LOGINหลี่ซินหราน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรและการแพทย์แผนปัจจุบัน ประสบอุบัติเหตุและทะลุมิติเข้าสู่ร่าง คุณหนูใหญ่ตระกูลหลี่หญิงสาวอ่อนแอที่ถูกแม่เลี้ยงและน้องสาวต่างมารดากลั่นแกล้ง ต่อมานางได้รับราชโองการสมรสพระราชทานกับองค์ชายเจ็ด ซึ่งพิการและถูกทอดทิ้งในวังหลวงจนผู้อื่นเข้าใจว่านางถูกส่งไปตายกับคนที่เฝ้ารอวันตาย ทว่าเมื่อไปอยู่ในตำหนักอ๋องกลับพบว่าเขาไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้น ร่างกายมีพิษสะสมเรื้อรัง เขาเพียงแสร้งพิการหลบสายตาฮองเฮาและรัชทายาทที่เคยวางยามารดาเขาจนตายและกำจัดเขาออกจากเส้นทางอำนาจ การแต่งงานจึงเป็นหมากกระดานทางการเมือง นางเอกถูกกลั่นแกล้งใส่ร้ายสารพัดแต่นางก็เอาตัวรอดด้วยไหวพริบทำให้พระเอกเริ่มจับตามองและสนใจในตัวนางมากขึ้น จุดเปลี่ยนอยู่ที่พระเอกถูกลอบสังหาร นางเอกเริ่มเสี่ยงชีวิตช่วยเขา ความเย็นชาที่เขาสร้างไว้เริ่มสั่นคลอน จากความร่วมมือกลายเป็นผูกพัน จากหมากตัวหนึ่งกลายเป็นคนสำคัญ ขณะเดียวกันจี้หยกโบราณลึกลับที่ติดตัวมาเริ่มเผยชาติกำเนิดนางเอก เมื่อศัตรูค้นพบว่าจุดอ่อนพระเอกคือนางเอก การต่อสู้ก็รุนแรงขึ้น เขาได้เปิดโปงแผนชั่วฮองเฮา ท้ายที่สุดก็เปิดเผยตัวตน ในตอนท้ายเขาก็เลือกอยู่เคียงข้างนางเอก
View More“Briana!”
Suara panggilan melengking itu membuat Briana buru-buru membuka pintu kamar.
Briana sudah berpenampilan anggun dengan gaun yang indah. Dia baru saja bersiap untuk ikut pesta kebun yang diadakan keluarga, tapi sang mertua memanggilnya dengan lantang.
“Ada apa, Ma? Sebentar lagi aku siap,” ucap Briana.
“Untuk apa kamu berpakaian bagus seperti itu? Kamu beli gaun itu lagi? Pemborosan!”
Briana melihat mertuanya menatap sinis dan dengki ke arahnya. Dia pun mencoba bersikap tenang dengan masih memulas senyum meski sang mertua bicara dengan nada ketus.
“Ini gaun lama, Ma. Memang jarang dipakai. Karena hari ini perayaan naiknya jabatan Farhan, jadi aku memakainya agar berpenampilan cantik,” ujar Briana menjelaskan.
“Kamu tidak usah dandan-dandan, apalagi pakai baju bagus begini. Kalau mau merayakan dan dukung suamimu, lebih baik kamu pantau dapur apakah makanan di sana cukup atau tidak. Lagian yang datang di pesta semuanya orang dari kalangan atas, kamu yang sekarang tak layak ikut pesta itu! Buat apa juga ikutan, kamu juga ga ada gunanya di pesta. Bikin malu saja.”
Wanita itu tersenyum sinis ke Briana, membuat Briana hanya diam.
“Buruan ke dapur dan urus makanan juga minuman di sana! Dasar lelet!” bentak sang mertua lantas meninggalkan Briana.
Tepat saat sang mertua membalikkan badan. Farhan terlihat baru saja sampai di lantai dua dan melihat Briana yang hanya diam.
“Bilangin ke istrimu, miskin ya miskin saja, tidak usah sok pakai gaun bagus untuk ikut pesta, bikin mood orang hilang saja!” Wanita itu mengadu ke Farhan, lantas pergi dari tempat itu.
Farhan menatap Briana yang diam di depan pintu. Pria itu pun berjalan mendekat ke Briana.
“Daripada Mama marah, lebih baik kamu menuruti ucapannya,” ucap Farhan lantas masuk kamar karena harus mengambil sesuatu.
Briana sangat terkejut mendengar ucapan Farhan, kenapa pria itu tak membelanya tapi malah memintanya menuruti keinginan wanita itu.
“Tapi Mama memintaku di dapur, Far. Aku istrimu, masa aku tidak menemanimu di pesta?” Briana mencoba menjelaskan jika perintah sang mertua juga salah.
Farhan mengambil sesuatu dari laci, lantas menoleh ke Briana yang sudah menatapnya.
“Nurut saja kenapa, hah? Lagian pesta itu juga yang datang hanya para pria. Kalau Mama minta kamu di dapur, ya sudah di dapur saja. Pakaian itu juga sayang kalau kamu pakai, tidak ada guna juga.”
Briana terkejut karena Farhan ikut membentaknya. Bahkan sekarang pria itu berjalan meninggalkannya.
“Kalau kamu masih menghormatiku dan keluargaku, ikuti saja apa yang diperintahkan Mama.”
Briana mendengar suara pintu tertutup. Dia benar-benar tak menyangka jika Farhan akan membela ibu daripada istrinya sendiri.
Briana mencoba menarik napas dalam-dalam lantas mengembuskan perlahan. Dengan berat hati Briana pun mengganti pakaiannya dengan baju biasa, lantas turun ke dapur.
“Kenapa Nona di sini?” tanya pelayan terkejut melihat Briana malah ke dapur bukan ke taman tempat pesta diadakan.
Briana tersenyum mendengar pertanyaan pelayan, lantas menjawab, “Mama meminta agar aku mengecek kesediaan makanan dan minuman di dapur, jadi aku harus memastikan apakah semuanya cukup atau tidak.”
Pelayan di sana saling tatap, tentu saja mereka tahu jika sudah beberapa bulan ini Briana memang diperlakukan tak adil oleh anggota keluarga lain.
Briana mengecek ketersediaan kue, minuman, hingga makanan berat di dapur. Dia diam sejenak, lantas menoleh ke jendela yang terhubung dengan halaman samping.
“Apa aku benar-benar sudah tak ada harganya sama sekali sampai di acara suamiku sendiri, aku diperlakukan seperti ini?”
Briana terdiam sejenak, rasanya perih karena sang suami seperti tak membutuhkannya sama sekali padahal dia istri yang seharusnya mendampingi suami.
Briana menarik napas dalam-dalam, lantas mengembuskan perlahan untuk menahan emosinya. Hingga saat Briana akan membantu membuat minum, dia melihat beberapa tamu wanita hadir di pesta itu.
“Farhan membohongiku, dia bilang hanya ada tamu pria?”
Briana benar-benar kesal, kenapa Farhan melarangnya ikut dengan dalih hanya tamu pria yang hadir, tapi ternyata sekarang ada tamu wanita di sana.
Briana berjalan keluar dari dapur untuk mencari Farhan, hingga langkahnya terhenti saat melihat dua manusia berdiri tak jauh dari tempatnya berada sekarang.
“Apa yang dilakukan mereka?”
Briana pun membungkam mulutnya.
เสียงแตรสังข์ดังก้องกังวานไปทั่วนครหลวง ขบวนเดินทัพของอาหู่และ แม่ทัพเกาเทียนเล่อเคลื่อนเข้าสู่ประตูวังอย่างยิ่งใหญ่ ขบวนนี้ไม่ได้พกพาอาวุธมาเพื่อรบ แต่พกพาเอาเหล้าป่าหมื่นไหและ สมุนไพรล้ำค่ามาเพื่อฉลองอาหู่ในชุดขุนนางหนานเจียงที่ดูภูมิฐานขึ้น แต่ยังคงท่าทางนักเลงโตเหมือนเดิม เดินนำขบวนเคียงข้างแม่ทัพเกาที่สวมชุดเกราะอ่อนสีเงินสง่างาม ตามมาด้วยหูเจี้ยนและเกาชิงชิง คู่ข้าวใหม่ปลามันที่เดินจูงมือกันมาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม"ดูสิ เมืองหลวงวันนี้สว่างยังกับกลางวัน ลูกชายฝ่าบาทนี่ดวงแข็งจริง ๆ ได้ขึ้นบัลลังก์พร้อมเมียสวยขนาดนี้"อาหู่กระซิบพลางหัวเราะลั่นจนขุนนางวังหลวงที่เดินผ่านถึงกับสะดุ้งภายในพระที่นั่งบรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของดอกไม้นานาพันธุ์สลับกับกลิ่นอายความเข้มข้นของสุราชั้นเลิศ จักรพรรดิเซียวจิ่งเยี่ยนและฮองเฮาอวี้หลัน ประทับบนบัลลังก์คู่ดูสง่างามดั่งเทพเซียนลงมาจุติโต๊ะเสวยจัดแบ่งตามลำดับอย่างอบอุ่นโต๊ะอาวุโสมีเซียวจิ่งอัน หลี่ซินหราน เฉินเฟิง หลี่ซินเหยา อาหู่ เซียวหลัน และเกาเทียนเล่อ นั่งล้อมวงกันราวกับสหายที่ร่วมรบกันมาแรมปี เสียงพูดคุยหัวเราะของพวกเขาทำให้อำนาจที่เคย
ทันทีที่ข่าวพยัคฆ์หนุ่มสยบแม่เสือดาวแพร่ไปถึงหูของฮ่องเต้เซียวจิ่งอัน พระองค์ทรงพระสรวลเสียงดังลั่นตำหนัก ทรงรีบสั่งการให้เบิกสมบัติล้ำค่าจากคลังหลวง ทั้งผ้าไหมทองคำ หยกประดับ และอาวุธระดับตำนาน ส่งไปประเคนให้หลานชายถึงหนานเจียงหนัก ๆ โดยส่ง รัชทายาทเซียวจิ่งเยี่ยนและเหล่ามังกรแฝด ทั้งสี่พระองค์เดินทางไปเป็นตัวแทนพระองค์บรรยากาศที่หน้าด่านหนานเจียงคึกคักอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ขบวนม้าของรัชทายาทช่างสง่างาม แต่อลังการไม่แพ้กันคือขบวนของ แม่ทัพเฉินเฟิงและหลี่ซินเหยาที่พาลูกชายทั้งสองคนคือเฉินหยาง และเฉินหมิงมาร่วมแสดงความยินดี"อาหู่ ข้าขนดาบเหล็กไหลมาให้ลูกสะใภ้เจ้าโดยเฉพาะ เห็นว่าดุนักไม่ใช่รึ" เฉินเฟิงตะโกนทักทายสหายรักที่ยืนหน้าบานรอรับแขกอยู่หน้าจวน"ฮ่าๆๆ! มาเลยสหายรัก วันนี้ข้าเตรียมเหล้าไว้รับรองพวกเจ้าจนถึงเช้า" อาหู่หัวเราะพลางกอดคอสหายทั้งสองเข้างานลานกว้างใจกลางเมืองหนานเจียงถูกเนรมิตให้เป็นสถานที่จัดงานแต่งที่ผสมผสานระหว่างความหรูหราของราชวงศ์และความดิบเถื่อนของนักรบหนานเจียง แสงโคมไฟนับหมื่นดวงส่องสว่างแข่งกับแสงดาว เสียงกลองศึกสลับกับเสียงพิณหวานหูหูเจี้ยน ในชุดเจ้า
ภายในห้องโถงจวนแม่ทัพเกาเทียนเล่อ บรรยากาศอึมครึมลงทันตา เมื่อแม่ทัพเกาเรียกเกาชิงชิงมายืนต่อหน้า โดยมีหูเจี้ยน นั่งกอดอกทำหน้ายียวนอยู่ข้าง ๆ"ชิงชิง เจ้าทำเกินไปแล้วนะ" แม่ทัพเกาตบโต๊ะเสียงดัง"เจ้าลืมที่ข้าสอนรึ วิชาการต่อสู้และธนูที่ข้าถ่ายทอดให้เจ้า เพราะเจ้าเป็นลูกกำพร้าของน้องชายข้าที่พลีชีพในสนามรบ ข้าเลี้ยงเจ้ามาเพื่อให้เจ้าปกป้องตัวเอง ไม่ได้ให้เจ้าเอาไปเที่ยวไล่กัดกับแขกของข้าเช่นนี้"เกาชิงชิงก้มหน้านิ่ง ขอบตาเริ่มร้อนผ่าวเพราะความน้อยใจ "แต่เขาจะล่าสัตว์ในเขตที่ข้าดูแลนะเจ้าคะท่านพ่อ""หุบปาก! ถึงเจ้าจะเก่งกาจเพียงใด ข้าก็ไม่เคยอนุญาตให้เจ้าไปเป็นทหารรบราฆ่าฟันกับใคร ข้าอยากให้เจ้าเป็นสตรีที่สง่างาม ไม่ใช่แม่เสือป่าเช่นนี้ ขอโทษคุณชายหูเดี๋ยวนี้!"เกาชิงชิงเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะหันไปทางหูเจี้ยนแล้วสะบัดเสียงใส่ "ขอโทษ" จากนั้นนางก็วิ่งหนีเข้าห้องไปทันที ทิ้งให้หูเจี้ยนนั่งงงพลางรู้สึกผิดขึ้นมานิด ๆ ที่ทำให้สตรีที่ดูเข้มแข็งขนาดนั้นต้องโดนดุเมื่อหูเจี้ยนกลับถึงเมืองหนานเจียง เขายังคงวนเวียนคิดถึงใบหน้าดุ ๆ แต่แฝงไปด้วยความเศร้าของเกาชิงชิง รวมถึงฝีมือธนูที่ทัดเทียมกั
หลังจากงานพิธีอำลาตาเฒ่ากระบอกยาผ่านพ้นไป ความเศร้าโศกเริ่มจางหายไปตามกาลเวลา เหลือเพียงปณิธานที่ต้องสานต่อ องค์รัชทายาททรงเริ่มปฏิบัติภารกิจตรวจการรอบนครหลวงเพื่อดูแลสารทุกข์สุกดิบของราษฎรตามรอยพระราชบิดาข้างกายของพระองค์คือ เฉินหยาง ลูกชายคนโตของแม่ทัพเฉินเฟิงและหลี่ซินเหยา ซึ่งบัดนี้รั้งตำแหน่งรองแม่ทัพและองครักษ์คู่ใจ ทั้งสองเติบโตมาด้วยกันดั่งพี่น้อง คนหนึ่งคือมังกรผู้ปกครองอีกคนคือพยัคฆ์ขาวผู้พิทักษ์"เฉินหยาง เจ้าว่าวันนี้ตลาดทิศตะวันออกดูคึกคักผิดปกติหรือไม่" รัชทายาทตรัสพลางทอดพระเนตรวิถีชีวิตผู้คน"ทูลรัชทายาท เป็นเพราะใกล้เทศกาลโคมไฟพะย่ะค่ะ ราษฎรต่างพากันเตรียมงานเลี้ยงฉลองความสงบสุขของแผ่นดิน" เฉินหยางตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งขรึมตามแบบฉบับตระกูลเฉินภารกิจสุดท้ายของวันคือการเข้าพบ มหาอัครเสนาบดีหวังอี้เทียน เพื่อหารือเรื่องการปฏิรูปการศึกษาในราชสำนัก ทันทีที่ทั้งสองก้าวเข้าสู่จวนที่ตกแต่งอย่างเรียบง่ายแต่ทรงพลัง มหาอัครเสนาบดีก็รีบออกมาต้อนรับ"กระหม่อมขอประทานอภัยที่ให้ทรงรอนานพะย่ะค่ะ พอดีบุตรีของกระหม่อมกำลังจัดเตรียมน้ำชาเพื่อต้อนรับพระองค์อยู่"ทันใดนั้น สตรีนางหนึ่งใน
การวางแผนดำเนินไปอย่างรัดกุม ตอนนี้ทั้งเซียวจิ่งอันและหลี่ซินหรานกำลังเตรียมตัวบรรยากาศในตำหนักท้ายวังของเมืองหลวงตึงเครียดจนถึงขีดสุด เซียวจิ่งอันลุกขึ้นยืนตระหง่าน แผ่นหลังของเขาไร้ซึ่งร่องรอยบาดแผล พลังปราณที่ได้จากโอสถไหลเวียนรุนแรงจนอากาศรอบกายสั่นไหว"ซินหราน เจ้ามั่นใจนะว่าแผนปลอมตัวจะรอดสา
แสงไฟจากตะเกียงน้ำมันในถ้ำมรกตวูบไหวตามแรงลม หลี่ซินหรานนั่งลงตรงข้ามกับตาเฒ่ากระบอกยาหลังจากโอสถปรุงสำเร็จ บรรยากาศรอบข้างเงียบสงัด มีเพียงเสียงเดือดของหม้อยาสมุนไพรที่ตาเฒ่าเคี่ยวทิ้งไว้ "ท่านผู้เฒ่า ก่อนที่ข้าจะไป ข้ามีเรื่องหนึ่งที่ติดค้างอยู่ในใจ" หลี่ซินหรานมองสบตาชายชรา "ภูมิหลังของท่าน
เซียวจิ่งอันนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ดวงตาคมกริบจ้องมองออกไปนอกหน้าต่างรถม้าที่มืดมิด "หากเรื่องที่หลิ่วซื่อพูดเป็นความจริง ชีวิตของข้าที่ผ่านมานับยี่สิบปีก็คือเรื่องโกหกคำโต ฮองเฮาจองเวรข้า วางยาพิษข้าจนแทบหมดพลังปราณ เพราะนางรู้ว่าข้าอาจจะเป็นศัตรูที่นางหวาดกลัวที่สุด" เขากดเสียงต่ำพูดดั่งคนที่ตั
เสียงล้อรถม้าที่ประดับด้วยลวดลายวิจิตรบรรจงบดลงบนพื้นถนนหินขัดภายในเขตพระราชฐานชั้นใน หลี่ซินหรานนั่งอยู่ภายในรถม้าด้วยท่าทีสงบเสงี่ยม ทว่าดวงตาของนางกลับวาวโรจน์ด้วยความระแวดระวัง เบื้องหน้านางคือหลิ่วซื่อที่ถูกพันธนาการข้อมือไว้อย่างหลวม ๆ แม้จะตกเป็นผู้ต้องสงสัย แต่ในฐานะสหายเก่าของฮองเฮา หลิ่วซ
reviews