Masukเพราะชีวิตนี้ไม่เหลืออะไรแล้วลี่หนิงจึงยอมสละสมบัติทุกอย่างและจากไปอย่างสงบด้วยโรคร้าย แต่จู่ๆกลับโผล่มาอยู่ในร่างของหญิงสาวชีวิตอาภัพ พร้อมสงครามกลางเมืองที่ร้อนระอุ นางต้องพาน้องชายคนเดียวผ่านพ้น!!
Lihat lebih banyakในเมื่อชีวิตไม่มีสิ่งในให้หน้าค้นหาอีกแล้ว ลี่หนิงตัดสินใจเรียกทนายเข้ามาพบ หลังจับได้ว่าสามีปันใจให้สตรีอื่น และเธอพึ่งตรวจรู้ว่าป่วยเป็นโรคร้าย เธอร่างพินัยกรรมว่าทรัพย์สมบัติที่เป็นชื่อเธอสร้างมาก่อนแต่งงาน ยกให้เป็นของการกุศลไม่ต้องเหลืออะไรไว้ให้ชายชั่วทั้งนั่น
“สิ้นสุดเวรกรรมกันแค่นี้พอ!!” 1เดือนต่อมา ติ้ดดดดดดดด เมื่อตัดสินใจไม่รักษาต่อ ร่างพ่ายผอมจากไปอย่างสงบ ไร้ญาติมิตรและสามีที่เคยเฝ้าทะนุถนอมเธอ เมืองเผย เพราะเกิดการห่ำหั่นกันเองในราชวงศ์ตอนนี้ชาวบ้านทั่วทุกแคว้นต่างอดอยาก ข้าวของถูกเศรษฐีกักตุนไว้ขึ้นราคา ช่วยบ้านอดมื้อกินมื้อแทบขุดหัวเผือกหัวมันกิน ครอบครัวนึงที่บิดาถูกเนรเทศไปชายแดนเพราะผิดกฏบ้านเมืองทำการค้าเกลือโดยไม่มีใบอนุญาติ ส่วนคนเป็นแม้ล้มป่วยและใกล้สิ้นใจเต็มที มีเพียงบุตรสาวอย่างหวงอี้หนิง และบุตรชายหวงหานฟู่วัยสี่หนาวที่กำลังศึกษาอักษรกับอาจารย์ในหมู่บ้าน เมื่อพี่สาวอย่างหวงอี้หนิง ทนอยู่ในสภาพแวดล้อมตรงหน้าไม่ไหวจึงตัดสินใจยกยาพิษที่แอบไปซื้อมา เทใส่ถ้วยชาพร้อมจับขึ้นมาอย่างแน่วแน่ “หนิง หนิงของแม่!! ไม่นะๆ” คนที่ป่วยจนแทบไม่มีแรงได้แต่ส่ายหัวเพื่อห้ามบุตรสาว แต่ไม่ทันการ ทันทีที่น้ำชาสีน้ำตาลอ่อนไหลลงสู่ลำคอความรู้สึกร้อนเป็นไฟทำนางกระอักเลือด “พี่หญิง ทำเช่นนี้ไม่ได้นะขอรับ!!“ หานฟู่เด็กชายวัย4หนาววิ่งเข้ามาทันทีแต่ไม่ทันการณ์ เมื่อเห็นพี่สาวล้มลงต่อหน้าต่อตา “ฮึก~ ท่านแม่ ข้าจะไปรอท่านก่อน ท่าน รีบตามข้ามาหล่ะ” ฟุบ คนเป็นแม่นอนน้ำตานองหน้าก่อนจะค่อยๆหมดลมหายใจช้าๆ ”ท่านแม่!!“ เฮือก!! จู่ๆลี่หนิงที่พึ่งยุติการรักษาก็รู้สึกเหมือนสำลักน้ำจนต้องรีบลืมตาขึ้น แรงขยุกขยิกบริเวณข้อมือทำลำคอที่แห้งผากคล้ายกลืนเม็ดทรายขยับขึ้นลง “ดีที่ข้าเข้าไปในบ้านเจ้าทัน หนิงหนิง เจ้าคิดอันใดอยู่ แม้บิดาต้องโทษ หน้าที่ของเจ้าคือดูแลแม่เจ้าและอาฟู่ให้ดีมิใช่หรือ” ผู้ชายตรงหน้าเป็นใครเธอไม่รู้ แรงจะเอ่ยถามก็ไม่มี ได้แต่กวาดตามองรอบๆตัว เรือนไม้ขนาดใหญ่พอดู แม้ไม่ทรุดโทรมแต่ก็มีฝุ่นจับเคอะ มองไปบริเวณรอบๆพบเจอแต่ความแห้งแร้ง ไม่ไกลกันมากมีบุรุษผู้นึงนั่งปรุงอะไรบางอย่างในถ้วยใบเล็ก พร้อมสตรีวัยกลางคนที่แต่งตัวดูดีทีเดียว เด็กชายตัวน้อยที่นั่งไม่ห่างนางเอาแต่จ้องตาแป๋ว ก่อนสายตาจะวนกลับมาหาชายที่พึ่งเอ่ยถามนางไป “เห้อออ แม้บิดาเจ้าต้องโทษ สกุลลั่วของเราก็ไม่ได้ดูแคลน พ่อเจ้ารับผิดแทนคนอื่นใครบ้างไม่รู้ มีเพียงขุนนางชั่วที่ปิดหูปิดตาไม่รับฟัง“ กินสมุนไพรอ่อนๆทำนางรู้สึกร่างกายเบาหวิวคล้ายจะเข้าสู่นิทราอีกรอบ “ยานั่นมีฤทธิ์ร้อนเกินไปจนลำคอได้รับความเสียหาย ดีที่ซื้อยามาผิด หากเป็นยาพิษจริงๆ อาเหวินต้องเป็นหม้ายไร้ภรรยา“ เสียงจากสตรีที่ต้มยาอยู่เข้าหูนางแว่วๆแต่นางเริ่มมีสติที่ลิบหลี่เต็มทน ”ให้นางพักผ่อนเสียหน่อย เจ้าเองก็นั่งเฝ้านางไปก่อน ข้ากับแม่เจ้าต้องไปจัดการฝังศพ เสี่ยวฟาน“ ลั่วหยางหยางบอกลูกชายพร้อมลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พร้อมทั้งเรียกภรรยาคู่ทุกข์ คู่ยากออกไปด้วย บ้านทั้งหลังจึงกลับสู่ความเงียบอีกครั้ง ”จริงๆแล้วที่เจ้าดื่มยาพิษเพราะรับไม่ได้กับการที่บิดาเจ้าต้องโทษ หรือเพราะ…เจ้าไม่อยากแต่งงานกับข้ากันแน่!!“มือหนาประคองมือนางขึ้นมา ก่อนจะง้างคันธนูจนสุด และปล่อยลูกศรออกไป ฟิ้ว~ ฟึบ~ หัวลูกศรปักลงตรงเป้าแม่นเหมือนจับวาง ก่อนนางจะหันมาสบตาเขา“ข้ายินดี ดื่มสุราใต้แสงจันทร์กับท่านตลอดชีวิต”ทหารนับแสนชีวิตที่แต่งตัวเต็มยศ เดินทางมาเพื่อโจมตีแคว้นซีเหมินให้ราบคาบ ด้วยคำสั่งขององค์ชายสาม ผู้นำทัพจะเป็นใครไปไม่ได้ ทัพหน้าคือใต้เท้ากง ทัพหลังคือองค์ชายสาม ท่ามกลางหิมะที่โปรยปรายเพราะเข้าเขตแดนหัวเมืองเหนือ แต่คนพวกนี้หารู้ไม่กับดักที่รอเล่นงานนั่นพร้อมพรากชีวิตทุกคน ทุกเมื่อ“ว่าที่ภรรยาเจ้ามองคล้ายไม่ยอมให้เหยื่อคาดสายตา” หยางอ๋องที่มารอซุ่มโจมตีบริเวณหน้าผาในช่องแคบเอ่ยกับลั่วเหวินหลงแผ่วเบาในขณะที่สตรีชุดดำอย่างหวงอี้หนิงกำลังกอดอกรออย่างใจเย็น…รอให้ใกล้เข้ามาอีกนิด ข้าจะเก็บให้หมดทีเดียว…”สกุลหวงบริสุทธิ์ขนาดที่ว่า ยอมใช้ชีวิตแลกความถูกต้องปกป้องเมืองเผยอย่างสง่างาม แต่คนพวกนั้นใช้ความสัมพันธ์เก่าก่อนมาบีบบังคับนาง จนบ้านแตกสาแหลกขาด นางเดินรอนแรมอยู่เป็นเดือน ไม่แปลกนักที่นางจะอยากกำจัดด้วยตัวเอง“ ติงอ๋องที่มาด้วยเอ่ยตามความเข้าใจที่เขามี”ถือว่า…เป็นสตรีที่แกร่งเหมาะกับเจ้าที่เก่งเรื่อง
ขบวนที่นำโดยสกุลลั่วบัดนี้มีทหารของหยางอ๋องและติงอ๋องมานำขบวน พร้อมเร่งการเดินทางมากขึ้นใช้เวลาเพียงสองวันทั้งหมดก็ได้เข้าไปในประตูเมืองแคว้นซีเหมิน ชาวบ้านคนอื่นได้พักในบริเวณวัดที่มีผู้อพยพมามากมายรอทางการจัดสรรค์ที่ดินให้อาศัย ส่วนคนสกุลลั่วและสกุลหวงถูกพาเข้าไปที่พักท่านอ๋อง เป็นครั้งแรกที่นางได้เห็นบิดา ท่าเสนาบดีหวง ทันทีที่หานฟู่เห็นบิดาเด็กน้อยที่นับวันรอได้พบท่านพ่อรีบปล่อยมือนางพร้อมวิ่งตรงไปหาด้วยความว่องไว“ท่านพ่อ!! ท่านพ่อจริงๆขอรับพี่หญิง” เด็กชายวัยสี่หนาวรีบหันมาหานาง เท้าเล็กๆก้าวตามน้องชายไปช้าๆ แม้ไม่มีความผูกพันธ์เพราะนางไม่ใช่บุตรสาวแท้ๆถึงจิตวิญญาณ แต่เจ้าของร่างเดิมคงผูกพันธ์ไม่น้อย น้ำตาเม็ดเล็กจึงไหลออกมาเช่นนี้“อือ อ๊ะ” ปากที่พยายามอ้าออกแต่ไม่สามารถออกเสียงได้ทำนางทรุดตัวลงนั่งร้องไห้ หานฟู่ที่เห็นเช่นนั้นร้องไห้ไม่ต่างจากนาง นางมองปลายเท้าที่ถูกตัดออก รวมถึงนิ้วมือที่ด้วนกุดยิ่งอดสูใจ“อึก~ ฮึก~” ตอนนี้นางร้องไม่ออกจนต้องทุบมือลงบนอก “คนพวกนั้นโหดร้ายกับพวกท่านเกินไป” ก่อนหน้านี้ที่หานฟู่เล่าให้ฟังว่าเห็นบิดาถูกกระทำ นางยังคิดเพียงตัดนิ้วสองนิ้ว แต่นี่
เขารีบเขียนจดหมายตามคำพูดนางทุกคำ พร้อมบอกเรื่องสำคัญให้ทราบอีกด้วย จากนั้นจึงผิวปากเรียกเหยี่ยวที่เขาฝึกไว้มาใกล้ จัดการสอดจดหมายมัดไว้ที่ขาและใต้ปีก จากนั้นจึงปล่อยไป ก่อนจะหันกลับมามองใบหน้าตื่นตะลึงของนาง”เจ้าตกใจสิ่งใด“”ท่าน!! มันวิเศษมาก การเลี้ยงเหยี่ยวให้เชื่องเช่นนี้ข้าไม่เคยเห็น“ นางยังคงตื่นเต้นไม่หายจนเขายกมือขึ้นมาลูบหัว”เมื่อตั้งหลักได้…ข้าจะยกเหยี่ยวให้เจ้าสักตัว สอนพวกเขาว่าเจ้าคือนายหญิง“ สายตาสองคู่สานสบกันท่ามกลางความมืดมิด …ชีวิตนี้มีโอกาสได้กลับมาใช้ชีวิตอีกครั้ง หากนางหวังจะมีความรักที่ถูกทะนุถนอมหัวใจสักครั้ง เขา…คือคนที่นางมั่นใจว่าจะมอบรักที่ปลอดภัยให้นางแน่นอน…จมูกคมสันยื่นเข้ามาใกล้ ริมฝีปากฉ่ำวาวคือจุดมุ่งหมายของเขา แต่ใบหน้านวลที่จ้องตาเขาแต่แรกกลับหลบวูบ จนจมูกคมจรดลงที่แก้มนวล“ขะ ข้า ไปหาอาหารให้ท่านก่อน ท่านต้องกินยา” ร่างเล็กผุดลุกขึ้นยืนก่อนจะเผ่นแผ้วลงจากรถม้าไปทันที จนเขาอดจะหัวเราะไม่ได้“เก่งทุกอย่าง แม้แต่เรื่องปั่นป่วนหัวใจข้า” ด้านคนที่อ้างว่ามาหาอาหารกลับเดินสำรวจเสบียงและมองหาคนบ้านเฉินกับบ้านหลั่นที่แยกวงทำอาหารออกไป“เหตุใดจึงมานั่งอย
หวงอี้หนิงที่เปิดม่านดูเรื่อยๆ ยังคงอดสงสารไม่ได้ มีใครบ้างไม่กลัวตาย ยิ่งเห็นเด็กชายตัวเล็กยิ่งนึกถึงหานฟู่“ข้ามีแป้งอบใส้ผลไม้อยู่มากโข หากทิ้งลงรายทาง จะมีภัยหรือไม่เจ้าคะ” ในที่สุดนางก็กระทำตัวใจดำไม่ได้ ท่าทางหิวโหยที่ร้องขออาหารตลอดเวลาทำให้นางอยากร้องให้ “หากเป็นเวลาที่รถม้าวิ่งไปได้ตลอดไม่หยุดพักก็คงได้ เพราะพวกเขาคงตามมารุมเจ้าเป็นแร้งทึ้งไม่ได้ แต่หากรถม้าจอดอยู่กับที่ เจ้าห้ามทำเด็ดขาด” เห็นสายตาจริงจังของเขานางรีบพยักหน้าเข้าใจ“ไม่เช่นนั้น เจ้าจะโดนปล้น หากเจ้ามั่นใจว่าเส้นทางนี้ปลอดภัยจากโจรภูเขา ก็ทำเถอะ อย่างน้อยนอกจากจะไปถึงเมืองซีเหมินแล้ว พวกเขายังไม่ต้องอดอยากจนตาย” นางรีบเอ่ยขอบคุณก่อนมองช่องเล็กๆข้างหน้าต่าง พร้อมวางแผนบางอย่าง ร่างเล็กนำกล่องไม้ขนาดใหญ่ที่วางไว้ตรงหัวมุมมาใกล้ๆ ก่อนบอกให้เขานอกพัก พร้อมทั้งปูผ้ารองนอนที่หนาขึ้น ป้องกันแผลกระทบกระเทือน“ข้าไม่เจ็บแผลแล้ว” แปลกที่ก่อนหน้านี้เจ็บปวดปรางตาย แต่ตอนนี้รู้สึกเพียงตึงๆที่บริเวณแผลเท่านั้น!! “ยาท่านอาเฟิงวิเศษมากเจ้าค่ะ” นางยังยืนยันว่ายานั้นนำมาจากเฟิงฉิน และเมื่อฤทธิ์ยาออกฤทธิ์ร่างหนาค่อยๆนอนลงพร้อม

















