Share

บทที่ 7

last update Petsa ng paglalathala: 2026-02-01 17:32:17

ตู้กำลังสนทนาทางโทรศัพท์กับตฤณชา โดยมีพิมลดานั่งอยู่ข้าง ๆ หญิงสาวนั่งฟังอย่างใจเย็น แม้ในใจจะยังไม่สงบ หลังจากเธอพูดคุยกับตู้มาเกือบชั่วโมงเต็ม

เมื่อบทสนทนาสิ้นสุดลง ตู้กดวางสาย ก่อนจะถอนหายใจแรง ราวกับแบกรับความหนักหน่วงไว้ไม่น้อย

ชายหนุ่มเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วจึงหันมาพูดกับพิมลดาด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“พี่คุยกับชาให้แล้วนะ” เขาเริ่มต้น

“เขาตกลงตามที่พิมขอ คือจะคืนของแต่งงานทั้งหมดที่เอาไป และจะรับผิดชอบค่าเล่าเรียนของลูกจนจบระดับปริญญาตรีหรือจนถึงระดับสูงสุดที่น้องแม็กซ์ต้องการเรียน”

ตู้หยุดเล็กน้อย ก่อนจะพูดต่อ

“แต่เขามีข้อแม้”

“พิมต้องให้น้องแม็กซ์เรียนที่โรงเรียนอนุบาลเดิมและต่อประถมและมัธยมในโรงเรียนของมหาวิทยาลัย โดยชาจะเป็นคนดูแลลูก ในช่วงวันจันทร์ถึงวันพฤหัสฯ ส่วนวันศุกร์ พิมไปรับลูก และดูแลต่อจนถึงวันอาทิตย์”

“เช้าวันจันทร์ พิมต้องพาลูกไปส่งที่โรงเรียน จากนั้นชาจะเป็นคนรับช่วงต่อตอนเย็น”

ตู้เหลือบมองพิมลดา ก่อนอธิบายรายละเอียดต่อ

“ชาแจ้งว่าจะให้อ้อย น้องสาวอีกคน ย้ายมาอยู่ที่หอพัก เพื่อช่วยดูแลน้องแม็กซ์ในช่วงเย็น”

อ้อยคือน้องสาวคนที่สองถัดจากตุ้ย เป็นลูกคนที่สี่ในบรรดาพี่น้องทั้งหมดห้าคนของพ่อแม่ตฤณชา

อ้อยตั้งครรภ์ตั้งแต่เรียนชั้นมัธยมปลายและต้องออกจากโรงเรียนเพื่อคลอดลูก ปัจจุบันเธอแยกกันอยู่กับสามีแล้ว

ลูกของอ้อยถูกส่งไปให้วรรณี พี่สาวคนโต ช่วยเลี้ยงดูที่บ้านต่างจังหวัด โดยอ้อยเป็นฝ่ายส่งเงินเลี้ยงดูรายเดือน

ปัจจุบัน อ้อยทำงานเป็นพนักงานขายในบริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งในสายตาของตฤณชาถือว่าเป็นตัวเลือกที่ “สะดวกที่สุด”

ตู้ถอนหายใจอีกครั้ง ก่อนจะกล่าวถึงเรื่องสุดท้าย

“ส่วนเรื่องบ้าน ตอนนี้เขาบอกว่า ให้ต่างคนต่างผ่อนกันไปก่อน แล้วค่อยหาทางออกกันอีกครั้งหนึ่ง”

“พี่ตู้คิดว่ายังไงคะ” พิมลดาเอ่ยถาม ขอความเห็นจากรุ่นพี่ที่เธอให้ความเคารพและไว้วางใจ

ตู้เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบอย่างชั่งใจ

“ก็…พี่คิดว่าเรื่องเรียนของน้องแม็กซ์ถือว่าเหมาะสมนะ แล้วก็ได้ตามที่พิมต้องการ ส่วนเรื่องของแต่งงาน ยังไงชาก็ต้องคืนพิม เพราะให้ไปแล้ว จะมาเอาคืนกันดื้อ ๆ แบบนี้ไม่ได้ มันไม่แฟร์”

เขาหยุดเล็กน้อย ก่อนจะถอนหายใจ

“แต่เรื่องบ้าน พี่ยังคิดไม่ออกจริง ๆ”

พิมลดาก้มหน้าลงเล็กน้อย ก่อนจะพูดในสิ่งที่ค้างคาใจ

“พิมยังไม่สบายใจที่เขาจะให้น้องสาวของเขามาดูลูกช่วงเย็นค่ะ ถ้าให้พิมรับส่งน้องแม็กซ์ตามปกติ จะดีกว่าไหมคะ”

ตู้มองเธออย่างเข้าใจ น้ำเสียงอ่อนลง

“พิม พี่เองก็อยากให้พิมไปรับส่งลูกทุกวันเหมือนกัน แต่พิมต้องคิดถึงเรื่องงานของพิมด้วย พิมต้องมีรายได้เพื่อเลี้ยงตัวเองและเลี้ยงลูก”

เขาเว้นจังหวะ ก่อนจะพูดต่ออย่างตรงไปตรงมา

“แล้วก็…จากที่ชาพูดออกมา พี่รู้สึกว่า เขายังต้องการรักษาภาพลักษณ์ ‘พ่อที่รักลูก’ ของตัวเองอยู่ โดยเฉพาะในฐานะผู้บริหารมหาวิทยาลัย เขายังมีภาพลักษณ์ที่ต้องประคองไว้”

พิมลดานั่งฟังเงียบ ๆ

ตู้จึงอธิบายต่อ

“ถ้าในอนาคต พิมขยับขยายเรื่องงานหรือเปลี่ยนงานที่สามารถจัดเวลาให้ยืดหยุ่นกับการดูแลลูกได้ ตอนนั้นพี่จะช่วยเจรจา ให้พิมเอาน้องแม็กซ์ไปดูแลเองทั้งหมด”

“อีกอย่าง บ้านที่พิมอยู่ตอนนี้ ใช้เวลาเดินทางพอสมควร อย่างน้อยก็เกือบสี่สิบนาที ถ้าเจอรถติด บางวันอาจนานเป็นชั่วโมง”

“มันอาจทำให้น้องแม็กซ์ไปโรงเรียนสาย แล้วถ้าจะให้ย้ายโรงเรียน พี่มองว่า โรงเรียนที่แม็กซ์เรียนอยู่ตอนนี้ รวมถึงที่จะเรียนต่อในอนาคต มีสภาพแวดล้อมที่ดีทีเดียว”

ตู้มองพิมลดาอย่างจริงใจ

“พี่อยากให้พิมลองนึกถึงอนาคตของลูกเป็นหลักนะ”

ตู้พยายามเกลี้ยกล่อมหญิงสาวอย่างสุขุม แม้ในใจของเขาเองจะเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด

เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่า การแนะนำให้พิมลดารู้จักกับตฤณชา จะนำไปสู่จุดจบเช่นนี้

หลังจากเพื่อนสนิทคนนี้ได้ก้าวขึ้นเป็นผู้บริหารของมหาวิทยาลัย นิสัยของเขาก็เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด

ทุกครั้งที่ตู้ได้พบหน้า ก็มักจะได้ยินแต่คำพูดโอ้อวดและการกดข่มคนรอบข้างของตฤณชาราวกับต้องการย้ำว่าตัวเองยิ่งใหญ่เพียงใด

เพื่อนคนนี้เปลี่ยนไปจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม เรียกได้ว่า ต่างจากเมื่อก่อน ราวกับหน้ามือเป็นหลังมือ

และเรื่องการนอกใจ ก็ทำให้ตู้ตกใจไม่แพ้กัน

โดยเฉพาะเมื่อรู้ว่า ตฤณชาคบหากับลูกศิษย์ที่อายุน้อยกว่าถึงยี่สิบปี มันเกินขอบเขตของคำว่าไม่เหมาะสม จนแทบจะเรียกได้ว่า ไร้ศีลธรรมโดยสิ้นเชิง

พิมลดานิ่งคิดอยู่นานระหว่างรับประทานอาหารไปด้วย แม้จะไม่ค่อยรู้สึกอยากอาหารเท่าใดนัก

แต่เธอก็รู้ดีว่า ตัวเองจำเป็นต้องมีแรงเพื่อรับมือกับเรื่องหนักหนาที่ยังรอเธออยู่อีกมาก

“ได้ค่ะ” เธอเอ่ยขึ้นในที่สุด

“พิมจะทำตามที่เขาเสนอมาในเรื่องการรับส่งลูก”

แต่แล้วน้ำเสียงของหญิงสาวก็หนักแน่นขึ้น

“แต่ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับน้องแม็กซ์ พิมจะจัดการยึดลูกกลับมาดูแลเองทั้งหมดอย่างแน่นอนค่ะ”

ลูกคืออันดับหนึ่งในชีวิตของเธอเสมอ และจะเป็นเช่นนั้นตลอดไป

ในวินาทีนั้นเอง พิมลดารู้ดีว่า เธอไม่อาจฝากอนาคตของตัวเองไว้กับใครได้อีก

เธอต้องเร่งสร้างความมั่นคงให้กับฐานะการงานของตนเองอย่างจริงจัง

ที่ผ่านมา เพราะเห็นว่าตฤณชาได้ก้าวขึ้นเป็นผู้บริหารของมหาวิทยาลัย และมีแนวโน้มว่าอนาคตการงานจะก้าวหน้าไปได้อีกไกล

เธอจึงเลือกจะชะลอเส้นทางอาชีพของตัวเองลง ไม่ว่าจะเป็นโอกาสในการเดินทางไปประชุมหรือเข้าร่วมสัมมนาที่ต่างประเทศ เธอก็มักขอให้หัวหน้าเลือกคนอื่นไปแทน

ทุกครั้งที่ลูกมีธุระจำเป็นหรือต้องลางานกะทันหัน ตฤณชาก็มักผลักภาระมาให้เธอเป็นฝ่ายเสียสละ และเธอก็ยอมรับมัน เพราะเชื่อว่าทั้งหมดนี้ก็ทำไปเพื่อลูก

แต่ผลของการเสียสละนั้น กลับส่งแรงสะท้อนกลับมาอย่างแรงและโหดร้ายนัก

ประสิทธิภาพการทำงานของเธอลดลง โอกาสในการเลื่อนตำแหน่งก็หายไป เงินเดือนแทบไม่ขยับ รวมถึงโบนัสที่ได้น้อยกว่าคนอื่น

เพราะผลงานของเธอถูกประเมินให้อยู่ในระดับต่ำมาก

และในวันนี้ พิมลดาก็ได้เรียนรู้แล้วว่า การฝากอนาคตของตัวเองไว้กับใคร โดยหวังเพียงความมั่นคงของอีกฝ่าย อาจเป็นความผิดพลาดที่ต้องแลกด้วยทุกอย่างและสร้างบทเรียนให้เธออย่างเจ็บปวดที่สุด

...

เช้าวันรุ่งขึ้น พิมลดาพาน้องแม็กซ์ไปส่งที่โรงเรียนอนุบาลด้วยหัวใจที่หนักอึ้งและเศร้าสร้อย

ในใจของเธอเต็มไปด้วยความหดหู่ แต่หญิงสาวเลือกเก็บทุกอย่างเอาไว้ และแสดงออกเพียงรอยยิ้มกับท่าทีร่าเริง เพื่อไม่ให้ลูกชายรับรู้ถึงความปวดร้าวในใจของแม่

พิมลดาจำต้องโกหกลูกชายว่า เธอมีความจำเป็นต้องย้ายไปทำงานต่างจังหวัด และจะมารับเขาได้เฉพาะวันศุกร์

ส่วนระหว่างสัปดาห์ จะมีอาอ้อยย้ายมาอยู่ที่หอพัก เพื่อเป็นเพื่อนและดูแลน้องแม็กซ์แทนเธอ

เมื่อคืนที่ผ่านมา เมื่อเด็กน้อยรับรู้เรื่องนี้ ใบหน้าที่สดใสก็หม่นลงทันที น้องแม็กซ์ร้องไห้สะอื้น พร่ำบอกเพียงว่า คิดถึงหม่าม้า และไม่อยากให้หม่าม้าไปไหนเลย พิมลดาต้องปลอบอยู่นาน กว่าหัวใจดวงเล็ก ๆ จะยอมสงบลงได้ในที่สุด

ก่อนจะปล่อยให้ลูกน้อยเดินเข้าไปในโรงเรียน พิมลดาก้มลงกอดร่างเล็กแน่น กอดนั้นยาวนานกว่าทุกวัน ราวกับต้องการจดจำกลิ่นอายและความอบอุ่นของลูกไว้ให้มากที่สุด

เพราะเธอรู้ดีว่า จากวินาทีนี้ไป เธอจะไม่ได้เจอหน้าลูกอีกถึงสามวันเต็ม

หัวใจของหญิงสาวบีบรัด ความเจ็บปวดแล่นวาบขึ้นมาอย่างทรมาน ราวกับถูกฉีกออกเป็นชิ้น ๆ

ขณะเดียวกัน ในส่วนลึกของหัวใจ ก็มีไฟแห่งความแค้นเคืองลุกโชนขึ้นมาเงียบ ๆ เธอสาปแช่งอดีตสามีและผู้หญิงคนนั้นที่เป็นต้นเหตุทำให้แม่คนหนึ่งต้องถูกพรากจากลูกของตน ต้องฝืนยิ้ม ฝืนปล่อยมือ ทั้งที่หัวใจแทบจะแตกสลาย

พิมลดาภาวนาอยู่ในใจ ขอให้คนทั้งสองได้รับกรรมสนองโดยเร็ว เธอและลูกจะตั้งใจมีชีวิตอยู่ให้ดี อยู่ให้ได้เห็น...เห็นพวกมันค่อย ๆ ดำดิ่งลงสู่ชีวิตที่เหมือนตกนรก ให้ได้ลิ้มรสความทุกข์ทรมานมากกว่าที่เธอกำลังเผชิญอยู่ในเวลานี้อย่างนับไม่ถ้วน…เป็นล้าน เป็นสิบล้านเท่า

หญิงสาวนั่งนิ่งอยู่ในรถอยู่นาน ปล่อยให้ความแค้นเคืองตกตะกอนอยู่ในใจ ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แล้วขับรถมุ่งหน้าไปยังบริษัทที่เธอทำงาน เพราะเธอรู้ดีว่า หนทางข้างหน้ายังมีเรื่องให้ต้องเผชิญอีกมาก

บางที…นี่อาจเป็นวิบากกรรมจากสิ่งที่เธอเคยทำไว้กับใครในอดีต และเธอจำเป็นต้องเดินต่อไป ไม่ว่าจะเจ็บปวดเพียงใดก็ตาม

ชลิดายิ้มแย้มอย่างเปี่ยมความสุข ท่ามกลางครอบครัวและกลุ่มเพื่อนในมหาวิทยาลัย

ในมือของเธอคือช่อดอกไม้สดช่อใหญ่ที่ตฤณชามอบให้ด้วยตัวเอง

วันนี้คือวันรับปริญญาของเธอ วันที่หญิงสาวรู้สึกว่า ตัวเองได้ก้าวขึ้นไปอีกขั้นของความสำเร็จในชีวิต

ไม่เพียงแค่คว้าเกียรตินิยมอันดับหนึ่งมาได้อย่างงดงาม แต่อนาคตที่สดใสก็รอเธออยู่ตรงหน้า

อีกไม่นาน เธอจะได้เดินทางไปศึกษาต่อต่างประเทศ ก่อนจะกลับมาในฐานะอาจารย์มหาวิทยาลัยผู้ทรงเกียรติ

ระหว่างรอเดินทาง ชลิดาจะเริ่มต้นทำงานเป็นอาจารย์ผู้สอนวิชาพื้นฐาน โดยมีอาจารย์อาวุโสคอยประกบและชี้แนะอย่างใกล้ชิด

และที่ทำให้ภาพชีวิตของเธอดูสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น คือการมีแฟนหนุ่ม ผู้ดำรงตำแหน่งสำคัญในมหาวิทยาลัยเดียวกัน

หญิงสาวอดไม่ได้ที่จะโพสต์ภาพคู่กับเขาลงบนโซเชียลมีเดีย พร้อมรอยยิ้มสดใสที่เหมือนตั้งใจอวด

ไม่นาน คอมเมนต์จากเพื่อน ๆ ก็หลั่งไหลเข้ามาอย่างคึกคัก

‘หวานจนมดเดินตามแล้ว’

‘ยิ้มตามจนเพื่อนเหยินกันไปหมดแล้ว’

‘อจตช จะหวานไปถึงไหนครับ ฮิ้ววว’

ชลิดาอ่านแล้วก็ยิ้มกว้างขึ้นอีก ราวกับทุกคำแซวคือเครื่องยืนยันว่า เธอคือผู้หญิงที่ทั้งเก่ง ทั้งโชคดี และมีทุกอย่างในชีวิตครบถ้วนตามที่ใฝ่ฝัน

ตฤณชายืนมองแฟนสาวคนใหม่ หญิงสาวที่วันนี้แต่งหน้าอย่างประณีต สวยหวานสะดุดตา เขาชื่นชมทั้งความสวย ความน่ารัก และความสดใหม่ของเธอ พร้อมกับความรู้สึกพึงพอใจที่เอ่อล้นอยู่ในใจ

ชายหนุ่มรู้สึกภูมิใจที่ตัวเองยังมีเสน่ห์มากพอจะคบหากับผู้หญิงที่อายุน้อยกว่าตนเองอย่างมาก

เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา โพสต์ภาพคู่กับชลิดาลงในโซเชียลมีเดีย บัญชีใหม่ที่เขาเพิ่งสมัครไว้เมื่อไม่กี่วันก่อน

ที่ผ่านมา ตฤณชาไม่เคยชอบเปิดเผยชีวิตส่วนตัว เขามองว่าเป็นเรื่องไม่จำเป็น และไม่อยากให้ใครรับรู้เรื่องของตนมากนัก

แต่ในเวลานี้กลับแตกต่างออกไป เขาภาคภูมิใจทั้งในตัวเองและในแฟนสาวที่ยืนเคียงข้าง

ยิ่งเมื่อชลิดาเรียกร้องอยากให้เขามีบัญชีโซเชียล เพื่อจะได้แบ่งปันโมเมนต์ดี ๆ และอวดความหวานกับคนอื่นบ้าง ตฤณชาก็ยอมตามใจเธอในที่สุด

ทว่าด้วยความรอบคอบในแบบของเขา ชายหนุ่มเลือกสะกดชื่อบัญชีให้แตกต่างจากชื่อจริง เพื่อไม่ให้ใครที่รู้จักเขามาก่อน โดยเฉพาะคนในแวดวงเดียวกันสามารถตามเจอได้ง่าย

บัญชีโซเชียลนี้ จึงมีเพียงชลิดาและกลุ่มเพื่อนของหญิงสาวเท่านั้นที่รับรู้การมีตัวตนของเขา แม้กระทั่ง เพื่อนสนิทของเขาอย่างตู้ก็ยังไม่รู้ว่าเขามีบัญชีโซเชียลแล้ว

สำหรับตฤณชา มันคือพื้นที่ปลอดภัยที่เขาจะได้เป็น “ผู้ชายมีเสน่ห์” โดยไม่ต้องรับผิดชอบต่ออดีตใด ๆ

นับจากนี้ไป ตฤณชาเชื่อมั่นว่า ชีวิตของเขาจะมีแต่คนมองด้วยสายตาอิจฉา อิจฉาในความโชคดี อิจฉาในตำแหน่งหน้าที่ และอิจฉาที่เขามีหญิงสาวอ่อนวัย ผู้กำลังจะก้าวขึ้นมาเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย ยืนเคียงข้างอย่างเหมาะสมกับฐานะของเขา

ภาพชีวิตเช่นนี้ คือสิ่งที่เขาเฝ้าใฝ่ฝันมาโดยตลอด

เมื่อสองปีก่อน ตฤณชาเคยเฝ้ามองผู้บริหารรุ่นพี่คนหนึ่ง ชายวัยเกือบกลางคนที่มักเดินเคียงข้างภรรยาสาว ผู้มีอายุน้อยกว่าถึงยี่สิบกว่าปี

วันนั้น ผู้คนพากันมองด้วยสายตาอิจฉา กระซิบกระซาบชื่นชม ว่าชายผู้นั้น “ทั้งเก่ง ทั้งมีวาสนา ได้ภรรยาอ่อนวัย”

และในบรรดาสายตาเหล่านั้น ตฤณชาก็เป็นหนึ่งในคนที่จ้องมองด้วยความริษยาอย่างไม่อาจปฏิเสธได้

เขาเคยคิดในใจว่า สักวันหนึ่ง เขาจะต้องยืนอยู่ในจุดนั้นให้ได้

วันนี้ เขาทำสำเร็จแล้ว ไม่ว่าก้าวไปทางไหน ตฤณชาก็รับรู้ถึงสายตาที่มองมา สายตาเหล่านั้นทำให้เขาพึงพอใจ

เพราะสำหรับเขา ผู้หญิงที่ยืนข้างกายไม่ใช่แค่คนรัก แต่คือเครื่องยืนยันสถานะ คือรางวัลของความสำเร็จ คือสิ่งที่ทำให้คนอื่นรู้ว่า เขา “เลือกได้”

และที่สำคัญที่สุด คือสิ่งที่ย้ำเตือนเขาเสมอว่า เขาไม่จำเป็นต้องย้อนกลับไปมองผู้หญิงที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขในวันที่เขายังไม่มีอะไรเลย

เพราะในโลกของตฤณชา ความรักไม่เคยสำคัญเท่าหน้าตา และศีลธรรมไม่เคยมีค่าเท่าคำว่า “คนอิจฉา”

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ชั่วช้าสามานย์   บทที่ 22

    กระเป๋าสีขาวนวลรุ่นฮิตที่กำลังเป็นที่นิยมในกลุ่มสาว ๆ ถูกเหวี่ยงลงบนเตียงอย่างแรง ก่อนที่ชลิดาจะทิ้งตัวนั่งลงตามด้วยความหงุดหงิด“ไม่ยอมรับสายอีกแล้วนะ พี่ชา ดึกดื่นป่านนี้แล้วหายหัวไปไหนกัน อย่าให้ตามตัวได้นะ จะบ่นให้หูชาไปเลย”หญิงสาวบ่นด้วยน้ำเสียงกระฟัดกระเฟียด พลางกดสายโทรหาชายคนรักซ้ำแล้วซ้ำเล่าวันนี้ทั้งวัน ชลิดาไม่สามารถติดต่อตฤณชาได้เลย ทั้ง ๆ ที่เป็นวันวาเลนไทน์ วันแห่งความรัก เธอหวังว่าจะได้พูดคุยกับชายหนุ่มให้หายคิดถึงและบอกรักกันด้วยถ้อยคำหวานซึ้ง แต่จนปานนี้ที่ใกล้จะหมดวันแล้วก็ยังไม่มีวี่แววว่าเขาจะรับสายหรือโทรกลับหาเธอเลยด้วยอารมณ์เงียบเหงาในเวลาที่คู่รักต่างไปออกเดต ฟังเพลง ดูหนังหรืออิงแอบกัน หญิงสาวเลือกเปิดอ่านแชตในกลุ่มเพื่อนกลุ่มต่าง ๆ ฆ่าเวลา เธอไม่มีอารมณ์จะอ่านหนังสือทบทวนหรือทำอะไรทั้งสิ้น ใจเอาแต่พะวงว่า ตอนนี้ ชายคนรักของเธออยู่ที่ไหนและกำลังทำอะไรอยู่“นังด้า แกรีบเปิดดูรูปนี้เร็ว!!!”หวาน เพื่อนทอมสาวห้าวตัวจี๊ดประจำกลุ่มส่งข้อความร้อนเข้าในแชตกลุ่มเพื่อนสนิท พร้อมส่งรูปหนึ่งรูป“ว้าย! ตายแล้ว นังด้า ผัวแกเดินร่อนควงสาวเอ๊าะ ๆ เข้าโรงแรม”“เชี่ยเอ๊ย อจ

  • ชั่วช้าสามานย์   บทที่ 21

    ท่ามกลางผู้คนมากมายที่เดินขวักไขว่ไปมาในสนามบิน ชลิดาไม่อายที่จะกอดชายหนุ่มคนรักอย่างแนบแน่นราวกับไม่อยากปล่อยให้เขาจากไปไม่รู้เลยว่า เธอและเขาจะต้องรออีกนานแค่ไหนกว่าจะได้พบหน้ากันเช่นนี้อีกครั้งการมาเยี่ยมของเขาในครั้งนี้ เธอสัมผัสได้ถึงความกังวลบางอย่างที่เขาเผลอแสดงออกมาเป็นระยะ ๆ“พี่ชามีเรื่องอะไรที่ทำให้ไม่สบายใจหรือเปล่าคะ…บอกด้าได้นะคะ ด้าอาจจะพอช่วยอะไรได้บ้าง”เธอเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเจือความห่วงใยชายหนุ่มมองหญิงสาวตรงหน้านิ่งไปครู่หนึ่งก่อนลูบศีรษะของเธออย่างเอ็นดูและตอบกลับเบา ๆ“ขอพี่ลองหาทางเองดูก่อนนะครับ ถ้าไม่ไหวจริง ๆ พี่จะบอกด้าอีกที ขอบใจด้ามากที่เป็นห่วง”ชายหนุ่มก้มลงหอมขมับหญิงสาวอย่างแผ่วเบาก่อนจะเอ่ยต่อ“พี่จะหาเวลามาเยี่ยมด้าบ่อย ๆ นะ อยู่ทางนี้ ห้ามวอกแวก คิดถึงใจพี่บ้าง ทั้งรักทั้งหวงจนอยากเก็บด้าใส่กระเป๋าและพากลับไทยไปด้วยเลย”หญิงสาวย่นจมูกเล็กน้อยพลางสวนกลับทันทีด้วยน้ำเสียงกระเง้ากระงอด“ใครจะกล้าวอกแวกล่ะคะ พี่ชานั่นแหละ ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะ ถ้าด้ารู้ว่าแอบไปเดินหรือไปเดตกับสาวที่ไหนนะ…โดนด้าฉีกอกแน่”ชายหนุ่มหัวเราะเสียงดังออกมาอย่างชอบใจก่

  • ชั่วช้าสามานย์   บทที่ 20

    คืนวันสิ้นปี ขณะที่ตฤณชากำลังนั่งร่วมโต๊ะฉลองอย่างเพลิดเพลินกับคนรักและกลุ่มเพื่อนในร้านอาหารแห่งหนึ่ง เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ข้อความจาก “ตู้” เพื่อนสนิทถูกส่งเข้ามา พร้อมภาพข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับน้องแม็กซ์เมื่อเขากดเปิดดู สิ่งที่ปรากฏคือใบรับรองแพทย์จากจิตแพทย์...เอกสารที่พิมลดาเป็นคนพาลูกไปพบเพียงไล่อ่านไม่กี่บรรทัด ความรู้สึกในอกของตฤณชาก็ปะทุขึ้นทันที ความโกรธแล่นพล่านจนแทบอยากขว้างโทรศัพท์ทิ้งไปให้ไกล เขาไม่เคยนึกเลยว่า “อ้อย” น้องสาวที่เขาไว้ใจ ฝากฝังให้ช่วยดูแลลูกในยามที่งานรัดตัว จะทำเรื่องแบบนี้ลงไปได้ตฤณชารู้ดีว่าอ้อยเติบโตมาอย่างน่าสงสาร สมัยเรียนมัธยม พ่อของพวกเขามัวแต่สร้างปัญหาเรื่องชู้สาวจนแม่ต้องคอยตามจัดการไม่รู้จบ ขณะที่แม่เองก็ต้องทำงานหาเงินเลี้ยงลูกไปด้วย ชีวิตครอบครัวจึงเต็มไปด้วยความวุ่นวายและไม่มีใครมีเวลาดูแลลูกอย่างใกล้ชิดเพราะเหตุนี้ อ้อยจึงพลาดพลั้งตั้งครรภ์ในวัยเรียน ต้องหยุดวุฒิการศึกษาไว้เพียงชั้นมัธยมต้น ทั้งที่กำลังจะจบ ม.6 แล้วด้วยซ้ำหลังจากคลอดลูกได้เพียงสองปี ชีวิตคู่ของเธอก็พังทลาย อดีตสามีหันไปมีผู้หญิงคนใหม่ ทิ้งเธอไว้กับภาระที่

  • ชั่วช้าสามานย์   บทที่ 19

    พิมลดาเดินออกจากห้องตรวจจิตแพทย์ หลังจากรับฟังคำอธิบายทั้งหมดจบลง สีหน้าของหญิงสาวเต็มไปด้วยความกังวล ราวกับจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่“หม่าม้า แม็กซ์เก่งไหม น้าแพทสอนพับกระดาษ แม็กซ์ทำเป็นรูปหมาได้ด้วย”พิมลดาฝืนปรับสีหน้าให้ยิ้มแย้มสดใส ทว่านัยน์ตากลับไม่ยิ้มตาม“เก่งมากเลยค่ะลูก พวกเราหาหมอเสร็จแล้ว ไปหาของอร่อยกินกันดีไหม”เธอลูบศีรษะเด็กน้อยอย่างอ่อนโยน ก่อนจะหันไปสบตาน้องสาว พยักหน้าเบา ๆ เป็นเชิงให้เดินตามกันไป“น้องแม็กซ์เก่งมากเลยค่ะ แพทสอนครั้งเดียวก็พับตามได้แล้ว หลานน้าอัจฉริยะมาก ๆ”แพทหันไปหาหลานชายตัวน้อย พร้อมยกนิ้วโป้งให้ด้วยรอยยิ้มชื่นชมตลอดทั้งวัน น้องแม็กซ์ได้อยู่กับแม่และน้าอย่างมีความสุข เด็กน้อยวิ่งเล่น หัวเราะ โดยไร้ความกังวลใด ๆอีกเพียงไม่กี่วันก็จะถึงเทศกาลปีใหม่ โรงเรียนปิดยาวให้นักเรียนได้พักผ่อน ประกอบกับพิมลดาได้ลาออกจากงานประจำแล้ว หญิงสาวจึงตั้งใจจะใช้เวลานี้ดูแลลูกน้อยอย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องเร่งรีบเหมือนที่ผ่านมา ขณะเดียวกันก็เริ่มวางแผนต่อยอดงานเสริมให้จริงจังมากขึ้นหลังกล่อมลูกน้อยหลับในช่วงบ่าย พิมลดาออกมานั่งพักนอกห้อง พลางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาตรวจดูอี

  • ชั่วช้าสามานย์   บทที่ 18

    ชลิดาเดินกลับเข้าอพาร์ตเมนต์ด้วยหัวใจที่พองโต พรุ่งนี้ตฤณชาจะเดินทางมาถึง และเธอกับเขาจะได้ใช้ช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ร่วมกันเสียทีเกือบห้าเดือนแล้วที่ทั้งสองต้องอยู่กันคนละประเทศ แม้จะพยายามวิดีโอคอลคุยกันแทบทุกวัน แต่ความต่างของเขตเวลาทำให้บทสนทนาแต่ละครั้งสั้นกว่าที่ใจต้องการเมื่อชลิดาต้องเข้าเรียน ตฤณชากำลังจะเข้านอนและเมื่อเขาเริ่มทำงาน เธอก็ต้องปิดไฟพักผ่อนมีเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ ราวหกโมงถึงหนึ่งทุ่มตามเวลาในประเทศไทย ที่ตฤณชาพอมีเวลาพูดคุยกับเธอ ก่อนที่ชลิดาจะต้องรีบไปเข้าเรียน และมีบางวันที่ชายหนุ่มติดงานยาวจนพลาดเวลาที่จะพูดคุยกันแม้จะห่างไกลกัน แต่เธอปรับตัวกับชีวิตต่างแดนได้รวดเร็ว ภายในเวลาไม่ถึงเดือนทุกอย่างก็เริ่มเข้าที่เข้าทาง ส่วนหนึ่งเพราะตฤณชาได้จัดการหลายอย่างไว้ให้ล่วงหน้า ตั้งแต่หาคนไปรับที่สนามบิน ติดต่อคนรู้จักมาช่วยเรื่องลงทะเบียนเรียน ไปจนถึงช่วยจัดหาที่พักอย่างเรียบร้อยชีวิตในเมืองใหม่จึงราบรื่นกว่าที่เธอกังวลไว้มากเธอเริ่มมีเพื่อนมากขึ้น ทั้งคนไทยและเพื่อนต่างชาติ เรียนรู้วัฒนธรรมใหม่ ๆ และค่อย ๆ สร้างพื้นที่ของตัวเองในต่างแดนค่ำคืนนั้น ชลิดานั่งมอ

  • ชั่วช้าสามานย์   บทที่ 17

    ตฤณชามาถึงร้านอาหารช้ากว่าเวลานัดเกือบหนึ่งชั่วโมง เขาให้เหตุผลว่าการประชุมเลิกสายและการจราจรติดขัดอย่างหนักเพ็ญนภาเพียงยิ้มบาง ๆ รับคำอธิบาย นั่งรออย่างสงบ แม้ในใจจะประเมินทุกท่าทีอย่างรอบคอบ เธอรู้ดีว่าเวลานี้ ลูกสาวของเธอเริ่มเสียเปรียบฝ่ายชายไปแล้ว จึงทำได้เพียงอดทน รอจังหวะที่เกมจะพลิกกลับมาอยู่ในมือบ้างระหว่างรับประทานอาหาร บทสนทนาดำเนินไปอย่างระมัดระวัง คำพูดหลายคำถูกเลือกใช้ด้วยความหมายแฝง ตฤณชารับปากว่า จะดูแลความเป็นอยู่ของชลิดาในต่างแดนอย่างเต็มที่ เขามีรุ่นพี่และคนรู้จักในเมืองที่เธอจะไปศึกษาต่อ และยืนยันว่าจะไปเยี่ยมเธอในช่วงเทศกาลสำคัญเมื่อมีโอกาสเพ็ญนภารับฟังอย่างพอใจ ก่อนจะฝากฝังเรื่องความเป็นอยู่และความปลอดภัยของลูกสาวหลายประเด็นจากนั้น เธอจึงค่อย ๆ เอ่ยข้อเสนอที่เตรียมไว้เพื่อปกป้องชื่อเสียงของชลิดาในช่วงที่ต้องไปต่างประเทศ เธอเห็นว่า การหมั้นหมายกันไว้ก่อนน่าจะช่วยยืนยันสถานะของทั้งสองฝ่าย และเมื่อชลิดาเรียนจบ เธอก็หวังว่าตฤณชาจะจัดการเรื่องแต่งงานให้เรียบร้อยข้อเสนอนั้นทำให้ตฤณชาชะงักไปเล็กน้อยในใจเขาเริ่มลังเล เขาได้สิ่งที่ต้องการจากความสัมพันธ์นี้ไปมากแล้ว

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status