LOGINรวมเรื่องสั้นจีนโบราณ แนวเกิดใหม่ ทะลุมิติ ย้อนเวลา NC หลากหลายเรื่องราวให้นักอ่านเลือกสรร
View Moreนี่ก็ผ่านมาสามวันแล้ว นับตั้งแต่นางฟื้นขึ้นมาในร่างซ่งเยี่ยนหลี หญิงสาวที่ถูกแต่งเข้ามาเป็นอนุของตันอ๋อง หากเป็นสามีภรรยาที่รักใคร่กันก็ดีอยู่หรอก เพียงแต่นางกับผู้เป็นสามีไม่เคยพูดคุยกันสักครั้ง
นางแต่งกับเขาเพราะความเข้าใจผิด ยามนั้นเจ้าของร่างเดิมพยายามปลุกปล้ำชายหนุ่ม จนทำให้ผู้ที่ผ่านมาเห็นเกิดความเข้าใจผิด คิดว่าคุณหนูสามตระกูลซ่งนัดพลอดรักกับตันอ๋อง หลังจากนั้นก็ถูกบังคับให้แต่งงานกัน ทว่าตันอ๋องกลับไม่ยอมรับซ่งเยี่ยนหลีเป็นพระชายาเอก ด้วยสถานะของนางเป็นแค่บุตรของอนุ ดังนั้นหากอยากให้เขารับนางเข้าจวน มีเพียงให้นางเป็นอนุเท่านั้น ซึ่งบิดาของซ่งเยี่ยนหลีตอบรับข้อตกลงนั้น ส่งบุตรสาวไม่รักดีให้แก่ตันอ๋อง ซ่งเยี่ยนหลีหลงดีใจว่าจะได้ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายที่จวนอ๋อง วาดฝันถึงภาพครองรักกับอีกฝ่าย ทว่าทุกอย่างกลับไม่เป็นอย่างที่คิด เมื่อเขาส่งนางไปอยู่ที่เรือนท้ายจวนอ๋อง มิหนำซ้ำยังบังคับให้นางทำงานบ้านงานเรือนทุกอย่างเอง ทั้งยังกำชับว่าหากเขาไม่เลือกตัว อย่าได้โผล่หน้ามาที่เรือนใหญ่เด็ดขาด แต่มีหรือที่ซ่งเยี่ยนหลีคนเดิมจะฟัง นางพยายามเข้าหาตันอ๋องหลายครั้ง แต่สุดท้ายก็ถูกเขาจับโยนออกไป สีหน้าของเขาในยามนั้นเต็มไปด้วยความเย็นชา แววตาแฝงไปด้วยความดุดันที่รอวันปะทุ นอกจากเขาจะใช้สายตาแบบนั้นมองนางแล้ว น้ำเสียงของเขายังบาดลึกไปถึงขั้วหัวใจของนางอีกต่างหาก ซ่งเยี่ยนหลีทั้งเจ็บทั้งอาย นางนอนตรอมใจอยู่หลายวัน จนล้มป่วยหนักและสิ้นใจในที่สุด และใช่แล้ว สิ่งที่กำลังพูดถึงในตอนนี้คือเนื้อเรื่องในนิยายแนวจีนโบราณเรื่องหนึ่งที่นางเคยอ่าน ซ่งเยี่ยนหลีเป็นตัวประกอบที่ตายไว ส่วนตันอ๋องเป็นตัวร้ายที่ถูกกำหนดให้ตายในตอนจบ ไม่มีสุขนิยมใดเกี่ยวกับคู่นี้ ทว่า... บทกลับเปลี่ยนแปลง เมื่อพบว่าซ่งเยี่ยนหลียังไม่ตาย แถมยังฟื้นขึ้นมาเป็นใครอีกคนที่พวกบ่าวรับใช้ไม่คุ้นเคย ปกติซ่งเยี่ยนหลีจะโวยวายเวลามีคนไปตามให้นางมาซักผ้า ทว่าวันนี้กลับนั่งสงบเสงี่ยมไม่มีปากเสียงกับผู้ใด ดูผิดแปลกจนพวกบ่าวรับใช้เกิดความสงสัยว่านางป่วยหรือไม่ " ข้าซักเสร็จแล้ว " ซ่งเยี่ยนหลีพูดขึ้น พลางหอบตะกร้าผ้าของตนขึ้นมา " อาหารของท่านถูกนำไปไว้ที่เรือนแล้วนะเจ้าคะ " สาวใช้นางหนึ่งพูด นางได้รับคำสั่งมาว่า หากซ่งเยี่ยนหลียังทำงานไม่เสร็จ อย่าได้ให้อีกฝ่ายกินข้าวเด็ดขาด ซ่งเยี่ยนหลีพยักหน้า เรื่องนี้นางรู้อยู่แล้ว เพราะมีความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม แถมยังจำเนื้อเรื่องคร่าวๆ ได้ ที่นางยอมทำงานอย่างว่าง่าย ก็เพราะต้องการอาหารประทังความหิว ด้วยไม่อยากตายอีกรอบ ร่างบอบบางแบกตะกร้าแนบเข้ากับบั้นเอว เดินไปยังเรือนท้ายจวนซึ่งเป็นที่อยู่ของตน ผ้าที่นางซักนางจะนำมาตากที่เรือนของตน เพื่อป้องกันไม่ให้มีผู้ใดกลั่นแกล้งเหมือนที่ผ่านมา พอแห้งแล้วก็จะนำไปเก็บในห้องอบผ้า เพื่อทำให้ผ้าหอม ซึ่งผ้าที่นางซักส่วนใหญ่ล้วนเป็นเสื้อผ้าของตันอ๋อง หากนางทำขาดหรือชำรุดเขาจะหาเรื่องลงโทษนาง หนักสุดก็คือถูกโบยหลัง ในความทรงจำของซ่งเยี่ยนหลีคนเดิมเคยมีเหตุการณ์แบบนั้นเกิดขึ้นครั้งหนึ่ง เพราะอยากต่อต้านเขานางจึงใช้กรรไกรตัดชุดเขาจนขาดหลุดลุ่ย พอเขาทราบเรื่อง เขาก็สั่งให้คนนำตัวนางไปโบยสิบไม้ ตอนนั้นนางทั้งโกรธทั้งอายที่เขาหยามหน้านางต่อหน้าพวกบ่าวใช้ นางไม่กล้าสู้หน้าใคร เก็บตัวอยู่แต่ในเรือนหลายวัน มิหนำซ้ำอาหารที่ได้กินก็มีแต่หมั่นโถวเปล่าๆ หนึ่งก้อน เขาบอกแก่นางว่าหากอยากกินอาหารที่ดีกว่านี้ก็ต้องทำงานแลกเปลี่ยน มิใช่นั่งรออยู่เฉยๆ นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมซ่งเยี่ยนหลีคนใหม่ถึงดูสงบเสงี่ยมนัก นั่นก็เพราะว่านางจำเหตุการณ์ทุกอย่างได้หมด มือเรียวเล็กหยิบผ้าในตะกร้ามาบิดให้หมาด จากนั้นก็นำไปพาดตากตรงราวไม้ที่นางทำขึ้นมาเอง โชคดีที่ด้านข้างมีต้นไผ่หลายต้นเกิดอยู่ นางจึงไปตัดลำของมันมาทำราวตากผ้า และทำเป็นไม้แขวนเสื้อ เพื่อในสะดวกเวลาตากและเวลาเก็บ " เสร็จสักที " นางใช้หลังมือเช็ดคราบเหงื่อออกจากใบหน้า พลางถอนหายใจไล่ความเหน็ดเหนื่อย หญิงสาวกลับเข้าไปในเรือนเพื่อกินอาหารที่สาวใช้คนนั้นนำมาไว้ให้ นางจำไม่ได้ว่าอีกฝ่ายชื่ออะไร รู้เพียงมีแค่คนคนนั้นที่ดีกับนาง นอกจากไม่เคยดูแคลนหรือหัวเราะเยาะนางแล้ว ยังพยายามช่วยเหลือนางอีกต่างหาก " สงสัยต้องถามชื่อไว้บ้างแล้ว " นางนำตะเกียบไปคีบหมูตุ๋นซีอิ๊วขึ้นมากินอย่างเอร็ดอร่อย ผ่านไปสักพักนางก็กินเสร็จ ก่อนนำภาชนะไปล้างทำความสะอาด พอมีเวลาก็หยิบหนังสือทำการค้าที่เจ้าของร่างเดิมพกมา นำมาอ่านเพื่อฆ่าเวลา ระหว่างนั้นพลันเกิดความคิดบางอย่าง หากนางอยากใช้ชีวิตในโลกใบนี้โดยไม่ลำบาก ก็มีเพียงหาลู่ทางทำเงิน ซึ่งจะทำแบบนั้นได้ก็ต่อเมื่อนางได้หนังสือปลดจากเขาแล้ว ยามซวี แสงจันทร์สีนวลส่องกระจ่าง สาดกระทบลงบนหลังคาอิฐแดง พลันปรากฏเห็นเงาสีดำกำลังเคลื่อนไหว ชายร่างสูงกำลังวิ่งไต่ตามกำแพงหินคล้ายหนีภัยร้ายมา ซ่งเยี่ยนหลีได้ยินเหมือนเสียงคนเดินอยู่รอบเรือน นางจึงลุกขึ้นมา เพื่อออกไปดูว่าผู้ใดอยู่ข้างนอกนั้น หญิงสาวเดินฝ่าความมืดมายังประตูเรือนของตน ก่อนเปิดนางพยายามสอดส่องสายตาดูผ่านรูผนังผุพังแล้ว แต่กลับไม่เห็นใคร ดังนั้นนางจึงรวบรวมความกล้าเปิดประตูออกไปดูให้เห็นกับตาตนเอง พลันปรากฏร่างของชายคนหนึ่งกำลังยืนพิงเสาตรงเฉลียงบ้านอยู่ เสียงของอีกฝ่ายฟังดูเหมือนได้รับบาดเจ็บหนัก ทว่ากลับไม่ใช่เวลาที่นางจะมาเห็นใจใคร เพราะที่นี่ไม่ใช่ที่ที่คนนอกจะเข้ามายุ่มย่ามได้ " นั่นใครน่ะ? " น้ำเสียงหวานตะโกนถามผู้ที่ยืนนิ่งอยู่ ครั้นได้ยินเสียงนาง เขาก็ค่อยๆ หันกลับมามอง แต่ไม่ได้พูดคำใด ซ่งเยี่ยนหลีจึงพูดขู่ไปว่า " หากไม่ตอบ ข้าจะเรียกคนทั้งจวนมาที่นี่ " " เจ้ากล้าก็ลองดูสิ " น้ำเสียงแฝงไปด้วยอำนาจตวาดลั่น พานทำให้ร่างเล็กสะดุ้งด้วยตกใจ น้ำเสียงนี่มัน....ครั้นมาถึงงานเกาจิ่งเหอก็ซื้อทุกอย่างที่ลูกอยากกินให้ จนเจ้าตัวเล็กพุงยื่นออกมา งอแงจะให้คนเป็นแม่อุ้มท่าเดียว" ท่านแม่! เสี่ยวเฟิงอึดอาด! " มือน้อยๆ จับมือมารดาแกว่งไปแกว่งมาโจวเสวี่ยหนิงก้มมองพุงน้อยๆ ของลูก ก่อนจะยิ้มขำ " จะไม่อึดอัดได้อย่างไรเล่า ก็เจ้าเล่นกินไปเยอะขนาดนั้น "ทั้งถังหูลู่ ทั้งขนมเกาลัด และสายไหม ล้วนไปกองอยู่ในพุงน้อยๆ นั้นหมดแล้ว" ท่านแม่! เสี่ยวเฟิงจะถอดเสื้อ" เสี่ยวเฟิงพยายามดึงเสื้อคลุมตัวนอกออก เพราะรู้สึกอึดอัดจนเกินจะทนไหวโจวเสวี่ยหนิงรีบห้าม " ไม่ได้! อากาศเย็นมาก ห้ามถอดเด็ดขาด"" แต่เสี่ยวเฟิงแน่นที่พุง " นิ้วน้อยๆ ชี้ให้มารดาดูพุงกลมๆ ที่ยื่นออกมา " ท่านแม่ อุ้ม! อุ้ม! เสี่ยวเฟิงหน่อยขอยับ "เจ้าก้อนแป้งชูแขนทั้งสองข้างขึ้น ทำสีหน้าออดอ้อนขอร้องให้ผู้เป็นมารดาอุ้มโจวเสวี่ยหนิงส่ายหน้าแบบยิ้มๆ " ให้คนที่ซื้อให้กินเป็นคนอุ้มสิ! แม่อุ้มเด็กอ้วนไม่ไหวหรอกนะ "นางเหลือบมองบิดาของเจ้าก้อนครู่หนึ่ง อีกฝ่ายกำลังยืนยิ้มมองนางกับลูกอยู่ พอได้สบตากัน เขาก็ยิ่งฉีกยิ้มกว้างกว่าเด
หลังจากทานอาหารมื้อค่ำเสร็จ ต่างคนก็ต่างแยกย้าย โจวเสวี่ยหนิงพาลูกเข้านอนไปก่อน ปล่อยให้เกาจิ่งเหอนั่งอ่านเอกสารอยู่ที่ห้องนั่งเล่นคนเดียวครั้นผ่านไปหนึ่งชั่วยาม โจวเสวี่ยหนิงก็เดินออกมาจากห้อง" เจ้าจะไปที่ไหน? " เขาเอ่ยถามคนที่กำลังจะเดินออกไปข้างนอกเรือน" ข้าจะไปเติมน้ำเจ้าค่ะ " นางยกกาน้ำว่างเปล่าให้อีกฝ่ายดู" เดี๋ยวข้าไปเป็นเพื่อน " เกาจิ่งเหอขันอาสา พลางลุกขึ้นยืนโจวเสวี่ยหนิงมองหน้าอีกฝ่ายอย่างไม่เข้าใจ พลางขมวดคิ้วยุ่ง " ทำไมท่านต้องไปเป็นเพื่อนข้าด้วยเล่า? "" มันมืดแล้ว อันตรายเกินไปหากปล่อยเจ้าไปคนเดียว " เกาจิ่งเหอกล่าวอย่างมีเหตุผลอันตรายงั้นหรือ? ไปกับเขาดูอันตรายมากกว่าอีก แต่ถึงจะคิดเช่นนั้น นางก็คร้านจะแย้ง จึงปล่อยให้อีกฝ่ายเดินตามหลังมาเงียบๆพอมาถึงห้องครัว โจวเสวี่ยหนิงก็แยกไปตักน้ำ ส่วนเกาจิ่งเหอยืนพิงขอบประตูรออยู่ด้านนอก ดวงตาสีดำขลับจับจ้องอยู่ที่เรือนร่างบางของหญิงสาวอย่างพิจารณา พลางคิดในใจว่ารูปร่างเช่นนี้น่ะหรือที่คลอดลูกของเขาออกมา?แต่แล้วดวงตาสีเข้มก็เริ่มหม่นแสงลง เ
คนเป็นแม่เฝ้ามองลูกน้อยที่กำลังเดินไปหาผู้เป็นบิดาอย่างกล้าๆ กลัวๆ นางจึงส่งสัญญาณมือบอกให้เกาจิ่งเหอรีบเข้าหาลูกโดยเร็วครั้นได้รับสัญญาณจากโจวเสวี่ยหนิง เกาจิ่งเหอก็รีบเดินไปหาลูกชายทันที" วันนี้พ่อขอเล่นด้วยได้หรือไม่?" เกาจิ่งเหอถามด้วยรอยยิ้ม" ท่านยุงไม่มีเพื่อนเย่นหยอ?" เสี่ยวเฟิงเงยหน้ามองคนที่โตกว่า" อือ! ไม่มีเลย " ดวงตาคู่คมหลบซ่อนความรู้สึกดีใจเอาไว้ไม่มิดเสี่ยวเฟิงก้มหน้างุดครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาตอบ " งั้นเสี่ยวเฟิงเย่นกับท่านยุงก็ได้ เพราะเสี่ยวเฟิงก็ไม่มีเพื่อนเหมือนกัน "สองคนพ่อลูกเริ่มเล่นของเล่นด้วยกัน เจ้าตัวน้อยส่งเสียงเจื้อยแจ้วออกมาไม่หยุด อย่างกับว่ากำลังสอนให้คนเป็นพ่อเล่นตามที่ตนเองต้องการอย่างไรอย่างนั้นโจวเสวี่ยหนิงชำเลืองมองทั้งสองคนอยู่เป็นระยะ ครั้นเห็นว่าเข้ากันได้ดีนางก็รู้สึกโล่งใจเสี่ยวเฟิงเล่นกับท่านลุงยักษ์อยู่สักพัก ก็เริ่มรู้สึกง่วงนอน จึงเดินไปท่านแม่ที่กำลังขายของอยู่ แต่พอเห็นท่านแม่กำลังยุ่ง เสี่ยวเฟิงจึงเดินกลับมาที่เดิม มือน้อยๆ ดึงชายเสื้อของบิดาให้ลุกเดิ
ครั้นเห็นว่าใครมา เจ้าก้อนน้อยก็เริ่มงอแง รีบวิ่งไปซ่อนตัวข้างหลังมารดาทันที เพราะกลัวว่าท่านลุงยักษ์จะมาจับตัวไปคิ้วเข้มขมวดขึ้น นึกสงสัยว่าทำไมลูกถึงมีท่าทีกลัวเขาเช่นนั้น " นี่เจ้าได้ไปเล่าอะไรที่เกี่ยวกับข้าให้ลูกฟังหรือไม่ ทำไมลูกถึงได้กลัวข้าเช่นนั้น? " เกาจิ่งเหอหันไปถามแม่ของลูกเมื่อไม่กี่วันก่อน เขากับลูกยังเข้ากันได้ดีอยู่เลย แต่พอมาวันนี้กลับบอกว่ากลัวเขา ทั้งยังร้องไห้งอแงอีกต่างหาก!" ข้า...." โจวเสวี่ยหนิงกำลังจะอธิบาย ทว่า...เจ้าตัวน้อยกลับเป็นฝ่ายพูดแทรกขึ้นมาเสียก่อน" แงงง! ไม่ไปๆ ไม่ชอบท่านยุงยักษ์ เสี่ยวเฟิงเกลียดยุงยักษ์ " เสียงแหลมเล็กตะโกนลั่น" เสี่ยวเฟิง!" เกาจิ่งเหอเรียกลูกเสียงอ่อนใจ รู้สึกเจ็บแปลบที่กลางอก นี่เขาเผลอทำให้ลูกเกลียดอย่างนั้นหรือ? ว่าแต่เหตุผลที่เกลียดเขามันคืออะไรเล่า?คนตัวน้อยโผล่หน้าออกมาจากข้างหลังมารดา ก่อนจะพูดกับคนที่ตัวสูงกว่าด้วยสีหน้าบูดบึ้ง " ท่านยุงยักษ์จะมารังแกท่านแม่ เสี่ยวเฟิงไม่ชอบ "" พ่อไปรังแกแม่ของเจ้าตอนไหนกัน? " เกาจิ่งเหอถามคนตัวน้อยที่กำลังทำแก้มพองอย่





