ชาตินี้ ขอใช้ชีวิตในแบบง่าย ๆ

ชาตินี้ ขอใช้ชีวิตในแบบง่าย ๆ

last updateآخر تحديث : 2025-04-27
بواسطة:  ประดับดินمكتمل
لغة: Thai
goodnovel18goodnovel
9.3
9 تقييمات. 9 المراجعات
141فصول
16.7Kوجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

จิตสุดท้ายก่อนจะสิ้นสติ ถังชิงหว่านตำรวจสายลับพิเศษขอพรให้ชาติหน้าได้มีโอกาสใช้ชีวิตสงบสุขบ้างเถอะ

عرض المزيد

الفصل الأول

บทที่ 1

ภารกิจครั้งนี้ไม่สำเร็จ!!

เสียงระเบิดดังสนั่นต่อเนื่อง เรือเกิดไฟไหม้อย่างรุนแรง ถังชิงหว่านไม่ทันได้ไตร่ตรองหาวิธีเอาตัวรอด แรงกระแทกทำให้ร่างของเธอตกลงไปท้องทะเล แม้เธอจะว่ายน้ำเก่งแค่ไหนน้ำแต่อาการบาดเจ็บที่ขาทำให้เธอไม่สามารถที่จะช่วยเหลือตัวเองได้

หลังจากประเมินสถานการณ์ ถังชิงหว่านก็ไม่หาคิดวิธีรักษาชีวิต เธอสงบจิตใจได้อย่างรวดเร็ว

ทำงานด้านนี้เธอย่อมไม่เคยหวาดกลัวความตาย

ตายไม่เสียดาย แต่เสียดายที่ยังไม่ได้ใช้เงินเก็บเหล่านั้น เดิมคิดว่าอีกสักสี่ห้าปีจะลาออกไปใช้ชีวิต ท่องเที่ยวใช้เงินอย่างซ้อในบาร์โอสต์ซื้อความสุขโดยไม่เสียดาย

แต่ตอนนี้คงไม่มีโอกาสนั้นแล้ว

ก่อนจะสิ้นสติถังชิงหว่านยังตัดพ้อสวรรค์ เธอทำงานด้านความมั่นคงให้คนอื่นได้อยู่อย่างสงบปลอดภัย ทำความดีมากมายขนาดนี้ แต่เธอกลับไม่มีโอกาสได้ใช้ชีวิตแบบนั้นบ้าง หวังว่าชาติหน้าสวรรค์จะชดเชยจุดนี้ให้เธอสักเล็กน้อย

จากนั้นความมืดก็จู่โจมเข้ามา ไม่ทันได้เจ็บปวดมากนัก

ถังชิงหว่านก็หมดสติไป

ณ จวนเสนาบดีหวัง

เรือนเล็ก ๆ แทบจะอยู่ท้ายจวนเด็กสาววัยสิบสี่สิบห้าผู้หนึ่งนอนไร้สติอยู่บนเตียง หมอวัยชราดึงมือออกจากจุดชีพจรสีหน้าดูเคร่งเครียด อนุหลิวลอบมองด้วยใจตื่นตระหนก

“เป็นอย่างไรบ้าง” ฮูหยินหวังเอ่ยถามหมอจ้าวด้วยน้ำเสียงกังวล

“เรียนหวังฮูหยินคุณหนูเจ็ดถูกไอเย็นอย่างหนัก ชีพจรอ่อนแรง ทว่าหากผ่านคืนนี้ไปได้จึงจะนับว่าปลอดภัยขอรับ”

อนุหลิวฟังคำกล่าวนี้แฝงนัยว่าเด็กสาวคนนี้คงมีชีวิตไม่พ้นคืนนี้ ด้วยสีหน้าซีดเซียวไร้วาจา หวังฮูหยินภายในแม้จะไม่เสียใจแต่ใบหน้าก็ยังแสดงความเศร้าโศก กล่าวขอบคุณหมอจ้าวจากนั้นก็หันไปสั่งงานบ่าวไพร่ ให้จัดการสิ่งที่ควรจัดการ อะไรที่จะต้องเตรียมก็ต้องเตรียมเสีย แล้วค่อยมาปลอบอนุหลิวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“ข้าผิดเอง...ข้าไม่ควรบีบคั้นนาง” อนุหลิวส่ายหน้าก้มหน้าสะอื้นร้องไห้อยู่ครู่หนึ่งจากนั้นก็เป็นลมหมดสติ หวังฮูหยินจึงเรียกคนให้มาพานางกลับไปพักที่เรือน

นับว่าหมอจ้าวกล่าวไม่ผิด คืนนี้ ณ ช่วงเวลาหนึ่งวิญญาณของถังชิงหว่านได้หลุดลอยออกจากร่างไปแล้ว...เหลือเพียงร่างกายที่ยังมีลมหายใจแผ่วเบา ในช่วงเสี้ยววินาทีก็มีวิญญาณหนึ่งเข้ามาพร้อมกับขุมพลังสายหนึ่งปรับให้ลมหายใจแผ่วเบากลับมาเต้นเป็นจังหวะอย่างมั่นคงอีกครั้ง

ถังชิงหว่านค่อย ๆ ฟื้นขึ้นมาจากความมืดมิดพร้อมความทรงจำที่เหมือนไม่ใช่ของเธอผุดขึ้นมานับไม่ถ้วน

สาวใช้ไป๋ถิงที่เฝ้าอยู่ข้างเตียงเห็นสีหน้าของเด็กสาวดีขึ้น ใจที่เศร้าโศกก็เริ่มมีความหวังนางไปปลุกไป๋ชิงที่เผลอหลับไป

“ไป๋ชิงเจ้าดูสิ คุณหนูเจ็ดน่าจะรอดแล้ว”

ยามเช้า

แสงตะวันยามเช้าทอประกายอบอุ่น แม้ว่าจะมีคุณหนูของจวนใกล้จะสิ้นลมก็ไม่ทำให้คนในเรือนใหญ่อย่างสวีเพ่ยรู้สึกหม่นหมอง นางตื่นขึ้นมาตั้งใจเรียกคนมาสอบถาม การจัดการงานศพก็ต้องประหลาดใจ

“ยังไม่ตายหรือ?”

แม่นมโจวหยักหน้าตอบ

“เจ้าค่ะฮูหยิน...ตอนนี้เหมือนจะได้สติขึ้นมาแล้ว บ่าวเลยให้คนไปตามท่านหมอจ้าวมาตรวจดูอาการ”

สวีเพ่ยหยักหน้าชื่นชมกับความละเอียดรอบคอบของบ่าวคนสติ เบื้องหลังเกลียดชังเพียงใด แต่เบื้องหน้าสวีเพ่ยก็ยังต้องแสดงการเป็นฮูหยินที่ใจกว้างมีเมตตา นางหยิบจอชาขึ้นจิบเบา ๆ ถอนหายใจพลางกล่าว

“น่าเสียดายยิ่งนัก...”

เรือนเล็ก

เดิมถังชิงหว่านได้สติตั้งแต่หมอจ้าวเข้ามาแล้ว ด้วยสัญชาติญาณเธอรู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติจึงได้แสร้งทำเป็นเหม่อลอยสะลืมสะลือสติยังเลอะเลือน แต่พอทุกคนออกไป นางจึงได้ลืมตาขึ้นอีกครั้งสาดแววตาคมกริบมองรอบ ๆ ภายในห้องตกแต่งด้วยเครื่องเรือนแบบโบราณทั้งหมด ประมวลกับคำกล่าวของพวกคนเหล่านั้นอีกทั้งเธอยังมีความทรงจำของบางคนอยู่ในหัว

จากเหตุผลทั้งหมดถังชิงหว่านเรียบเรียงเรื่องราวสรุปได้ว่านางมาเกิดใหม่แล้ว แล้วยังเกิดใหม่ในร่างของเด็กสาวหวังชิงหว่านที่ตกน้ำป่วยจนสิ้นลม

แม้ภายในใจถังชิงหว่านเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกในตอนแรกแต่สุดท้ายเธอก็สงบสติได้อย่างรวดเร็ว

เอาเถอะในเมื่อสวรรค์ไม่ดึงความทรงจำเธอกลับ คงมีเจตนาบางอย่าง เธอจะลองใช้ชีวิตในฐานะหวังชิงหว่านให้ดีล่ะกัน

ช่วงบ่ายพอมีแรงขึ้นมาบ้าง หวังชิงหว่านพยายามจะลุกขึ้นนั่ง ไป๋ชิงที่อยู่ใกล้รีบมาดันหลังประคอง

“คุณหนูเหตุใดไม่เรียกใช้บ่าวเจ้าคะ”

“ข้าแค่ต้องการจะลุกขึ้น”

“คุณหนูหิวหรือไม่เจ้าคะ...ข้าได้เตรียมโจ๊กไว้ อุ่นไว้ตลอดเวลาเผื่อท่านตื่น” ไป๋อิงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงห่วงใย

หวังชิงหว่านส่ายหน้า “ข้าขอน้ำดื่มก็พอ”

แต่ไป๋ชิงก็พูดแย้งเสียงแผ่วเบา “กินสักหน่อยเถอะนะเจ้าคะคุณหนู ร่างกายจะได้มีแรงและจะได้ทานยาด้วย” หวังชิงหว่านมองตาไป๋ชิงที่เต็มไปด้วยความห่วงใยจึงพยักหน้า

หลังไป๋ชิงออกไป ผ้าม่านก็ถูกเลิกขึ้นอีกครั้งปรากฏหญิงวัยกลางคนผู้หนึ่ง ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความอิดโรยดวงตาแดงบวมที่ผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก กระนั้นก็ไม่อาจลดทอนความงามของนางลงแต่ยิ่งขับความบอบบางน่าทนุถนอมยิ่งกว่าเดิม หวังชิงหว่านรีบทบทวนความทรงจำกับคนผู้นี้

นางคือ อนุหลิว มารดาของนางนั่นเอง

“หว่านเอ๋อร์ เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง...เด็กดีเหตุใดเจ้าถึงทำเช่นนี้ หากเจ้าเป็นอะไรไปข้าจะอยู่ได้อย่างไร”

หวังชิงหว่านไม่รู้จะรับมือกับสตรีที่เป็นเช่นบ่อน้ำเช่นนี้อย่างไร โชคดีที่หวังชิงหว่านคนเดิมไม่ได้สนิทสนมกับมารดาตนเองนัก นางจึงเลือกปิดตาลงหลบหลีกการพูดคุย อนุหลิวเห็นเช่นนั้นก็ชะงักตกใจเกรงว่าบุตรสาวจะไม่พอใจตนเองอีก จึงรีบกล่าว

“หว่านเอ๋อร์ เจ้าไม่ต้องกังวลใจอีกต่อไป ฮูหยินรับปากแล้ว เรื่องการแต่งงานครั้งนี้ให้เป็นไปตามที่เจ้าปรารถนา”

ได้ยินเช่นนั้น หวังชิงหว่านก็ลืมตาขึ้น แววตาคมกริบทำให้อนุหลิวตะลึงงันไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงระมัดระวัง

“เอ่อ...แล้ว..หว่านเอ๋อร์ต้องการสิ่งใด ข้าจะไปอ้อนวอนหวังฮูหยินให้เจ้าเอง”

ขืนให้อนุหลิวไปพูดคุยเรื่องอาจจะยิ่งวุ่นวายหวังชิงหว่านหลับตาลงอีกครั้งแล้วพูดขึ้น

“เรื่องนี้...เอาไว้ก่อน ข้าจะตัดสินใจใหม่ภายหลัง”

อนุหลิวได้ยินเช่นนั้นก็รีบพูดคล้อยตาม “นั่นสิ สิ่งที่สำคัญคือสุขภาพตอนนี้ต้องดูแลรักษาตัวเองก่อน” ขณะนั้นไป๋ชิงก็กลับมาพร้อมโจ๊กถ้วยหนึ่ง

อนุหลิวจึงลุกขึ้นพร้อมปรายสายตามมองบุตรสาวอย่างครุ่นคิด แม้ว่าเดิมจะไม่ได้สนิทชิดเชื้อแต่นางก็ไม่เคยรับรู้ถึงความเหินห่างเย็นชาจากบุตรสาวเช่นนี้ คงเป็นเพราะนางไม่ได้เรื่องจนบุตรสาวต้องเรียกร้องด้วยชีวิต เพียงแค่คิดดวงตาก็ร้อนผ่าวขึ้นมา แต่หากยังร้องไห้อีก อนุหลิวเกรงว่าจะยิ่งทำให้บุตรสาวไม่พอใจจึงกล่าวลาออกไปด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย

หวังชิงหว่านชำเลืองมองตามหลังมารดา แผ่นหลังอันบอบบางนั้นนอกจากความอรชนยังมีสะท้อนความอ้างว้างออกมาชัดเจน ไม่รู้ว่าหวังชิงหว่านคนเดิมตาบอดหรืออย่างไรจึงยังอยากจะเป็นอนุผู้อื่นเฉกเช่นมารดาอีก

ช่วงเวลาที่ป่วย แม้ว่าจะมีคนมาที่เยือนที่เรือนแต่ก็แค่พอเป็นพิธี นับว่าได้ยังมีเวลาถังชิงหว่านได้ปรับตัวและได้ทบทวนผู้คนพร้อมกับตัวตนของหวังชิงหว่านที่ตายไปแล้ว หลังจากนอนซมอยู่ภายในเรือน พอร่างกายเริ่มแข็งแรงนางก็อยากจะออกไปชมบ้านเมืองในยุคนี้บ้าง

จึงลองเอ่ยอ้างขึ้นมา

“ไป๋อิง หลังจากที่ข้าป่วย..ชีวิตก้าวได้ก้าวไปประตูผีครึ่งหนึ่งข้าอยากจะไปไหว้พระขอพรเป็นสิริมงคลให้ตัวเองสักครั้ง”

ไป๋อิงได้ยินเช่นนั้นก็หันไปสบตากับไป๋ชิงก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงระวัง “คุณหนูเจ็ด...ตอนนี้ท่านคงไม่คิดจะหาวิธีหนีออกจากจวนนะเจ้าคะ”

เห็นท่าทีแวดระแวงของสาวใช้ หวังชิงหว่านชะงักเล็กน้อยทบทวนความทรงจำก่อนจะถอนหายใจยาว การเปลี่ยนเป็นคนใหม่ไม่ง่ายจริง ๆ ประวัติที่ผ่านมาของหวังชิงหว่านผู้นี้ยากจะทำให้คนอื่นเชื่อใจ นางจึงกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

“ถ้าอย่างนั้นก็แล้วไปเถอะ”

ไป๋อิงเห็นสีหน้าหวังชิงหว่านเต็มไปด้วยความน้อยใจ แม้ว่านางจะรู้สึกสงสารแต่ก็ใจอ่อนไม่ได้จึงพูดปลอบโยน

“คุณหนูอดทนอีกสักหน่อยเถอะเจ้าค่ะ...คืนนี้นายท่านก็กลับมาแล้ว ไม่ใช่ฮูหยินบอกว่าหรือ ว่าจะหารือเรื่องงานแต่งงานของท่านใหม่…ท่านต้องได้สมหวังอย่างแน่นอน”

หวังชิงหวานครุ่นคิดด้วยอายุและประเพณีที่นี่คงหลีกเลี่ยงงานแต่งงานไม่ได้ ร่างกายก็แสนจะอ่อนแอแถมยังขาดกำลังสนับสนุน หากต้องการจะออกจากกรงใหญ่นี้คงต้องเป็นการแต่งงานและดีที่สุดคือแต่งกับตระกูลเล็ก ๆ เพื่อที่นางจะได้จัดการได้ง่าย คู่หมั้นที่หวังฮูหยินจัดเตรียมไว้ให้ก็นับว่าดีแล้วจึงพูดออกไป

“ข้าจะไปคารวะฮูหยินเสียหน่อย”

เห็นสายตาที่ไป๋ชิงและไป๋อิงมองหน้ากัน หวังชิงหว่านจึงกล่าวต่อ “วางใจเถอะ...ข้าไม่ก่อเรื่องแล้ว”

หลายวันที่ผ่านมานับว่าหวังชิงหว่านเปลี่ยนไปไม่น้อย อีกอย่างอย่างไรพวกนางก็เป็นแค่บ่าว ไป๋อิงจึงรีบกล่าวขึ้น “คุณหนูคิดมากไปแล้ว บ่าวแค่เห็นว่าคุณหนูพึ่งหายป่วยเกรงว่าหากออกไปเดินตากลมอาจจะทำให้กลับมาไม่สบายอีกได้...ถ้าอย่างนั้นให้บ่าวประครองท่านไปนะเจ้าคะ”

หวังชิงหว่านไหนเลยจะเคยให้คนประครองเดิน นางโบกมือปฏิเสธ “ไม่ต้อง ข้าพอเดินเองได้”

เดินมาสักครู่ใหญ่หวังชิงหว่านก็เข้าใจเหตุใดสาวใช้จึงเกรงว่าจะเจ็บป่วยอีก นางลืมไปเสียสนิท...เพราะเส้นทางเดินมาจากเรือนใหญ่นี้ยาวไกลเกือบจะเป็นกิโล ด้วยร่างกายบอบบางและพึ่งจะหายป่วยทำให้รู้สึกเหนื่อยล้าโดยง่าย ไป๋ชิงสังเกตเห็นสีหน้าของหวังชิงหว่านจึงพูดขึ้น

“คุณหนูพักสักหน่อยไหมเจ้าคะ”

หวังชิงหว่านพยักหน้าจึงเดินเข้าไปนั่งในศาลาเล็ก ๆ แล้วพูดขึ้น “พวกเจ้าทราบหรือไม่ว่าท่านพ่อจะกลับถึงจวนยามใด”

“ท่านเสนาบดีเข้าประตูเมืองหลวงมาแล้วเจ้าค่ะ ตอนนี้ยังอยู่ที่วัง คาดว่าตอนเย็นจึงจะได้กลับจวน”

หวังชิงหว่านผงกศีรษะ นางต้องไปคุยกับหวังฮูหยินก่อนที่บิดาของนางจะกลับถึงจวน

توسيع
الفصل التالي
تحميل

أحدث فصل

فصول أخرى

المراجعاتأكثر

Nattery
Nattery
สนุกนะ ทั้งสองเรื่อง ตอนยาวแบบนี้แยกเป็นสองเรื่องดีกว่า งงเลยตอนขึ้นเรื่องที่สอง และงงอีกครั้งที่จบห้วนๆ
2026-02-27 20:42:39
0
0
Triple Great
Triple Great
ขอถามตั้งแต่บทที่63 เรื่องพระชายยายืนหนึ่ง เป็นภาคต่อของของนี้ไหม หรือเกี่ยวกันยังไง
2026-01-23 15:58:31
1
1
Pitpimol Pitanilap
Pitpimol Pitanilap
สนุกมาก ไม่อัพต่อแล้วหรือคะ
2025-05-01 00:54:02
2
0
nattanicha Cherngnok
nattanicha Cherngnok
ชอบๆๆสนกมากกกๆๆค่ะ
2025-04-13 20:36:21
1
0
Phutsadee
Phutsadee
สนุกค่า ชอบๆ นางเอกฉลาดแบบนี้
2025-04-13 18:06:23
1
0
141 فصول
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status