Share

บทที่ 4

last update Last Updated: 2026-01-16 21:59:22

ตฤณชาเร่งความเร็วรถด้วยหัวใจที่ร้อนรน ความคิดเดียวในตอนนี้คืออยากไปพบหน้าคนรักสาว หญิงสาวที่กำลังจมอยู่กับความเสียใจอย่างหนัก

บทสนทนาที่เพิ่งเกิดขึ้นระหว่างเขากับแฟนสาวเมื่อชั่วโมงก่อน ยังดังก้องอยู่ในหัวของเขาไม่หยุด

ในตอนนั้น ระหว่างรอพิมลดากลับจากซื้ออาหารเช้าที่ตลาดใกล้บ้าน เขาเห็นว่าลูกชายกำลังนั่งเล่นของเล่นอย่างเพลิดเพลิน

จึงผละออกมาโทรศัพท์หาชลิดา เพื่อทักทายยามเช้าและยืนยันเวลานัดพบกันอีกครั้ง

แต่ทันทีที่แฟนสาวรับสาย

สิ่งที่เขาได้ยินกลับไม่ใช่เสียงสดใสอย่างเคย...แต่เป็นเสียงร้องไห้สะอื้น

ราวกับหัวใจของหญิงสาวกำลังแตกสลาย

“พี่ชา…ฮือ…ฮือ…”

“เกิดอะไรขึ้นครับด้า เป็นอะไรไป ไม่สบายหรือมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า”

เขารีบถาม น้ำเสียงแฝงความร้อนใจ

“เมื่อกี้…ภรรยาของพี่โทรหาด้า”

ชลิดาสะอื้นไปพูดไป เสียงสั่นเครืออย่างน่าสงสาร

“เธอบอกว่าเธอเป็นภรรยาของพี่…ฮือ…”

หัวใจของตฤณชากระตุกวูบ แต่เขารีบกดอารมณ์นั้นลงทันที

“ใจเย็น ๆ ด้า ค่อย ๆ พูด”

หญิงสาวกลั้นสะอื้น ก่อนจะเล่าออกมาอย่างยากลำบาก

“เขาใช้เบอร์มือถืออีกเบอร์ของพี่ชาโทรมาหาด้า ด้าก็นึกว่าเป็นพี่ชาโทรมา ก็เลยรับสาย แต่กลับกลายเป็นว่าเขาบอกว่าเขาเป็นภรรยาของพี่ชา แล้วก็ด่าว่าด้าเป็นมือที่สาม พูดแรงมาก…ฮือ…”

“ไม่จริงนะด้า” ตฤณชาพูดทันที น้ำเสียงหนักแน่น

“พี่กับเขาแยกทางกันแล้ว ด้าเป็นผู้หญิงคนเดียวที่พี่คบ”

ทั้งที่ในความเป็นจริง เขาเพิ่งขอแยกทางกับพิมลดาเมื่อคืนนี้เอง

“แต่เขาบอกว่าเขาอยู่กับพี่ตลอด ทั้งที่บ้าน ทั้งที่หอพัก อาจารย์หลายคนก็รู้จักเขาดี พี่ชาจะบอกว่าไม่จริงอีกหรือคะ”

ตฤณชาขบกรามแน่น

“เขาต่างหากที่ขอพี่อยู่ต่อ”

เขาโกหกต่ออย่างคล่องปาก

“บอกว่าสงสารลูก ไม่มีที่ไป พี่ก็เลยให้เขาอยู่ต่อชั่วคราว แต่เขากลับมาใส่ร้ายพี่แบบนี้ พี่จะไล่เขาออกไปทันที ไม่ให้อยู่แล้ว เขามีสิทธิ์อะไรโทรมาหาเรื่องกับด้า”

ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเสียงสะอื้นจะดังขึ้นอีก

“แต่เมื่อคืน…พี่กับเขาเพิ่งฉลองครบรอบแต่งงานห้าปีไม่ใช่เหรอคะ”

หัวใจของชลิดาเต็มไปด้วยความสับสน

“ด้าไม่อยากเป็นมือที่สามของใคร น้องแม็กซ์ก็น่ารัก ด้าไม่อยากทำให้ครอบครัวใครต้องแตกแยก”

ตฤณชาแค่นยิ้มทั้งที่ไม่มีใครเห็น

“ไม่จริงสักหน่อย”

เขาตอบอย่างมั่นใจ

“เมื่อคืนก็แค่กินข้าวกันธรรมดา ไม่ได้ฉลองอะไรกันเลย”

เขากดเสียงให้หนักแน่นยิ่งขึ้น

“ด้าต่างหากคือตัวจริงของพี่ พี่รักด้าคนเดียว”

“ฮือ…ฮือ…” เสียงร้องไห้ยังไม่หยุด

“ไม่ต้องห่วงนะ” ตฤณชาปลอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“เดี๋ยวเขากลับมา พี่จะไล่เขาออกจากบ้าน ไล่ออกจากหอพัก ไม่ให้มาวุ่นวายกับด้าอีก”

คำพูดนั้นเต็มไปด้วยความเดือดดาล

เขาโกรธที่พิมลดากล้าก่อเรื่องให้เขาลำบาก

ในเมื่อเลิกกันดี ๆ ไม่ได้ ก็อย่าหาว่าเขาใจร้ายก็แล้วกัน

“พี่จะรีบไปหาด้าเดี๋ยวนี้”

เขาพูดต่ออย่างหนักแน่น

“ถ้ามีเบอร์แปลก ๆ โทรเข้ามา ไม่ต้องรับสายนะ พี่จะจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย ด้าไม่ต้องคิดมาก ตอนนี้เชื่อพี่คนเดียวก็พอ ใครพูดอะไร ไม่ต้องไปฟังทั้งนั้น ทุกอย่างที่พี่บอกด้า เป็นความจริงทั้งหมด”

ตฤณชาพูดจบ ก่อนจะกดวางสาย และนั่งรอพิมลดากลับมาด้วยอารมณ์พลุ่งพล่าน

ในบ้านที่ตฤณชาเพิ่งจากไป บรรยากาศเต็มไปด้วยเสียงร้องไห้ของเด็กน้อยและความเศร้าสร้อย

พิมลดารีบเดินไปอุ้มลูกชายตัวน้อยที่กำลังร้องไห้สะอื้น เด็กน้อยร้องเรียกหาพ่อไม่หยุด

ทั้งที่ไม่เข้าใจว่าเหตุใดเสียงตะคอกและความโกรธเมื่อครู่ จึงจบลงด้วยการจากไปอย่างกะทันหัน

“ป๊าไปไหน หม่าม้า…”

“ป๊าจะกลับมาไหม”

น้องแม็กซ์กอดแม่แน่น ร่างเล็กสั่นไหว

เด็กน้อยรับรู้ถึงความตึงเครียดและการโต้เถียงอันดุเดือด แม้จะยังไม่เข้าใจความหมายทั้งหมดก็ตาม

พิมลดากลืนก้อนสะอื้นลงคอ ก่อนจะยิ้มบาง ๆ ทั้งที่หัวใจแทบแตกสลาย

“ป๊ามีธุระด่วน ต้องรีบไปทำงานจ้ะ”

เธอพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนที่สุด

“น้องแม็กซ์ทานโจ๊กกับหม่าม้าก่อนนะคะ เดี๋ยวเรามาเปิดดูการ์ตูนรถไฟโทมัสด้วยกัน วันนี้มีตอนใหม่ด้วยนะ”

คำว่า การ์ตูน ทำให้เด็กน้อยชะงักไปเล็กน้อย

“แม็กซ์จะดูตอนใหม่”

“ได้เลยจ้ะลูก”

พิมลดากระชับอ้อมกอด

“ทานโจ๊กเสร็จแล้ว หม่าม้าจะเปิดให้ดูทันทีเลยครับพ้ม”

หญิงสาวเอ่ยกับลูกด้วยน้ำเสียงที่สดใสมากที่สุดเท่าที่จะทำได้

ไม่นานนัก น้ำตาของเด็กน้อยก็แห้งลง

ความสนใจถูกเบี่ยงไปยังโลกเล็ก ๆ ที่ปลอดภัยกว่าโลกของผู้ใหญ่

หลังจากใช้เวลาช่วงเช้าดูแลลูก กล่อมให้นอนกลางวันจนกระทั่งน้องแม็กซ์หลับสนิท

พิมลดาจึงค่อย ๆ ผละจากที่นอนข้างกายลูก ก่อนจะเดินออกจากห้องนอนอย่างเงียบงัน

มือของเธอสั่นเล็กน้อยขณะหยิบโทรศัพท์ และกดโทรหาพี่ชายทันที

“ว่าไงพิม โทรมาวันอาทิตย์ มีอะไรด่วนหรือเปล่า”

เสียงของพิพัฒน์ดังขึ้นอย่างอ่อนโยน

เพียงได้ยินเสียงนั้น ความเข้มแข็งที่ฝืนประคองไว้ก็แทบพังลง

“พี่ชาขอแยกทางกับพิมแล้วค่ะ”

พิมลดาเอ่ยเสียงสั่น

“เมื่อเช้าเราทะเลาะกัน แล้วเขาก็ไล่พิมออกจากหอพักค่ะ”

ปลายสายเงียบไปชั่วครู่

“มันเลวขนาดนั้นเลยหรือ”

น้ำเสียงของพิพัฒน์เปลี่ยนไปทันที

“ไอ้ชาติชั่ว วันนั้นที่มันเล่นโบว์ลิ่งกับผู้หญิง มันก็เห็นพี่นะ แต่ทำเป็นมองไม่เห็น แล้วรีบพาผู้หญิงออกไป”

เขาสูดลมหายใจแรง

“แล้วตอนนี้พิมอยู่กับน้องแม็กซ์ใช่ไหม”

“ค่ะพี่”

พิมลดาตอบเสียงแผ่ว

“ตอนนี้พิมอยู่ที่บ้านค่ะ พี่ชา…เขาขับรถออกไปหาผู้หญิงคนนั้นหลังจากทะเลาะกัน”

เธอหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่แทบกลั้นไม่อยู่

“ตอนนี้พิมไม่มีรถเดินทางกลับหอพักค่ะ เขาขับรถออกไปและทิ้งพิมกับลูกไว้ที่บ้าน พี่พัฒน์มารับพิมกับลูกได้ไหมคะ”

“พิมต้องไปขนของออกจากหอพักด้วยค่ะ ในเมื่อเขาไล่พิมอย่างกับหมูอย่างกับหมา พิมก็ยังมีศักดิ์ศรีพอ ที่จะไม่อยู่ให้เขาเหยียบย่ำอีก”

คำพูดสุดท้ายแผ่วลง น้ำตาไหลออกมาอย่างช้า ๆ หยดลงบนมือของตัวเอง

“ตอนนี้…พิมนึกอะไรไม่ออกเลยค่ะพี่”

ปลายสายเงียบงัน เวลานี้ ความอบอุ่นจากพี่ชายเป็นสิ่งเดียวที่พิมลดาพอจะยึดเกาะไว้ได้ ในวันที่โลกทั้งใบของเธอกำลังถล่มลงมา

“พี่จะรีบไปรับพิมเดี๋ยวนี้เลย น่าจะถึงประมาณชั่วโมงหนึ่ง”

“ขอบคุณมากนะคะ พี่พัฒน์”

พิมลดาตอบเสียงแผ่ว

“น่าจะพอดีกับตอนที่น้องแม็กซ์ตื่นพอดีเลยค่ะ ขอโทษด้วยนะคะ ที่ทำให้พี่ต้องเดือดร้อนไปด้วย”

“ไม่ต้องคิดมากนะพิมพ์”

พิพัฒน์เอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่นแต่เต็มไปด้วยความอ่อนโยน

“พิมพ์ยังมีพี่ ยังมีแพท”

เขาหยุดเล็กน้อย ก่อนจะพูดต่ออย่างชัดเจน

“พวกเราเป็นพี่น้องกัน และจะมีกันและกันอยู่เสมอ”

คำพูดนั้นทำให้หัวใจของพิมลดา ที่แตกร้าวและอ่อนล้า ราวกับได้รับการประคองไว้เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่วันที่เธอเริ่มรับรู้ถึงความโหดร้ายของสามี และความจริงเรื่องการนอกใจที่ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นในชีวิต

...

ในขณะที่ผู้หญิงคนหนึ่งกำลังถูกสามีทอดทิ้งอย่างไร้เยื่อใย ผู้หญิงอีกคนกลับได้รับการประคบประหงมอย่างอ่อนโยน

ชลิดายอมออกมาพบตฤณชา เมื่อชายหนุ่มมารับเธอที่หน้าบ้าน

โชคดีที่วันนี้ แม่ของเธอและคนในครอบครัวต่างมีธุระออกไปข้างนอก

เธอจึงเดินออกมาหาเขาได้โดยไม่มีใครทันสังเกต ว่านัยน์ตาคู่สวยยังบวมแดงจากการร้องไห้

ตฤณชาประคองเธอขึ้นรถอย่างทะนุถนอม ปิดประตูให้อย่างแผ่วเบา ราวกับกลัวว่าความสะเทือนใด ๆ จะยิ่งซ้ำเติมหัวใจที่บอบช้ำของหญิงสาว

เมื่อเห็นว่าเธอนั่งนิ่ง สีหน้าเศร้าสร้อย

เขาก็เอื้อมมือไปคาดเข็มขัดนิรภัยให้ ก่อนจะลูบผมเธออย่างแผ่วเบาเพื่อปลอบโยน

“เราไปหาที่คุยกันก่อนนะครับ”

เขาพูดด้วยน้ำเสียงนุ่ม

“พี่จะตอบทุกคำถามที่ด้าสงสัย เชื่อพี่นะครับ พี่จะบอกความจริงทุกอย่างที่ด้าต้องการรู้”

ตฤณชาขับรถตรงไปยังโรงแรมแห่งหนึ่งใกล้บ้านของชลิดา

สถานที่ที่เขาเข้าพักเป็นประจำแทบทุกสุดสัปดาห์

“ด้าทานข้าวมาหรือยังครับ”

เขาถามอย่างเอาใจใส่

“เดี๋ยวเราสั่งรูมเซอร์วิสก็ได้นะครับ”

หญิงสาวไม่ตอบ เพียงพยักหน้าเบา ๆ เธอเดินตามเขาเข้าไปในห้องพัก

และทันทีที่ประตูปิดลง ชลิดาก็โถมตัวเข้ากอดเขาแน่น เสียงร้องไห้สะอื้นดังขึ้นอย่างกลั้นไม่อยู่

“ด้าเป็นมือที่สามจริง ๆ หรือคะพี่ชา”

เสียงของเธอสั่นเครือ

“ที่ผู้หญิงคนนั้นพูด…เป็นความจริงหรือคะ”

ตฤณชากอดเธอไว้แน่น มือหนึ่งลูบหลังอย่างปลอบโยน

“ไม่จริงครับด้า”

เขาตอบทันทีด้วยน้ำเสียงมั่นใจ

“เขาต่างหากที่เป็นมือที่สาม”

ชลิดาชะงัก

“พี่อยู่กับเขาทุกวันนี้ ก็เพราะเขาขอร้อง”

ตฤณชาพูดต่อด้วยน้ำเสียงเหมือนคนเสียสละ

“พี่เห็นแก่ที่เขาเป็นแม่ของลูก เลยยอมให้อยู่ต่อ”

“พี่กับเขาตกลงกันแล้วว่าจะต่างคนต่างอยู่”

“ทุกวันนี้พี่ยังต้องให้เงินเขาทุกเดือนด้วยซ้ำ”

เขาผละออกเล็กน้อย มองตาเธออย่างจริงจัง

“ต่อไปนี้พี่สัญญากับด้าว่า เขาจะไม่ได้อยู่ที่หอพักอาจารย์อีกต่อไปแน่นอน”

“พี่จะเลิกติดต่อกับเขาทุกทาง”

น้ำเสียงของเขานุ่มลึก เต็มไปด้วยคำมั่นสัญญาที่ฟังดูจริงใจ

“ขอให้ด้าไว้ใจพี่ได้ ตอนนี้ในใจพี่มีแค่ด้าคนเดียว”

“ด้าเป็นคนที่พี่รักสุดหัวใจ”

เขาก้มลงกระซิบใกล้หูเธอ

“อย่าไปหลงกลผู้หญิงคนนั้นเลยนะครับ เขาคงเห็นว่า ตอนนี้พี่เป็นผู้บริหารของมหาวิทยาลัย ก็เลยคิดอยากจะเกาะหาผลประโยชน์”

“มันจะเป็นไปได้ยังไง ในเมื่อพี่คบกับด้าเพียงคนเดียว”

ชลิดานิ่งฟัง ก่อนจะถามด้วยเสียงแผ่ว

“แล้ว…ทำไมพี่กับเขาถึงเลิกกันล่ะคะ ทั้ง ๆ ที่มีลูกด้วยกันแล้ว”

ตฤณชาถอนหายใจยาว ทำท่าราวกับเจ็บปวดกับอดีต

“เฮ้อ…เรื่องเดียวที่ชีวิตคู่ทนไม่ได้ ก็คือการนอกใจ”

หัวใจของชลิดากระตุกวูบ

“แสดงว่า…เขานอกใจพี่หรือคะ”

“พี่ไม่มีหลักฐานชัดเจนหรอก”

เขาตอบอย่างระมัดระวัง

“แต่พี่รู้ว่าเขาแอบมีอะไรกับเพื่อนที่บริษัท”

“พี่เลยขอเลิก”

“แต่เขาขอร้อง อยากอยู่กับลูกต่อ และบอกว่าไม่มีที่ไป”

“พี่ก็เลยอนุญาตให้อยู่ต่อ”

เขาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบ ราวกับตัวเองเป็นเพียงคนใจดีที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตาอารีย์

“พี่ขอยืนยันกับด้าอีกครั้งนะครับ”

เขาเน้นเสียง

“ว่าพี่หมดใจกับเขาไปนานแล้ว”

ชลิดารับฟังทุกคำอย่างตั้งใจ หัวใจที่สับสนค่อย ๆ เอนเอียงตามถ้อยคำของเขา

“ด้าคือคนรักของพี่”

ตฤณชาพูดชัดถ้อยชัดคำ

“และพี่ก็คือคนรักของด้า”

“เราคบกันด้วยความรัก”

“เขาต่างหากที่เป็นมือที่สาม ที่พยายามเข้ามาทำลายความสัมพันธ์ของเรา”

น้ำเสียงของเขาเริ่มแฝงความไม่พอใจ

“ขนาดพี่ทำดีกับเขาขนาดนี้ เขายังแว้งกัดพี่ได้เลย”

“เขารู้ว่าพี่กำลังคบกับด้า ก็พยายามสืบหาข้อมูลของด้า เพื่อมาทำลายความสัมพันธ์ของเรา”

“ดูสิ…แค่พี่เผลอวางมือถือไว้ เขายังหาเบอร์ของด้าจนได้”

ตฤณชานิ่งไปครู่หนึ่ง

ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแต่แฝงการชี้นำ

“เอาอย่างนี้ดีไหมครับด้า”

“ด้ายกเลิกเบอร์นี้ไปเถอะ”

“พี่ไม่สบายใจเลย ถ้าเขาจะโทรมาหาด้าอีก”

“ไม่รู้ว่าเขาจะใช้เล่ห์เหลี่ยมอะไร มาเล่นงานพี่อีก”

คำพูดนั้นคือการตัดทุกเส้นทางที่พิมลดาอาจเข้าถึงชลิดาได้ และทำให้พิมลดาไม่อาจใช้หมายเลขนี้เป็นหลักฐานยืนยันว่า เขากำลังคบหาผู้หญิงคนอื่นอยู่

ขณะเดียวกัน ชลิดาก็กำลังถูกโอบล้อมด้วยคำโกหกที่ชายหนุ่มปั้นแต่งขึ้นอย่างแนบเนียนจนแทบไม่เหลือช่องโหว่ให้ตั้งคำถาม

และชลิดาเอง ก็เลือกจะเมินเฉยต่อการไตร่ตรองอย่างถ่องแท้ว่า สิ่งที่พิมลดาพยายามบอกเธอนั้นอาจเป็นความจริงทั้งหมด

หญิงสาวพร่ำบอกตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า ในเมื่อตฤณชายืนยันว่า เขาไม่มีใจให้ภรรยาอีกต่อไป และได้แยกทางกันแล้ว

เธอก็เลือกจะเดินหน้าความสัมพันธ์กับชายหนุ่มต่อไป โดยไม่หันกลับมามองความลังเลในใจตัวเอง

ชลิดาหลอกลวงตัวเอง

ว่าเธอไม่ใช่มือที่สามของครอบครัวใคร

ว่าสิ่งที่เธอและชายหนุ่มมีให้กันนั้น คือความรักที่บริสุทธิ์ใจ

ปราศจากการแย่งชิงและการทำร้ายใคร

แม้ลึกลงไปในใจ จะมีเสียงบางอย่างพยายามตั้งคำถาม

เธอก็เลือกจะกลบมันลง เพราะความจริงนั้น เจ็บปวดเกินกว่าที่เธอจะกล้ายอมรับ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ชั่วช้าสามานย์   บทที่ 15

    ชลิดาเดินกลับโต๊ะทำงานด้วยสติที่เหมือนลอยหายไปครึ่งหนึ่งระหว่างทาง สายตาหลายคู่จับจ้องเธอโดยไม่คิดจะปิดบัง บางคนมองราวกับเห็นของแปลก บางคนยิ้มมุมปากอย่างสะใจ ขณะที่อีกกลุ่มยืนกระซิบกระซาบแล้วปรายตามาทางเธอเป็นระยะเสียงหัวเราะเบา ๆ ไล่หลังมาเหมือนเงาเธอเร่งฝีเท้า หัวใจเต้นถี่จนเจ็บหน้าอกทันทีที่ถึงโต๊ะทำงาน ชลิดารีบเก็บเอกสารและของใช้ส่วนตัวใส่กระเป๋าอย่างลุกลี้ลุกลน ตั้งใจจะกลับบ้านไปตั้งหลักก่อน ทุกอย่างมันถาโถมเกินกว่าจะรับมือไหวในตอนนี้เธอส่งข้อความหาตฤณชาไปแล้วหลายครั้งไม่มีการตอบกลับคงกำลังอยู่บนเครื่องบิน“อาจารย์ชลิดาคะ คณบดีขอเชิญพบค่ะ”เสียงตุ๊กดังขึ้นข้างหลัง เธอพยายามโทรหาชลิดาหลายสายแล้ว แต่ชลิดาไม่ได้รับชลิดากลืนน้ำลาย ก่อนพยักหน้าเบา ๆ แล้วเดินตามเลขานุการไปอย่างคนไร้แรงต้านทุกย่างก้าวหนักอึ้งข้อความจากเพื่อนเด้งเข้ามาไม่หยุดในโทรศัพท์ แต่เธอไม่กล้าเปิดอ่าน รู้ดีว่าเนื้อหาคงไม่พ้นเรื่องเดียวกันเมื่อก้าวเข้าสู่ห้องทำงานคณบดี ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศทำให้เธอขนลุก ทั้งที่อุณหภูมิไม่ได้ต่างจากทุกวันหรือบางที…สิ่งที่หนาวอาจไม่ใช่อากาศเธอยกมือไหว้ ก่อนจะถูกเชิญ

  • ชั่วช้าสามานย์   บทที่ 14

    ระหว่างที่ชลิดาหิ้วอุปกรณ์การสอนเดินผ่านโรงอาหารของคณะ เพื่อมุ่งหน้าไปยังอาคารเรียนด้านข้าง เธอสังเกตได้ว่าบรรยากาศวันนี้ดูแปลกไป นักศึกษาหลายคนหันมามองเธอ บางคนยิ้ม บางคนหัวเราะเบา ๆ คล้ายมีเรื่องขบขันที่เธอไม่รู้หญิงสาวชะงักเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะส่งยิ้มสุภาพกลับไปตามมารยาท ในฐานะอาจารย์ใหม่ เธออยากสร้างความประทับใจ ไม่อยากคิดมากกับสายตาเหล่านั้นแต่ทันทีที่เธอเดินลับตา เสียงซุบซิบก็ดังเซ็งแซ่ขึ้นราวกับคลื่นกระทบฝั่ง“วันนี้ใส่ชุดเดียวกับในรูปเลยนะ แบบนี้ยืนยันได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าใช่นางแน่ ๆ”“ชุดนี้คอลเลกชันใหม่ของแบรนด์ L ด้วยนะ ซ้ำยากมาก”“ในรูป เพิ่งเดินออกมาจากโรงแรม ดูโทรมหน้าซีดมาก … สงสัยโดนไปหลายดอก ผู้ชายคงแรงดี”“งั้นข่าวลือที่ว่าไปแย่งผู้ชายเขามาก็คงจริงสิ หน้าตาก็ดีแท้ ๆ ไม่น่าคิดสั้นแบบนี้เลย เป็นอาจารย์เหมือนกันแท้ ๆ”“คนไม่มีศีลธรรมแบบนี้จะไปนับถือได้ยังไงล่ะ ถอนวิชาทันไหมเนี่ย”“อาจารย์ตฤณชาก็ดูภูมิฐานนะ อายุขนาดนั้นยังตกสาวเอ๊าะ ๆ อย่างนางได้อีก เก่งจริง ๆ”“ได้ยินมาว่าสองคนนี้เคยเป็นอาจารย์กับลูกศิษย์กันมาก่อนนะ แล้วดันปิ๊งกันเอง สุดท้ายผู้ชายก็ทิ้งเมียทิ้งลูกม

  • ชั่วช้าสามานย์   บทที่ 13

    แม้เครื่องปรับอากาศภายในห้องจะส่งไอเย็นฉ่ำเพียงใด แต่ในอกของวิภาพรกลับร้อนรุ่มราวกับมีไฟสุม ความรู้สึกสะอิดสะเอียนตีตื้นขึ้นมาจนจุกอกยามที่ต้องทอดสายตามองชายหญิงคู่ที่ยืนอยู่ตรงหน้าทั้งสองรักษาระยะห่างต่อกันด้วยท่าทีปั้นปึ่งราวกับคนไม่สนิทชิดเชื้อ แต่วิภาพรรู้ดีว่านั่นคือการแสดงที่ห่วยแตก รูปถ่ายและคลิปวิดีโอที่เธอไล่เช็กอย่างละเอียดเป็นหลักฐานชั้นดีว่าไม่มีการตัดต่อใดๆ และที่ตอกย้ำความจริงจนดิ้นไม่หลุด คือใบหน้าของ 'น้องแม็กซ์' ลูกชายของตฤณชาที่แวบเข้ามาในหัว...เด็กน้อยที่เธอเคยเห็นตอนตฤณชาพามาวิ่งเล่นที่คณะช่วงเย็นบ่อยครั้งวินาทีนั้น ความชื่นชมที่เคยมีต่อผู้ใต้บังคับบัญชาคนนี้มลายหายไปในพริบตา ชายหนุ่มที่เธอเคยประเมินไว้สูงลิ่ว ทั้งกิริยามารยาทที่ไร้ที่ติและความสามารถที่โดดเด่นจนมองเห็น อนาคตไกลเป็นถึงเก้าอี้ผู้บริหาร แท้จริงแล้วเป็นเพียงภาพลวงตาที่เขาสร้างขึ้นมาหลอกลวงโลกส่วนหญิงสาวข้างกายที่เคยมีใบหน้าสะสวยน่าเอ็นดูจนเธอเคยนึกเมตตา ในวันนี้กลับเหลือเพียงหน้ากากที่ฉาบไว้ด้วยความเสแสร้ง แววตาที่เคยดูอ่อนโยนซื่อบริสุทธิ์ บัดนี้กลับซ่อน 'ความอวดดี' และจองหองไว้อย่างปิดไม่มิด“สวัสด

  • ชั่วช้าสามานย์   บทที่ 12

    พิมลดาและแพทก้าวเดินออกจากประตูวัดเคียงคู่กัน ใบหน้าของทั้งสองดูอิ่มเอิบซึมซับเอาความสงบเย็นมาไว้ในแววตา พิพัฒน์ที่ยืนรออยู่หน้าประตูสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงนั้นทันที เขาเผยยิ้มกว้างเมื่อเห็นน้องสาวทั้งสองดูผ่อนคลายลงอย่างที่ไม่ได้เห็นมานาน“เป็นยังไงบ้างเรา ยิ้มแป้นเชียวนะ” พิพัฒน์เอ่ยหยอกน้องสาวคนเล็กด้วยน้ำเสียงเอ็นดู“ดีกว่าที่คิดมากเลยค่ะพี่พัฒน์” แพทตอบกลับเสียงใส “ไม่น่าเชื่อเลยนะคะว่าการตื่นมาทำวัตรเช้า เดินจงกรม นั่งสมาธิวนไปแบบนี้จะทำให้ใจเราเบาได้ขนาดนี้ ถ้ารู้ว่ามาปฏิบัติธรรมแล้วจะโล่งสบายเหมือนยกภูเขาออกจากอกแบบนี้ แพทมาตั้งนานแล้วค่ะ”พิพัฒน์หัวเราะน้อยๆ ก่อนจะเบนสายตาที่เต็มไปด้วยความอาทรไปทางหญิงสาวอีกคน “แล้วพิมล่ะ... เป็นยังไงบ้าง?”พิมลดาคลี่ยิ้มจางๆ แต่มั่นคง “สบายใจขึ้นมากค่ะพี่พัฒน์ เรื่องที่เคยคิดไม่ตก ตอนนี้พิมเริ่มมองเห็นทางออกบ้างแล้ว ต่อไปนี้พิมจะตั้งสติ และทำชีวิตของพิมกับน้องแม็กซ์ให้ดีขึ้น...ขอบใจแพทมากนะที่มาเป็นเพื่อนพี่”“ไม่ต้องขอบคุณเลยค่ะพี่พิม แพทซะอีกที่ต้องขอบคุณพี่” แพทกุมมือพี่สาวไว้แน่น “การมาครั้งนี้ทำให้แพทใจเย็นลงเยอะเลย แพทชอบคำสอนที่พระท

  • ชั่วช้าสามานย์   บทที่ 11

    กว่าจะกล่อมให้พิมลดาหลับได้ เวลาก็ล่วงเลยเข้าตีหนึ่ง แพทค่อย ๆ ลุกขึ้น เดินออกจากห้อง และปิดประตูลงอย่างแผ่วเบา ราวกับกลัวว่าแม้แต่เสียงลมหายใจจะรบกวนการพักผ่อนอันเปราะบางของพี่สาวหน้าห้อง พิพัฒน์ พี่ชายคนโต ยืนรออยู่ด้วยสีหน้าเคร่งเครียดและเต็มไปด้วยความห่วงใย“พิมเป็นยังไงบ้าง” เขากระซิบถามเสียงเบา“ร้องไห้จนหลับไปแล้วค่ะ น่าจะเพราะเหนื่อยมาก” แพทตอบ สีหน้าเศร้าสร้อยอย่างเห็นได้ชัดความโกรธที่อัดแน่นอยู่ในใจเธอปะทุขึ้นอีกครั้ง“อีนังผู้หญิงนั่นมันแสบนัก ทำกับเด็กตัวเล็ก ๆ ได้ลงคอ ทำทีเป็นล้อเล่น แต่จริง ๆ ตั้งใจแกล้งชัด ๆ ผู้หญิงด้วยกันดูออกค่ะ กระแดะซะไม่มี พ่อแม่ไม่สั่งสอน จิตใจทำด้วยอะไร กระทั่งเด็กก็ยังทำได้ลงคอ”พิพัฒน์ถอนหายใจยาว ก่อนเอ่ยปลอบน้องสาว“ใจเย็น ๆ แพท ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือช่วยพิมกับแม็กซ์ให้ผ่านเรื่องนี้ไปให้ได้ก่อน ส่วนมันกับผู้หญิงของมัน…สักวันต้องได้รับกรรมสนองแน่นอน คอยดูไปเถอะ”แพทกำมือแน่น ดวงตาแข็งกร้าว“แพทมีวิธีแก้แค้นให้พี่พิมค่ะ แค่เล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ยังดี มันทำเราเจ็บได้ เราก็ทำมันเจ็บได้เหมือนกัน”พิพัฒน์หันมามองน้องสาวอย่างจริงจัง“จะทำอะไรก็อย่าให้ก

  • ชั่วช้าสามานย์   บทที่ 10

    ตลาดกลางคืนย่านดังของกรุงโตเกียวสว่างไสวไปด้วยแสงไฟและเสียงผู้คน ชลิดาเดินทอดน่องอย่างอารมณ์ดี แขนข้างหนึ่งคล้องอยู่กับแขนของตฤณชาที่ก้าวเคียงข้างเธออย่างใกล้ชิด ราวกับต้องการประกาศความเป็นเจ้าของโดยไม่แยแสสายตาใครด้านหลัง แม่ น้องสาว และญาติของเธอเดินตามมาเป็นกลุ่ม เสียงหัวเราะและบทสนทนาดังแว่วมาท่ามกลางบรรยากาศคึกคักของค่ำคืนที่ดูสมบูรณ์แบบหญิงสาวดื่มด่ำกับความรู้สึกของความสำเร็จที่หลั่งไหลเข้ามาตั้งแต่อายุยังน้อย คนรอบข้างต่างบอกว่าเธอทั้งเก่งและโชคดี เรียนหนังสือเก่ง ได้รับเลือกเป็นอาจารย์ ได้ทุนไปศึกษาต่อต่างประเทศทั้งหมดนี้…ชลิดารู้ดีว่า ส่วนหนึ่งมาจากผู้ชายที่เดินอยู่ข้างกายตั้งแต่วันแรกที่ได้พบตฤณชา ชีวิตของเธอก็เหมือนถูกเปิดประตูสู่ความรุ่งเรือง ทุกอย่างดูง่ายดาย ราบรื่น และได้มาโดยไม่ต้องดิ้นรน แม้ในส่วนลึกของจิตใจจะมีเสียงหนึ่งคอยเตือนว่า เธอกำลังทำผิดศีลธรรม แย่งชิงสามีของผู้หญิงคนอื่น และทำลายครอบครัวของใครบางคนแต่สิ่งที่เธอได้รับตอบแทน กลับเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆกรรมเวรอะไรนั่น…ชลิดาไม่สนใจขอเพียงเธอเป็นผู้ชนะ ได้ครอบครองทุกสิ่งดี ๆ ที่คนอื่นไม่มี เท

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status