Partager

บทที่ 6

last update Date de publication: 2025-02-19 14:39:58

“นะ...นางแต่งงานแล้ว..หรือว่า” เกาเวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก จางเคอหันมามองสหายขมวดคิ้วเล็กน้อยที่สหายไม่รู้เรื่องราว

“นางคือคุณหนูเจ็ดจวนเสนาบดีหวัง”

เกาเวินเบิกตากว้างอ้าปากค้างก่อนจะเอ่ย “นับว่านางงามสมควรรำลือ... มิน่าคุณชายรองกัวฉู่เหอจึงได้หลงใหล แต่เพราะนางเป็นบุตรสาวอนุจึงยังไม่ตบแต่ง”

จางเคอมองไปยังหญิงสาวแล้วพูดต่อ

“ข้าก็ไม่คาดคิดว่า สตรีเช่นนางจะยินยอมแต่งให้บุตรชายตระกูลชาวนา...” แผนการนี้กลับใช้ได้ผล

เกาเวินมองตามเห็นหวังชิงหว่านยกหอกขึ้น ด้านปลายแหลมมีปลาตัวใหญ่ดิ้นอยู่ เขาคลี่ยิ้มมุมปากเอ่ย “แต่ดูนางจะปรับตัวได้ดี...รูปร่างอรชนบอบบางเช่นนั้น กลับจวงแทงไม่พลาดสักครั้ง”

“นั่นสิ!! ข้ากลับรู้สึกว่าไม่รู้จักคุณหนูเจ็ดผู้นี้”

เกาเวินหัวเราะฝืด “ทุกคนล้วนดิ้นรน ไม่แน่ว่าอยู่ตระกูลจวนนางอาจจะลำบากกว่านี้”

ในขณะนั้นพวกเขาก็เห็นกลุ่มคนทหารม้ากำลังมาทางนี้ จึงหยุดวาจาแล้วก็กระโดดเข้าไปขวาง

หวังชิงหว่านรู้สึกว่าสายตาที่จ้องมองหายไปแล้ว จึงชำเลืองมองเห็นเพียงปลายอาภรณ์สีดำ

นางดึงสายตากลับลอบถอนหายใจพลางคิด

“คนที่นี่คงมีกำลังภายในที่สามารถเหาะเหินอากาศได้ ข้าจะทำอย่างไรจึงจะได้ฝึกวรยุทธ์”

จังหวะนั้นลี่อินก็ตะโกนขึ้น

“พี่สะใภ้! ปลาสุกแล้วเจ้าค่ะ...”

ชิงหว่านพลันคิดได้ยกมุมปาก

ข้าจะเป็นฮูหยินธรรมดา ๆ จะมีวรยุทธ์ไปทำไมกัน

นางขึ้นจากน้ำเดินกลับไปนั่งข้างเซียวอี้หยาง ชายหนุ่มยื่นถุงน้ำดื่มให้พลางพูด

“ลำบากน้องหญิงแล้ว”

“พี่สะใภ้..นี่ของท่าน....” ลู่อันยื่นไม้เสียบปลาตัวใหญ่ให้ชิงหว่าน

นางยิ้มรับแล้วพูดขึ้น “ที่บ้านที่ปลาเหลือเยอะหรือไม่ พวกเราแบ่งตะกร้ามาใส่ปลาดีไม่”

ลี่อินยิ้มจืดตอบ “ที่บ้านไม่มีปลาหรอกเจ้าคะ”

ดวงตาชิงหว่านเป็นประกายเอ่ย “เช่นนั้น...ข้าจะจับปลาเพิ่ม...อืมปลาสดมากๆ เสียดายพวกเราไม่พกเกลือมาด้วย...งั้น..เย็นนี้ข้าอยากจะกินต้มแกงปลา”

ลู่อันเบิกตากว้างขึ้น “ข้าก็อยากกินขอรับ!!...ไม่ได้กินน้ำแกงปลามาแล้ว”

เซียวอี้หยางส่งสายตาเขม็งมองน้องชายแล้วพูดขึ้น “จะให้เจ้าต้องเหนื่อยอีกทำไม...เอาไว้ข้าจะไปซื้อที่ตลาดมาให้เจ้าเอง”

ลี่อินได้ยินก็พูดน้ำเสียงแผ่วเบา “พี่ชายเบี้ยหวัดของท่านเดือนนี้...ในส่วนของค่าอาหารหมดแล้วเจ้าค่ะ”

เซียวอี้หยางรู้สึกอับอายขึ้นมากล่าว “ไม่เป็นไร อีกไม่กี่วันก็จะสิ้นเดือนแล้ว ไว้ข้าได้เบี้ยหวัดข้าจะเอามาให้เจ้าทั้งหมด”

หวังชิงหว่านรับรู้ว่าครอบครัวสกุลเซียวยากจน แต่เหมือนว่าจะอยากจนกว่าที่นางคิดไว้มาก นางจึงเอ่ยถามขึ้น “เบี้ยหวัดของท่านพี่ ไม่ใช่ต้องมอบให้ท่านแม่จัดการหรือเจ้าคะ”

เซียวอี้หยางรีบตอบ “แม้จะมอบให้ท่านแม่ แต่เงินก้อนนั้นใช้เพียงในเรือนข้าเท่านั้น”

หวังชิงหว่านขมวดคิ้วเอ่ย “แม้กระทั่งค่าอาหารของลี่อินกับลู่อันก็ไม่ได้มาจากเบี้ยหวัดของท่านหรือเจ้าค่ะ”

เซียวอี้หยางพูดต่อ “แม้อย่างอื่นจะไม่สะดวกสบายนัก แต่เรื่องอาหารการกิน ข้ารับรองว่าจะไม่บกพร่องต่อเจ้า”

ชิงหว่านมองดูรูปร่างสามีแล้วปรายตามองดูเด็กทั้งสองจึงได้ตระหนักบางอย่าง นางเข้าใจผิดว่าเบี้ยหวัดขุนนางของสามีคงใช้เลี้ยงคนทั้งตระกูล จึงพูดขึ้น

“พวกเจ้าคงไม่ได้ทานเนื้อมานานแล้วใช่หรือไม่” ลี่อินและลู่อันพยักหน้าเบา ๆ หวังชิงหว่านคลี่ยิ้มเอ่ยน้ำเสียงหนักแน่น

“ต่อไปมีข้าอยู่ พวกเจ้าต้องได้กินเนื้อทุกมื้อ”

เซียวอี้หยางตกใจรีบกล่าว “น้องหญิง แต่ว่า เบี้ยหวัดข้าคงไม่พอ...ถึงแม้ว่าเจ้าจะมีสินเดิมแต่หากกินอย่างสิ้นเปลื้องสักวันย่อมหมดไป...เจ้าไม่ต้องเกรงว่าผู้อื่นจะตำหนิเรื่องนี้ทุกคนล้วนเข้าใจ” เซียวอี้หยางพูดเสร็จเด็กทั้งสองก็พยักหน้าสนับสนุน

ชิงหว่านจึงยิ้มละมุนเอ่ย “ข้าไม่ได้คิดจะใช้สินเดิม ในเมื่อข้าหาปลาได้ พวกเราก็เอาปลาไปขายแลกเป็นเงินซื้อเนื้อมาทานได้...อืม ปลาขนาดเท่านี้ขายได้เท่าไร”

ลู่อันรีบตอบ “5 -10 อีแปะขอรับ”

ลี่อินรีบอธิบายต่อ “หมู 1 ชั่งราคา 20 อีแปะเจ้าคะ”

หวังชิงหว่านยิ้มพูด “ถ้าอย่างนั้นเราก็หาให้ได้สัก สิบกว่าตัว คงได้เนื้อไว้ทานหลายวันแล้ว”

พอได้ยินว่าจะเอาปลาไปขาย ลู่อันก็หันไปมองปลาที่เตรียมเผาอย่างเสียดาย ชิงหว่านจึงพูดขึ้น “พวกนี้พวกเรากินให้ท้องอิ่ม ปลาในแม่น้ำมีมาก เราไม่ต้องกลัวว่าต้องอด”

ลี่อินและลู่อันพยักหน้าพร้อมกัน “เจ้าค่ะ/ขอรับ”

ทุกอย่างล้วนดี แต่เซียวอี้หยางรู้สึกว่าบางอย่างไม่ถูกต้องเขาต้องเป็นคนหาเลี้ยงภรรยาไม่ใช่หรือกำลังจะเอ่ยบางอย่าง

แต่ชิงหว่านได้ชิงพูดขึ้น “พวกเราเป็นครอบครัวเดียวกันช่วยกันทำมาหากินท่านพี่คงไม่ตำหนิและไม่ห้ามใช่หรือไม่”

เซียวอี้หยางอึ้งและจนวาจาอยู่ครู่หนึ่ง เขาขบคิดบางอย่างก่อนจะเอ่ยน้ำเสียงอบอุ่น “ขอเพียงน้องหญิงพอใจข้าก็ยินดี”

ชิงหว่านยิ้มกว้างดุจแสงตะวันเจิดจรัส “ท่านรีบกินปลาเถอะเจ้าค่ะ เย็นแล้วจะไม่อร่อย”

หลังจากทานเสร็จเซียวอี้หยางนำฟื้นในตะกร้าของลี่อินใส่ให้ลู่อันตอนนี้ก็เหลือเพียงตะกร้าของเขาที่ยังไม่เต็ม

ชายหนุ่มเอ่ยบอกลู่อัน “เจ้าไปช่วยพี่สะใภ้จับปลา ส่วนฟืนที่เหลือข้าจะจัดการเอง”

ลู่อันหันไปมองลี่อินกับชิงหว่านแล้วพูดขึ้น

“ใช้ข้าช่วยพี่ดีกว่า” อี้หยางหันไปมองก็พยักหน้าเห็นด้วย เมื่อช่วยกันตัด ในเวลาไม่ถึงเค่อตะกร้าก็เริ่มเต็ม เซียวอี้หยางเห็นว่าพอแล้วจึงเอ่ยขึ้น “พอแค่นี้เถอะ...เจ้าเดินนำไปก่อนข้ามีเข้าไปทำธุระในป่าสักครู่”

ลู่อันพยักหน้าเข้าใจความนัยจึงเดินออกมา

แววตาของเซียวอี้หยางวูบไหวเล็กน้อยก่อนหายเข้าไปในพุ่มไม้ใหญ่ ผ่านไปครู่ใหญ่เขาจึงได้ออกมา ขณะก้าวเดินได้ยินเสียงร้องเชียร์ของลี่อินก็ยกปากยิ้ม

พอเข้าไปใกล้เห็นปลาเต็มตะกร้าก็เบิกตากว้างอย่างตกใจ

“นี่!! ทำไมเยอะขนาดนี้”

ชิงหว่านตอบตาใส “ก็ลี่อินบอกว่า ปลาพวกนี้ไม่เพียงแค่ขายได้ยังสามารถนำไปแลกไข่ แลกไก่ แลกเป็ดกับชาวบ้านได้ด้วยข้าเลยหาให้มากหน่อยเผื่ออีกหลาย ๆ มื้อ”

ที่เอ่ยถามหาใช่สงสัยว่าทำไมต้องหาเยอะ เซียวอี้หยางย่อมหมายถึงทำไมหาได้มากมายขนาดนี้ เห็นแววตาประกายของภรรยาเขาก็ยากจะเอ่ยถามอีก จึงพูดขึ้น

“เช่นนั้น พวกเราก็กลับกันเถอะ...จะได้ถึงบ้านไวขึ้น”

แม้ว่าปลาจะน้ำหนักมากแต่ลี่อินก็แบกขึ้นหลังด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ขาที่ก้าวเดินก็ดูมั่นคงกว่าเดิมนางพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสดใส

“กลับไปถึงบ้านข้าจะรีบเอาปลาไปขายที่ตลาดนะเจ้าคะ”

ชิงหว่านพยักหน้า “ต้องลำบากเจ้าแล้ว”

ลู่อันรีบเอ่ย “ข้าจะเอาไปแลกไข่ แลกไก่ นะขอรับ”

“ต้องรบกวนเจ้าแล้ว” ชิงหว่านเอ่ยตอบอย่างอ่อนโยน

เซียวอี้หยางไม่สามารถเอ่ยฉอเลาะเอาใจแบบน้องได้ เขาทำตัวไม่ถูกชั่วขณะ ยังไม่ทันได้ตัดสินใจก็ได้ยินเสียงอ่อนโยนหนึ่ง

“ต้องรบกวนท่านพี่เอาปลาบางส่วนไปแบ่งให้ครอบครัวท่านป้า ท่านลุงที่มาเมื่อเช้าด้วยนะเจ้าค่ะ”

อี้หยางตกใจคล้ายถูกจับความคิดได้รีบกล่าว

“ได้ ๆ เรื่องนี้ข้าจะจัดการเอง”

คล้อยหลังครอบครัวสกุลเซียวที่กำลังเดินทางออกจากเขา มีบุรุษชุดดำคู่หนึ่งจับจ้องมองตาม

เกาเวินเหยียดยิ้มมุมปาก

“นับวันอี้หยางยิ่งทำท่าเงอะงะได้แนบเนียน”

จางเคอหัวเราะเสียงต่ำ แววตาลุ่มลึกกล่าว

“ข้ากลับคิดว่าครั้งนี้มิใช่การเสแสร้ง”

เกาเวินผงกศีรษะเห็นด้วย

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ชาตินี้ ขอใช้ชีวิตในแบบง่าย ๆ    บทที่ 141

    “งดงามยิ่งนัก” จางซูอินพูดขึ้น “ในทุกปี…ฤดูหนาวเราจะมาที่นี่ดีหรือไม่” “ฮืม…” จางซูอินซบลงอกของชายหนุ่มด้วยท่าทางอ่อนคลาย แสดงความรักความสุขล้นออกมา เฉิงอ๋องโอบกอดหญิงสาวด้วยความอ่อนโยนก่อนใบหน้าก้มลงไป จางซูอินปิดเปลือกตาลง เคลิบเคลิ้มไปกับจูบอันอ่อนโยนของชา

  • ชาตินี้ ขอใช้ชีวิตในแบบง่าย ๆ    บทที่ 140

    เมื่อม่านราตรีโรยตัวลงมา เฉิงอ๋องก็ยังอดใจไม่ไหวไปเยือนห้องพักของจางซูอิน เมื่อบ่าวไพร่ปิดประตูออกจากห้อง เขาจึงปรากฏกาย แม้เฉิงอ๋องจะมาอย่างไร้สุ่มเสียงแต่คล้ายจางซูอินจะรู้ตัวอยู่ก่อนแล้ว นางชำเลืองมองชายหนุ่ม ใบหน้าระบายยิ้มบาง ๆ “ข้าเพียงอยากเจอหน้าเจ้าก่อนนอน” เ

  • ชาตินี้ ขอใช้ชีวิตในแบบง่าย ๆ    บทที่ 139

    หญิงสาวปรายตามองดูในตะกร้าจึงพูดขึ้น “ข้าซื้อทั้งหมดนี่ ท่านคิดราคามาได้เลย” พ่อค้าเห็นจางซูอินรับทั้งหมดก็ยิ้มหน้าบานดีใจ แต่สักพักใบหน้าชายหนุ่มกลับจืดขึ้นแล้วพูดว่า “คุณหนู ปลาพวกนี้รสชาติทานลำบากอยู่บ้าง ท่านจะลองซื้อไปทำทานดูสักตัวสองตัวก่อนดีหรือไม่” จาง

  • ชาตินี้ ขอใช้ชีวิตในแบบง่าย ๆ    บทที่ 138

    ผู้ที่ตื่นเต้นในการเดินทางครั้งนี้มากกว่าผู้ใดก็คือ เฉิงอ๋องเทพแห่งสงครามของแคว้นต้าเว่ย หลังจากนี้ทุกวันคืนเขาจะได้อยู่ร่วมกับซูซู เขาสั่งให้จงถังจัดเตรียมทุกอย่างด้วยตนเอง จนเมื่อถึงออกเดินทาง รถม้าหรูหราคันใหญ่มาจอดรอรับจางซูอินหน้าสกุลจางตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่

  • ชาตินี้ ขอใช้ชีวิตในแบบง่าย ๆ    บทที่ 137

    ตอนที่ 50 โกรธเป็นโง่ โมโหเป็นบ้า หลังราชโองการออกมา ผู้ที่ได้รับคำสั่งก็ต่างเตรียมตัวออกเดินทาง บรรยาศครื้นเครงต่างจากตำหนักบูรพาที่แม้กระทั่งเงาของก้อนเฆมก็ดูอึ้มครึมมากกว่าปกติ พระชายาเสิ่นจือ บีบผ้าในมือปิดจนเป็นเกลียวนางกัดริมฝีปากจนแทบจะเป็นแผล องค์รัชทายาทไม่ได้รับราชโ

  • ชาตินี้ ขอใช้ชีวิตในแบบง่าย ๆ    บทที่ 136

    หลังจากมื้อเที่ยงต้าเหยาก็เข้าวังทันที เมื่อไปถึงนางก็ไปคารวะพระสนมลู่ผินก่อน “พระมารดา ข้าคิดถึงท่านจังเลย” พระสนมลู่ลูบศรีษะต้าเหยาเบา ๆ พลางเอ่ยถามไถ่ เห็นสีหน้าแววตาของต้าเหยาเปล่งประกายเต็มไปด้วยความสุข ก็วางใจอย่างอบอุ่น หลังจากพูดคุยกัน ต้าเหยาก็บอกเล่าว่านางจะมา

  • ชาตินี้ ขอใช้ชีวิตในแบบง่าย ๆ    บทที่ 8

    ลี่อินลากรถลากตามหลังหวังชิงหว่านที่คล้ายกำลังมองหาบางอย่าง นางจึงเอ่ยถาม “พวกเราจะไปไหนต่อหรือเปล่าเจ้าคะ” “ข้าจำเป็นต้องซื้อเสื้อผ้าใหม่ ไปดูร้านผ้าตรงหน้าเถอะ” เอ่ยเสร็จนางก็เดินนำหน้าไปร้านแพรพรรณ หลงจู้เห็นคนเดินเข้ามาก็รีบออกมาต้อนรับ แต่ก็ต้องชะงักในความงามของหวังชิ

  • ชาตินี้ ขอใช้ชีวิตในแบบง่าย ๆ    บทที่ 7

    ในเรือนสกุลเซียวมีเพียงฮูหยินผู้เฒ่าที่อยู่ในเรือน ส่วนบิดาและมารดายังไม่กลับจากทำนา ทั้งลี่อิน ลู่อันและเซียวอี้หยางก็มีหน้าที่ของตนเอง เหลือเพียงหวังชิงหว่านที่นั่งพักเอื่อยเฉื่อยอยู่ในที่นั่งหน้าเรือน นางเงยหน้ามองท้องฟ้าพลางคิดในใจ “สวรรค์ตอนนี้ข้าเริ่มจับปลาขายแล้วนะ...จากนี้ก็คงจะเป็นปลูก

  • ชาตินี้ ขอใช้ชีวิตในแบบง่าย ๆ    บทที่ 5

    เส้นทางขึ้นเขาย่อมไม่ใช่เส้นทางที่เดินได้อย่างเรียบง่าย เซียวอี้หยางเดินนำหน้าโดยมีหวังชิงหว่านเดินเคียงข้างไป ส่วนเด็กทั้งสองเดินรั้งท้าย พวกเขามองดูฝีเท้าจังหวะก้าวเดินของพี่สะใภ้ต่างก็ส่งสายตาคำถาม ลี่อินเอนตัวกระซิบ “พี่สะใภ้ดูจะเหมือนไม่ใช่คนขึ้นเขาครั้งแรก” ลู่อินพยักหน้าเห็นด้ว

  • ชาตินี้ ขอใช้ชีวิตในแบบง่าย ๆ    บทที่ 4

    ตะวันทอแสงอ่อนเข้าผ่านหน้าต่างเข้ามาในห้องนอนหวังชิงหว่านรู้สึกตัว นางลืมตาขึ้นมาอย่างช้า ๆ ร่างกายเหมือนสูบเรี่ยวแรง เห็นเซียวอี้หยางเปลือยกายนอนอยู่ด้านข้าง เหม่อมองอีกฝ่ายด้วยความเหนื่อยล้าพลางเอือมมือไปสะกิดอีกฝ่าย“ท่านพี่” ด้วยเนื้อเสียงของหญิงสาว เสียงที่เปล่งออกมาดูออดอ้อนด้วยความคำหวาน

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status