INICIAR SESIÓNนาง กู้ชิงเยว่ ต้องแต่งให้เขา เว่ยเสวียน เพียงเพื่อให้พี่ชายที่ต้องเดินทางไปสู้ศึกแดนเหนือสบายใจ ด้วยคำสัตย์ของคนสองตระกูล ทั้งสองต้องแต่งงานกัน ทั้งที่เขามีคนรักอยู่แล้ว ในคืนเข้าหอเขาไม่มาหานาง ทั้งนี้ก็เพราะประตูข้างเขารับ หลี่จื่อเว่ย เข้ามาเป็นอนุ ไม่มีใครบอกนางก่อน นางไม่รับรู้สิ่งใด ไม่รู้แม้กระทั่งว่าอนุของเขาผู้นั้นกำลังตั้งครรภ์!!! แม้ไม่มีใจแต่กลับรู้สึกถูกหยามเกียรติ ถึงอย่างนั้นนางกลับเห็นแก่บ้านเมืองยอมกล้ำกลืนเอาไว้แต่เพียงผู้เดียว แม้ในยามที่รู้ว่าบ้านเมืองมีภัย เขากับบิดากำลังมีภัย นางเสี่ยงชีวิตไปส่งข่าวการก่อกบถ กระทั่งได้ร่วมหอกับเขาในที่สุด ทว่า...ในช่วงคับขันเขากลับยังคงเลือกที่จะทอดทิ้งนาง เลือกที่จะช่วยคนรักของเขาเพราะคิดว่าอีกฝ่ายตั้งครรภ์จริงๆ ความเจ็บปวดกลายเป็นเรื่องน่าขบขัน โชคชะตาเล่นตลกกับชีวิต ในขณะที่ล่วงรู้ว่าเขาตามหานางแทบพลิกแผ่นดิน นางเองก็เพิ่งรู้ตัวว่าตั้งครรภ์ กู้ชิงเยว่จะทำเช่นไรดี เพราะทุกครั้งที่คิดจะให้อภัยเขา นางกลับรู้สึกผิดต่อตัวเองอยู่ร่ำไป!!!
Ver másเดิมทีนางเป็นถึงคุณหนูจวนแม่ทัพที่มีคนล้อมหน้าล้อมหลัง ตระกูลกู้เป็นแม่ทัพปกป้องแคว้นต้าฉินมามากกว่าหกชั่วอายุคน บรรพบุรุษสละชีวิตเพื่อปกป้องแคว้นกว่าร้อยชีวิต จวนตระกูลกู้เคยยิ่งใหญ่มีอิทธิพลในราชสำนัก กระทั่งไม่ว่าไปที่ใดล้วนไม่มีใครกล้าล่วงเกิน
เพียงแต่อดีตก็คืออดีต ดังคำกล่าวที่ว่ามนุษย์ล้วนมีช่วงที่รุ่งโรจน์และจุดตกต่ำที่สุดเสมอ ตระกูลกู้เองก็หนีไม่พ้นชะตากรรมที่ว่า
สละชีพกว่าร้อยชีวิตแล้วอย่างไร คนก็นับว่าตายไปแล้ว ชื่อเสียง คุณธรรม นั่นเป็นเพียงความว่างเปล่าที่ไม่อาจจับต้องได้ และคนที่ยังอยู่ต่างหากที่ยังคงต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดต่อไป
หลังสูญเสียบิดาไปเมื่อสามปีก่อน แม้ต้าฉินรักษาแดนเหนือเอาไว้ได้ แต่มาบัดนี้บ้านเมืองกลับคับขันเกิดสงครามทุกหย่อมหญ้า
‘กู้จิ้ง’ แม่ทัพน้อยและผู้สืบทอดฐานะแม่ทัพกำลังเดินทางสู่สมรภูมิ เขาทวงคำสัญญาจากจวนตระกูลเว่ย คำสัญญาเก่าก่อนของผู้อาวุโสซึ่งล่วงลับ สัญญาหมั้นหมายว่าแม่ทัพน้อยตระกูลเว่ยจะต้องแต่งคุณหนูตระกูลกู้เข้าจวน
ตระกูลเว่ยตอบรับและยินดีแต่ง ‘กู้ชิงเยว่’ เข้าจวน ทว่าลึกๆ แล้วหญิงสาวรู้ดี ‘เว่ยเสวียน’ แม่ทัพน้อยตระกูลเว่ยมีสตรีที่พึงใจทั้งยังเติบโตมาด้วยกัน ทว่านี่เป็นคำขอเดียวที่ผู้เป็นพี่ชายเอ่ยปากขอนาง พี่ชายผู้ซึ่งกำลังจะเดินทางไปออกศึก
เห็นรอยยิ้มกู้จิ้งขณะส่งนางออกจากจวน นางมองออกว่าเขาวางใจแล้ว ในที่สุดเขาก็สามารถไปยังสนามรบได้โดยไม่มีห่วง
มองจวนตระกูลกู้อันยิ่งใหญ่...เงียบเหงา ทุกคนล้วนจากไปจนสิ้น บิดา ท่านน้าทั้งสอง ท่านอาทั้งสี่ ลูกพี่ลูกน้องอีกกว่าสิบชีวิต บุรุษทุกคนที่ไปออกรบล้วนทยอยกันจากไป
สตรีที่อยู่เบื้องหลัง...
บ้างออกไปจากจวนเพื่อแต่งงานใหม่
บ้างออกบวช
บ้างกลับบ้านเดิม
ที่เลวร้ายที่สุดคือหลายคนตรอมตรมจนล้มป่วย กระทั่งไม่นานก็สิ้นใจตามผู้เป็นสามีไป...เช่นเดียวกับมารดาของนาง
‘เว่ยเสวียนเป็นคนดี เจ้าแต่งให้เขาพี่ใหญ่ก็วางใจ’
กู้จิ้งกล่าวกับนางเช่นนั้น ตอนที่นางนั่งรถม้าออกมาจากจวน
งานแต่งงานอันยิ่งใหญ่ของจวนแม่ทัพซึ่งมีชื่อเสียง ทำให้ชาวบ้านล้วนตื่นตาตื่นใจ แต่ที่ทำให้ผู้คนถึงกับต้องสูดปากคงหนีไม่พ้นสินเดิมเจ้าสาวที่มากมายมหาศาล ว่ากันว่าส่วนหน้าขบวนไปถึงจวนตระกูลเว่ย ส่วนท้ายจึงเพิ่งพ้นหน้าจวนตระกูลกู้
ท่ามกลางงานแต่งอันหรูหรายิ่งใหญ่ หากแต่หัวใจของกู้ชิงเยว่กลับเฉยชาเยือกเย็น นางเคยพบเว่ยเสวียนคราหนึ่ง ข้างกายของเขามี ‘หลี่จื่อเว่ย’ สตรีงดงามอ่อนหวานดูบอบบางราวกลีบบุปผา
เว่ยเสวียนแทบจะประคองอีกฝ่ายเอาไว้ด้วยสองมือ ในยามที่พาสตรีนางนั้นไปไหว้พระที่วัด
ในเงาของผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวสีแดง นางมีบุรุษร่างสูงสง่าทั้งยังองอาจยืนเคียงข้าง กลิ่นอายน่าเกรงขามของเขา แม้นางมองไม่เห็นกลับสามารถรับรู้ได้ นางเคยชินกับกลิ่นอายเช่นนี้เพราะบิดาและพี่ชายเองก็ไม่ต่างจากชายหนุ่ม
ว่ากันว่ามันคือกลิ่นคาวเลือดที่ติดตัวมาจากสงคราม เป็นผลที่เกิดจากการสังหารผู้คนในสมรภูมิ
“หนึ่ง...คำนับฟ้าดิน!”
...กู้ชิงเยว่ลอบถอนใจออกมากับตัวเอง นับจากวันนี้ชีวิตของนางจะเป็นเช่นไร แต่งให้กับบุรุษที่มีสตรีอื่นในหัวใจ
“สอง...คำนับบุพการี!”
…ลึกๆ นางหวังเพียงมีชีวิตอยู่อย่างราบรื่น หวังให้พี่ชายของนางเข้าสู่สมรภูมิอย่างหมดห่วง ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องของนาง
“สาม...บ่าวสาวคำนับกัน!”
…หากเป็นไปได้นางอาจลองพูดกับเขา บอกเขาว่านางเข้าใจที่เขาจำต้องแต่งนางเป็นฮูหยิน ทั้งนี้ก็เพื่อรักษาคำพูดและสัญญาของบุพการี
หลังแต่งงานทั้งสองอาจกลายเป็นสหายคู่คิด ไม่จำเป็นต้องเป็นสามีภรรยาที่รักกันอย่างดูดดื่ม ขอเพียงสามารถอยู่ร่วมกัน...อย่างสันติ
เสียงงานเลี้ยงยังคงคึกคักด้านนอกทำให้กู้ชิงเยว่ที่นั่งอยู่บนเตียงถอนหายใจ ในที่สุดนางก็ถูกส่งตัวเข้ามาในห้องหอแล้ว เสี่ยวซูสาวใช้ที่ติดตามนางมากำลังยื่นขนมเปี๊ยะชิ้นเล็กๆ เข้ามา นางรู้สึกหิวอยู่บ้างแต่ก็ไม่ถึงกับทนไม่ได้
“ข้ายังรอได้”
อาหารเลิศรสมากมายส่งกลิ่นผ่านเข้ามาในผ้าคลุมสีแดงสด แต่ตามธรรมเนียมนางจะต้องนั่งรอจนเจ้าบ่าวเข้ามาเปิดผ้าคลุมหน้า จากนั้นดื่มสุรามงคล
แม่สื่อเดินเข้ามาในห้องหอพร้อมกับไล่สาวใช้ออกไปก่อน ตอนนี้ผู้อาวุโสหลายคนล้วนผลัดกันอบรมสั่งสอนเจ้าสาวว่าต้องทำอะไรบ้าง แนะนำหญิงสาวว่าต้องทำอย่างไรจึงจะปรนนิบัติสามีได้อย่างถูกต้อง ทำอย่างไรจึงจะมีบุตรในเร็ววัน
นานมาก... กู้ชิงเยว่ลอบหาว
กระทั่งในที่สุดทุกคนก็จากไปพร้อมกับเสียงที่เงียบลง แต่ไม่นานก็มีเสียงฝีเท้าเดินใกล้เข้ามา ดังนั้นหญิงสาวจึงรีบยืดหลังตรงอย่างสงบเสงี่ยม
“คุณหนู” นั่นคือเสียงของเสี่ยวซู “พวกเขาทำเช่นนี้เกินไปแล้ว!”
“เสี่ยวซู มีเรื่องใดหรือ”
“ท่านรู้หรือไม่ว่าวันนี้ประตูข้างเรือนยังมีเกี้ยวอีกหลังถูกส่งเข้ามา” น้ำเสียงของสาวใช้คับแค้นใจเป็นอย่างยิ่ง
เมื่อกลับไปถึงจวนตระกูลกู้ ปรากฏว่ามีรถม้าจากจวนตระกูลเว่ยจอดอยู่ กู้ชิงเยว่เดาได้ไม่ยากว่าเป็นผู้ใด หลายวันมานี้เว่ยเสวียนรั้งอยู่ที่จวนตระกูลกู้มาโดยตลอด ดีแค่ไหนแล้วที่หลี่จื่อเว่ยไม่บุกเข้ามาในงานศพเพื่อชิงตัวคน นางจึงคิดว่าอีกฝ่ายนับว่ารู้สิ่งใดควรไม่ควรอยู่บ้าง“พี่เสวียน” หลี่จื่อเว่ยเดินเข้ามาชายหนุ่มที่กำลังช่วยพยุงกู้ชิงเยว่ลงจากรถม้า เขาขมวดคิ้วมองอนุของตนด้วยใบหน้าเคร่งขรึม“ข้าบอกแล้วใช่หรือไม่ว่าอย่ามาที่นี่ จวนตระกูลกู้กำลังไว้ทุกข์”“แต่ท่านไม่ยอมกลับไปหาข้า ข้าจึงได้แต่มาหาท่านที่นี่”“เว่ยเว่ย” เว่ยเสวียนเสียงต่ำลง “เจ้ามิใช่เด็กแล้ว อีกไม่นานก็จะกลายเป็นมารดาคน สมควรรู้ว่าสิ่งใดควรไม่ควร ตระกูลเว่ยเองก็เป็นตระกูลแม่ทัพ เจ้าสมควรตระหนักว่าการจากไปของแม่ทัพผู้กล้า มิใช่เรื่องที่จะทำแบบขอไปที ข้าเป็นบุตรเขยของตระกูลกู้ ต้องรั้งอยู่ช่วยงานศพและจัดการเรื่องในจวนจนเสร็จสิ้น เจ้ากลับไปเถิด”กู้ชิงเยว่ถอนใจออกมา “ท่านกลับไปกับนางเถิด หลายวันมานี้เราล้วนเหน็ดเหนื่อยทั้งกายใจ ท่านเองก็สมควรได้กลับไปพัก”เว่ยเสวียนขมวดคิ้ว เห็นหญิงสาวหน้าตาอิดโรยกับหลี่จื่อเว่ยที่เกาะแขนของตนไ
“พี่ใหญ่ ป่านนี้ท่านคงได้พบกับท่านพ่อ ท่านแม่ รวมไปถึงบรรพชนตระกูลกู้แล้ว” นางถอนหายใจเบาๆ “ท่านว่า...ข้าควรทำเช่นไรต่อไปดี”นางมองไปยังดวงจันทร์ที่กำลังเคลื่อนคล้อยออกจากหมู่เมฆแสงจันทร์เริ่มสาดส่องลงมา ทำให้มองเห็นกู้ชิงเยว่ชัดเจนขึ้น นางสวมชุดไว้ทุกข์ใบหน้าเศร้าหมอง ถึงอย่างนั้นในยามที่กล่าวถึงพี่ชาย รอยยิ้มของนางกลับงดงามราวโฉมสะคราญแห่งดวงจันทร์เว่ยเสวียนจ้องหญิงสาวอยู่เช่นนั้นอย่างลืมตัว กระทั่งได้ยินเสียงสะอื้นเบาๆเขานิ่งงันยืนตัวแข็งทื่อ หลายวันนับจากวันที่พากู้จิ้งกลับมา กู้ชิงเยว่เพียงน้ำตาไหลออกมาเงียบๆ นางไม่ได้ร้องไห้อีกเลยนับจากวันแรก ทุกคนที่มาร่วมงานแม้มองเห็นเพียงความเศร้าสร้อย แต่กลับไม่มีใครได้เห็นนางร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างสิ้นหวังเช่นนี้เขาเผลอก้าวตัวไปข้างหน้า ความโดดเดี่ยวที่ทำให้รับรู้ได้ของนาง ทำให้เขาลืมตัวจนห้ามตัวเองไม่อยู่ กระทั่งทำให้กู้ชิงเยว่ตกใจ นางลุกพรวดขึ้นจากนั้นถอยหลังไปอย่างหวาดระแวง“ข้าเอง” เขามองนางนิ่งไม่ได้ก้าวเข้าไปอีกนางรีบเช็ดน้ำตาออกจากนั้นมองเขา “ท่านมาถึงตั้งแต่เมื่อไร”“ครู่หนึ่งแล้ว ทุกคนตามหาเจ้ากันทั่ว บ่าวไพร่เริ่มกังวลแล้ว”ก
เมื่อกลับออกมาจากเรือนของเว่ยฮูหยิน หลี่จื่อเว่ยมีท่าทีอ่อนลงมาก แม้ใบหน้าและดวงตาไม่ยินยอม แต่ท่าทีก็ไม่นับว่าเลวร้ายเช่นเมื่อก่อนกู้ชิงเยว่มิใช่คนใจแคบ นางเพียงเดินออกมากับเสี่ยวซูไม่ได้สนใจว่าอีกฝ่ายจะกลับเรือนหรือไปที่ใดอีก ทั้งยังไม่ได้กล่าววาจาเหยียบย่ำอีกฝ่าย“คุณหนู” เสี่ยวซูรินชาร้อนให้ผู้เป็นนาย ชาผู่เอ๋อของแม่ทัพเว่ยเป็นชาชั้นยอดดังนั้นกลิ่นหอมจึงลอยอวลทั่วห้อง “ทำเช่นนี้มิเท่ากับล่วงเกินเว่ยฮูหยินหรือเจ้าคะ”“ไม่หรอก เว่ยฮูหยินเองก็เกิดในตระกูลชนชั้นสูง นางเป็นนายหญิงของจวนตระกูลเว่ย สมควรตระหนักดีว่าสิ่งที่ข้ากล่าวล้วนอาจส่งผลต่ออนาคตของจวนตระกูลเว่ยทั้งสิ้น”หรือหากอีกฝ่ายไม่เข้าใจ นางจะได้วางแผนชีวิตต่อไปในอนาคต เพราะลึกๆ นางก็เริ่มมองออกแล้วว่าชีวิตในจวนตระกูลเว่ยหลังจากนี้ นางคงพบกับความสงบสุขได้ยากยิ่งแล้วผ่านไปอีกสิบวันกู้ชิงเยว่เริ่มปรับตัวเข้ากับจวนตระกูลเว่ยได้บ้างแล้ว ทุกๆ เช้านางจะแต่งตัวไปคารวะแม่สามี อยู่กินมื้อเช้า พูดคุยเป็นเพื่อน กระทั่งพบว่าหลี่จื่อเว่ยเองเมื่อเห็นนางทำอีกฝ่ายก็ทำบ้างเห็นอีกฝ่ายยอบกายให้แม้ไม่เต็มใจ หญิงสาวพยักหน้าให้จากนั้นบอกให้อีกฝ่
“ข้าไม่เคยนึกตำหนิท่านแม่เลยเจ้าค่ะ เพียงแต่หลายๆ เรื่องอยากให้เวลากับทุกๆ ฝ่ายได้ปรับตัวเช่นกันกับตัวข้า อีกทั้งตอนนี้บ้านเมืองระส่ำระสายเพราะสงคราม ข้าจึงไม่ได้กล่าวถึงให้ท่านแม่ไม่สบายใจ เพียงแต่จากบนลงล่าง จากนายสู่บ่าว ทุกอย่างล้วนจำเป็นต้องมีกฎเกณฑ์และคงไว้ซึ่งลำดับขั้น หาไม่ในยามคับขันในจวนจะวุ่นวายจนไม่อาจจัดการ”เว่ยฮูหยินพยักหน้าทั้งยังมีท่าทีจนใจ“เรื่องที่เกิดขึ้นกะทันหันจนทุกคนไม่อาจตั้งตัวก็จริง แต่นับจากวันนี้ข้าเพียงหวังว่ามันจะไม่เกิดซ้ำขึ้นอีก ในเมื่อข้าแต่งเข้ามาแล้ว ก็ถือว่าตัวเองกลายเป็นคนของตระกูลเว่ย ข้าได้แต่หวังว่าตระกูลเว่ยเองก็จะเห็นข้าเป็นคนกันเองมิใช่คนนอก”หลี่จื่อเว่ยคล้ายคาดไม่ถึงว่าเรื่องจะออกมาเป็นเช่นนี้ นางมองกู้ชิงเยว่ที่มีท่าทีคล้ายไม่แยแสกับสิ่งใด คราแรกยังคิดว่าสตรีผู้นี้จัดการไม่ยากเป็นคุณหนูในห้องหอถูกประคบประหงมตามใจมาตั้งแต่เด็ก ขอเพียงนางยั่วโมโหเข้าหน่อยนางก็จะถือไพ่เหนือกว่า ยิ่งอีกฝ่ายลงไม้ลงมือต่อหน้าบ่าวไพร่ นางก็จะได้รับความสงสารเห็นใจ...ที่ไหนได้อีกฝ่ายกลับรับมือได้ด้วยความเยือกเย็นที่สำคัญเหตุใดตอนนี้แทนที่เว่ยฮูหยินจะเห็นใจนาง ก

















