Masukหลี่หมิงฮวนเองเหมือนเพิ่งจะนึกขึ้นมาได้ ว่าเขาเคยพูดเช่นนี้เอาไว้จริงๆ อดจะภูมิใจไม่ได้ที่บุตรของตนยังไม่ทันออกมาก็เชื่อฟังเสียแล้ว มัวแต่ฝันหวานเรื่องของบุตรอยู่ ก็ต้องสะดุ้งตกใจ เมื่อได้ยินเสียงร้องของเฟยจูก็ดัง“ท่านอ๋อง!!! อย่าพ่ะย่ะค่ะ” พ่อบ้านเถาดึงรั้งตัวหลี่หมิงฮวนเอาไว้ เมื่อหลี่หมิงฮวนจะพุ่งตัวเข้าไปในห้องคลอดหมอตำแยทั้งสามได้รู้ฐานะของหลี่หมิงฮวนก็ตกใจจนมือไม้สั่นไปหมด จนหมอหลวงต้องตวาดเรียกสติพวกนางกลับมา“หากพระชายากับเด็กในท้องเป็นอันใดขึ้นมา ชีวิตของพวกเจ้าก็ต้องทิ้งเอาไว้ที่นี่ด้วย” หมอตำแยทั้งสามถึงได้มีสติรีบช่วยเฟยจูเบ่งทันทีหมอหลวงตรวจอาการให้เฟยจู ทั้งจัดยาเร่งคลอดให้นางก็รีบออกมา พอดื่มยาเร่งคลอด เสียงร้องของนางยิ่งดังขึ้นมากกว่าเดิม“เจ้าออกมาทำไม เหตุใดไม่อยู่กับนางข้างใน” หลี่หมิงฮวนดึงคอเสื้อของหมอหลวง“ท่านอ๋อง กระหม่อมเป็นบุรุษ จะอยู่ได้อย่างไรเล่าพ่ะย่ะค่ะ”หลี่หมิงฮวนดูเหมือนจะได้สติกลับมา เขาจึงได้ปล่อยคอเสื้อของหมอหลวงออก อาซานที่เห็นหลี่หมิงฮวนคุมควบอารมณ์ไม่ได้ก็ส่ายหน้าอย่างเหนื่อยใจ ก่อนหน้าตามไล่สังหารชนเผ่านอกด่านกับลงโทษคนตระกูลเซี่ย ท่านอ๋องขอ
เมื่อเจ้าเมืองเดินทางมาถึง แม้จะเป็นคนของหลี่หมิงฮวนเขาเองก็ถูกลงโทษด้วยการโบยถึงยี่สิบไม้ ด้วยไม่คัดเลือกสาวใช้ให้ดี ทั้งหมดเกิดขึ้นต่อหน้าบ่าวไพร่ทั้งจวน ยกเว้นเฟยจูที่หลานหลานปกปิดนางเอาไว้ ไม่ให้รู้เรื่องที่เกิดขึ้นสาวใช้ใจกล้าย่อมเก็บเอาไว้ไม่ได้ หลังจากที่เจ้าเมืองลั่วซีสั่งโบยนางเสียเกือบตาย นางก็ถูกลงเข้าหอนางโลมชั้นต่ำ ให้สมกับที่นางอยากทอดกายใต้ล่างของบุรุษหลี่หมิงฮวนไม่สนใจว่าสาวใช้นางนั้นจะเป็นเช่นใด เขาเดินกลับไปหาเฟยจูเพื่อกินมื้อเย็นร่วมกับนางเช่นทุกวัน“ในท้องเจ้ามีเด็กมากกว่าสองคน กินให้มากอีกหน่อยเถิด” หลี่หมิงฮวนคีบอาหารใส่ในชามเฟยจู เมื่อนางวางตะเกียบหลังจากกินไปได้เพียงครึ่งชาม“ไม่กินแล้ว หากกินมากเกินไปข้าจะคลอดลำบาก กินเพียงให้อิ่มท้องก็พอ” นางไม่เคยปล่อยให้ตนเองหิวเลย หลานหลานมักจะหาของอร่อยมายั่วน้ำลายของนางเสมอ แต่เฟยจูก็ยังเชื่อคำพูดของหมอและหมอตำแยที่ให้นางกินน้อยลง ให้กินหลายๆ มื้อแทน“อืม เช่นนั้น ข้าจะสั่งห้องครัวให้เตรียมมื้อดึกให้เจ้า ข้าจะต้องเดินทางไปโจวเป่ยสักรอบ แต่จะรีบกลับมาก่อนที่เจ้าจะคลอด”“เกิดเรื่องใดขึ้นหรือ” นางอดตกใจไม่ได้เมื่อเห็นว่าเ
อาซานไม่รู้ว่าภายในรถม้าเกิดเรื่องใดขึ้น แต่พอได้ยินว่าต้องรีบไปโรงหมอด่วน เขาก็มุ่งหน้าไปเตรียมหมอไว้ก่อนแล้ว“หมอดีที่สุดในเมืองแล้วหรือ” หลี่หมิงฮวนหันไปเอ่ยถามอาซาน เมื่อหมอตรงหน้าจับชีพจรอยู่นานแล้วก็ยังไม่อาจตอบได้ว่าเฟยจูนางเป็นอันใด“อะแฮ่ม ถึงข้าจะไม่ใช่หมอที่เก่งกาจ แต่เจ้ามัวแต่นั่งจ้องหน้าข้าเหมือนอยากจะสังหารข้าเช่นนี้ ต่อให้เป็นหมอเก่งเพียงใดก็ตรวจไม่ออกหรอก หึ” เขาแค่นเสียงอย่างไม่พอใจเดิมชีพจรของเฟยจูก็ไม่ได้ตรวจยากอะไร แต่พอเจอไอสังหารที่แผ่ออกมาจากร่างของหลี่หมิงฮวน สมาธิก็กระเจิงหมดแล้ว“พูดมาก ภรรยาข้านางเป็นอันใด”“นางตั้งครรภ์ได้เดือนกว่าแล้ว ทางที่ดี...ทานเว้นเรื่องบนเตียงไปสามเดือนก่อน มิเช่นนั้น...” หมอยังไม่ทันพูดจบหลี่หมิงฮวนก็ลุกขึ้นพุ่งไปดึงคอเสื้อหมอแล้ว“เจ้าว่า...ฮูหยินข้านางตั้งครรภ์หรือ”“ชะ ใช่ นะ นางตั้งครรภ์แล้ว” หมออดจะหวาดกลัวกับท่าทางของหลี่หมิงฮวนไม่ได้เขานิ่งอึ้งไปครู่ก่อนจะหัวเราะออกมาเสียงดัง “ฮ่า ฮ่า ตกรางวัล อาซานเจ้าให้องครักษ์ของเปิ่นหวางพาหมอเข้าวังหลวง หาตำแหน่งในสำนักหมอหลวงให้เขาสักตำแหน่ง อ้อ...อย่าลืมแจ้งข่าวกับเสด็จพี่และฮองเฮาด
ภายในห้องของไต้ซือเกา เขาดูไม่แปลกใจที่เห็นหลี่หมิงฮวนติดตามเฟยจูมาด้วย “สีกาพร้อมแล้วใช่หรือไม่ ท่านอ๋องเล่า ต้องการไปด้วยกันกับนางหรือไม่” เขายิ้มมองหลี่หมิงฮวนอย่างแฝงไปด้วยความหมาย“ย่อมต้องไป” ต่อให้นางต้องกลับภพภูมิเดิมเขาก็พร้อมที่จะไปกับนางด้วย“เช่นนั้น...ท่านทั้งสองหลับตาลง”ไต้ซือเกาให้ทั้งสองนั่งหลับตาเข้าสมาธิตรงหน้า หลี่หมิงฮวนกุมมือเฟยจูเอาไว้แน่น ด้วยกลัวว่านางจะหายไปตอนที่เขาหลับตาลง เสียงบทสวดของไต้ซือเกาดังก้องไปทั่วห้อง ทั้งสองเหมือนถูกบางสิ่งดึงดูดร่างกาย“ท่านทั้งสองมีเวลาเพียงหนึ่งก้านธูปเท่านั้น ก่อนที่จะต้องกลับคืนสู่ร่างเดิม”สิ้นเสียงของไต้ซือเกา หลี่หมิงฮวนและเฟยจูลืมตาขึ้นก็พบว่าตนเองอยู่ในบ้านของเฟยจูที่ยุคปัจจุบันแล้ว หลี่หมิงฮวนมองสิ่งรอบตัวด้วยความประหลาดใจ ข้าวของทุกสิ่งเขาล้วนแต่ไม่เคยเห็นมาก่อนเฟยจูกำลังมองบิดาที่กำลังกอดปลอบใจมารดาอยู่ที่โซฟาในห้องโถงรับแขก “พ่อคะ แม่คะ หนูกลับมาแล้ว” เสียงของนางที่ร้องเรียกคนทั้งสองปนสะอื้นอย่างน่าสงสารพ่อกับแม่ของเฟยจูเงยหน้าขึ้นมามองตามเสียงก็ต้องตกใจ เมื่อเห็นบุตรสาวยืนอยู่ข้างบุรุษแปลกหน้าในชุดโบราณ ร่างของท
อาสือไปนำรถม้าของโรงเตี๊ยมพาเฟยจูและหลานหลานออกเดินทางไปวัดนอกเมือง ชาวบ้านมารอเข้าพบไต้ซือไม่น้อยเลยเฟยจูที่เห็นคนมากมายก็ไม่คิดว่าตนเองจะได้เข้าพบ นางจึงไปจุดธูปขอพรพระในวิหารแทน ตอนที่ขอพรเสร็จเรียบร้อยแล้ว นางกำลังจะลุกขึ้นไปปักธูป เณรน้อยที่ยืนรออยู่ด้านหลังก็เอ่ยเรียกนางทันที“สีกา ไต้ซือให้ข้ามาเชิญท่านไปพบที่ขอรับ”“เจ้าคะ? อ้อ...ได้เจ้าค่ะ” นางปักธูปเสร็จก็เดินตามเณรน้อยไปอย่างมึนงงคนที่ยินดีเห็นจะเป็นหลานหลาน ด้วยชื่อเสียงของไต้ซือเกา มิใช่ว่าผู้ใดจะเข้าพบก็ได้ ต้องเป็นผู้ที่ไต้ซือต้องการพบจริงๆชาวบ้านที่ต่อแถวรออยู่ด้านหน้ามองผู้มาเยือนใหม่อย่างสงสัย ยิ่งเห็นเณรน้อยเดินนำหน้าหญิงสาวใบหน้างดงามเข้าไปด้านในห้องที่ไต้ซือนั่งสมาธิอยู่ ก็พอจะรู้แล้วว่าวันนี้พวกตนไม่มีโอกาสได้เข้าพบ บางคนจึงเดินออกไปจากวัดทันทีภายในห้อง กลิ่นธูปลอยส่งกลิ่นหอมผ่อนคลาย อาสือกับหลานหลานถูกสามเณรน้อยขวางเอาไว้อยู่ด้านหน้าไม่ยอมให้ติดตามเข้าไปด้วย“อาสือ หลานหลาน พวกเจ้ารออยู่ด้านนอกเถิด”สองพี่สองมองตามแผ่นหลังของเฟยจูไปอย่างไม่สบายใจ อาสือทันได้เห็นภายในห้องอยู่ชั่วอึดใจ เมื่อเห็นว่ามีเพียงไต้ซื
รุ่งเช้าก่อนจะออกจากห้องพักได้ หลี่หมิงฮวนต้องช่วยนวดเอวให้เฟยจูอยู่ครู่ใหญ่กว่าที่นางจะดีขึ้น“ไหนท่านบอกว่าห้ารอบไง เลยไปรอบที่หกได้อย่างไร” นางมองค้อนเขาอย่างไม่พอใจ“ข้าถามเจ้าแล้ว เจ้าจำไม่ได้เอง ข้าผิดเองคืนนี้จะไม่รังแกเจ้าดีหรือไม่ ลุกได้แล้ว ประเดี๋ยวจะต้องรีบออกเดินทาง”“ท่านพูดแล้วนะ” เฟยจูมองเขาอย่างไม่อยากเชื่อหลี่หมิงฮวนเพียงยิ้มเล็กน้อยก่อนจะช่วยประคองนางออกไปจากห้อง ด้านล่างอาหารถูกสั่งขึ้นโต๊ะรอไว้เรียบร้อยแล้ว ตอนนี้มีหลานหลานนั่งรออยู่ด้วย พอหลี่หมิงฮวนเห็นนางก็หรี่ตามองอย่างมุ่งร้ายทันที“นายท่าน ข้าน้อยขอติดตามท่านและฮูหยินในฐานะสาวใช้ได้หรือไม่เจ้าคะ ข้าน้อยอยากอยู่ใกล้พี่ชาย ไม่อยากแยกห่างอีกแล้วเจ้าค่ะ” หลานหลานคุกเข่าลงเสียงดังหากเพิ่มสตรีเข้ามาร่วมเดินทางเพิ่มมีแต่จะสร้างความยุ่งยาก หลี่หมิงฮวนคิดจะปฏิเสธแต่เมื่อถูกมือน้อยๆ ของเฟยจูแกว่งอย่างออดอ้อน เขาก็ไม่เอ่ยพูดสิ่งใด แล้วไปนั่งลงเพื่อกินข้าวทันทีอาสือเห็นท่าทางของผู้เป็นนายก็รู้ว่าสำเร็จแล้ว จึงได้รีบให้หลานหลานโขกหัวขอบคุณหลี่หมิงฮวนและเฟยจู“ลุกไปนั่งกินข้าวได้แล้ว หากช้า...เจ้าจะถูกทิ้งไว้ที่นี่” เฟ







