تسجيل الدخولหลี่ซินหราน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรและการแพทย์แผนปัจจุบัน ประสบอุบัติเหตุและทะลุมิติเข้าสู่ร่าง คุณหนูใหญ่ตระกูลหลี่หญิงสาวอ่อนแอที่ถูกแม่เลี้ยงและน้องสาวต่างมารดากลั่นแกล้ง ต่อมานางได้รับราชโองการสมรสพระราชทานกับองค์ชายเจ็ด ซึ่งพิการและถูกทอดทิ้งในวังหลวงจนผู้อื่นเข้าใจว่านางถูกส่งไปตายกับคนที่เฝ้ารอวันตาย ทว่าเมื่อไปอยู่ในตำหนักอ๋องกลับพบว่าเขาไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้น ร่างกายมีพิษสะสมเรื้อรัง เขาเพียงแสร้งพิการหลบสายตาฮองเฮาและรัชทายาทที่เคยวางยามารดาเขาจนตายและกำจัดเขาออกจากเส้นทางอำนาจ การแต่งงานจึงเป็นหมากกระดานทางการเมือง นางเอกถูกกลั่นแกล้งใส่ร้ายสารพัดแต่นางก็เอาตัวรอดด้วยไหวพริบทำให้พระเอกเริ่มจับตามองและสนใจในตัวนางมากขึ้น จุดเปลี่ยนอยู่ที่พระเอกถูกลอบสังหาร นางเอกเริ่มเสี่ยงชีวิตช่วยเขา ความเย็นชาที่เขาสร้างไว้เริ่มสั่นคลอน จากความร่วมมือกลายเป็นผูกพัน จากหมากตัวหนึ่งกลายเป็นคนสำคัญ ขณะเดียวกันจี้หยกโบราณลึกลับที่ติดตัวมาเริ่มเผยชาติกำเนิดนางเอก เมื่อศัตรูค้นพบว่าจุดอ่อนพระเอกคือนางเอก การต่อสู้ก็รุนแรงขึ้น เขาได้เปิดโปงแผนชั่วฮองเฮา ท้ายที่สุดก็เปิดเผยตัวตน ในตอนท้ายเขาก็เลือกอยู่เคียงข้างนางเอก
عرض المزيدเสียงแตรสังข์ดังก้องกังวานไปทั่วนครหลวง ขบวนเดินทัพของอาหู่และ แม่ทัพเกาเทียนเล่อเคลื่อนเข้าสู่ประตูวังอย่างยิ่งใหญ่ ขบวนนี้ไม่ได้พกพาอาวุธมาเพื่อรบ แต่พกพาเอาเหล้าป่าหมื่นไหและ สมุนไพรล้ำค่ามาเพื่อฉลองอาหู่ในชุดขุนนางหนานเจียงที่ดูภูมิฐานขึ้น แต่ยังคงท่าทางนักเลงโตเหมือนเดิม เดินนำขบวนเคียงข้างแม่ทัพเกาที่สวมชุดเกราะอ่อนสีเงินสง่างาม ตามมาด้วยหูเจี้ยนและเกาชิงชิง คู่ข้าวใหม่ปลามันที่เดินจูงมือกันมาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม"ดูสิ เมืองหลวงวันนี้สว่างยังกับกลางวัน ลูกชายฝ่าบาทนี่ดวงแข็งจริง ๆ ได้ขึ้นบัลลังก์พร้อมเมียสวยขนาดนี้"อาหู่กระซิบพลางหัวเราะลั่นจนขุนนางวังหลวงที่เดินผ่านถึงกับสะดุ้งภายในพระที่นั่งบรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของดอกไม้นานาพันธุ์สลับกับกลิ่นอายความเข้มข้นของสุราชั้นเลิศ จักรพรรดิเซียวจิ่งเยี่ยนและฮองเฮาอวี้หลัน ประทับบนบัลลังก์คู่ดูสง่างามดั่งเทพเซียนลงมาจุติโต๊ะเสวยจัดแบ่งตามลำดับอย่างอบอุ่นโต๊ะอาวุโสมีเซียวจิ่งอัน หลี่ซินหราน เฉินเฟิง หลี่ซินเหยา อาหู่ เซียวหลัน และเกาเทียนเล่อ นั่งล้อมวงกันราวกับสหายที่ร่วมรบกันมาแรมปี เสียงพูดคุยหัวเราะของพวกเขาทำให้อำนาจที่เคย
ทันทีที่ข่าวพยัคฆ์หนุ่มสยบแม่เสือดาวแพร่ไปถึงหูของฮ่องเต้เซียวจิ่งอัน พระองค์ทรงพระสรวลเสียงดังลั่นตำหนัก ทรงรีบสั่งการให้เบิกสมบัติล้ำค่าจากคลังหลวง ทั้งผ้าไหมทองคำ หยกประดับ และอาวุธระดับตำนาน ส่งไปประเคนให้หลานชายถึงหนานเจียงหนัก ๆ โดยส่ง รัชทายาทเซียวจิ่งเยี่ยนและเหล่ามังกรแฝด ทั้งสี่พระองค์เดินทางไปเป็นตัวแทนพระองค์บรรยากาศที่หน้าด่านหนานเจียงคึกคักอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ขบวนม้าของรัชทายาทช่างสง่างาม แต่อลังการไม่แพ้กันคือขบวนของ แม่ทัพเฉินเฟิงและหลี่ซินเหยาที่พาลูกชายทั้งสองคนคือเฉินหยาง และเฉินหมิงมาร่วมแสดงความยินดี"อาหู่ ข้าขนดาบเหล็กไหลมาให้ลูกสะใภ้เจ้าโดยเฉพาะ เห็นว่าดุนักไม่ใช่รึ" เฉินเฟิงตะโกนทักทายสหายรักที่ยืนหน้าบานรอรับแขกอยู่หน้าจวน"ฮ่าๆๆ! มาเลยสหายรัก วันนี้ข้าเตรียมเหล้าไว้รับรองพวกเจ้าจนถึงเช้า" อาหู่หัวเราะพลางกอดคอสหายทั้งสองเข้างานลานกว้างใจกลางเมืองหนานเจียงถูกเนรมิตให้เป็นสถานที่จัดงานแต่งที่ผสมผสานระหว่างความหรูหราของราชวงศ์และความดิบเถื่อนของนักรบหนานเจียง แสงโคมไฟนับหมื่นดวงส่องสว่างแข่งกับแสงดาว เสียงกลองศึกสลับกับเสียงพิณหวานหูหูเจี้ยน ในชุดเจ้า
ภายในห้องโถงจวนแม่ทัพเกาเทียนเล่อ บรรยากาศอึมครึมลงทันตา เมื่อแม่ทัพเกาเรียกเกาชิงชิงมายืนต่อหน้า โดยมีหูเจี้ยน นั่งกอดอกทำหน้ายียวนอยู่ข้าง ๆ"ชิงชิง เจ้าทำเกินไปแล้วนะ" แม่ทัพเกาตบโต๊ะเสียงดัง"เจ้าลืมที่ข้าสอนรึ วิชาการต่อสู้และธนูที่ข้าถ่ายทอดให้เจ้า เพราะเจ้าเป็นลูกกำพร้าของน้องชายข้าที่พลีชีพในสนามรบ ข้าเลี้ยงเจ้ามาเพื่อให้เจ้าปกป้องตัวเอง ไม่ได้ให้เจ้าเอาไปเที่ยวไล่กัดกับแขกของข้าเช่นนี้"เกาชิงชิงก้มหน้านิ่ง ขอบตาเริ่มร้อนผ่าวเพราะความน้อยใจ "แต่เขาจะล่าสัตว์ในเขตที่ข้าดูแลนะเจ้าคะท่านพ่อ""หุบปาก! ถึงเจ้าจะเก่งกาจเพียงใด ข้าก็ไม่เคยอนุญาตให้เจ้าไปเป็นทหารรบราฆ่าฟันกับใคร ข้าอยากให้เจ้าเป็นสตรีที่สง่างาม ไม่ใช่แม่เสือป่าเช่นนี้ ขอโทษคุณชายหูเดี๋ยวนี้!"เกาชิงชิงเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะหันไปทางหูเจี้ยนแล้วสะบัดเสียงใส่ "ขอโทษ" จากนั้นนางก็วิ่งหนีเข้าห้องไปทันที ทิ้งให้หูเจี้ยนนั่งงงพลางรู้สึกผิดขึ้นมานิด ๆ ที่ทำให้สตรีที่ดูเข้มแข็งขนาดนั้นต้องโดนดุเมื่อหูเจี้ยนกลับถึงเมืองหนานเจียง เขายังคงวนเวียนคิดถึงใบหน้าดุ ๆ แต่แฝงไปด้วยความเศร้าของเกาชิงชิง รวมถึงฝีมือธนูที่ทัดเทียมกั
หลังจากงานพิธีอำลาตาเฒ่ากระบอกยาผ่านพ้นไป ความเศร้าโศกเริ่มจางหายไปตามกาลเวลา เหลือเพียงปณิธานที่ต้องสานต่อ องค์รัชทายาททรงเริ่มปฏิบัติภารกิจตรวจการรอบนครหลวงเพื่อดูแลสารทุกข์สุกดิบของราษฎรตามรอยพระราชบิดาข้างกายของพระองค์คือ เฉินหยาง ลูกชายคนโตของแม่ทัพเฉินเฟิงและหลี่ซินเหยา ซึ่งบัดนี้รั้งตำแหน่งรองแม่ทัพและองครักษ์คู่ใจ ทั้งสองเติบโตมาด้วยกันดั่งพี่น้อง คนหนึ่งคือมังกรผู้ปกครองอีกคนคือพยัคฆ์ขาวผู้พิทักษ์"เฉินหยาง เจ้าว่าวันนี้ตลาดทิศตะวันออกดูคึกคักผิดปกติหรือไม่" รัชทายาทตรัสพลางทอดพระเนตรวิถีชีวิตผู้คน"ทูลรัชทายาท เป็นเพราะใกล้เทศกาลโคมไฟพะย่ะค่ะ ราษฎรต่างพากันเตรียมงานเลี้ยงฉลองความสงบสุขของแผ่นดิน" เฉินหยางตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งขรึมตามแบบฉบับตระกูลเฉินภารกิจสุดท้ายของวันคือการเข้าพบ มหาอัครเสนาบดีหวังอี้เทียน เพื่อหารือเรื่องการปฏิรูปการศึกษาในราชสำนัก ทันทีที่ทั้งสองก้าวเข้าสู่จวนที่ตกแต่งอย่างเรียบง่ายแต่ทรงพลัง มหาอัครเสนาบดีก็รีบออกมาต้อนรับ"กระหม่อมขอประทานอภัยที่ให้ทรงรอนานพะย่ะค่ะ พอดีบุตรีของกระหม่อมกำลังจัดเตรียมน้ำชาเพื่อต้อนรับพระองค์อยู่"ทันใดนั้น สตรีนางหนึ่งใน
การวางแผนดำเนินไปอย่างรัดกุม ตอนนี้ทั้งเซียวจิ่งอันและหลี่ซินหรานกำลังเตรียมตัวบรรยากาศในตำหนักท้ายวังของเมืองหลวงตึงเครียดจนถึงขีดสุด เซียวจิ่งอันลุกขึ้นยืนตระหง่าน แผ่นหลังของเขาไร้ซึ่งร่องรอยบาดแผล พลังปราณที่ได้จากโอสถไหลเวียนรุนแรงจนอากาศรอบกายสั่นไหว"ซินหราน เจ้ามั่นใจนะว่าแผนปลอมตัวจะรอดสา
บรรยากาศในตำหนักท้ายวังที่เย็นยะเยือก บัดนี้กลายเป็นสถานที่ฝึกฝนจิตใจที่แข็งแกร่งที่สุดของเซียวจิ่งอัน แผ่นหลังที่เคยเหวอะหวะจากการถูกโบยเริ่มสมานตัวด้วยอานุภาพของพลังที่โคจรในกายอยู่ตลอดเวลา แม้จะยังทิ้งรอยแผลเป็นจาง ๆ ไว้ แต่มันกลับตอกย้ำถึงความแค้นที่เขามีต่อตระกูลหวง ในยามดึกที่ทหารยามเริ่มอ่อ
แสงไฟจากตะเกียงน้ำมันในถ้ำมรกตวูบไหวตามแรงลม หลี่ซินหรานนั่งลงตรงข้ามกับตาเฒ่ากระบอกยาหลังจากโอสถปรุงสำเร็จ บรรยากาศรอบข้างเงียบสงัด มีเพียงเสียงเดือดของหม้อยาสมุนไพรที่ตาเฒ่าเคี่ยวทิ้งไว้ "ท่านผู้เฒ่า ก่อนที่ข้าจะไป ข้ามีเรื่องหนึ่งที่ติดค้างอยู่ในใจ" หลี่ซินหรานมองสบตาชายชรา "ภูมิหลังของท่าน
ความมืดภายในถ้ำเริ่มทวีความกดดันมากขึ้นเรื่อย ๆ หลี่ซินหรานพยายามประคองสติที่เริ่มจะพร่าเลือนของตนเอง นางก้มลงมองบันทึกในมือสลับกับผนังถ้ำที่ดูเหมือนทางตันรอบทิศ ความจริงที่ว่านางไม่เคยเหยียบย่างมาที่นี่ทำให้นางรู้สึกสมเพชตัวเองเหลือเกินที่ไม่อาจพาเซียวจิ่งอันออกไปจากที่นี่ได้ "ทำไมทางออกที่ท่านแม












المراجعات