Partager

บทที่ 7

last update Date de publication: 2025-02-19 14:45:31

ในเรือนสกุลเซียวมีเพียงฮูหยินผู้เฒ่าที่อยู่ในเรือน ส่วนบิดาและมารดายังไม่กลับจากทำนา ทั้งลี่อิน ลู่อันและเซียวอี้หยางก็มีหน้าที่ของตนเอง เหลือเพียงหวังชิงหว่านที่นั่งพักเอื่อยเฉื่อยอยู่ในที่นั่งหน้าเรือน นางเงยหน้ามองท้องฟ้าพลางคิดในใจ

“สวรรค์ตอนนี้ข้าเริ่มจับปลาขายแล้วนะ...จากนี้ก็คงจะเป็นปลูกผัก ทำนา เลี้ยงเป็ด เลี้ยงไก่ ... นับว่าเป็นชีวิตเรียบง่ายที่ตามข้าร้องขอ...

เฮ้อ! เอาเถอะถือว่าข้าไม่รอบคอบเอง...ที่ไม่ขอเงินด้วย”

นางนึกบางอย่างได้กลับเข้าไปในเรือน ดึงหีบสินเดิมที่หวังฮูหยินกล่าวว่าจัดเตรียมให้ ความจริงแล้วทั้งหมดล้วนเป็นของใช้ส่วนตัวของนางที่บิดามอบให้ก่อนหน้า นางเปิดหีบหลายหีบออกมา

“ล้วนเป็นเสื้อผ้าที่นำมาใส่ไม่ได้ทั้งนั้น....ของพวกนี้เอาไปขายเปลี่ยนเป็นเงินจะดีกว่า” นางในฐานะฮูหยินขุนนางบางส่วนก็ควรต้องเก็บไว้ จึงจัดแจงแยกของอยู่ครึ่งเค่อก็ได้ยินเสียงเด็กสาว

“พี่สะใภ้ พี่สะใภ้” เสียงลี่อินตะโกนเรียกอยู่หน้าเรือน หวังชิงหว่านจึงเอ่ยตอบ

“ลี่อินหรือ เข้ามาข้างในสิ”

ผ้าม่านถูกเลิกขึ้นปรากฏเด็กสาวใบหน้ายิ้มแย้ม นางปรายตามองของเบื้องหน้าอย่างตกตะลึง เด็กสาวรีบเก็บซ่อนอาการเดินเข้ามานั่งตรงหน้าแล้วพูดด้วยน้ำเสียงยินดี “พี่สะใภ้ ข้าขายปลาหมดแล้ว...ได้เงินมา 70 อีแปะ ข้าแบ่งไปซื้อเนื้อหมู 1 ชั่ง นี่คือเงิน 50 อีแปะที่เหลือเจ้าค่ะ”

หวังชิงหว่านมองเงินในมือเด็กน้อย ทั้งดีใจและสะท้อนใจ เงินเท่านี้ซื้อปิ่นปักผมให้พี่หญิงหวังหรูเยว่ของนางไม่ได้ด้วยซ้ำ

เฮ้อ!! ไม่ว่าจะยุคสมัยไหน ความเหลื่อมล้ำยังคงมีอยู่ นางยื่นมือไปรับแบ่งออกมา 25 อีแปะแล้วพูดส่งที่เหลือคืนเอ่ย “เจ้าเอาส่วนนี้ไปแบ่งกับลู่อัน ถือว่าพวกเราร่วมการค้าด้วยกัน”

ลี่อินยิ้มอย่างดีใจ แต่ก็หุบยิ้มโดยเร็วพูดขึ้น “ได้อย่างไรกัน ข้าไม่ได้ทำอะไรเสียหน่อยแค่ได้กินปลาก็นับว่ามากพอแล้ว”

ชิงหว่านยัดเงินใส่มือแล้วพูดขึ้น “หากเจ้าไม่ช่วยขายปลา ก็ไม่ได้เงินก้อนนี้ เจ้าอย่าปฏิเสธเลยข้ายังมีเรื่องจะรบกวนเจ้าอีก”

ลี่อินรับเงินมาเม้มปากระงับความดีใจแล้วถาม “พี่สะใภ้มีอะไรจะสั่งข้าก็บอกมาได้เลยเจ้าค่ะ”

ชิงหว่านยิ้ม “ก่อนอื่นเอาหมูไปเก็บเสียก่อน”

ลี่อินรีบลุกขึ้นเอ่ย “ได้ ๆ เจ้าค่ะ เรื่องเล็กน้อยเดี่ยวข้ากลับมานะเจ้าคะ”

ชิงหว่านดึงปิ่นหยกเล็ก ๆ ใบหนึ่งออกมา แล้วส่ายหน้า แต่ละชิ้นล้วนมีมูลค่าหลายตำลึง จะมอบให้ลี่อินใช้ก็ยังไม่เหมาะ นำไปขายแล้วซื้อให้นางใหม่จะดีกว่า

ลี่อินหายไปไม่นานก็กลับมา เห็นชิงหว่านยืนอยู่หน้าเรือนก็เอ่ยถาม “พี่สะใภ้มีอะไรจะใช้ข้าหรือเจ้าคะ”

“เจ้ารู้จักโรงจำนำหรือไม่”

ลี่อินกระพริบตาตอบ “รู้จักเจ้าค่ะ” นางย่อมรู้จัก เพราะไม่นานมานี้ นางกับมารดาพึ่งไปจำนำของเพื่อจัดงานแต่งพี่ชาย

ชิงหว่านยิ้มเล็กน้อยเอ่ย “ที่นี่มีรถลากใช่หรือไม่ เจ้าไปนำมันมา” ลี่อินพยักหน้าอย่างงวยงงอย่างไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่ตัวเองกำลังคิด

ชิงหว่านยกหีบขึ้นรถลากโดยมีลี่อินช่วย รถลากคันเล็กไม่พอหีบทั้งหมด ชิงหว่านเอ่ย “งั้นวันนี้เอาไปเท่านี้ก่อน...เจ้าช่วยนำทางพาข้าไปโรงจำนำได้แล้ว”

ลี่อินเผลออ้าปากค้างอยากจะเอ่ยบางคำ แต่นางเห็นสายตาของชิงหว่านก็ไม่กล้าเอ่ยได้แต่รับคำ “เจ้าค่ะ”

ชิงหว่านและลี่อินช่วยกันลากรถลากเข้าไปในเมือง ในขณะนั้น ลู่อันที่นำปลาไปแลกไข่ก็กลับมา เขาไม่เห็นคนในเรือน ตะวันยังไม่ตกดิน เขาไม่คิดจะทิ้งเวลาเสียเปล่าถือถังน้ำไปตักน้ำมาไว้ใช้ในเรือน

โรงจำนำจี้กง

เถ้าแก่หรี่ตามองฮูหยินเบื้องหน้า ในใจครุ่นคิดหลายตลบ หวังชิงหว่านเหลือบตามองเถ้าแก่ที่ทำท่าทีประเมินราคาก็เอ่ยขึ้น

“เถ้าแก่...ท่านรีบประเมินราคามาเสียเถิด ถึงแม้ข้าจะอายุน้อยก็หาใช่ไม่รู้จักมูลค่าของ”

เถ้าแก่ถอนหายใจเผยสีหน้าลำบากใจกล่าว “ฮูหยินท่านก็ทราบเสื้อผ้าที่ใช้แล้วย่อมไม่ได้ราคามากนัก”

“ผ้าที่ไร้ราคาข้าย่อมไม่นำมาขาย แต่ผ้าเหล่านี้ล้วนตัดเย็บจากร้านเสื้อฟู่หงมูลค่าตัดเย็บบางตัวเกือบร้อยตำลึงท่านคงจะไม่กดราคามากเกินไปใช่หรือไม่”

ร้อยตำลึง!! ลี่อินยืนตะลึงมูลค่าชุดพลางมองพี่สะใภ้คนงามเหมือนคนแปลกหน้ากลิ่นอายที่แผ่ซานออกมากดดันผู้คนอย่างประหลาด ไม่เหมือนพี่สะใภ้คนที่อยู่ลำธารก่อนหน้า แต่นับว่าสมเหตุสมผลชิงหว่านเป็นคุณหนูเจ็ดจากจวนเสนาบดี จะอ่อนโยนไร้พิษสงไปไปอย่างไร

หวังชิงหว่านให้เวลาเถ้าแก่ขบคิดครู่หนึ่งก็เอ่ยต่อ “ท่านคงรู้จักจวนเสนาบดีหวังกระมัง”

เถ้าแก่เงยหน้าขึ้นมามองใบหน้าเฉิดฉายตรงหน้าอย่างไตร่ตรองแล้วเอ่ยถาม “ท่านคือ คุณหนูเจ็ด”

หวังชิงหว่านพยักหน้า “ใช่ข้าเอง...ท่านคงเข้าใจความลำบากใจของข้าที่ต้องทำเช่นนี้”

สีหน้าเถ้าแก่เปลี่ยนเป็นยิ้มแป้นเอ่ยประจบ “ไอ้หย่า!! ข้ามีตาแต่ไร้วี่แวว...ท่านได้โปรดรอสักครู่ข้าจะรีบคำนวณราคาให้ รับรองในแถบนี้ไม่มีใครให้ราคาสูงไปกว่านี้แล้ว...เด็กๆ มาพาฮูหยินน้อยไปนั่งดื่มชาในห้องรับรอง”

ชิงหว่านเหยียดยิ้มอย่างพอใจแล้วเอ่ย “รบกวนท่านแยกเงินให้เหมาะสำหรับใช้จ่ายด้วย”

เถ้าแก่หยักหน้าหงึกๆ “ข้าเข้าใจแล้ว” เอ่ยเสร็จนางก็เดินตามเด็กนำทางพาลี่อินเข้าไปในห้องรับรอง

ลี่อินหยิบขนมกินพลางลอบมองพี่สะใภ้

ชิงหว่านเห็นท่าทีเด็กน้อยก็หัวเราะเบา ๆ กล่าว “ของพวกนั้นล้วนไม่ได้ใช้แล้วขายไปซื้อของที่จำเป็นจะดีกว่า” นางยกกาชารินไปสองจอก เถ้าแก่ก็เข้ามา

“ฮูหยินน้อย...อาภรณ์ท่านข้าให้ได้ทั้งหมดสองร้อยตำลึงส่วนเครื่องประดับรวมได้สี่ร้อยตำลึงขอรับ” ลี่อินเบิกตากว้างนางไม่กล้าแม้กระทั่งหายใจนางนั่งนิ่งพยายามระงับอาการแบบสุดๆ

ชิงหว่านพยักหน้ายิ้มพอใจ นับว่าเสนาบดีหวังเอ็นดูลูกสาวคนนี้ไม่น้อย แต่พอนางนึกถึงพี่รองก็ลอบถอนหายใจ ของที่นางมีตอนนี้มีค่าไม่ถึงหนึ่งส่วนของคุณหนูจากฮูหยินเอกด้วยซ้ำ

เถ้าแก่ลอบมองสีหน้าของหวังชิงหว่าน เห็นว่านางไม่มีท่าทีขุนเคืองก็กล่าวต่อ “รวมทั้งหมดเป็นหกร้อยตำลึง ข้าเขียนเป็นตั๋วแลกเงินใบละร้อยตำลึงห้าใบอีกร้อยตำลึงแบ่งเป็นตั๋วแลกเงินสิบตำลึงเก้าใบและนี่เงินตำลึงขอรับ”

ชิงหว่างโค้งศีรษะกล่าว “ขอบคุณเถ้าแก่ ข้าคิดไม่ผิดที่เลือกมาโรงจำนำจี้กง โรงจำนำที่ได้ชื่อว่าเป็นอันดับหนึ่งในเมืองหลวงเพราะเชื่อมั่นว่าที่นี่ข้าจะเจอเถ้าแก่ที่สายตาหลักแหลมพร้อมคุณธรรม ข้ายังมีภาพวาด แจกันและเครื่องประดับอีกบางส่วนหวังว่าเถ้าแก่จะช่วยประเมินราคาให้”

เถ้าแก่ได้ยินเช่นนั้นก็แววตาก็เต็มไปด้วยความยินดีกล่าวอย่างเอาใจ “หรือฮูหยินจะให้ข้าไปรับที่เรือนดีหรือไม่ขอรับ”

หวังชิงหว่านส่ายหน้าตอบ “ไม่รบกวนเถ้าแก่ พรุ่งนี้จะกลับมาใหม่ วันนี้ขอบคุณมากข้ามีธุระที่อื่นต่อไม่รบกวนแล้ว”

เอ่ยเสร็จหวังชิงหว่านก็โค้งศีรษะเล็กน้อยแล้วเดินออกมา
Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ชาตินี้ ขอใช้ชีวิตในแบบง่าย ๆ    บทที่ 141

    “งดงามยิ่งนัก” จางซูอินพูดขึ้น “ในทุกปี…ฤดูหนาวเราจะมาที่นี่ดีหรือไม่” “ฮืม…” จางซูอินซบลงอกของชายหนุ่มด้วยท่าทางอ่อนคลาย แสดงความรักความสุขล้นออกมา เฉิงอ๋องโอบกอดหญิงสาวด้วยความอ่อนโยนก่อนใบหน้าก้มลงไป จางซูอินปิดเปลือกตาลง เคลิบเคลิ้มไปกับจูบอันอ่อนโยนของชา

  • ชาตินี้ ขอใช้ชีวิตในแบบง่าย ๆ    บทที่ 140

    เมื่อม่านราตรีโรยตัวลงมา เฉิงอ๋องก็ยังอดใจไม่ไหวไปเยือนห้องพักของจางซูอิน เมื่อบ่าวไพร่ปิดประตูออกจากห้อง เขาจึงปรากฏกาย แม้เฉิงอ๋องจะมาอย่างไร้สุ่มเสียงแต่คล้ายจางซูอินจะรู้ตัวอยู่ก่อนแล้ว นางชำเลืองมองชายหนุ่ม ใบหน้าระบายยิ้มบาง ๆ “ข้าเพียงอยากเจอหน้าเจ้าก่อนนอน” เ

  • ชาตินี้ ขอใช้ชีวิตในแบบง่าย ๆ    บทที่ 139

    หญิงสาวปรายตามองดูในตะกร้าจึงพูดขึ้น “ข้าซื้อทั้งหมดนี่ ท่านคิดราคามาได้เลย” พ่อค้าเห็นจางซูอินรับทั้งหมดก็ยิ้มหน้าบานดีใจ แต่สักพักใบหน้าชายหนุ่มกลับจืดขึ้นแล้วพูดว่า “คุณหนู ปลาพวกนี้รสชาติทานลำบากอยู่บ้าง ท่านจะลองซื้อไปทำทานดูสักตัวสองตัวก่อนดีหรือไม่” จาง

  • ชาตินี้ ขอใช้ชีวิตในแบบง่าย ๆ    บทที่ 138

    ผู้ที่ตื่นเต้นในการเดินทางครั้งนี้มากกว่าผู้ใดก็คือ เฉิงอ๋องเทพแห่งสงครามของแคว้นต้าเว่ย หลังจากนี้ทุกวันคืนเขาจะได้อยู่ร่วมกับซูซู เขาสั่งให้จงถังจัดเตรียมทุกอย่างด้วยตนเอง จนเมื่อถึงออกเดินทาง รถม้าหรูหราคันใหญ่มาจอดรอรับจางซูอินหน้าสกุลจางตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่

  • ชาตินี้ ขอใช้ชีวิตในแบบง่าย ๆ    บทที่ 137

    ตอนที่ 50 โกรธเป็นโง่ โมโหเป็นบ้า หลังราชโองการออกมา ผู้ที่ได้รับคำสั่งก็ต่างเตรียมตัวออกเดินทาง บรรยาศครื้นเครงต่างจากตำหนักบูรพาที่แม้กระทั่งเงาของก้อนเฆมก็ดูอึ้มครึมมากกว่าปกติ พระชายาเสิ่นจือ บีบผ้าในมือปิดจนเป็นเกลียวนางกัดริมฝีปากจนแทบจะเป็นแผล องค์รัชทายาทไม่ได้รับราชโ

  • ชาตินี้ ขอใช้ชีวิตในแบบง่าย ๆ    บทที่ 136

    หลังจากมื้อเที่ยงต้าเหยาก็เข้าวังทันที เมื่อไปถึงนางก็ไปคารวะพระสนมลู่ผินก่อน “พระมารดา ข้าคิดถึงท่านจังเลย” พระสนมลู่ลูบศรีษะต้าเหยาเบา ๆ พลางเอ่ยถามไถ่ เห็นสีหน้าแววตาของต้าเหยาเปล่งประกายเต็มไปด้วยความสุข ก็วางใจอย่างอบอุ่น หลังจากพูดคุยกัน ต้าเหยาก็บอกเล่าว่านางจะมา

  • ชาตินี้ ขอใช้ชีวิตในแบบง่าย ๆ    บทที่ 6

    “นะ...นางแต่งงานแล้ว..หรือว่า” เกาเวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก จางเคอหันมามองสหายขมวดคิ้วเล็กน้อยที่สหายไม่รู้เรื่องราว “นางคือคุณหนูเจ็ดจวนเสนาบดีหวัง”เกาเวินเบิกตากว้างอ้าปากค้างก่อนจะเอ่ย “นับว่านางงามสมควรรำลือ... มิน่าคุณชายรองกัวฉู่เหอจึงได้หลงใหล แต่เพราะนางเป็นบุตรสาวอนุจึงยังไม่ตบแ

  • ชาตินี้ ขอใช้ชีวิตในแบบง่าย ๆ    บทที่ 5

    เส้นทางขึ้นเขาย่อมไม่ใช่เส้นทางที่เดินได้อย่างเรียบง่าย เซียวอี้หยางเดินนำหน้าโดยมีหวังชิงหว่านเดินเคียงข้างไป ส่วนเด็กทั้งสองเดินรั้งท้าย พวกเขามองดูฝีเท้าจังหวะก้าวเดินของพี่สะใภ้ต่างก็ส่งสายตาคำถาม ลี่อินเอนตัวกระซิบ “พี่สะใภ้ดูจะเหมือนไม่ใช่คนขึ้นเขาครั้งแรก” ลู่อินพยักหน้าเห็นด้ว

  • ชาตินี้ ขอใช้ชีวิตในแบบง่าย ๆ    บทที่ 3

    แม้หวังชิงหว่านจะเป็นที่เอ็นดูของบิดาทว่ากลับไร้อิสระอย่างสิ้นเชิง ตอนเช้าต้องไปคารวะฮูหยินที่เรือนใหญ่ ตกบ่ายนั่งปักผ้าอยู่ภายในเรือน ร่างกายของนางอ่อนแอแค่เดินก็เหนื่อยแล้ว อยู่ในจวนใหญ่นางไม่รู้กำลังป้องกันของที่นี่เป็นอย่างไร จึงยังไม่ทำอะไรบุ่มบ่าม นางทั้งเสแสร้งโง่เขลา เสแสร้างจำใจ เสแสร้ง

  • ชาตินี้ ขอใช้ชีวิตในแบบง่าย ๆ    บทที่ 4

    ตะวันทอแสงอ่อนเข้าผ่านหน้าต่างเข้ามาในห้องนอนหวังชิงหว่านรู้สึกตัว นางลืมตาขึ้นมาอย่างช้า ๆ ร่างกายเหมือนสูบเรี่ยวแรง เห็นเซียวอี้หยางเปลือยกายนอนอยู่ด้านข้าง เหม่อมองอีกฝ่ายด้วยความเหนื่อยล้าพลางเอือมมือไปสะกิดอีกฝ่าย“ท่านพี่” ด้วยเนื้อเสียงของหญิงสาว เสียงที่เปล่งออกมาดูออดอ้อนด้วยความคำหวาน

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status