Masukตอนที่ 31 ไม่ร้ายเรือนจันทร์ฉายหวั่นถงที่นั่งเอนกายอยู่บนตั่งไม้ โดยมีชิงยวนคอยนวดเฟ้นที่ขาแผ่วเบา มุมปากของนางยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่ชวนให้คนมองรู้สึกหนาวสั่น นางได้รับรู้ทุกคำพูดที่เกิดขึ้นในเรือนพยาบาลผ่านสายลับของนางเรียบร้อยแล้ว“ความโกรธทำให้คนโง่ลงเสมอ...” หวั่นถงรำพึงพลางหยิบกระจกขึ้นมาดูใบหน้าซีดเซียวของตนเองอีกครั้ง “จิงเจียวกำลังจะทำลายตัวเองด้วยมือของนางเอง ยิ่งนางอาละวาด ยิ่งนางแสดงความหึงหวงหน้ามืดตามัว นายน้อยที่รักความสงบและเกลียดความวุ่นวายย่อมจะยิ่งถอยห่าง...นางกล้าทำร้ายข้า..ข้าไม่ปล่อยนางไปแน่นอน”นางหันไปหาชิงยวน “เจ้าไปกระพือข่าวในเรือนหลักเพิ่มอีกนิด บอกว่านายน้อยชมว่ายามที่ข้าป่วย ข้าดู ‘น่าทะนุถนอม’ กว่ายามปกติเสียอีก ข้าอยากเห็นว่าจิงเจียวจะแสร้งป่วยตามข้า หรือจะบุกมาบีบคอข้าให้ตายไปข้างหนึ่ง”“รับบัญชาเจ้าค่ะนายหญิง”ชิงยวนยิ้มรับด้วยแววตาเจ้าเล่ห์ไม่แพ้กันเสียงร้องไห้โยเยแผ่วเบาของทารกน้อยดังขึ้นหวั่นถง ที่เมื่อครู่ยังนั่งวางหมากด้วยแววตาเย็นชาพลันเปลี่ยนสีหน้าไปในทันที นางขยับกายลุกขึ้นอย่างแช่มช้าแม้ร่างกายจะยังอ่อนแรงที่ริมหน้าต่าง แสงจันทร์รำไรส
ตอนที่ 30 รับอนุเพิ่ม ชื่อเสียงของ เหอซาง ในยามนี้ขจรขจายไปไกลยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง ไม่ว่าจะเป็นขุนนางชั้นสูง คหบดีผู้มั่งคั่ง หรือแม้แต่พ่อค้าหน้าเลือดที่เคยสบประมาทเขา ต่างก็พยายามหาหนทางเข้าพบเพื่อขอรับยันต์คุ้มภัยหรือคำชี้แนะจาก "ท่านอาจารย์" ผู้มีกายศิลาฟันแทงไม่เข้าทว่า ยิ่งโด่งดัง เหอซางกลับยิ่งเก็บตัวเงียบสงบตามคำสั่งของ นายหญิง การปฏิเสธผู้คนอย่างต่อเนื่องกลับยิ่งเป็นการสร้างรัศมีแห่งความลี้ลับให้เขาทวีคูณขึ้นไปอีก สิ่งเดียวที่เป็นความเคลื่อนไหวอย่างชัดเจนในยามนี้คือ การเริ่มวางรากฐานก่อสร้างสำนักแห่งใหม่ที่ดูโอ่อ่าและโอฬารกว่าเดิมในห้องลับหลังสำนักเดิมที่ปิดมิดชิด เหอซางจ้องมองถุงเงินตั๋วเงินและสมบัติที่วางกองอยู่เบื้องหน้าด้วยแววตาเป็นประกาย“แม่นาง ท่านบอกว่านายท่านจะสร้างสำนักให้ข้าใหม่หรือ” เหอซางถามเสียงสั่นด้วยความตื่นเต้นชิงยวน ซึ่งสวมอาภรณ์สีเข้มปกปิดทั้งใบหน้าพยักหน้าพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ถูกต้อง... นี่คือเงินที่ให้เจ้านำไปใช้ได้ และจงหาคนมีฝีมือสักหน่อยคอยคุ้มกันสำนักด้วย นายท่านไม่ต้องการให้มีแมลงหวี่แมลงวันเข้าไปรบกวนเวลาที่ท่านต้องใช้สมาธิปรุง
ตอนที่ 29 ล้มป่วยหลินจิงเจียวเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาฉายแววสงสัย“ล้มป่วยหรือ”สาวใช้ข้างกายรีบก้าวขึ้นมาเอ่ยตอบอย่างระมัดระวัง “เจ้าค่ะ… สาวใช้นางเรียกหมอมาตั้งแต่เช้า ข้าให้คนไปสืบดูแล้ว เห็นว่าป่วยจริง มิใช่แสร้งทำเจ้าค่ะ”หลินจิงเจียวหัวเราะในลำคอเบา ๆ คล้ายไม่ปักใจเชื่อ “คงไม่ใช่เรียกความสงสารกระมัง วันก่อนนางเองก็มิใช่เพิ่งได้ปรนนิบัตินายน้อยไปหรือ”สาวใช้ ก่อนจะก้มหน้าลงเล็กน้อย เอ่ยเสียงแผ่ว “เจ้าค่ะ… ได้ยินมาว่า หลังจากนายน้อยออกจากเรือนวารีฉาย ก็เรียกหานางทันทีเจ้าค่ะ”ถ้อยคำนั้นทำให้หลินจิงเจียวเม้มปากแน่นปลายนิ้วที่วางอยู่บนโต๊ะค่อย ๆ กำเข้าหากันโดยไม่รู้ตัว“เจ้าไปดูอีกสักหน่อยว่า… นางป่วยหนักเพียงใด”“ถือโสมไปด้วยสักชิ้น อย่าให้ผู้ใดเอาไปพูดได้ว่าข้าขาดเมตตา”แม้คำพูดจะดูเปี่ยมด้วยเมตตา ทว่าน้ำเสียงกลับแข็งกร้าวประดุจน้ำแข็ง สาวใช้รับคำแล้วถอยออกไปทันทีเมื่อในห้องเหลือเพียงความเงียบ หลินจิงเจียวจึงหลับตาลงชั่วครู่ ในใจลึก ๆ นางอยากให้อีกฝ่ายป่วยจนมิอาจลุกขึ้นมาแย่งชิงสิ่งใดได้อีกทว่าในเวลานี้—เสิ่นเยี่ยนเหิงกลับมาอยู่ในจวนแล้วบางความคิด…จึงทำได้เพียงเก็
ตอนที่ 28 เพิ่มพลัง เหอซางแทบจะล้มพับลงกับอาสนะทันทีที่ลับตาคน ท่าทางที่เคยดูสง่างามประดุจเทพเซียนหายวับไปในพริบตา เขารีบคลำคอและบ่าของตัวเองด้วยความหวาดเสียว“ลูกพ่อ! เจ้าเห็นไหม ดาบฟันข้าไม่เข้าจริงๆ!” เขาหันไปบอกเหอฉีด้วยเสียงกระซิบที่สั่นพร่า “นายท่านผู้นั้นเป็นใครกันแน่ ยาที่นาง... เอ๊ย ยาที่ท่านให้ข้าดื่ม มันช่างวิเศษนัก!”“พะ...พวกนั่นกลับไปหมดแล้วไม่ใช่หรือ?” เหอซางกระซิบถามพลางกวาดสายตาเลิ่กลั่ก“พวกเขาอาจจะกลับมาอีกครั้ง” ชิงยวนเอ่ยย้ำด้วยน้ำเสียงที่ทำให้นักพรตเฒ่าขนหัวลุก “และคราวนี้อาจไม่ใช่แค่องครักษ์ แต่จะเป็นพยัคฆ์ร้ายอย่างเสิ่นเยี่ยนเหิงที่ควบม้ามาปลิดชีพเจ้าด้วยมือของเขาเอง”เหอซางหน้าซีดเผือดจนกลายเป็นสีเทาขี้เถ้า มือไม้สั่นเทาจนแทบประคองใจไม่อยู่ “เสิ่นเยี่ยนเหิง... แม่ทัพผู้นั้นน่ะหรือ? แล้วข้าต้องทำอย่างไรต่อ? หากเขาใช้ดาบอาคมหรือมีวิธีทำลายตบะข้า ข้ามิหัวขาดรึ!”เงาวูบหนึ่งเคลื่อนที่ผ่านหน้าเขา ก่อนที่แผ่นยันต์สีเลือดนกที่ดูเก่าขลังและมีรังสีอำนาจเข้มข้นจะค่อยๆ ปรากฏขึ้นบนโต๊ะเบื้องหน้า ชิงยวนมอบยันต์แผ่นนั้นให้เหอซางพลางสำทับด้วยถ้อยคำเด็ดขาด“ยันต์
ตอนที่ 27 แสดงงิ้วภายในห้องโถงเก่าของสำนักพรตที่อบอวลไปด้วยกลิ่นธูปและแสงเทียนสลัว เหอซาง นั่งขัดสมาธิอยู่บนอาสนะ ดวงตาหลับพริ้มทันใดนั้น กระแสลมที่นิ่งสนิทกลับวูบไหวผ่านใบหู ความเย็นยะเยือกแล่นวูบขึ้นมาจนขนลุกซู่ ทว่ากลับไม่มีเสียงฝีเท้าหรือเงาใดๆ ปรากฏให้เห็น“นั่งนิ่งไว้... อย่าขยับดวงตา”เสียงกระซิบที่คุ้นเคยของ ชิงยวน ดังขึ้นข้างหูเหอซาง แต่นางไม่ได้ปรากฏตัวให้เห็น กายของนางหลอมรวมไปกับความมืดประดุจพรายเงา แม้แต่ยอดฝีมือที่แอบซุ่มอยู่บนหลังคาก็ไม่อาจจับสัมผัสของนางได้“แม่นางส่งเจ้ามามีธุระอันใดหรือ?”เหอซางกระซิบตอบพึมพำคล้ายคนกำลังสวดมนต์“ยามนี้ชื่อเสียงของท่านขจรขจายไปไกล เหล่าทหารเริ่มเลื่อมใสจนถึงขั้นแย่งชิงยันต์กันด้วยเงินตรา”เสียงของชิงยวนยังคงราบเรียบดุจสายลม “คนของผู้มีอำนาจจะเข้ามาหาท่าน พวกเขาไม่ได้จะทำร้ายท่านในทันที ทว่าต้องการตรวจสอบว่าท่านเป็น ‘ของจริง’ หรือไม่”เหอซางใจสั่น “แล้วข้าควรทำอย่างไร? ข้าหาได้มีอาคมติดตัวไม่ หากพวกเขาจับได้ข้ามิหัวขาดหรือ!”“สักพักข้าจะจ้างองครักษ์เงามาคุ้มกันเจ้า”ชิงยวนเอ่ยต่อ “เรื่องนี้เจ้ารู้ดีว่าพวกเขาเพียงแค่อยากจะตรวจสอบ หากพ
ตอนที่ 26 ยันต์คุ้มภัย ท่ามกลางความเงียบสงัดของค่ายทหารชั่วคราวบริเวณเชิงเขา แสงไฟจากกองฟืนวูบไหวสะท้อนเงาของเหล่าทหารที่เพิ่งเสร็จสิ้นจากการลาดตระเวนรอบค่ำ แทนที่จะพักผ่อนหลับนอน ทหารกลุ่มหนึ่งกลับล้อมวงกระซิบกระซาบกันด้วยท่าทางลับลมคมใน“พวกเจ้าดูนี่...” ทหารร่างผอมคนหนึ่งล้วงมือเข้าไปในเกราะอก หยิบแผ่นผ้าไหมสีหม่นขนาดเท่าฝ่ามือออกมาวางกลางวง แสงไฟสลัวเผยให้เห็นรอยหมึกสีแดงคล้ำที่จารึกอักขระแปลกตา “วันนี้ตอนที่พวกโจรป่าซุ่มยิงธนูลงมาจากหน้าผา ข้าสาบานได้ว่าลูกธนูดอกนั้นพุ่งตรงมาที่คอข้าอยู่แล้ว แต่มันกลับหักเหทิศทางไปเฉยๆ ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นมาปัดออก!”“ข้าก็เห็น!” ทหารอีกคนเสริมพลางลูบแขนตัวเองที่ยังสั่นน้อยๆ “ยันต์จาก ท่านนักพรต ผู้นี้ศักดิ์สิทธิ์นัก ข้าพกไว้แล้วรู้สึกอุ่นไปทั้งอก แรงปะทะจากดาบของพวกโจรแทบไม่ระคายผิวข้าเลย”นายทหารอีกคนหนึ่งซึ่งไม่มีโอกาสได้ไปพบเหอซางในวันนั้น นั่งฟังด้วยตาเป็นประกายจดจ้องแผ่นผ้าไหมนั้นราวกับจะกลืนกิน เขาขยับเข้าไปใกล้พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า“ข้าขอซื้อต่อจากเจ้าได้หรือไม่... ข้าให้เจ้าสิบตำลึง!”คำว่า ‘สิบตำลึง’ ทำให้วงสนทนาเงีย







