مشاركة

บทที่ 7

last update تاريخ النشر: 2026-02-01 17:32:17

ตู้กำลังสนทนาทางโทรศัพท์กับตฤณชา โดยมีพิมลดานั่งอยู่ข้าง ๆ หญิงสาวนั่งฟังอย่างใจเย็น แม้ในใจจะยังไม่สงบ หลังจากเธอพูดคุยกับตู้มาเกือบชั่วโมงเต็ม

เมื่อบทสนทนาสิ้นสุดลง ตู้กดวางสาย ก่อนจะถอนหายใจแรง ราวกับแบกรับความหนักหน่วงไว้ไม่น้อย

ชายหนุ่มเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วจึงหันมาพูดกับพิมลดาด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“พี่คุยกับชาให้แล้วนะ” เขาเริ่มต้น

“เขาตกลงตามที่พิมขอ คือจะคืนของแต่งงานทั้งหมดที่เอาไป และจะรับผิดชอบค่าเล่าเรียนของลูกจนจบระดับปริญญาตรีหรือจนถึงระดับสูงสุดที่น้องแม็กซ์ต้องการเรียน”

ตู้หยุดเล็กน้อย ก่อนจะพูดต่อ

“แต่เขามีข้อแม้”

“พิมต้องให้น้องแม็กซ์เรียนที่โรงเรียนอนุบาลเดิมและต่อประถมและมัธยมในโรงเรียนของมหาวิทยาลัย โดยชาจะเป็นคนดูแลลูก ในช่วงวันจันทร์ถึงวันพฤหัสฯ ส่วนวันศุกร์ พิมไปรับลูก และดูแลต่อจนถึงวันอาทิตย์”

“เช้าวันจันทร์ พิมต้องพาลูกไปส่งที่โรงเรียน จากนั้นชาจะเป็นคนรับช่วงต่อตอนเย็น”

ตู้เหลือบมองพิมลดา ก่อนอธิบายรายละเอียดต่อ

“ชาแจ้งว่าจะให้อ้อย น้องสาวอีกคน ย้ายมาอยู่ที่หอพัก เพื่อช่วยดูแลน้องแม็กซ์ในช่วงเย็น”

อ้อยคือน้องสาวคนที่สองถัดจากตุ้ย เป็นลูกคนที่สี่ในบรรดาพี่น้องทั้งหมดห้าคนของพ่อแม่ตฤณชา

อ้อยตั้งครรภ์ตั้งแต่เรียนชั้นมัธยมปลายและต้องออกจากโรงเรียนเพื่อคลอดลูก ปัจจุบันเธอแยกกันอยู่กับสามีแล้ว

ลูกของอ้อยถูกส่งไปให้วรรณี พี่สาวคนโต ช่วยเลี้ยงดูที่บ้านต่างจังหวัด โดยอ้อยเป็นฝ่ายส่งเงินเลี้ยงดูรายเดือน

ปัจจุบัน อ้อยทำงานเป็นพนักงานขายในบริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งในสายตาของตฤณชาถือว่าเป็นตัวเลือกที่ “สะดวกที่สุด”

ตู้ถอนหายใจอีกครั้ง ก่อนจะกล่าวถึงเรื่องสุดท้าย

“ส่วนเรื่องบ้าน ตอนนี้เขาบอกว่า ให้ต่างคนต่างผ่อนกันไปก่อน แล้วค่อยหาทางออกกันอีกครั้งหนึ่ง”

“พี่ตู้คิดว่ายังไงคะ” พิมลดาเอ่ยถาม ขอความเห็นจากรุ่นพี่ที่เธอให้ความเคารพและไว้วางใจ

ตู้เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบอย่างชั่งใจ

“ก็…พี่คิดว่าเรื่องเรียนของน้องแม็กซ์ถือว่าเหมาะสมนะ แล้วก็ได้ตามที่พิมต้องการ ส่วนเรื่องของแต่งงาน ยังไงชาก็ต้องคืนพิม เพราะให้ไปแล้ว จะมาเอาคืนกันดื้อ ๆ แบบนี้ไม่ได้ มันไม่แฟร์”

เขาหยุดเล็กน้อย ก่อนจะถอนหายใจ

“แต่เรื่องบ้าน พี่ยังคิดไม่ออกจริง ๆ”

พิมลดาก้มหน้าลงเล็กน้อย ก่อนจะพูดในสิ่งที่ค้างคาใจ

“พิมยังไม่สบายใจที่เขาจะให้น้องสาวของเขามาดูลูกช่วงเย็นค่ะ ถ้าให้พิมรับส่งน้องแม็กซ์ตามปกติ จะดีกว่าไหมคะ”

ตู้มองเธออย่างเข้าใจ น้ำเสียงอ่อนลง

“พิม พี่เองก็อยากให้พิมไปรับส่งลูกทุกวันเหมือนกัน แต่พิมต้องคิดถึงเรื่องงานของพิมด้วย พิมต้องมีรายได้เพื่อเลี้ยงตัวเองและเลี้ยงลูก”

เขาเว้นจังหวะ ก่อนจะพูดต่ออย่างตรงไปตรงมา

“แล้วก็…จากที่ชาพูดออกมา พี่รู้สึกว่า เขายังต้องการรักษาภาพลักษณ์ ‘พ่อที่รักลูก’ ของตัวเองอยู่ โดยเฉพาะในฐานะผู้บริหารมหาวิทยาลัย เขายังมีภาพลักษณ์ที่ต้องประคองไว้”

พิมลดานั่งฟังเงียบ ๆ

ตู้จึงอธิบายต่อ

“ถ้าในอนาคต พิมขยับขยายเรื่องงานหรือเปลี่ยนงานที่สามารถจัดเวลาให้ยืดหยุ่นกับการดูแลลูกได้ ตอนนั้นพี่จะช่วยเจรจา ให้พิมเอาน้องแม็กซ์ไปดูแลเองทั้งหมด”

“อีกอย่าง บ้านที่พิมอยู่ตอนนี้ ใช้เวลาเดินทางพอสมควร อย่างน้อยก็เกือบสี่สิบนาที ถ้าเจอรถติด บางวันอาจนานเป็นชั่วโมง”

“มันอาจทำให้น้องแม็กซ์ไปโรงเรียนสาย แล้วถ้าจะให้ย้ายโรงเรียน พี่มองว่า โรงเรียนที่แม็กซ์เรียนอยู่ตอนนี้ รวมถึงที่จะเรียนต่อในอนาคต มีสภาพแวดล้อมที่ดีทีเดียว”

ตู้มองพิมลดาอย่างจริงใจ

“พี่อยากให้พิมลองนึกถึงอนาคตของลูกเป็นหลักนะ”

ตู้พยายามเกลี้ยกล่อมหญิงสาวอย่างสุขุม แม้ในใจของเขาเองจะเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด

เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่า การแนะนำให้พิมลดารู้จักกับตฤณชา จะนำไปสู่จุดจบเช่นนี้

หลังจากเพื่อนสนิทคนนี้ได้ก้าวขึ้นเป็นผู้บริหารของมหาวิทยาลัย นิสัยของเขาก็เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด

ทุกครั้งที่ตู้ได้พบหน้า ก็มักจะได้ยินแต่คำพูดโอ้อวดและการกดข่มคนรอบข้างของตฤณชาราวกับต้องการย้ำว่าตัวเองยิ่งใหญ่เพียงใด

เพื่อนคนนี้เปลี่ยนไปจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม เรียกได้ว่า ต่างจากเมื่อก่อน ราวกับหน้ามือเป็นหลังมือ

และเรื่องการนอกใจ ก็ทำให้ตู้ตกใจไม่แพ้กัน

โดยเฉพาะเมื่อรู้ว่า ตฤณชาคบหากับลูกศิษย์ที่อายุน้อยกว่าถึงยี่สิบปี มันเกินขอบเขตของคำว่าไม่เหมาะสม จนแทบจะเรียกได้ว่า ไร้ศีลธรรมโดยสิ้นเชิง

พิมลดานิ่งคิดอยู่นานระหว่างรับประทานอาหารไปด้วย แม้จะไม่ค่อยรู้สึกอยากอาหารเท่าใดนัก

แต่เธอก็รู้ดีว่า ตัวเองจำเป็นต้องมีแรงเพื่อรับมือกับเรื่องหนักหนาที่ยังรอเธออยู่อีกมาก

“ได้ค่ะ” เธอเอ่ยขึ้นในที่สุด

“พิมจะทำตามที่เขาเสนอมาในเรื่องการรับส่งลูก”

แต่แล้วน้ำเสียงของหญิงสาวก็หนักแน่นขึ้น

“แต่ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับน้องแม็กซ์ พิมจะจัดการยึดลูกกลับมาดูแลเองทั้งหมดอย่างแน่นอนค่ะ”

ลูกคืออันดับหนึ่งในชีวิตของเธอเสมอ และจะเป็นเช่นนั้นตลอดไป

ในวินาทีนั้นเอง พิมลดารู้ดีว่า เธอไม่อาจฝากอนาคตของตัวเองไว้กับใครได้อีก

เธอต้องเร่งสร้างความมั่นคงให้กับฐานะการงานของตนเองอย่างจริงจัง

ที่ผ่านมา เพราะเห็นว่าตฤณชาได้ก้าวขึ้นเป็นผู้บริหารของมหาวิทยาลัย และมีแนวโน้มว่าอนาคตการงานจะก้าวหน้าไปได้อีกไกล

เธอจึงเลือกจะชะลอเส้นทางอาชีพของตัวเองลง ไม่ว่าจะเป็นโอกาสในการเดินทางไปประชุมหรือเข้าร่วมสัมมนาที่ต่างประเทศ เธอก็มักขอให้หัวหน้าเลือกคนอื่นไปแทน

ทุกครั้งที่ลูกมีธุระจำเป็นหรือต้องลางานกะทันหัน ตฤณชาก็มักผลักภาระมาให้เธอเป็นฝ่ายเสียสละ และเธอก็ยอมรับมัน เพราะเชื่อว่าทั้งหมดนี้ก็ทำไปเพื่อลูก

แต่ผลของการเสียสละนั้น กลับส่งแรงสะท้อนกลับมาอย่างแรงและโหดร้ายนัก

ประสิทธิภาพการทำงานของเธอลดลง โอกาสในการเลื่อนตำแหน่งก็หายไป เงินเดือนแทบไม่ขยับ รวมถึงโบนัสที่ได้น้อยกว่าคนอื่น

เพราะผลงานของเธอถูกประเมินให้อยู่ในระดับต่ำมาก

และในวันนี้ พิมลดาก็ได้เรียนรู้แล้วว่า การฝากอนาคตของตัวเองไว้กับใคร โดยหวังเพียงความมั่นคงของอีกฝ่าย อาจเป็นความผิดพลาดที่ต้องแลกด้วยทุกอย่างและสร้างบทเรียนให้เธออย่างเจ็บปวดที่สุด

...

เช้าวันรุ่งขึ้น พิมลดาพาน้องแม็กซ์ไปส่งที่โรงเรียนอนุบาลด้วยหัวใจที่หนักอึ้งและเศร้าสร้อย

ในใจของเธอเต็มไปด้วยความหดหู่ แต่หญิงสาวเลือกเก็บทุกอย่างเอาไว้ และแสดงออกเพียงรอยยิ้มกับท่าทีร่าเริง เพื่อไม่ให้ลูกชายรับรู้ถึงความปวดร้าวในใจของแม่

พิมลดาจำต้องโกหกลูกชายว่า เธอมีความจำเป็นต้องย้ายไปทำงานต่างจังหวัด และจะมารับเขาได้เฉพาะวันศุกร์

ส่วนระหว่างสัปดาห์ จะมีอาอ้อยย้ายมาอยู่ที่หอพัก เพื่อเป็นเพื่อนและดูแลน้องแม็กซ์แทนเธอ

เมื่อคืนที่ผ่านมา เมื่อเด็กน้อยรับรู้เรื่องนี้ ใบหน้าที่สดใสก็หม่นลงทันที น้องแม็กซ์ร้องไห้สะอื้น พร่ำบอกเพียงว่า คิดถึงหม่าม้า และไม่อยากให้หม่าม้าไปไหนเลย พิมลดาต้องปลอบอยู่นาน กว่าหัวใจดวงเล็ก ๆ จะยอมสงบลงได้ในที่สุด

ก่อนจะปล่อยให้ลูกน้อยเดินเข้าไปในโรงเรียน พิมลดาก้มลงกอดร่างเล็กแน่น กอดนั้นยาวนานกว่าทุกวัน ราวกับต้องการจดจำกลิ่นอายและความอบอุ่นของลูกไว้ให้มากที่สุด

เพราะเธอรู้ดีว่า จากวินาทีนี้ไป เธอจะไม่ได้เจอหน้าลูกอีกถึงสามวันเต็ม

หัวใจของหญิงสาวบีบรัด ความเจ็บปวดแล่นวาบขึ้นมาอย่างทรมาน ราวกับถูกฉีกออกเป็นชิ้น ๆ

ขณะเดียวกัน ในส่วนลึกของหัวใจ ก็มีไฟแห่งความแค้นเคืองลุกโชนขึ้นมาเงียบ ๆ เธอสาปแช่งอดีตสามีและผู้หญิงคนนั้นที่เป็นต้นเหตุทำให้แม่คนหนึ่งต้องถูกพรากจากลูกของตน ต้องฝืนยิ้ม ฝืนปล่อยมือ ทั้งที่หัวใจแทบจะแตกสลาย

พิมลดาภาวนาอยู่ในใจ ขอให้คนทั้งสองได้รับกรรมสนองโดยเร็ว เธอและลูกจะตั้งใจมีชีวิตอยู่ให้ดี อยู่ให้ได้เห็น...เห็นพวกมันค่อย ๆ ดำดิ่งลงสู่ชีวิตที่เหมือนตกนรก ให้ได้ลิ้มรสความทุกข์ทรมานมากกว่าที่เธอกำลังเผชิญอยู่ในเวลานี้อย่างนับไม่ถ้วน…เป็นล้าน เป็นสิบล้านเท่า

หญิงสาวนั่งนิ่งอยู่ในรถอยู่นาน ปล่อยให้ความแค้นเคืองตกตะกอนอยู่ในใจ ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แล้วขับรถมุ่งหน้าไปยังบริษัทที่เธอทำงาน เพราะเธอรู้ดีว่า หนทางข้างหน้ายังมีเรื่องให้ต้องเผชิญอีกมาก

บางที…นี่อาจเป็นวิบากกรรมจากสิ่งที่เธอเคยทำไว้กับใครในอดีต และเธอจำเป็นต้องเดินต่อไป ไม่ว่าจะเจ็บปวดเพียงใดก็ตาม

ชลิดายิ้มแย้มอย่างเปี่ยมความสุข ท่ามกลางครอบครัวและกลุ่มเพื่อนในมหาวิทยาลัย

ในมือของเธอคือช่อดอกไม้สดช่อใหญ่ที่ตฤณชามอบให้ด้วยตัวเอง

วันนี้คือวันรับปริญญาของเธอ วันที่หญิงสาวรู้สึกว่า ตัวเองได้ก้าวขึ้นไปอีกขั้นของความสำเร็จในชีวิต

ไม่เพียงแค่คว้าเกียรตินิยมอันดับหนึ่งมาได้อย่างงดงาม แต่อนาคตที่สดใสก็รอเธออยู่ตรงหน้า

อีกไม่นาน เธอจะได้เดินทางไปศึกษาต่อต่างประเทศ ก่อนจะกลับมาในฐานะอาจารย์มหาวิทยาลัยผู้ทรงเกียรติ

ระหว่างรอเดินทาง ชลิดาจะเริ่มต้นทำงานเป็นอาจารย์ผู้สอนวิชาพื้นฐาน โดยมีอาจารย์อาวุโสคอยประกบและชี้แนะอย่างใกล้ชิด

และที่ทำให้ภาพชีวิตของเธอดูสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น คือการมีแฟนหนุ่ม ผู้ดำรงตำแหน่งสำคัญในมหาวิทยาลัยเดียวกัน

หญิงสาวอดไม่ได้ที่จะโพสต์ภาพคู่กับเขาลงบนโซเชียลมีเดีย พร้อมรอยยิ้มสดใสที่เหมือนตั้งใจอวด

ไม่นาน คอมเมนต์จากเพื่อน ๆ ก็หลั่งไหลเข้ามาอย่างคึกคัก

‘หวานจนมดเดินตามแล้ว’

‘ยิ้มตามจนเพื่อนเหยินกันไปหมดแล้ว’

‘อจตช จะหวานไปถึงไหนครับ ฮิ้ววว’

ชลิดาอ่านแล้วก็ยิ้มกว้างขึ้นอีก ราวกับทุกคำแซวคือเครื่องยืนยันว่า เธอคือผู้หญิงที่ทั้งเก่ง ทั้งโชคดี และมีทุกอย่างในชีวิตครบถ้วนตามที่ใฝ่ฝัน

ตฤณชายืนมองแฟนสาวคนใหม่ หญิงสาวที่วันนี้แต่งหน้าอย่างประณีต สวยหวานสะดุดตา เขาชื่นชมทั้งความสวย ความน่ารัก และความสดใหม่ของเธอ พร้อมกับความรู้สึกพึงพอใจที่เอ่อล้นอยู่ในใจ

ชายหนุ่มรู้สึกภูมิใจที่ตัวเองยังมีเสน่ห์มากพอจะคบหากับผู้หญิงที่อายุน้อยกว่าตนเองอย่างมาก

เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา โพสต์ภาพคู่กับชลิดาลงในโซเชียลมีเดีย บัญชีใหม่ที่เขาเพิ่งสมัครไว้เมื่อไม่กี่วันก่อน

ที่ผ่านมา ตฤณชาไม่เคยชอบเปิดเผยชีวิตส่วนตัว เขามองว่าเป็นเรื่องไม่จำเป็น และไม่อยากให้ใครรับรู้เรื่องของตนมากนัก

แต่ในเวลานี้กลับแตกต่างออกไป เขาภาคภูมิใจทั้งในตัวเองและในแฟนสาวที่ยืนเคียงข้าง

ยิ่งเมื่อชลิดาเรียกร้องอยากให้เขามีบัญชีโซเชียล เพื่อจะได้แบ่งปันโมเมนต์ดี ๆ และอวดความหวานกับคนอื่นบ้าง ตฤณชาก็ยอมตามใจเธอในที่สุด

ทว่าด้วยความรอบคอบในแบบของเขา ชายหนุ่มเลือกสะกดชื่อบัญชีให้แตกต่างจากชื่อจริง เพื่อไม่ให้ใครที่รู้จักเขามาก่อน โดยเฉพาะคนในแวดวงเดียวกันสามารถตามเจอได้ง่าย

บัญชีโซเชียลนี้ จึงมีเพียงชลิดาและกลุ่มเพื่อนของหญิงสาวเท่านั้นที่รับรู้การมีตัวตนของเขา แม้กระทั่ง เพื่อนสนิทของเขาอย่างตู้ก็ยังไม่รู้ว่าเขามีบัญชีโซเชียลแล้ว

สำหรับตฤณชา มันคือพื้นที่ปลอดภัยที่เขาจะได้เป็น “ผู้ชายมีเสน่ห์” โดยไม่ต้องรับผิดชอบต่ออดีตใด ๆ

นับจากนี้ไป ตฤณชาเชื่อมั่นว่า ชีวิตของเขาจะมีแต่คนมองด้วยสายตาอิจฉา อิจฉาในความโชคดี อิจฉาในตำแหน่งหน้าที่ และอิจฉาที่เขามีหญิงสาวอ่อนวัย ผู้กำลังจะก้าวขึ้นมาเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย ยืนเคียงข้างอย่างเหมาะสมกับฐานะของเขา

ภาพชีวิตเช่นนี้ คือสิ่งที่เขาเฝ้าใฝ่ฝันมาโดยตลอด

เมื่อสองปีก่อน ตฤณชาเคยเฝ้ามองผู้บริหารรุ่นพี่คนหนึ่ง ชายวัยเกือบกลางคนที่มักเดินเคียงข้างภรรยาสาว ผู้มีอายุน้อยกว่าถึงยี่สิบกว่าปี

วันนั้น ผู้คนพากันมองด้วยสายตาอิจฉา กระซิบกระซาบชื่นชม ว่าชายผู้นั้น “ทั้งเก่ง ทั้งมีวาสนา ได้ภรรยาอ่อนวัย”

และในบรรดาสายตาเหล่านั้น ตฤณชาก็เป็นหนึ่งในคนที่จ้องมองด้วยความริษยาอย่างไม่อาจปฏิเสธได้

เขาเคยคิดในใจว่า สักวันหนึ่ง เขาจะต้องยืนอยู่ในจุดนั้นให้ได้

วันนี้ เขาทำสำเร็จแล้ว ไม่ว่าก้าวไปทางไหน ตฤณชาก็รับรู้ถึงสายตาที่มองมา สายตาเหล่านั้นทำให้เขาพึงพอใจ

เพราะสำหรับเขา ผู้หญิงที่ยืนข้างกายไม่ใช่แค่คนรัก แต่คือเครื่องยืนยันสถานะ คือรางวัลของความสำเร็จ คือสิ่งที่ทำให้คนอื่นรู้ว่า เขา “เลือกได้”

และที่สำคัญที่สุด คือสิ่งที่ย้ำเตือนเขาเสมอว่า เขาไม่จำเป็นต้องย้อนกลับไปมองผู้หญิงที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขในวันที่เขายังไม่มีอะไรเลย

เพราะในโลกของตฤณชา ความรักไม่เคยสำคัญเท่าหน้าตา และศีลธรรมไม่เคยมีค่าเท่าคำว่า “คนอิจฉา”

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ชั่วช้าสามานย์   บทที่ 20

    คืนวันสิ้นปี ขณะที่ตฤณชากำลังนั่งร่วมโต๊ะฉลองอย่างเพลิดเพลินกับคนรักและกลุ่มเพื่อนในร้านอาหารแห่งหนึ่ง เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ข้อความจาก “ตู้” เพื่อนสนิทถูกส่งเข้ามา พร้อมภาพข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับน้องแม็กซ์เมื่อเขากดเปิดดู สิ่งที่ปรากฏคือใบรับรองแพทย์จากจิตแพทย์...เอกสารที่พิมลดาเป็นคนพาลูกไปพบเพียงไล่อ่านไม่กี่บรรทัด ความรู้สึกในอกของตฤณชาก็ปะทุขึ้นทันที ความโกรธแล่นพล่านจนแทบอยากขว้างโทรศัพท์ทิ้งไปให้ไกล เขาไม่เคยนึกเลยว่า “อ้อย” น้องสาวที่เขาไว้ใจ ฝากฝังให้ช่วยดูแลลูกในยามที่งานรัดตัว จะทำเรื่องแบบนี้ลงไปได้ตฤณชารู้ดีว่าอ้อยเติบโตมาอย่างน่าสงสาร สมัยเรียนมัธยม พ่อของพวกเขามัวแต่สร้างปัญหาเรื่องชู้สาวจนแม่ต้องคอยตามจัดการไม่รู้จบ ขณะที่แม่เองก็ต้องทำงานหาเงินเลี้ยงลูกไปด้วย ชีวิตครอบครัวจึงเต็มไปด้วยความวุ่นวายและไม่มีใครมีเวลาดูแลลูกอย่างใกล้ชิดเพราะเหตุนี้ อ้อยจึงพลาดพลั้งตั้งครรภ์ในวัยเรียน ต้องหยุดวุฒิการศึกษาไว้เพียงชั้นมัธยมต้น ทั้งที่กำลังจะจบ ม.6 แล้วด้วยซ้ำหลังจากคลอดลูกได้เพียงสองปี ชีวิตคู่ของเธอก็พังทลาย อดีตสามีหันไปมีผู้หญิงคนใหม่ ทิ้งเธอไว้กับภาระที่

  • ชั่วช้าสามานย์   บทที่ 19

    พิมลดาเดินออกจากห้องตรวจจิตแพทย์ หลังจากรับฟังคำอธิบายทั้งหมดจบลง สีหน้าของหญิงสาวเต็มไปด้วยความกังวล ราวกับจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่“หม่าม้า แม็กซ์เก่งไหม น้าแพทสอนพับกระดาษ แม็กซ์ทำเป็นรูปหมาได้ด้วย”พิมลดาฝืนปรับสีหน้าให้ยิ้มแย้มสดใส ทว่านัยน์ตากลับไม่ยิ้มตาม“เก่งมากเลยค่ะลูก พวกเราหาหมอเสร็จแล้ว ไปหาของอร่อยกินกันดีไหม”เธอลูบศีรษะเด็กน้อยอย่างอ่อนโยน ก่อนจะหันไปสบตาน้องสาว พยักหน้าเบา ๆ เป็นเชิงให้เดินตามกันไป“น้องแม็กซ์เก่งมากเลยค่ะ แพทสอนครั้งเดียวก็พับตามได้แล้ว หลานน้าอัจฉริยะมาก ๆ”แพทหันไปหาหลานชายตัวน้อย พร้อมยกนิ้วโป้งให้ด้วยรอยยิ้มชื่นชมตลอดทั้งวัน น้องแม็กซ์ได้อยู่กับแม่และน้าอย่างมีความสุข เด็กน้อยวิ่งเล่น หัวเราะ โดยไร้ความกังวลใด ๆอีกเพียงไม่กี่วันก็จะถึงเทศกาลปีใหม่ โรงเรียนปิดยาวให้นักเรียนได้พักผ่อน ประกอบกับพิมลดาได้ลาออกจากงานประจำแล้ว หญิงสาวจึงตั้งใจจะใช้เวลานี้ดูแลลูกน้อยอย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องเร่งรีบเหมือนที่ผ่านมา ขณะเดียวกันก็เริ่มวางแผนต่อยอดงานเสริมให้จริงจังมากขึ้นหลังกล่อมลูกน้อยหลับในช่วงบ่าย พิมลดาออกมานั่งพักนอกห้อง พลางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาตรวจดูอี

  • ชั่วช้าสามานย์   บทที่ 18

    ชลิดาเดินกลับเข้าอพาร์ตเมนต์ด้วยหัวใจที่พองโต พรุ่งนี้ตฤณชาจะเดินทางมาถึง และเธอกับเขาจะได้ใช้ช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ร่วมกันเสียทีเกือบห้าเดือนแล้วที่ทั้งสองต้องอยู่กันคนละประเทศ แม้จะพยายามวิดีโอคอลคุยกันแทบทุกวัน แต่ความต่างของเขตเวลาทำให้บทสนทนาแต่ละครั้งสั้นกว่าที่ใจต้องการเมื่อชลิดาต้องเข้าเรียน ตฤณชากำลังจะเข้านอนและเมื่อเขาเริ่มทำงาน เธอก็ต้องปิดไฟพักผ่อนมีเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ ราวหกโมงถึงหนึ่งทุ่มตามเวลาในประเทศไทย ที่ตฤณชาพอมีเวลาพูดคุยกับเธอ ก่อนที่ชลิดาจะต้องรีบไปเข้าเรียน และมีบางวันที่ชายหนุ่มติดงานยาวจนพลาดเวลาที่จะพูดคุยกันแม้จะห่างไกลกัน แต่เธอปรับตัวกับชีวิตต่างแดนได้รวดเร็ว ภายในเวลาไม่ถึงเดือนทุกอย่างก็เริ่มเข้าที่เข้าทาง ส่วนหนึ่งเพราะตฤณชาได้จัดการหลายอย่างไว้ให้ล่วงหน้า ตั้งแต่หาคนไปรับที่สนามบิน ติดต่อคนรู้จักมาช่วยเรื่องลงทะเบียนเรียน ไปจนถึงช่วยจัดหาที่พักอย่างเรียบร้อยชีวิตในเมืองใหม่จึงราบรื่นกว่าที่เธอกังวลไว้มากเธอเริ่มมีเพื่อนมากขึ้น ทั้งคนไทยและเพื่อนต่างชาติ เรียนรู้วัฒนธรรมใหม่ ๆ และค่อย ๆ สร้างพื้นที่ของตัวเองในต่างแดนค่ำคืนนั้น ชลิดานั่งมอ

  • ชั่วช้าสามานย์   บทที่ 17

    ตฤณชามาถึงร้านอาหารช้ากว่าเวลานัดเกือบหนึ่งชั่วโมง เขาให้เหตุผลว่าการประชุมเลิกสายและการจราจรติดขัดอย่างหนักเพ็ญนภาเพียงยิ้มบาง ๆ รับคำอธิบาย นั่งรออย่างสงบ แม้ในใจจะประเมินทุกท่าทีอย่างรอบคอบ เธอรู้ดีว่าเวลานี้ ลูกสาวของเธอเริ่มเสียเปรียบฝ่ายชายไปแล้ว จึงทำได้เพียงอดทน รอจังหวะที่เกมจะพลิกกลับมาอยู่ในมือบ้างระหว่างรับประทานอาหาร บทสนทนาดำเนินไปอย่างระมัดระวัง คำพูดหลายคำถูกเลือกใช้ด้วยความหมายแฝง ตฤณชารับปากว่า จะดูแลความเป็นอยู่ของชลิดาในต่างแดนอย่างเต็มที่ เขามีรุ่นพี่และคนรู้จักในเมืองที่เธอจะไปศึกษาต่อ และยืนยันว่าจะไปเยี่ยมเธอในช่วงเทศกาลสำคัญเมื่อมีโอกาสเพ็ญนภารับฟังอย่างพอใจ ก่อนจะฝากฝังเรื่องความเป็นอยู่และความปลอดภัยของลูกสาวหลายประเด็นจากนั้น เธอจึงค่อย ๆ เอ่ยข้อเสนอที่เตรียมไว้เพื่อปกป้องชื่อเสียงของชลิดาในช่วงที่ต้องไปต่างประเทศ เธอเห็นว่า การหมั้นหมายกันไว้ก่อนน่าจะช่วยยืนยันสถานะของทั้งสองฝ่าย และเมื่อชลิดาเรียนจบ เธอก็หวังว่าตฤณชาจะจัดการเรื่องแต่งงานให้เรียบร้อยข้อเสนอนั้นทำให้ตฤณชาชะงักไปเล็กน้อยในใจเขาเริ่มลังเล เขาได้สิ่งที่ต้องการจากความสัมพันธ์นี้ไปมากแล้ว

  • ชั่วช้าสามานย์   บทที่ 16

    ตฤณชานั่งเอนหลังอยู่ในบาร์ของโรงแรมหรูในประเทศที่เพิ่งเดินทางมาถึงได้ไม่ถึงชั่วโมง แก้วเครื่องดื่มสีอำพันสะท้อนแสงไฟสลัว ๆ บนเคาน์เตอร์ก่อนเครื่องบินออก เขาเห็นรูปแอบถ่ายตัวเองกับชลิดาแล้วเห็นครบ...เห็นชัดและเข้าใจทันทีว่าปัญหากำลังจะลุกลามเขาจึงปิดเครื่องโทรศัพท์ ตัดขาดจากทุกสายเรียกเข้า แม้แต่สายของชลิดาเองไม่ใช่เพราะตกใจ แต่เพราะต้องการเวลาเวลาในการคิดว่าจะปกป้องตัวเองอย่างไรเขาไม่คิดเลยว่า ขนาดพาเธอไปไกลถึงโรงแรมแถบชานเมือง ยังมีคนรู้จักเห็นและตามถ่ายภาพไว้ได้หรือจะเป็นพิมลดา?เขาหรี่ตาเล็กน้อยไม่น่าใช่…ยัยนั่นคงได้แต่เสียใจคร่ำครวญเงียบ ๆ มากกว่าจะวางแผนซับซ้อนแบบนี้ตฤณชายกแก้วขึ้นจิบ ก่อนจะตัดสินใจเปิดเครื่องสัญญาณโทรศัพท์ไหลกลับเข้ามาพร้อมข้อความและสายที่ไม่ได้รับจำนวนมาก เขากดโทรกลับไปยังหมายเลขที่คุ้นเคย คำนวณเวลาแล้วว่าที่ประเทศไทยน่าจะเป็นช่วงเช้าเสียงปลายสายรับอย่างรวดเร็ว“ฮัลโหล…”“พี่ชา…”เสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นดังทะลุสายมาอย่างไม่ทันตั้งตัวตฤณชาปรับน้ำเสียงทันที“ใจเย็น ๆ ครับด้า เกิดอะไรขึ้น พี่โทรมาเพื่อบอกว่าพี่ถึงประเทศ U แล้วนะ”เขาทำราวกับไม่รู้เรื่อ

  • ชั่วช้าสามานย์   บทที่ 15

    ชลิดาเดินกลับโต๊ะทำงานด้วยสติที่เหมือนลอยหายไปครึ่งหนึ่งระหว่างทาง สายตาหลายคู่จับจ้องเธอโดยไม่คิดจะปิดบัง บางคนมองราวกับเห็นของแปลก บางคนยิ้มมุมปากอย่างสะใจ ขณะที่อีกกลุ่มยืนกระซิบกระซาบแล้วปรายตามาทางเธอเป็นระยะเสียงหัวเราะเบา ๆ ไล่หลังมาเหมือนเงาเธอเร่งฝีเท้า หัวใจเต้นถี่จนเจ็บหน้าอกทันทีที่ถึงโต๊ะทำงาน ชลิดารีบเก็บเอกสารและของใช้ส่วนตัวใส่กระเป๋าอย่างลุกลี้ลุกลน ตั้งใจจะกลับบ้านไปตั้งหลักก่อน ทุกอย่างมันถาโถมเกินกว่าจะรับมือไหวในตอนนี้เธอส่งข้อความหาตฤณชาไปแล้วหลายครั้งไม่มีการตอบกลับคงกำลังอยู่บนเครื่องบิน“อาจารย์ชลิดาคะ คณบดีขอเชิญพบค่ะ”เสียงตุ๊กดังขึ้นข้างหลัง เธอพยายามโทรหาชลิดาหลายสายแล้ว แต่ชลิดาไม่ได้รับชลิดากลืนน้ำลาย ก่อนพยักหน้าเบา ๆ แล้วเดินตามเลขานุการไปอย่างคนไร้แรงต้านทุกย่างก้าวหนักอึ้งข้อความจากเพื่อนเด้งเข้ามาไม่หยุดในโทรศัพท์ แต่เธอไม่กล้าเปิดอ่าน รู้ดีว่าเนื้อหาคงไม่พ้นเรื่องเดียวกันเมื่อก้าวเข้าสู่ห้องทำงานคณบดี ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศทำให้เธอขนลุก ทั้งที่อุณหภูมิไม่ได้ต่างจากทุกวันหรือบางที…สิ่งที่หนาวอาจไม่ใช่อากาศเธอยกมือไหว้ ก่อนจะถูกเชิญ

  • ชั่วช้าสามานย์   บทที่ 9

    พิมลดาหันกลับไปตามต้นเสียงที่เรียกชื่อของเธอ สายตาพบหญิงสาวคนหนึ่งในชุดเสื้อสีฟ้ากับกระโปรงสีดำเรียบง่าย ผมยาวถูกรวบไว้เรียบร้อย กำลังก้าวเข้ามาหาด้วยสีหน้าดีใจ“พิม จำพี่ได้ไหม พี่ปุ้ยที่อยู่ภาควิชาเดียวกับพี่ชาน่ะ”“สวัสดีค่ะพี่ พิมจำได้ค่ะ สบายดีไหมคะ”“แล้วพิมล่ะ สบายดีไหม ช่วงนี้ไม่ค่อยเห็นหน้

    last updateآخر تحديث : 2026-03-17
  • ชั่วช้าสามานย์   บทที่ 10

    ตลาดกลางคืนย่านดังของกรุงโตเกียวสว่างไสวไปด้วยแสงไฟและเสียงผู้คน ชลิดาเดินทอดน่องอย่างอารมณ์ดี แขนข้างหนึ่งคล้องอยู่กับแขนของตฤณชาที่ก้าวเคียงข้างเธออย่างใกล้ชิด ราวกับต้องการประกาศความเป็นเจ้าของโดยไม่แยแสสายตาใครด้านหลัง แม่ น้องสาว และญาติของเธอเดินตามมาเป็นกลุ่ม เสียงหัวเราะและบทสนทนาดังแว่วมา

    last updateآخر تحديث : 2026-03-17
  • ชั่วช้าสามานย์   บทที่ 12

    พิมลดาและแพทก้าวเดินออกจากประตูวัดเคียงคู่กัน ใบหน้าของทั้งสองดูอิ่มเอิบซึมซับเอาความสงบเย็นมาไว้ในแววตา พิพัฒน์ที่ยืนรออยู่หน้าประตูสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงนั้นทันที เขาเผยยิ้มกว้างเมื่อเห็นน้องสาวทั้งสองดูผ่อนคลายลงอย่างที่ไม่ได้เห็นมานาน“เป็นยังไงบ้างเรา ยิ้มแป้นเชียวนะ” พิพัฒน์เอ่ยหยอกน้องสาว

    last updateآخر تحديث : 2026-03-17
  • ชั่วช้าสามานย์   บทที่ 11

    กว่าจะกล่อมให้พิมลดาหลับได้ เวลาก็ล่วงเลยเข้าตีหนึ่ง แพทค่อย ๆ ลุกขึ้น เดินออกจากห้อง และปิดประตูลงอย่างแผ่วเบา ราวกับกลัวว่าแม้แต่เสียงลมหายใจจะรบกวนการพักผ่อนอันเปราะบางของพี่สาวหน้าห้อง พิพัฒน์ พี่ชายคนโต ยืนรออยู่ด้วยสีหน้าเคร่งเครียดและเต็มไปด้วยความห่วงใย“พิมเป็นยังไงบ้าง” เขากระซิบถามเสียง

    last updateآخر تحديث : 2026-03-17
فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status