Se connecterหลังจากฮูหยินกู้เห็นทั้งสองร่วมห้องกันนางก็โกรธมากให้กู้เฉิงเยี่ยนรับนางเป็นอนุภรรยาของเขา แต่กู้เฉิงเยี่ยนกลับไม่ยอม จะรับนางเป็นภรรยาเอกของเขาให้ได้ ทำให้ฮูหยินกู้โกรธจนหมดสติไป
ในตอนนั้น นางรู้สึกหวานชื่นมากเพราะ เขาที่มักจะยินยอมผู้เป็นมารดาเสมอ กลับยอมโต้แย้งเรื่องนี้ นางกลับหลงคิดไปว่าเขานั้นใส่ใจนางมากถึงเพียงนี้ แต่หลังแต่งงานเขากลับไม่อ่อนโยนกับนางเลย ในทุก ๆ คืนเขาจะดื่มจนเมาก่อนจะมาหานางแล้วร่วมหอกับนางอย่างรุนแรง ราวสัตว์ป่าที่แทบจะกลืนกินนาง คำพูดเย็นชาที่ทำร้ายจิตใจนาง หลังจากเขาไปชายแดน นางต้องอยู่ในจวนอย่างลำบาก ฮูหยินกู้นั้นกลับตัดค่าใช้จ่ายของนางออกไปจนเกือบหมด ทั้งแม่นมหยางและมู่อันต้องขายสิ่งของมีค่าเพื่อซื้ออาหารและสิ่งจำเป็นมาให้นาง และยิ่งนานวัน ฮูหยินกู้ก็ยิ่งกดดันนางในทุกทิศทางขับไล่นางออกไปจากเรือนใหญ่ ให้กลับมายังเรือนเล็กของนางที่เย็นเฉียบและกักขังนางไม่ให้ออกไปไหน นางต้องทนอยู่อย่างยากลำบาก ไม่มีแม้แต่อาหาร กู้เฉิงเยี่ยนเขาไปชายแดนนานเป็นเดือน ไม่ส่งข่าวใด ๆ กลับมา นางเฝ้ารอคอยคิดถึงเขาในทุกวัน ยิ่งนานวันความสิ้นหวังกลับค่อย ๆ ชัดขึ้นในใจนาง จากสตรีที่เคยสดใสค่อย ๆ หม่นหมองลงเรื่อย ๆ ไม่มีข่าวใด ๆ ส่งมาอีก … จวนตระกูลกู้ แสงแดดอ่อน ๆ สาดส่องเข้ามาในจวนใหญ่ ในจวนคึกคักไปด้วยบ่าวไพร่ที่กำลังเตรียมของขึ้นรถม้า กู้เฉิงเยี่ยนในชุดเกาะก้าวเดินมาตามทางเดินอย่างมั่นคง ดวงตาคมกริบ ท่วงท่าสง่างามน่าเกรงขาม เขาก้าวไปตามทางในลานเรือน ฮูหยินกู้ที่ยืนรออยู่หน้าจวนเมื่อเห็นเขาก็เผยรอยยิ้มบางออกมา แต่แววตานั้นเต็มไปด้วยความกังวล เมื่อเห็นบุตรชายเพียงคนเดียวต้องไปยังค่ายทหาร “เฉิงเอ๋อร์… ” นางเปล่งเสียงที่เต็มไปด้วยความห่วงใย กู้เฉิงเยี่ยนก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้ามารดาด้วยใบหน้าสงบนิ่ง ฮูหยินกู้ยื่นมือมากุ่มมือบุตรชายด้วยความเป็นห่วงแม้ไม่ได้เอื้อนเอ่ยแต่สีหน้านางแสดงออกมาชัดกว่าสิ่งใด “ท่านอยู่ที่นี่ดูแลตัวเองด้วย” กู้เฉิงเยี่ยนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แววตามุ่งมั่น เอ่ยจบเขาก็หมุนกายก้าวตรงไปยังม้าของตนเอง สายตาคมอดไม่ได้ที่จะหันกลับมามองไปยังหน้าจวน เขามองผู้เป็นมารดาครู่หนึ่งก่อนจะมองทะลุออกไปด้านในลึกสุด เหตุใดยามนี้แล้วแต่กลับไร้วี่แววของ ซูเหมยหลัน ปกติทุกครั้งนางจะออกมายืนรอก่อนมารดาตนเองด้วยซ้ำ ไม่ว่าเขาจะไปเช้ามืด หรือ มืดค่ำ นางก็ไม่เคยพลาดในการมาส่งเขา “ท่านแม่ทัพ” เสียงขององครักษ์ประจำกายที่ก้าวออกมาจากจวนดังขึ้น ทำให้กู้เฉิงเยี่ยนสลัดความคิดของตนเองออกก่อนจะก้าวขึ้นม้าศึกของตนเองอย่างคล่องแคล่ว เสียงม้าเคลื่อนตัวดังก้องในเมืองหลวง กู้เฉิงเยี่ยนควบม้าออกไปจากเมืองหลวงโดยไม่ได้หันกลับมาอีก …. จวนตระกูลกู้ ภายในเรือนตะวันตก ห้องเล็กด้านในถูกเปิดหน้าต่างรับลมบางเบา แสงอาทิตย์ยามบ่ายส่องผ่านซี่ไม้เป็นลำทอดลงบนโต๊ะเตี้ยกลางห้อง บนโต๊ะนั้นวางครกหินโถดินเผา กล่องไม้ใส่สมุนไพร และสมุดจดบันทึก กลิ่นหอมของไม้จันทร์และมวนดอกไม้คลออยู่ในอากาศ ซูเหมยหลันนั่งคุกเข่าตรงหน้าโต๊ะ ปลายแขนเสื้อถูกรวบขึ้นอย่างเรียบร้อย เส้นผมดำขลับรวบไว้หลวม ๆ นางใช้ช้อนเงินเล็กตักผงกฤษณาบดละเอียดลงในครก ก่อนเติมผงเปลือกส้มแห้งลงไปเพียงนิดหน่อย “กฤษณาสองส่วน เปลือกส้มหนึ่งส่วน… ” นางพึมพำเบา ๆ พร้อมจรดพู่กันลงบนกระดาษ จดตัวอักษรอย่างเป็นระเรียบ แม่นมหยางนั่งอยู่ข้าง ๆ คอยยื่นโถสมุนไพรให้ตามที่คุณหนูของนางร้องขอ มือเหยี่ยวย่นของนางเคลื่อนไหวช้าแต่มั่นคง ดวงตาเต็มไปด้วยความเอ็นดู มู่อันก้าวเข้ามาด้านในห้องสองมือเล็กประคองถาดกลีบดอกไม้แห้งและสมุนไพรแห้ง นางก้าวตรงมาวางถาดลงบนโต๊ะริมหน้าต่างอย่างรู้ความ ก่อนจะก้าวไปยังกาน้ำชาอุ่นที่ตังอยู่ไม่ไกล ก่อนจะก้าวตรงไปหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าของคุณหนูของตน “คุณหนู สำเร็จหรือไม่เจ้าคะ” นางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ก่อนจะยื่นถ้วยชาให้อย่างใส่ใจ ซูเหมยหลันส่ายหน้าช้า ๆ พลางยกมือขึ้นมารับถ้วยชานั้นแล้วดืมรวดเดียว ก่อนจะยื่นคืนให้มู่อันโดยไม่ได้เงยนางเอ่ยขึ้นขณะที่มือยังคงตวัดพู่กันลงบนกระดาษอย่างตั้งใจ “ยังไม่ได้กลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์พอ เหมือนยังขาดอะไรบางอย่าง” มู่อันมองคุณหนูของตนเองที่กำลังมุ่งมั่นด้วยแววตายินดี ในที่สุดคุณหนูของนางก็คิดได้ เริ่มทำเพื่อตนเองจริง ๆ เสียที เมื่อก่อนวัน ๆ นางเอาแต่แต่งหน้าและคอยจะส่งให้ตนเองไปสืบเรื่องของแม่ทัพกู้เฉิงเยี่ยน เขาชอบอะไร เขากำลังจะไปไหน หรือ กลับมาจวนเมื่อไหร่ นางที่คอยไปแอบสืบเรื่องราวของแม่ทัพกู้เฉิงเยี่ยนนั้นก็ได้ยินคำนินทาต่าง ๆ นา ๆ จากเหล่าบ่าวไพร่ แต่กลับ ทำอะไรไม่ได้เลย ได้แต่ทนต่อคำเหล่านั้น บัดนี้คุณหนูเลิกสนใจผู้ชายที่ไม่ใส่ใจนางแล้ว ชีวิตของคุณหนูในภายหน้าต้องราบรื่นเป็นแน่ คุณหนูของนางงดงามเพียงนี้ มีแต่แม่ทัพกู้เฉิงเยี่ยนที่มองไม่เห็นความดีของนาง แต่หากคุณหนูออกจากที่นี่ นางเชื่อว่าต้องมีบุรุษมากมายที่มองเห็นคุณค่าในตัวของคุณหนูของตนอย่างแน่นอน มู่อันยิ้มบางก่อนจะหมุนกายก้าวกลับไปยังโต๊ะยาวเพื่อแยกสมุนไพรต่อตอนที่ 41 น้องหนิงอัน ก้อนแป้งจอมพลังเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว น้องหนิงอันอายุครบหกขวบ ผิวขาวผ่องราวหิมะ แก้มป่องราวซาลาเปาสองลูก ปากแดงเหมือนลูกเชอร์รี่ ดวงตากลมโตสดใส ร่างกลม ๆ ราวก้อนแป้ง อ้วนท้วนสมบูรณ์เกินเด็กในวัยเดียวกัน นางรักการกินที่สุด ท้องกลม ๆ ของนางยื่นออกมาอย่างน่าเอ็นดูวันนี้มีงานเลี้ยงในวัง ฮองเฮาเป็นผู้จัดงานเลี้ยง ในงานเลี้ยงคึกครื้นเต็มไปด้วยอาหารและของอร่อยมากมาย“ท่านย่าพาอันอันไปด้วยนะ อันอันอยากไป”เด็กน้อยในชุดสีแดงอ้วนกลม ดวงตาใส ๆ ของนางยามออดอ้อนไม่มีผู้ใดทนใจร้ายกับนางได้เลย ต้องใจอ่อนทุกทีฮูหยินผู้เฒ่ากู้ย่อกายลงมองหลานสาวที่วิ่งเข้ามาหาด้วยใบหน้าใสซื่อ สีหน้าใสซื่อไร้เดียงสานั้นช่างน่าเอ็นดูเสียจริง นางอดไม่ได้ที่จะเผยรอยยิ้มให้ด้วยความเอ็นดูมือเหยี่ยวย่นยกขึ้นลูกศีรษะของน้องหนิงอันอย่างเอ็นดู ดวงตาเต็มไปด้วยความรักความห่วงใย“ได้สิ อันอันน้อยของย่า”น้องหนิงอันยิ้มกว้าง ฟันขาวเรียงอย่างงดงาม พ่วงแก้มอวบนวลจนน่าหยิก ดวงตากลมใสระยิบระยับน่าเอ็นดูยิ่งนักฮูหยินผู้เฒ่ากู้ยื่นมือไปจับมือขาวอวบของน้องหนิงอันอย่างอ่อนโยน ผิวน้องหนิงอันนุ่มนิ่มจนคนจับต้องเบามื
ตอนที่40กลับเมืองหลวง(ตอนพิเศษ)เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว น้องหนิงอันอายุได้สามเดือนซูเหมยหลันตัดใจกลับเมืองหลวงไปใช้ชีวิตในจวนตระกูลกู้ เมื่อเดินทางไปถึงจวนใหญ่ในเมืองหลวง กู้เฉิงเยี่ยนก็พาซูเหมยหลันและน้องหนิงอันไปไหว้ป้ายบรรพชนของตระกูลกู้ และจัดงานแต่งใหม่อีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่ประกาศให้ผู้คนภายนอกได้รับรู้ว่าแม่ทัพใหญ่กู้เฉิงเยี่ยนแต่งภรรยาเอกของเขาคือ ซูเหมยหลัน และน้องหนิงอันคือบุตรสาวคนโตทายาทของตระกูลกู้ คุณหนูใหญ่หลังจากชายแดนสงบสุขบ้านเมืองสงบสุข กู้เฉิงเยี่ยนได้มีเวลาอยู่กับซูเหมยหลันและหนิงอันอย่างเต็มที่เวลาร่วงเลยมาถึงเทศกาลปีใหม่โคมลอยติดเต็มจวนตระกูลกู้ช่างดูงดงามยิ่งนักซูเหมยหลันนั่งอยู่หน้ากระจกทองเหลือง หยิบพู่กันขึ้นมาวาดคิ้วอย่างตั้งใจ แม้จะอยู่ด้วยกันทุกวันแต่ในยามที่ต้องรอเขากลับจากวังเช่นนี้นางก็รู้สึกรอคอยเช่นกัน ดวงตายังคงทอดมองออกไปด้านนอกที่เริ่มมืดสลัวลงในทุกขณะ กู้เฉิงเยี่ยนสัญญากับนางแล้วว่าจะพานางและน้องหนิงอันไปเดินชมโคมไฟในเทศกาลปีใหม่ แต่นี้ฟ้าก็เริ่มมืดแล้วยังไม่เห็นเงาของเขาปรากฏเลย ซูเหมยหลันถอยหายใจแผ่วเบา มือยังคงหยิบแป้งมาเติมบนใบหน้าอย่างตั
ซูเหมยหลันอุ้มหนิงอันน้อยไว้ในอ้อมอก กู้เฉิงเยี่ยนโอบกอดร่างบางของซูเหมยหลันไว้ในอ้อมแขนของเขา แววตาของเขาเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข จากนี้พวกนางแม่ลูกคือโลกทั้งใบของกู้เฉิงเยี่ยน เขาจะทะนุถนอมพวกนางอย่างดีหนึ่งเดือนผ่านไปอย่างรวดเร็วฮูหยินกู้เรียกกู้เฉิงเยี่ยนมาคุยถึงเรื่องแต่งงานของทั้งสองคน อย่างไรก็ต้องจัดงานแต่ง น้องหนิงอันจะได้เข้ามาอยู่ในตระกูลกู้และรับมรดกของนางอย่างถูกต้องกู้เฉิงเยี่ยนเองเห็นด้วยกับการแต่งงานนี้ เขาอยากทำทุกอย่างให้ถูกต้อง ภรรยาของเขาลูกของเขานั้นล้ำค่ามากอยากจะประกาศให้คนนอกได้รู้ ซูเหมยหลันนั้นในหัวใจนางยังลังเลอยู่เล็กน้อยแต่ตลอดเวลาที่ผ่านมา กู้เฉิงเยี่ยนได้แสดงให้นางเห็นแล้วว่าเขารักนางจริง ๆ และจากคนเย็นชาพูดจาร้าย ๆ ในวันนั้น เขาก็พยายามเปลี่ยนแปลงตัวเองขนาดนี้นางเองก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะปฏิเสธเขาอีก ซูเหมยหลันตอบตกลงด้วยใบหน้าเขินอาย ชีวิตนี้นางตัดสินใจแล้วว่าหัวใจยังต้องการเขาอยู่ กู้เฉิงเยี่ยนดีใจจนโอบกอดนางไว้แน่นพร่ำบอกรักนางอย่างจริงใจ เขารู้แล้วว่ารักนางแค่ไหน เขารักนางมาก มากจริง ๆ ชีวิตนี้เขาจะรักนางเพียงคนเดียว และจะไม่ทำให้นางต้องเสียใจอี
ตอนที่ 38คลอดลูก (ตอนพิเศษ)เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ซูเหมยหลันที่กำลังนั่งพักผ่อนอยู่ในห้องพลันปวดท้องขึ้นมา “มู่อัน! มู่อัน!”เสียงเรียกของซูเหมยหลันสั่นเทาด้วยความเจ็บปวด มู่อันรีบวิ่งเข้ามาในห้อง“ข้าปวดท้อง เหมือนกำลังจะคลอดแล้ว”น้ำเสียงของซูเหมยหลันดูอ่อนแรงลงเรื่อย ๆ มู่อันเบิกตากว้างด้วยความตกใจก่อนจะรีบเรียกสติคืนกลับมาแล้ววิ่งออกไปด้านนอกตะโกนอย่างร้อนรน“ไปตามหมอเร็ว! คุณหนูจะคลอดแล้ว!”เสียงนั้นทำให้คนทั้งจวนตระกูลซูวุ่นวายกันยกใหญ่ กู้เฉิงเยี่ยนเมื่อรู้ว่าซูเหมยหลันกำลังจะคลอด เขารู้สึกตื่นเต้นจนทำตัวไปถูก เขากำลังจะได้เห็นหน้าลูกแล้วทันใดนั้นในใจก็เกิดความประหม่าขึ้นมาลูกจะชอบเขาหรือไม่? เขาจะอุ้มลูกอย่างไรล่ะเขาเองยังไม่เคยอุ้มเด็ก ในใจคิดไปต่าง ๆ นานา รีบเร่งฝีเท้ามายังห้องของซูเหมยหลันอย่างร้อนรนแต่เขาต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นถังใส่เลือดมากมายที่บ่าวรับใช้อุ้มออกมา ด้านในยังเต็มไปด้วยเสียงร้องอย่างทรมานของซูเหมยหลัน หัวใจเขารู้สึกปวดร้าวขึ้นมาทันทีความเป็นห่วงนางแล่นขึ้นมาจนไม่อาจอยู่นิ่งได้รีบวิ่งหมายจะเข้าไปด้านในแต่กลับถูกมารดาของเขารั้งไว้ “ท่านแม่ ข้าเป็นห่วงน
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วท้องของซูเหมยหลันก็ใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ นางเคยชินกับการมีกู้เฉิงเยี่ยนอยู่ในสายตาแล้ว ตอนนี้นางกับเขากำลังเริ่มสร้างความรักครั้งใหม่ขึ้นมา ความรักที่เต็มไปด้วยความเข้าใจ เชื่อใจ เพียงไม่นานฮูหยินกู้ที่ใช้เวลาเดินทางมาเกือบเดือนก็เดินทางมาถึงซูโจว ซูโจวเป็นเมืองเล็ก ๆ ผู้คนมีไม่มาก การกลับมาของซูเหมยหลันคนก็รู้กันไปทั่ว ฮูหยินกู้เข้ามาในโรงน้ำชาเพื่อจิบชาก่อนจะตรงไปจวนตระกูลซู นางยังไม่ทันนั่งได้ยินชาวบ้านแถวนั้นนินทา ซูเหมยหลันที่ตั้งครรภ์โดยที่ไม่มีพ่อ บางคนก็เอ่ยว่าน่าสงสารบางคนสมน้ำหน้า และด่าทอบางคนเหน็บแหนมไม่ไว้หน้าฮูหยินกู้ทนฟังไม่ได้รีบออกจากโรงน้ำชาแล้วตรงไปยังตระกูลซู แม้ตระกูลซูจะใหญ่อยู่บ้างแต่ก็ไม่อาจเทียบกับจวนตระกูลกู้ในเมืองหลวงได้เลย“ท่านแม่”กู้เฉิงเยี่ยนที่ยืนรออยู่รีบก้าวมาหาฮูหยินกู้ด้านหลังเขาคือซูเหมยหลันที่กำลังอุ้มท้องที่นูนออกมามากแล้ว เมื่อฮูหยินกู้มองนางแล้วก็รู้สึกผิดในใจที่เคยคิดจะให้นางแต่งออกไปก่อนบุตรชายกลับ โชคดีที่นางหนีออกไปไม่เช่นนั้นลูกของตระกูลกู้คงต้องเรียกผู้อื่นว่าพ่อสีหน้าของกู้เฉิงเยี่ยนเรียบเฉยราวกับไม่เคยรู้เรื่
จนคนมองอย่างกู้เฉิงเยี่ยนยิ้มออกมาอย่างมีความสุข เขาไม่รีรอรีบวางถ้วยยาลงข้างเตียงแล้วโน้มกายไปรัดตัวนางไว้แน่นซูเหมยหลันชะงัก ดวงตากลมใสเบิกโต นางไม่คิดเลยว่าคนที่เย็นชาเยือกเย็นอย่างเขาจะกลายเป็นคนชอบฉวยโอกาสตั้งแต่เมื่อไหร่ นางพยายามดิ้นกายให้หลุดจากอ้อมแขนเขา“โอ้ย ข้าเจ็บเกินไปแล้ว เจ้าอยู่นิ่ง ๆ ได้หรือไม่”เสียงของกู้เฉิงเยี่ยนแสดงถึงความเจ็บอย่างน่าสงสาร ซูเหมยหลันชะงักงัน นางพยักหน้ารับแล้วซบลงบนอกของเขานิ่ง ๆ กลัวว่าจะถูกแผลของเขาอีก กู้เฉิงเยี่ยนเป็นแม่ทัพใหญ่นำทัพเขามักจะเป็นคนอยู่แนวหน้าเสมอ บาดแผลเต็มตัว “เหมยหลัน พี่รักเจ้า รักมาก รักเจ้าคนเดียว เจ้าอย่าทิ้งพี่ไปอีกเลยนะ ให้เราสามคนอยู่ด้วยกันเถิด”ซูเหมยหลันนิ่งเงียบ นางรู้ดีว่ายังคงมีใจให้เขาอยู่บ้างแต่ก็กลัว กลัวว่าจะซ้ำรอยเก่าอีก ชีวิตที่ต้องอยู่อย่างเดียวดายช่างทุกข์เกินไป เมื่อเห็นว่านางยังนิ่งเงียบไม่ยอมเอ่ยคำใด เขารู้ดีว่าตัวเองทำให้นางรู้สึกเจ็บปวดแค่ไหน คำพูดร้าย ๆ ของเขาคงทำให้นางรู้สึกเจ็บปวด เขาไม่อยากบังคับนางอีกแล้ว ขอแค่นางยังให้เขาอยู่ข้าง ๆ ยังคงพูดคุยกับเขาอยู่ก็พอแล้วกู้เฉิงเยี่ยนคลายมือออกจากร่
เมื่อมู่อันก้าวออกไป เหลือเพียงทั้งสองคน สายตาคมทอดลงมองนางนิ่งเขามีหลายอย่างที่อยากจะถามนางว่าเหตุใดถึงได้เปลี่ยนไป แต่ไม่รู้จะเริ่มอย่างไรได้แต่ยืนมองร่างบางที่บัดนี้มีแต่สายตาเย็นชาให้เขา ทำให้เขารู้ไม่พอใจมาก ซูเหมยหลันมองเขาครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบ“ท่านแม่ทัพ ข้าขอตัว”นางเอ่
ตอนที่ 8งานเลี้ยงจวนตระกูลกู้ต้นวสันต์มาเยือน เมฆบางลอยเหนือยอดไม้ในจวนตระกูลกู้ กลิ่นดอกเหมยและดอกท้อผลิบานอบอวลไปทั่วสวน ส่วนในศาลาริมสระถูกประดับด้วยผ้าแพรสีอ่อน โต๊ะเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ เครื่องลายครามชั้นดีวางเรียงงามตา ทุกสิ่งดูรื่นรมย์ดุจงานชมบุปผาธรรมดาทว่าใต้ความงามนั้น คือเจตนาที่มิ
ตอนที่ 7ไม่สนใจ แสงอัสดงสาดส่องลงมาในเมืองหลวงที่คึกคักไปตัวผู้คนที่กำลังเดินผ่านกันอยู่บนถนนอย่างครึกครื้นเสียงม้าร้องดังก้อง กู้เฉิงเยี่ยนในอาภรณ์สีดำควบม้าเข้ามาด้านหลังเขามีองครักษ์ประจำกายอยู่สองนายควบม้าตามมาอยู่ไม่ห่างเมื่อได้ยินเสียงม้ากระทืบเท้าผู้คนต่างหลบทางอย่างรวดเร็ว ทว่าทันใดนั้นเ
ตอนที่ 6เตรียมงานเลี้ยงจวนตระกูลกู้จวนใหญ่นั้นเต็มไปด้วยความวุ่นวาย“เร็วเข้า ๆ ยกกระถางดอกไม้นี้ไปวางตรงโน้น!”“ขอรับ”เสียงสั่งการของแม่บ้านเจียงดังก้อง นางอยู่ในอาภรณ์ผ้าไหมนุ่มสีอ่อน แม้จะเป็นเพียงแม่บ้านแต่ก็ติดตามรับใช้มานาน นางจึงได้รับความไว้วางใจจากฮูหยินกู้ และเสื้อผ้าอาภรณ์รวมไปถึงสิ่ง







