LOGINตฤณชาเร่งความเร็วรถด้วยหัวใจที่ร้อนรน ความคิดเดียวในตอนนี้คืออยากไปพบหน้าคนรักสาว หญิงสาวที่กำลังจมอยู่กับความเสียใจอย่างหนัก
บทสนทนาที่เพิ่งเกิดขึ้นระหว่างเขากับแฟนสาวเมื่อชั่วโมงก่อน ยังดังก้องอยู่ในหัวของเขาไม่หยุด
ในตอนนั้น ระหว่างรอพิมลดากลับจากซื้ออาหารเช้าที่ตลาดใกล้บ้าน เขาเห็นว่าลูกชายกำลังนั่งเล่นของเล่นอย่างเพลิดเพลิน
จึงผละออกมาโทรศัพท์หาชลิดา เพื่อทักทายยามเช้าและยืนยันเวลานัดพบกันอีกครั้ง
แต่ทันทีที่แฟนสาวรับสาย
สิ่งที่เขาได้ยินกลับไม่ใช่เสียงสดใสอย่างเคย...แต่เป็นเสียงร้องไห้สะอื้น
ราวกับหัวใจของหญิงสาวกำลังแตกสลาย
“พี่ชา…ฮือ…ฮือ…”
“เกิดอะไรขึ้นครับด้า เป็นอะไรไป ไม่สบายหรือมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า”
เขารีบถาม น้ำเสียงแฝงความร้อนใจ
“เมื่อกี้…ภรรยาของพี่โทรหาด้า”
ชลิดาสะอื้นไปพูดไป เสียงสั่นเครืออย่างน่าสงสาร
“เธอบอกว่าเธอเป็นภรรยาของพี่…ฮือ…”
หัวใจของตฤณชากระตุกวูบ แต่เขารีบกดอารมณ์นั้นลงทันที
“ใจเย็น ๆ ด้า ค่อย ๆ พูด”
หญิงสาวกลั้นสะอื้น ก่อนจะเล่าออกมาอย่างยากลำบาก
“เขาใช้เบอร์มือถืออีกเบอร์ของพี่ชาโทรมาหาด้า ด้าก็นึกว่าเป็นพี่ชาโทรมา ก็เลยรับสาย แต่กลับกลายเป็นว่าเขาบอกว่าเขาเป็นภรรยาของพี่ชา แล้วก็ด่าว่าด้าเป็นมือที่สาม พูดแรงมาก…ฮือ…”
“ไม่จริงนะด้า” ตฤณชาพูดทันที น้ำเสียงหนักแน่น
“พี่กับเขาแยกทางกันแล้ว ด้าเป็นผู้หญิงคนเดียวที่พี่คบ”
ทั้งที่ในความเป็นจริง เขาเพิ่งขอแยกทางกับพิมลดาเมื่อคืนนี้เอง
“แต่เขาบอกว่าเขาอยู่กับพี่ตลอด ทั้งที่บ้าน ทั้งที่หอพัก อาจารย์หลายคนก็รู้จักเขาดี พี่ชาจะบอกว่าไม่จริงอีกหรือคะ”
ตฤณชาขบกรามแน่น
“เขาต่างหากที่ขอพี่อยู่ต่อ”
เขาโกหกต่ออย่างคล่องปาก
“บอกว่าสงสารลูก ไม่มีที่ไป พี่ก็เลยให้เขาอยู่ต่อชั่วคราว แต่เขากลับมาใส่ร้ายพี่แบบนี้ พี่จะไล่เขาออกไปทันที ไม่ให้อยู่แล้ว เขามีสิทธิ์อะไรโทรมาหาเรื่องกับด้า”
ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเสียงสะอื้นจะดังขึ้นอีก
“แต่เมื่อคืน…พี่กับเขาเพิ่งฉลองครบรอบแต่งงานห้าปีไม่ใช่เหรอคะ”
หัวใจของชลิดาเต็มไปด้วยความสับสน
“ด้าไม่อยากเป็นมือที่สามของใคร น้องแม็กซ์ก็น่ารัก ด้าไม่อยากทำให้ครอบครัวใครต้องแตกแยก”
ตฤณชาแค่นยิ้มทั้งที่ไม่มีใครเห็น
“ไม่จริงสักหน่อย”
เขาตอบอย่างมั่นใจ
“เมื่อคืนก็แค่กินข้าวกันธรรมดา ไม่ได้ฉลองอะไรกันเลย”
เขากดเสียงให้หนักแน่นยิ่งขึ้น
“ด้าต่างหากคือตัวจริงของพี่ พี่รักด้าคนเดียว”
“ฮือ…ฮือ…” เสียงร้องไห้ยังไม่หยุด
“ไม่ต้องห่วงนะ” ตฤณชาปลอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“เดี๋ยวเขากลับมา พี่จะไล่เขาออกจากบ้าน ไล่ออกจากหอพัก ไม่ให้มาวุ่นวายกับด้าอีก”
คำพูดนั้นเต็มไปด้วยความเดือดดาล
เขาโกรธที่พิมลดากล้าก่อเรื่องให้เขาลำบาก
ในเมื่อเลิกกันดี ๆ ไม่ได้ ก็อย่าหาว่าเขาใจร้ายก็แล้วกัน
“พี่จะรีบไปหาด้าเดี๋ยวนี้”
เขาพูดต่ออย่างหนักแน่น
“ถ้ามีเบอร์แปลก ๆ โทรเข้ามา ไม่ต้องรับสายนะ พี่จะจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย ด้าไม่ต้องคิดมาก ตอนนี้เชื่อพี่คนเดียวก็พอ ใครพูดอะไร ไม่ต้องไปฟังทั้งนั้น ทุกอย่างที่พี่บอกด้า เป็นความจริงทั้งหมด”
ตฤณชาพูดจบ ก่อนจะกดวางสาย และนั่งรอพิมลดากลับมาด้วยอารมณ์พลุ่งพล่าน
…
ในบ้านที่ตฤณชาเพิ่งจากไป บรรยากาศเต็มไปด้วยเสียงร้องไห้ของเด็กน้อยและความเศร้าสร้อย
พิมลดารีบเดินไปอุ้มลูกชายตัวน้อยที่กำลังร้องไห้สะอื้น เด็กน้อยร้องเรียกหาพ่อไม่หยุด
ทั้งที่ไม่เข้าใจว่าเหตุใดเสียงตะคอกและความโกรธเมื่อครู่ จึงจบลงด้วยการจากไปอย่างกะทันหัน
“ป๊าไปไหน หม่าม้า…”
“ป๊าจะกลับมาไหม”
น้องแม็กซ์กอดแม่แน่น ร่างเล็กสั่นไหว
เด็กน้อยรับรู้ถึงความตึงเครียดและการโต้เถียงอันดุเดือด แม้จะยังไม่เข้าใจความหมายทั้งหมดก็ตาม
พิมลดากลืนก้อนสะอื้นลงคอ ก่อนจะยิ้มบาง ๆ ทั้งที่หัวใจแทบแตกสลาย
“ป๊ามีธุระด่วน ต้องรีบไปทำงานจ้ะ”
เธอพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนที่สุด
“น้องแม็กซ์ทานโจ๊กกับหม่าม้าก่อนนะคะ เดี๋ยวเรามาเปิดดูการ์ตูนรถไฟโทมัสด้วยกัน วันนี้มีตอนใหม่ด้วยนะ”
คำว่า การ์ตูน ทำให้เด็กน้อยชะงักไปเล็กน้อย
“แม็กซ์จะดูตอนใหม่”
“ได้เลยจ้ะลูก”
พิมลดากระชับอ้อมกอด
“ทานโจ๊กเสร็จแล้ว หม่าม้าจะเปิดให้ดูทันทีเลยครับพ้ม”
หญิงสาวเอ่ยกับลูกด้วยน้ำเสียงที่สดใสมากที่สุดเท่าที่จะทำได้
ไม่นานนัก น้ำตาของเด็กน้อยก็แห้งลง
ความสนใจถูกเบี่ยงไปยังโลกเล็ก ๆ ที่ปลอดภัยกว่าโลกของผู้ใหญ่
หลังจากใช้เวลาช่วงเช้าดูแลลูก กล่อมให้นอนกลางวันจนกระทั่งน้องแม็กซ์หลับสนิท
พิมลดาจึงค่อย ๆ ผละจากที่นอนข้างกายลูก ก่อนจะเดินออกจากห้องนอนอย่างเงียบงัน
มือของเธอสั่นเล็กน้อยขณะหยิบโทรศัพท์ และกดโทรหาพี่ชายทันที
“ว่าไงพิม โทรมาวันอาทิตย์ มีอะไรด่วนหรือเปล่า”
เสียงของพิพัฒน์ดังขึ้นอย่างอ่อนโยน
เพียงได้ยินเสียงนั้น ความเข้มแข็งที่ฝืนประคองไว้ก็แทบพังลง
“พี่ชาขอแยกทางกับพิมแล้วค่ะ”
พิมลดาเอ่ยเสียงสั่น
“เมื่อเช้าเราทะเลาะกัน แล้วเขาก็ไล่พิมออกจากหอพักค่ะ”
ปลายสายเงียบไปชั่วครู่
“มันเลวขนาดนั้นเลยหรือ”
น้ำเสียงของพิพัฒน์เปลี่ยนไปทันที
“ไอ้ชาติชั่ว วันนั้นที่มันเล่นโบว์ลิ่งกับผู้หญิง มันก็เห็นพี่นะ แต่ทำเป็นมองไม่เห็น แล้วรีบพาผู้หญิงออกไป”
เขาสูดลมหายใจแรง
“แล้วตอนนี้พิมอยู่กับน้องแม็กซ์ใช่ไหม”
“ค่ะพี่”
พิมลดาตอบเสียงแผ่ว
“ตอนนี้พิมอยู่ที่บ้านค่ะ พี่ชา…เขาขับรถออกไปหาผู้หญิงคนนั้นหลังจากทะเลาะกัน”
เธอหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่แทบกลั้นไม่อยู่
“ตอนนี้พิมไม่มีรถเดินทางกลับหอพักค่ะ เขาขับรถออกไปและทิ้งพิมกับลูกไว้ที่บ้าน พี่พัฒน์มารับพิมกับลูกได้ไหมคะ”
“พิมต้องไปขนของออกจากหอพักด้วยค่ะ ในเมื่อเขาไล่พิมอย่างกับหมูอย่างกับหมา พิมก็ยังมีศักดิ์ศรีพอ ที่จะไม่อยู่ให้เขาเหยียบย่ำอีก”
คำพูดสุดท้ายแผ่วลง น้ำตาไหลออกมาอย่างช้า ๆ หยดลงบนมือของตัวเอง
“ตอนนี้…พิมนึกอะไรไม่ออกเลยค่ะพี่”
ปลายสายเงียบงัน เวลานี้ ความอบอุ่นจากพี่ชายเป็นสิ่งเดียวที่พิมลดาพอจะยึดเกาะไว้ได้ ในวันที่โลกทั้งใบของเธอกำลังถล่มลงมา
“พี่จะรีบไปรับพิมเดี๋ยวนี้เลย น่าจะถึงประมาณชั่วโมงหนึ่ง”
“ขอบคุณมากนะคะ พี่พัฒน์”
พิมลดาตอบเสียงแผ่ว
“น่าจะพอดีกับตอนที่น้องแม็กซ์ตื่นพอดีเลยค่ะ ขอโทษด้วยนะคะ ที่ทำให้พี่ต้องเดือดร้อนไปด้วย”
“ไม่ต้องคิดมากนะพิมพ์”
พิพัฒน์เอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่นแต่เต็มไปด้วยความอ่อนโยน
“พิมพ์ยังมีพี่ ยังมีแพท”
เขาหยุดเล็กน้อย ก่อนจะพูดต่ออย่างชัดเจน
“พวกเราเป็นพี่น้องกัน และจะมีกันและกันอยู่เสมอ”
คำพูดนั้นทำให้หัวใจของพิมลดา ที่แตกร้าวและอ่อนล้า ราวกับได้รับการประคองไว้เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่วันที่เธอเริ่มรับรู้ถึงความโหดร้ายของสามี และความจริงเรื่องการนอกใจที่ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นในชีวิต
...
ในขณะที่ผู้หญิงคนหนึ่งกำลังถูกสามีทอดทิ้งอย่างไร้เยื่อใย ผู้หญิงอีกคนกลับได้รับการประคบประหงมอย่างอ่อนโยน
ชลิดายอมออกมาพบตฤณชา เมื่อชายหนุ่มมารับเธอที่หน้าบ้าน
โชคดีที่วันนี้ แม่ของเธอและคนในครอบครัวต่างมีธุระออกไปข้างนอก
เธอจึงเดินออกมาหาเขาได้โดยไม่มีใครทันสังเกต ว่านัยน์ตาคู่สวยยังบวมแดงจากการร้องไห้
ตฤณชาประคองเธอขึ้นรถอย่างทะนุถนอม ปิดประตูให้อย่างแผ่วเบา ราวกับกลัวว่าความสะเทือนใด ๆ จะยิ่งซ้ำเติมหัวใจที่บอบช้ำของหญิงสาว
เมื่อเห็นว่าเธอนั่งนิ่ง สีหน้าเศร้าสร้อย
เขาก็เอื้อมมือไปคาดเข็มขัดนิรภัยให้ ก่อนจะลูบผมเธออย่างแผ่วเบาเพื่อปลอบโยน
“เราไปหาที่คุยกันก่อนนะครับ”
เขาพูดด้วยน้ำเสียงนุ่ม
“พี่จะตอบทุกคำถามที่ด้าสงสัย เชื่อพี่นะครับ พี่จะบอกความจริงทุกอย่างที่ด้าต้องการรู้”
ตฤณชาขับรถตรงไปยังโรงแรมแห่งหนึ่งใกล้บ้านของชลิดา
สถานที่ที่เขาเข้าพักเป็นประจำแทบทุกสุดสัปดาห์
“ด้าทานข้าวมาหรือยังครับ”
เขาถามอย่างเอาใจใส่
“เดี๋ยวเราสั่งรูมเซอร์วิสก็ได้นะครับ”
หญิงสาวไม่ตอบ เพียงพยักหน้าเบา ๆ เธอเดินตามเขาเข้าไปในห้องพัก
และทันทีที่ประตูปิดลง ชลิดาก็โถมตัวเข้ากอดเขาแน่น เสียงร้องไห้สะอื้นดังขึ้นอย่างกลั้นไม่อยู่
“ด้าเป็นมือที่สามจริง ๆ หรือคะพี่ชา”
เสียงของเธอสั่นเครือ
“ที่ผู้หญิงคนนั้นพูด…เป็นความจริงหรือคะ”
ตฤณชากอดเธอไว้แน่น มือหนึ่งลูบหลังอย่างปลอบโยน
“ไม่จริงครับด้า”
เขาตอบทันทีด้วยน้ำเสียงมั่นใจ
“เขาต่างหากที่เป็นมือที่สาม”
ชลิดาชะงัก
“พี่อยู่กับเขาทุกวันนี้ ก็เพราะเขาขอร้อง”
ตฤณชาพูดต่อด้วยน้ำเสียงเหมือนคนเสียสละ
“พี่เห็นแก่ที่เขาเป็นแม่ของลูก เลยยอมให้อยู่ต่อ”
“พี่กับเขาตกลงกันแล้วว่าจะต่างคนต่างอยู่”
“ทุกวันนี้พี่ยังต้องให้เงินเขาทุกเดือนด้วยซ้ำ”
เขาผละออกเล็กน้อย มองตาเธออย่างจริงจัง
“ต่อไปนี้พี่สัญญากับด้าว่า เขาจะไม่ได้อยู่ที่หอพักอาจารย์อีกต่อไปแน่นอน”
“พี่จะเลิกติดต่อกับเขาทุกทาง”
น้ำเสียงของเขานุ่มลึก เต็มไปด้วยคำมั่นสัญญาที่ฟังดูจริงใจ
“ขอให้ด้าไว้ใจพี่ได้ ตอนนี้ในใจพี่มีแค่ด้าคนเดียว”
“ด้าเป็นคนที่พี่รักสุดหัวใจ”
เขาก้มลงกระซิบใกล้หูเธอ
“อย่าไปหลงกลผู้หญิงคนนั้นเลยนะครับ เขาคงเห็นว่า ตอนนี้พี่เป็นผู้บริหารของมหาวิทยาลัย ก็เลยคิดอยากจะเกาะหาผลประโยชน์”
“มันจะเป็นไปได้ยังไง ในเมื่อพี่คบกับด้าเพียงคนเดียว”
ชลิดานิ่งฟัง ก่อนจะถามด้วยเสียงแผ่ว
“แล้ว…ทำไมพี่กับเขาถึงเลิกกันล่ะคะ ทั้ง ๆ ที่มีลูกด้วยกันแล้ว”
ตฤณชาถอนหายใจยาว ทำท่าราวกับเจ็บปวดกับอดีต
“เฮ้อ…เรื่องเดียวที่ชีวิตคู่ทนไม่ได้ ก็คือการนอกใจ”
หัวใจของชลิดากระตุกวูบ
“แสดงว่า…เขานอกใจพี่หรือคะ”
“พี่ไม่มีหลักฐานชัดเจนหรอก”
เขาตอบอย่างระมัดระวัง
“แต่พี่รู้ว่าเขาแอบมีอะไรกับเพื่อนที่บริษัท”
“พี่เลยขอเลิก”
“แต่เขาขอร้อง อยากอยู่กับลูกต่อ และบอกว่าไม่มีที่ไป”
“พี่ก็เลยอนุญาตให้อยู่ต่อ”
เขาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบ ราวกับตัวเองเป็นเพียงคนใจดีที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตาอารีย์
“พี่ขอยืนยันกับด้าอีกครั้งนะครับ”
เขาเน้นเสียง
“ว่าพี่หมดใจกับเขาไปนานแล้ว”
ชลิดารับฟังทุกคำอย่างตั้งใจ หัวใจที่สับสนค่อย ๆ เอนเอียงตามถ้อยคำของเขา
“ด้าคือคนรักของพี่”
ตฤณชาพูดชัดถ้อยชัดคำ
“และพี่ก็คือคนรักของด้า”
“เราคบกันด้วยความรัก”
“เขาต่างหากที่เป็นมือที่สาม ที่พยายามเข้ามาทำลายความสัมพันธ์ของเรา”
น้ำเสียงของเขาเริ่มแฝงความไม่พอใจ
“ขนาดพี่ทำดีกับเขาขนาดนี้ เขายังแว้งกัดพี่ได้เลย”
“เขารู้ว่าพี่กำลังคบกับด้า ก็พยายามสืบหาข้อมูลของด้า เพื่อมาทำลายความสัมพันธ์ของเรา”
“ดูสิ…แค่พี่เผลอวางมือถือไว้ เขายังหาเบอร์ของด้าจนได้”
ตฤณชานิ่งไปครู่หนึ่ง
ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแต่แฝงการชี้นำ
“เอาอย่างนี้ดีไหมครับด้า”
“ด้ายกเลิกเบอร์นี้ไปเถอะ”
“พี่ไม่สบายใจเลย ถ้าเขาจะโทรมาหาด้าอีก”
“ไม่รู้ว่าเขาจะใช้เล่ห์เหลี่ยมอะไร มาเล่นงานพี่อีก”
คำพูดนั้นคือการตัดทุกเส้นทางที่พิมลดาอาจเข้าถึงชลิดาได้ และทำให้พิมลดาไม่อาจใช้หมายเลขนี้เป็นหลักฐานยืนยันว่า เขากำลังคบหาผู้หญิงคนอื่นอยู่
ขณะเดียวกัน ชลิดาก็กำลังถูกโอบล้อมด้วยคำโกหกที่ชายหนุ่มปั้นแต่งขึ้นอย่างแนบเนียนจนแทบไม่เหลือช่องโหว่ให้ตั้งคำถาม
และชลิดาเอง ก็เลือกจะเมินเฉยต่อการไตร่ตรองอย่างถ่องแท้ว่า สิ่งที่พิมลดาพยายามบอกเธอนั้นอาจเป็นความจริงทั้งหมด
หญิงสาวพร่ำบอกตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า ในเมื่อตฤณชายืนยันว่า เขาไม่มีใจให้ภรรยาอีกต่อไป และได้แยกทางกันแล้ว
เธอก็เลือกจะเดินหน้าความสัมพันธ์กับชายหนุ่มต่อไป โดยไม่หันกลับมามองความลังเลในใจตัวเอง
ชลิดาหลอกลวงตัวเอง
ว่าเธอไม่ใช่มือที่สามของครอบครัวใคร
ว่าสิ่งที่เธอและชายหนุ่มมีให้กันนั้น คือความรักที่บริสุทธิ์ใจ
ปราศจากการแย่งชิงและการทำร้ายใคร
แม้ลึกลงไปในใจ จะมีเสียงบางอย่างพยายามตั้งคำถาม
เธอก็เลือกจะกลบมันลง เพราะความจริงนั้น เจ็บปวดเกินกว่าที่เธอจะกล้ายอมรับ
…
หลังจากน้องรุ้งทานนมแม่จนอิ่ม ริวก็อุ้มลูกสาวพาดบ่าแล้วลูบหลังเบา ๆ เด็กน้อยที่เล่นสนุกมาทั้งวันเริ่มปรือตา ก่อนจะค่อย ๆ หลับไปในอ้อมแขนของพ่อชายหนุ่มจึงพาลูกไปวางบนเตียงเด็กที่ย้ายมาไว้ในห้องนอนของหลิวเป็นการชั่วคราว จัดผ้าห่มให้เรียบร้อย แล้วมองดูลูกสาวอยู่ครู่หนึ่งจนแน่ใจว่าหลับสนิทดีแล้ว จึงหันไปหาแม่ที่กำลังจัดถุงนมแม่ใส่ตู้เย็นเล็กตรงมุมห้อง“แม่ครับ คืนนี้ฝากดูแลน้องรุ้งให้ด้วยนะครับ” ริวพูดพร้อมยกมือไหว้ แพทที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็ยกมือไหว้ตามสามี“ไปเถอะจ้ะ วันนี้วันพิเศษ ให้พ่อแม่น้องรุ้งได้พักผ่อนกันบ้าง” หลิวยิ้มอย่างรู้ทัน ก่อนจะอดแซวไม่ได้ “เผื่ออีกไม่กี่เดือนน้องรุ้งจะได้มีน้องมาเล่นด้วยอีกคน”แพทถึงกับทำหน้าไม่ถูก ขณะที่คนข้างกายกลับรับมุกอย่างอารมณ์ดี“อาจจะมาแล้วก็ได้นะครับ” พูดจบยังเอื้อมมือมากุมมือภรรยาเสียอีก จนแพทต้องหันไปค้อน“แม่จะรอข่าวดีจ้ะ” หลิวหัวเราะ “ไปพักผ่อนกันได้แล้ว นมน้องรุ้งเต็มตู้ ไม่ต้องห่วง คืนนี้แม่ให้เจ้าน้อยมานอนข้างเตียงด้วย จะได้ช่วยกันดูเวลาน้องรุ้งตื่น พ่อของลูกมีงานด่วนต้องไปต่างจังหวัดพอดี มีน้อยอยู่ด้วยก็ช่วยแม่ได้เยอะ”พูดจบก็โบกมือไล่ลูกชา
พีระดนย์นั่งมองพิธีในงานเลี้ยงแต่งงานของริวกับแพทด้วยรอยยิ้ม ชายหนุ่มได้รับเชิญให้มาร่วมงานจากริว ซึ่งตั้งใจโทรศัพท์มาชวนเขาด้วยตัวเองหลังจากเหตุการณ์ในวันนั้นที่เขาได้ช่วยเหลือแพท พิมลดาก็โทรศัพท์มาขอบคุณเขาเป็นการส่วนตัว พีระดนย์จึงถือโอกาสแวะไปเยี่ยมแพทที่โรงพยาบาลด้วยนับจากนั้นเขาก็ยังคงแวะเวียนไปที่ร้านของพิมลดาอยู่เสมอ บางครั้งไปทานอาหารตามลำพัง บางครั้งก็พาพี่สาวและครอบครัวไปด้วย หรือหากมีโอกาสก็พาลูกค้ากับลูกน้องในฝ่ายไปทานอาหารที่ร้านแม้จะไปค่อนข้างบ่อย แต่พีระดนย์กลับไม่เคยรู้สึกเบื่อ เพราะพิมลดารู้จักปรับเปลี่ยนเมนูอยู่เสมอ ในแต่ละเดือนจะมีเมนูหมุนเวียนสลับกันไป ทำให้ต่อให้เขาแวะมาบ่อยแค่ไหน ก็มักมีอาหารจานใหม่ให้ได้ลองอยู่เรื่อย ๆและดูเหมือนช่วงหลังมานี้ เขาเองก็หาเหตุผลแวะไปที่ร้านได้บ่อยขึ้นกว่าเดิมเสียด้วยนับตั้งแต่เข้ามาในงานแต่งงานของริวและแพท สายตาของพีระดนย์ก็มักจะวนเวียนอยู่ที่พิมลดาเป็นระยะวันนี้เธอดูสวยเป็นพิเศษ ทั้งชุดที่เลือกมาเข้ากับรูปร่างและใบหน้าที่นาน ๆ ครั้งจะแต่งหน้าเต็มยศ ยิ่งมองก็ยิ่งทำให้เขาเผลอมองซ้ำอยู่หลายครั้งพีระดนย์หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นม
ชลิดาลงชื่อในหนังสือยอมความที่ทนายความของพิมลดายื่นให้โดยไม่ลังเลก่อนหน้านั้น ทนายความได้ติดต่อขอพบเธอที่สถานีตำรวจและอธิบายความประสงค์ของพิมลดาให้ฟังว่า ทางนั้นยินยอมถอนแจ้งความ โดยมีเงื่อนไขให้ชลิดาลงชื่อในหนังสือยอมความ ยอมรับในสิ่งที่ตัวเองกระทำ และให้คำมั่นว่าจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพิมลดาและครอบครัวอีกต่อไปชลิดายอมรับเงื่อนไขทั้งหมดโดยไม่มีข้อโต้แย้ง หลังจากลงชื่อเรียบร้อย เธอรับสำเนาหนังสือฉบับนั้นมาถือไว้ด้วยมือที่สั่นเล็กน้อย อย่างน้อยเรื่องยุ่งยากในชีวิตก็จบลงไปอีกหนึ่งเรื่องเวลานี้ปัญหาหลายอย่างกำลังถาโถมเข้ามาพร้อมกันจนแทบตั้งรับไม่ทัน ทุกเช้าชลิดาตื่นขึ้นมาพร้อมความกังวล ส่วนทุกค่ำคืนก็แทบข่มตาหลับไม่ได้ เพราะในหัวมีแต่คำถามเดิม ๆ วนเวียนอยู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจากนี้เธอจะใช้ชีวิตต่อไปอย่างไรแล้วจะแก้ปัญหาที่อยู่ตรงหน้าทีละเรื่องได้อย่างไรสำหรับชลิดา การที่พิมลดายอมถอนแจ้งความให้ในครั้งนี้ถือเป็นความปรานีที่อีกฝ่ายมอบให้ ทั้งที่หากพิมลดาและครอบครัวจะดำเนินเรื่องกับเธอจนถึงที่สุด เธอก็ไม่มีสิทธิ์กล่าวโทษใครได้เลย เมื่อนึกย้อนถึงสิ่งที่ตัวเองเคยทำกับพิมลดาและครอบครัวมาตลอด
ชลิดาวางกระเป๋าสะพายลงบนโต๊ะหน้าโซฟาอย่างหมดเรี่ยวแรง ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งด้วยสีหน้าอ่อนล้าดิวเดินเข้ามาวางแก้วน้ำตรงหน้าพี่สาว แล้วนั่งลงข้าง ๆ“แม่เป็นยังไงบ้างคะพี่”“ก็...” ชลิดานิ่งไปครู่หนึ่ง พยายามรวบรวมสติก่อนตอบคำถามของน้องสาว“แม่ไม่ได้พูดอะไรเลย เอาแต่นั่งนิ่งแล้วก็เหม่อลอย พี่พูดด้วยหรือถามอะไรก็ไม่ตอบ”“แล้ว...เราจะประกันตัวแม่ออกมาได้ไหมคะ”ชลิดาส่ายหน้า “ไม่ได้เลย คดีนี้เป็นคดีฆาตกรรม ตำรวจต้องควบคุมตัวแม่ไว้สอบปากคำและดำเนินคดีตามขั้นตอน”เธอหยุดไปเล็กน้อย ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่เริ่มสั่น“พี่ถามตำรวจแล้ว ตั้งแต่จับตัวแม่มา แม่ไม่พูดอะไรเลย เอาแต่นั่งนิ่งแล้วก็เหม่อลอย ถ้าอาการยังเป็นแบบนี้ต่อไป...อาจต้องให้จิตแพทย์เข้ามาดูอาการ”พูดจบ น้ำตาที่พยายามกลั้นเอาไว้ก็ไหลลงมา ชลิดายกมือขึ้นเช็ดออกอย่างลวก ๆ แต่ภาพเหตุการณ์เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนยังคงวนเวียนอยู่ในหัวไม่หยุด หวาน เพื่อนสนิทของเธอ เป็นคนโทรมาแจ้งข่าวด้วยน้ำเสียงร้อนรน ก่อนจะส่งลิงก์ข่าวออนไลน์มาให้ดูตอนแรกชลิดายังไม่เข้าใจว่าเหตุใดหวานถึงโทรหาเธอด้วยเรื่องนี้ กระทั่งกดเข้าไปอ่านข้อความในข่าว...เพ็ญนภา แม่ข
แพทสะดุ้งตื่นเพราะเสียงร้องของน้องรุ้ง หญิงสาวรีบลุกขึ้นมาดูลูกสาวที่นอนอยู่ในเตียงเด็กข้างเตียง เมื่อเห็นเจ้าตัวเล็กร้องไห้จ้าจนหน้าแดงก็อดกังวลไม่ได้ รีบอุ้มขึ้นมาปลอบพร้อมกับลูบหลังเบา ๆ“น้องรุ้งเป็นอะไรลูก เดี๋ยวแม่ขอดูเพิสหน่อยนะคะ”แพทลองเปิดขอบแพมเพิสดูจึงพบว่าเปียกจนเต็ม เธอรีบวางลูกลงบนเตียง แกะแพมเพิสออก แล้วหยิบตะกร้าใส่อุปกรณ์ทำความสะอาดที่วางเตรียมไว้ใกล้มือมาจัดการเช็ดก้นให้ลูกและเปลี่ยนแพมเพิสผืนใหม่ให้แต่ถึงจะตัวแห้งสบายแล้ว น้องรุ้งก็ยังร้องไม่หยุด แพทจึงรู้ว่าคราวนี้ลูกคงหิวด้วย“หิวด้วยเหรอคะ ถึงว่าร้องใหญ่เลย”หญิงสาวอุ้มลูกขึ้นมาให้นม เจ้าตัวเล็กรีบดูดนมด้วยความหิว ไม่นานเสียงร้องไห้ก็ค่อย ๆ เงียบลง กระทั่งอิ่มท้องและหลับปุ๋ยอยู่ในอ้อมแขนของแม่แพทอุ้มพาดบ่าให้เรอ ก่อนจะค่อย ๆ วางลูกกลับลงบนเตียงเด็กอย่างเบามือ แล้วห่มผ้าให้เรียบร้อยขณะที่กำลังจะเอนตัวลงนอน สายตาพลันเหลือบไปเห็นนาฬิกาบนฝาผนังห้าทุ่มแล้ว...แพทชะงัก ก่อนจะหันไปมองเตียงเสริมที่ยังว่างเปล่าริวยังไม่กลับบ้านหญิงสาวรีบหยิบโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงขึ้นมาดู ข้อความล่าสุดจากริวถูกส่งมา
พิมลดาชะงักมือที่กำลังกดรายการอยู่บนหน้าจอเครื่อง POS เมื่อเห็นชลิดาเปิดประตูเข้ามาในร้านอีกฝ่ายไม่ได้เดินตรงมาหาเธอ แต่กลับเลือกนั่งที่โต๊ะมุมด้านในสุดซึ่งอยู่ห่างจากเคาน์เตอร์ พนักงานในร้านหันมามองพิมลดาเหมือนขอความเห็นว่าจะทำอย่างไร ก่อนจะได้รับการพยักหน้าให้เข้าไปต้อนรับตามปกติ ไม่ต่างจากลูกค้าคนอื่นหลังจากแพทพ้นขีดอันตรายและอาการปลอดภัยแล้ว พิพัฒน์ได้นำไฟล์ภาพจากกล้องวงจรปิดของร้านไปแจ้งความที่สถานีตำรวจในท้องที่ เจ้าหน้าที่รับเรื่องไว้และแจ้งว่าจะดำเนินการตามขั้นตอน โดยเรียกตัวชลิดามารับทราบข้อกล่าวหา ก่อนดำเนินคดีและส่งเรื่องตามกระบวนการต่อไปไม่กี่วันหลังจากนั้น พิพัฒน์ก็ได้รับการติดต่อให้ไปที่สถานีตำรวจเพื่อชี้ตัว วันนั้นชลิดานั่งนิ่งอยู่ต่อหน้าเจ้าหน้าที่และยอมรับข้อกล่าวหาทุกอย่างโดยไม่โต้แย้งใด ๆพิมลดารับฟังความคืบหน้าจากพี่ชายด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูกหลังเกิดเรื่องกับแพท ทั้งเธอและพิพัฒน์ต่างโกรธชลิดามาก ต่อให้มีเรื่องบาดหมางหรือโกรธแค้นกันมากแค่ไหน ก็ไม่ควรลงมือทำร้ายกันจนเกือบเกิดความสูญเสีย แพทอาจเสียชีวิตในวันนั้น รวมถึงหลานสาวของเธอด้วยยิ่งเมื่อนึกถึงเรื่องราวท







