ทะลุมิติสวมรอยเป็นแม่เลี้ยง

ทะลุมิติสวมรอยเป็นแม่เลี้ยง

last updateTerakhir Diperbarui : 2025-06-04
Bahasa: Thai
goodnovel16goodnovel
6
2 Peringkat. 2 Ulasan-ulasan
40Bab
9.1KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

เมื่อ "หลี่อวี้จิง" ถูกลิขิตให้ทะลุมิติมาเป็น "หลี่เหมยหยุน" แม่เลี้ยงคนใหม่ในครอบครัวที่เต็มไปด้วยการปั่นป่วนและความลับ เธอจะใช้ชีวิตใหม่ที่ได้รับมาอย่างไรในโลกที่เธอไม่เคยรู้จัก?

Lihat lebih banyak

Bab terbaru

Bab Lainnya

Ulasan-ulasan

Pinnolongerbe Ok
Pinnolongerbe Ok
ตามจ้ารอให้อัพเดทเยอะๆๆ ก่อน
2025-05-16 21:45:33
1
0
Nattery
Nattery
อ่านไม่ลื่นไหล ติดขัดทุกบท คำติตามที่แจ้งท้ายบทย่อย
2025-07-20 01:34:24
0
0
40 Bab
ร่างใหม่
หลี่อวี้จิงรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะตาย ไม่ใช่เพราะร่างกายเจ็บปวดจากอุบัติเหตุ แต่เพราะหัวใจของเธอมันแตกสลาย เมื่อต้องสูญเสียความรักที่เคยมีทุกสิ่ง ทุกอย่างในชีวิตของเธอค่อย ๆ หลุดลอยไปจากมือ การเลือกที่ผิดพลาดในชีวิตคู่ทำให้เธอไม่มีอะไรเหลืออีกแล้ว วันหนึ่ง ขณะที่นั่งอยู่ในห้องมืด ๆ เธอได้พบกับหนังสือเก่าเล่มหนึ่งที่พ่อแม่เคยทิ้งไว้ ก่อนที่จะตัดสินใจเปิดมันขึ้น เธอก็ไม่คิดว่ามันจะเป็นประตูสู่โลกที่เธอไม่เคยรู้จัก หนังสือเล่มนั้นไม่ได้แค่บอกเล่าความรู้หรือเรื่องราวในอดีต แต่มันพาเธอไปสู่สถานที่หนึ่งที่เต็มไปด้วยอันตราย ความลึกลับ และการต่อสู้ที่ยากจะเข้าใจ หลี่อวี้จิงรู้สึกตัวอีกทีเมื่อภาพทุกอย่างรอบตัวเธอเริ่มเบลอไป แล้วเธอก็สะดุ้งตื่นขึ้นมาในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย เมื่อมองไปข้างๆ เธอเห็นสภาพแวดล้อมที่เป็นห้องหรูหราแบบจีนโบราณ ภาพผนังที่แกะสลักลวดลายและเครื่องเรือนที่สวยงามบ่งบอกว่าเธออยู่ในสถานที่ที่ไม่ใช่โลกเดิมของเธอ เธอพยายามรวบรวมสติ แต่มือที่ยื่นออกมาจากกระจกเงากลับไม่ใช่มือของเธอเอง มันเป็นมือของผู้หญิงอีกคนที่มีลักษณะหน้าตาคล้ายคลึงกัน แต่ที่แตกต่างออกไปคือใบหน้าของผู้หญิงใน
Baca selengkapnya
นางเปลี่ยนไป
หลังจากที่หลี่อวี้จิง หลี่เหมยหยุนในร่างใหม่ ได้จัดการอาบน้ำและเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ของตัวเองจนดูสะอาดสะอ้านและสง่างามกว่าเดิม นางก็รู้สึกได้ถึงความสดชื่นและมั่นใจมากขึ้น"ถึงแม้ข้าจะอยู่ในร่างของหญิงที่ไม่มีใครรัก แต่ข้าก็จะไม่ปล่อยให้ตัวเองจมปลักอยู่กับอดีต" นางพึมพำกับตัวเองเบา ๆ ก่อนจะตัดสินใจเดินออกไปสำรวจภายในจวนเมื่อเดินออกจากเรือนพัก นางก็สัมผัสได้ถึงอากาศบริสุทธิ์และกลิ่นหอมของดอกไม้ที่ปลูกไว้รอบลาน แม้จวนของลู่เหรินเจ๋อจะดูโอ่อ่าและยิ่งใหญ่สมฐานะบุรุษผู้มีอำนาจ แต่บรรยากาศกลับเงียบสงบ ราวกับไร้ชีวิตชีวาไม่นานนัก เสียงฝีเท้าเล็ก ๆ สองคู่ก็ดังขึ้นจากอีกฟากของทางเดิน"นางปีศาจออกมาแล้ว!"เสียงหนึ่งดังขึ้นอย่างตกใจ นางหันไปมองตามเสียง ก่อนจะเห็นเด็กชายสองคนที่ยืนจับมือกันแน่น พวกเขาตัวเล็กกว่าวัยที่นางคาดไว้ หน้าตาของทั้งคู่มีเค้าโครงเดียวกับลู่เหรินเจ๋อโดยไม่ต้องสงสัย"เจ้าสองคน..." นางเอ่ยขึ้นเบา ๆแต่ไม่ทันที่นางจะพูดอะไรต่อ เด็กชายที่โตกว่าก็รีบยืนกำหมัดแน่น ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดระแวง "เจ้าอย่าคิดว่าอาบน้ำแล้วจะเปลี่ยนไปได้! พวกข้ารู้ว่าเจ้าชอบทุบตีพวกข้า!"เด็กชายอีกคนที
Baca selengkapnya
แสงแดดยามสาย
แสงแดดยามสายส่องกระทบผืนน้ำในสระบัว ทำให้เกิดประกายระยิบระยับ ดอกบัวหลากสีบานสะพรั่ง แผ่นใบบัวเขียวขจีลอยนิ่งเหนือผิวน้ำ ลมเย็นพัดเอื่อย ๆ ช่วยให้บรรยากาศดูผ่อนคลายหลี่อวี้จิงยืนอยู่บนสะพานหินที่ทอดข้ามสระบัว นางทอดสายตามองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกแปลกใหม่ ทุกสิ่งในที่แห่งนี้ดูงดงามราวภาพวาด แต่ภายในจวนแห่งนี้กลับเย็นชาไร้ชีวิตชีวา"นางปีศาจตัวจริงถึงกับยอมออกมาเดินเล่นกลางวันแสก ๆ เช่นนี้ด้วยหรือ?"เสียงทุ้มต่ำเย็นชาเอ่ยขึ้นจากด้านหลัง หลี่อวี้จิงหันกลับไปมอง ก็พบชายร่างสูงสง่าผู้หนึ่งยืนกอดอกอยู่ หัวคิ้วเข้มขมวดเล็กน้อย ราวกับกำลังพิจารณาบางสิ่ง"ท่านลู่เหรินเจ๋อ?" นางเรียกชื่อเขาออกมาโดยไม่รู้ตัวลู่เหรินเจ๋อจ้องมองนางด้วยสายตาเย็นชา ก่อนจะกวาดมองรูปลักษณ์ของนางตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า "ข้าเกือบจำเจ้าไม่ได้..."หลี่อวี้จิงขมวดคิ้วเล็กน้อย "ทำไมถึงกล่าวเช่นนั้น?"ลู่เหรินเจ๋อยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย คล้ายรอยยิ้มแต่ก็ไม่ใช่ "ปกติเจ้ามักจะอยู่ในสภาพรกรุงรัง ราวกับไม่เคยสนใจตัวเอง แต่วันนี้กลับแต่งตัวเรียบร้อย ดูสะอาดสะอ้านขึ้นผิดหูผิดตา น่าประหลาดนัก หรือว่าเจ้าคิดจะเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อเ
Baca selengkapnya
ลานชักผ้า
หลี่อวี้จิงมองกองผ้ากองโตตรงหน้าอย่างสงบ แม้มือจะเริ่มเปียกน้ำจากการชักผ้า แต่นางยังคงสงบนิ่ง ไร้ซึ่งท่าทีอิดออดเหมือนที่บ่าวไพร่คาดหวังเสียงซุบซิบดังขึ้นรอบด้าน"ดูสิ นางกำลังจะยอมแพ้หรือเปล่า?""หึ! นางคุณหนูเคยแต่ใช้นิ้วชี้สั่งคนอื่น คงไม่รู้หรอกว่าการซักผ้ามันเหนื่อยเพียงใด"แต่แทนที่หลี่อวี้จิงจะถอนหายใจ หรือแสดงท่าทีอ่อนล้า นางกลับกวาดตามองรอบ ๆ ลานซักผ้าอย่างพินิจพิเคราะห์ นางสังเกตเห็นว่าบ่อน้ำอยู่ไม่ไกลนัก และรางไม้ที่ใช้รองรับน้ำไหลผ่านลานชักผ้านั้นถูกออกแบบให้สามารถแบ่งน้ำไปได้หลายทิศทาง"หากข้าใช้แรงมากเกินไป ข้าจะหมดแรงเร็วขึ้น เช่นนั้นก็ต้องใช้สติให้มากกว่ากำลัง"นางเดินไปใกล้บ่อและยกถังไม้ขึ้น แต่แทนที่จะตักน้ำด้วยแรงของตนเอง นางกลับใช้คานไม้ที่อยู่ใกล้เคียงมาพาดเป็นคานงัด ทำให้สามารถยกถังน้ำขึ้นได้โดยไม่ต้องออกแรงมาก"นางทำอะไรน่ะ?" บ่าวไพร่บางคนเริ่มสงสัยหลังจากนั้น นางนำผ้าหลายผืนไปแช่ในรางน้ำที่ไหลผ่านลานชักผ้า ก่อนจะใช้ไม้ซักผ้าขัดเพียงเบา ๆ แทนที่จะต้องออกแรงขยี้หนัก ๆ แบบที่บ่าวไพร่ทำ"ข้าเพียงแค่ใช้กระแสน้ำให้เป็นประโยชน์เท่านั้น" นางยิ้มบาง ๆ พลางใช้มือสะบัดฟ
Baca selengkapnya
หลี่อวี้จิ้ง
กลิ่นอาหารหอมกรุ่นยังคงอบอวลอยู่ในโรงครัว แต่ทุกคนกลับรู้สึกเหมือนอุณหภูมิรอบตัวลดลงฉับพลัน เมื่อร่างสูงสง่าของ ลู่เหรินเจ๋อ ปรากฏตัวขึ้นที่ประตูบ่าวไพร่พากันค้อมศีรษะหลบสายตา ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง"แม่ทัพ..." บางคนพึมพำเสียงสั่น เพราะไม่รู้ว่าท่านแม่ทัพเดินมาถึงที่นี่ตั้งแต่เมื่อใดแต่มีเพียงคนเดียวที่ไม่สะทกสะท้านต่อบรรยากาศกดดันนั้น…หลี่อวี้จิงนางเหลือบมองพระเอกที่ยืนอยู่ตรงนั้นแวบหนึ่ง ก่อนจะหันไปหยิบตะเกียบ คีบข้าวคำสุดท้ายเข้าปาก จากนั้นก็ยกแขนเสื้อขึ้นเช็ดปากแบบลวก ๆเมื่อเห็นว่าลู่เหรินเจ๋อยังคงยืนจ้องนางนิ่ง ๆ นางก็พ่นลมหายใจออกมาหนึ่งเฮือก ก่อนจะลุกขึ้นแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ"เหม็นขี้หน้า"เสียงนั้นดังชัดเจนในโรงครัวเงียบกริบบ่าวไพร่พากันตัวสั่น นายหญิงเอ่ยวาจาสามหาวต่อท่านแม่ทัพ!ลู่เหรินเจ๋อชะงักไปเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะคำพูดของนาง แต่เพราะน้ำเสียงที่เปล่งออกมา มันเต็มไปด้วยความรำคาญจริง ๆ ไม่มีแม้แต่ความเกรงกลัวหรือยำเกรงแม้แต่น้อยนางพูดจบก็หันหลังเดินหนีทันทีโดยไม่รอฟังปฏิกิริยาของเขา ทิ้งให้บ่าวไพร่และเสี่ยวถิงอ้าปากค้าง"คุณหนู! เอ่อ... นายหญิง!" เสี่ยวถิงรีบ
Baca selengkapnya
ซ่งเยว่หรง
หลี่อวี้จิงเพิ่งกินอาหารเสร็จและกำลังจะเอนตัวพักผ่อนหลังจากวันที่เหน็ดเหนื่อยแต่ก่อนที่นางจะได้พัก เสียงอึกทึกก็ดังขึ้นที่หน้าตำหนัก"บังอาจ! เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นใครกันถึงได้กล้าทำตัวสูงส่งเช่นนี้!?"เสียงแหลมสูงเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวดังขึ้น ก่อนที่บ่าวไพร่จะรีบวิ่งเข้ามารายงานด้วยสีหน้าตื่นตระหนก"นายหญิง! คุณหนูซ่งมาหาเรื่องเจ้าค่ะ!"หลี่อวี้จิงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย นางยังไม่ทันจะตอบอะไร เสียงฝีเท้าก็เร่งรุดเข้ามาด้านในร่างของหญิงสาวผู้หนึ่งในชุดแพรไหมหรูหราสีแดงสดเดินเข้ามาอย่างองอาจ นางมีใบหน้างดงามแต่แฝงไปด้วยความเย่อหยิ่ง สายตาที่มองมาที่หลี่อวี้จิงเต็มไปด้วยความดูแคลนซ่งเยว่หรงบุตรสาวของเสนาบดีฝ่ายขวา หญิงสาวที่เป็นที่หมายปองของเหล่าขุนนางและคุณชายชั้นสูง นางตกหลุมรักลู่เหรินเจ๋อมานานแล้ว แต่สุดท้ายกลับต้องเห็นเขาแต่งงานกับหลี่เหมยหยุน หญิงที่นางดูถูกว่าเป็นเพียงของไร้ค่าซ่งเยว่หรงกวาดตามองหลี่อวี้จิงตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม"เจ้าช่างไม่เจียมตัวจริง ๆ คิดว่าตัวเองเป็นนายหญิงของจวนแม่ทัพแล้วจะสามารถเทียบชั้นกับข้าได้อย่างนั้นหรือ?"หลี่อ
Baca selengkapnya
คุณนายลู่
เช้าวันถัดมา ภายในลานกว้างของจวนแม่ทัพ บรรดาบ่าวไพร่พากันจับกลุ่มกระซิบกระซาบ บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียด"ได้ยินว่าคุณหนูซ่งพาแขกมาที่จวน""แขกอะไรกันล่ะ? ข้าได้ยินว่าเป็นคุณหนูจากตระกูลขุนนางหลายคน พวกนางต้องการมาทดสอบนายหญิงของเรา!"บ่าวไพร่ต่างพากันสงสัยว่าเหตุใดจู่ๆ คุณหนูซ่งจึงพาสตรีชั้นสูงจากจวนต่างๆ มาที่นี่ โดยอ้างว่าต้องการ "เยี่ยมเยียน" หลี่อวี้จิงในเรือนรับรองแขก ซ่งเยว่หรงในชุดสีชมพูอ่อนปักลายกลีบบัว ดูอ่อนหวานและสง่างาม นางยิ้มอ่อนโยน พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน"วันนี้ข้าพาคุณหนูจากตระกูลขุนนางมาทักทายคุณนายของจวนแม่ทัพ ข้าได้ยินมาว่าคุณนายลู่เป็นสตรีที่มีความสามารถ จึงอยากขอเรียนรู้จากท่านบ้าง"หญิงสาวที่มาด้วยกันต่างพากันหัวเราะเบา ๆ แววตาของพวกนางมีทั้งเยาะหยันและดูแคลน"จริงหรือเจ้าคะ?" คุณหนูจากตระกูลหลี่แสร้งเอ่ยเสียงอ่อนหวาน "ข้าได้ยินว่าคุณนายลหลี่เหมยหยุนเดิมเป็นสตรีอ่อนแอไร้ความสามารถ มิหนำซ้ำยังชอบทุบตีเด็ก ๆ เมื่อคราวก่อน แต่บัดนี้กลับกลายเป็นคนละคน ข้าอดทึ่งมิได้จริง ๆ"บรรยากาศภายในห้องเต็มไปด้วยความกดดัน บ่าวไพร่ที่คอยรับใช้ต่างตัวสั่น พวกนางรู้ดีว่
Baca selengkapnya
วิทยายุทธ
ซ่งเยว่หรงที่พ่ายแพ้ในการแข่งขันพู่กัน แม้จะยิ้มอยู่แต่ภายในใจของนางเต็มไปด้วยความไม่พอใจ นางไม่คิดเลยว่าหลี่อวี้จิงจะมีพรสวรรค์ในการประพันธ์กวีและศิลปะการเขียนอักษรถึงเพียงนี้ แต่แค่ความสามารถด้านอักษรศาสตร์เพียงอย่างเดียว มิได้ทำให้นางเป็นสตรีที่เหมาะสมกับตำแหน่งนายหญิงแห่งจวนแม่ทัพ! ซ่งเยว่หรงกระแอมเบา ๆ ก่อนจะยิ้มอ่อนหวาน แล้วเอ่ยขึ้นมา “คุณนายหลี่เหมยหยุน ท่านมีพรสวรรค์ด้านวรรณศิลป์เป็นเลิศ ทำให้ข้าทึ่งเป็นอย่างยิ่ง” นางหยุดเล็กน้อยก่อนกล่าวต่อ “แต่จวนแม่ทัพมิได้ต้องการเพียงแค่สตรีที่มีความสามารถด้านกวีเท่านั้น ท่านเห็นด้วยหรือไม่?” หลี่อวี้จิงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย นางรู้ว่าคุณหนูซ่งกำลังวางกับดัก “เจ้าต้องการพูดอะไร?” ซ่งเยว่หรงเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะลุกขึ้นยืน แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานแต่แฝงด้วยความท้าทาย “ข้าอยากขอให้ท่านแสดงความสามารถด้านศิลปะการต่อสู้ให้พวกเราชมสักเล็กน้อย” เมื่อสิ้นคำพูดของนาง หญิงสาวจากตระกูลขุนนางที่นั่งอยู่ต่างส่งเสียงฮือฮา พวกน
Baca selengkapnya
ล้มทั้งกระดาน
หลังจากซ่งเยว่หรงจากไป บรรยากาศรอบลานประลองก็เงียบลงชั่วขณะ ก่อนที่เสียงฝีเท้าเล็ก ๆ จะดังขึ้น “ท่านพ่อ!” เด็กชายสองคนวิ่งตรงมาหาพระเอก สีหน้าของพวกเขาดูตื่นเต้นปนกังวล บู่เหรินเจ๋อก้มลงมองบุตรชายทั้งสอง ดวงตาคมกริบของเขาฉายแววสงสัย "เหตุใดพวกเจ้าจึงรีบวิ่งมาข้าเช่นนี้?" เด็กชายคนโตรีบพูดขึ้นทันที "ท่านพ่อ! ท่านเห็นหรือไม่ ท่านแม่เลี้ยง... นางเก่งมาก!" เด็กชายคนเล็กพยักหน้าหงึกหงักแล้วเสริม "จริงด้วยขอรับ! นางใช้เพียงกระบวนท่าเดียวก็ล้มองครักษ์ของคุณหนูซ่งได้!" ลู่เหรินเจ๋อเลิกคิ้วเล็กน้อยก่อนจะหันไปมองหลี่อวี้จิง นางยืนกอดอกมองพวกเขาด้วยสีหน้าเรียบเฉย "หึ... กระบวนท่าเดียวล้มทั้งกระดาน คิดว่าเก่งนักหรือ?" น้ำเสียงของพระเอกยังคงเย็นชา แต่หากสังเกตดี ๆ จะเห็นว่าแววตาของเขามีประกายบางอย่างซ่อนอยู่ หลี่อวี้จิงเพียงยิ้มบาง "อย่างน้อยข้าก็ไม่ใช่คนที่จะให้ใครมารังแกได้ง่าย ๆ" เด็กชายคนโตหันมามองนาง ก่อนจะเอ่ยเสียงเบา "ท่านแม่เลี้ยง... ท่านฝึ
Baca selengkapnya
สอนการเอาตัวรอด
กลยุทธ์และสัญลักษณ์ขอความช่วยเหลือ หลี่อวี้จิงเห็นว่าเด็กทั้งสองเริ่มเข้าใจแนวคิดของการใช้สติปัญญาแทนกำลัง นางจึงตัดสินใจสอนสิ่งที่มีประโยชน์มากขึ้น "ในโลกนี้ ไม่ใช่ทุกครั้งที่เจ้าจะสามารถต่อสู้กับศัตรูได้โดยตรง" นางเอ่ยเสียงนุ่มนวล "หากเจ้าอ่อนแอกว่า ก็ต้องรู้จักวิธีหลีกเลี่ยง หรือขอความช่วยเหลือ" เด็กชายทั้งสองขมวดคิ้ว "ขอความช่วยเหลือ? อย่างไรหรือขอรับ?" หลี่อวี้จิงยิ้ม ก่อนจะหยิบกิ่งไม้มาวาดบนพื้นดินเป็นสัญลักษณ์ง่าย ๆ "จงจำสิ่งนี้ไว้" นางชี้ไปที่รูปที่นางวาด "หากวันใดเจ้าตกอยู่ในอันตราย แต่ไม่สามารถร้องขอความช่วยเหลือได้โดยตรง ให้ใช้สัญลักษณ์นี้" เด็กชายทั้งสองมองดู มันเป็นสัญลักษณ์คล้ายตัวอักษรที่ดูเรียบง่าย "เจ้าสามารถวาดมันบนพื้นทราย ผนัง หรือแม้แต่ใช้ก้อนหินเรียงเป็นรูปร่างนี้ หากคนของจวนเห็นเข้า พวกเขาจะรู้ว่าต้องตามหาพวกเจ้า" เด็กชายคนโตร้อง "อืม! เข้าใจแล้ว!" เด็กชายคนเล็กยังคงครุ่นคิด "แล้วถ้าเราไม่มีโอกาสวาดล่ะขอรับ?" หลี่อวี้จิงพยักหน้าอย่างพอใจที่เขาตั้งคำถามดี นางหยิบใบไม้แห้งขึ้นมาก่อนจะฉีกเป็นชิ้นเล็ก ๆ "ถ้าไม่มีโอกาสเขียน เจ้าสามารถใช้สิ่งรอบตัว อย่างเศษใบไม
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status