ANMELDENจู่ ๆ หลี่หยางจื่อก็ทะลุมิติไปเป็นธิดาอ๋องที่ถูกทิ้งอยู่ในตำหนักเย็น แถมยังได้รับระบบสู้ชีวิตมาอีกด้วย นางต้องช่วยมารดา และจัดการชายารองให้ได้ !
Mehr anzeigenติ๊ด!
เสียงเครื่องอ่านคีย์การ์ดดังขึ้น ก่อนที่ประตูจะเปิดออกเผยให้เห็นหญิงสาวในชุดสูททำงานสีดำเข้ารูปทรงทะมัดทะแมง ท่าทางของเธอดูคล่องแคล่ว ทว่าแววตากลับแฝงความเหนื่อยล้า มือทั้งสองข้างของเธอเต็มไปด้วยเอกสารพะรุงพะรัง
ปึก!
เมื่อเข้ามาถึงห้องเธอก็โยนเอกสารทั้งหมดลงบนโต๊ะทำงานอย่างอ่อนแรง ทำเอาเสียงแฟ้มและกระดาษกระแทกกันดังขึ้นตามหลัง
“เหนื่อยจัง...” เธอบ่นพึมพำ พลางทิ้งตัวลงบนเก้าอี้นุ่น ๆ แล้วเอนหลังพิงพนักเบาะ มือข้างหนึ่งยกขึ้นนวดต้นคอที่ตึงเครียดจากการนั่งทำงานมาทั้งวัน นัยน์คู่สวยเหม่อมองเพดานราวกับว่ากำลังปล่อยให้ความคิดล่องลอยไปไกล
“ช่วงนี้อากาศเริ่มเย็นขึ้น...คงใกล้จะถึงฤดูหนาวแล้วสินะ?”
เธอเอ่ยขึ้น เมื่อทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่าง ช่วงเวลาที่ผ่านมางานของเธอยุ่งมากจนเธอแทบไม่มีเวลาแม้แต่จะสังเกตฤดูกาล
เมื่อดวงอาทิตย์ใกล้ลาลับขอบฟ้า แสงสีส้มของยามเย็นดูอบอุ่นและสงบ ช่วงเวลาที่ผู้คนเริ่มทยอยกลับบ้าน บ้างก็ออกมาใช้ชีวิตในยามค่ำคืน เหมาะสมกับคำว่าเมืองที่ไม่หลับใหลอย่างแท้จริง
หลี่หยางจื่อ หรือ หยางจื่อ หญิงสาวนักธุรกิจสุดแกร่ง วันนี้เป็นวันที่เธอเหนื่อยล้าอย่างสุดขีด เพราะเพิ่งผ่านการประชุมโปรเจกต์ใหญ่ในรอบสองปี มันโครงการที่เธอทุ่มเทแรงกายแรงใจทั้งหมด แถมมันได้ผลตอบรับดีกว่าที่เธอคาดคิดเอาไว้เสียอีก หลี่หยางจื่อจึงรู้สึกว่าความเหนื่อยของเธอคุ้มค่าแล้ว!
หลี่หยางจื่อได้ร่วมลงทุนกับบริษัทยักษ์ใหญ่ เป็นเหมือนการยกภูเขาออกจากอกอย่างแท้จริงที่เธอสามารถปิดดีลได้สำเร็จ แม้ว่าเธอจะเป็นเพียงเจ้าของบริษัทเล็ก ๆ ก็ตามที ต่อให้เส้นทางหลังจากนี้จะยากเย็นสักแค่ไหน เธอก็พร้อมจะฝ่าฟันมันต่อไปให้ได้
Rrr Rrr
เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นทำให้เธอสะดุ้งเล็กน้อย
“ใครกัน...?”
บนหน้าจอปรากฏชื่อที่ทำให้เธอชะงัก
‘ท่านประธานโจว’
เธอมองชื่อคนโทรเข้าอย่างแปลกใจ ก่อนจะตัดสินใจรับสายจากหุ้นส่วนคนสำคัญ
“สวัสดีค่ะท่านประธานโจว…ท่านประธานมีอะไรหรือเปล่าคะ?”
หลี่หยางจื่อถาม เธอพยายามควบคุมน้ำเสียงของตัวเองให้นิ่ง แผ่นหลังที่พิงเก้าอี้อยู่เมื่อครู่ยืดตรงขึ้นมาทันที แม้ว่าจะเตรียมร่วมงานกับเขาแล้วในไม่ช้า แต่เธอก็ยังไม่เคยเห็นหน้าอีกฝ่าย ได้ยินเพียงแค่เสียงจากการประชุมออนไลน์เท่านั้น
ในตอนแรกหลี่หยางจื่อก็ยังอดสงสัยไม่ได้ เหตุใดบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับนั้นถึงได้ให้ความสนใจกับโปรเจกต์ของเธอ?
แต่ช่างเถอะ! หลี่หยางจื่อมั่นใจว่า “ระบบเสี่ยวเฮย” ของเธอจะต้องสร้างชื่อเสียงได้แน่นอน!
ทว่า…ก่อนที่หญิงสาวจะได้รับเสียงตอบกลับจากปลายสาย จู่ ๆ เสียงฟ้าร้องคำรามก็ดังขึ้นมาอย่างรุนแรงจนหน้าต่างสั่นกระเทือนโดยไม่มีสัญญาณเตือนมาก่อน หลี่หยางจื่อรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนนั้น ฉับพลันก็มีแสงสว่างวาบจ้าสาดเข้ามาผ่านทางกระจก
ในเสี้ยววินาทีเดียว ทุกอย่างรอบตัวของหลี่หยางจื่อก็ หมุนคว้างไร้ทิศทาง เสียงฟ้าคำรามหายไปอย่างไร้ร่องรอย ราวกับไม่เคยเกิดขึ้น เหลือเพียงแสงสว่างจากหน้าจอโทรศัพท์ที่ยังคงกระพริบถี่ ๆ บนหน้าจอปรากฏมีภาพแมวสีดำตาสีฟ้าตัวหนึ่ง
จากนั้น...โทรศัพท์ก็ดับลง ห้องทั้งห้องเงียบสงัด เหลือเพียงแฟ้มเอกสารที่กระจัดกระจายเกลื่อนพื้นในห้องที่ว่างเปล่า
และตัวของหลี่หยางจื่อ…
ก็ได้หายวับไป!
ตอนพิเศษ กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อเจือปนกลิ่นยาอ่อน ๆ ลอยอยู่ในอากาศ แสงไฟสีขาวจ้าสะท้อนผ่านเพดานห้อง เสียงเครื่องตรวจคลื่นหัวใจดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ หลี่หยางจื่อค่อย ๆ ลืมตาขึ้น รู้สึกเหมือนร่างกายหนักอึ้ง ราวกับหลับไปเป็นเวลานาน เธอกะพริบตาถี่ ๆ จ้องเพดานที่ไม่คุ้นเคย และรู้สึกถึงผ้าห่มที่ห่มอยู่บนตัว เสียงเครื่องวัดชีพจรยังคงดังเป็นจังหวะ ข้างเตียงมีแจกันดอกไม้สีขาว และแสงแดดอ่อนส่องลอดผ่านผ้าม่าน หลังจากที่ผ่านเรื่องราวมากมายมาในโลกโบราณ ที่เธอเห็นอยู่ตรงหน้านี้… ดูคุ้นตามากเหลือเกิน แต่ก็นึกไม่ออกมาเคยเห็นมาจากที่ใด? หลี่หยางจื่อหลับตาลงไปอีกครั้ง ทันใดนั้นความทรงจำบางส่วนที่หลงลืมไปเพราะชีวิตใหม่ก็ไหลคืนกลับมาให้เธอไม่ลืมว่า ตัวตนที่แท้จริงของเธอเป็นใคร และทันที่ที่นึกขึ้นได้ ดวงตาที่เพิ่งปิดลงไปของหลี่หยางจื่อก็เบิกกว้างขึ้นมาอีกครั้ง “ที่นี่…คือโรงพยาบาล?” เสียงแผ่วเบาหลุดรอดจากริมฝีปากแห้งผาก มาได้ยังไง… ไม่ใช่ว่าตายไปแล้วต้องขึ้นสวรรค์หรือตกนรกเหรอ? ข้อสงสัยที่กำลังมี ยากเกินไปที่จะหาคำตอบได้ในตอนนี้ หลี่หยางจื่อค่อย ๆ ขยับนิ้ว ขยับมือ แล้วพลิกศีรษะไปอีกฝั่งเพื่
ตอนพิเศษ พระราชวังหลวง หลังจากผ่านพ้นพิธีหมั้นหมายและการเตรียมตัวสำหรับอนาคตข้างหน้า ก่อนจะเข้าสู่งานวิวาห์ หลี่หยางจื่อและเฉิงโจวชิงได้ทำการขออนุญาตบิดามารดาของทั้งสองฝ่าย ทั้งยังได้ลาพักงานชั่วคราว เพราะพวกเขาทั้งสองจะไปท่องเที่ยวผ่อนคลายก่อนจะกลับมาทำหน้าที่ให้หนักขึ้น การไปท่องเที่ยวกันตามประสาคู่รัก ทำให้หลี่หยางจื่อและเฉิงโจวชิงได้รู้จักกันในอีกแง่มุม เขาและนางต่างก็ได้เรียนรู้กันหลายด้าน แลกเปลี่ยนประสบการณ์เก่าและสร้างประสบการณ์ใหม่ ในที่สุด… วันหนึ่งที่อากาศแจ่มใส พิธีวิวาห์ของหลี่หยางจื่อและ เฉิงโจวชิงก็ถูกจัดขึ้นอย่างสมเกียรติในพระราชวังหลวงไป๋เหนียง งานเต็มไปด้วยแขกผู้มีเกียรติจากทุกแคว้น รวมถึงขุนนางชั้นสูง ฮองเฮา และพระสนมเอกที่ขาดไปไม่ได้ ทุกคนทุกฝ่ายต่างก็อยากจะมาร่วมแสดงความยินดีกับงานมงคลในครั้งนี้ ‘โจวชิงหลัน’ คือพระนามของฮ่องเต้ที่ขึ้นครองราชย์ในช่วงเวลาที่แคว้นไป๋ต้องเผชิญกับศึกสงครามและปัญหาภายใน เขาใช้ความเฉลียวฉลาดและความเด็ดขาดในการรักษาแคว้นให้รอดพ้นจากวิกฤติ ในวัยหนุ่มเขาคือองค์ชายที่ได้รับการยกย่องว่ามีปัญญาเหนือกว่าผู้อื่น การศึกษาของเขาเน้น
บทที่ 31 เคียงคู่นิรันดร์ ค่ำคืนหนึ่ง หลี่หยางจื่อเฉิงโจวชิง ยืนมองท้องฟ้าเคียงข้างกันอยู่บนระเบียงของตำหนักใหญ่ซึ่งเป็นที่ทำงานของพวกเขา หลังจากที่ทำงานหนักมาทั้งวัน หนุ่มสาวทั้งสองก็ใช้เวลาหลังเลิกงานร่วมกันในฐานะคนรัก "เจ้าเชื่อไหมว่าข้าไม่เคยคิดว่าชีวิตนี้จะได้พบใครที่สำคัญต่อข้าเช่นเจ้า ข้ารู้สึกโชคดีที่เจ้าเลือกเดินทางนี้เคียงข้างข้า" เฉิงโจวชิงมองท้องฟ้าด้วยแววตาลุ่มลึก และอยู่ ๆ เขาก็บอกความรู้สึกของตนเองให้หลี่หยางจื่อได้ฟัง หลี่หยางจื่อเคยชินกับนิสัยนี้ของเฉิงโจวชิงแล้ว นางหัวเราะเล็กน้อย ก่อนจะเดินเข้าไปซบไหล่เขา บอกเสียงเบาราวกระซิบว่า "หม่อมฉันก็รู้สึกเช่นเดียวกันเพคะ และคิดว่าชีวิตนี้คงไม่มีสิ่งใดสำคัญไปกว่าการได้อยู่กับคนที่เข้าใจและสนับสนุนหม่อมฉัน" คู่รักหนุ่มสาวยืนดูดาว พวกเขาไม่ใช่คนช่างพูด ทว่าภายใต้ท้องฟ้ายามค่ำคืนที่มีเพียงสายลมขับกล่อมนั้น ทั้งหลี่หยางจื่อและเฉิงโจวชิงก็เข้าใจกันดี เพราะหัวใจของพวกเขาสื่อถึงกันแล้ว… ในยามดึกขณะที่หลี่หยางจื่ออยู่ในห้องพักส่วนตัว เตรียมตัวจะเข้านอนแล้ว เสี่ยวเฮยที่ตัวโตมากกว่าเดิมจากครั้งแรกเจอก็ปรากฏตัวขึ้นมาในรูปโฮ
บทที่ 30 ความรู้สึกที่ไม่อาจหักห้ามใจ เฉิงโจวชิงในชุดทางการประดับลายมังกรทอง เดินเข้ามาใกล้หลี่หยางจื่อ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความมั่นคง แต่สายตาที่มองเธอมีความอ่อนโยน "พระธิดาหลี่หยางจื่อ งานเลี้ยงนี้ช่างยิ่งใหญ่ แต่ดูเหมือนท่านจะไม่สนุกเท่าที่ควร" หลี่หยางจื่อหันมามองเขา นางยังเป็นนางที่มีนิสัยไม่วางใจกับสิ่งใดง่าย ๆ "หม่อมฉันมีความสุขที่เห็นแคว้นไป๋สงบสุข แต่หม่อมฉันกลับรู้สึกว่าความสงบนี้เปราะบางยิ่งนัก" เฉิงโจวชิงมองนางอย่างเข้าใจ เขาพยักหน้าเล็กน้อย "นั่นคือเหตุผลที่พวกเราต้องทำงานหนักเพื่อรักษามัน ข้าเชื่อว่าเจ้าคิดเช่นเดียวกับข้า เราควรสร้างอนาคตที่มั่นคงให้กับแคว้นนี้และคนที่เราห่วงใย" ในช่วงกลางคืนหลังงานเลี้ยงเฉิงโจวชิงพาหลี่หยางจื่อออกมาที่สวนดอกไม้ด้านหลังพระราชวัง แสงจันทร์ส่องกระทบดอกไม้หลากสีให้ดูงดงาม เขาไม่รอช้า รีบสารภาพความในใจทันที "หลี่หยางจื่อ ข้ารู้ว่าเจ้าเหน็ดเหนื่อยจากสิ่งที่เจ้าทำเพื่อแคว้นนี้ ข้ารู้ว่าเจ้าเป็นคนที่พิเศษที่สุดที่ข้าเคยพบ" หลี่หยางจื่อเงยหน้ามองเขา ใบหน้าของนางแดงระเรื่อเล็กน้อย นางรู้ว่าระหว่างนางและเขามีความรู้สึกดีให้กัน แต่











