INICIAR SESIÓNได้ยินเรื่องนี้แม้ไม่ประหลาดใจ แต่หัวใจของหญิงสาวก็หล่นวูบ แม้ทำใจมาบ้างแล้วแต่เจ้าสาวคนใดบ้างยังสามารถเยือกเย็นได้
ในวันแต่งงานอันยิ่งใหญ่สามีเองก็รับผู้อื่นเข้ามา แม้ไม่มีใจแต่นางเองก็รู้สึกคล้ายถูกคนหมิ่นเกียรติ
ทว่า...คิดๆ ดูแล้วนางจะทำอย่างไรได้ จวนแม่ทัพยิ่งใหญ่เกรียงไกร แม่ทัพน้อยแต่งฮูหยินเข้าจวน การรับอนุเข้ามาก็นับว่าเป็นเรื่องปกติ
ถึงอย่างนั้นหัวใจของกู้ชิงเยว่ก็ยังบีบรัด
หาก...บิดาของนางยังมีชีวิตอยู่ นางจะถูกเหยียดหยามเช่นนี้หรือไม่ เว่ยเสวียนจะกล้ารับอนุเข้าจวนวันเดียวกับนางหรือ
ไม่...เป็นไปไม่ได้แล้ว
...ท่านพ่อของนางสิ้นใจไปแล้ว พี่ใหญ่ของนางเองก็กำลังจะออกเดินทางไปชายแดน
อีกอย่าง...หากทุกคนยังอยู่นางก็คงไม่แต่งให้เว่ยเสวียน บิดาของนางจะต้องถามความเห็นนาง ยิ่งหากทุกคนรู้ว่าเว่ยเสวียนมีสตรีในดวงใจ แม้มีสัญญาเก่าก่อนแต่ตระกูลกู้ไม่มีทางให้นางแต่งออกมา
ด้านนอกเกิดเสียงฝีเท้าวุ่นวายขึ้น กู้ชิงเยว่ยกผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวขึ้น “เสี่ยวซูเจ้าออกไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น”
“เจ้าค่ะ” เสี่ยวซูรีบทำตามคำสั่งจากนั้นกลับเข้ามาด้วยใบหน้าซีดขาว “คะ...คุณหนู”
“มีเรื่องอะไรหรือ”
“สาวใช้พวกนั้น...พวกนางพูดว่าแม่นางหลี่มีอาการแพ้ท้องอย่างรุนแรง นาง...กำลังตั้งครรภ์”
กู้ชิงเยว่เผลอกุมมือตัวเองแน่น หัวใจของนางสะดุดแม้แต่ลมหายใจก็เผลอกลั้นเอาไว้ ใบหน้าซีดขาวนิ่งงันพูดไม่ออกอยู่นานมาก “เสี่ยวซู”
“คุณหนู” เสี่ยวซูน้ำตาคลอ “ทำไมพวกเขาใจร้ายเช่นนี้ มิใช่ว่าทายาทต้อง...ต้องมาจากฮูหยินเอกก่อนหรอกหรือ นี่พวกเขา พวกเขา...พวกเขารับนางเข้ามาวันเดียวกันไม่พอ ท่านเขยไม่มาที่เรือนของท่านก่อน ไหนจะเรื่องที่สตรีนางนั้นตั้งครรภ์...” เสี่ยวซูเห็นใบหน้าซีดขาวของผู้เป็นนาย ขอบตาร้อนผ่าวน้ำตากลิ้งออกมาอาบแก้ม
กู้ชิงเยว่มองเห็นก็ยิ้มอย่างฝาดเฝื่อน “ไม่เป็นไรหรอก ข้าไม่เป็นไร...พวกเขาเติบโตมาด้วยกัน ข้าต่างหากที่เป็นฝ่ายก้าวเข้ามาแทรก” นางสูดลมหายใจเข้าลึก จากนั้นดึงผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวลงพับเก็บเอาไว้
“คุณหนูท่านจะทำอะไรเจ้าคะ” เสี่ยวซูตาโต
กู้ชิงเยว่ลุกขึ้นจากนั้นเดินไปนั่งลงพร้อมหยิบตะเกียบ “เขาไม่มาหรอก ข้าหิวแล้ว”
กล่าวจบก็รู้สึกตีบตันในลำคอ ถึงอย่างนั้นก็ยังคงฝืนใช้ตะเกียบหยิบอาหารเลิศรสเข้าปาก เคี้ยวโดยไม่รู้รสชาติจากนั้นกลืนเข้าไปให้ได้มากที่สุด
นางพยายามนึกถึงเพียงใบหน้าของผู้เป็นพี่ชาย ป่านนี้เขาคงออกเดินทางพ้นประตูเมืองแล้ว...
เขา...ไม่มาจริงๆ เว่ยเสวียนไม่ก้าวเข้ามาในห้องหอกระทั่งรุ่งสาง หญิงสาวให้เสี่ยวซูช่วยล้างหน้าหวีผม นางแต่งตัวออกจากเรือนแต่เช้าเพื่อไปคารวะพ่อและแม่สามีตามหน้าที่
ระหว่างทางทุกคนล้วนลอบมองกู้ชิงเยว่ด้วยสายตาหลากหลาย เกรงว่าเรื่องที่เว่ยเสวียนไม่เข้าไปในเรือนหอคงล่วงรู้กันทั้งจวนแล้ว
ห้องโถงตระกูลเว่ย...ทุกคนล้วนมองนางด้วยสายตาสงสารเห็นใจ เว่ยฮูหยินมอบปิ่นและกำไลหยกให้นางเป็นการรับไหว้ แม่ทัพเว่ยมอบชาผู่เอ๋อให้เพราะรู้ว่านางชอบดื่มชาเพียงแต่ทุกๆ ขั้นตอนนั้นกลับไร้เงาของเว่ยเสวียนและอนุที่เพิ่งเข้าจวนมาเมื่อคืน
เว่ยฮูหยินมีท่าทีประดักประเดิดเล็กน้อยในตอนที่ชวนกู้ชิงเยว่ออกมาเดินเล่น “เยว่เอ๋อร์”
“เจ้าคะท่านแม่”
เว่ยฮูหยินโบกมือให้สาวใช้หยุดเดิน จากนั้นปล่อยให้สะใภ้จับจูงเดินเข้าไปในสวนซึ่งมีทางเดินยาวไปยังศาลา “เรื่องเมื่อคืนนี้ข้าต้องขอโทษเจ้าด้วย เรื่องมันกะทันหันจนข้าเองก็ตั้งตัวไม่ทัน ลูกเสวียนเองก็เพิ่งบอกว่าเว่ยเว่ยตั้งครรภ์ ข้า...ละอายใจต่อเจ้าเหลือเกิน”
หลี่จื่อเว่ยนับเป็นหลานสาวของเว่ยฮูหยิน แน่นอนนางเองก็คงเอ็นดูอีกฝ่ายมาก เห็นมาตั้งแต่เด็กในใจเองก็คงคาดหวังให้หลี่จื่อเว่ยแต่งเข้ามาเช่นกัน เพียงแต่ผู้ใดจะคาดว่าผ่านไปหลายปีตระกูลกู้กลับมาทวงสัญญาเอาป่านนี้...
เห็นท่าทีสำนึกผิดและสงสารเห็นใจนั้น กู้ชิงเยว่คล้ายรู้สึกว่าหัวใจค่อยๆ ได้รับการเยียวยา แม้ไม่ทั้งหมดแต่นางก็รู้สึกดีขึ้นบ้าง ทั้งนี้คงเพราะนางมองออกว่าเว่ยฮูหยินกล่าวด้วยความจริงใจ
ดวงตาของอีกฝ่ายรวมไปถึงทุกคนล้วนเหมือนกัน พวกเขาล้วนรู้สึกผิดกับสิ่งที่เกิดขึ้น ทั้งยังคาดไม่ถึงว่าเว่ยเสวียนจะทำเช่นนี้
“ข้ารู้ว่าหายากที่สตรีจะยินยอมได้ที่สามีจะมีสตรีอื่น ไม่ว่าใจกว้างเพียงใด มีใจหรือไม่ แต่การกระทำอันเลวร้ายของลูกเสวียน” เว่ยฮูหยินส่ายหน้า “ข้าเองยังรู้สึกว่ายากจะให้อภัยเขา”
กู้ชิงเยว่เพียงนิ่งฟังไม่กล่าวอะไรออกมา
กู้ชิงเยว่ถูกเขาเคี่ยวกรำจนทนไม่ไหว นางเลื่อนมือไปคว้าจับเอวสอบ “ดะ...ได้โปรด ท่านพี่” นางเว้าวอนเสียงหวานเว่ยเสวียนเร่งจังหวะให้เร็วขึ้น เขาคำรามดังลั่นเมื่อเอนกายลงและกระทั้นแก่นกายร้อนหนักหน่วงความปรารถนาแล่นพล่าน ความซาบซ่านตอบรับจังหวะเร่งร้อนรัวเร็ว เสียงกระทบกระทั้นยิ่งเร่งเร้าความสุขสมให้ได้รับการเติมเต็มกู้ชิงเยว่ศีรษะโยกคลอนกับการจ้วงลึกอย่างถึงแก่น ชั่วขณะที่เว่ยเสวียนจ้วงลึกกดเกร็ง นางกรีดร้องออกมาพร้อมกับร่างที่สะท้านเยือก...“อ๊า!”คนทั้งสองปลดปล่อยความพร่าพรายสุขสมออกมาอย่างท่วมท้น มันมากมายและอิ่มเอมกระทั่งหญิงสาวแทบขาดใจ นางแอ่นเอวอ่อนรับการจ้วงลึกอีกครั้ง...อีกครั้ง และอีกครั้ง...ทุกครั้งรับรู้ว่าเขาเองก็ปลดปล่อยออกมาจนเปียกชุ่ม“เยว่เอ๋อร์ของข้า ยอดรักของข้า” เขากระซิบเสียงพร่าหัวใจยังคงเต้นรัวแรงกู้ชิงเยว่กอดศีรษะของเขาเอาไว้ ไม่อยากผละจากแม้เหน็ดเหนื่อยจนดวงตาแทบจะปิด อีกทั้งร่างทั้งร่างของนางและเขาก็เปียกชื้นด้วยเหงื่อไคลเว่ยเสวียนยังคงทาบทับร่างของหญิงสาวเอาไว้ เขาหยัดกายขึ้นเพราะเกรงว่านางจะเจ็บ สานสบดวงตางดงามจากนั้นยิ้มออกมา“ข้าพาเจ้าไปล้างตัวเจ้าจะได้
เว่ยเสวียนจับข้อมือของนางดึงให้นางลุกขึ้นมานั่งลงบนตัก เพียงแต่กู้ชิงเยว่กลับนั่งคร่อมลงไปเผชิญหน้ากับเขา สองมือของนางวางทาบใบหน้าของเขา มองเขานิ่ง...“ท่านพี่”“หืม”“ท่านแม่บอกว่าตอนนี้ลูกจวินก็โตแล้ว เรา...สมควรมีบุตรสาวตัวน้อยๆ อีกสักคน” นางกล่าวจบก็เงยหน้าจุมพิตเขาแผ่วเบาเว่ยเสวียนประหลาดใจเล็กน้อย ตลอดมาทั้งเขากับนางมิใช่ไม่เคยร่วมหอกอดก่าย แต่อาจเพราะเขาเหน็ดเหนื่อยจากการฝึกทหาร นางเองก็ต้องดูแลเว่ยกู้จวิน ไม่ก็ดูแลจวนทั้งสองต่างคนต่างมีหน้าที่ที่ต้องทำ ดังนั้นช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกันอย่างดูดดื่มจึงหาได้ยากยิ่งบางที...การออกมาเพียงสองคนเช่นนี้เว่ยเสวียนลูบเอวอ่อนของนางเบาๆ จุมพิตเกี่ยวกระหวัดตอบรับนางอย่างลึกล้ำ ความปรารถนาลุกโชนเมื่อนางเองก็บดเบียดตัวตนกับหน้าตักของเขาอย่างยั่วยวนกู้ชิงเยว่สอดสองมือกอดไหล่กว้าง นางเบียดส่วนหน้ากับอกแกร่ง รับรู้ถึงฝ่ามือร้อนที่กำลังสอดผ่านสาบเสื้อเข้ามากอบกุมอกอิ่ม นางเพิ่งอาบน้ำในทะเลสาบผิวกายจึงเนียนนุ่มละมุน เขาเคล้นคลึงสลับลูบไล้ จุมพิตเร่าร้อนกำลังเร่งร้อนและเรียกร้องมากขึ้นกู้ชิงเยว่ดึงสายคาดเอวของเว่ยเสวียนออก ดันตัวเสื้อของเขาลงจากล
...ดังนั้นคนทั้งเมืองหลวงจึงได้เห็นว่าท่านแม่ทัพน้อยเว่ยเสวียนในสภาพมอมแมม ขาไปเร่งร้อนราวเกิดเรื่องด่วน ที่ไหนได้เขารีบไปรับฮูหยินน้อยของตนกลับจวนนี่เอง...ในคืนวันนั้นหลังบุตรชายเข้านอนกู้ชิงเยว่ชงชาออกมานั่งเล่นในสวน เว่ยเสวียนตามมานั่งลงข้างๆ นาง จิบชาผู่เอ๋อท่ามกลางบรรยากาศเย็นสบายเห็นเขามีท่าทางไม่สบายใจกู้ชิงเยว่ยื่นมือไปจับมือเขา วันนี้ได้พูดในสิ่งที่อยู่ในใจของตนมานาน ทั้งที่นางไม่เคยพูดออกมาแม้แต่กับเว่ยเสวียน หัวใจของนางคล้ายรู้สึกได้รับการปลดปล่อย“ท่านพี่”เขากุมมือนางเอาไว้ “ข้าทำให้เจ้าลำบากอีกแล้ว” เขามีสีหน้ารู้สึกผิดอีกแล้ว...“เว่ยเสวียน เราสองคน...ปล่อยวางดีหรือไม่ ท่านไม่จำเป็นต้องยึดติดกับบาดแผลในใจข้า ข้าก็จะไม่ยึดติดกับความผิดพลาดของท่านในอดีต นับตั้งแต่วันนี้เราสองคนมาค่อยๆ ลืมมันไปด้วยกันดีหรือไม่”เขามองนางคล้ายไม่อยากจะเชื่อ “เยว่เอ๋อร์...เจ้า”นางยิ้มให้เขาเอนศีรษะลงซบไหล่เขา ยื่นสองแขนกอดเอวเขาเอาไว้ “ข้าเองก็รู้สึกว่ามันไร้ประโยชน์จริงๆ ทั้งๆ ที่ข้าก็รักท่าน และรับรู้ว่าท่านก็รักและพยายามปกป้องข้า แล้วเพราะเหตุใดเพียงเพราะเรื่องในอดีต กลับทำให้ทั้งท่านแ
“เพราะเขาปล่อยให้หม่อมฉันตกลงไป เขาเลือกที่จะช่วยอนุของเขาที่เขาคิดว่ากำลังตั้งครรภ์อยู่”ได้ยินเช่นนั้นเห็นชัดว่าองค์หญิงสูงศักดิ์ไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน นางมีท่าทีตกใจ ตื่นตระหนก ทั้งยังไม่อยากจะเชื่อ “แล้วทำไมเจ้ายัง...”“ทำไมหม่อมฉันยังกลับมากับเขาน่ะหรือเพคะ” นางยิ้มบาง “องค์หญิงเพคะ คนทุกคนล้วนเคยผิดพลาดด้วยกันทั้งนั้น ข่าวลือพวกนั้นทำให้ทรงอยากรู้จักเว่ยเสวียนมากขึ้น บวกกับเขาเคยช่วยองค์หญิงเอาไว้ ไม่แปลกที่จะทรงหลงใหลและหวั่นไหวกับสิ่งที่ทรงทอดพระเนตรเห็น ถึงอย่างนั้นทรงตรัสว่าชอบเขา เช่นนั้นทรงรู้จักเขาดีเพียงใด”เงียบ...ไม่มีคำตอบ ดังนั้นกู้ชิงเยว่จึงกล่าวต่อ“ไม่มีผู้ใดเพียบพร้อมไปทุกด้าน คนทุกคนล้วนมีข้อดีและข้อเสีย หม่อมฉันเองก็เช่นกัน ทรงอย่าลืมว่าเว่ยเสวียนเองก็เป็นมนุษย์ปุถุชนทั่วไป เพียงแต่เขาอาจจะมีข้อดีกว่าใครหลายคน เพราะที่ผ่านมาเขาพยายามแก้ไขความผิดพลาดของตัวเอง นี่คือเหตุผลในหลายๆ ข้อที่หม่อมฉันยอมตามเขากลับมาเมืองหลวง หากทรงตรัสว่าจะเสกสมรสแต่กลับนัดหมอมฉันออกมาเงียบๆ เกรงว่าฮองเฮาคงตรัสเรื่องนี้กับเขามาแล้ว ดังนั้นเมื่อคืนเขาจึงไม่กลับจวน หากให้หม่อมฉันเดา
สงครามที่คล้ายจบแต่กลับทิ้งบาดแผลมากมายให้กับคนหลายคน ฮ่องเต้ทรงตระหนักดีว่าเว่ยเสวียนต้องพานพบและสูญเสียสิ่งใด โชคยังดีที่เขาได้สิ่งที่สูญเสียบางส่วนกลับมา ถึงอย่างนั้นบาดแผลที่มีก็ยังไม่อาจลบเลือนสองสามีภรรยาอุ้มลูกเดินออกมาจากตำหนักใหญ่ ระหว่างทางยังบังเอิญได้พบกับฮองเฮาและองค์หญิง แม้บรรยากาศเป็นไปได้ด้วยดีระหว่างสนทนา แต่สายตาขององค์หญิงหวนจูที่มองมายังเว่ยเสวียน กลับทำให้กู้ชิงเยว่หัวใจเย็นเยียบนางไม่ได้แสดงท่าทีใด ทั้งยังไม่ได้กล่าวถึงหลังกลับจวน ทว่า...ทุกครั้งที่มีงานเลี้ยงต่างๆ ไม่ว่าจะทั้งในวังหลวง หรืองานเลี้ยงในจวนขุนนางใหญ่ กู้ชิงเยว่สังเกตเห็นแล้วว่าหากปฏิเสธไม่ได้ เขาก็มักจะขอให้นางติดตามไปด้วย ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะหาข้ออ้างกลับจวนเร็วขึ้นนางไหนเลยไม่สังเกตเห็น งานเลี้ยงทุกงานองค์หญิงหวนจูผู้นั้นล้วนประทับอยู่ด้วย!!!จากเมืองหลวงไปหลายปี กู้ชิงเยว่กลับลืมเลือนไปแล้วว่าข่าวลือนั้นเป็นเหมือนดาบสองคม เรื่องราวของเว่ยเสวียนทำให้สตรีในเมืองหลวงล้วนอิจฉานางแทบทั้งสิ้นแต่ละคนมองแค่เพียงการที่เขายอมตาย แต่ยังคงดึงดันไปตามหานาง ไม่ได้มองถึงเหตุเบื้องลึก เบื้องหลัง หรือแม้กระท
“ดีๆ ได้ลูกชาย คนโตเป็นลูกชาย”ทุกคนเข้ามายินดีกับเขา แต่เขากลับตะโกนถามเข้าไป “เยว่เอ๋อร์เล่า นางเป็นอย่างไรบ้าง ปลอดภัยหรือไม่”เสียงหัวเราะดังออกมาจากด้านใน “นางปลอดภัยดี เจ้าไม่ต้องห่วง อีกเดี๋ยวข้าจะพาเจ้าหนูไปให้เจ้าดู ตัวใหญ่แข็งแรงเชียว”เว่ยเสวียนได้ยินก็โล่งอก เขาเดินไปมาหน้าประตู เมื่อประตูถูกเปิดออกเขาก็ชะโงกหน้าเข้าไปมองหากู้ชิงเยว่ ท่านยายหลิวอุ้มบุตรชายของเขาออกมา เขาอุ้มบุตรชายเอาด้วยท่าทางเก้ๆ กังๆ“ข้าเข้าไปหาเยว่เอ๋อร์ได้แล้วหรือยัง”“รออีกนิดเถิด รอตอนนำเจ้าหนูไปให้นมเจ้าค่อยเข้าไปดูนาง”“ทำไมเล่านางเป็นอย่างไรบ้าง”“ข้าบอกแล้วว่านางไม่เป็นไรเพียงเหนื่อยเท่านั้น อีกเดี๋ยวให้นางพักเจ้าค่อยเข้าไป”“ขอรับ ขอบคุณท่านมาก ขอบคุณพวกท่านที่ช่วย”เหล่าผู้อาวุโสหัวเราะกับท่าทางของเว่ยเสวียน พวกเขาอดที่จะเอ็นดูบุรุษตัวใหญ่ที่ผ่านสมรภูมิรบแล้วรอดตายมาได้ แต่ตอนนี้กลับมีท่าทางราวกับคนไม่รู้ความไม่ผิดกู้ชิงเยว่ลืมตาขึ้นด้วยความเหนื่อยล้า สิ่งแรกที่นางมองเห็นก็คือสายตาห่วงใยของเว่ยเสวียน เขาจับมือนางแนบเข้ากับแก้ม โน้มตัวลงลูบหน้าผากนางเอ่ยถามเสียงเบา “เจ้ารู้สึกอย่างไรบ้าง ยังเ







