแม่นมและท่านพ่อบ้านคอยช่วยในเรื่องต่างๆ จวนตระกูลเว่ยจึงไม่เกิดความวุ่นวายขึ้น“คุณหนู ทำไมท่านไม่บอกเว่ยฮูหยินไปเล่าเจ้าคะ อี๋เหนียงผู้นั้นมิใช่มีอาการอ่อนเพลียสักนิด ตรงกันข้ามนางกลับยังคงเดินลอยหน้าออกไปจิบชาที่นอกสวน ทำเป็นมองไม่เห็นท่านที่เดินมาปรนนิบัติแม่สามีด้วยซ้ำ เช่นนี้จะยังมีจิตใจเข้ามาคารวะท่านที่เป็นฮูหยินเอกได้อย่างไร” เสี่ยวซูกล่าวด้วยน้ำเสียงอัดอั้นหญิงสาวได้แต่ถอนหายใจ ท่าทีเป็นอริจากอีกฝ่ายนางจับได้จากน้ำเสียงในบ่ายวันนั้นที่นางกลับจากวังหลวง ต่อหน้าผู้อื่นหลี่จื่อเว่ยทำเป็นนอบน้อมถ่อมตน ลับหลังกลับแทบจะเดินชนนางด้วยซ้ำ ไหนเลยจะมีใจเข้ามาคารวะน้ำชาหรือปรนนิบัติเล่า...“อย่าใส่ใจก็จบเรื่องแล้ว ข้ามีเรื่องให้คิดมากพอแล้ว ตอนนี้ห่วงเพียงพี่ใหญ่ที่อยู่แนวหน้า หาไม่ข้าไหนเลยยอมเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในความวุ่นวายนี้เล่า” นางกล่าวพร้อมกับเดินไปนั่งลงยังโต๊

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status