Compartir

บทที่ 9

Autor: คุณหนูซินอวี้
“ใช่ๆ ถึงว่าเหตุใดข้าจึงคุ้นตานัก? จุ๊ๆ คุณหนูในห้องหอผู้หนึ่ง ถึงขั้นวิ่งโร่มาทำเรื่องเหลวไหลกลางถนนหลวง นี่คงย่ามใจว่าตนเองฐานันดรสูงส่ง ชาวบ้านธรรมดาสามัญทำอันใดนางมิได้ล่ะสิ?”

“ได้ยินมานานแล้วว่าคุณหนูรองแห่งจวนอัครเสนาบดีผู้นั้นอ้วนพีราวกับสุกร จิตใจเหี้ยมโหดอำมหิต วันนี้ได้พบเจอเป็นเช่นนั้นจริงแท้”

“นางคงย่ามใจว่าต่อให้ตนเองทำร้ายเด็กผู้บริสุทธิ์ตาย ก็หามีผู้ใดเอาผิดนางได้กระมัง...”

“มิน่าเล่าองค์รัชทายาทถึงได้เปลี่ยนใจไปรักคนอื่น หากข้าเป็นองค์รัชทายาท ก็คงไม่อยากแต่งกับคนอ้วนปานนี้แน่”

“คนอัปลักษณ์มักเรียกร้องความสนใจแท้ๆ หากทำเด็กผู้บริสุทธิ์คนนั้นตายขึ้นมา ดูซิว่านางจะจัดการอย่างไร?”

“…”

เสียงวิพากษ์วิจารณ์สารพัดรูปแบบดังมาจากทั่วทุกสารทิศ ราวกับย่ามใจว่าซูสือจิ่นไม่มีปัญญาเอาผิดพวกเขาได้ จึงยิ่งเอ่ยปากพูดจารุนแรงเกินเลยขึ้นเรื่อยๆ

เวลาค่อยๆ ผ่านพ้นไป หน้าผากของซูสือจิ่นก็เริ่มมีหยาดเหงื่อผุดซึมและหยดลงมา

ยามนี้ ราวกับผู้คนบนถนนทั้งสายกำลังจับตามองเรื่องนี้อยู่

คนส่วนใหญ่ล้วนมีแต่แววตาเหยียดหยาม มีเพียงคนส่วนน้อยเท่านั้นที่เฝ้ารอให้เด็กน้อยฟื้นตื่นขึ้นมา...

ริมหน้าต่างบนชั้นสอง บุรุษหนุ่มสองคนยืนปักหลักอยู่ตรงนั้นเป็นเวลานานแล้ว

ชิงม่อเอ่ยด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก “นัดหมายนางมาที่นี่ แต่นางกลับแวะช่วยคนระหว่างทาง ช่างไม่มีจิตสำนึกเรื่องเวลาเลยสักนิด”

ฉู่จวินเช่อที่อยู่ข้างกายเขา ยังคงจ้องมองลงไปด้านล่างด้วยสีหน้านิ่งสนิท ไม่ปริปากพูดแม้แต่คำเดียว

ที่ตรงนั้นคือเหลาสุราที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหลวง นามว่าหอเซียนเซียง

ตั้งอยู่ริมถนนพอดี

ในเวลานี้ ไม่ว่าจะเป็นริมหน้าต่างบนชั้นสองหรือแม้กระทั่งชั้นสาม คนไม่น้อยล้วนกำลังจับตาดูเรื่องนี้อยู่

และยังได้ยินเสียงวิพากษ์วิจารณ์ลอยมาเป็นระยะ

“ที่แท้ก็เป็นคุณหนูผู้สูงศักดิ์แห่งจวนอัครเสนาบดีจริงๆ ด้วย หลายปีก่อนข้าเคยพบนางครั้งหนึ่ง ยามนั้นนางยังเยาว์วัย ไม่ได้อ้วนเลยสักนิด เหตุใดยามนี้ถึงได้อ้วนขึ้นมากขนาดนี้?”

“ได้ยินมาว่าตั้งแต่เล็กจนโตนางก็ยังถือว่างดงามอยู่บ้าง เพียงแต่ช่วงไม่กี่ปีมานี้หลังจากที่เจริญเติบโตเต็มวัย ร่างกายถึงได้ยิ่งอวบอิ่มขึ้นเรื่อยๆ”

“ต้องเป็นเพราะเสพสุขในวันเวลาดีๆ เกินไปแน่ๆ ถึงได้เนื้อแน่นตัวหนาปานนี้...”

“จริงด้วย เป็นคุณหนูจวนอัครเสนาบดีเหมือนกันแท้ๆ แต่คุณหนูสามผู้นั้นกลับเอวบางร่างน้อยราวกับกิ่งหลิว บอบบางจนแทบต้านลมไม่ไหว มองแวบเดียวก็รู้ว่าต้องผ่านความยากลำบากมาอย่างแสนสาหัส”

“อ้วนฉุขนาดนี้ยังกล้าออกมาเสนอหน้า ไม่กลัวขายหน้าบ้างหรือไร”

“สตรีอ่อนแอที่เติบโตมาในห้องหอผู้หนึ่ง ถึงขั้นกล้ามาช่วยคนกลางถนนหลวง คอยดูเถิด พอทำเด็กคนนั้นสิ้นใจ ต่อให้เป็นตัวอัครเสนาบดีเองก็ต้องถูกผู้คนถ่มน้ำลายรดใส่”

“รอดูเถอะ ประเดี๋ยวได้มีเรื่องตลกขบขันให้ดูแล้ว”

“…”

เหล่าสตรีสูงศักดิ์จากตระกูลที่มีชื่อเสียงที่มารวมตัวกันพร้อมหน้าในสถานที่เดียวกัน ล้วนกำลังเฝ้ารอคอยที่จะได้ดูเรื่องตลกขบขันของนาง

ชาวบ้านบนท้องถนนเริ่มหนาตาขึ้นเรื่อยๆ พากันขยับเบียดเสียดเข้าไปใกล้เป็นระยะ หลังจากฟังคนข้างกายเล่าจบ ก็อดมิได้ที่จะถ่มน้ำลายออกมา

“คุณหนูใหญ่ผู้สูงศักดิ์แล้วอย่างไรเล่า? ทำลูกหลานชาวบ้านธรรมดาอย่างพวกเราตาย ก็ต้องชดใช้ด้วยชีวิตเหมือนกันนั่นแหละ!”

“ถูกแล้ว! ทุกคนล้อมตรงนี้เอาไว้ หากว่าเด็กไม่ฟื้นขึ้นมา พวกเราห้ามปล่อยให้นางหนีไปเด็ดขาด!”

“…”

เสียงเยาะเย้ยถากถางดังระงมขึ้นเรื่อยๆ และยังตามมาด้วยเสียงด่าทออย่างโกรธเกรี้ยวเป็นพักๆ

สตรีผู้นั้นร้องไห้โฮจนแทบจะหมดสติไปแล้ว ผิดกับท่านหมอข้างกายที่ยังคงวางท่าสูงส่ง

“นังหนูน้อย ตัวข้าล่วงรู้ฐานะอันสูงส่งของเจ้า ท่ามกลางฝูงชนเริ่มมีคนจดจำเจ้าได้แล้ว ดูออกเลยว่าเจ้าคงคิดว่าหามีผู้ใดทำอะไรเจ้าได้ ถึงได้ใจกล้าปานนี้ ทว่าวันนี้ที่นี่ผู้คนล้นหลามมืดฟ้ามัวดิน ถ้าหากเรื่องราวบานปลายใหญ่โตขึ้นมาจริงๆ ต่อให้บิดาของเจ้ายืนอยู่ตรงนี้ก็ยากจะปลีกตัวหนีจากปัญหา”

พูดไปพลาง เขาก็ส่ายหน้าศีรษะไปมา “ใช่ว่าข้าจะดูแคลนเจ้าหรอกนะ แต่ตะขาบที่กัดเจ้าเด็กคนนั้น แม้แต่ข้าเองก็ยังไม่เคยได้ยินได้ฟังมาก่อนเลยในชีวิต พิษชนิดนี้เจ้าไม่มีทางถอนได้หรอก ถ้าหากตอนนี้ยอมตัดแขนของเด็กคนนี้ทิ้งเสีย อย่างน้อยยังพอรักษาชีวิตน้อยๆ ของเขาไว้ได้...”

เสียงนกเสียงกาสารพัดรูปแบบ แว่วเข้าหูจนทำให้ซูสือจิ่นรู้สึกปวดเศียรเวียนเกล้าเป็นที่สุด

ในที่สุด นางก็เริ่มเก็บเข็มเงินกลับคืนมาทีละเล่ม

เมื่อเห็นเช่นนั้น ท่านหมอผู้นั้นก็ถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง “ยอมตัดใจเสียตั้งแต่แรกก็สิ้นเรื่อง? จะหาเรื่องให้เด็กคนนั้นต้องทนทุกข์ทรมานเสียเปล่าๆ ตั้งเนิ่นนานขนาดนั้นทำไมกัน? หลังจากเก็บเข็มเงินเสร็จแล้ว เจ้าก็ไสหัวไปเสียเถอะ เห็นแก่ที่เจ้ายังเป็นแค่แม่นางน้อยคนหนึ่ง ข้าจะไม่ถือสาหาความกับเจ้าให้มากความ”

Continúa leyendo este libro gratis
Escanea el código para descargar la App

Último capítulo

  • ชายาพิษหวนทวงแค้น   บทที่ 30

    ซูสือจิ่นยิ่งฟังก็ยิ่งหงุดหงิดใจดูท่าไม่เพียงแต่เจ้าของร่างเดิมจะมีนิสัยอ่อนแอขลาดเขลา แม้กระทั่งสาวใช้ของนางก็ยังขี้ขลาดตาขาวและกลัวความเดือดร้อนเช่นนี้เหมือนกัน...ทั้งที่คนที่ต้องทนรับความอัปยศอดสูคือตัวนาง ทว่าผลลัพธ์คือเอ่ยปากคำไหนก็เอาแต่เกลี้ยกล่อมให้นางยอมอดทน นี่มันจะยอมคนง่ายเกินไปหรือไม่?“คำพูดประเภทนี้วันหน้าอย่าได้เอ่ยออกมาอีก” ซูสือจิ่นรู้สึกระอาใจอยู่บ้างตงเอ๋อร์ทอดถอนหายใจออกมาเบาๆ “บ่าวเข้าใจความหมายของคุณหนูเจ้าค่ะ เรื่องที่องค์รัชทายาททรงให้ท่านแต่งเข้าจวนพร้อมกับคุณหนูสามนั้น สำหรับท่านแล้ว ถือเป็นการเหยียดหยามอย่างรุนแรงจริงๆ การที่ท่านจะรู้สึกเจ็บปวดทุกข์ทรมานใจมันก็เป็นเรื่องธรรมดา ทว่าเรื่องราวมาถึงขั้นนี้แล้ว ขนาดท่านถึงขั้นกระโดดหน้าผาก็ยังไม่อาจเปลี่ยนพระทัยขององค์รัชทายาทได้ แล้วยังจะทำสิ่งใดได้อีกเล่า...”ซูสือจิ่นเหลือบตาค้อนใส่นางอย่างระอาใจ เจ้าของร่างเดิมต้องยอมอ่อนข้อให้นางมากมายขนาดไหนกันแน่?เหตุใดคำพูดคำจาของนางถึงได้เยอะแยะมากมายขนาดนี้?เมื่อคิดถึงตงเอ๋อร์ ในสมองก็ผุดภาพเหตุการณ์ที่เคยใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับนางตลอดเวลาตั้งแต่เช้าจรดเย็นขึ้นม

  • ชายาพิษหวนทวงแค้น   บทที่ 29

    ซ้ำร้ายยังจะรุนแรงยิ่งกว่าแต่ก่อนเสียอีกตัวเขาในอดีตแม้ขาทั้งสองข้างจะพิการ ทว่ากลับยังคงหลงเหลือความรู้สึกอยู่ ก็ยังสามารถรักษาเยียวยาได้หากว่าต้องกลับมาพิการอีกครั้ง ย่อมสิ้นหวังจนยากจะเยียวยารักษาอย่างแน่นอน...เพียงแค่คิดถึงเรื่องนี้ ซูสือจิ่นก็ไม่รู้สึกโกรธเคืองเลยแม้แต่น้อยในเมื่อองค์รัชทายาทสารเลวนั่นรักซูลั่วเยว่มากขนาดนั้น ก็ปล่อยให้พวกเขารีบลงเอยกันไปเสียเถอะทว่าไม่รู้เหมือนกันว่าเมื่อถึงเวลานั้นจริงๆ แล้ว พวกเขายังจะสามารถพร่ำคำสาบานรักกันต่อไปได้อีกหรือไม่...“คุณหนูเจ้าคะ คุณหนู...”น้ำเสียงที่ดังขึ้นข้างหูช่วยดึงสติของนางให้กลับคืนมา พอหันหน้าไปมองก็เห็นตงเอ๋อร์ที่ใบหน้าเล็กๆ ขึ้นสีแดงก่ำ“เจ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?”เห็นเพียงตงเอ๋อร์ที่มีสีหน้าท่าทางร้อนรน “พอได้ยินว่าคุณหนูกลับมา บ่าวก็รีบมาหาคุณหนูทันทีเจ้าค่ะ เพียงแต่เมื่อครู่สถานการณ์ชุลมุนวุ่นวาย บ่าวจึงไม่กล้าเสนอหน้าเข้าไป ทำได้เพียงเดินตามหลังคุณหนูมาตลอด คุณหนูอย่าเดินเร็วเพียงนั้นสิเจ้าคะ บ่าวเกือบจะตามไม่ทันแล้ว...”ซูสือจิ่นผ่อนฝีเท้าให้ช้าลง “เจ้าไม่พักผ่อนอยู่ในเรือนให้ดีๆ ออกมาตามหาข้าทำไมกั

  • ชายาพิษหวนทวงแค้น   บทที่ 28

    ซูหลี่หรานก็กำหมัดแน่นด้วยความโกรธจัดเช่นกัน “นับวันนางยิ่งทำเกินกว่าเหตุจริงๆ! ขนาดอยู่ต่อหน้าต่อตาพวกเรายังกล้าลงมือกับเจ้า วันหน้าเจ้าอย่าได้ไปสนิทชิดเชื้อกับนางอีกเลย อยู่ให้ห่างจากนางมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ย่อมดีที่สุด”ซูลั่วเยว่สะอื้นไห้จนชวนให้ผู้คนเวทนาจับใจ “พี่ชายรัชทายาท ข้าอยากจะทราบว่า พวกท่านได้ถอนหมั้นกันไปจริงๆ แล้วหรือเพคะ?”ฉู่มู่เฉินโกรธจนหน้ามืดตามัว “ย่อมเป็นเช่นนั้น! หนังสือถอนหมั้นฉบับนั้นนางเป็นคนลงแรงเขียนด้วยน้ำมือตนเอง ในเมื่อนางสามหาวไร้ขื่อแปถึงเพียงนี้ ข้าย่อมต้องเติมเต็มความปรารถนาของนางอยู่แล้ว!”ในดวงตาของซูลั่วเยว่ฉายแววคิดคำนวณพาดผ่านวูบหนึ่ง ทว่าปากกลับเอ่ยว่า “พี่ชายรัชทายาทจะสามารถถอนรับสั่งคืนได้หรือไม่เพคะ? ยามนี้ที่นางมีนิสัยแปรเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน ก็เพราะพี่ชายรัชทายาทลงนามในหนังสือถอนหมั้นฉบับนั้น เห็นได้ชัดว่าในใจนางมิได้อยากถอนหมั้นกับพี่ชายรัชทายาทเลย และก็เพราะเหตุนี้ นางถึงได้...”เอ่ยไปพลาง นางก็ลูบใบหน้าตนเองด้วยท่าทางน่าเวทนาจับใจ กิริยาอาการนั้นราวกับกำลังบอกว่า หากมีการถอนหมั้นกันจริงๆ ซูสือจิ่นจะต้องยิ่งรังแกนางหนักกว่าเดิ

  • ชายาพิษหวนทวงแค้น   บทที่ 27

    ซูสือจิ่นถึงกับหลุดขำออกมาด้วยความโมโห คนพวกนี้สมองมีปัญหาไปหมดแล้วกระมัง?“หากมิใช่เพราะเข็มไม่กี่เล่มนั้นของข้า ป่านนี้เขาคงตายไปนานแล้ว พวกท่านลองย้อนดูตัวเองหน่อยดีหรือไม่ว่ากำลังพูดเรื่องบ้าอะไรอยู่?”ซูหลี่หรานเอ่ยด้วยความโกรธระคนผิดหวังที่อีกฝ่ายไม่ได้ดั่งใจ “วันๆ เจ้าอยู่แต่ในห้องหอ จะไปเข้าใจวิชาแพทย์ได้อย่างไรกัน? น้องหญิงสามนางเป็นถึงศิษย์ของหมอเทวดา เห็นได้ชัดว่าองค์รัชทายาทได้นางช่วยชีวิตเอาไว้ หากมิใช่เพราะโอสถของนาง ป่านนี้เจ้าจะหาทางลงอย่างไร รู้ตัวบ้างหรือไม่? ยังจะมีหน้ามาโวยวายอยู่อีก! เหตุใดเจ้าต้องคอยจะแย่งชิงความดีความชอบกับน้องหญิงสามให้ได้?”แววตาของเขาเต็มไปด้วยความผิดหวัง “เดิมทีข้าไม่อยากบอกเรื่องนี้กับเจ้า เพราะกลัวว่าเจ้าจะอิจฉาริษยาน้องหญิงสาม เจ้าทราบบ้างหรือไม่ว่าน้องหญิงสามนางถึงกับเข้าตาท่านผู้เฒ่าหยางแห่งสำนักเชียนมิ่งแล้ว? วิชาแพทย์ของนางได้รับการยอมรับ ถึงขนาดที่คนของสำนักเชียนมิ่งอุตส่าห์มาเชิญน้องหญิงสามให้ไปช่วยชีวิตคนด้วยตนเอง เจ้ามีสิ่งใดไปเทียบกับน้องหญิงสามได้งั้นหรือ?”คำพูดพรั่งพรูยาวเหยียดของซูหลี่หรานทำเอาซูสือจิ่นโกรธจนหน้าเขียว “คนข

  • ชายาพิษหวนทวงแค้น   บทที่ 26

    นับตั้งแต่องค์รัชทายาททรงหมดสติไป ทุกคนในจวนอัครเสนาบดีต่างก็ตกอยู่ท่ามกลางความโกลาหลวุ่นวายบางคนรีบร้อนวิ่งออกไปตามหมอหลวง บ้างก็ตื่นตระหนกลนลานฉุดลากตัวท่านหมอเข้ามาทุกคนล้วนมือไม้ปั่นป่วนวุ่นวาย และต่างก็รู้สึกตื่นตระหนกขวัญเสียมาจากก้นบึ้งของหัวใจ!อย่างไรเสีย ความปลอดภัยขององค์รัชทายาท ก็เกี่ยวพันถึงชีวิตของพวกเขาทุกคน...เนิ่นนานผ่านไปโดยไม่รู้ตัว รอบบาดแผลของฉู่มู่เฉินก็ถูกปักจนเต็มไปด้วยเข็มเงินแล้ว และก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นเพราะคิดไปเองหรือไม่ ซูหลี่หรานที่ยืนอยู่ด้านข้าง กลับรู้สึกว่าร่างขององค์รัชทายาทดูเหมือนจะไม่แข็งทื่อถึงเพียงนั้นแล้วกระทั่งบาดแผลที่เคยดำสนิท ก็คล้ายจะซีดจางลงไปไม่น้อย...ขณะนั้นเอง ซูลั่วเยว่ก็ถือกล่องใบเล็กวิ่งลนลานเข้ามา “พี่ใหญ่ ข้านำยาถอนพิษมาแล้วเจ้าค่ะ!”เมื่อซูหลี่หรานได้ยินเช่นนั้น ก็รีบถลาเข้าไปหาทันที “เจ้ารู้จักยาถอนพิษงั้นหรือ?”ซูลั่วเยว่พยักหน้าด้วยท่าทีเคร่งขรึมจริงจัง “ข้ามีโอสถเงินดารา เจ้าสิ่งนี้สามารถสลายพิษร้ายได้นับสิบชนิด แม้ว่าตอนนี้จะยังไม่แน่ชัดว่าพี่ชายรัชทายาทต้องพิษใดกันแน่ แต่โอสถชนิดนี้กินเข้าไปแล้วถึงอย่างไรก็

  • ชายาพิษหวนทวงแค้น   บทที่ 25

    ซูสือจิ่นโกรธจนกำหมัดแน่น นางหันขวับกลับไปในทันที สาวเท้าตรงเข้าไปหยุดอยู่เบื้องหน้าของซูลั่วเยว่ สะบัดมือตบฉาดลงไปเต็มแรง!เสียง “เพียะ” ดังสนั่น ซูลั่วเยว่ถึงกับแข็งค้างไปทั้งตัวส่วนซูสือจิ่นสะบัดข้อมือเบาๆ “ในที่สุดก็รู้สึกสบายเนื้อสบายตัวขึ้นตั้งเยอะ”นางคิดอยากจะลงมือตั้งนานแล้ว!ทว่าเพียงแค่ชั่วพริบตาเดียวเท่านั้น ข้างหูก็มีเสียงกรีดร้องแหลมสูงด้วยความตื่นตระหนกตกใจกลัวของซูลั่วเยว่ดังลอยมาทันที “กรี๊ด! พี่หญิง ท่านตบข้าได้อย่างไรกัน?”ซูสือจิ่นเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “เมื่อก่อนข้าไม่เคยทุบตีเจ้า แต่เจ้ากลับพูดอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันว่าข้าตีเจ้า ตอนนี้ข้าลงมือตีเจ้าจริงๆ แล้ว เจ้าจะร้องตะโกนเสียงดังขนาดนี้ไปทำไมกัน?”หลังจากพูดจบแล้ว นางก็สะบัดมือตบลงไปอีกฉาด เสียง “เพียะ” ดังสนั่น ทำเอาทุกคนที่เฝ้ามองอยู่ถึงกับปากอ้าตาค้างด้วยความตกตะลึง!ซูลั่วเยว่ล้มกระแทกลงกับพื้นตรงนั้นทันที “พี่หญิง ท่านทำได้อย่างไรกัน...”“เจ้าก็รู้ว่าข้าเป็นพี่หญิง ในเมื่อยามนี้ท่านพ่อไม่อยู่ พี่สาวสั่งสอนตักเตือนน้องสาวสักหน่อยแล้วมันทำไมหรือ? เวลาที่พี่ใหญ่สั่งสอนข้า พวกเจ้าทุกคนล้วนแต่รู้สึกว่ามันสม

  • ชายาพิษหวนทวงแค้น   บทที่ 11

    ท่านหมอหลิวสีหน้าแข็งค้างไปทันที แทบจะโมโหจนกระอักเลือดออกมาแล้วทว่าอย่างไรเสียเขาก็เป็นหมอ เมื่อเห็นสตรีที่อยู่ข้างกายซึ่งร้องไห้แทบขาดใจ เขาก็ย่อตัวลงต่อหน้าเด็กอีกครั้ง...ในระหว่างที่เขาตรวจอาการให้เด็กอย่างละเอียดละออ บริเวณรอบข้างก็อื้ออึงเซ็งแซ่อยู่เนิ่นนานแล้ว“คราวนี้มีเรื่องสนุกให้ดูชม

  • ชายาพิษหวนทวงแค้น   บทที่ 10

    สิ้นเสียงของท่านหมอผู้นั้น รอบข้างก็มีเสียงด่าทอด้วยความโกรธเกรี้ยวลอยตามมาทันที“ท่านหมอหลิว ท่านกำลังพูดจาเลอะเทอะอันใดกัน? จะปล่อยให้เดินจากไปดื้อๆ แบบนี้ได้อย่างไรกัน?”ทันทีที่มีคนเป็นแกนนำ ฝูงชนรอบข้างก็เกิดความโกลาหลขึ้นมาในพริบตา“ถูกแล้ว ต่อให้เป็นคุณหนูใหญ่ผู้สูงศักดิ์ ก็ไม่มีสิทธิ์มาทร

  • ชายาพิษหวนทวงแค้น   บทที่ 8

    ซูสือจิ่นพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ว่า “แม้ข้าจะรู้ไม่มาก แต่ก็รู้ดีว่าแขนของเด็กคนนี้ไม่จำเป็นต้องตัดทิ้งเลยแม้แต่น้อย การตัดแขนเด็กเป็นเพียงหนทางขับพิษที่ง่ายที่สุด ทว่าการรักษาแขนของเด็กเอาไว้ต่างหาก ถึงจะเป็นหนทางที่มีเมตตาธรรมที่สุด”ขณะพูด นางก็ทรุดตัวลงนั่งยองๆ ข้างกายเด็กน้อยคนนั้น จากนั้นก็ถอน

  • ชายาพิษหวนทวงแค้น   บทที่ 7

    เมื่อเห็นซูลั่วเยว่ที่รู้ความอย่างยิ่งตรงหน้า ซูหลี่หรานก็รู้สึกตื้นตันระคนทอดถอนใจอีกครา “ไม่ต้องไปสนใจนางหรอก นางเห็นแก่ตัวจนเคยชินแล้ว ย่อมไม่มีทางยอมให้ตัวเองเสียเปรียบแน่”ซูลั่วเยว่ลอบทอดถอนใจ “เมื่อวานนางก่อเรื่องใหญ่โตขนาดนั้น ไม่รู้ว่าได้รับบาดเจ็บตรงไหนบ้างหรือไม่ วันนี้ยังออกไปข้างนอกคนเ

Más capítulos
Explora y lee buenas novelas gratis
Acceso gratuito a una gran cantidad de buenas novelas en la app GoodNovel. Descarga los libros que te gusten y léelos donde y cuando quieras.
Lee libros gratis en la app
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status