Share

บทที่ 14

last update Last Updated: 2024-11-26 20:35:07

หลังองค์รัชทายาทเสด็จกลับ งานเลี้ยงยังคงดำเนินต่อไปตลอดทั้งบ่าย วันนั้นเกิดเรื่องราวมากมาย แน่นอนว่าเรื่องใหญ่ล้วนไม่พ้นเรื่องที่องค์รัชทายาทพึงใจในตัวบุตรชายของเจิ้งกั๋วกงจนถึงขั้นมอบของแทนใจให้ อีกไม่นานคงมีราชโองการพระราชทานสมรสตามมา แน่นอนว่าเรื่องเหลวไหลไร้สาระพรรค์นี้ล้วนถูกบิดเบือนจากการเล่าลือในหมู่ชาวบ้าน เรื่องราวลุกลามถึงขั้นมีเสียงลือเสียงเล่าอ้างถึงรูปโฉมของคุณชายตระกูลจ้าวว่างดงามดุจเทพเซียน งามสะท้านสะเทือนถึงสามภพ รูปงามเสียจนมัจฉาจมวารี ปักษีตกนภา จันทร์หลบโฉมภาดา มวลผกาละอายชาย?[1] เรื่องเหล่านี้เราจะไม่กล่าวถึงเป็นการชั่วคราว เพราะมีเรื่องราวเล็กๆ ที่น่าสนใจหลายเรื่องที่ยังไม่ได้กล่าวถึง

แน่นอนว่าเรื่องแรกคงหนีไม่พ้นจ้าวลี่จ้งที่ก่อนหน้านี้ออกตามหาน้องชายให้วุ่น ในระหว่างตามหาน้องชายอยู่นั้น บังเอิญพบกับจินซานปั๋งเหยี่ยนคนใหม่ที่นางเคยช่วยไว้เมื่อคราวก่อน ตอนแรกนางจำเขาไม่ได้เลยด้วยซ้ำ จิตใจจดจ่ออยู่กับการตามหาน้องชายด้วยความห่วงใย แต่บุรุษรูปงามดุจหยกยืนอยู่ท่ามกลางสวนดอกไม้นานาพรรณแข่งกันอวดโฉมเบ่งบาน จนกลิ่นหอมกำจายไปไกลดึงดูดเหล่าภมรให้มาดอมดม เป็นภาพชวนติดตราตรึงใจไม่รู้ลืม จ้าวลี่จ้งลืมตัวเหม่อมองเป็นครู่ ก่อนจะถูกเสียงเรียกดึงสติกลับมา

“คุณหนูจ้าว?”

“คุณชายท่านนี้ ท่านเรียกข้าหรือ” จ้าวลี่จ้งมองอีกฝ่ายด้วยความสนใจ ไม่คิดว่าตนเองจะมีวาสนาเป็นที่รู้จักของบุรุษรูปงามเช่นนี้ด้วย

“ขออภัยที่ไม่เอ่ยแนะนำตัว ข้าน้อยจินซาน ต้องขอบคุณที่วันนั้นคุณหนูมีน้ำใจช่วยชีวิต บุญคุณยิ่งใหญ่ กลับตอบแทนได้เพียงน้อยนิด ข้าน้อยละอายใจยิ่งนัก หากมีเรื่องใดที่ข้าน้อยสามารถช่วยเหลือได้ขอให้คุณหนูเอ่ยปากอย่าได้เกรงใจ ต่อให้ต้องบุกน้ำลุยไฟข้าน้อยก็ยินดี”

ฟังถึงตรงนี้จ้าวลี่จ้งถึงนึกขึ้นได้ว่าในงานเลี้ยงฉลองชัยตนได้ช่วยชีวิตคนผู้หนึ่งไว้จริงๆ ตอนนั้นเหตุการณ์วุ่นวายถึงได้ลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิทใจ ในเมื่ออีกฝ่ายเสนอตัวอยากทดแทนบุญคุณนางถึงเพียงนี้ ถ้าไม่สนองตอบจะเป็นการไม่ควรยิ่ง ท่านพ่อเคยกล่าวว่าบัณฑิตพวกนี้มีแต่ความรู้เต็มท้อง ผายลมออกมาก็มีแต่หลักการ ยึดติดกับคุณธรรมเป็นที่สุด ช่างน่าเบื่อหน่าย

จ้าวลี่จ้งถอนหายใจ จู่ๆ ก็เหมือนจะคิดอะไรดีๆ ออก “หากเป็นเรื่องขอความช่วยเหลือจากคุณชายจินก็ใช่ว่าจะไม่มี แต่คุณชายแน่ใจหรือว่าจะสามารถทำตามที่ลั่นวาจาได้”

“ขอแค่ไม่เป็นเรื่องผิดศีลธรรมอย่างฆ่าคนวางเพลิง ข้าน้อยย่อมรับปากทุกเรื่องเพื่อทดแทนบุญคุณ”

“ดี! เช่นนั้นก็ดี อันว่าหญิงชายย่อมมีความแตกต่างไม่ควรใกล้ชิด หากข้าจำไม่ผิดวันนั้นข้ากับท่านแนบชิดกันถึงเพียงนี้ย่อมส่งผลต่อชื่อเสียง และจริยธรรมอันดีของข้า แต่ในเมื่อข้าทำไปเพราะช่วยชีวิตคุณชายนั่นย่อมละเลยได้ แต่บุญคุณช่วยชีวิตยิ่งใหญ่ดุจผู้ให้กำเนิด ท่านไม่คิดจะพลีกายถวายชีวิตตอบแทนข้าบ้างหรือ หืมมม” จ้าวลี่จ้งยิ้มร้าย ใบหน้าหล่อเหลาถอดเค้ามาจากเจิ้งกั๋วกงสมัยหนุ่มยิ่งน่ามอง แต่พอนึกว่านี่เป็นใบหน้าของหญิงสาวนางหนึ่งกลับทำให้จินซานรู้สึกแปลกๆ คล้ายยากจะยอมรับได้อยู่หน่อยๆ

“คุณหนูล้อเล่นแล้ว”

“ใครบอกว่าข้าล้อเล่น ข้าจริงจังมากต่างหาก หรือว่าคุณชายมีภรรยาแล้ว”

“หา! ภรรยา? ของแบบนั้นใช่จะมีก็มีง่ายๆ ได้อย่างไร”

“แล้วเหตุใดคุณชายจินไม่ยอมรับการสู่ขอจากข้า”

“สู่ขอ? ท่านน่ะหรือจะสู่ขอข้า?”

“ใช่ ท่านจะได้เป็นบุตรเขยคนรองของเจิ้งกั๋วกงอย่างไรเล่า และยังได้ตอบแทนบุญคุณข้าอีก เป็นอย่างไรเช่นนี้ดีหรือไม่”

จ้าวลี่จ้งหลอกล่อ สืบเท้าเข้าหาชายหนุ่มจนจินซานถอยร่น เห็นได้ชัดถึงความแตกต่างของคนทั้งสอง จ้าวลี่จ้งนั้นสูงโปร่งกำยำดุจนักรบ ในขณะที่จินซานผอมบางดุจกิ่งหลิว และยังเตี้ยกว่าจ้าวลี่จ้งถึงหนึ่งช่วงศีรษะ หนึ่งงดงามอ่อนหวาน? หนึ่งดุดันแกร่งกร้าว? เมื่อยืนเคียงกันในสวนสวยแล้ว ช่างเป็นคู่ที่เหมาะสมกันดุจกิ่งทองใบหยก

“คุณหนูหยอกล้อข้าเล่นแล้ว เรื่องใหญ่อย่างการแต่งงานคุณหนูควรปรึกษาญาติผู้ใหญ่ให้ดี เพราะมันคือความสุขชั่วชีวิตของคุณหนูเอง”

“เรื่องนั้นไม่ใช่ปัญหา เพียงแค่ท่านพยักหน้า อีกสามวันจะมีแม่สื่อไปสู่ขอท่านถึงเรือนทันที”

“หากข้าไม่ยินยอมเล่า”

“เช่นนั้นท่านก็ไม่ควรพูดว่าจะรับปากทุกเรื่องที่ข้าร้องขอตั้งแต่ทีแรก เพราะมันจะเป็นบ่วงรัดตัวท่านเอง”

ได้หยอกเย้าบัณฑิตหนุ่มหน้ามน อารมณ์ร้อนรุ่มกลุ้มใจของจ้าวลี่จ้งก็ดีขึ้นเป็นกอง ผิดกับท่าทางครุ่นคิดอย่างหนักของจินซาน

“ขอเวลาข้าน้อยคิดเรื่องนี้สักหน่อยได้หรือไม่” จินซานกล่าวด้วยท่าทีหนักใจ

“เช่นนั้นคุณชายจินก็ค่อยๆ คิดเถิด ข้ายังมีธุระอื่นต้องไปจัดการ ขอตัว”

“คุณหนูเดินระวังๆ ด้วย”

จินซานมองส่งจ้าวลี่จ้งจนลับสายตา เรื่องราวเล็กๆ นี้มีเพียงแค่พวกเขาสองคนที่รู้

อีกเรื่องคงหนีไม่พ้นฟางเซียนยอดหญิงงามแห่งหอผู่เยว่ อนุภรรยาคนใหม่ที่ไทเฮาพระราชทานแก่จ้าวมู่ นับตั้งแต่หญิงงามนั่งเกี้ยวสี่คนหามเข้าประตูข้างมา ฟางเซียนก็อยู่อย่างสงบเสงี่ยมเจียมตนไม่คิดแย่งชิงความรักกับฮูหยินใหญ่ ทำให้วันคืนของนางผ่านไปอย่างราบรื่นสงบสุข ตัวตนของฟางเซียนค่อยๆ เลือนหายไปจากใจทุกคน พอจวนไท่เว่ยวุ่นวายกับการจัดงานเลี้ยงฉลองทุกคนยิ่งลืมหญิงสาวไปเสียสนิทใจ ซึ่งฟางเซียนพอใจยิ่ง พอไม่มีคนคอยจับตามอง นางยิ่งเคลื่อนไหวได้ง่ายขึ้น

ฟางเซียนสังเกตเห็นความผิดปกติของจวนไท่เว่ยได้อย่างรวดเร็ว จากการคุ้มกันแน่นหนา วันนี้ข้ารับใช้และทหารในจวนต่างวิ่งวุ่นไปทั่วเหมือนตามหาอะไรบางอย่าง ทำให้การคุ้มกันหละหลวม นางเพิ่งสืบได้ความว่าคุณชายจ้าวลี่หมิงหายตัวไป หลี่เหยียนเจี๋ยที่มาร่วมงานเลี้ยงในวันนี้ด้วย แอบส่งสัญญาณให้หญิงสาวตามเขาออกมาหามุมลับตาผู้คนเพื่อพูดคุย

“นายท่าน”

“เรื่องที่ให้ทำตอนนี้ไปถึงไหนแล้ว”

“จวนไท่เว่ยคุ้มกันแน่นหนาดุจถังเหล็ก ผู้น้อยยังหาวิธีลอบเข้าห้องหนังสือของเจิ้งกั๋วกงไม่ได้เลยเจ้าค่ะ”

“เร่งมือเข้า ใช้ความงามของเจ้าให้เป็นประโยชน์ คราวหน้าข้าจะต้องได้ข้อมูลลับเฉพาะที่สามารถใช้ควบคุมจ้าวมู่ได้ ถ้าหากไม่ได้เจ้าคงรู้ใช่ไหมว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเจ้าและคนของเจ้า”

“ผู้น้อยจะพยายามสุดกำลังเจ้าค่ะ” ฟางเซียนแสร้งหวาดกลัวคำขู่ของหลี่เหยียนเจี๋ยจนตัวสั่น ก่อนจะอ้อมแอ้มถามไปอีกเรื่อง “เอ่อ... แล้วเรื่องที่นายท่านเคยรับปากผู้น้อย”

“เรื่องนั้นข้าจัดการให้เรียบร้อยแล้ว เจ้าแค่ตั้งใจทำตามคำสั่งของข้าเป็นพอ”

“ขอบคุณนายท่านเจ้าค่ะ”

“อย่าลืม ถ้าได้ของมาแล้วให้นำไปมอบให้คนเลี้ยงม้าที่ชื่อเสี่ยวโต้ว ถ้ามีเรื่องอะไรให้เจ้าติดต่อกับเขาโดยตรง”

“เจ้าค่ะ”

หลี่เหยียนเจี๋ยสั่งความเสร็จค่อยหันกายเดินจากไป ฟางเซียนเองก็ปลีกตัวกลับเรือนตัวเอง ทันทีที่ประตูเรือนปิดสนิท ชายชุดดำก็ปรากฏตัวขึ้นด้านหลังของฟางเซียน หญิงสาวไม่ได้หันกลับไปมองเพราะรู้อยู่แล้วว่าอีกฝ่ายจะมา

“มีรับสั่งจากฝ่าบาทหรือไม่”

“ไม่มีขอรับ”

“กลับไปรายงานฝ่าบาทว่าทางเจิ้งกั๋วกงไม่มีปัญหา หลี่เหยียนเจี๋ยรับองครักษ์เจาเข้ากองทัพลับแล้วคาดว่าน่าจะได้หลักฐานการซ่องสุมกำลังพล และแหล่งที่มาของทรัพย์สินที่ตระกูลหลี่ใช้บำรุงกองทัพลับ จับตาดูคนเลี้ยงม้าที่ชื่อเสี่ยวโต้วด้วย คาดว่าจะรู้ความเคลื่อนไหวของเสนาบดีหลี่จากคนผู้นี้”

“ต้องการให้สร้างข้อมูลลับของเจิ้งกั๋วกงตบตาหลี่เหยียนเจี๋ยหรือไม่”

“ต้องรบกวนแล้ว ตอนนี้การคุ้มกันจวนหละหลวมข้าจะไปค้นหาทางเข้าห้องลับของเจิ้งกั๋วกงเสียหน่อย หากได้ข่าวอะไรเพิ่มเติมจะรีบแจ้งให้ทราบทันที”

“ขอรับ”

องครักษ์เงาไปมาไร้ร่องรอยดุจภูตพราย ฟางเซียนกวาดตามองโดยรอบอย่างระแวดระวัง เมื่อเห็นว่าปลอดภัย หญิงสาวจึงถอดหน้ากากหนังมนุษย์ออกซ่อนไว้ในอกเสื้อ ใบหน้าคล้ายกู้ฟางเหนียงถูกแทนที่ด้วยใบหน้าเรียบนิ่งเฉยชาไร้ความรู้สึกของสตรีนางหนึ่ง ฟางเซียนถอดชุดกระโปรงยาวกรุยกรายออก เปลี่ยนเป็นชุดพรางกายสีดำสนิท นางคือหนึ่งในองครักษ์เงาที่แฝงตัวเข้ามาตามรับสั่งของฝ่าบาท ฟางเซียนตัวจริงและน้องชายผู้อาภัพที่ถูกนางและองครักษ์เจาสวมรอยถูกส่งไปไกลหลายพันลี้[2] นางได้รับภารกิจให้มาจับตาดูเจิ้งกั๋วกงและแฝงตัวเป็นสายให้หลี่เหยียนเจี๋ยเพื่อล้วงข้อมูลจากอีกฝ่าย เรียกว่าหมากตานี้ของฝ่าบาทร้ายกาจยิ่งนัก

หญิงสาวแต่งกายเสร็จก็อาศัยจังหวะที่บ่าวรับใช้ประจำเรือนยังไม่กลับมา ย่องออกจากเรือนนอน ก่อนจะหายไปทางทิศที่ตั้งห้องหนังสือของเจิ้งกั๋วกง

[1] ผู้แต่งดัดแปลงมาจากฉายาของสี่ยอดหญิงงาม โดยมัจฉาจมวารีได้บรรยายถึงความงามของไซซี ปักษีตกนภาคือ ฉายาหวังเจาจวิน จันทร์หลบโฉมสุดาคือ ฉายาเตียวเสียน และมวลผกาละอายนางคือ ฉายาของหยางกุ้ยเฟย

[2] ลี้ (里) เป็นหน่วยวัดของจีนมีความยาวเท่ากับ 500 เมตร
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ชายาข้าน่ารักเกินใคร   บทที่ 244

    ‘เปิดตำหนักลับฉบับวายป่วง’ สำนักข่าวเถียนเถียนรายงานสดจากตำหนักจินหลวน นักข่าวนิรนาม : “มีคนบ่นว่าพระเอกเรื่องนี้ไม่เหมือนพระเอกจริงหรือไม่ขอรับ” สวีจิ้งเฟิ่ง : “ผู้ใดบอกให้นักเขียนผู้นั้นให้บทเด่นกับท่านพ่อมากเกินไปเล่า” สวีจิ้งเฟิ่งแบมืออย่างช่วยไม่ได้ นักเขียน : “C £ C

  • ชายาข้าน่ารักเกินใคร   บทที่ 243

    "หยางหยาง! เจ้าไปไหน..." ไป่ชิงถงยังไม่ทันซักไซ้ไล่เลียง สวีจิ้งเฟิ่งก็ตรงดิ่งเข้าหาภรรยาด้วยความยินดี "ชีชี เจ้าอยู่นี่เอง ข้าตามหาเจ้าเสียทั่ว มากับข้าเร็วเข้า" สวีจิ้งเฟิ่งอุ้มสวีชิงเทียนให้ท่านย่า จูงมือภรรยาออกไปท่ามกลางเสียงโวยวายอย่างไม่รู้ต้นสายปลายเหตุของไป่ชิงถง "หยางหยางเจ้า

  • ชายาข้าน่ารักเกินใคร   บทที่ 242

    "เจ้าชอบแบบนี้เองหรอกหรือ" สวีจิ้งเฟิ่งขยับกายเข้าออกเนิบช้า บดคว้านโพรงรักจนถ้วนทั่วสลับกับตอกตรึงหนักเน้นลึกจนถึงแก่น "เปล่านะ ไม่ใช่อย่างนั้นสักหน่อ...ย อ่ะ" ไป่ชิงถงส่ายหน้าไม่อยากจะยอมรับเลยว่าสวีจิ้งเฟิ่งทำแบบนี้เขายิ่งเสียวซ่านมากกว่าเดิมขึ้นไปอีก "งั้นหรือ แล้วแบบนี้เล่า" สวีจิ

  • ชายาข้าน่ารักเกินใคร   บทที่ 241

    "อย่าว่าลูก! จ้ำม่ำแบบนี้สิดี กอดแล้วนุ่มนิ่มจะตาย แล้วที่ว่าไม่เหมือนเจ้า ไม่เหมือนตรงไหน ดูผมนี่สิ หน้าก็เหมือนกันแทบจะถอดเค้ามาจากเจ้า มีแค่ตาสีมรกตคู่นี้ที่เหมือนข้า" ไป่ชิงถงประท้วง มองสามีตาเขียว ลูกเหมือนสวีจิ้งเฟิ่งขนาดนี้ เขาไม่เห็นจะว่าอะไรเลย แค่ชอบกินเหมือนเขานิดหน่อยทำมาเป็นโวยวาย

  • ชายาข้าน่ารักเกินใคร   บทที่ 240

    ด้วยความเพียรพยายามมุมานะอุตสาหะกกไข่แทนภรรยาของสองพ่อลูกแซ่สวี ในที่สุดไข่ใบน้อยก็เริ่มกะเทาะเปลือกออกมาแล้ว "อีกนิด ลูกทำได้ เจาะเปลือกบนหัวออกก่อนแบบนั้นแหละ" เสียงพ่อลูกแซ่สวีให้กำลังใจลูกน้อยดังขึ้นเป็นระยะ ไม่นานหงส์ทองตัวน้อยกับมังกรเหมันต์ก็โผล่ศีรษะเล็กๆ ออกมา ดวงตาใสแจ๋วสองคู่มองคนน

  • ชายาข้าน่ารักเกินใคร   บทที่ 239

    "ไม่ค่อยดี" สวีเฟยหลงมีสีหน้าวิตกอย่างเห็นได้ชัด "ข้าจะเข้าไปดูหน่อย" "หยางเอ๋อร์..." สวีเฟยหลงห้ามไม่ทัน ร่างสูงของบุตรชายหายเข้าไปในห้องเสียแล้ว "ท่านตาเสร็จหรือยัง ชีชีจะคลอดแล้วเหมือนกันนะ" "รอก่อน ข้าทำคลอดมารดาเจ้าอยู่ อย่ามาวุ่นวาย" หลินไท่หน้าซีด ถ่ายพลังให้หลินเส

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status