LOGINพิมลดาไขกุญแจห้องหอพักอย่างใจลอย มือของเธอสั่นเล็กน้อย ทั้งที่เคยเปิดประตูบานนี้มานับครั้งไม่ถ้วน
ทันทีที่ประตูเปิดออก หญิงสาวก็เห็นร่องรอยชัดเจน ว่าตฤณชา ผู้ซึ่งกลายเป็นอดีตสามีของเธอในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา ได้เข้ามาในห้องนี้ก่อนหน้าแล้ว
เมื่อพิมลดาเดินไปถึงตู้เสื้อผ้า สายตาของเธอก็สะดุดเข้ากับกระดาษแผ่นหนึ่งที่ถูกติดทิ้งไว้อย่างจงใจ
ข้อความสั้น ๆ แข็งกระด้าง ไร้เยื่อใย
หญิงสาวหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูป ก่อนจะส่งไปให้พิพัฒน์ทางไลน์ พร้อมพิมพ์ข้อความสั้น ๆ ตามไป
“เขาไม่อยู่ค่ะ ทิ้งไว้แค่ข้อความตามรูป ไม่ต้องห่วงพิมนะคะ พิมยังทำใจไม่ได้ก็จริง แต่ก็พร้อมเผชิญกับทุกเรื่องค่ะ”
ดวงตาของพิมลดาเอ่อคลอ แต่เธอฝืนกลั้นมันไว้
เธอไม่อยากให้ลูกชายต้องเห็นแม่ในสภาพตาแดงเมื่อเธอลงไปข้างล่าง
“น้องแม็กซ์ตื่นแล้วนะ” พิพัฒน์ส่งข้อความมาบอก
“เดี๋ยวพิมลงไปรับค่ะ” เธอตอบกลับอย่างรวดเร็ว
“ให้มานั่งเล่นที่ห้องก่อนก็ดีค่ะ จะได้ไม่ซนมาก”
พิมลดาจัดเก็บข้าวของที่หยิบได้จำนวนหนึ่ง ใส่ลงในรถเข็นอย่างระมัดระวัง ก่อนจะเข็นลงไปยังชั้นล่าง
ที่ลิฟต์ เธอพบกับลุงป้อม
“คุณพิม จะให้ผมขึ้นไปช่วยขนของไหมครับ”
ลุงป้อมเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง
“ไม่เป็นไรค่ะลุง” หญิงสาวตอบอย่างสุภาพ
“พิมกำลังเก็บอยู่ คงใช้เวลาสักชั่วโมงหนึ่ง พี่ชายพิมมาช่วยขนของด้วยค่ะ ขอบคุณมากนะคะ”
“ถ้าต้องการให้ช่วยอะไร โทรมาที่ห้องข้างล่างได้เลยนะครับ จะได้มีคนขึ้นไปช่วย”
“ได้ค่ะลุง ขอบคุณมากค่ะ” พิมลดาเอ่ยพร้อมยกมือไหว้ แววตาเต็มไปด้วยความซาบซึ้ง
“งั้นเดี๋ยวผมช่วยเข็นคันนี้ให้นะครับ” ลุงป้อมอาสา
“ขอบคุณมากค่ะ” หญิงสาวเอ่ยตอบเบา ๆ
เมื่อพิพัฒน์ขึ้นมาถึงห้อง สายตาของเขาก็เห็นกระดาษแผ่นนั้นทันที ชายหนุ่มหยิบมันขึ้นมาอ่าน ก่อนจะพับเก็บใส่กระเป๋ากางเกง
“พี่ขอเก็บไว้นะ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“วันหนึ่งแม็กซ์โตขึ้น เขาควรได้รู้เรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น”
พิพัฒน์หยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดต่อ
“แต่ตอนนี้ แม็กซ์ยังเป็นแค่เด็กน้อย เรื่องของผู้ใหญ่ เราควรหลีกเลี่ยงไม่ให้เขารับรู้จะดีที่สุด”
พิมลดาพยักหน้าเบา ๆ
“พิมก็คิดอย่างนั้นค่ะ” เธอเอ่ยเสียงแผ่ว
“เรื่องทั้งหมดเกิดขึ้น เพราะผู้ใหญ่คนหนึ่งไม่ซื่อสัตย์กับคู่ของตัวเอง แม้จะส่งผลกระทบถึงเด็ก แต่แม็กซ์ก็ยังเป็นผ้าขาว ไม่ควรต้องมารับรู้เรื่องไม่ดีของพ่อเขาในตอนนี้ค่ะ”
พิพัฒน์ถอนหายใจช้า ๆ
“วันนี้กรรมอาจจะยังตามสนองเขาไม่ทัน”
ชายหนุ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบ
“แต่พี่เชื่อว่า สักวันหนึ่ง กรรมนั้นจะตามทันเขาแน่นอน ไม่ชาตินี้ ก็ชาติหน้า”
เขาเงยหน้ามองน้องสาว แววตาจริงจัง
“อย่างน้อยที่สุด คนที่ทำร้ายคนอื่นได้แบบนั้น ไม่มีทางอยู่อย่างสงบสุขในใจได้นานหรอก”
“พิมขอแค่ให้พิมกับลูกได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข และขอให้ลูกเติบโตเป็นคนดีก็พอใจแล้วค่ะ ตอนนี้พิมคงต้องค่อย ๆ คิดและวางแผนว่าจะก้าวต่อไปอย่างไรดี”
พิมลดาทยอยเก็บข้าวของจนเกือบเรียบร้อย ก่อนจะเปิดลิ้นชักในตู้เสื้อผ้าเพื่อตรวจดูตู้เซฟขนาดเล็กที่ซ่อนอยู่ด้านใน เมื่อเห็นกุญแจดอกหนึ่งวางอยู่ข้างตู้ หญิงสาวก็รู้ได้ทันทีว่า ตฤณชาคงมาเปิดเอาของออกไปแล้ว เธอเปิดเซฟดูและพบว่าทองที่สะสมไว้ก่อนแต่งงานยังอยู่ครบถ้วน แต่ทรัพย์สินอื่น ๆ กลับหายไปจนหมดสิ้น
“เขาเอาไปหมดเลยค่ะ ของที่สะสมกันมา…ยังดีที่เหลือทองซึ่งเป็นของพิมก่อนแต่งงานไว้ ไม่เอาไปด้วย”
“พิมพอจะมีใครที่สามารถเจรจากับไอ้ชั่วนั่นได้ไหม ยังไงของแต่งก็ควรเอาคืนมา อย่างน้อยก็เก็บไว้ให้น้องแม็กซ์”
หญิงสาวนิ่งคิดอยู่ครู่ใหญ่ก่อนจะเอ่ยตอบ
“มีอยู่คนหนึ่งค่ะ เป็นเพื่อนสนิทของเขา ชื่อพี่ตู้ พิมจะลองโทรไปขอให้ช่วยคุยเจรจาดูค่ะ แล้วก็จะคุยเรื่องลูกด้วยว่าจะตกลงกันอย่างไร พิมเป็นห่วงเรื่องโรงเรียนของลูกค่ะ เพราะมหาวิทยาลัยมีสวัสดิการให้บุตรของบุคลากรเข้าเรียนในโรงเรียนที่อยู่ในกำกับ อย่างน้อยแม็กซ์ก็จะได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี”
“พิมลองติดต่อพี่ตู้คนนี้ดูก่อนก็แล้วกัน ถ้าไม่ได้เรื่อง พี่จะบุกไปคุยกับมันถึงคณะเอง หรือถ้ายังเรื่องมากอีก ก็จะติดต่ออธิการบดีไปเลย ให้มันรู้กันไป”
ก่อนออกจากหอพัก พิมลดายื่นกุญแจห้องคืนให้ลุงป้อม หัวหน้า รปภ.
“พิมคงไม่ได้กลับมาอยู่ที่นี่แล้วนะคะ แต่ช่วงนี้น้องแม็กซ์ยังมาเรียนที่โรงเรียนอนุบาลอยู่ ถ้ามีปัญหาอะไร รบกวนลุงช่วยแจ้งพิมด้วยนะคะ”
หญิงสาวขอเบอร์โทรศัพท์ของลุงป้อม ก่อนจะให้เบอร์ของตนเองไว้สำหรับติดต่อกรณีฉุกเฉิน
“ขอให้คุณพิมโชคดีนะครับ” ลุงป้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงใจ “ผมเชื่อว่าคนทำดีย่อมได้ดี ใครทำอะไรไว้ก็ต้องได้รับอย่างนั้น คุณพิมเป็นคนดี ต่อไปต้องเจอแต่เรื่องดี ๆ แน่นอนครับ”
“ขอบคุณมากนะคะ” พิมลดายิ้มบาง ๆ เอ่ยขอบคุณ ก่อนจะหันหลังเดินไปขึ้นรถของพิพัฒน์ที่สตาร์ตรออยู่แล้ว
...
แม็กซ์ตื่นเต้นไม่น้อยที่ได้มาถึงบ้านของพิพัฒน์หรือบ้านหลังเดิมที่พิมลดาเคยอาศัยอยู่ก่อนแต่งงาน
แต่ไม่นาน เด็กน้อยก็เงยหน้าถามแม่ด้วยความสงสัย ว่าทำไมคืนนี้ถึงไม่กลับไปนอนที่หอพัก
พิมลดาจำต้องโกหกลูกอย่างแผ่วเบา ว่าที่หอพักน้ำไม่ไหล จึงยังกลับไปพักไม่ได้ ก่อนจะกล่อมเด็กน้อยให้หลับลงในที่สุด
เมื่อทุกอย่างเงียบสงบ น้ำตาของพิมลดาก็ไหลซึมออกมา ขณะที่เธอครุ่นคิดถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น
มันเป็นความจริงที่เธอยังทำใจไม่ได้ ชีวิตคู่ที่ใช้ร่วมกันมานานถึงห้าปี บวกกับช่วงเวลาคบหาดูใจกันอีกกว่าสองปี
ไม่ใช่สิ่งที่จะบอกว่าตัดใจก็ทำได้ในชั่วข้ามคืน
หัวใจของเธอยังมีเลือดเนื้อ ไม่ได้แข็งกระด้างเหมือนหินหรือเหล็ก และเธอก็ไม่ใช่คนใจดำที่คิดเพียงผลประโยชน์ที่จะตักตวงได้จากคู่ชีวิตของตน
พิมลดาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ส่งข้อความหาพี่ตู้ เพื่อนสนิทของตฤณชา ซึ่งยังเป็นรุ่นพี่ที่ทำงานเก่าของเธอ และเป็นคนที่ทำหน้าที่พ่อสื่อให้ทั้งสองได้รู้จักกันจนคบหาดูใจและแต่งงานกันในที่สุด
เธอนัดพบพี่ตู้ในวันรุ่งขึ้นช่วงเที่ยงเพื่อรับประทานอาหารร่วมกันและพูดคุยถึงปัญหาที่เกิดขึ้น
พิมลดาขอให้แพท น้องสาวของเธอ ช่วยดูแลแม็กซ์แทน ในช่วงที่เธอออกไปพบพี่ตู้ ซึ่งโชคดีที่แพทสามารถขอลางานได้
ส่วนตัวเธอ ตัดสินใจโทรศัพท์ติดต่อพี่หลิว หัวหน้างานโดยตรง โชคดีที่หัวหน้าเข้าใจในสถานการณ์ของเธอ และอนุญาตให้ลางานได้ โดยให้ใช้เป็นการลาป่วยแทน
เพราะวันลาพักร้อนของพิมลดาได้ถูกใช้หมดไปนานแล้วจากการต้องลางานอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นช่วงที่ลูกไม่สบาย พาไปฉีดวัคซีน หรือในวันที่สามีเดินทางไปต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ และไม่มีใครไปรับลูกแทนเขาได้
หลังจากจัดการข้าวของและแก้ปัญหาเฉพาะหน้าต่าง ๆ ได้เพียงชั่วคราว พิมลดาก็ล้มตัวลงนอนเคียงข้างลูกชาย
ความเหนื่อยอ่อนทั้งกายและใจถาโถมเข้ามาจนเธอแทบไม่เหลือแรงแม้แต่จะขยับตัว หญิงสาวหลับไปในเวลาไม่นาน โดยมีน้ำตาค้างอยู่ที่หางตา
จิตใจของเธออ่อนล้าจนแทบไม่อยากลืมตาตื่นขึ้นมาเผชิญกับวันใหม่อีกเลย
พิมลดากุมมือลูกชายตัวน้อยที่นอนอยู่ข้างกายไว้แน่น ราวกับกำลังยึดเหนี่ยวสิ่งเดียวที่ยังทำให้เธอมีลมหายใจต่อไปได้
เธอหวังว่า ความอบอุ่นจากมือเล็ก ๆ คู่นั้นจะช่วยชาร์จพลังให้หัวใจที่บอบช้ำมีแรงพอจะฝืนลุกขึ้นและสู้ต่อไปอีกครั้งในวันพรุ่งนี้
…
พิมลดาลืมตาขึ้นมาอย่างงงงัน สายตาของเธอเพ่งมองเพดานด้านบน ความรู้สึกคุ้นเคยและอบอุ่นค่อย ๆ ซึมเข้ามาแทนที่
นี่คือห้องนอนเก่า ห้องที่เธอเคยอาศัยอยู่ก่อนแต่งงาน ในบ้านที่เต็มไปด้วยความปลอดภัยและความรัก
หญิงสาวหันไปมองที่นอนด้านข้าง แล้วก็สะดุ้งลุกขึ้นทันทีเมื่อไม่เห็นลูกชายนอนอยู่ข้างกาย
เธอรีบลุกอย่างร้อนรน แต่ยังไม่ทันได้ก้าวไปไหน ก็ต้องนั่งลงบนเตียงอีกครั้ง เพราะอาการวิงเวียนที่แล่นขึ้นมาอย่างฉับพลัน
พิมลดาสูดลมหายใจลึก ตั้งสติ ก่อนจะลุกขึ้นอีกครั้งอย่างระมัดระวัง
เมื่อเธอเปิดประตูห้องนอนออกไป เสียงหัวเราะใส ๆ ของเด็กน้อยก็ดังแว่วมาทันที ปะปนกับเสียงพูดคุยอย่างร่าเริงของแพท น้องสาวของเธอ
ปีนี้แพทอายุยี่สิบหกปี อ่อนกว่าพิมลดาถึงสิบสองปี
ขณะที่พิมลดาอายุสามสิบแปดปีแล้ว
แพทถือเป็นลูกหลงของครอบครัว
ในช่วงที่พิมลดากำลังจะขึ้นชั้นมัธยมศึกษา แม่ก็มีน้องคนเล็กให้เธอช่วยดูแล
“หม่าม้า น้าแพทซื้อของเล่นให้แม็กซ์ด้วย มาดูสิครับ แม็กซ์ต่อสะพานแล้ว!”
เด็กน้อยรีบวิ่งเข้าหาพิมลดาทันทีที่เห็นแม่ พร้อมอวดของเล่นชิ้นใหม่ด้วยแววตาเป็นประกาย
“พี่พิม ตื่นแล้วหรือคะ” แพทหันมายิ้มให้
“เมื่อคืนแพทกลับดึกค่ะ เลยไม่กล้าแวะเข้าไปดูหลาน กลัวน้องแม็กซ์จะตื่นกลางดึก”
เธอพูดต่อด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“เช้านี้พอเปิดประตูห้องพี่พิม ก็เจอน้องแม็กซ์ลืมตาแป๋วพอดี แพทเลยอุ้มออกมาเล่นก่อนค่ะ พี่พิมจะได้มีเวลานอนต่ออีกหน่อย”
“ขอบใจจ้ะแพท” พิมลดาตอบด้วยรอยยิ้มจาง ๆ
ก่อนจะลูบศีรษะลูกชายอย่างอ่อนโยน แล้วเอ่ยชมด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
“โอ้โห น้องแม็กซ์ต่อสะพานยาวสวยมากเลยค่ะลูก”
จากนั้นพิมลดาหันไปพูดกับน้องสาว
“เดี๋ยวพี่เตรียมอาหารเช้าให้แม็กซ์ก่อนนะ ฝากแพทดูแม็กซ์ต่ออีกแป๊บหนึ่ง”
“ไม่ต้องทำแล้วค่ะ พี่พิม” แพทรีบพูดแทรก
“แพทสั่งโจ๊กปลามาแล้ว พี่พิมจะได้ไม่ต้องทำอาหารเช้า”
เธอหยุดคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงสดใส
“ไว้สาย ๆ เราออกไปเดินเล่นกันดีไหมคะ ระหว่างที่พี่พิมไปคุยกับเพื่อนรุ่นพี่คนนั้น แพทจะพาน้องแม็กซ์ไปนั่งกินข้าวที่ร้านอาหารใกล้ ๆ แถวนั้นก็ได้ค่ะ แล้วเราค่อยกลับบ้านพร้อมกัน ดีไหมคะ”
แพทอยากอยู่ใกล้พี่สาวให้มากที่สุดในช่วงเวลาที่หัวใจของพิมลดากำลังบอบช้ำ เธอหวังเพียงว่า การพาพี่สาวและหลานออกไปเปลี่ยนบรรยากาศอาจช่วยให้อารมณ์ที่อัดแน่นอยู่ในใจผ่อนคลายลงได้บ้าง
“ดีเลยจ้ะแพท” พิมลดาพยักหน้า
“พี่ก็ห่วงน้องแม็กซ์เหมือนกัน ช่วงนี้เขาค่อนข้างติดพี่มาก กลัวว่าถ้าไม่เห็นหน้าแม่นาน ๆ แล้วจะร้องเอา”
“งั้นตกลงตามนี้นะคะ” แพทยิ้ม ตั้งใจจะทำให้บรรยากาศเบาลง
“พี่พิมมาทานโจ๊กก่อน แล้วค่อยพาน้องแม็กซ์อาบน้ำ จากนั้นพี่พิมค่อยไปอาบน้ำต่อก็ได้ ประมาณสิบเอ็ดโมงเราค่อยออกจากบ้านกัน วันนี้ให้แพทเป็นสารถีขับรถให้นะคะ”
แพทเอ่ยแผนของเช้าวันนี้ พร้อมพูดหยอกเย้าเล็กน้อย เพื่อให้พี่สาวได้ยิ้มออกมาบ้างในวันที่หัวใจหนักอึ้งเช่นนี้
พิมลดายิ้มออกมาอย่างแผ่วเบา
“ดีเหมือนกันจ้ะ ทำตามที่แพทบอกเลย วันนี้พี่ตั้งใจจะซื้อคาร์ซีทให้น้องแม็กซ์ด้วย จะได้พาเขาไปไหนมาไหนได้สะดวกขึ้น”
“ดีเลยค่ะ” แพทยิ้มกว้าง
“เดี๋ยวเราไปเลือกที่นั่งพิเศษให้น้องแม็กซ์เลือกเองเลยนะคะ”
แพทหันมาคุยกับน้องแม็กซ์ต่อ ก่อนพิมลดาจะหันไปจัดการเทโจ๊กของตัวเองและของลูก
...
ชลิดาเดินกลับโต๊ะทำงานด้วยสติที่เหมือนลอยหายไปครึ่งหนึ่งระหว่างทาง สายตาหลายคู่จับจ้องเธอโดยไม่คิดจะปิดบัง บางคนมองราวกับเห็นของแปลก บางคนยิ้มมุมปากอย่างสะใจ ขณะที่อีกกลุ่มยืนกระซิบกระซาบแล้วปรายตามาทางเธอเป็นระยะเสียงหัวเราะเบา ๆ ไล่หลังมาเหมือนเงาเธอเร่งฝีเท้า หัวใจเต้นถี่จนเจ็บหน้าอกทันทีที่ถึงโต๊ะทำงาน ชลิดารีบเก็บเอกสารและของใช้ส่วนตัวใส่กระเป๋าอย่างลุกลี้ลุกลน ตั้งใจจะกลับบ้านไปตั้งหลักก่อน ทุกอย่างมันถาโถมเกินกว่าจะรับมือไหวในตอนนี้เธอส่งข้อความหาตฤณชาไปแล้วหลายครั้งไม่มีการตอบกลับคงกำลังอยู่บนเครื่องบิน“อาจารย์ชลิดาคะ คณบดีขอเชิญพบค่ะ”เสียงตุ๊กดังขึ้นข้างหลัง เธอพยายามโทรหาชลิดาหลายสายแล้ว แต่ชลิดาไม่ได้รับชลิดากลืนน้ำลาย ก่อนพยักหน้าเบา ๆ แล้วเดินตามเลขานุการไปอย่างคนไร้แรงต้านทุกย่างก้าวหนักอึ้งข้อความจากเพื่อนเด้งเข้ามาไม่หยุดในโทรศัพท์ แต่เธอไม่กล้าเปิดอ่าน รู้ดีว่าเนื้อหาคงไม่พ้นเรื่องเดียวกันเมื่อก้าวเข้าสู่ห้องทำงานคณบดี ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศทำให้เธอขนลุก ทั้งที่อุณหภูมิไม่ได้ต่างจากทุกวันหรือบางที…สิ่งที่หนาวอาจไม่ใช่อากาศเธอยกมือไหว้ ก่อนจะถูกเชิญ
ระหว่างที่ชลิดาหิ้วอุปกรณ์การสอนเดินผ่านโรงอาหารของคณะ เพื่อมุ่งหน้าไปยังอาคารเรียนด้านข้าง เธอสังเกตได้ว่าบรรยากาศวันนี้ดูแปลกไป นักศึกษาหลายคนหันมามองเธอ บางคนยิ้ม บางคนหัวเราะเบา ๆ คล้ายมีเรื่องขบขันที่เธอไม่รู้หญิงสาวชะงักเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะส่งยิ้มสุภาพกลับไปตามมารยาท ในฐานะอาจารย์ใหม่ เธออยากสร้างความประทับใจ ไม่อยากคิดมากกับสายตาเหล่านั้นแต่ทันทีที่เธอเดินลับตา เสียงซุบซิบก็ดังเซ็งแซ่ขึ้นราวกับคลื่นกระทบฝั่ง“วันนี้ใส่ชุดเดียวกับในรูปเลยนะ แบบนี้ยืนยันได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าใช่นางแน่ ๆ”“ชุดนี้คอลเลกชันใหม่ของแบรนด์ L ด้วยนะ ซ้ำยากมาก”“ในรูป เพิ่งเดินออกมาจากโรงแรม ดูโทรมหน้าซีดมาก … สงสัยโดนไปหลายดอก ผู้ชายคงแรงดี”“งั้นข่าวลือที่ว่าไปแย่งผู้ชายเขามาก็คงจริงสิ หน้าตาก็ดีแท้ ๆ ไม่น่าคิดสั้นแบบนี้เลย เป็นอาจารย์เหมือนกันแท้ ๆ”“คนไม่มีศีลธรรมแบบนี้จะไปนับถือได้ยังไงล่ะ ถอนวิชาทันไหมเนี่ย”“อาจารย์ตฤณชาก็ดูภูมิฐานนะ อายุขนาดนั้นยังตกสาวเอ๊าะ ๆ อย่างนางได้อีก เก่งจริง ๆ”“ได้ยินมาว่าสองคนนี้เคยเป็นอาจารย์กับลูกศิษย์กันมาก่อนนะ แล้วดันปิ๊งกันเอง สุดท้ายผู้ชายก็ทิ้งเมียทิ้งลูกม
แม้เครื่องปรับอากาศภายในห้องจะส่งไอเย็นฉ่ำเพียงใด แต่ในอกของวิภาพรกลับร้อนรุ่มราวกับมีไฟสุม ความรู้สึกสะอิดสะเอียนตีตื้นขึ้นมาจนจุกอกยามที่ต้องทอดสายตามองชายหญิงคู่ที่ยืนอยู่ตรงหน้าทั้งสองรักษาระยะห่างต่อกันด้วยท่าทีปั้นปึ่งราวกับคนไม่สนิทชิดเชื้อ แต่วิภาพรรู้ดีว่านั่นคือการแสดงที่ห่วยแตก รูปถ่ายและคลิปวิดีโอที่เธอไล่เช็กอย่างละเอียดเป็นหลักฐานชั้นดีว่าไม่มีการตัดต่อใดๆ และที่ตอกย้ำความจริงจนดิ้นไม่หลุด คือใบหน้าของ 'น้องแม็กซ์' ลูกชายของตฤณชาที่แวบเข้ามาในหัว...เด็กน้อยที่เธอเคยเห็นตอนตฤณชาพามาวิ่งเล่นที่คณะช่วงเย็นบ่อยครั้งวินาทีนั้น ความชื่นชมที่เคยมีต่อผู้ใต้บังคับบัญชาคนนี้มลายหายไปในพริบตา ชายหนุ่มที่เธอเคยประเมินไว้สูงลิ่ว ทั้งกิริยามารยาทที่ไร้ที่ติและความสามารถที่โดดเด่นจนมองเห็น อนาคตไกลเป็นถึงเก้าอี้ผู้บริหาร แท้จริงแล้วเป็นเพียงภาพลวงตาที่เขาสร้างขึ้นมาหลอกลวงโลกส่วนหญิงสาวข้างกายที่เคยมีใบหน้าสะสวยน่าเอ็นดูจนเธอเคยนึกเมตตา ในวันนี้กลับเหลือเพียงหน้ากากที่ฉาบไว้ด้วยความเสแสร้ง แววตาที่เคยดูอ่อนโยนซื่อบริสุทธิ์ บัดนี้กลับซ่อน 'ความอวดดี' และจองหองไว้อย่างปิดไม่มิด“สวัสด
พิมลดาและแพทก้าวเดินออกจากประตูวัดเคียงคู่กัน ใบหน้าของทั้งสองดูอิ่มเอิบซึมซับเอาความสงบเย็นมาไว้ในแววตา พิพัฒน์ที่ยืนรออยู่หน้าประตูสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงนั้นทันที เขาเผยยิ้มกว้างเมื่อเห็นน้องสาวทั้งสองดูผ่อนคลายลงอย่างที่ไม่ได้เห็นมานาน“เป็นยังไงบ้างเรา ยิ้มแป้นเชียวนะ” พิพัฒน์เอ่ยหยอกน้องสาวคนเล็กด้วยน้ำเสียงเอ็นดู“ดีกว่าที่คิดมากเลยค่ะพี่พัฒน์” แพทตอบกลับเสียงใส “ไม่น่าเชื่อเลยนะคะว่าการตื่นมาทำวัตรเช้า เดินจงกรม นั่งสมาธิวนไปแบบนี้จะทำให้ใจเราเบาได้ขนาดนี้ ถ้ารู้ว่ามาปฏิบัติธรรมแล้วจะโล่งสบายเหมือนยกภูเขาออกจากอกแบบนี้ แพทมาตั้งนานแล้วค่ะ”พิพัฒน์หัวเราะน้อยๆ ก่อนจะเบนสายตาที่เต็มไปด้วยความอาทรไปทางหญิงสาวอีกคน “แล้วพิมล่ะ... เป็นยังไงบ้าง?”พิมลดาคลี่ยิ้มจางๆ แต่มั่นคง “สบายใจขึ้นมากค่ะพี่พัฒน์ เรื่องที่เคยคิดไม่ตก ตอนนี้พิมเริ่มมองเห็นทางออกบ้างแล้ว ต่อไปนี้พิมจะตั้งสติ และทำชีวิตของพิมกับน้องแม็กซ์ให้ดีขึ้น...ขอบใจแพทมากนะที่มาเป็นเพื่อนพี่”“ไม่ต้องขอบคุณเลยค่ะพี่พิม แพทซะอีกที่ต้องขอบคุณพี่” แพทกุมมือพี่สาวไว้แน่น “การมาครั้งนี้ทำให้แพทใจเย็นลงเยอะเลย แพทชอบคำสอนที่พระท
กว่าจะกล่อมให้พิมลดาหลับได้ เวลาก็ล่วงเลยเข้าตีหนึ่ง แพทค่อย ๆ ลุกขึ้น เดินออกจากห้อง และปิดประตูลงอย่างแผ่วเบา ราวกับกลัวว่าแม้แต่เสียงลมหายใจจะรบกวนการพักผ่อนอันเปราะบางของพี่สาวหน้าห้อง พิพัฒน์ พี่ชายคนโต ยืนรออยู่ด้วยสีหน้าเคร่งเครียดและเต็มไปด้วยความห่วงใย“พิมเป็นยังไงบ้าง” เขากระซิบถามเสียงเบา“ร้องไห้จนหลับไปแล้วค่ะ น่าจะเพราะเหนื่อยมาก” แพทตอบ สีหน้าเศร้าสร้อยอย่างเห็นได้ชัดความโกรธที่อัดแน่นอยู่ในใจเธอปะทุขึ้นอีกครั้ง“อีนังผู้หญิงนั่นมันแสบนัก ทำกับเด็กตัวเล็ก ๆ ได้ลงคอ ทำทีเป็นล้อเล่น แต่จริง ๆ ตั้งใจแกล้งชัด ๆ ผู้หญิงด้วยกันดูออกค่ะ กระแดะซะไม่มี พ่อแม่ไม่สั่งสอน จิตใจทำด้วยอะไร กระทั่งเด็กก็ยังทำได้ลงคอ”พิพัฒน์ถอนหายใจยาว ก่อนเอ่ยปลอบน้องสาว“ใจเย็น ๆ แพท ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือช่วยพิมกับแม็กซ์ให้ผ่านเรื่องนี้ไปให้ได้ก่อน ส่วนมันกับผู้หญิงของมัน…สักวันต้องได้รับกรรมสนองแน่นอน คอยดูไปเถอะ”แพทกำมือแน่น ดวงตาแข็งกร้าว“แพทมีวิธีแก้แค้นให้พี่พิมค่ะ แค่เล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ยังดี มันทำเราเจ็บได้ เราก็ทำมันเจ็บได้เหมือนกัน”พิพัฒน์หันมามองน้องสาวอย่างจริงจัง“จะทำอะไรก็อย่าให้ก
ตลาดกลางคืนย่านดังของกรุงโตเกียวสว่างไสวไปด้วยแสงไฟและเสียงผู้คน ชลิดาเดินทอดน่องอย่างอารมณ์ดี แขนข้างหนึ่งคล้องอยู่กับแขนของตฤณชาที่ก้าวเคียงข้างเธออย่างใกล้ชิด ราวกับต้องการประกาศความเป็นเจ้าของโดยไม่แยแสสายตาใครด้านหลัง แม่ น้องสาว และญาติของเธอเดินตามมาเป็นกลุ่ม เสียงหัวเราะและบทสนทนาดังแว่วมาท่ามกลางบรรยากาศคึกคักของค่ำคืนที่ดูสมบูรณ์แบบหญิงสาวดื่มด่ำกับความรู้สึกของความสำเร็จที่หลั่งไหลเข้ามาตั้งแต่อายุยังน้อย คนรอบข้างต่างบอกว่าเธอทั้งเก่งและโชคดี เรียนหนังสือเก่ง ได้รับเลือกเป็นอาจารย์ ได้ทุนไปศึกษาต่อต่างประเทศทั้งหมดนี้…ชลิดารู้ดีว่า ส่วนหนึ่งมาจากผู้ชายที่เดินอยู่ข้างกายตั้งแต่วันแรกที่ได้พบตฤณชา ชีวิตของเธอก็เหมือนถูกเปิดประตูสู่ความรุ่งเรือง ทุกอย่างดูง่ายดาย ราบรื่น และได้มาโดยไม่ต้องดิ้นรน แม้ในส่วนลึกของจิตใจจะมีเสียงหนึ่งคอยเตือนว่า เธอกำลังทำผิดศีลธรรม แย่งชิงสามีของผู้หญิงคนอื่น และทำลายครอบครัวของใครบางคนแต่สิ่งที่เธอได้รับตอบแทน กลับเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆกรรมเวรอะไรนั่น…ชลิดาไม่สนใจขอเพียงเธอเป็นผู้ชนะ ได้ครอบครองทุกสิ่งดี ๆ ที่คนอื่นไม่มี เท







