Beranda / โรแมนติก / ชายาที่ไม่ถูกรัก / บทที่ 5 จุดตัดขาด 3/3

Share

บทที่ 5 จุดตัดขาด 3/3

last update Tanggal publikasi: 2026-09-17 10:55:20

“พอใจท่านแล้วหรือไม่เพคะ...”

หว่านโหรวค่อย ๆ พับจดหมายเก็บเข้าอกเสื้ออย่างทะนุถนอม นางเงยหน้าขึ้น ความชิงชังผุดขึ้นจนไม่อาจเก็บสีหน้า

“ซูหว่านโหรว...” เสวียนเฟิงเอ่ยเรียกเสียงแผ่ว ยามที่เห็นน้ำตาของนาง หัวใจของเขากลับกระตุกวูบอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

“ท่านสงสัยว่าข้าเป็นหนอนบ่อนไส้ ท่านระแวงว่าข้าจะลอบสังหารท่าน!” เสียงหวานเริ่มสั่นเครือและดังขึ้นตามแรงอารมณ์

“แต่ท่านแม่ของข้า... สตรีที่ไม่มีแม้แต่แรงจะฆ่ามด สตรีที่ถูกคนตระกูลซูข่มเหงรังแกมาตลอดชีวิต นางทำผิดอันใดต่อท่านหรือเพคะ! เหตุใดท่านต้องกักจดหมายของนาง เหตุใดท่านต้องเผาความหวังสุดท้ายในการมีชีวิตอยู่ของนางทิ้งไป!”

“ข้ามิได้ตั้งใจให้เป็นเช่นนั้น...” เสวียนเฟิงผุดลุกขึ้น ก้าวเข้าหานางด้วยความกระวนกระวายใจ “ข้าเพียงสั่งให้อาเซิงคัดกรองจดหมาย ข้ามิรู้ว่าแม่ของเจ้าจะป่วยหนักถึงเพียงนี้...แต่เจ้าควรฟังข้าอธิบาย”

“ท่านมิได้รู้อะไรเลย...หรือแท้จริงแล้วท่านไม่เคยใส่ใจจะรู้กันแน่เพคะ เพียงเพราะเป็นเรื่องของสตรีชั้นต่ำอย่างหม่อมฉันไม่ใช่ไป๋ซีชิงใช่หรือไม่”

น้ำเสียงของหว่านโหรวสั่นขึ้นเป็นครั้งแรก นางถอยหลังหนีการเข้าใกล้ของเขา

“ท่านรู้เพียงว่าชื่อเสียงของตนถูกทำลาย รู้เพียงว่าหม่อมฉันอาจเป็นภัยต่อจวนของท่าน แล้วท่านเคยคิดบ้างหรือไม่ว่าในวันนั้น...ชื่อเสียงของหม่อมฉันก็ถูกทำลายเช่นเดียวกัน!”

“ซูหว่านโหรว!” เขาปรามเสียงเครียด

“หม่อมฉันพูดผิดตรงไหนเพคะ!”

เสวียนเฟิงขบกรามแน่น ความรู้สึกผิดที่เพิ่งก่อตัวกลับถูกอัตตากดทับลงไปอีกครั้ง

“ข้ามิรู้เรื่องมารดาเจ้า! แต่เจ้าจะโยนความผิดทุกอย่างมาให้ข้าเพียงผู้เดียวไม่ได้ ข้ากักจดหมายเหล่านั้นเพราะเจ้าเองก็ทำตัวน่าสงสัย!”

หว่านโหรวนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาทั้งน้ำตา

“มารดาของหม่อมฉันเกือบตาย...แต่สิ่งแรกที่ท่านยังคิดถึง กลับเป็นการหาเหตุผลแก้ตัวให้ตนเอง”

“เจ้า”

“หม่อมฉันเข้าใจแล้วเพคะ”

“เจ้าเข้าใจอะไร!”

หว่านโหรวมองหน้าเขานิ่ง ๆ

“ท่านอ๋องไม่เคยทำผิด เพราะไม่ว่าผู้ใดจะต้องเจ็บปวดเพียงใด ท่านก็หาเหตุผลให้ตนเองเป็นฝ่ายถูกได้เสมอ”

“เจ้ากล้าด่าคนที่ดูแลเจ้าอย่างนี้ ไม่รู้จักสำนึกบุญคุณ” เสวียนเฟิงกล่าวอย่างโกรธเคือง

“บุญคุณหรือ?”

หว่านโหรวแค่นยิ้มเย้ยหยัน ปาดน้ำตาหยดหนึ่งที่รินข้างแก้มเหลือไว้เพียงความเย็นชา

“ยาของท่าน... โสมของท่าน... หรือแม้แต่ชีวิตบัดซบที่ท่านอ้างว่าช่วยไว้ ข้าไม่เคยร้องขอแม้แต่คำเดียว นั่นคือสิ่งที่ท่านสั่ง!”

“นี่เจ้า...คิดว่าข้าสอดยุ่งเรื่องของเจ้าหรือ”

“เพคะ...อันที่จริงท่านอ๋องไม่จำเป็นต้องรับหม่อมฉันเข้ามาในจวนนี้ด้วยซ้ำ กับแค่เสียความบริสุทธิ์ให้บุรุษไม่นับเป็นอะไรเลยสำหรับหม่อมฉัน...ยิ่งกับคนไร้หัวใจเช่นท่านอ๋อง...หม่อมฉันจะคิดเสียว่า...ถูกสุนัขฉี่รดก็แล้วกัน”

“นี่เจ้ากำลังดูแคลนข้า...เห็นข้าเป็นสุนัขตัวหนึ่งหรือ”

        “ใช่เพคะ...หากสตรีของท่านคิดว่าหม่อมฉันขวางหูขวางตา ไม่สู้ท่านปล่อยหม่อมฉันไปตายเอาดาบหน้าไม่ดีหรือ หากระแวงถึงขนาดนั้น” นางยอมลำบากก็ได้ แต่ไม่ยอมเสียศักดิ์ศรีไปมากกว่านี้แล้ว

“เจ้าท้าทายข้า!”

“แล้วท่านอ๋องกล้าหรือไม่...หรือว่าแท้ที่จริงก็ไม่กล้าไล่หม่อมฉันไปเล่าเพคะ...แค่ใช้หม่อมฉันระบายแค้นให้กับคนรักของพระองค์ถึงขนาดเอาชีวิตมารดาของหม่อมฉัน พระองค์ช่างอำมหิตมาก”

“ออกไป...ไสหัวไปให้พ้นจวนข้า...ข้าจะถือว่าไม่เคยเกี่ยวข้องกับเจ้าอีก” ดวงตาของเสวียนเฟิงแดงก่ำมองใบหน้านางอย่างเคียดแค้น ต่อให้นางจะเป็นจะตายอย่างไรต่อจากนี้ก็จะไม่เกี่ยวกับเขา

“ขอบพระทัยท่านอ๋องเพคะ...”

หว่านโหรวยอบกายลง รอยยิ้มบางเบาบนริมฝีปากซีดเซียวเยือกเย็นเสียจนทำให้คนมองใจหายวาบ นางสบตากับบุรุษที่กำลังยืนอกกระเพื่อมด้วยแรงโทสะเป็นครั้งสุดท้าย แววตาว่างเปล่าไร้ซึ่งความอาลัยอาวรณ์

ร่างบางหมุนตัวก้าวพ้นธรณีประตูห้องหนังสือไปทันทีโดยไม่ชะงักฝีเท้าแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว

เสวียนเฟิงยืนกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ เลือดลมตีรวนจนลำคอตีบตัน คำว่า ‘ไสหัวไป’ ที่เพิ่งหลุดจากปากดังก้องสะท้อนอยู่ในหัว ทว่าเพียงแค่แผ่นหลังบอบบางลับสายตาไป หัวใจของเขากลับกระตุกวูบดั่งตกลงสู่ก้นเหวลึก ความรู้สึกสูญเสียที่ไม่เคยพานพบแล่นปราดเข้าเกาะกุม

ผ่านไปสองเค่อเขาก็ยังนั่งที่เดิมจ้องมองที่หน้าประตูว่าจะมีความเคลื่อนไหวอะไรหรือไม่...

‘นางไปจริง ๆ หรือ... สตรีผู้นี้กล้าเดินออกไปตัวเปล่าจริง ๆ งั้นหรือ!’

“อวดดีเกินไปแล้วนะหว่านโหรว ใครให้เจ้าเดินจากข้าไปหน้าตาเฉย”

บ่นไม่ทันขาดคำ เสียงฝีเท้าเร่งร้อนขององครักษ์ก็วิ่งหน้าตื่นเข้ามารายงานเสียงดัง

“ท่านอ๋องแย่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! ทางจวนตระกูลซูส่งข่าวมาว่า สุ่ยซื่อฮูหยินใหญ่ตระกูลซูเตรียมนำตัวฟางซื่อไปรับโทษทัณฑ์ข้อหาลักขโมยต่อหน้าศาลบรรพชนในคืนนี้พ่ะย่ะค่ะ!”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ชายาที่ไม่ถูกรัก   บทที่ 30 ตอนจบ 2/2

    เหล่าองครักษ์ในจวนตงอ๋องต่างพากันถือขนมเปี๊ยะค้างไว้ในมือ มองหน้ากันเลิ่กลั่ก เหงื่อกาฬแตกพลั่ก จะหัวเราะก็ไม่กล้า จะปฏิเสธท่านหญิงน้อยก็กลัวโดนทุบหัว“หนอย... ริอ่านจะก่อกบฏยึดจวนข้าเรอะ!” เสวียนเฟิงกัดฟันกรอด หันไปคว้าไม้ปัดขนไก่ ที่เสียบอยู่ข้างเสามาถือไว้ทันควัน สลัดขนไก่พริ้วไหวดัง ฟึ่บ!“วันนี้ข้าไม่ฟาดก้นเจ้าให้ลายเป็นแตงโมสุก อย่ามาเรียกข้าว่าตงอ๋อง!” “กรี๊ดดดด! พ่อเลวจะฆ่าลูกอีกแล้ว!”อวิ๋นซีซีเห็นไม้ปัดขนไก่ก็โยนถาดขนมทิ้ง สับขา สั้น ๆ วิ่งหนีสุดชีวิต เสวียนเฟิงวิ่งไล่ต้อนก้อนแป้งน้อยไปรอบลานฝึก ทว่าวิ่งไปได้เพียงสองรอบ ซีซีก็ฉลาดพอที่จะหักเลี้ยว พุ่งตรงดิ่งเข้าสู่อ้อมอกของเฉินหว่านโหรวที่ยืนดูอยู่!หมับ!สองแขนป้อมกอดขาหว่านโหรวแน่น ซุกหน้าลงกับมารดา บีบน้ำตาหยดแหมะ ๆ ทันที“ท่านแม่เจ้าขา! ช่วยซีซีด้วยเจ้าค่ะ! ท่านพ่อจะเอาไม้มาตีข้า ท่านพ่อจะรังแกข้า!”เสวียนเฟิงที่ถือไม้ปัดขนไก่วิ่งตามมาติด ๆ ถึงกับหยุด ชายหนุ่มชี้หน้าบุตรสาวที่ซ่อนอยู่หลังกระโปรงคนรัก อ้าปากค้างด้วยความเดือดดาล“เจ้า...เด็กกลับกลอก! เจ้าขโมยตราพยัคฆ์ข้าไปทำขนม ซ้ำยังสั่งให้องครักษ์มากบฏจับข้า เจ

  • ชายาที่ไม่ถูกรัก   บทที่ 30 ตอนจบ 1/2

    สายลมต้นฤดูใบไม้ร่วงพัดโชยผ่านยอดหลิว กลิ่นหอมจาง ๆ ของดอกกุ้ยฮวาลอยอวลไปทั่วสวนด้านหลังตำหนักตงอ๋องแม้กาลเวลาจะล่วงเลยมาจนกระทั่งมรสุมร้ายเรื่องตระกูลไป๋และหย่งไท่เฟยสงบลง ทว่าคลื่นใต้น้ำบางระลอกกลับยังคงไม่จางหายไปจากแผ่นดินกลางศาลาแปดเหลี่ยม องค์รัชทายาทเสวียนเว่ยในชุดลำลองสีกรมท่า ประทับนั่งจิบชาร้อนอยู่อย่างเงียบสงบ ตรงหน้าของเขามีกล่องไม้จันทน์หอมสีเข้มวางอยู่หนึ่งใบ เสวียนเว่ยเลื่อนกล่องไม้นั้นส่งให้เฉินหว่านโหรว แววตาสายเลือดมังกรฉายประกายลุ่มลึก“นี่คือสิ่งที่คนของข้ายึดมาได้จากห้องลับใต้ดินในเรือนพักของฟางเสี่ยวหราน” เสวียนเว่ยเอ่ยเสียงเรียบ “ด้านในคือผ้าห่อทารกผืนเดิมที่ใช้ห่อตัวเจ้าไว้ในคืนที่สลับตัว”หว่านโหรวชะงักไปเล็กน้อย มือเรียวยกขึ้นเปิดฝา กล่องไม้ออกช้า ๆภายในกล่องคือผ้าแพรไหมเนื้อหนาสีเลือดหมู แม้เวลาจะล่วงเลยมานาน แต่เนื้อผ้ากลับยังคงงดงาม ดิ้นทองคำแท้ที่ปักลงบนผืนผ้าเป็นลวดลายเมฆาคล้อยล้อมรอบตราสัญลักษณ์นกอินทรีสยายปีก... ลวดลายอันวิจิตรประณีตซึ่งมิใช่ฝีมือการทอของช่างหลวงในต้าเจิงอย่างแน่นอน“ข้าสอบสวนสาวใช้ของเจ้าแล้ว นางไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ดังนั้นย่อมไม่

  • ชายาที่ไม่ถูกรัก   บทที่ 29 ลูกข้าเหมือนข้า 2/2

    ‘เสวียนฮุ่ยหลงมองบุตรชาย ในที่สุดเจ้าตัวแสบก็มีวันนี้สักที ได้สำนึกว่าทำข้าปวดหัวมากเพียงใด’“ท่านพ่อ...ในใต้หล้านี้ท่านไม่รู้หรือว่าผู้ใดใหญ่ที่สุด”“เสด็จปู่เจ้าหรือ...เหอะ...คิดว่าข้ากลัวเขาที่ไหน” ตงอ๋องยังคงเสมอต้นเสมอปลาย ไม่เคารพบิดาเช่นไรก็ยังเป็นเช่นนั้น“เจ้าลูกทรพี” เสวียนฮุ่ยหลงพูด“พ่อเลว!” อวิ๋นซีซีกล่าวตาม แต่กลับทำให้เสด็จปู่หัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี“ลูกเจ้าช่างเหมือนเจ้า” “ตาแก่...ลูกข้าย่อมเหมือนข้าสิ...ไม่ใช่ข้าสักหน่อยที่ไม่เหมือนท่าน ข้าทั้งหล่อเหลากว่า เก่งกาจกว่า แล้วก็มีชายาที่รักข้าที่สุด”“มีชายาที่รักข้าที่สุดงั้นรึ!” อวิ๋นซีซีแค่นเสียงหึเลียนแบบบิดาจนจมูกรั้นเชิดขึ้น ร่างกลมป้อมบนเก้าอี้กระโดดดึ๋งลงมายืนค้ำเอว “ท่านแม่รักข้าที่สุดต่างหากเล่า! ท่านพ่อเลว วัน ๆ เอาแต่แอบกินขนมหวานของข้า ซ้ำยังแอบขโมยปิ่นทองของท่านแม่ไปจำนำซื้อน่องไก่อีก ข้ายังไม่ได้บอกท่านแม่! ท่านแม่บอกว่าท่านใช้เงินเปลืองมาก ควรตัดเบี้ยหวัด”“เฮ้ย! เจ้าเด็กนี่ เจ้าอย่ามาใส่ร้ายข้าต่อหน้าตาแก่นะ!” เสวียนเฟิงสะดุ้งโหยง ตาโตเท่าไข่ห่าน ความลับเรื่องแอบงุบงิบเงินเมียถูกฉีกหน้าจนแตกยับเ

  • ชายาที่ไม่ถูกรัก   บทที่ 29 ลูกข้าเหมือนข้า 1/2

    เก้าเดือนผันผ่านประหนึ่งสายน้ำไหล ท่ามกลางความสงบสุขที่หวนคืนสู่เมืองหลวง ไม่สิสงบสุขแค่ตำหนักตงอ๋อง เพราะที่วุ่นวายกลับเป็นตำหนักบูรพาและราชสำนักตำหนักตงอ๋องบัดนี้กลับถูกชโลมไปด้วยกลิ่นอายแห่งความสุขล้นพ้นในค่ำคืนที่ท้องฟ้านอกหน้าต่างเกลื่อนกลาดไปด้วยดวงดาราระยิบระยับ ทารกน้อยเพศหญิงผิวขาวผ่องดั่งก้อนแป้งนุ่มนิ่มได้ลืมตาขึ้นมาดูโลก เสียงร้องไห้กังวานใสปานกระดิ่งเงินสะท้อนไปทั่วเรือนหอ เป็นดาวนำโชคดวงใหม่ที่ตกลงมากลางใจของคนทั้งจวนนางมีนามว่า ‘เสวียนอวิ๋นซี’ หรือที่ทุกคนเรียกขานกันติดปากว่า ‘ซีซี’เฉินหว่านโหรวตระกองกอดก้อนแป้งตัวน้อยไว้แนบอกด้วยความรักใคร่หวงแหน ทว่าสวามีของนาง... ตงอ๋องผู้เคยเขย่าขวัญคนทั้งแผ่นดิน กลับมีวิธีสั่งสอนบุตรสาวตั้งแต่แรกเกิดในแบบฉบับที่ไม่มีใครในใต้หล้ากล้าเลียนแบบ!ยามที่ทารกน้อยเริ่มลืมตาแป๋ว เสวียนเฟิงมิได้ร้องเพลงกล่อมเด็ก แต่กลับก้มลงกระซิบข้างหูบุตรสาวทุกวัน“จำไว้นะซีซี... คนแซ่เสวียนอย่างพวกเรา ไม่เคยก้มหัวให้ผู้ใด หากมีคนรังแกเจ้า จงเอาก้อนหินปาหัวมันให้แตก หากคนผู้นั้นเป็นฮ่องเต้...ก็จงวางเพลิงเผาตำหนักตาแก่นั่นทิ้งเสีย! หากรัชทายาทพูดจาไม่เข

  • ชายาที่ไม่ถูกรัก   บทที่ 28 แต่งชายา 2/2

    “ท่านมันจิ้งจอกเจ้าเล่ห์!”“เจ้าเล่ห์แล้วอย่างไร... สุดท้ายข้าก็ได้เจ้ามาครอบครองมิใช่รึ”“แต่ท่านโบยข้า” นางเจ็บใจเรื่องนี้ที่สุด“โหรวเอ๋อร์ตอนนั้นข้าเพียงอยากสั่งสอน แต่บ่าวไพร่ทำเกินเหตุข้าสั่งโบยลงโทษหนักกว่าเจ้าสองเท่า และคนที่ปากดีด่าเจ้าข้าขายออกหมดแล้ว”“อย่างนั้นก็เถอะ”ท่าทางแง่งอนนั้นทำให้ตงอ๋องรวบร่างนุ่มนิ่มมากอดแน่น จนหว่านโหรวต้องหันมองสายตาคมกริบที่แปรเปลี่ยนเป็นหิวกระหายทำให้หว่านโหรวใจสั่นระทึก เสวียนเฟิงไม่ปล่อยให้นางได้เอ่ยคำใดอีก มือหนาเลื่อนลงไปปลดสายรัดเอวปักดิ้นทอง อาภรณ์มงคลสีแดงสดค่อย ๆ ถูกปลดเปลื้องหลุดลอยออกจากร่างบางทีละชิ้น เผยให้เห็นเอวคอดกิ่วและผิวขาวผ่องดั่งหยกเนื้อดีสะท้อนแสงนวลของไข่มุกราตรีชวนให้อยากสัมผัส“ท่านอ๋อง...”เสียงหวานพึมพำแผ่วเบา ทว่าถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อริมฝีปากร้อนผ่าวของบุรุษหนุ่มประกบแนบลงมาอย่างหนักหน่วงแต่ทว่าสัมผัสกลับอ่อนโยนเสวียนเฟิงบดจูบอย่างดูดดื่ม ปลุกเร้าอารมณ์ที่ซ่อนเร้นให้ลุกโชน ฝ่ามือหยาบกร้านจากการรบทัพจับศึกเลื่อนสัมผัสไปตามส่วนเว้าโค้งอย่างเชี่ยวชาญ ถ่ายทอดความปรารถนาและความรักที่กักเก็บมาเนิ่นนานนับสิบปีหว่านโห

  • ชายาที่ไม่ถูกรัก   บทที่ 28 แต่งชายา 1/2

    แสงสีแดงมงคลอาบไล้ทั่วทุกตารางฉื่อของตำหนักตงอ๋องโคมไฟกระดาษสีแดงชาดห้อยระย้าตามชายคา ทว่าภายในเรือนหอ บนโต๊ะไม้จันทน์หอมสลักลวดลายวิจิตร มี ไข่มุกราตรีแห่งทะเลตงไห่ขนาดเท่ากำปั้นเด็ก ส่องแสงนวลตากระจ่างชัดประหนึ่งดวงจันทราจำลองสาดส่องลงบนเตียงมงคลที่ปูฟูกแพรไหมสีแดงสดซูหว่านโหรวหรือในบัดนี้คือนาม เฉินหว่านโหรว นั่งนิ่งอยู่ริมขอบเตียง สองมือกุมประสานอยู่บนตัก ชายกระโปรงเจ้าสาวปักดิ้นทองลายหงส์เหินแผ่กว้าง ผ้าคลุมหน้าสีแดงบางเบาบดบังสายตา ทว่าไม่อาจซ่อนเสียงหัวใจที่เต้นระรัวเสียงฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงก้าวเข้ามาในห้อง กลิ่นสุราหอมกรุ่นเจือกลิ่นอายเฉพาะตัวอันอบอุ่นลอยมาแตะจมูกคันชั่งทองค่อย ๆ สอดเข้าใต้ชายผ้าคลุมหน้า เลิกขึ้นอย่างช้า ๆดวงหน้าหมดจดที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางชั้นเลิศสะท้อนสู่สายตา คิ้วโก่งดั่งคันศร ริมฝีปากอิ่มแต้มชาดสีสด และดวงตากลมโตสุกใสดั่งดวงดารายามต้องแสงไข่มุกราตรี เสวียนเฟิงในชุดมงคลสีแดงปักลายมังกรเหินยืนนิ่งงันไปชั่วขณะ ลมหายใจของเขาสะดุดกึก แววตาคมดุจพยัคฆ์วาววับไปด้วยประกายเสน่หาที่ไม่อาจปิดบัง“งามเหลือเกิน...” น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบอย่างหลงใหลชายหนุ่มท

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status