Share

บทที่ 6

last update Tanggal publikasi: 2026-02-01 17:31:45

พิมลดาไขกุญแจห้องหอพักอย่างใจลอย มือของเธอสั่นเล็กน้อย ทั้งที่เคยเปิดประตูบานนี้มานับครั้งไม่ถ้วน

ทันทีที่ประตูเปิดออก หญิงสาวก็เห็นร่องรอยชัดเจน ว่าตฤณชา ผู้ซึ่งกลายเป็นอดีตสามีของเธอในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา ได้เข้ามาในห้องนี้ก่อนหน้าแล้ว

เมื่อพิมลดาเดินไปถึงตู้เสื้อผ้า สายตาของเธอก็สะดุดเข้ากับกระดาษแผ่นหนึ่งที่ถูกติดทิ้งไว้อย่างจงใจ

ข้อความสั้น ๆ แข็งกระด้าง ไร้เยื่อใย

หญิงสาวหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูป ก่อนจะส่งไปให้พิพัฒน์ทางไลน์ พร้อมพิมพ์ข้อความสั้น ๆ ตามไป

“เขาไม่อยู่ค่ะ ทิ้งไว้แค่ข้อความตามรูป ไม่ต้องห่วงพิมนะคะ พิมยังทำใจไม่ได้ก็จริง แต่ก็พร้อมเผชิญกับทุกเรื่องค่ะ”

ดวงตาของพิมลดาเอ่อคลอ แต่เธอฝืนกลั้นมันไว้

เธอไม่อยากให้ลูกชายต้องเห็นแม่ในสภาพตาแดงเมื่อเธอลงไปข้างล่าง

“น้องแม็กซ์ตื่นแล้วนะ” พิพัฒน์ส่งข้อความมาบอก

“เดี๋ยวพิมลงไปรับค่ะ” เธอตอบกลับอย่างรวดเร็ว

“ให้มานั่งเล่นที่ห้องก่อนก็ดีค่ะ จะได้ไม่ซนมาก”

พิมลดาจัดเก็บข้าวของที่หยิบได้จำนวนหนึ่ง ใส่ลงในรถเข็นอย่างระมัดระวัง ก่อนจะเข็นลงไปยังชั้นล่าง

ที่ลิฟต์ เธอพบกับลุงป้อม

“คุณพิม จะให้ผมขึ้นไปช่วยขนของไหมครับ”

ลุงป้อมเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง

“ไม่เป็นไรค่ะลุง” หญิงสาวตอบอย่างสุภาพ

“พิมกำลังเก็บอยู่ คงใช้เวลาสักชั่วโมงหนึ่ง พี่ชายพิมมาช่วยขนของด้วยค่ะ ขอบคุณมากนะคะ”

“ถ้าต้องการให้ช่วยอะไร โทรมาที่ห้องข้างล่างได้เลยนะครับ จะได้มีคนขึ้นไปช่วย”

“ได้ค่ะลุง ขอบคุณมากค่ะ” พิมลดาเอ่ยพร้อมยกมือไหว้ แววตาเต็มไปด้วยความซาบซึ้ง

“งั้นเดี๋ยวผมช่วยเข็นคันนี้ให้นะครับ” ลุงป้อมอาสา

“ขอบคุณมากค่ะ” หญิงสาวเอ่ยตอบเบา ๆ

เมื่อพิพัฒน์ขึ้นมาถึงห้อง สายตาของเขาก็เห็นกระดาษแผ่นนั้นทันที ชายหนุ่มหยิบมันขึ้นมาอ่าน ก่อนจะพับเก็บใส่กระเป๋ากางเกง

“พี่ขอเก็บไว้นะ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

“วันหนึ่งแม็กซ์โตขึ้น เขาควรได้รู้เรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น”

พิพัฒน์หยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดต่อ

“แต่ตอนนี้ แม็กซ์ยังเป็นแค่เด็กน้อย เรื่องของผู้ใหญ่ เราควรหลีกเลี่ยงไม่ให้เขารับรู้จะดีที่สุด”

พิมลดาพยักหน้าเบา ๆ

“พิมก็คิดอย่างนั้นค่ะ” เธอเอ่ยเสียงแผ่ว

“เรื่องทั้งหมดเกิดขึ้น เพราะผู้ใหญ่คนหนึ่งไม่ซื่อสัตย์กับคู่ของตัวเอง แม้จะส่งผลกระทบถึงเด็ก แต่แม็กซ์ก็ยังเป็นผ้าขาว ไม่ควรต้องมารับรู้เรื่องไม่ดีของพ่อเขาในตอนนี้ค่ะ”

พิพัฒน์ถอนหายใจช้า ๆ

“วันนี้กรรมอาจจะยังตามสนองเขาไม่ทัน”

ชายหนุ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบ

“แต่พี่เชื่อว่า สักวันหนึ่ง กรรมนั้นจะตามทันเขาแน่นอน ไม่ชาตินี้ ก็ชาติหน้า”

เขาเงยหน้ามองน้องสาว แววตาจริงจัง

“อย่างน้อยที่สุด คนที่ทำร้ายคนอื่นได้แบบนั้น ไม่มีทางอยู่อย่างสงบสุขในใจได้นานหรอก”

“พิมขอแค่ให้พิมกับลูกได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข และขอให้ลูกเติบโตเป็นคนดีก็พอใจแล้วค่ะ ตอนนี้พิมคงต้องค่อย ๆ คิดและวางแผนว่าจะก้าวต่อไปอย่างไรดี”

พิมลดาทยอยเก็บข้าวของจนเกือบเรียบร้อย ก่อนจะเปิดลิ้นชักในตู้เสื้อผ้าเพื่อตรวจดูตู้เซฟขนาดเล็กที่ซ่อนอยู่ด้านใน เมื่อเห็นกุญแจดอกหนึ่งวางอยู่ข้างตู้ หญิงสาวก็รู้ได้ทันทีว่า ตฤณชาคงมาเปิดเอาของออกไปแล้ว เธอเปิดเซฟดูและพบว่าทองที่สะสมไว้ก่อนแต่งงานยังอยู่ครบถ้วน แต่ทรัพย์สินอื่น ๆ กลับหายไปจนหมดสิ้น

“เขาเอาไปหมดเลยค่ะ ของที่สะสมกันมา…ยังดีที่เหลือทองซึ่งเป็นของพิมก่อนแต่งงานไว้ ไม่เอาไปด้วย”

“พิมพอจะมีใครที่สามารถเจรจากับไอ้ชั่วนั่นได้ไหม ยังไงของแต่งก็ควรเอาคืนมา อย่างน้อยก็เก็บไว้ให้น้องแม็กซ์”

หญิงสาวนิ่งคิดอยู่ครู่ใหญ่ก่อนจะเอ่ยตอบ

“มีอยู่คนหนึ่งค่ะ เป็นเพื่อนสนิทของเขา ชื่อพี่ตู้ พิมจะลองโทรไปขอให้ช่วยคุยเจรจาดูค่ะ แล้วก็จะคุยเรื่องลูกด้วยว่าจะตกลงกันอย่างไร พิมเป็นห่วงเรื่องโรงเรียนของลูกค่ะ เพราะมหาวิทยาลัยมีสวัสดิการให้บุตรของบุคลากรเข้าเรียนในโรงเรียนที่อยู่ในกำกับ อย่างน้อยแม็กซ์ก็จะได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี”

“พิมลองติดต่อพี่ตู้คนนี้ดูก่อนก็แล้วกัน ถ้าไม่ได้เรื่อง พี่จะบุกไปคุยกับมันถึงคณะเอง หรือถ้ายังเรื่องมากอีก ก็จะติดต่ออธิการบดีไปเลย ให้มันรู้กันไป”

ก่อนออกจากหอพัก พิมลดายื่นกุญแจห้องคืนให้ลุงป้อม หัวหน้า รปภ.

“พิมคงไม่ได้กลับมาอยู่ที่นี่แล้วนะคะ แต่ช่วงนี้น้องแม็กซ์ยังมาเรียนที่โรงเรียนอนุบาลอยู่ ถ้ามีปัญหาอะไร รบกวนลุงช่วยแจ้งพิมด้วยนะคะ”

หญิงสาวขอเบอร์โทรศัพท์ของลุงป้อม ก่อนจะให้เบอร์ของตนเองไว้สำหรับติดต่อกรณีฉุกเฉิน

“ขอให้คุณพิมโชคดีนะครับ” ลุงป้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงใจ “ผมเชื่อว่าคนทำดีย่อมได้ดี ใครทำอะไรไว้ก็ต้องได้รับอย่างนั้น คุณพิมเป็นคนดี ต่อไปต้องเจอแต่เรื่องดี ๆ แน่นอนครับ”

“ขอบคุณมากนะคะ” พิมลดายิ้มบาง ๆ เอ่ยขอบคุณ ก่อนจะหันหลังเดินไปขึ้นรถของพิพัฒน์ที่สตาร์ตรออยู่แล้ว

...

แม็กซ์ตื่นเต้นไม่น้อยที่ได้มาถึงบ้านของพิพัฒน์หรือบ้านหลังเดิมที่พิมลดาเคยอาศัยอยู่ก่อนแต่งงาน

แต่ไม่นาน เด็กน้อยก็เงยหน้าถามแม่ด้วยความสงสัย ว่าทำไมคืนนี้ถึงไม่กลับไปนอนที่หอพัก

พิมลดาจำต้องโกหกลูกอย่างแผ่วเบา ว่าที่หอพักน้ำไม่ไหล จึงยังกลับไปพักไม่ได้ ก่อนจะกล่อมเด็กน้อยให้หลับลงในที่สุด

เมื่อทุกอย่างเงียบสงบ น้ำตาของพิมลดาก็ไหลซึมออกมา ขณะที่เธอครุ่นคิดถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น

มันเป็นความจริงที่เธอยังทำใจไม่ได้ ชีวิตคู่ที่ใช้ร่วมกันมานานถึงห้าปี บวกกับช่วงเวลาคบหาดูใจกันอีกกว่าสองปี

ไม่ใช่สิ่งที่จะบอกว่าตัดใจก็ทำได้ในชั่วข้ามคืน

หัวใจของเธอยังมีเลือดเนื้อ ไม่ได้แข็งกระด้างเหมือนหินหรือเหล็ก และเธอก็ไม่ใช่คนใจดำที่คิดเพียงผลประโยชน์ที่จะตักตวงได้จากคู่ชีวิตของตน

พิมลดาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ส่งข้อความหาพี่ตู้ เพื่อนสนิทของตฤณชา ซึ่งยังเป็นรุ่นพี่ที่ทำงานเก่าของเธอ และเป็นคนที่ทำหน้าที่พ่อสื่อให้ทั้งสองได้รู้จักกันจนคบหาดูใจและแต่งงานกันในที่สุด

เธอนัดพบพี่ตู้ในวันรุ่งขึ้นช่วงเที่ยงเพื่อรับประทานอาหารร่วมกันและพูดคุยถึงปัญหาที่เกิดขึ้น

พิมลดาขอให้แพท น้องสาวของเธอ ช่วยดูแลแม็กซ์แทน ในช่วงที่เธอออกไปพบพี่ตู้ ซึ่งโชคดีที่แพทสามารถขอลางานได้

ส่วนตัวเธอ ตัดสินใจโทรศัพท์ติดต่อพี่หลิว หัวหน้างานโดยตรง โชคดีที่หัวหน้าเข้าใจในสถานการณ์ของเธอ และอนุญาตให้ลางานได้ โดยให้ใช้เป็นการลาป่วยแทน

เพราะวันลาพักร้อนของพิมลดาได้ถูกใช้หมดไปนานแล้วจากการต้องลางานอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นช่วงที่ลูกไม่สบาย พาไปฉีดวัคซีน หรือในวันที่สามีเดินทางไปต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ และไม่มีใครไปรับลูกแทนเขาได้

หลังจากจัดการข้าวของและแก้ปัญหาเฉพาะหน้าต่าง ๆ ได้เพียงชั่วคราว พิมลดาก็ล้มตัวลงนอนเคียงข้างลูกชาย

ความเหนื่อยอ่อนทั้งกายและใจถาโถมเข้ามาจนเธอแทบไม่เหลือแรงแม้แต่จะขยับตัว หญิงสาวหลับไปในเวลาไม่นาน โดยมีน้ำตาค้างอยู่ที่หางตา

จิตใจของเธออ่อนล้าจนแทบไม่อยากลืมตาตื่นขึ้นมาเผชิญกับวันใหม่อีกเลย

พิมลดากุมมือลูกชายตัวน้อยที่นอนอยู่ข้างกายไว้แน่น ราวกับกำลังยึดเหนี่ยวสิ่งเดียวที่ยังทำให้เธอมีลมหายใจต่อไปได้

เธอหวังว่า ความอบอุ่นจากมือเล็ก ๆ คู่นั้นจะช่วยชาร์จพลังให้หัวใจที่บอบช้ำมีแรงพอจะฝืนลุกขึ้นและสู้ต่อไปอีกครั้งในวันพรุ่งนี้

…

พิมลดาลืมตาขึ้นมาอย่างงงงัน สายตาของเธอเพ่งมองเพดานด้านบน ความรู้สึกคุ้นเคยและอบอุ่นค่อย ๆ ซึมเข้ามาแทนที่

นี่คือห้องนอนเก่า ห้องที่เธอเคยอาศัยอยู่ก่อนแต่งงาน ในบ้านที่เต็มไปด้วยความปลอดภัยและความรัก

หญิงสาวหันไปมองที่นอนด้านข้าง แล้วก็สะดุ้งลุกขึ้นทันทีเมื่อไม่เห็นลูกชายนอนอยู่ข้างกาย

เธอรีบลุกอย่างร้อนรน แต่ยังไม่ทันได้ก้าวไปไหน ก็ต้องนั่งลงบนเตียงอีกครั้ง เพราะอาการวิงเวียนที่แล่นขึ้นมาอย่างฉับพลัน

พิมลดาสูดลมหายใจลึก ตั้งสติ ก่อนจะลุกขึ้นอีกครั้งอย่างระมัดระวัง

เมื่อเธอเปิดประตูห้องนอนออกไป เสียงหัวเราะใส ๆ ของเด็กน้อยก็ดังแว่วมาทันที ปะปนกับเสียงพูดคุยอย่างร่าเริงของแพท น้องสาวของเธอ

ปีนี้แพทอายุยี่สิบหกปี อ่อนกว่าพิมลดาถึงสิบสองปี

ขณะที่พิมลดาอายุสามสิบแปดปีแล้ว

แพทถือเป็นลูกหลงของครอบครัว

ในช่วงที่พิมลดากำลังจะขึ้นชั้นมัธยมศึกษา แม่ก็มีน้องคนเล็กให้เธอช่วยดูแล

“หม่าม้า น้าแพทซื้อของเล่นให้แม็กซ์ด้วย มาดูสิครับ แม็กซ์ต่อสะพานแล้ว!”

เด็กน้อยรีบวิ่งเข้าหาพิมลดาทันทีที่เห็นแม่ พร้อมอวดของเล่นชิ้นใหม่ด้วยแววตาเป็นประกาย

“พี่พิม ตื่นแล้วหรือคะ” แพทหันมายิ้มให้

“เมื่อคืนแพทกลับดึกค่ะ เลยไม่กล้าแวะเข้าไปดูหลาน กลัวน้องแม็กซ์จะตื่นกลางดึก”

เธอพูดต่อด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“เช้านี้พอเปิดประตูห้องพี่พิม ก็เจอน้องแม็กซ์ลืมตาแป๋วพอดี แพทเลยอุ้มออกมาเล่นก่อนค่ะ พี่พิมจะได้มีเวลานอนต่ออีกหน่อย”

“ขอบใจจ้ะแพท” พิมลดาตอบด้วยรอยยิ้มจาง ๆ

ก่อนจะลูบศีรษะลูกชายอย่างอ่อนโยน แล้วเอ่ยชมด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

“โอ้โห น้องแม็กซ์ต่อสะพานยาวสวยมากเลยค่ะลูก”

จากนั้นพิมลดาหันไปพูดกับน้องสาว

“เดี๋ยวพี่เตรียมอาหารเช้าให้แม็กซ์ก่อนนะ ฝากแพทดูแม็กซ์ต่ออีกแป๊บหนึ่ง”

“ไม่ต้องทำแล้วค่ะ พี่พิม” แพทรีบพูดแทรก

“แพทสั่งโจ๊กปลามาแล้ว พี่พิมจะได้ไม่ต้องทำอาหารเช้า”

เธอหยุดคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงสดใส

“ไว้สาย ๆ เราออกไปเดินเล่นกันดีไหมคะ ระหว่างที่พี่พิมไปคุยกับเพื่อนรุ่นพี่คนนั้น แพทจะพาน้องแม็กซ์ไปนั่งกินข้าวที่ร้านอาหารใกล้ ๆ แถวนั้นก็ได้ค่ะ แล้วเราค่อยกลับบ้านพร้อมกัน ดีไหมคะ”

แพทอยากอยู่ใกล้พี่สาวให้มากที่สุดในช่วงเวลาที่หัวใจของพิมลดากำลังบอบช้ำ เธอหวังเพียงว่า การพาพี่สาวและหลานออกไปเปลี่ยนบรรยากาศอาจช่วยให้อารมณ์ที่อัดแน่นอยู่ในใจผ่อนคลายลงได้บ้าง

“ดีเลยจ้ะแพท” พิมลดาพยักหน้า

“พี่ก็ห่วงน้องแม็กซ์เหมือนกัน ช่วงนี้เขาค่อนข้างติดพี่มาก กลัวว่าถ้าไม่เห็นหน้าแม่นาน ๆ แล้วจะร้องเอา”

“งั้นตกลงตามนี้นะคะ” แพทยิ้ม ตั้งใจจะทำให้บรรยากาศเบาลง

“พี่พิมมาทานโจ๊กก่อน แล้วค่อยพาน้องแม็กซ์อาบน้ำ จากนั้นพี่พิมค่อยไปอาบน้ำต่อก็ได้ ประมาณสิบเอ็ดโมงเราค่อยออกจากบ้านกัน วันนี้ให้แพทเป็นสารถีขับรถให้นะคะ”

แพทเอ่ยแผนของเช้าวันนี้ พร้อมพูดหยอกเย้าเล็กน้อย เพื่อให้พี่สาวได้ยิ้มออกมาบ้างในวันที่หัวใจหนักอึ้งเช่นนี้

พิมลดายิ้มออกมาอย่างแผ่วเบา

“ดีเหมือนกันจ้ะ ทำตามที่แพทบอกเลย วันนี้พี่ตั้งใจจะซื้อคาร์ซีทให้น้องแม็กซ์ด้วย จะได้พาเขาไปไหนมาไหนได้สะดวกขึ้น”

“ดีเลยค่ะ” แพทยิ้มกว้าง

“เดี๋ยวเราไปเลือกที่นั่งพิเศษให้น้องแม็กซ์เลือกเองเลยนะคะ”

แพทหันมาคุยกับน้องแม็กซ์ต่อ ก่อนพิมลดาจะหันไปจัดการเทโจ๊กของตัวเองและของลูก

...

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ชั่วช้าสามานย์   บทที่ 61

    หลังจากน้องรุ้งทานนมแม่จนอิ่ม ริวก็อุ้มลูกสาวพาดบ่าแล้วลูบหลังเบา ๆ เด็กน้อยที่เล่นสนุกมาทั้งวันเริ่มปรือตา ก่อนจะค่อย ๆ หลับไปในอ้อมแขนของพ่อชายหนุ่มจึงพาลูกไปวางบนเตียงเด็กที่ย้ายมาไว้ในห้องนอนของหลิวเป็นการชั่วคราว จัดผ้าห่มให้เรียบร้อย แล้วมองดูลูกสาวอยู่ครู่หนึ่งจนแน่ใจว่าหลับสนิทดีแล้ว จึงหันไปหาแม่ที่กำลังจัดถุงนมแม่ใส่ตู้เย็นเล็กตรงมุมห้อง“แม่ครับ คืนนี้ฝากดูแลน้องรุ้งให้ด้วยนะครับ” ริวพูดพร้อมยกมือไหว้ แพทที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็ยกมือไหว้ตามสามี“ไปเถอะจ้ะ วันนี้วันพิเศษ ให้พ่อแม่น้องรุ้งได้พักผ่อนกันบ้าง” หลิวยิ้มอย่างรู้ทัน ก่อนจะอดแซวไม่ได้ “เผื่ออีกไม่กี่เดือนน้องรุ้งจะได้มีน้องมาเล่นด้วยอีกคน”แพทถึงกับทำหน้าไม่ถูก ขณะที่คนข้างกายกลับรับมุกอย่างอารมณ์ดี“อาจจะมาแล้วก็ได้นะครับ” พูดจบยังเอื้อมมือมากุมมือภรรยาเสียอีก จนแพทต้องหันไปค้อน“แม่จะรอข่าวดีจ้ะ” หลิวหัวเราะ “ไปพักผ่อนกันได้แล้ว นมน้องรุ้งเต็มตู้ ไม่ต้องห่วง คืนนี้แม่ให้เจ้าน้อยมานอนข้างเตียงด้วย จะได้ช่วยกันดูเวลาน้องรุ้งตื่น พ่อของลูกมีงานด่วนต้องไปต่างจังหวัดพอดี มีน้อยอยู่ด้วยก็ช่วยแม่ได้เยอะ”พูดจบก็โบกมือไล่ลูกชา

  • ชั่วช้าสามานย์   บทที่ 60

    พีระดนย์นั่งมองพิธีในงานเลี้ยงแต่งงานของริวกับแพทด้วยรอยยิ้ม ชายหนุ่มได้รับเชิญให้มาร่วมงานจากริว ซึ่งตั้งใจโทรศัพท์มาชวนเขาด้วยตัวเองหลังจากเหตุการณ์ในวันนั้นที่เขาได้ช่วยเหลือแพท พิมลดาก็โทรศัพท์มาขอบคุณเขาเป็นการส่วนตัว พีระดนย์จึงถือโอกาสแวะไปเยี่ยมแพทที่โรงพยาบาลด้วยนับจากนั้นเขาก็ยังคงแวะเวียนไปที่ร้านของพิมลดาอยู่เสมอ บางครั้งไปทานอาหารตามลำพัง บางครั้งก็พาพี่สาวและครอบครัวไปด้วย หรือหากมีโอกาสก็พาลูกค้ากับลูกน้องในฝ่ายไปทานอาหารที่ร้านแม้จะไปค่อนข้างบ่อย แต่พีระดนย์กลับไม่เคยรู้สึกเบื่อ เพราะพิมลดารู้จักปรับเปลี่ยนเมนูอยู่เสมอ ในแต่ละเดือนจะมีเมนูหมุนเวียนสลับกันไป ทำให้ต่อให้เขาแวะมาบ่อยแค่ไหน ก็มักมีอาหารจานใหม่ให้ได้ลองอยู่เรื่อย ๆและดูเหมือนช่วงหลังมานี้ เขาเองก็หาเหตุผลแวะไปที่ร้านได้บ่อยขึ้นกว่าเดิมเสียด้วยนับตั้งแต่เข้ามาในงานแต่งงานของริวและแพท สายตาของพีระดนย์ก็มักจะวนเวียนอยู่ที่พิมลดาเป็นระยะวันนี้เธอดูสวยเป็นพิเศษ ทั้งชุดที่เลือกมาเข้ากับรูปร่างและใบหน้าที่นาน ๆ ครั้งจะแต่งหน้าเต็มยศ ยิ่งมองก็ยิ่งทำให้เขาเผลอมองซ้ำอยู่หลายครั้งพีระดนย์หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นม

  • ชั่วช้าสามานย์   บทที่ 59

    ชลิดาลงชื่อในหนังสือยอมความที่ทนายความของพิมลดายื่นให้โดยไม่ลังเลก่อนหน้านั้น ทนายความได้ติดต่อขอพบเธอที่สถานีตำรวจและอธิบายความประสงค์ของพิมลดาให้ฟังว่า ทางนั้นยินยอมถอนแจ้งความ โดยมีเงื่อนไขให้ชลิดาลงชื่อในหนังสือยอมความ ยอมรับในสิ่งที่ตัวเองกระทำ และให้คำมั่นว่าจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพิมลดาและครอบครัวอีกต่อไปชลิดายอมรับเงื่อนไขทั้งหมดโดยไม่มีข้อโต้แย้ง หลังจากลงชื่อเรียบร้อย เธอรับสำเนาหนังสือฉบับนั้นมาถือไว้ด้วยมือที่สั่นเล็กน้อย อย่างน้อยเรื่องยุ่งยากในชีวิตก็จบลงไปอีกหนึ่งเรื่องเวลานี้ปัญหาหลายอย่างกำลังถาโถมเข้ามาพร้อมกันจนแทบตั้งรับไม่ทัน ทุกเช้าชลิดาตื่นขึ้นมาพร้อมความกังวล ส่วนทุกค่ำคืนก็แทบข่มตาหลับไม่ได้ เพราะในหัวมีแต่คำถามเดิม ๆ วนเวียนอยู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจากนี้เธอจะใช้ชีวิตต่อไปอย่างไรแล้วจะแก้ปัญหาที่อยู่ตรงหน้าทีละเรื่องได้อย่างไรสำหรับชลิดา การที่พิมลดายอมถอนแจ้งความให้ในครั้งนี้ถือเป็นความปรานีที่อีกฝ่ายมอบให้ ทั้งที่หากพิมลดาและครอบครัวจะดำเนินเรื่องกับเธอจนถึงที่สุด เธอก็ไม่มีสิทธิ์กล่าวโทษใครได้เลย เมื่อนึกย้อนถึงสิ่งที่ตัวเองเคยทำกับพิมลดาและครอบครัวมาตลอด

  • ชั่วช้าสามานย์   บทที่ 58

    ชลิดาวางกระเป๋าสะพายลงบนโต๊ะหน้าโซฟาอย่างหมดเรี่ยวแรง ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งด้วยสีหน้าอ่อนล้าดิวเดินเข้ามาวางแก้วน้ำตรงหน้าพี่สาว แล้วนั่งลงข้าง ๆ“แม่เป็นยังไงบ้างคะพี่”“ก็...” ชลิดานิ่งไปครู่หนึ่ง พยายามรวบรวมสติก่อนตอบคำถามของน้องสาว“แม่ไม่ได้พูดอะไรเลย เอาแต่นั่งนิ่งแล้วก็เหม่อลอย พี่พูดด้วยหรือถามอะไรก็ไม่ตอบ”“แล้ว...เราจะประกันตัวแม่ออกมาได้ไหมคะ”ชลิดาส่ายหน้า “ไม่ได้เลย คดีนี้เป็นคดีฆาตกรรม ตำรวจต้องควบคุมตัวแม่ไว้สอบปากคำและดำเนินคดีตามขั้นตอน”เธอหยุดไปเล็กน้อย ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่เริ่มสั่น“พี่ถามตำรวจแล้ว ตั้งแต่จับตัวแม่มา แม่ไม่พูดอะไรเลย เอาแต่นั่งนิ่งแล้วก็เหม่อลอย ถ้าอาการยังเป็นแบบนี้ต่อไป...อาจต้องให้จิตแพทย์เข้ามาดูอาการ”พูดจบ น้ำตาที่พยายามกลั้นเอาไว้ก็ไหลลงมา ชลิดายกมือขึ้นเช็ดออกอย่างลวก ๆ แต่ภาพเหตุการณ์เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนยังคงวนเวียนอยู่ในหัวไม่หยุด หวาน เพื่อนสนิทของเธอ เป็นคนโทรมาแจ้งข่าวด้วยน้ำเสียงร้อนรน ก่อนจะส่งลิงก์ข่าวออนไลน์มาให้ดูตอนแรกชลิดายังไม่เข้าใจว่าเหตุใดหวานถึงโทรหาเธอด้วยเรื่องนี้ กระทั่งกดเข้าไปอ่านข้อความในข่าว...เพ็ญนภา แม่ข

  • ชั่วช้าสามานย์   บทที่ 57

    แพทสะดุ้งตื่นเพราะเสียงร้องของน้องรุ้ง หญิงสาวรีบลุกขึ้นมาดูลูกสาวที่นอนอยู่ในเตียงเด็กข้างเตียง เมื่อเห็นเจ้าตัวเล็กร้องไห้จ้าจนหน้าแดงก็อดกังวลไม่ได้ รีบอุ้มขึ้นมาปลอบพร้อมกับลูบหลังเบา ๆ“น้องรุ้งเป็นอะไรลูก เดี๋ยวแม่ขอดูเพิสหน่อยนะคะ”แพทลองเปิดขอบแพมเพิสดูจึงพบว่าเปียกจนเต็ม เธอรีบวางลูกลงบนเตียง แกะแพมเพิสออก แล้วหยิบตะกร้าใส่อุปกรณ์ทำความสะอาดที่วางเตรียมไว้ใกล้มือมาจัดการเช็ดก้นให้ลูกและเปลี่ยนแพมเพิสผืนใหม่ให้แต่ถึงจะตัวแห้งสบายแล้ว น้องรุ้งก็ยังร้องไม่หยุด แพทจึงรู้ว่าคราวนี้ลูกคงหิวด้วย“หิวด้วยเหรอคะ ถึงว่าร้องใหญ่เลย”หญิงสาวอุ้มลูกขึ้นมาให้นม เจ้าตัวเล็กรีบดูดนมด้วยความหิว ไม่นานเสียงร้องไห้ก็ค่อย ๆ เงียบลง กระทั่งอิ่มท้องและหลับปุ๋ยอยู่ในอ้อมแขนของแม่แพทอุ้มพาดบ่าให้เรอ ก่อนจะค่อย ๆ วางลูกกลับลงบนเตียงเด็กอย่างเบามือ แล้วห่มผ้าให้เรียบร้อยขณะที่กำลังจะเอนตัวลงนอน สายตาพลันเหลือบไปเห็นนาฬิกาบนฝาผนังห้าทุ่มแล้ว...แพทชะงัก ก่อนจะหันไปมองเตียงเสริมที่ยังว่างเปล่าริวยังไม่กลับบ้านหญิงสาวรีบหยิบโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงขึ้นมาดู ข้อความล่าสุดจากริวถูกส่งมา

  • ชั่วช้าสามานย์   บทที่ 56

    พิมลดาชะงักมือที่กำลังกดรายการอยู่บนหน้าจอเครื่อง POS เมื่อเห็นชลิดาเปิดประตูเข้ามาในร้านอีกฝ่ายไม่ได้เดินตรงมาหาเธอ แต่กลับเลือกนั่งที่โต๊ะมุมด้านในสุดซึ่งอยู่ห่างจากเคาน์เตอร์ พนักงานในร้านหันมามองพิมลดาเหมือนขอความเห็นว่าจะทำอย่างไร ก่อนจะได้รับการพยักหน้าให้เข้าไปต้อนรับตามปกติ ไม่ต่างจากลูกค้าคนอื่นหลังจากแพทพ้นขีดอันตรายและอาการปลอดภัยแล้ว พิพัฒน์ได้นำไฟล์ภาพจากกล้องวงจรปิดของร้านไปแจ้งความที่สถานีตำรวจในท้องที่ เจ้าหน้าที่รับเรื่องไว้และแจ้งว่าจะดำเนินการตามขั้นตอน โดยเรียกตัวชลิดามารับทราบข้อกล่าวหา ก่อนดำเนินคดีและส่งเรื่องตามกระบวนการต่อไปไม่กี่วันหลังจากนั้น พิพัฒน์ก็ได้รับการติดต่อให้ไปที่สถานีตำรวจเพื่อชี้ตัว วันนั้นชลิดานั่งนิ่งอยู่ต่อหน้าเจ้าหน้าที่และยอมรับข้อกล่าวหาทุกอย่างโดยไม่โต้แย้งใด ๆพิมลดารับฟังความคืบหน้าจากพี่ชายด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูกหลังเกิดเรื่องกับแพท ทั้งเธอและพิพัฒน์ต่างโกรธชลิดามาก ต่อให้มีเรื่องบาดหมางหรือโกรธแค้นกันมากแค่ไหน ก็ไม่ควรลงมือทำร้ายกันจนเกือบเกิดความสูญเสีย แพทอาจเสียชีวิตในวันนั้น รวมถึงหลานสาวของเธอด้วยยิ่งเมื่อนึกถึงเรื่องราวท

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status