คุณหนูไร้ค่ากับองค์ชายพิการ

คุณหนูไร้ค่ากับองค์ชายพิการ

last updateDernière mise à jour : 2026-04-15
Par:  หนามชมพูComplété
Langue: Thai
goodnovel12goodnovel
10
2 Notes. 2 commentaires
121Chapitres
6.8KVues
Lire
Ajouter dans ma bibliothèque

Share:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

หลี่ซินหราน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรและการแพทย์แผนปัจจุบัน ประสบอุบัติเหตุและทะลุมิติเข้าสู่ร่าง คุณหนูใหญ่ตระกูลหลี่หญิงสาวอ่อนแอที่ถูกแม่เลี้ยงและน้องสาวต่างมารดากลั่นแกล้ง ต่อมานางได้รับราชโองการสมรสพระราชทานกับองค์ชายเจ็ด ซึ่งพิการและถูกทอดทิ้งในวังหลวงจนผู้อื่นเข้าใจว่านางถูกส่งไปตายกับคนที่เฝ้ารอวันตาย ทว่าเมื่อไปอยู่ในตำหนักอ๋องกลับพบว่าเขาไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้น ร่างกายมีพิษสะสมเรื้อรัง เขาเพียงแสร้งพิการหลบสายตาฮองเฮาและรัชทายาทที่เคยวางยามารดาเขาจนตายและกำจัดเขาออกจากเส้นทางอำนาจ การแต่งงานจึงเป็นหมากกระดานทางการเมือง นางเอกถูกกลั่นแกล้งใส่ร้ายสารพัดแต่นางก็เอาตัวรอดด้วยไหวพริบทำให้พระเอกเริ่มจับตามองและสนใจในตัวนางมากขึ้น จุดเปลี่ยนอยู่ที่พระเอกถูกลอบสังหาร นางเอกเริ่มเสี่ยงชีวิตช่วยเขา ความเย็นชาที่เขาสร้างไว้เริ่มสั่นคลอน จากความร่วมมือกลายเป็นผูกพัน จากหมากตัวหนึ่งกลายเป็นคนสำคัญ ขณะเดียวกันจี้หยกโบราณลึกลับที่ติดตัวมาเริ่มเผยชาติกำเนิดนางเอก เมื่อศัตรูค้นพบว่าจุดอ่อนพระเอกคือนางเอก การต่อสู้ก็รุนแรงขึ้น เขาได้เปิดโปงแผนชั่วฮองเฮา ท้ายที่สุดก็เปิดเผยตัวตน ในตอนท้ายเขาก็เลือกอยู่เคียงข้างนางเอก

Voir plus

Chapitre 1

ลิขิตของโชคชะตา

แคว้นต้าเหยียน

จวนตระกูลหลี่

เสียงร้องให้แผ่วเบาของเด็กสาวคนหนึ่งดังต่อเนื่องมาสักพักหนึ่งแล้ว หลี่ซินหรานพยายามเปิดเปลือกตาหนักอึ้งอย่างยากลำบาก นางใช้แรงที่มีน้อยนิดค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาเพื่อดูว่าเสียงสะอื้นของความปวดร้าวนั้นมีที่มาที่ไปจากจุดไหน

"คุณหนู ท่านจากไปแล้วจริง ๆ หรือ ต่อไปจวนนี้จะไม่มี

คุณหนูใหญ่อีกแล้ว ฮือ"

เสียงรำพึงรำพันด้านนอกยังจับเรื่องราวได้ไม่ชัดเจน ภายในห้องมืดจนมองไม่เห็นสิ่งใด อีกทั้งนางรู้สึกเจ็บด้านหลังราวกับกระดูกแตกออกเป็นชิ้น ๆ หลี่ซินหรานกัดฟันลุกขึ้นนั่ง

"นี่มันอะไรกัน"

เสียงข้างนอกยังคงดังต่อเนื่องทว่าไร้คำพูดเล็ดลอดเข้ามา นางเริ่มปวดศีรษะจนต้องยกมือกุมขมับ เรื่องราวมากมายไหลทะลักดุจน้ำหลาก ทั้งหมดทั้งมวลมิใช่ชีวิตของนางด้วยซ้ำ มันเป็นภาพทับซ้อนไปมาของคนที่นางไม่รู้จักมาก่อน

ความเครียดจากสิ่งที่มึนงงและเสียงร้องไห้ยิ่งทำให้หลี่ซินหรานปวดศีรษะหนักขึ้น จากนั้นไม่นานนางก็หมดสติลงไปอีกครั้ง

ในภาพฝัน หลี่ซินหราน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทั้งแผนปัจจุบันและสมุนไพรออกจากห้องผ่าตัดมาได้ไม่นานตอนตีสาม เธอนั่งลงบนโต๊ะทำงานอย่างเหนื่อยล้าจากการทำงานติดต่อกันอย่างหนักเป็นแรมเดือน เธอฟุบหน้าลงบนโต๊ะและสติพลันดับวูบลง เหลือเพียงแสงริบหรี่จากจี หยกบนคอที่อ่อนแสงราวกับพลังงานนั้นกำลังหายไปพร้อมกัน

ภาพถัดมาร่างของเธอบนรถเข็นของโรงพยาบาลกำลังเร่งรีบไปที่ห้องไอซียู ปั๊มหัวใจ ใส่ท่อช่วยหายใจ และคลื่นหัวใจบนจอคอมพิวเตอร์นิ่งสนิทราวกับจะประกาศกับคนในห้องนั้นว่าหนึ่งชีวิตที่มีค่าได้หมดหน้าที่ลงแล้ว

"คุณหมอหลี่เสียชีวิตแล้ว"

ยามดึกสงัดภายในจวนตระกูลหลี่ กลิ่นควันไหม้ฉุนจัดพุ่งเข้าจมูกก่อนที่หลี่ซินหรานจะลืมตาได้เต็มที่ ความร้อนแผ่ซ่านราวกับเปลวไฟกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ทุกขณะ เสียงไม้แตกดังปะทุอยู่ไม่ไกล นางพยายามยันตัวลุกขึ้น หัวใจกระตุกแรง มือทั้งสองยันพื้นไม้ที่ร้อนระอุจนแสบฝ่ามือ

ยังไม่ทันตั้งสติ เสียงฝีเท้าผ่านวูบอยู่ด้านนอกพร้อมเสียงหัวเราะต่ำที่ลอดผ่านควันเข้ามา

"ไม่รอดแน่นอน"

คำพูดนั้นทำให้ลมหายใจของหลี่ซินหรานชะงัก

ไม่ต้องมีใครอธิบาย นางก็เข้าใจทันที ไฟไหม้นี่ไม่ใช่อุบัติเหตุ

พวกมันตั้งใจฆ่านาง

หลี่ซินหรานกัดฟัน ฝืนร่างกายที่ยังมึนงง ลุกขึ้นวิ่งไปทางประตูด้านหลังที่เป็นทางออกเดียว ทุกก้าวที่เหยียบลงบนพื้นไม้เก่า เกิดเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดเป็นสัญญาณเตือนว่าที่นี่อาจถล่มลงมาได้ทุกเมื่อ

เมื่อลอดออกจากเรือนร้างได้ ลมหายใจร้อนผ่าว นางหอบกระชั้นแรง มองเปลวไฟที่ลุกโชนขึ้นสู่ท้องฟ้า ดวงตาที่เคยสั่นไหวกลับนิ่งสงบลงอย่างรวดเร็ว

"โหดเหี้ยมกันถึงเพียงนี้"

ขณะนั้นเสียงครางอู้อี้แผ่วเบาดังขึ้นไม่ไกล หลี่ซินหรานชะงัก หันไปตามเสียงนั้น ก่อนจะพบโรงเก็บฟืนเก่าที่กองไม้ซ้อนกันอย่างผิดปกติ

ไม้ฟืนเบื้องหน้าขยับเล็กน้อย นางรีบปรี่เข้าไปแหวกกองฟืนออกดู

"เสี่ยวเฉียว!"

สาวใช้ร่างเล็กถูกมัดมือมัดเท้าตรึงไว้กับเสาไม้ มีผ้าอุดปากไว้ ดวงตาแดงก่ำน้ำตาไหลพรากเต็มไปด้วยความหวาดกลัว หลี่ซินหรานไม่เสียเวลา รีบแก้มัดแล้วดึงตัวออกมา จากนั้นทั้งคู่พากันหลบไปหลังคอกม้าเก่าที่อยู่ห่างออกไป

ยังไม่ทันได้หายใจทั่วท้อง ชายสองคนในชุดบ่าวรับใช้ก็วิ่งเข้ามา คนหนึ่งสาดน้ำมัน อีกคนจุดไฟใส่ฟืนกองเดิม

"เรียบร้อย คราวนี้ไม่มีใครรอดแน่"

ทั้งสองหัวเราะเหี้ยมเกรียมก่อนรีบวิ่งจากไป

เปลวไฟลุกพรึ่บ พร้อมกับเสียงคนแตกตื่นดังระงมจากทั่วจวน

"ไฟไหม้ท้ายจวน! ช่วยด้วย!"

หลี่ซินหรานไม่หันกลับมามอง นางดึงมือเสี่ยวเฉียววิ่งออกจากที่ซ่อน มุ่งตรงไปยังเรือนหลังเล็กของตนเอง

นางจับมือเสี่ยวเฉียวเอาไว้แน่นจนสั่นเล็กน้อย ลัดเลาะไปตามพุ่มไม้ทางด้านหลังที่บังสายตาผู้คนได้เป็นอย่างดีจนกระทั่งถึงจุดหมายปลายทาง

เมื่อประตูปิดลง ความเงียบเข้าปกคลุมทันที

เสี่ยวเฉียวตัวสั่น พิงผนังอย่างไร้เรี่ยวแรง ยามนี้นางเหมือนคนขาขาดมันไร้ความรู้สึกจนในที่สุดนางก็ทรุดตัวนั่งลงโดยไม่รู้ตัว หลี่ซินหรานที่สติดีกว่าเดินไปจุดตะเกียง นางมุ่งไปตามความทรงจำ ไม่นานแสงไฟส่องสว่างเผยให้เห็นห้องที่ถูกรื้อค้นจนเละเทะไม่เหลือสภาพเดิม ตู้ถูกงัด ประตูเปิดอ้า ลิ้นชักว่างเปล่า ข้าวของกระจัดกระจาย

"ของมีค่าหายไปหมดแล้วเจ้าค่ะ"

เสี่ยวเฉียวเบิกตาอย่างไม่อยากเชื่อเอ่ยรายงานเสียงสั่น

หลี่ซินหรานกวาดตามองเพียงครั้งเดียวก็เข้าใจทุกอย่าง นางหัวเราะในลำคอ เสียงเบา ทว่าเย็นเยียบจนน่าขนลุก

"คิดขโมยของข้า ละโมบไม่มีที่สิ้นสุด"

เสี่ยวเฉียวชะงักกับท่าทีที่เปลี่ยนไป คุณหนูใหญ่ที่นางรู้จักทั้งอ่อนหวานและอ่อนแอ ก่อนหน้านี้นางจำได้ว่าคุณหนูใหญ่ไม่กล้าแม้แต่เรียกร้องสิทธิ์ของตัวเอง ยามถูกรังแกเอาแต่ร้องไห้ ยามถูกใส่ร้ายเอาแต่จำยอม คุณหนูใหญ่ผู้นี้ไม่เคยพูดด้วยน้ำเสียงน่ากลัวเช่นนี้มาก่อน

"คนพวกนั้นบอกว่าท่านตายแล้วเจ้าค่ะ"

เสี่ยวเฉียวพูดเร็วราวกลัวว่าความเงียบจะกลบทุกอย่างไปเสียก่อน

"บ่าวไปขอร้องฮูหยินหลิ่ว แต่นางกลับสั่งจับบ่าวมัดไว้กับกองฟืน จะฆ่าบ่าว"

ดวงตาหลี่ซินหรานวาววับขึ้นเล็กน้อย

"คิดจะเผาข้าทั้งเป็น แล้วยังไม่พอจะฆ่าเจ้าไปพร้อมกันอีก"

นางเดินไปที่โต๊ะหนังสือ หยิบพู่กันขึ้นมา มือที่เคยสั่นไหวกลับมามั่นคงผิดกับสภาพก่อนหน้า นางจุ่มปลายพู่กันลงในน้ำหมึกเขียนบางอย่างลงบนกระดาษด้วยความใจเย็น ก่อนพับเก็บแล้ววางไว้

"เสี่ยวเฉียว" นางเอ่ยเสียงเรียบ

"เจ้าคะ"

"เจ้ารู้ใช่หรือไม่ ของมีค่ามักเก็บไว้ที่ใด"

เสี่ยวเฉียวพยักหน้าแรงรวบรวมสติยืนขึ้นตอบอย่างมั่นใจ

"เรือนฝั่งตะวันตกเจ้าค่ะ"

"ฮูหยินรองยังเคยสั่งห้ามบ่าวรับใช้เข้าใกล้"

"ดีเหลือเกิน"

หลี่ซินหรานเงยหน้าขึ้น ยกยิ้มมุมปากบางเฉียบเล็กน้อย

"เจ้าช่วยเอาจดหมายไปส่งที่เรือนใหญ่ พรุ่งนี้ข้าจะไปคำนับท่านพ่อตามธรรมเนียม"

เสี่ยวเฉียวเบิกตาโตอย่างไม่อยากเชื่อ

"แค่นั้นหรือเจ้าคะ จะไม่บอกนายท่านว่า..."

"แค่นั้นก็พอ"

นางตอบอย่างสงบ นิ่งเย็น แววตาลุ่มลึกยากจะคาดเดา

"เพียงแค่ให้รู้ว่าข้ายังมีชีวิตอยู่ ก็เพียงพอจะทำให้บางคนนอนไม่หลับทั้งคืนแล้ว"

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Latest chapter

Plus de chapitres

commentaires

Nira Ho
Nira Ho
เริ่มเรื่อง พจายามจะทำให้ตื่นเต้น แต่มันไม่ตื่นเต้นมันจับจุดอะไรไม่ได้เลย คือจะไปทางไหน งง ไม่ไปต่อแล้วค่ะ
2026-04-23 04:26:28
0
0
AiGame Aigame
AiGame Aigame
มีทั้งหมดกี่ตอน
2026-03-26 21:34:44
0
0
121
ลิขิตของโชคชะตา
แคว้นต้าเหยียน จวนตระกูลหลี่ เสียงร้องให้แผ่วเบาของเด็กสาวคนหนึ่งดังต่อเนื่องมาสักพักหนึ่งแล้ว หลี่ซินหรานพยายามเปิดเปลือกตาหนักอึ้งอย่างยากลำบาก นางใช้แรงที่มีน้อยนิดค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาเพื่อดูว่าเสียงสะอื้นของความปวดร้าวนั้นมีที่มาที่ไปจากจุดไหน "คุณหนู ท่านจากไปแล้วจริง ๆ หรือ ต่อไปจวนนี้จะไม่มี คุณหนูใหญ่อีกแล้ว ฮือ" เสียงรำพึงรำพันด้านนอกยังจับเรื่องราวได้ไม่ชัดเจน ภายในห้องมืดจนมองไม่เห็นสิ่งใด อีกทั้งนางรู้สึกเจ็บด้านหลังราวกับกระดูกแตกออกเป็นชิ้น ๆ หลี่ซินหรานกัดฟันลุกขึ้นนั่ง "นี่มันอะไรกัน" เสียงข้างนอกยังคงดังต่อเนื่องทว่าไร้คำพูดเล็ดลอดเข้ามา นางเริ่มปวดศีรษะจนต้องยกมือกุมขมับ เรื่องราวมากมายไหลทะลักดุจน้ำหลาก ทั้งหมดทั้งมวลมิใช่ชีวิตของนางด้วยซ้ำ มันเป็นภาพทับซ้อนไปมาของคนที่นางไม่รู้จักมาก่อน ความเครียดจากสิ่งที่มึนงงและเสียงร้องไห้ยิ่งทำให้หลี่ซินหรานปวดศีรษะหนักขึ้น จากนั้นไม่นานนางก็หมดสติลงไปอีกครั้ง ในภาพฝัน หลี่ซินหราน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทั้งแผนปัจจุบันและสมุนไพรออกจากห้องผ่าตัดมาได้ไม่นานตอนตีสาม เธอนั่งลงบนโต๊ะทำงานอย่างเหนื่อยล้าจากการทำงานติดต่อกันอย่างหนั
Read More
ความทรงจำเลวร้าย
เสี่ยวเฉียวโค้งกายอ่อนน้อมแม้จะหวั่นกลัวอยู่บ้างแต่เมื่อเห็นท่าทางของเจ้านายแล้วนางก็สบายใจอย่างไม่อาจอธิบายได้ เสียงวิ่งไกลออกไปมีเพียงความเงียบเข้ามาแทนที่ หลี่ซินหรานเดินไปนั่งที่เตียง มองข้าวของเกลื่อนกลาดรอบห้องพลางนึกย้อนความทรงจำก่อนหน้า หลี่ซินหรานบุตรสาวคนโตของใต้เท้าหลี่เหวินเจิ้ง ตำแหน่งเจ้ากรมพิธีการ บิดาของนางดูภายนอกเป็นขุนนางผู้สูงส่ง แต่สำหรับนางเป็นเพียงกรอบที่กดทับมาตั้งแต่หลังมารดาจากไป ตั้งแต่แม่ของนางเสียชีวิต ตำแหน่งคุณหนูใหญ่ก็เหลือเพียงชื่อ หลี่ซินหรานเอนกายพิงหัวเตียง เหม่อมองอย่างไร้จุดหมาย สามวันก่อนภายในจวนเงียบผิดปกติ นางถูกเรียกตัวไปที่เรือนหลักตั้งแต่เช้าตรู่ แม้จะรู้สึกไม่สบาย หน้ามืด วิงเวียน แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ เพราะคำสั่งมาจากใต้เท้าหลี่ผู้เป็นพ่อของนาง วันนั้นนางจำได้ว่า หลิ่วซื่อนั่งข้างบิดาด้วยใบหน้าซีดเซียว ข้างกายคือหลี่ซินเหยา น้องสาวต่างมารดาในชุดเรียบหรู ดวงตาแดงก่ำเหมือนคนที่เพิ่งผ่านการร้องไห้มาทั้งคืน บนโต๊ะมีถ้วยชาใบหนึ่งวางอยู่และผ้าเช็ดหน้าหนึ่งผืนซึ่งนางจำมันได้ดี "ซินหราน เจ้ามีอะไรจะอธิบายหรือไม่" น้ำเสียงเรียบเย็นของบิดาเอ
Read More
คุณหนูตกอับ
คำพูดนั้นมิได้สะทกสะท้านกับความผิดแม้แต่น้อย เด็กคนนี้จะอยู่หรือตายก็ไม่สลักสำคัญอะไร เพราะนางเป็นเพียงส่วนเกินของจวนนี้อยู่แล้ว ความรู้สึกปวดร้าวตีขึ้นมาในอก ภายในเหมือนกำลังสั่นไหว นั่นเพราะจิตใต้สำนึกของวิญญาณเดิมยังหลงเหลือ แต่ไม่นานความรู้สึกเหล่านั้นก็หายไปดั่งคนอ่อนแอที่ยกมือยอมแพ้ต่อโชคชะตา "ทะลุมิติมาได้กลับต้องพบพานคนชั่วร้ายเสียอย่างนั้น" หลี่ซินหรานเม้มปาก เจ้าของร่างเดิมทั้งอ่อนแอและถูกกดขี่ เมื่อนางได้โอกาสกลับมาเกิดและอยู่ในร่างนี้ไปแล้ว สาบานได้เลยว่านางจะไม่ยอมให้ผู้ใดมารังแกได้แม้แต่บิดาของตน บิดาผู้เลือกหน้าตาเกียรติยศ เลือกอยู่ข้างคนชั่วมากกว่าลูกสาวแท้ ๆ ของตัวเอง แม้แต่วันที่นางถูกใส่ร้าย ถูกคุมขังและถูกตีจนตาย ศพถูกทอดทิ้ง จะนำไปทำพิธีเป็นการส่งนางครั้งสุดท้ายก็หามีไม่ ต้นเหตุก็มาจากบิดาที่เพิกเฉยนางมาตลอด หากเขาไม่สั่งขังนางวันนั้น วันนี้นางคงไม่ตายอย่างอัปยศเช่นนี้ หลี่ซินหรานลุกขึ้นเดินไปที่หน้ากระจก นางคลี่เสื้อผ้าด้านหลังออกช้า ๆ รอยแส้แดงปรากฏบนแผ่นหลังเป็นทางยาว ไร้รอยแตกหรือมีเลือดไหล มีเพียงความรู้สึกเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ในความทรงจำรอยแผลนี
Read More
คารวะบิดา
เรือนหลักเงียบสงบ เสียงฝีเท้าบ่าวรับใช้เบาบางในยามเช้า หลี่เหวินเจิ้งนั่งอยู่หลังโต๊ะไม้หอม ใบหน้าขรึม เย็นชา สวมอาภรณ์ขุนนางอย่างเรียบร้อย ข้างกายคือหลิ่วซื่อกับหลี่ซินเหยา เมื่อเห็นร่างบางก้าวเข้ามา หลิ่วซื่อถึงกับชะงัก ปลายนิ้วที่จับถ้วยชาสั่นไหวเล็กน้อย หลี่ซินเหยาหน้าซีด ดวงตาเบิกกว้างอย่างไม่อาจปิดบัง เพราะคนที่ควรตายไปแล้วกำลังยืนอยู่ตรงหน้า หลี่ซินหรานทำความเคารพอย่างงดงาม คุกเข่าลงช้า ๆ ตามธรรมเนียม "ลูกมาคารวะท่านพ่อเจ้าค่ะ" เสียงนางราบเรียบ กิริยานิ่งสงบราวกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น หลี่เหวินเจิ้งเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มองนางตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า แววตานั้นมิใช่ดีใจ หากเป็นความแปลกใจปนเย็นชา "ได้ยินว่าวันนั้นไม่สบาย อาการเจ้าดีขึ้นแล้วหรือ" คำถามนั้นฟังดูเหมือนห่วงใยแต่ไร้ความอบอุ่นโดยสิ้นเชิง "เจ้าค่ะ" หลี่ซินหรานตอบสั้น ๆ แล้วก้มหน้า หลิ่วซื่อรีบตั้งสติ ยิ้มอ่อนโยนอย่างที่ฝึกมานับสิบปี "เมื่อวานข้าคิดว่าซินหรานเพียงสลบไป จึงสั่งให้ปล่อยกลับเรือน นึกไม่ถึงว่านางจะฟื้นได้เร็วถึงเพียงนี้" น้ำเสียงอ่อนโยน แฝงความเมตตา หากใต้รอยยิ้ม ดวงตากลับแข็งกร้าว หลี่ซินเหยาก้าวออกม
Read More
ทวงคืนทรัพย์สิน
หลิ่วซื่อกับหลี่ซินเหยากลับมายังเรือนรอง เช้านี้นางอารมณ์เสียตั้งแต่เช้า ถึงจะไม่กังวลท่าทีของสามีที่มีต่อบุตรสาวคนโตแต่ใช่ว่าเรื่องอื่นนางจะสบายใจ "หลี่ซินหราน คิดแข็งข้อกับข้างั้นหรือ" นางกดเสียงต่ำพึมพำ มือเรียวกำแน่นภายใต้แขนเสื้อสีเข้ม เมื่อก่อนหลี่ซินหรานอ่อนแอไร้ที่พึ่ง บิดาไม่เคยใส่ใจจึงโยนภาระมาให้นางดูแล สิ่งที่เคยติดขัดก็ง่ายขึ้น แล้วจู่ ๆ เกิดอะไรขึ้นกันถึงได้ตาลปัตรได้ขนาดนี้ ยิ่งคิดก็ยิ่งไม่เข้าใจ "หรือนางจะเป็นแม่มด เช่นนั้นยิ่งต้องหาทางกำจัดออกไปให้พ้นจวน" นางหาเหตุผลเข้าข้างตัวเองรวมทั้งหาวิธีคิดแผนจัดการลูกเลี้ยงให้พ้นทาง คำเรียกขานที่หมิ่นเกียรติของหลี่ซินหรานยิ่งตอกย้ำปมในใจของหลิ่วซื่อเข้าเต็มอก เมื่อก่อนยอมเรียกนางว่าท่านแม่ เชื่อฟังทุกอย่าง แม้แต่บอกให้ไปตายก็ยอมอ่อนข้ออย่างเต็มใจ เป็นของเล่นให้หลี่ซินเหยารังแกอย่างสนุกสนาน ทว่าวันนี้กลับทำให้นางรู้สึกหมดสิ้นศักดิ์ศรีของนายหญิงในจวน แล้วยังกล้าจ้องหน้าผู้ที่เคยเรียกว่าแม่อย่างไร้ความหวาดกลัว "หากปล่อยไว้เช่นนี้คนในจวนคงเห็นข้าเป็นตัวตลก" หลี่ซินเหยาเห็นท่าทางของมารดาก็เกิดไม่มั่นใจ นางมีแม่คอยคุ้มกันคว
Read More
รับราชโองการ
หลี่ซินหรานให้เสี่ยวเฉียวจัดหีบทรัพย์สินให้เข้าที่ ทั้งนายและบ่าวช่วยกันจัดห้องให้เป็นระเบียบกินเวลาไปจนถึงช่วงเย็นเสียงฝีเท้าหนัก ๆ ดังขึ้นจากด้านนอก ยังไม่ทันได้ตั้งตัวประตูเรือนก็ถูกผลักออกหลี่เหวินเจิ้งก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียดอาภรณ์ขุนนางยังไม่เปลี่ยน บ่งบอกว่าเขาเพิ่งกลับจากทำงาน ด้านหลังคือหลิ่วซื่อมีสีหน้าอ่อนโยนปนเศร้าราวกับผู้ถูกกระทำ"ซินหราน"น้ำเสียงบิดาแข็งกร้าวตั้งแต่คำแรก"เจ้ากล้าดีอย่างไร"หลี่ซินหรานลุกขึ้นคำนับอย่างสำรวมท่าทางเรียบร้อยไร้ความตื่นตระหนก"ข้าถามว่า!"หลี่เหวินเจิ้งฟาดมือกับโต๊ะ"เหตุใดเจ้าจึงข้ามหน้าข้ามตา สั่งการพ่อบ้าน เปิดเขตหวงห้ามโดยไม่รายงานข้าหรือไม่ก็รายงานแม่ของเจ้า"หลิ่วซื่อก้าวขึ้นหนึ่งก้าวน้ำเสียงสั่นเล็กน้อย"นายท่าน ข้าเองก็ไม่คิดว่าเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้จะบานปลาย"นางพูดต่อราวกับกำลังน้อยอกน้อยใจ"ซินหรานยังเด็ก อาจเพราะตกใจจากเหตุการณ์ก่อนหน้า จึงคิดมากไปบ้างเลยทำอะไรโดยขาดการยั้งคิด ข้าผิดเองที่อบรมนางไม่ดีเจ้าค่ะ"นางใช้คำว่าคิดมากลบความผิดทั้งหมดให้เหลือเพียงอารมณ์เด็กดื้อที่ไม่เชื่อฟัง หลี่เหวินเจิ้งหันมามองบุตรสาว สายตาข
Read More
ข่าวแพร่สะพัด
ข่าวสมรสพระราชทานแพร่ไปทั่วจวนเร็วกว่าที่หลี่ซินหรานคาดไว้มากแทบไม่ทันพ้นยามค่ำ บ่าวรับใช้ก็เริ่มกระซิบกันเป็นกลุ่มเล็กกลุ่มน้อย เสียงซุบซิบดังแผ่วตามมุมเรือน ทางเดิน และหลังโรงครัว บางคนหยุดงานกลางคัน บางคนทำทีไม่สนใจแต่หูกลับตั้งฟังตลอดเวลาว่าที่ชายาขององค์ชายเจ็ดคำเรียกขานนั้นเหมือนก้อนหินที่ถูกโยนลงในบ่อน้ำเงียบสงบ คลื่นกระเพื่อมแผ่ออกไปไม่รู้จบเช้าวันถัดมา หลี่ซินหรานเพิ่งออกจากเรือน บ่าวรับใช้ที่เดินสวนต่างชะงักฝีเท้า ก่อนรีบก้มศีรษะคารวะอย่างรีบร้อนกว่าทุกวัน“คารวะคุณหนูใหญ่”เสียงเรียกนั้นไม่ดังนัก แต่ชัดเจนพอจะทำให้บ่าวอีกหลายคนที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ หันมามองเสี่ยวเฉียวที่เดินตามหลังถึงกับเบิกตาโต นางไม่เคยเห็นภาพเช่นนี้มาก่อน ตั้งแต่จำความได้ บ่าวในจวนมักทำเพียงโค้งกายส่ง ๆ หรือบางครั้งก็ทำเป็นมองไม่เห็นแต่วันนี้ไม่มีใครกล้าทำเช่นนั้นอีกหลี่ซินหรานเพียงพยักหน้าเล็กน้อย ไม่ได้หยุด ไม่ได้เอ่ยคำพูดใด น้ำเสียงและท่าทีสงบนิ่งราวกับทุกอย่างเป็นเรื่องปกติทว่าความเงียบนั้นเอง กลับทำให้หลายคนรู้สึกหนาวเย็นอย่างบอกไม่ถูกบ่าวรับใช้ฝั่งเรือนหลิ่วซื่อเริ่มแสดงท่าทีชัดเจนขึ้นจากที่เค
Read More
เดินทางเข้าวัง
วังหลวงยามค่ำ แสงโคมยาวเรียงรายตลอดทางเดินหินสีเขียว กำแพงสูงตระหง่านดุจเงาของสัตว์ขนาดยักษ์ที่กำลังหลับใหล ข่าวราชโองการส่งเข้ามาในวังตั้งแต่รุ่งเช้า แต่จนถึงยามนี้กลับไม่มีผู้ใดเคลื่อนไหวอย่างเปิดเผย ในตำหนักหนึ่ง ขันทีคุกเข่ารายงานเสียงต่ำ "ว่าที่ชายาองค์ชายกำลังจะเข้าวังในอีกสามวันพ่ะย่ะค่ะ" ม่านโปร่งไหวเบา ๆ จากแรงลม เสียงสตรีดังขึ้นช้า ๆ นิ่งเย็น ราบเรียบ "บุตรีตระกูลหลี่หรือ" "พ่ะย่ะค่ะ เป็นบุตรสาวภรรยาเอกที่สิ้นชีวิตไปแล้ว" ภายในม่าน เงาร่างขยับเล็กน้อย "เด็กจากหลังจวนกลับถูกเลือกให้เข้าใกล้ราชวงศ์" "ช่างน่าสนใจ" "จับตาดูต่อไป" เพียงคำเดียวก็เพียงพอให้ขันทีเข้าใจ อีกด้านหนึ่งของวัง เสียงรายงานดังขึ้นในอีกตำหนัก "นางยังไม่เคลื่อนไหวพ่ะย่ะค่ะ" "ในจวนตระกูลหลี่ ไม่มีการทะเลาะหรือการเรียกร้องสิทธิ์ใด ๆ" ชายหนุ่มในอาภรณ์สีเข้มนั่งอยู่หน้าโต๊ะหนังสือ มือหยุดอยู่บนกระดาษเพียงชั่วครู่ก่อนวางพู่กันลง "ไม่เคลื่อนไหวหรือ" เขาไม่ได้ถามต่อเพียงเอ่ยเสียงเรียบ "เฝ้าดูต่อ" คำสั่งสั้น ๆ แต่กลับหนักแน่น จวนตระกูลหลี่ ค่ำวันเดียวกัน จวนตระกูลหลี่กลับไม่สว
Read More
ตัวแปรที่ไม่มีคนมองเห็น
หลังจากเข้าเรือนพักไม่นานนัก นางกำนัลคนหนึ่งก็มาถึง "องค์หญิงหกมีรับสั่ง เรียกคุณหนูหลี่เข้าเฝ้า" คำพูดไม่ได้ให้เกียรติแต่ก็ไม่เปิดช่องให้ปฏิเสธ เมื่อมาถึงตำหนักองค์หญิงหก หลี่ซินหรานก้าวเข้าไป เสียงหัวเราะคิกคักก็ดังขึ้นทันที สตรีวัยแรกรุ่นหลายคนนั่งรวมกันอยู่ บางคนแต่งกายหรูหรา บางคนสีหน้าเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น "นี่หรือ ว่าที่ชายาขององค์ชายเจ็ด?" องค์หญิงคนหนึ่งเอ่ยขึ้นพลางหัวเราะเบา ๆ สายตากวาดมองตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าอย่างไม่ปิดบัง "ดูเรียบร้อยดี แต่เงียบเชียว ไม่เหมือนว่าที่ชายาเลยนะ" อีกคนกล่าวเสริมทันที "ได้ยินว่าองค์ชายเจ็ดป่วยหนัก ขนาดลุกจากเตียงยังไม่ได้ คงไม่ต้องเรียนรู้ธรรมเนียมวังมากนักกระมัง" เสียงหัวเราะดังขึ้นอีกระลอก องค์หญิงหกนั่งอยู่หัวโต๊ะ สีหน้าเรียบเฉยแต่แววตาเย็นชา "ในเมื่อยังไม่ได้รับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ" นางเอ่ยช้า ๆ "ก็ควรเรียนรู้มารยาทฝ่ายในเสียบ้าง จะได้ไม่ทำให้วังขายหน้า" คำพูดนั้นเหมือนคำสั่งมากกว่าคำแนะนำเสี่ยวเฉียวกำมือแน่นด้วยความโกรธ แต่หลี่ซินหรานกลับค้อมศีรษะอย่างสง่างาม "หม่อมฉันยินดีเรียนรู้เพคะ" นางเอ่ยเสียงเรียบ "ตราบ
Read More
คำพูดที่ไม่มีใครอยากฟัง
หมอหลวงมาถึงในเวลาไม่นาน เขาคุกเข่าตรวจชีพจร สีหน้าครุ่นคิดก่อนกล่าวเสียงหนักแน่น "องค์หญิงทรงตกพระทัยอย่างรุนแรง กระหม่อมจะถวายยากล่อมประสาท" ขันทีรีบรับคำ เตรียมถ้วยยา หลี่ซินหรานขมวดคิ้วเล็กน้อย พลางมองเงียบ ๆ ยานั้นหากให้ไปองค์หญิงจะไม่รอด "ขออภัย" เสียงนุ่มนวลดังขึ้นท่ามกลางความวุ่นวายทุกสายตาหันมามองนางเป็นจุดเดียว "โลหิตที่พระโอษฐ์มีสีคล้ำ มิใช่อาการจากความตกใจ" หลี่ซินหรานเอ่ยช้า ๆ ชัดถ้อยชัดคำ หมอหลวงชะงัก สีหน้าไม่พอใจ "เจ้าคือใคร กล้าขัดคำวินิจฉัยของข้า" "ข้าเป็นเพียงว่าที่ชายาองค์ชายเจ็ด" นางตอบอย่างสุภาพ "แต่หากถวายยานั้น ชีพจรจะยิ่งอ่อนลง" ความเงียบเข้าปกคลุมไปทั่ว องค์หญิงอีกคนหนึ่งหัวเราะเยาะ "เจ้ารู้ดีกว่าหมอหลวงหรือ" หลี่ซินหรานไม่ตอบ นางเพียงชี้ไปที่ปลายนิ้วของเย่หลัน "ปลายเล็บเขียวคล้ำ ลมหายใจมีกลิ่นฝาด นี่คืออาการของพิษสะสม ไม่ใช่โรคเฉียบพลัน" จี้หยกอุ่นขึ้นเล็กน้อย ราวกับยืนยันความคิดของนาง หมอหลวงหน้าซีดวาบเขาก้มลงตรวจอีกครั้งก่อนจะรีบเปลี่ยนสีหน้า "รีบเปลี่ยนตำรับยา!" เสียงสั่งการดังขึ้นทันที ผ่านไปครึ่งชั่วยาม องค์หญิงเ
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status