LOGINตอนที่ 35 อนุห้า อนุหก หวั่นถงปรายตามองหญิงสาวทั้งสองที่ยกถาดน้ำชาเข้ามาคารวะหัวใจนางสะดุดเหตุใด…พวกนางจึงดูคล้ายตนเองถึงเพียงนี้อนุห้าชื่อ เชี่ยซูสวมอาภรณ์สีอ่อนเรียบตา ใบหน้าอ่อนหวาน ดวงตาเรียวสงบท่าทางสำรวม นิ่งเงียบให้ความรู้สึกคล้ายสตรีที่ไม่แย่งชิงส่วนอนุหกชื่อ เฉินอวี้หลันรูปโฉมอาจมิได้สะดุดตาในแรกเห็นทว่ารอยยิ้มบางที่มุมปาก และแววตาที่นิ่งลึกกลับมีเสน่ห์บางอย่างซ่อนอยู่ เป็นความอ่อนโยนที่ดูไม่อ่อนแอขณะเดียวกัน—เชี่ยซูและเฉินอวี้หลันก็ลอบมองหวั่นถงเช่นกันเมื่อเชี่ยซูและเฉินอวี้หลันคารวะเสร็จ สวี่จิ่นเหยาคลี่ยิ้มบาง เอ่ยด้วยน้ำเสียงเป็นมิตร“สองท่านงดงามนัก ฮูหยินเอกช่างเลือกคนได้เหมาะสมจริง ๆ”“ดูแล้ว… ชวนให้รู้สึกคุ้นตาอยู่ไม่น้อย”สายตานางชำเลืองไปทางหวั่นถงเพียงครู่เดียวตู้เหลียนอินยกถ้วยชาขึ้นจิบ เอ่ยเบา ๆ คล้ายพูดกับตนเอง“ในจวนนี้ หากวางตัวให้ถูกที่ ก็ย่อมอยู่อย่างสงบได้”“โดยเฉพาะ… ผู้ที่รู้ว่าควรเงียบเมื่อใด” ถ้อยคำดูอ่อนโยน หากสายตาที่ทอดไปยังหวั่นถงกลับจับจ้องอยู่ชั่วอึดใจซ่งเสวี่ยเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบ สุภาพสมฐานะกิริยาท่าทางสงบงดงาม ไร้
ตอนที่ 34 เปิดจิตเมื่อเหอซางได้ฟังเงื่อนไขจากปากของชิงยวน เขาก็แทบไม่เสียเวลาไตร่ตรองแม้แต่น้อย รีบพยักหน้าตกลงในทันที ดวงตาที่เคยฉายแววกะล่อนปนหวาดระแวง บัดนี้กลับวาวโรจน์ด้วยความหวังอันแรงกล้า“ข้ายินดีทำตามทุกอย่างที่นางหญิงต้องการ! ขอเพียงได้เป็นศิษย์ และได้เรียนรู้วิชาที่แท้จริง ข้าก็พร้อมจะมอบชีวิตให้”สำหรับเหอซางแล้ว เขาหาได้รู้ซึ้งถึงตัวตนที่แท้จริงของสตรีที่อยู่หลังม่านผู้นั้นไม่ เขาไม่รู้ว่านางเป็นใคร มาจากไหน หรือมีฐานะใดในใต้หล้า เขารู้เพียงว่านางคือ “นายหญิง” ผู้มีอำนาจลึกลับและอาคมเข้มขลังอย่างที่เขาไม่เคยพบเจอมาทั้งชีวิตหัวใจของเหอซางเต้นรัวด้วยความลิงโลด ในที่สุดเขาก็จะได้หลุดพ้นจากคราบนักพรตต้มตุ๋นที่คอยหลอกลวงชาวบ้านไปวันๆ เสียทีชิงยวนยืนนิ่งสงบ ในมือถือ "ผ้ายันต์สาบานตน" ที่หวั่นถงเพิ่งปลุกเสกเสร็จสิ้น อักขระบนผ้านั้นดูราวกับมีชีวิต มันวาวโรจน์เป็นระยะคล้ายจังหวะการหายใจเหอซางคุกเข่าลงเบื้องหน้า หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นปนยำเกรง "ข้าเหอซาง พร้อมรับพันธะสัญญาจากนายหญิงแล้วขอรับ""ดี..." ชิงยวนเอ่ยเสียงเรียบ "เมื่อเจ้าประทับรอยเลือดและกล่าวคำสาบาน ยันต์นี้จะห
ตอนที่ 33 เร่งเพิ่มคนหวั่นถงหาได้ใส่ใจเรื่องที่เสิ่นเยี่ยนเหิงจะรับอนุเพิ่มแม้แต่น้อย ในทางกลับกันนางกลับรู้สึกยินดียิ่งนัก ด้วยหวังว่าสตรีเหล่านั้นจะช่วยดึงความสนใจของเขาไปเสีย ให้เขามีเวลาแวะเวียนมาหานางน้อยลงกว่าเดิมนางอุ้มบุตรชายตัวน้อยไว้ในอ้อมอกพลางหยอกล้อด้วยแววตาอ่อนโยน “เจ้าไม่อยากให้แม่แก้แค้นหรือ...นางทำร้ายแม่ก่อน.. นางทำให้มารดาผู้ให้กำเนิดเจ้าต้องสิ้นชีพ”ทารกน้อยส่งเสียงอ้อแอ้พลางขยับตัวไปมา ราวกับจะเข้าใจภาษาและกำลังโต้ตอบกับหวั่นถงเป็นเรื่องเป็นราว นางมองภาพนั้นแล้วคลี่ยิ้มบางนางอุ้มบุตรชายตัวน้อยไว้ในอ้อมอกพลางหยอกล้อด้วยแววตาอ่อนโยน “ไม่อยากให้แม่ผูกเวรผูกกรรมเพิ่มหรือ... ได้ๆ แม่รับปากเจ้าว่าจะไม่เป็นฝ่ายตั้งแง่หาเรื่องนางก่อน แต่ถึงอย่างไรพวกเราก็ต้องเตรียมตัวป้องกันไว้ให้ดี จะประมาทเล่ห์เหลี่ยมคนพรรค์นั้นไม่ได้เด็ดขาด”หลังจากคุยกันได้ไม่กี่ประโยค ทารกน้อยก็ค่อยๆ เคลิ้มหลับไปในอ้อมแขน หวั่นถงระบายยิ้มบาง “คุยกันยังไม่ทันรู้ความ เจ้าก็หลับเสียแล้วหรือ”นางวางบุตรชายลงในเปลอย่างแผ่วเบา ไกวเปลกล่อมอยู่ครู่หนึ่งจนมั่นใจว่าเด็กน้อยหลับสนิท จึงลุกขึ้นเดินออกมาพยักหน
ตอนที่ 32 เลือกส่งๆเมื่อเสิ่นเยี่ยนเหิงก้าวเข้ามาภายในเรือน บรรยากาศดูสงบเงียบและอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆ ของเครื่องหอมชั้นดี หลิ่วซูหยานั่งเอกเขนกอยู่บนตั่งประธานด้วยท่าทางสง่างาม แววตาที่ทอดมองบุตรชายฉายชัดถึงความอ่อนโยนและภาคภูมิใจหลินจิงเจียว นั่งอยู่ด้านข้างเยื้องลงมาเล็กน้อย นางสวมอาภรณ์สีนวลตาใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มจางๆ ที่ดูอ่อนช้อยและนิ่งสงบประหนึ่งน้ำในสระ นางเก็บงำความรู้สึกที่ว้าวุ่นไว้ภายใต้กิริยาอันไร้ที่ติประดุจภรรยาเอกผู้เพียบพร้อมหลิ่วซูหยาเมื่อเห็นหน้าบุตรชายนางก็คลี่ยิ้มอย่างอ่อนโยนก่อนจะกล่าวทักทาย “เยี่ยนเหิง นั่งลงก่อนเถอะ”เสิ่นเยี่ยนเหิงพยักหน้าเล็กน้อยให้หลินจิงเจียวที่ทำความคารวะอย่างนอบน้อม จากนั้นจึงหันไปทางมารดาพลางเอ่ยถาม“ท่านแม่มีธุระอันใดกับข้าหรือขอรับ”หลิ่วซูหยาส่งสัญญาณให้แม่นมเฉินคลี่ภาพวาดหญิงสาวจำนวนหนึ่งลงบนโต๊ะไม้เบื้องหน้าเขาอย่างเบามือ ภาพแต่ละภาพล้วนเป็นฝีมือช่างวาดชั้นครู บรรจงถ่ายทอดความงามของเหล่าคุณหนูจากตระกูลขุนนางที่มีรูปโฉมงดงามหมดจดและกิริยาท่าทางดูสงบเสงี่ยมนางเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “ที่แม่เรียกเจ้ามาวันนี้ เพราะอยากให้เจ้าล
ตอนที่ 31 ไม่ร้ายเรือนจันทร์ฉายหวั่นถงที่นั่งเอนกายอยู่บนตั่งไม้ โดยมีชิงยวนคอยนวดเฟ้นที่ขาแผ่วเบา มุมปากของนางยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่ชวนให้คนมองรู้สึกหนาวสั่น นางได้รับรู้ทุกคำพูดที่เกิดขึ้นในเรือนพยาบาลผ่านสายลับของนางเรียบร้อยแล้ว“ความโกรธทำให้คนโง่ลงเสมอ...” หวั่นถงรำพึงพลางหยิบกระจกขึ้นมาดูใบหน้าซีดเซียวของตนเองอีกครั้ง “จิงเจียวกำลังจะทำลายตัวเองด้วยมือของนางเอง ยิ่งนางอาละวาด ยิ่งนางแสดงความหึงหวงหน้ามืดตามัว นายน้อยที่รักความสงบและเกลียดความวุ่นวายย่อมจะยิ่งถอยห่าง...นางกล้าทำร้ายข้า..ข้าไม่ปล่อยนางไปแน่นอน”นางหันไปหาชิงยวน “เจ้าไปกระพือข่าวในเรือนหลักเพิ่มอีกนิด บอกว่านายน้อยชมว่ายามที่ข้าป่วย ข้าดู ‘น่าทะนุถนอม’ กว่ายามปกติเสียอีก ข้าอยากเห็นว่าจิงเจียวจะแสร้งป่วยตามข้า หรือจะบุกมาบีบคอข้าให้ตายไปข้างหนึ่ง”“รับบัญชาเจ้าค่ะนายหญิง”ชิงยวนยิ้มรับด้วยแววตาเจ้าเล่ห์ไม่แพ้กันเสียงร้องไห้โยเยแผ่วเบาของทารกน้อยดังขึ้นหวั่นถง ที่เมื่อครู่ยังนั่งวางหมากด้วยแววตาเย็นชาพลันเปลี่ยนสีหน้าไปในทันที นางขยับกายลุกขึ้นอย่างแช่มช้าแม้ร่างกายจะยังอ่อนแรงที่ริมหน้าต่าง แสงจันทร์รำไรส
ตอนที่ 30 รับอนุเพิ่ม ชื่อเสียงของ เหอซาง ในยามนี้ขจรขจายไปไกลยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง ไม่ว่าจะเป็นขุนนางชั้นสูง คหบดีผู้มั่งคั่ง หรือแม้แต่พ่อค้าหน้าเลือดที่เคยสบประมาทเขา ต่างก็พยายามหาหนทางเข้าพบเพื่อขอรับยันต์คุ้มภัยหรือคำชี้แนะจาก "ท่านอาจารย์" ผู้มีกายศิลาฟันแทงไม่เข้าทว่า ยิ่งโด่งดัง เหอซางกลับยิ่งเก็บตัวเงียบสงบตามคำสั่งของ นายหญิง การปฏิเสธผู้คนอย่างต่อเนื่องกลับยิ่งเป็นการสร้างรัศมีแห่งความลี้ลับให้เขาทวีคูณขึ้นไปอีก สิ่งเดียวที่เป็นความเคลื่อนไหวอย่างชัดเจนในยามนี้คือ การเริ่มวางรากฐานก่อสร้างสำนักแห่งใหม่ที่ดูโอ่อ่าและโอฬารกว่าเดิมในห้องลับหลังสำนักเดิมที่ปิดมิดชิด เหอซางจ้องมองถุงเงินตั๋วเงินและสมบัติที่วางกองอยู่เบื้องหน้าด้วยแววตาเป็นประกาย“แม่นาง ท่านบอกว่านายท่านจะสร้างสำนักให้ข้าใหม่หรือ” เหอซางถามเสียงสั่นด้วยความตื่นเต้นชิงยวน ซึ่งสวมอาภรณ์สีเข้มปกปิดทั้งใบหน้าพยักหน้าพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ถูกต้อง... นี่คือเงินที่ให้เจ้านำไปใช้ได้ และจงหาคนมีฝีมือสักหน่อยคอยคุ้มกันสำนักด้วย นายท่านไม่ต้องการให้มีแมลงหวี่แมลงวันเข้าไปรบกวนเวลาที่ท่านต้องใช้สมาธิปรุง







