Masukเมื่อมู่อันก้าวออกไป เหลือเพียงทั้งสองคน สายตาคมทอดลงมองนางนิ่งเขามีหลายอย่างที่อยากจะถามนางว่าเหตุใดถึงได้เปลี่ยนไป แต่ไม่รู้จะเริ่มอย่างไรได้แต่ยืนมองร่างบางที่บัดนี้มีแต่สายตาเย็นชาให้เขา ทำให้เขารู้ไม่พอใจมาก
ซูเหมยหลันมองเขาครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบ “ท่านแม่ทัพ ข้าขอตัว” นางเอ่ยจบก็ก้าวออกไปทันที กู้เฉิงเยี่ยนมองร่างบางที่ก้าวจากไปด้วยสายตาสั่นไหววูบหนึ่งก่อนจะรีบปรับให้เรียบนิ่งดังเดิมอย่างรวดเร็วแล้วก้าวออกไปอย่างมั่นคง แม้ทั้งสองจะใช้เวลาอยู่ด้วยกันเพียงครู่เดียวแต่ทุกการเคลื่อนไหวนั้นกลับถูกดวงตาคู่สวยของเว่ยฮวาเหยาจับจ้องอย่างชัดเจน เมื่อเหล่าคุณหนูต่างชื่นชมดอกเหมยจนพึงพอแล้วต่างก็ก้าวตรงไปยังโต๊ะจัดเลี้ยงในเรือน ฮูหยินกู้และองค์หญิงเก้าก็ก้าวกลับมาในเรือนต้อนรับเช่นกัน เสียงสนทนาดังแผ่ว ซูเหมยหลันนั่งอยู่โต๊ะในตำแหน่งที่ห่างออกไป มือเรียวยกขึ้นจิบชาอย่างแผ่วเบาพลางทอดมองภาพบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความคึกคักนั้น “แม่นางซู ข้าขอนั่งด้วยได้หรือไม่” เสียงหนึ่งดังขึ้น ทำให้ซูเหมยหลันเงยหน้าขึ้นมอง เมื่อเห็นใบหน้างดงามของเว่ยฮวาเหยานั้น มือเรียวชะงักเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเล็กน้อย “เชิญแม่นาง” สิ้นคำนางก็วางถ้วยชาลงบนโต๊ะอย่างแผ่วเบา เว่ยฮวาเหยานั่งลงเคียงข้างซูเหมยหลัน มือเรียวของนางยกขึ้นรินชาอุ่นก่อนจะยกให้ซูเหมยหลันพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงสุภาพ “ข้าชื่อเว่ยฮวาเหยา ข้าเองก็เคยได้ยินอยู่บ้างว่าแม่นางซูมากความสามารถ วันนี้ได้พบถือเป็นเกียรติยิ่งนัก” ซูเหมยหลันยิ้มตอบอย่างสำรวม ดวงตานางทอดมองสตรีตรงหน้า งดงามและสดใสดูแล้วก็เหมาะสมกับกู้เฉิงเยี่ยนยิ่งนัก มือเรียวเล็กยื่นไปรับถ้วยน้ำชาที่อีกฝ่ายส่งมาให้ ทว่าในจังหวะนั้นเอง มือของเว่ยฮวาเหยากลับคล้ายอ่อนแรงโดยไม่ทันตั้งตัว ถ้วยชาสั่นไหวเล็กน้อย น้ำชาอุ่นในถ้วยพลันหกรินลงมารดหลังมือของูเหมยหลัน เว่ยฮวาเหยาร้องเบา ๆ อย่างตกใจ รีบหยิบผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดทันที พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงร้อนรน “ขอโทษ… ขอโทษด้วย!” น้ำเสียงดูกังวลแต่ดวงตาประกายความเจ้าเล่ห์อย่างชัดเจน แต่เพียงเสี้ยวนาทีนางก็รีบปรับสีหน้าให้ดูใสซื่อดังเดิม เสียงนั้นทำให้เหล่าสตรีที่นั่งสนทนากันอยู่ในเรือนต่างหยุดชะงัก หันมามอง เหตุการณ์ตรงหน้าเป็นสายตาเดียวกัน แม้แต่ฮูหยินกู้กับองค์หญิงเก้าที่นั่งอยู่เบื้องบนก็ทอดสายตามายังทางนี้ ซูเหมยหลันขมวดคิ้วเล็กน้อย เมื่อนางเห็นว่าเว่ยฮวาเหยากำลังเช็ดบริเวณข้อมือของตนอย่างตั้งใจ ใจของนางพลันสะดุ้งวูบ รีบดึงแขนกลับโดยสัญชาตญาณ ทว่าเว่ยฮวาเหยากลับจับข้อมือนางไว้แน่นมิยอมปล่อยง่าย ๆ ในใจเต็มไปด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ ทริคง่าย ๆ ของสตรีโบราณพวกนี้ปิดนางไม่ได้หรอก เมื่อนางเปิดเผยความลับนี้ซูเหมยหลันจะไม่มีวันได้ตำแหน่งภรรยาเอกของกู้เฉิงเยี่ยนเป็นแน่ มือเรียวของเว่ยฮวาเหยาค่อย ๆ เลื่อนผ้าเช็ดหน้าออกจากผิวข้อมือ แล้วเปล่งเสียงออกมาด้วยความตกใจยิ่งกว่าเดิม น้ำเสียงดังชัดไปทั่วเรือน ราวกับจงใจให้ทุกคนได้ยิน “แม่นางซู! จุดพรหมจรรย์ท่าน… ข้าขอโทษด้วย ข้าทำจุดพรหมจรรย์ท่านเลือนหายไปเสียแล้ว!” คำพูดนั้นราวกับก้อนหินที่ถูกโยนลงในสระน้ำอันสงบ เสียงฮือฮาและเสียงซุบซิบพลันดังขึ้นทั่วเรือน คำกระซิบกระซาบแผ่วเบาแต่คมกริบดังลอยไปทั่วห้องโถง ซูเหมยหลันเบิกตากว้าง ใบหน้าซีดลงเล็กน้อย รีบดึงมือกลับด้วยแรงทั้งหมดที่มี สายตาของผู้คนรอบด้านล้วนจ้องมองมายังนางไม่วางตา ฮูหยินกู้ที่นั่งอยู่เบื้องบนพลันสีหน้าแปรเปลี่ยน นางวางถ้วยชาลงบนโต๊ะอย่างแรงเสียงกระทบไม้ดัง กึก ก้องไปทั่วห้องโถง สายตาของนางมองตรงมาที่ซูเหมยหลันอย่างเย็นชาแฝงโทสะ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว “แม่บ้านเจียง!” “เจ้าค่ะ” แม่บ้านเจียงรีบก้าวออกมาข้างหน้า ก้มศีรษะรับคำ ก่อนจะเดินตรงไปยังซูเหมยหลันแล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา “คุณหนู เชิญเจ้าค่ะ” ซูเหมยหลันเงยหน้าเล็กน้อย ก่อนจะลุกขึ้นแล้วก้าวตามแม่บ้านเจียงออกไปจากห้องโถงตอนที่ 41 น้องหนิงอัน ก้อนแป้งจอมพลังเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว น้องหนิงอันอายุครบหกขวบ ผิวขาวผ่องราวหิมะ แก้มป่องราวซาลาเปาสองลูก ปากแดงเหมือนลูกเชอร์รี่ ดวงตากลมโตสดใส ร่างกลม ๆ ราวก้อนแป้ง อ้วนท้วนสมบูรณ์เกินเด็กในวัยเดียวกัน นางรักการกินที่สุด ท้องกลม ๆ ของนางยื่นออกมาอย่างน่าเอ็นดูวันนี้มีงานเลี้ยงในวัง ฮองเฮาเป็นผู้จัดงานเลี้ยง ในงานเลี้ยงคึกครื้นเต็มไปด้วยอาหารและของอร่อยมากมาย“ท่านย่าพาอันอันไปด้วยนะ อันอันอยากไป”เด็กน้อยในชุดสีแดงอ้วนกลม ดวงตาใส ๆ ของนางยามออดอ้อนไม่มีผู้ใดทนใจร้ายกับนางได้เลย ต้องใจอ่อนทุกทีฮูหยินผู้เฒ่ากู้ย่อกายลงมองหลานสาวที่วิ่งเข้ามาหาด้วยใบหน้าใสซื่อ สีหน้าใสซื่อไร้เดียงสานั้นช่างน่าเอ็นดูเสียจริง นางอดไม่ได้ที่จะเผยรอยยิ้มให้ด้วยความเอ็นดูมือเหยี่ยวย่นยกขึ้นลูกศีรษะของน้องหนิงอันอย่างเอ็นดู ดวงตาเต็มไปด้วยความรักความห่วงใย“ได้สิ อันอันน้อยของย่า”น้องหนิงอันยิ้มกว้าง ฟันขาวเรียงอย่างงดงาม พ่วงแก้มอวบนวลจนน่าหยิก ดวงตากลมใสระยิบระยับน่าเอ็นดูยิ่งนักฮูหยินผู้เฒ่ากู้ยื่นมือไปจับมือขาวอวบของน้องหนิงอันอย่างอ่อนโยน ผิวน้องหนิงอันนุ่มนิ่มจนคนจับต้องเบามื
ตอนที่40กลับเมืองหลวง(ตอนพิเศษ)เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว น้องหนิงอันอายุได้สามเดือนซูเหมยหลันตัดใจกลับเมืองหลวงไปใช้ชีวิตในจวนตระกูลกู้ เมื่อเดินทางไปถึงจวนใหญ่ในเมืองหลวง กู้เฉิงเยี่ยนก็พาซูเหมยหลันและน้องหนิงอันไปไหว้ป้ายบรรพชนของตระกูลกู้ และจัดงานแต่งใหม่อีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่ประกาศให้ผู้คนภายนอกได้รับรู้ว่าแม่ทัพใหญ่กู้เฉิงเยี่ยนแต่งภรรยาเอกของเขาคือ ซูเหมยหลัน และน้องหนิงอันคือบุตรสาวคนโตทายาทของตระกูลกู้ คุณหนูใหญ่หลังจากชายแดนสงบสุขบ้านเมืองสงบสุข กู้เฉิงเยี่ยนได้มีเวลาอยู่กับซูเหมยหลันและหนิงอันอย่างเต็มที่เวลาร่วงเลยมาถึงเทศกาลปีใหม่โคมลอยติดเต็มจวนตระกูลกู้ช่างดูงดงามยิ่งนักซูเหมยหลันนั่งอยู่หน้ากระจกทองเหลือง หยิบพู่กันขึ้นมาวาดคิ้วอย่างตั้งใจ แม้จะอยู่ด้วยกันทุกวันแต่ในยามที่ต้องรอเขากลับจากวังเช่นนี้นางก็รู้สึกรอคอยเช่นกัน ดวงตายังคงทอดมองออกไปด้านนอกที่เริ่มมืดสลัวลงในทุกขณะ กู้เฉิงเยี่ยนสัญญากับนางแล้วว่าจะพานางและน้องหนิงอันไปเดินชมโคมไฟในเทศกาลปีใหม่ แต่นี้ฟ้าก็เริ่มมืดแล้วยังไม่เห็นเงาของเขาปรากฏเลย ซูเหมยหลันถอยหายใจแผ่วเบา มือยังคงหยิบแป้งมาเติมบนใบหน้าอย่างตั
ซูเหมยหลันอุ้มหนิงอันน้อยไว้ในอ้อมอก กู้เฉิงเยี่ยนโอบกอดร่างบางของซูเหมยหลันไว้ในอ้อมแขนของเขา แววตาของเขาเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข จากนี้พวกนางแม่ลูกคือโลกทั้งใบของกู้เฉิงเยี่ยน เขาจะทะนุถนอมพวกนางอย่างดีหนึ่งเดือนผ่านไปอย่างรวดเร็วฮูหยินกู้เรียกกู้เฉิงเยี่ยนมาคุยถึงเรื่องแต่งงานของทั้งสองคน อย่างไรก็ต้องจัดงานแต่ง น้องหนิงอันจะได้เข้ามาอยู่ในตระกูลกู้และรับมรดกของนางอย่างถูกต้องกู้เฉิงเยี่ยนเองเห็นด้วยกับการแต่งงานนี้ เขาอยากทำทุกอย่างให้ถูกต้อง ภรรยาของเขาลูกของเขานั้นล้ำค่ามากอยากจะประกาศให้คนนอกได้รู้ ซูเหมยหลันนั้นในหัวใจนางยังลังเลอยู่เล็กน้อยแต่ตลอดเวลาที่ผ่านมา กู้เฉิงเยี่ยนได้แสดงให้นางเห็นแล้วว่าเขารักนางจริง ๆ และจากคนเย็นชาพูดจาร้าย ๆ ในวันนั้น เขาก็พยายามเปลี่ยนแปลงตัวเองขนาดนี้นางเองก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะปฏิเสธเขาอีก ซูเหมยหลันตอบตกลงด้วยใบหน้าเขินอาย ชีวิตนี้นางตัดสินใจแล้วว่าหัวใจยังต้องการเขาอยู่ กู้เฉิงเยี่ยนดีใจจนโอบกอดนางไว้แน่นพร่ำบอกรักนางอย่างจริงใจ เขารู้แล้วว่ารักนางแค่ไหน เขารักนางมาก มากจริง ๆ ชีวิตนี้เขาจะรักนางเพียงคนเดียว และจะไม่ทำให้นางต้องเสียใจอี
ตอนที่ 38คลอดลูก (ตอนพิเศษ)เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ซูเหมยหลันที่กำลังนั่งพักผ่อนอยู่ในห้องพลันปวดท้องขึ้นมา “มู่อัน! มู่อัน!”เสียงเรียกของซูเหมยหลันสั่นเทาด้วยความเจ็บปวด มู่อันรีบวิ่งเข้ามาในห้อง“ข้าปวดท้อง เหมือนกำลังจะคลอดแล้ว”น้ำเสียงของซูเหมยหลันดูอ่อนแรงลงเรื่อย ๆ มู่อันเบิกตากว้างด้วยความตกใจก่อนจะรีบเรียกสติคืนกลับมาแล้ววิ่งออกไปด้านนอกตะโกนอย่างร้อนรน“ไปตามหมอเร็ว! คุณหนูจะคลอดแล้ว!”เสียงนั้นทำให้คนทั้งจวนตระกูลซูวุ่นวายกันยกใหญ่ กู้เฉิงเยี่ยนเมื่อรู้ว่าซูเหมยหลันกำลังจะคลอด เขารู้สึกตื่นเต้นจนทำตัวไปถูก เขากำลังจะได้เห็นหน้าลูกแล้วทันใดนั้นในใจก็เกิดความประหม่าขึ้นมาลูกจะชอบเขาหรือไม่? เขาจะอุ้มลูกอย่างไรล่ะเขาเองยังไม่เคยอุ้มเด็ก ในใจคิดไปต่าง ๆ นานา รีบเร่งฝีเท้ามายังห้องของซูเหมยหลันอย่างร้อนรนแต่เขาต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นถังใส่เลือดมากมายที่บ่าวรับใช้อุ้มออกมา ด้านในยังเต็มไปด้วยเสียงร้องอย่างทรมานของซูเหมยหลัน หัวใจเขารู้สึกปวดร้าวขึ้นมาทันทีความเป็นห่วงนางแล่นขึ้นมาจนไม่อาจอยู่นิ่งได้รีบวิ่งหมายจะเข้าไปด้านในแต่กลับถูกมารดาของเขารั้งไว้ “ท่านแม่ ข้าเป็นห่วงน
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วท้องของซูเหมยหลันก็ใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ นางเคยชินกับการมีกู้เฉิงเยี่ยนอยู่ในสายตาแล้ว ตอนนี้นางกับเขากำลังเริ่มสร้างความรักครั้งใหม่ขึ้นมา ความรักที่เต็มไปด้วยความเข้าใจ เชื่อใจ เพียงไม่นานฮูหยินกู้ที่ใช้เวลาเดินทางมาเกือบเดือนก็เดินทางมาถึงซูโจว ซูโจวเป็นเมืองเล็ก ๆ ผู้คนมีไม่มาก การกลับมาของซูเหมยหลันคนก็รู้กันไปทั่ว ฮูหยินกู้เข้ามาในโรงน้ำชาเพื่อจิบชาก่อนจะตรงไปจวนตระกูลซู นางยังไม่ทันนั่งได้ยินชาวบ้านแถวนั้นนินทา ซูเหมยหลันที่ตั้งครรภ์โดยที่ไม่มีพ่อ บางคนก็เอ่ยว่าน่าสงสารบางคนสมน้ำหน้า และด่าทอบางคนเหน็บแหนมไม่ไว้หน้าฮูหยินกู้ทนฟังไม่ได้รีบออกจากโรงน้ำชาแล้วตรงไปยังตระกูลซู แม้ตระกูลซูจะใหญ่อยู่บ้างแต่ก็ไม่อาจเทียบกับจวนตระกูลกู้ในเมืองหลวงได้เลย“ท่านแม่”กู้เฉิงเยี่ยนที่ยืนรออยู่รีบก้าวมาหาฮูหยินกู้ด้านหลังเขาคือซูเหมยหลันที่กำลังอุ้มท้องที่นูนออกมามากแล้ว เมื่อฮูหยินกู้มองนางแล้วก็รู้สึกผิดในใจที่เคยคิดจะให้นางแต่งออกไปก่อนบุตรชายกลับ โชคดีที่นางหนีออกไปไม่เช่นนั้นลูกของตระกูลกู้คงต้องเรียกผู้อื่นว่าพ่อสีหน้าของกู้เฉิงเยี่ยนเรียบเฉยราวกับไม่เคยรู้เรื่
จนคนมองอย่างกู้เฉิงเยี่ยนยิ้มออกมาอย่างมีความสุข เขาไม่รีรอรีบวางถ้วยยาลงข้างเตียงแล้วโน้มกายไปรัดตัวนางไว้แน่นซูเหมยหลันชะงัก ดวงตากลมใสเบิกโต นางไม่คิดเลยว่าคนที่เย็นชาเยือกเย็นอย่างเขาจะกลายเป็นคนชอบฉวยโอกาสตั้งแต่เมื่อไหร่ นางพยายามดิ้นกายให้หลุดจากอ้อมแขนเขา“โอ้ย ข้าเจ็บเกินไปแล้ว เจ้าอยู่นิ่ง ๆ ได้หรือไม่”เสียงของกู้เฉิงเยี่ยนแสดงถึงความเจ็บอย่างน่าสงสาร ซูเหมยหลันชะงักงัน นางพยักหน้ารับแล้วซบลงบนอกของเขานิ่ง ๆ กลัวว่าจะถูกแผลของเขาอีก กู้เฉิงเยี่ยนเป็นแม่ทัพใหญ่นำทัพเขามักจะเป็นคนอยู่แนวหน้าเสมอ บาดแผลเต็มตัว “เหมยหลัน พี่รักเจ้า รักมาก รักเจ้าคนเดียว เจ้าอย่าทิ้งพี่ไปอีกเลยนะ ให้เราสามคนอยู่ด้วยกันเถิด”ซูเหมยหลันนิ่งเงียบ นางรู้ดีว่ายังคงมีใจให้เขาอยู่บ้างแต่ก็กลัว กลัวว่าจะซ้ำรอยเก่าอีก ชีวิตที่ต้องอยู่อย่างเดียวดายช่างทุกข์เกินไป เมื่อเห็นว่านางยังนิ่งเงียบไม่ยอมเอ่ยคำใด เขารู้ดีว่าตัวเองทำให้นางรู้สึกเจ็บปวดแค่ไหน คำพูดร้าย ๆ ของเขาคงทำให้นางรู้สึกเจ็บปวด เขาไม่อยากบังคับนางอีกแล้ว ขอแค่นางยังให้เขาอยู่ข้าง ๆ ยังคงพูดคุยกับเขาอยู่ก็พอแล้วกู้เฉิงเยี่ยนคลายมือออกจากร่
ตอนที่ 8งานเลี้ยงจวนตระกูลกู้ต้นวสันต์มาเยือน เมฆบางลอยเหนือยอดไม้ในจวนตระกูลกู้ กลิ่นดอกเหมยและดอกท้อผลิบานอบอวลไปทั่วสวน ส่วนในศาลาริมสระถูกประดับด้วยผ้าแพรสีอ่อน โต๊ะเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ เครื่องลายครามชั้นดีวางเรียงงามตา ทุกสิ่งดูรื่นรมย์ดุจงานชมบุปผาธรรมดาทว่าใต้ความงามนั้น คือเจตนาที่มิ
ตอนที่ 7ไม่สนใจ แสงอัสดงสาดส่องลงมาในเมืองหลวงที่คึกคักไปตัวผู้คนที่กำลังเดินผ่านกันอยู่บนถนนอย่างครึกครื้นเสียงม้าร้องดังก้อง กู้เฉิงเยี่ยนในอาภรณ์สีดำควบม้าเข้ามาด้านหลังเขามีองครักษ์ประจำกายอยู่สองนายควบม้าตามมาอยู่ไม่ห่างเมื่อได้ยินเสียงม้ากระทืบเท้าผู้คนต่างหลบทางอย่างรวดเร็ว ทว่าทันใดนั้นเ
ตอนที่ 6เตรียมงานเลี้ยงจวนตระกูลกู้จวนใหญ่นั้นเต็มไปด้วยความวุ่นวาย“เร็วเข้า ๆ ยกกระถางดอกไม้นี้ไปวางตรงโน้น!”“ขอรับ”เสียงสั่งการของแม่บ้านเจียงดังก้อง นางอยู่ในอาภรณ์ผ้าไหมนุ่มสีอ่อน แม้จะเป็นเพียงแม่บ้านแต่ก็ติดตามรับใช้มานาน นางจึงได้รับความไว้วางใจจากฮูหยินกู้ และเสื้อผ้าอาภรณ์รวมไปถึงสิ่ง
หลังจากฮูหยินกู้เห็นทั้งสองร่วมห้องกันนางก็โกรธมากให้กู้เฉิงเยี่ยนรับนางเป็นอนุภรรยาของเขา แต่กู้เฉิงเยี่ยนกลับไม่ยอม จะรับนางเป็นภรรยาเอกของเขาให้ได้ ทำให้ฮูหยินกู้โกรธจนหมดสติไปในตอนนั้น นางรู้สึกหวานชื่นมากเพราะ เขาที่มักจะยินยอมผู้เป็นมารดาเสมอ กลับยอมโต้แย้งเรื่องนี้ นางกลับหลงคิดไปว่าเขานั้น







