LOGINเรื่องย่อ สะโพกหนาเริ่มขยับดึงท่อนลำเข้าออกเร็วขึ้น สองมือก็จับขาเรียวอ้ากว้าง จะได้มองจุดเชื่อมต่อที่มันถูกร่องรูกลืนกินได้ถนัด จิวซูผละมือออกจากปากลงมาเขี่ยเม็ดเสียวของตนเพิ่มความกระสัน เป็นภาพที่กั่วหลิงเห็นแล้วแทบคลั่ง จึงเร่งซอยเอวถี่รัวจนคนน้องทนไม่ไหวน้ำแตกอีกรอบ “อ๊าย!..ท่านพี่เสียวดีจังเลย” นางครางบอกเขา ดวงตาสวยปรือมองสามีรูปงามอย่างหลงใหล “ดีมากเมียรัก..เสียวต่อเลยนะคนดี..อ๊า!” ตอบกลับเสียงแหบพร่า พร้อมกับกอดขาเรียวขาวเอาไว้ บางคราเขาก็ขบเม้มดูดกัดด้วยความหมั่นเขี้ยว แต่คนใต้ร่างก็มิได้ตำหนิเลย กลับรู้สึกเสียวซ่านจนด้านในตอดรัดดุ้นเอ็นให้โหวหนุ่มร้องครางเสียมากกว่า
View Moreแคว้นเป่ย ดินแดนที่ขึ้นชื่อว่าสตรีมีน้อยกว่าบุรุษ มิรู้เป็นเพราะเหตุใดถึงได้เป็นเช่นนี้ หากนับให้เข้าใจง่าย ในหนึ่งร้อยคน จะมีสตรีแค่ยี่สิบเท่านั้น จึงเป็นที่มาให้แคว้นนี้สตรีสามารถมีอนุได้ แตกต่างจากแคว้นอื่น
"คุณหนู คิดจะอยู่เป็นโสดเช่นนี้ไปถึงเมื่อใดกันเจ้าคะ อายุก็สิบแปดแล้วนะ" "อยู่เช่นนี้ก็มีความสุขดีมิเห็นต้องหาเรื่องใส่ตัวเลย ดูท่านแม่สิ มีสามีตั้งสี่คน วุ่นวายน่าปวดหัวยิ่งนัก" เสียงบ่นดังขึ้น เมื่อนึกถึงอาการอ่อนเพลียของมารดาที่มักเกิดขึ้นในทุกเช้า แต่ก็น่าแปลกที่นางบอกว่ายังมีความสุขดี หรานอวี้ไม่เข้าใจจริงๆ "คุณหนูก็พูดได้สิเจ้าคะ เพราะยังมิได้ลอง หากได้บางสิ่งแหย่เข้าไปในรูนั้นแล้ว คุณหนูต้องอยากได้สามีเช่นนายหญิงเป็นแน่" สาวใช้เอ่ยบอกประสบการณ์ของตน ยามหมดหน้าที่ดูแลผู้เป็นนาย นางก็จะรีบกลับไปหาสามีที่มีถึงสองคน เพราะทั้งคู่รอปรนเปรอมอบความสุขให้อยู่ที่เรือน แต่ละวันนางจึงรู้สึกอ่อนเพลียมิต่างจากนายหญิงของจวน "พอเลย เอ่ยทีไร เจ้าก็วนมาแต่เรื่องบนเตียง ข้ามิใส่ใจหรอก" ว่าแล้วก็เดินตรงไปยังครัวเพื่อทำอาหารโปรดของตน ที่ใครทำให้กินก็ไม่อร่อยเท่าทำเอง จงหรานอวี้ นางคือคุณหนูสามของสกุลจง เป็นบุตรสาวคนเดียวจึงกลายที่รักของบิดาและมารดา นางมีใบหน้างดงามมาก จึงมีหลายสกุลอยากได้ไปเป็นฮูหยินของจวน แต่สตรีนางนี้ก็ไม่เคยตอบรับการสู่ขอจากผู้ใด เรียกง่ายๆนางมิอยากเป็นแม่พันธุ์นั่นเอง เพราะการแต่งงานต้องมีเจ้าบ่าวสองคนขึ้นไป นี้คือกฎเกณฑ์ของแคว้นนี้ ตกดึก คืนนี้หรานอวี้นอนมิหลับ จึงลุกออกมายืนที่ระเบียงห้องของตนซึ่งมันอยู่ติดกับกำแพงจวนขุนนางของราชสำนัก แต่ก็มิเคยได้ไปมาหาสู่กัน จู่ๆเสียงหนึ่งแล่นเข้ามาในหูจนต้องหันหาที่มาของมัน "อ๊า!..ใต้เท้าแรงอีก แรงอีกเจ้าค่ะ เสียวรูยิ่งนัก..อื้อ" "อะไรกัน ใครมาร้องคร่ำครวญอันใดแถวนี้" นางเอ่ยเบาๆ ก่อนจะชะโงกไปอีกฝั่งกำแพง สิ่งที่เห็นภายใต้แสงจันทร์นั้นคือร่างแกร่งเปลือยเปล่า กำลังทาบทับกระดกก้นใหญ่กระแทกบางสิ่งลงไปใส่สตรีที่นอนเปลือยกายขาชี้ฟ้า "บ้าจริง ทำเรื่องเช่นนี้ในที่กลางแจ้งเช่นนี้เลยหรือ" เสียงตำหนิเปล่งออกมา แต่คนที่ก่นว่ากลับมิได้หยุดมองเลยสักนิด นางยังคงยืนหลบมุมแอบดูอยู่เช่นนั้น เพราะผู้ที่กำลังหาความสุขมิได้ใส่ใจสิ่งใดเลย "อ๊า!..เสียวหัวยิ่งนัก" เสียงกระเส่าดังมาให้ได้ยิน ทำเอาหรานอวี้ตัวสั่นเทาทันที นางรู้สึกวูบวาบตามร่างกาย ยิ่งได้เห็นท่าทางนั้นถนัดสายตาก็ยิ่งละออกมิได้ แสงคบไฟที่จุดขึ้นกลางสวนมันยิ่งส่องให้เห็นทุกท่วงท่าได้ดี "อ๊าย! ใต้เท้าข้าจะแตกอีกแล้ว" เสียงหวีดดังขึ้นเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วมิรู้ "อีกแล้วหรือ..รูเจ้ามันเยิ้มหมดแล้วนะ" เสียงขุ่นมัวดังขึ้นมาแทนที่ความสุขเมื่อครู่ เพราะตั้งแต่เอามานางก็แตกไปสี่รอบแล้ว ทำให้ช่องรักนั้นหลวมจนเขารู้สึกหงุดหงิด หากมิใช่เพราะสตรีที่เคยเอาถูกซื้อไปก่อนนี้เขาคงมิต้องเอานางผู้นี้มาแก้ขัด แต่ถึงกระนั้นใต้เท้าหนุ่มวัยยี่สิบเจ็ดก็ตะบี้ตะบันซอยเอวเด้าใส่รูรักนางจนตัวสั่นคลอน เพื่อให้ตนนั้นถึงจุดหมายอย่างที่ต้องการ ในที่สุดน้ำขาวขุ่นก็พ่นออกมาเขาผลักไสร่างของสตรีผู้นี้ออกทันที "เจ้าจัดการต่อ ข้ามิเอาแล้ว ขัดใจยิ่งนัก" เอ่ยจบก็เดินไปนั่งที่ตั่ง ซึ่งมีสุราและอาหารมากมายวางอยู่ "หงุดหงิดอีกแล้วสิ เอาของข้าไปแก้ขัดก่อนก็ได้นะ" กัวเล่อนั่งลงข้างกายพร้อมกับสตรีตัวน้อย ที่เปลื้องอาภรณ์มิต่างกัน "จัดการให้สหายข้าที ดูเอาเถอะตั้งโด่เชียว" สตรีตัวน้อยมองดุ้นเอ็นใหญ่หัวแดงเถือกก็กลืนน้ำลายลงคอทันที นางเองก็อยากช่วยเขาอยู่หรอก เพียงแต่ร่องรูนี้มันมิไหวแล้ว เพราะถูกกัวเล่อจับกระแทกตั้งแต่เมื่อหัวค่ำ จนผ่านไปหนึ่งชั่วยาม[2ชั่วโมง] พึ่งจะได้พัก "มิไหวแล้วเจ้าค่ะ ข้าน้อยแสบไปหมดแล้ว" เอ่ยบอกเสียงเบา เกรงจะถูกตำหนิ "เช่นนั้นพวกเจ้าก็กลับไปเสีย อยู่ต่อก็มิมีประโยชน์" เสียงหนึ่งดังขึ้นมา พร้อมกับผลักร่างเล็กที่ตนลากมาด้วยให้ล้มลงบนพื้นพรมที่ถูกปูเอาไว้เพื่อการนี้ "ใจเย็นเถอะกู๋ฟาน พวกเรากินจุเพียงนี้จะมีสตรีใดทนไหว ไปเถอะคนของข้าจะจัดการเรื่องเงินให้" กัวเล่อเอ่ยเสียงอ่อนโยน แต่ยามที่เขากระแทกดุ้นเอ็นมิได้เป็นอย่างที่เห็นเลย สตรีสองนางถูกพาออกไปแล้วเพราะมิไหว มีแค่ผู้ที่ถูกกระแทกอยู่ในยามนี้เท่านั้นที่ยังคงครางเสียงหลงอยู่ แต่ก็มีแค่นางที่รู้สึกเช่นนั้น เพราะคนสนิทของหานเย่ที่รับช่วงต่อเกิดอาการหงุดหงิดขึ้นมาบ้าง เพราะมันหลวมอย่างที่ผู้เป็นนายว่าจนเขาเริ่มมิรู้สึกอันใดแล้วในยามนี้ "ไม่ไหว รีบไปแต่งตัวแล้วออกไปเสีย" เสียงตำหนิดังขึ้น ก่อนจะเดินไปนั่งมิไกลจากผู้เป็นนายอย่างหัวเสีย "แย่เสียจริง สตรีที่ยอมขายก็หายากขึ้นทุกวัน" กู๋ฟานเอ่ยเสียงเบื่อ "นั่นสิ แค่แต่งงานพวกนางก็ได้ขึ้นสวรรค์ทุกวันแล้ว จะมาแอบลักกินขโมยเช่นนี้ไปไย สู้ส่งเสียงร้องในเรือนตนมิดีกว่าหรือ" หานเย่เอ่ยขึ้นบ้าง "ต่อไปภายหน้าเราคงหาสตรีมากินเช่นนี้มิได้แล้วสินะ" กัวเล่อเอ่ยอย่างหมดอาลัย ยามนี้ทั้งสามนั่งเปลือยกายใส่กัน ดื่มสุราใต้แสงจันทราที่สาดส่องลงมา โดยมิรู้เลยว่ามีใครแอบยืนมองอยู่บนระเบียงอีกฝั่งกำแพงจวน "สิ่งนั้นของพวกเขาช่างใหญ่โตยิ่งนัก อื้อ!..หากมันเข้ามาในตัวข้าจะเป็นเช่นไรนะ..อ๊ะ! หรานอวี้เจ้าคิดบ้าอันใดกัน" เสียงตำหนิตนดังขึ้นทันที เมื่อนึกถึงดุ้นเอ็นที่สอดใส่เข้ามาในร่องรู ซึ่งยามนี้นางกำลังใช้นิ้วแหย่เข้าไปจนฉ่ำเยิ้ม คุณหนูสามทำเช่นนี้ตั้งแต่เห็นร่างแกร่งของหานเย่กดกระแทกดุ้นเอ็นใส่ร่างสตรีผู้นั้นแล้ว ก่อนนี้นางมิเคยเห็นและได้ยินเสียง จึงมิรู้ว่ามันจะกระตุ้นกำหนัดได้เพียงนี้ พอมาประสบพบภาพจริงๆจึงมิอาจห้ามความต้องการของวัยสาวที่เกิดขึ้นกับทุกคนได้ นางใช้สายตาโลมเลียสามหนุ่มโดยที่อีกฝ่ายมิรู้ตัวเลยสักนิด ชักนิ้วเข้าออกจนเกิดเสียง มืออีกข้างก็ยกขึ้นมาบีบเค้นเต้าอวบของตน จนอดมิได้ที่จะสอดเข้าไปบีบเม็ดไตเพิ่มความต้องการ ขาที่ยืนหนีบไว้ในคราแรกก็ยกขึ้นเหยียบตรงขอบระเบียง เพื่อเปิดทางให้นิ้วของตนรัวชักเข้าออก "อื้อ!..มันไม่พอ ข้าต้องการสิ่งที่ใหญ่กว่านี้" นางเปล่งเสียงหวานออกมา สิ่งที่คิดในหัวพาร่างเล็กเดินลงมาจากชั้นบนของเรือน ตรงไปที่พุ่มไม้ซึ่งด้านล่างเป็นช่องหมารอดที่ไม่มีใครรู้ว่ามันมีอยู่ อารมณ์ที่กำลังพลุ่งพล่านเกินควบคุมทำให้คุณหนูสามมิได้นึกถึงสิ่งใดในยามนี้ นางดินตรงเข้าไปหาทั้งสามหนุ่มที่กำลังพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน มือเล็กยกขึ้นเปลื้องอาภรณ์ของตนไปด้วยจนเหลือเพียงชุดนอนบางเบา เผยให้เห็นเนินเขาตั้งชูชันประดับด้วยเม็ดไตสีสด จนบุรุษทั้งสามต่างก็พากันมองอย่างตกตะลึง "นายท่าน ข้าน้อยอยากได้สิ่งนั้นของท่านสอดใส่ในรูเจ้าค่ะ ข้าอยากเหลือเกิน" ร้องขอเสียงหวานอย่างมิรู้จักอาย ดุ้นเอ็นที่คอพับไปแล้วหลังจากมิได้ทำกิจกรรมมาสักพักกลับตั้งโด่ขึ้น เมื่อเห็นร่างกายเย้ายวนใต้ร่มผ้าบางเบา นางเดินตรงเข้ามาหาหานเย่ พร้อมกับคุกเข่าตรงหว่างขาเขา สายตามิได้จับจ้องใบหน้าอีกฝ่ายแม้แต่น้อย "ขอชิมได้หรือไม่เจ้าคะ" เอ่ยบอกพร้อมกับช้อนสายตาเย้ายวนมอง ชายหนุ่มก็พยักหน้าให้ มิรู้ด้วยซ้ำว่านางหมายถึงสิ่งใด เพียงเท่านั้นเขาก็สะดุ้งกับสัมผัสจากมือนิ่ม เมื่อนางจับดุ้นเอ็นเขารูดขึ้นลง ท่ามกลางสายตาของสหายที่กลืนน้ำลายมองตามการกระทำของนาง เพราะสะโพกกลมยามนี้มันกระดกขึ้นเมื่อนางอยู่ในท่าโก้งโค้ง สองแขนพาดอยู่ที่ต้นขาแกร่งของสหาย แม้จะมีกางเกงนอนปิดบังเอาไว้ แต่ก้นงอนผึ่งผายนี้ก็ยังดึงดูดได้ดีเหลือเกิน กัวเล่อและกู๋ฟานจ้องมองการกระทำของนาง สลับไปมาระหว่างก้นงอนที่พวกเขาอยากจะฟาดฝ่ามือลงแรงๆยิ่งนัก แต่เพราะมิรู้ที่ไปที่มาของนางจึงมิกล้าบุ่มบ่าม หากกล้าเดินเข้ามาหาพยัคฆ์ร้ายเช่นพวกเขา อย่างไรเสียคืนนี้นางมิมีทางรอดไปเป็นแน่ "อ๊า!..ลิ้นของเจ้า..ซี๊ด!" เสียงกระเส่าดังขึ้น เมื่อถูกความเปียกชื้นสัมผัสลงที่หัวดุ้นบานหยัก ยามนี้น้ำใสปริ่มออกมาให้รสชาติประหลาดแก่ผู้ที่ได้ชิม "รสชาติมิได้แย่นะเจ้าคะ ข้าชอบ" เอ่ยบอกเสียงหวาน และยังช้อนสายตามองอย่างยั่วยวน ก่อนจะครอบกลืนดุ้นเอ็นนี้ลงไปจนสุดโคน เป็นเหตุให้หานเย่สะดุ้งเฮือก ซู๊ดปากครางเสียงหลง จนสหายทั้งสองต่างก็อยู่ไม่สุข "อ๊า!..ปากเจ้าอุ่นยิ่งนัก ซี๊ด!..ข้าเสียวมาก" เอ่ยพร้อมกับยกมือกดหัวนางเอาไว้เบาๆ เกรงว่าอีกฝ่ายจะไม่ทำต่อ # เอ๋!..น้องหรานอวี้นี่เป็นยังไง บอกไม่ชอบไม่อยากแต่ง แต่เดินเข้ามาหาเอง อย่างว่าแหละอารมณ์เปลี่ยวเกิดขึ้นแล้ว คำพูดอะไรก็จำไม่ได้ทั้งนั้นแหละ เห้อ อยากเกิดในแคว้นนี้จัง 😂😂😂เที่ยงของวันใหม่ คุณหนูฟานนอนจับไข้จนไม่สามารถลุกขึ้นได้ นางมีท่าทีตื่นกลัวอย่างเห็นได้ชัด จึงไม่ยอมให้บุรุษเข้าใกล้ ทั้งที่คราแรกก็อยากลิ้มลองรสสวาทของคู่หมาย แต่พอถูกเขาจับกระแทกเพียงหนเดียว ก็ถึงกับกลัวจนไม่อยากพบหน้า ยามนี้จึงเป็นม่านอี้ที่คอยดูแลนาง จนกระทั่งผ่านไปสองวันที่เยี่ยนเอ๋อหายดี จึงได้มีการพูดคุยกันภายในห้องที่เคยร่วมรักกัน โดยที่สวี่โหรวให้นางเป็นผู้ตัดสินใจ เพราะเขายังไงก็ได้ขอแค่อย่ามายุ่งกับม่านอี้ก็พอ ซึ่งข้อตกลงนี้ก็ไม่ได้มีแค่สวี่โหรวที่หยิบยื่นให้นาง เพราะสองคนสนิทก็ไม่ต้องการให้สตรีตัวน้อยที่ทำให้พวกเขาครางได้ทุกคืนจากไปเช่นกัน เพราะผู้เป็นนายอนุญาตให้นางปรนเปรอทั้งสองได้ไม่ต่างจากเขา แต่จะให้ว่ากันตามจริงคงเป็นพวกเขาที่ปรนเปรอให้นางมากกว่า เพราะม่านอี้นางกินจุเสียเหลือเกิน เผลอเป็นไม่ได้นางมักจะยั่วยวนจนบุรุษทั้งสามไม่อาจทานทน เยี่ยนเอ๋อนั่งก้มหน้าอยู่สักพักหนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองคู่หมายของตนแล้วเอื้อนเอ่ยถ้อยคำสั่นเครือ “พี่สวี่ถอนหมั้นให้ข้าได้หรือไม่ ข้าไม่อยากแต่งกับท่านแล้ว ข้า..ข้าสู้ท่านไม่ไหวหรอกเจ้าค่ะ” “หึ! รู้ตัวก็ดี” เอ่ยจบสวี่โหรวก็ออกคำส
ยิ้มร้ายผุดขึ้นกับบุรุษทั้งสาม ก่อนที่จะปิดหน้าต่างแล้วรั้งเอาร่างคุณหนูฟานที่หนีมาคนเดียวเข้าห้องมาด้วย เพราะความอยากรู้อยากลองจึงทำให้เยี่ยนเอ๋อทำตามอย่างว่าง่าย นางมองร่างของคู่หมายอัดกระแทกสตรีแปลกหน้าอย่างเมามัน ด้านล่างก็เฉอะแฉะจนต้องเอามือลูบเบาๆ ทำให้คนสนิททั้งสองยิ้มกริ่ม เพราะผู้เป็นนายพยักหน้าให้แล้ว ทั้งคู่จึงเปลือยกายเผยท่อนลำใหญ่ไม่แพ้กันให้คุณหนูผู้เย่อหยิ่งได้จับต้อง ซึ่งทุกอย่างม่านอี้สัมผัสได้และนางก็ตื่นเต้นมากจึงคิดในใจ “อู๊ว!.นี่เขาจะจัดสวิงกิ้งเหรอ จริงหรือนี่ ฉันหลุดมาอยู่ในฮาเร็มหรือเปล่า ความฝันที่จะมีคนหล่อๆ รุมล้อมมาถึงแล้ว” นางนึกถึงคลิปที่ชอบดูในยุคปัจจุบัน สายตาบ่งบอกถึงความต้องการ จนสวี่โหรวยกยิ้ม ใช่ว่าเขาจะไม่เคยเรียกสตรีมาร่วมรักพร้อมกับคนสนิทที่เป็นดั่งเช่นสหาย บ่อยครั้งเสียด้วยซ้ำ แต่ก็คู่ใครคู่มันแต่ดูท่าครานี้คนตัวเล็กบนตัวคงอยากทำอะไรแปลกๆ อีกเป็นแน่ เขาจึงเอ่ยถามนางขึ้นมา “อยากได้อะไร หรือดุ้นข้ายังไม่พอ” คำถามนี้เขาเผยยิ้มให้นางด้วย ม่านอี้จึงกระซิบที่ข้างหูเขา “ม่านอี้อยากกินดุ้นคนสนิทของคุณชาย อ๊ะ! อ๊า! แล้วให้คุณชายกระแทกไปด้วยได้หรือไม
“อ๊า!...ซี๊ด!..เสียวเหลือเกิน” เสียงกระเส่าดังขึ้น ทำให้คนฟังได้ใจนางตะโบมดูดรั้งเพราะอยากให้เขาเสร็จสมในปากอย่างที่ตั้งใจ ซึ่งสวี่โหรวชอบใจยิ่งนัก บางคราเขาก็เด้งสะโพกสวนกลับขึ้นมา แต่นางก็ยังรอรับพร้อมกับห่อปากจนแก้มยุบ เป็นภาพที่ทำให้ใต้เท้าหนุ่มแทบคลั่ง น้ำลายกับน้ำรักเหนียวหนืดไหลย้อยเป็นสาย สวี่โหรวจ้องมองปากอิ่มกลืนกินท่อนเอ็นของตนเข้าออก ร่างกายเขามันก็สั่นสะท้านร้อนรุ่ม จนต้องกดหัวนางลงอย่างลืมตัว แต่สตรีนางนี้ก็หาได้โกรธเคืองเขาไม่ ม่านอี้ยังคงดูดรั้งจนฉ่ำเยิ้ม และมองเขาด้วยสายตายั่วยวน “อ๊า!..เจ้าช่างร้ายนัก..จะไม่ไหวแล้ว” เสียงกระเส่าเปล่งดังขึ้น ก่อนจะเด้งเอวสวนดุ้นของตนใส่ปากอิ่มนั้นถี่รัว จนคนรอรับเกือบจะสำลัก แต่ม่านอี้ก็ยังสู้ต่อ สวี่โหรวเร่งเอวสอบของตน จนในที่สุดเขาก็ถึงจุดหมายปลายทาง ร่างแกร่งกระตุกเกร็ง พร้อมกับมือใหญ่ที่กดหัวสตรีตัวน้อยเอาไว้ด้วย น้ำรักขาวขุ่นพวยพุ่งเข้าสู่ปากอิ่ม จนไหลเยิ้มออกมาจากมุมปาก ใต้เท้าหนุ่มมองด้วยสายตาคลั่งไคล้ ยิ่งเห็นนางดูดเลียส่วนหัวทำความสะอาดให้ด้วย แก้มสากก็ขึ้นเป็นสันนูนทันที ก่อนที่ลิ้นแดงจะกวาดเลียจนไม่เหลือน้ำรักแม้สักหยด
ม่านอี้สลบคาอกแกร่ง เพราะร่างกายเริ่มทนต่อความเหนื่อยล้าไม่ไหวแล้ว ยามนี้ตัวนางร้อนขึ้นเรื่อยๆ เพราะพิษไข้ ตั้งแต่ถูกจับมาก็ถูกจับสาดน้ำอยู่ตลอดจนตัวเปียกชุ่ม แต่ถึงกระนั้นถานสวี่โหรวก็ยังคงอุ้มนางเอาไว้ จนกระทั่งมาถึงกรมตรวจสอบที่เขาดูแลอยู่ ม่านอี้ถูกวางลงบนเตียงไม้ยาวซึ่งมีเอาไว้สำหรับให้เขานอนพักผ่อน และยังเป็นห้องทำงานที่เขาใช้อยู่ทุกวัน จนคนสนิทต่างก็มองหน้ากันอย่างสงสัย ก่อนจะถอยห่างตามคำสั่งของผู้เป็นนาย เพราะถานสวี่โหรวกำลังเปลี่ยนอาภรณ์ให้นาง ใต้เท้าจ้องมองร่างเย้ายวนที่มีรอยจ้ำแดงเพราะฝีมือเขา พลันรอยยิ้มที่ไม่ค่อยปรากฏก็เผยออกมา ก่อนจะยื่นมือขึ้นมาลูบเนินเขาอวบอิ่มของคนที่ไร้สติเบาๆ แก้มสากขึ้นเป็นสันนูนทันที พร้อมกับลำคอที่ขยับเคลื่อนเป็นระลอกคลื่น เพื่อกลืนก้อนน้ำลายอันเหนียวหนืดลงคอ “หนาว หือ หนาวเหลือเกิน” เสียงสั่นเครือดังขึ้น เรียกสติใต้เท้าหนุ่มให้ต้องรีบจัดการเปลี่ยนอาภรณ์ให้นาง ก่อนจะห่มผ้าให้จนถึงคอ แล้วร้องเรียกคนของตนเข้ามา “ต้มน้ำขิง แล้วก็ตามหมอมาดูนางด้วย” ออกคำสั่งเสียงเข้ม เพราะรู้ดีว่าคนสนิทคงมีข้อข้องใจเป็นแน่ “ขอรับ” สองสหายออกไปทำหน้าที่ ผ่านไปสอ
หลังจากทานอาหารแล้วเสร็จ สองสหายก็เดินมานั่งในสวนอีกครั้ง โดยมีจิวซูนั่งเล่นที่ศาลากลางสระบัวกับเสี่ยวจู นางแอบชำเลืองมองสองหนุ่มอย่างตื่นกลัว เกรงว่าผู้ที่มาเยือนจะบอกเล่าเรื่องราวระหว่างนางกับเขา “คุณหนูแน่ใจว่าจะอยู่ที่นี่ต่อหรือเจ้าคะ หากใต้เท้ากวนซีพูดถึงเรื่องนั้นขึ้นมาจะมิแย่เอาหรือเจ้าคะ”
จิวซูครางดังกว่าเดิม เมื่อสามีพานางกระเตงเดินไปทั่วห้อง เขาเสยดุ้นเอ็นใส่รูรักจนร่างเล็กสั่นคลอน ด้วยรูปร่างกำยำและกล้ามเป็นมัดของกั่วหลิง จึงไม่ใช่เรื่องยากที่เขาจะพานางเดินวนไปมา พร้อมทั้งกดสะโพกขาวลงใส่ดุ้นเอ็นที่เสยขึ้นทุกครั้ง จนนางแทบจะขาดใจ “อ๊า!..ตอดดุ้นพี่รัวเลยนะ จะเสร็จอีกแล้วหรือคนดี”
จิวซูกลับมาถึงเรือนก็ถึงกับเข่าทรุด เพราะถูกจับกินไปตั้งหลายน้ำ ไหนจะต้องเดินลงมาจากเขาอีก ยังดีที่มีเพื่อนบ้านหิ้วปีกลงมา นางเอ่ยถ้อยคำโป้ปดบอกว่าหลงป่า เดินหาทางออกจนเหนื่อยล้าเพราะไม่อยากให้ทุกคนเป็นห่วง “เห้อ!..เหตุใดข้าถึงได้เจอเรื่องเช่นนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่านะ” น้ำเสียงนั้นดูเบื่อหน่ายเป็นอย่าง
สายของวัน ใต้เท้าหนุ่มตื่นมาก็ไม่เห็นสตรีตัวน้อยเช่นเดิม ทั้งที่เขาจับนางกินจนเกือบรุ่งสาง ไม่รู้ว่านางมีแรงลุกหนีไปได้เช่นไร ชื่อแซ่ก็ไม่ได้ถามไถ่เอาไว้ “ข้าควรต้องล่ามเจ้าไว้หรือไม่เด็กน้อย” น้ำเสียงนี้ไม่ได้หงุดหงิดอย่างเคย ซ้ำยังปะปนความเอ็นดูกับการกระทำของผู้ที่หายไปด้วยซ้ำ นางคงเป็นสตรีคนเด

















