Mag-log inในสถานที่ไม่คุ้นเคยเช่นนี้
สิ่งแรกที่วันทองเตือนตัวเองคือ ‘ต้องสะกดกลั้นวาจา เก็บงำถ้อยคำไว้ให้มิดชิดที่สุด’ นางไม่ควรเปิดเผยสิ่งใดออกไปให้ใครจับพิรุธได้
ทว่ายังไม่ทันตั้งตัว ความทรงจำของใครบางคนที่ไม่ใช่ของนางก็พลันหลั่งไหลพรั่งพรูเข้ามาในหัวอย่างกะทันหัน ราวกับน้ำป่าไหลหลากทะลักเข้าทำนบ
ชื่อหนึ่งปรากฏขึ้นเด่นชัดก่อนสิ่งอื่นใด... ‘กู้หวั่นถง’
สตรีซึ่งไม่มีตระกูลหนุนหลัง ถูกส่งเข้าจวนแม่ทัพในฐานะของกำนัลจากองค์รัชทายาท ฐานะย่ำแย่
วันทองนิ่งไปครู่หนึ่ง
ภาพความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมผุดขึ้นมาทีละส่วน
ฮูหยินเอกหนึ่งคน
อนุอีกหลายคน
บุตรสาวสองคน
และบุรุษผู้เป็นสามีซึ่งใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ชายแดน แต่ทุกครั้งที่กลับจวนก็ต้องแวะเวียนไปทั่วเรือนหลังเพื่อผลิตทายาทให้ตระกูล
วันทองสูดลมหายใจเข้าอย่างระมัดระวัง
‘ ชาติก่อนข้ามีสามีสองคนยังวุ่นวายไม่พอ’
‘ชาตินี้สวรรค์จึงส่งข้ามาเป็นเมียหนึ่งในหลายคนของบุรุษผู้เดียวอย่างนั้นหรือ’
นางไม่แน่ใจว่าตนควรหัวเราะหรือร้องไห้ก่อนดี
ความทรงจำยังคงไหลเข้ามา
กู้หวั่นถงตั้งครรภ์บุตรชาย และเกือบเอาชีวิตไม่รอดในวันที่คลอด
นางอ่อนแอ ไม่มีผู้ใดปกป้อง
แม้แต่สามีก็ยังไม่อยู่ในจวน
หากนางตาย บุตรชายย่อมถูกผู้อื่นรับไปเลี้ยง
ส่วนการตายของอนุผู้หนึ่ง
อย่างมากก็เพียงจัดงานศพให้สมควรแล้วจบสิ้น
วันทองขมวดคิ้ว
‘ไม่ถูกต้องเอาเสียเลย’ ความจริง
นางตกลงแลกเปลี่ยนวิญญาณกับสตรีชาวบ้านอีกคนไว้แล้วนี่นา หญิงผู้นั้นใกล้สิ้นใจจากการคลอดลูกเหมือนกัน
หญิงผู้นั้นน้ำตานองหน้า มือเย็นเฉียบ ขณะเอ่ยขอร้องด้วยเสียงแผ่ว
“ร่างของข้า ข้าไม่เสียดาย…ขอเพียงช่วยเลี้ยงดูลูกข้าให้รอดพ้นปลอดภัย ข้ายอม…ข้ายอมทุกอย่าง”
ร้องห่มร้องไห้ขอให้วันทองช่วยเลี้ยงดูลูกให้แลกกับการมอบร่างให้ วันทองก็อุตส่าห์ใจดีรับปาก แถมยังทิ้งทองคำก้อนโตไว้ให้เป็นหลักประกัน ร่ายมนต์คาถาอย่างดีในช่วงที่เพชฌฆาตกำลังร่ายรำดาบประหารชีวิตนาง
ตามข้อตกลง เมื่อวิญญาณหลุดออกจากร่างเดิม นางควรจะตื่นขึ้นในเรือนเล็กของหญิงผู้นั้น
แต่สถานที่แห่งนี้...
ต่อให้มองอย่างไรก็ไม่ใช่
วันทองมองเพดานไม้แกะสลักลายเมฆมงคลแล้วถอนหายใจในใจ
‘ทองที่ให้ไปก็เสียเปล่า ร่างที่ตกลงไว้ก็ไม่ได้’
‘แม้แต่ตายแล้ว ข้ายังถูกโกงอีกหรือ’
ขณะที่นางกำลังขุ่นเคืองต่อการบริหารจัดการของเบื้องบน
เสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นจากหน้าประตู
ม่านถูกเปิดออก
หมอชราผู้หนึ่งรีบก้าวเข้ามาพร้อมกล่องยา เขามีเหงื่อเต็มหน้าผาก เห็นได้ชัดว่าถูกลากกลับมาจริงตามคำสั่งของสาวใช้
เขานั่งลงข้างเตียง วางนิ้วลงบนข้อมือของวันทอง
ครู่ต่อมา คิ้วสีขาวก็ขมวดเข้าหากัน
“ประหลาดนัก...”
วันทองปรายตามอง
‘จะประหลาดกว่านี้อีก หากท่านรู้ว่าเจ้าของร่างเปลี่ยนคนแล้ว’
หมอชราจับชีพจรซ้ำอยู่หลายครั้ง จนวันทองเริ่มสงสัยว่าเขาคิดจะนับจังหวะหัวใจนางไปถึงฤดูหนาวหรือไม่
ในที่สุดเขาก็หันไปกล่าวกับคนรอบข้าง
“เลือดหยุดแล้ว ชีพจรแม้ยังอ่อน แต่ไม่ถึงกับสิ้นหวัง”
สาวใช้หลายคนถอนหายใจออกมาพร้อมกัน
หญิงทำคลอดยกมือทาบอก ราวกับเพิ่งรอดพ้นโทษประหาร
หมอหลี่ลูบเครา สีหน้ายังเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจ
เรื่องบางเรื่องปล่อยให้ผู้คนยกความดีความชอบให้เทพเซียนไป ย่อมปลอดภัยกว่าบอกว่าคนตายลุกขึ้นมาห้ามเลือดตนเอง
“ท่านหมอ” สาวใช้คนหนึ่งถามอย่างกังวล
“อี้เหนียงสี่จะรอดหรือไม่เจ้าคะ”
หมอหลี่ถอนหายใจ
“คืนนี้ต้องเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด หากไม่มีไข้และเลือดไม่ไหลอีก ก็นับว่าผ่านด่านอันตรายไปได้ครึ่งหนึ่ง”
เพียงครึ่งหนึ่งหรือ
วันทองอยากถอนหายใจ แต่เกรงว่าจะเปลืองแรง
นางเพิ่งผ่านความตายมาได้ไม่ถึงหนึ่งวัน
ก็ต้องเริ่มต่อรองกับชีวิตอีกแล้ว
ช่างเป็นการต้อนรับสู่ชาติใหม่ที่อบอุ่นเสียจริง
หมอหลี่สั่งยาอีกหลายอย่าง ก่อนจะเก็บกล่องยาแล้วออกจากห้อง
ไม่นาน ความวุ่นวายก็ค่อย ๆ สงบลง
เหลือเพียงสาวใช้สองคนคอยเปลี่ยนผ้าและเช็ดตัวให้นาง
วันทองปล่อยให้พวกนางจัดการไปอย่างเงียบ ๆ
พลางสำรวจความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมให้ละเอียดขึ้น
กู้หวั่นถงเป็นสตรีหน้าตางดงาม อ่อนโยน และมีความสามารถด้านพิณกับการปรุงเครื่องหอม แต่ชีวิตกลับไม่มีผู้ใดให้พึ่งพิง
นางเคยพยายามเอาใจเสิ่นเยี่ยนเหิง
หวาดกลัวฮูหยินเอก
ก้มหน้าให้อีกฝ่ายรังแกเพราะเชื่อว่า เมื่อมีบุตรแล้วทุกอย่างอาจดีขึ้น
ทว่าความหวังนั้นสิ้นสุดลงพร้อมกับลมหายใจในห้องคลอด
วันทองนิ่งคิด
ก่อนจะพึมพำออกมาเบา ๆ
“น่าสงสารนัก...”
ตอนที่ 85 ผู้ร้ายตัวจริงคือผู้ใด “หลักฐานถูกถวายต่อพระพักตร์แล้ว องค์รัชทายาททรงรวบรวมด้วยพระองค์เอง...ฮูหยินผู้เฒ่าอย่าได้ทำให้ข้าลำบากใจเลย” ผู้บัญชาการองครักษ์เสื้อแพรตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ฮูหยินผู้เฒ่าชะงัก มือที่วางบนแขนสะใภ้กำแน่นขึ้น ความเงียบปกคลุมลานอยู่ครู่หนึ่งก่อนสายตาของผู้คนจะค่อย ๆ หันมาทางเดียวกัน หวั่นถงรู้ตัวโดยไม่ต้องเงยหน้า นางคือสตรีที่รัชทายาทพระราชทานเข้าจวน “เจ้า…”จิงเจียวมองนางราวกับเพิ่งนึกเรื่องสำคัญขึ้นได้“เป็นเจ้าใช่หรือไม่ที่วางแผนใส่ร้ายตระกูลเสิ่น!”ชิงยวนขยับตัวทันทีทว่าหวั่นถงกดมือที่วางใกล้กันไว้เบา ๆ“ข้ามิได้ทำเรื่องเช่นนั้นเจ้าค่ะ”“ยังจะปฏิเสธอีกหรือ! เจ้าถูกส่งมาจากที่ใด ทุกคนในจวนต่างรู้ดี” เสียงนั้นดังจนรุ่ยเอ๋อร์สะดุ้ง หวั่นถงกระชับผ้าคลุมบุตรแล้วค่อยเงยหน้าขึ้น “การที่ข้าถูกส่งมา มิได้แปลว่าข้าเป็นผู้ทำเรื่องนี้” “เจ้ากินอยู่ในจวนนี้ นายน้อยให้เจ้ามีลูกด้วย ถึงอย่างนั้นก็ยังคิดทำลายเขาหรือ” ถ้อยคำกล่าวหาทำให้หวั่นถงรู้สึกเย็นไปทั้งอก ยังไม่มีผู้ใดถามสักคำว่านางรู้อันใดบ้าง ผู้บัญชาการยังยืนน
ตอนที่ 84 พังพินาศ ฟ้ายังสว่างไม่เต็มที่เมื่อเสิ่นเยี่ยนเหิงออกจากจวน อาภรณ์ทางการเรียบร้อยดังที่จิงเจียวจัดเตรียมไว้ คนสนิทถือห่อเอกสารตามขึ้นรถม้าไปด้วย ในเรือนจันทร์ฉาย หวั่นถงกำลังเปลี่ยนเสื้อให้บุตร รุ่ยเอ๋อร์ขยับแขนหนีจนเสี่ยวจู่ต้องช่วยจับชายแขนเสื้อตัวเล็กไว้ เสียงฝีเท้าเร่งร้อนดังขึ้นนอกเรือน ตามด้วยเสียงคนเรียกกันอย่างผิดปกติ ชิงยวนหันไปมองประตู “บ่าวออกไปดูเองเจ้าค่ะ” ยังไม่ทันก้าวพ้นธรณี เสียงตะโกนก็ดังมาจากทางประตูใหญ่ “ปิดประตูทุกด้าน! ห้ามผู้ใดเข้าออก!” หวั่นถงเงยหน้าขึ้น มือที่กำลังผูกสายเสื้อหยุดค้าง เสียงโลหะกระทบกันดังตามมา มิใช่เสียงเวรยามผลัดเปลี่ยนอย่างที่คุ้นเคย ชั่วครู่เดียวเสียงฝีเท้าก็แยกย้ายไปทั่วจวน ชิงยวนรีบย้อนกลับเข้ามา ใบหน้าซีดลง “ทหารหลวงเจ้าค่ะ” แม่นมหลิวเดินออกจากห้องข้าง ๆ ด้วยความตกใจ หวั่นถงส่งสายเสื้อให้เสี่ยวจู่ช่วยผูกต่อแล้วถามเสียงต่ำ “มาด้วยเรื่องใด” “ยังฟังไม่ถนัดเจ้าค่ะ พวกเขากำลังให้ทุกคนออกไปรวมที่ลาน” นางรับบุตรมาแนบอก เสียงตวาดดังใกล้เข้ามาอีก “คนในเรือนนี้ออกมาให้หมด!”
ตอนที่ 83 วิชาต้องห้าม เมื่อได้ของ หวั่นถงก็ให้ชิงยวนเชิญเชี่ยซูกับเฉินอวี้หลันมารับของ ตลับชาดทั้งสองวางอยู่บนถาดไม้ นางเลื่อนให้คนละตลับแล้วกล่าวถึงคำกำชับของอาจารย์เหออย่างเป็นเรื่องเป็นราว “ใช้แต่พอดี ของมงคลธาตุไม้นี้มีไม่มาก ข้าฝากถามไว้ก่อนจึงพอได้มา” เชี่ยซูเปิดฝาออก กลิ่นหอมสะอาดของสมุนไพรแผ่ขึ้นบางเบา นางแตะเนื้อชาดบนหลังมือแล้วเงยหน้าด้วยความพอใจ “กลิ่นต่างจากของเดิมเล็กน้อยแต่หอมสบายเหลือเกินเจ้าค่ะ” เฉินอวี้หลันขยับเข้ามาดู “รบกวนพี่หญิงหลายครั้งแล้ว วันหน้ามีสิ่งใดให้ช่วย โปรดบอกพวกข้าด้วยนะเจ้าคะ” หวั่นถงยิ้มรับ มิได้รีบทวงน้ำใจที่อีกฝ่ายเอ่ยให้ ครั้นทั้งสองกลับไป ชิงยวนจึงเก็บถาดแล้วรายงานเรื่องที่จัดการไว้ระหว่างออกจากจวน “เงินส่วนของท่านที่เหลือในช่องลับ บ่าวนำออกไปฝากรวมกับส่วนเดิมแล้วเจ้าค่ะ” หวั่นถงมองหีบผ้าที่ปิดสนิทอยู่ข้างผนัง ยามนี้ข้างในเหลือเพียงอาภรณ์กับของใช้ตามปกติ “ทางนั้นเก็บแยกไว้ดีแล้วหรือ” “เรียบร้อยเจ้าค่ะ ผู้ดูแลรู้เพียงว่าต้องส่งคืนเมื่อได้รับคำสั่ง มิได้ลงไว้ในชื่อจวน” นางพยักหน้าแล้วให้ชิงยวนพัก เสี
ตอนที่ 82 หมากที่วางไว้แล้ว เช้าวันต่อมา หวั่นถงตื่นขึ้นโดยมิได้รู้สึกหนักอึ้งเท่าเมื่อก่อนแม้ยังต้องพักหลังถอนอาคมทว่าความกังวลเรื่องเสิ่นเยี่ยนเหิงก็คลายลงมาก เมื่อคืนเขานั่งกินอาหารอยู่กับนางจนเสร็จ มิได้กระสับกระส่าย ชิงยวนเข้ามาแจ้งว่าเชี่ยซูกับเฉินอวี้หลันมาขอพบ พวกนางนำของบำรุงมาฝากก่อนเอ่ยถามถึงชาดที่เคยได้รับ “พี่หญิง ยังพอมีเหลืออีกหรือไม่เจ้าคะ” เชี่ยซูเปิดตลับที่ใกล้หมดให้ดู เฉินอวี้หลันนั่งอยู่ข้างกันแล้วพยักหน้าตาม “ข้าลองใช้อย่างอื่น สีไม่ละมุนเท่าตลับนี้เลยเจ้าค่ะ” หวั่นถงรับมาดูของที่ให้นั้นนางเลือกเนื้อชาดอย่างดีมาตั้งแต่แรก มิได้ลงอาคมเพิ่มเพราะต้องเก็บกำลังไว้ เห็นพวกนางชอบก็ยิ่งแน่ใจว่าของธรรมดาที่มีคุณภาพย่อมขายได้เช่นกัน “ข้าจะให้คนออกไปถามหากยังมีจะฝากซื้อให้” อนุทั้งสองขอบคุณอย่างยินดี มิรบกวนนานนักก็ขอตัวกลับต่อมาจึงให้สาวใช้นำเงินมาฝากไว้ หวั่นถงให้ชิงยวนจัดการเรื่องชาดผ่านเหอซางแล้วกำชับถึงเงินส่วนที่เป็นของตน “ที่เก็บข้างนอกก็ให้เก็บต่อไป อย่านำกลับมารวมไว้ในเรือน” เสี่ยวจู่ซึ่งกำลังเก็บตลับเปล่าเงยหน้าขึ้น
ตอนที่ 81 จับตา เสียงสวดต่ำ ๆ ดังสม่ำเสมออยู่ในโถง ศิษย์ทั้งห้านั่งหลับตาตามคำสอนของเหอซาง ซ่งหยางนั่งอยู่ริมสุด แผ่นหลังตรง ท่าทางสงบนิ่งกว่าผู้อื่น หวั่นถงมองผ่านช่องฉลุของฉากไม้ นางเพิ่งมีกำลังพอออกจากเรือนจึงให้ชิงยวนพามาถวายเครื่องหอมแล้วแวะดูการฝึก วันนี้นางมิได้เปิดจิตรับสิ่งใด เพียงเฝ้าดูอยู่เงียบ ๆ เมื่อศิษย์ด้านนอกเดินผ่านประตู ซ่งหยางกลับขยับปลายนิ้วแล้วลืมตาขึ้นนิดหนึ่ง สายตาเลื่อนไปยังทางเดินด้านในก่อนหลุบลง หวั่นถงจำได้ว่าเขาทำเช่นนี้แล้วสองครั้ง คนผู้นี้หูไว ลมหายใจมั่นคง มิคล้ายผู้เพิ่งเริ่มฝึกจิตทว่ายังสนใจเสียงคนเดินมากกว่าบทสวดตรงหน้า “ศิษย์ที่นั่งริมสุดชื่ออะไร” ชิงยวนตอบเสียงเบา “ซ่งหยางเจ้าค่ะ เหอซางบอกว่าเป็นคนขยัน เรียกใช้สิ่งใดก็คล่องแคล่ว” หวั่นถงพยักหน้ารับ มิได้กล่าวต่อ ครั้นดูจนจบ นางจึงกลับจวนโดยไม่เรียกเขามาพบ เสี่ยวจู่รอรับอยู่ในเรือนจันทร์ฉาย เห็นนางยังเดินไหวก็ผ่อนสีหน้าลงแล้วเลื่อนถ้วยน้ำอุ่นมาให้ “วันนี้ท่านไม่ได้ฝืนใช้อาคมใช่หรือไม่เจ้าคะ” “ข้าเพียงไปนั่งดู” “เช่นนั้นก็ดีเจ้าค่ะ กำลังเพิ่ง
ตอนที่ 80 ต้องบำรุงใหม่อีกครั้ง กลิ่นยาลอยขึ้นจากถ้วยที่เสี่ยวจู่ยกมาวาง หวั่นถงมองมันอยู่นานก่อนยอมรับมาดื่ม นางเพิ่งพักจนเริ่มมีกำลังขึ้นบ้าง เดิมคิดว่าอีกไม่กี่วันคงพอตั้งจิตตรวจอาคมที่ผูกไว้กับเสิ่นเยี่ยนเหิงได้แล้ว ผู้ใดจะคิดว่าต้องใช้พลังช่วยเหอซางในยามค่ำตามด้วยส่งวิญญาณเด็กในเช้าวันรุ่งขึ้น เรื่องถอนอาคมให้ชายหนุ่มคงต้องเลื่อนออกไปก่อน หวั่นถงถอนหายใจ นางยังไม่รู้แน่ว่าความผิดปกติของเขาเกิดจากมนต์เรียกจิตเพียงใดทว่าคาถานั้นเป็นสิ่งที่นางลงมือเอง ย่อมอดรู้สึกผิดไม่ได้ เขาต้องไปค่ายแต่เช้า กลับจวนแล้วยังมีอนุใหม่คอยปรนนิบัติส่วนเรือนใหญ่ก็ส่งของบำรุงไปให้ไม่ขาด หากอาคมของนางมีส่วนทำให้เขาว้าวุ่นจริง ปล่อยไว้เช่นนี้ย่อมมิใช่เรื่องดี นางวางถ้วยยาแล้วลองรวบรวมสมาธิ เพียงชั่วครู่ความหนักอึ้งก็แล่นขึ้นมาตรงขมับ หวั่นถงหยุดทันที ยามนี้แม้แต่ดูแลตนเองยังลำบาก จะไปคลายมนต์ที่ผูกไว้กับผู้อื่นได้อย่างไร เสี่ยวจู่เห็นนางยกมือกดขมับก็ขยับเข้ามาช่วยนวดเบา ๆ “วันนี้อย่าเพิ่งอ่านตำราเลยเจ้าค่ะ บ่าวเตรียมน้ำแกงไว้แล้ว อีกครู่จะยกมาให้” “ข้าเพิ่งดื
ตอนที่ 45 สูญวิญญาณ เหอซางชะงักงัน หัวใจเต้นระรัวราวกับกลองรบ เขามองสลับระหว่างความว่างเปล่าที่เหอฉีบอก กับร่างเด็กชายที่เขายังคงเห็นนั่งอยู่อย่างชัดเจน ทันใดนั้น เด็กคนนั้นก็ค่อยๆ หันหน้ามามองเหอซาง...ดวงตาของเด็กน้อยมืดมิดไร้ตาขาวก่อนจะอ้าปากคล้ายจะสื่อสารบางอย่างแต่กลับมีเพียงควันสี
ตอนที่ 43 หรือจะไม่ได้ผลหวั่นถงนิ่งงันไปครู่ใหญ่หลังจากฟังคำรายงานของชิงยวน นางมองดูใบหน้าหลับปุ๋ยของบุตรชายวัยสี่เดือนที่นอนอยู่ในอ้อมแขน พลางใช้ความคิดอย่างหนัก“เขามองเห็นได้เองงั้นหรือ...”หวั่นถงพึมพำ น้ำเสียงแฝงความหนักใจอย่างปิดไม่มิด “วิชาที่ข้าเรียนมา การมองเห็นคือจุดเริ่มต้นของหายนะ หากด
ตอนที่ 42 ไม่คาดฝัน หลังจากเหตุการณ์ในคืนนั้นผ่านพ้นไปหลายวันหวั่นถงอาศัยช่วงเวลาที่เรือนจันทร์ฉายสงบเงียบเรียก ชิงยวน และ เสี่ยวจู๋ ข้ามาในห้องลับเพื่อถ่ายทอดวิชา‘อาคมส่งวิญญาณ’ อย่างจริงจังนางสอนด้วยวาจาและเน้นย้ำถึงการใช้สมาธิเพื่อเป็นทางผ่านให้ผลบุญไปถึงผู้ล่วงลับ โดยมุ่งหวังให้ชิ
ตอนที่ 41 ส่งเสริมท่ามกลางแสงแดดอ่อนยามบ่ายที่สาดส่องลงมายังทางเดินหินอ่อนที่เชื่อมระหว่างเรือน อนุห้าและอนุหก กำลังเดินนวยนาดพลางสนทนาเรื่องวาสนาบารมีกันอย่างออกรสทว่าจังหวะนั้นเอง ร่างบางของหวั่นถง ในชุดสีฟ้าซีดดูสะอาดตาก็เดินผ่านมาพร้อมกับ ชิงยวนและเสี่ยวจู่ นางก้าวเดินอย่างช้าๆ ท่าทางดูอ่อนแร







