เข้าสู่ระบบตู้มมม“ว้ายยย”“แม่นางเสิ่น เจ้าทำอันใด!”โม่หยางเซิงร้องเรียกลั่นพร้อมๆ กับเสิ่นชิงหรูที่สะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ นางมองคนตัวใหญ่สลับกับอวี้หลานเอ๋อร์ที่ผุดขึ้นผุดลงอยู่ในสายน้ำเฉียบเย็นด้วยแววตาแข็งกระด้าง“คุณหนู!”“เจ้ารีบไปทูลท่านอ๋องเร็วเข้า”เสียงทุ้มออกคำสั่งเมื่อเห็นต่วนชิงเดินเข้ามา“อย่านะ!”เสิ่นชิงหรูรีบเข้ามาดึงร่างนางไว้ในขณะที่โม่หยางเซิงรีบถอดรองเท้าเตรียมตัวจะกระโดดลงไป ผู้ประสงค์ร้ายเห็นดังนั้นจึงปล่อยมือจากต่วนชิงออกแล้วรีบมาดึงแขนแข็งแรงไว้เต็มกำลัง“ปล่อยให้มันตาย ห้ามลงไปช่วยมัน”“ท่านอ๋องมิปล่อยเจ้าไว้แน่”“ข้าบอกว่าอย่าไง ว้ายยย”เขาสะบัดนางออกแรงๆ เพียงครั้งเดียวร่างเล็กก็ปลิวไปกระแทกพื้นแข็งๆ ก่อนที่เสียงตู้มจะดังขึ้นมาอีกครั้งพร้อมๆ กับหยดน้ำใสกระเซ็นไปทั่วทุกสารทิศ เวลาเพียงไม่นานโม่หยางเซิงก็นำอวี้หลานเอ๋อร์ขึ้นมาด้านบนได้สำเร็จ อาภรณ์บางเบาแนบชิดเรือนร่างจนทำให้นางห่อตัวเล็กน้อย“ปล่อยให้มันจมน้ำตายไปเสีย เจ้าคนโง่”เสิ่นชิงหรูทำท่าจะเข้ามาประทุษร้ายคนที่ไอแค่กๆ ไล่น้ำที่กลืนลงคอออกไปด้วยท่าทางอ่อนล้าเต็มที โม่หยางเซิงลุกขึ้นก่อนจะคว้าตัวโยนลงไปกองกับพื้
“เปิ่นหวางหย่าเจ้าแล้ว และอย่ากลับมาที่เมืองหลวงอีก”ว่าไปแล้วต้องหลบหลีกสายตาที่เฝ้ามองอย่างเว้าวอน ใบหน้าขาวซีดเพราะความเย็นนั้นทำให้เขากลัว เขาต้องการให้นางหนีไปให้ไกล แม้นางจะมีความผิดติดตัว แต่เขาก็มิอยากเห็นนางต้องสิ้นด้วยน้ำมือของเขาเองเหตุใดเขาถึงได้...โครม!ซย่าลู่หงปิดประตูใส่นางอย่างรวดเร็วพอๆ กับที่นางพยายามขยับประตูไม้ด้วยความรุนแรงจนมือทั้งสองแดงช้ำ ริมฝีปากซีดแห้งแตกจนเจ็บแสบไปหมด นางร้องไห้เสียงดังลั่นท่ามกลางสาวใช้ที่โผล่หน้าออกมาดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น ไม่เข้าใจจริงๆ ว่ามันเกิดเรื่องอะไรขึ้น ทะเลาะกันรุนแรงจนถึงขั้นที่ท่านอ๋องเขียนหนังสือหย่าเช่นนี้“ท่านอ๋อง เปิดประตูให้ข้า”นางแผดเสียงดังลั่นในขณะที่มือก็ทุบโครมครามไม่หยุด“ลู่หง...”เสียงเรียกชื่อเขาเครือสั่น แต่นั่นทำให้บุคคลที่ยืนอยู่หลังประตูหลับตานิ่ง นับเป็นครั้งแรกกระมังที่นางยอมเรียกชื่อเขาอย่างสนิทสนม แต่ตอนนี้ความรู้สึกเขามันช่างหลากหลายเหลือเกิน ใครบ้างจะรู้สึกถวิลหาและเกลียดชังไปพร้อมๆ กันเช่นนี้!น่าตายนัก!อวี้หลานเอ๋อร์ค่อยๆ ทรุดตัวลงกับพื้น เงยใบหน้าขึ้นเพื่อหวังกักเก็บความเสียใจและสิ้นหวังให้ย้
เรือนลู่ฮวา“ท่านอ๋อง...”โม่หยางเซิงเอ่ยเรียกด้วยความเกรง นานเพียงใดที่เขามิเคยเห็นเจ้านายเต็มไปด้วยเพลิงโทสะเช่นนี้ ร่างสูงใหญ่กำยำนั่งยืดตรงอย่างแข็งขืน ดวงตาเรียวจ้องมองไปยังถ้วยชาใบเล็กตรงหน้าก่อนจะปัดตกดังเพล้ง“เสนาบดีและพระชายา อยู่ในเรือนลับพ่ะย่ะค่ะ”แท้จริงแล้วเรือนลับที่ว่าก็คือคุกภายในจวน เดิมทีมีไว้เพื่อกักขังทหารหรือสาวใช้ที่ทำผิดกฎ มีโทษไม่รุนแรงนัก หากแต่ที่นั่นมีไอของความหนาวเหน็บยิ่ง ไร้ซึ่งสิ่งอำนวยความสะดวกสบายใดๆ“อืม”ซย่าลู่หงเพียงเอ่ยตอบเบาๆ ในขณะที่มือทั้งสองกำติดกันแน่นด้วยความแค้นใจ ทั้งๆ ที่เขาทุ่มเทความไว้เนื้อเชื่อใจทั้งหมดให้นาง มิคาดคิดมาก่อนเลยว่าสตรีที่ดูไร้เดียงสาผู้นั้นจะหลอกลวงเขาได้ขนาดนี้ตอนที่ออกจากห้องนางมา คิดจะกลับไปหยอกเย้านางอีกสักครา แต่กลับเห็นเงาดำวูบผ่านไปไหวๆ หากแต่ทันทีที่จะเข้ามาช่วยนาง กลับพบว่านางพูดคุยกับบุรุษชุดดำนั้นอย่างสนิทสนม แถมยังออกไปจากจวนทันทีโดยไม่แม้แต่คิดจะมาบอกเขาว่ามีผู้บุกรุก เช่นนั้นมันก็เป็นอันน่าสงสัยมากพอที่จะตามนางไปใช่แล้ว...แท้จริงนางร่วมมือกับคนชั่วร้ายผู้นั้น!ช่างน่าตายนัก!“ท่านอ๋องจะส่งพระชายาเข้าวัง
“ปล่อยเถิดเจ้าค่ะ ท่านเสนาบดี”คำพูดที่เรียกขานเปลี่ยนไปทำให้อวี้เหยินจ่งเผลอเบาแรงไปชั่วขณะจนอวี้หลานเอ๋อร์ขยับกายหนีจากการเกาะกุม แม้จะมิเคยสนใจไยดีบุตรสาวผู้นี้สักนิด แต่นางก็มิเคยเรียกเขาด้วยถ้อยคำห่างเหินเช่นนี้ เมื่อมีวาจาเช่นนี้หลุดออกจากปาก เขาย่อมแปลกใจจนเกือบตั้งตัวรับไม่ทัน“ข้าต้องลากลับแล้วเจ้าค่ะ”อวี้หลานเอ๋อร์ย่อเข่าแม้ใบหน้าจะมีน้ำตาไหลอาบ นางพยายามควบคุมเสียงไม่ให้สั่นไปมากกว่าที่เป็นเฮอะ! นางยังไม่ชินอีกหรือ มีวันใดบ้างที่นางเคยได้รับความเอ็นดูในฐานะลูก“เจ้าจะมิได้รับสมุนไพรถอนพิษให้สามีของเจ้า หากเจ้ายังกล้าก้าวไปอีกก้าว”เสนาบดีเอ่ยคำเพียงประโยคเดียวทำให้สตรีที่หมุนตัวกลับหยุดฝีเท้าลง นางหันมามองบิดาด้วยความแคลงใจ และเมื่อเห็นใบชาในฝ่ามือใหญ่นั้นทำให้นางเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวต่างๆ ได้เป็นอย่างดีมันคือใบชาเดียวกับที่ส่งมาให้นาง“เจ้ารู้หรือไม่ว่าเหตุใดมันมีชื่อว่าชาไร้ตะวัน”อวี้เหยินจ่งสาวเท้าเข้ามาใกล้ๆ นางและค่อยๆ บดขยี้ชาในกำมือ จวบจนมันร่วงหล่นไปตามพื้นดิน“สิ้นราตรีนี้ กระทั่งทิวากรอยู่กลางศีรษะอีกครั้ง คนผู้นั้นจะมิได้มีโอกาสเห็นตะวันอีกเลย”คราวนี้อวี้
เป็นผ้าเช็ดหน้าของเขา...วันนี้เขาคงไปหาพี่ใหญ่จริงๆแต่ใบชานี่...นางยกมาดมเล็กน้อยก่อนจะปล่อยมันสู่พื้น“เจ้ากลับไปบอกเขา ว่าข้าจะรีบไป”อวี้หลานเอ๋อร์ขบริมฝีปากแน่น แม้จะไม่ชัดเจนนักว่ามันมีสรรพคุณอย่างไร แต่นางก็สัมผัสได้ว่ามันมิได้ดีต่อร่างกายเลยแม้แต่น้อย หากเขาส่งมาเพื่อบังคับให้นางไปเช่นนี้ เห็นทีต้องมิใช่เรื่องดีและคิดว่ามันต้องเป็นเรื่องด่วนเสียด้วยบุรุษชุดดำสองคนหันไปพยักหน้าซึ่งกันและกันก่อนจะหายไปอย่างรวดเร็ว“คุณหนู เหตุใดถึงทำเช่นนี้เล่าเจ้าคะ”ต่วนชิงที่ขจัดความตกใจไปได้เสียหลายส่วนเร่งเข้ามาเกาะกอดแขนอวี้หลานเอ๋อร์ที่ยืนอยู่กับที่อย่างร้อนใจ นางรู้ดีว่าการที่บิดาเรียกนางไปพบอย่างลับๆ เช่นนี้คงเป็นเรื่องชั่วร้ายอีกเป็นแน่ มิอยากให้คุณหนูเข้าไปพัวพันกับบ้านสกุลอวี้อีกเลยจริงๆ ส่งคุณหนูนางมาออกเรือนแล้วยังสร้างปัญหาให้กันอีกไม่หยุดมันน่าโมโห!“เขาอยู่ในอันตราย”“เขา?” ต่วนชิงทวนคำอย่างสงสัย มิมั่นใจว่าเขาที่ว่าคือเสนาบดีหรือท่านอ๋อง“สามีข้า”“เช่นนั้นเหตุใดจึงไม่บอกท่านอ๋องเล่าเจ้าคะ ท่านอ๋องต้องมีวิธีช่วยคุณหนูแน่ๆ”นางออกความเห็น ท่านอ๋องเอ้อร์ออกจะเอ็นดูคุณหนูเช่นนี
“ยังคิดจะไปจากเปิ่นหวางอยู่อีกหรือ” ถามเสียงแหบ ในนั้นเต็มไปด้วยความตัดพ้อจนคนฟังรู้สึกแย่ยิ่งมารดาเจ้าเถอะ!“เป็นวาจาของท่าน ลืมได้อย่างไร”นางยังคงเถียง ทว่าน้ำเสียงกลับอ่อนลงมากมายเขาเพียงหัวเราะในลำคอเล็กน้อยก่อนจะโน้มใบหน้าละเลียดชิมริมฝีปากสีระเรื่อ หยอกล้อหาความหวานล้ำที่โปรดปราน มือค่อยๆ เคลื่อนผ่านสาบเสื้อสัมผัสความนุ่มนวลก่อนที่จะรั้งร่างนางให้เอนกายลง ดวงตาแป๋วกระพริบถี่ๆ“ท่านหลอกกินเต้าหู้8 ข้าอีกแล้ว”อวี้หลานเอ๋อร์ผลักร่างใหญ่ให้ผละออกก่อนที่ตัวเองจะสะดุ้งตัวมายืนขนาบข้างเตียง แม้ลมหายใจจะกระแทกรุนแรงด้วยความเหนื่อยหอบระคนความตื่นเต้นนั้น ครั้งนี้สติของนางกลับดียิ่ง โดนหลอก ‘กิน’ มาหลายครั้งหลายครามีหรือที่นางจะมิจดจำเจ้าอ๋องหมาป่า เจ้าเล่ห์นัก!“รู้ทันเปิ่นหวางเสียแล้ว” วาจากระเง้ากระงอด ทว่ามิจริงจัง“คืนนี้ท่านกลับเรือนลู่ฮวาไปเสีย หาไม่แล้วข้าจะมิคุยกับท่านอีก”แท้จริงแล้วรอยกัดกินเนื้อตัวนางเมื่อคืนนี้ยังเต็มไปทั่วลำคอและหน้าอก ที่น่าโกรธแค้นคือบัดนี้ได้ลุกลามลงไปเบื้องล่างเสียแล้ว หากปล่อยให้คนเจ้าเล่ห์ผู้นี้อาศัยอยู่ในห้องอีก เวลานอนของนางคงเข้ารุ่งสางอีกแน่น






![ขย่มรัก ขย่มบัลลังก์ [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
